Group Blog
มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
27 มีนาคม 2557
All Blog
กาญจบุรี One Free Trip


ทั้งปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจต่างถลาโถมเข้ามา รู้สึกว่าดวงงานจะเริ่มถอยแต่ดวงเที่ยวเริ่มจะแซง ย่างเข้าเดือนที่สามยังเงียบเหมือนเดิม นั่งคิดอนาคตคงได้เที่ยวตลอดชีพแน่ๆ แต่ปัญหาสำคัญคือ ทำอย่างไรถึงจะมีเงินเที่ยวได้ตลอดชีวิต กลางวันฉันเหงา กลางวันฉันโหยหา



อาทิตย์นี้ ก็เหมือนอาทิตย์ก่อน คือ นั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน เมื่อแห้วเปลี่ยนชื่อเป็นสมหวัง วันจันทร์ได้รับการติดต่อจากบริษัทผู้จำหน่ายกล้องถ่ายรูป ว่าเสาร์นี้จัดฟรีทริปถ่ายรูป  



"ฟรี ตลอดรายการ" เสียงย้ำในสาย "ไม่ทราบว่าสะดวกมาร่วมเดินทางไหม?" 


ผมดึงจังหวะเงียบไปนิด


"ขอดูschedule  บ่นเสาร์นี้ไม่ว่าง เสาร์นั้นไม่ว่าง เอาเป็นว่าเดี๋ยวผม Cancel งานอื่น (นึก:งานซักผ้า ถูบ้าน-แต่ไม่ได้บอก) เออ ไปงานคุณแทนก็แล้วกันครับ"  



7 โมงเช้าคือเวลานัดหมาย แต่ผมออกจากบ้านเวลา ตีห้าสี่สิบห้า นั่งรอรถเมล์เพื่อประชาชนมารับ ต้องเผื่อเวลานิดหนึ่ง นั่งรอจนเกือบหกโมง มาแล้ว หลักการนั่งรถเมล์ฟรีก็คือ ต้องเลือกที่นั่งให้ดี อย่านั่งที่พระ ที่คนแก่ ผู้หญิงมีครรภ์ และเด็ก ไม่อย่างนั้นท่านจะถูกมองด้วยสายตาที่ไม่สู้ดีนัก ทำให้หลายคนที่นั่งหลบตาดำไปเลย ดังนั้นเป็นไปได้ ให้ยืน ดูจะเหมาะสำหรับชายหนุ่มอย่างเรา



เช้าวันเสาร์ดีจังเลย รถไม่ค่อยเยอะเหมือนวันทำงาน ไปถึงที่นัดหมายก่อนกำหนดเวลาเล็กน้อย ลงทะเบียน พร้อมนักถ่ายภาพ 30 คน พร้อมแล้ว ลุย....



การได้ออกทริปกับบริษัทขายกล้องถ่ายรูปมีข้อดีอย่างหนึ่งคือ ได้ลองเลนส์รุ่นต่างๆ ที่บริษัทนำมาให้ลองใช้ มีช่วงเลนส์ให้เลือกหลายช่วง แต่ข้อเสีย มีอย่างเดียว คือ ลองแล้วห้ามติดใจ ไม่อย่างนั้น กิเลสเกิดขึ้น ต้องดับด้วยเงินอีก ผมนั่งดูโปรแกรมเที่ยวแต่ละแห่ง แล้วลองวางแผนว่า ในแต่ละสถานที่ ควรใช้เลนส์ช่วงไหน ถ่ายรูปดี



ที่หมายแรก วัดถ้ำเสือ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี  วัดนี้บอกได้เลยว่ามาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว สิ่งที่สะดุดสายตาคือ พระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี ตัวองค์ประดับ ด้วยโมเสคสีทองเหลืองอร่ามทั้งองค์ แน่นอนงวดนี้ ผมเล็งเลนส์มุมกว้าง


  


พอรถจอดปุ๊บ ผมรีบ....วิ่งเข้าห้องน้ำทันที่ โธ่ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้เข้าห้องน้ำเลย โชคดีที่ทางทีมงานนัดถ่ายรุปหมู่กันก่อน เลยทำให้เลนส์ยังไม่มีใครยืม เลนส์ตัวแรกของทริป Zeiss Touit 12mm f2.8 ตัวนี้ ราคา สีหมื่นต้นๆ ขนาดเท่ากำปั้น 



"เจ้าเลนส์ตัวนิดเดียวมันจะแน่แค่ไหน" ผมคิด หันมาอีกที่ อ้าว เพื่อนรวมทริป ขึ้นไปด้านอยู่ด้านบนแล้ว ...สงสัยว่าทำไม ขึ้นเร็วกันจัง ผมรีบจ้ำขึ้นบันไดวัด เพื่อให้ทันกลุ่มด้านบน พอขึ้นไป เห็นรถราง บรรทุกเพื่อนรวมทริปเต็มคันขึ้นมาด้านบน... พอขึ้นมาถึงข้างบนได้ออกอากาศลิ้นห้อยเล็กน้อย แต่จะหยุดแค่นี้ไม่ได้ ต้องขึ้นมุมสูง หมายความว่า ผมต้องขึ้นอีก 9 ชั้น คือชั้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ




ชั้นที่ 1 ชั้นที่2...และมาถึงชั้นที่ 9 ถ้าขึ้นอย่างนี้ทุกวัน น่าจะลดพุงได้เยอะนะ แต่สิ่งที่ได้แลกมากับความเหนื่อยคือลมพัดเย็นๆ มองไปด้านล่างเห็นเป็น ทุ่งนา เขียวขจี อยากหยุดเวลาตรงนี้ไว้นาน



แต่ไม่มีเวลาแล้ว ขอเก็บภาพมุมสูงก่อนลงไปด้านล่าง เวลาเขาไม่ได้ให้เราทั้งวันนะ




ตอนนี้เจ้าเลนส์ Zeiss Touit 12mm f2.8 เริ่มทำงานได้สมราคา ตัวเล็กแต่คุณภาพไม่ธรรมดา หลายมุมที่ผมนำเจ้ากล้องตัวเล็กพร้อมเลนส์ลอดออกจากหน้าต่าง ไปถ่ายรูปด้านนอก แน่นอนถ้าเป็นกล้อง DSLR ตัวใหญ่ คงไม่สามารถทำได้ถนัดแน่ๆ ผมเล็งๆ และบันทึกโดยเลือกรูรับแสงที่เล็กสุด เพื่อจะดูประสิทธิภาพของเลนส์ว่าสามารถถ่ายถอดรายละเอียดของเลนส์ได้แค่ไหน



เพื่อนๆในทริป เริ่มขึ้นมา ผมก็เริ่มลง คิดถูกที่มาก่อน เพราะคนเยอะ เดี๋ยวมาแย่งมุมกัน ผมเริ่มลงบันได ขาลงไม่เหนื่อยเท่าขาขึ้น มิน่านะ คนที่ไม่กล้าท้าทายความลำบากชีวิตเลยมีแต่ขาลงอย่างเดียว ผมลงมาด้านล่าง ก็เดินเก็บภาพภายในเจดีย์ และด้านนอกองค์พระ 



เห็นภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ฟังภาษาแล้วไม่น่าเป็นคนไทยน่าเป็นอิตาลีหรืออิสราเอล (เพราะฟังไม่รู้เรื่อง) ดีใจที่นักท่องเที่ยวยังนิยมเที่ยวประเทศไทยอยู่ ผมเดินไปหามุมไปเรื่อยๆ อากาศเริ่มร้อนเรื่อยๆ ดังนั้นต้องหาหลบตามร่มไม้



ได้เวลากลับมาที่รถ ออกเดินทางที่หมายต่อไป ....ปราสาทเมืองสิงห์ ผมคิดว่าขอเก็บเลนส์มุมกว้างไว้ก่อนยังไม่คืน แอร์เย็นๆบนรถทำให้หลับไปโดยไม่รู้ตัว สักพักเสียงผู้จัดประกาศเปลี่ยนสถานที่เป็น ถ้ำกระแซ ใกล้เวลาอาหารกลางวัน ถึงว่าซิ เราเลยต้องหลับเพราะความเพลียนี้เอง 



นอกจากโปรแกรมทานอาหารกลางวันแล้ว จะมีทริปถ่ายภาพนางแบบด้วย ....พอจบคำนี้ ได้ยินเสียงตบมือของผู้ร่วมทริป ..สำหรับผมคิด รายการอาหารกลางวันน่าจะเป็นปลา เอ้ยไม่ใช่ ถ่าย portrait ต้องใช่ช่วงเลนส์เทเล หรือ ช่วง Fujinon XF 56mm f1.2 R ต้องรีบยืมๆๆๆ



ถึงแล้วเป้าหมายที่สอง  ที่หยุดรถไฟถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่หยุดรถ ของทางรถไฟสายมรณะ



บริเวณสะพานถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นสะพานไม้เลียบหน้าผาที่มีความยาวกว่า 450 เมตร สะพานถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นจุดที่สร้างยากและยังเชื่อกันว่าจุดนี้ เป็นจุดที่อันตรายที่สุดของเส้นทางรถไฟ สำหรับถ้ำกระแซในอดีตเชื่อกันว่าเคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า




พอถึงที่ทานอาหารกลางวันตั้งใจจะไปยืมเลนส์ Fujinon XF 56mm f1.2 R ถามว่าราคาแพงไหม ก็ถูกกว่าตัวแรกหน่อยหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ถูกมาก ราคา สามหมื่นเก้าพันบาท เขาว่าเป็นเลนส์ Portrait มหากาฬ ตัวหนึ่ง แต่ยืมไม่ทันเหลือแต่ Fuji 10-24 F4 ขอโทษตัวนี้ ยังไม่มีขายในเมืองไทย ราคาที่ตั้งไว้ สามหมื่นกว่าๆ เหมือนกัน เป็นเลนส์มุมกว้าง เอามาก่อน แล้วกันเดียวพอไปถึงตอนช่วงนั้น ค่อยขอยืมชาวบ้านแล้วกัน สายตาเหลือบไปเห็นเขากำลังกินข้าวกันแล้ว ...รีบนั่งประจำพื้นที่เก็บสแปร์ตามทันที่




ในระหว่างที่รับประทานอาหารยังไม่เสร็จดี ได้ยินเสียงหวูดรถไฟ แน่นอน รถไฟเตรียมข้ามสะพานสายไม้แล้ว หลายคนพักการทานอาหารออกไปถ่ายรูป โอกาสเหมาะเลย .....ไม่มีใครแย่งแล้ว รถไฟวิ่งช้ามาก มีเวลาเหลือเฝือ ตามไปเก็บภาพทัน



หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ ทริป portrait เริ่มขึ้น ช่วงนี้ รู้สึกอาการอิจฉา คนที่ยืมเลนส์ Fujinon XF 56mm f1.2 R ไปถ่าย ....งามมาก  นึกขึ้นได้ว่า เราติดเลนส์มือหมุน 75/1.2 น่าจะแก้ขัดได้



พอเริ่มทริป สมาชิกหลายคนถ่ายภาพนางแบบรัวเสียงชัตเตอร์กันติดๆ ส่วนใหญ่เป็นเลนส์ Auto Focus ซิครับ ส่วนขอบเราเลนส์ Mamual Focus กว่าจะล๊อกเป้าได้กับเขา เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แถมนางแบบซนอย่างกะลิง ไม่ต้องคิดมาก คมบ้าง ชัดบ้าง ตามแต่โชคชะตา



ช่วงนี้ถือว่าเป็น High light ของทริปว่าได้ เพราะเวลาตั้งแต่ เที่ยงกว่า หลังทานอาหาร ถึงเวลาบ่ายสาม หมดไปกับการถ่าย portrait ทางผู้จัดให้เวลาสถานที่นี้นานพอสมควร



เสียดายเราไม่กล้าเดินตามทางรถไฟไปถ้ำกระแซ กลัวรถไฟจะมานะซิ.....จริงๆแล้ว มานเสียวนะ



บ่ายสามแล้ว ได้เวลาเปลี่ยนสถานที่ใหม่ ไปปราสาทเมืองสิงห์ นั่งคิดจะใช้เลนส์ตัวไหนดี รู้สึกแปลกใจที่เลนส์เริ่มมีให้ยืมมากขึ้น มาดูท้องฟ้า เริ่มแปรปรวน เหมือนฝนจะตก แสงไม่มีแล้ว แต่ไหนๆ มาแล้วก็ลงไปสักหน่อย อาจจะได้มุมอะไรบ้าง... ผมเลือกเลนส์มุมกว้าง FUJINON LENS XF14mm f2.8 R ตัวนี้ราคาย่อมลงมาหน่อย เกือบสามหมื่น ...สงสัยทำไมเรายิ่งยืมเลนส์ ราคายิ่งลงเรื่อยๆ



ปราสาทเมืองสิงห์ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยทางทิศเหนือในเขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายมหายาน 



พบศิลปกรรมที่สำคัญยิ่งคือพระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และ นางปรัชญาปารมิตาเทวนารีในพุทธศาสนาลัทธิวัชรยานหรือตันตระยาน



อยู่ได้สักพัก บ่าย 4 โมงเย็น เริ่มไม่ค่อยดีแล้ว เหมือนฝนจะมา และที่สำคัญเหลือที่สุดท้ายคือสะพานข้ามแม่น้ำแคว 



ระยะเวลาเดินทางไปแม่น้ำแควดูไกลเหมือนกัน ไปถึงฟ้าก็เน่า เลนส์ FUJINON LENS XF14mm f2.8 R ขอเอามาใช้ต่อ สะพานข้ามแม่น้ำแคว คงไม่ต้องกล่าวประวัติมากมายนะครับ ตอนนี้ เปลี่ยนสภาพเป็นถนนคนเดินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 



พอเสียงหวูดรถไฟมา จากถนนคนเดินเปลี่ยนเป็น ตลาดร่มหุบที่สมุทรสงคราม ตอนนี้ ฝูงชนต่างหลบตามข้ามสะพานที่ทำเป็นช่องหลบไว้แต่ละช่วงรถไฟ หลังจากที่รถไฟผ่านไป ก็เข้าสู่ภาวะปกติ



เกือบหกโมงเย็น ได้เวลากลับกรุงเทพ วันนี้ รู้สึกอิ่มเอิบใจเป็นอย่างยิ่ง ทีการเที่ยวครั้งนี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องออกเงิน งวดหน้า ชวนใหม่นะ อยากมาเที่ยวแบบนี้อีก เพียงแค่คิดเท่านั้น รถจอดที่ซื้อของฝาก อ้าวต้องเสียเงินเลย งานนี้ แหม ว่าจะทำสถิติไม่เสียเงินสักหน่อย



ขอขอบคุณ บริษัท FujiFlim ประเทศไทย , บริษัท World Camera  




Create Date : 27 มีนาคม 2557
Last Update : 27 มีนาคม 2557 21:27:36 น.
Counter : 1184 Pageviews.

4 comments
  
สวัสดีค่ะ..

ถ่ายภาพได้สวยมากๆนะค่ะ

รู้สึกแปลกตานิดๆแต่สวยค่ะ

นางแบบยิ่งสวยกว่าค่ะ

มีความสุขมากๆนะค่ะ

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:22:03:37 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 28 มีนาคม 2557 เวลา:7:32:00 น.
  
สวยมากค่า อยากไป
โดย: mariabamboo วันที่: 28 มีนาคม 2557 เวลา:17:41:38 น.
  
นางแบบน่ารักมากเลยค่ะ
โดย: VELEZ วันที่: 4 เมษายน 2557 เวลา:22:44:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จั๊กเด๋
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]