ลูกแกะตัวนั้น .. มันยังส่งเสียงร้องอยู่ในความฝันของคุณใช่มั้ย .. ?
เทพพยากรณ์

...

ผมรู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง อายุอานามก็เยอะพอสมควรอยู่
มีคนบอกว่าแกคือ " เทพพยากรณ์ "

ครั้งแรกของการพบหน้า เธอยืนอยู่ที่หน้าเตาอบในครัว
มีผ้ากันเปื้อนผูกติดอยู่ที่เอว คาบบุหรี่อยู่ที่มุมปาก

ในช่องว่างของเตาอบ ขนมบิสกิตชิ้นกลม ๆ นอนพองตัว
อวดผิวเกรียมกำลังสวย เสียงติ๊ง .. ดังขึ้นเมื่อเตาอบหยุดทำงาน

เธอเปิดเตาอบออกมา สวมถุงมือผ้ากันความร้อนก่อนจะเอื้อม
มือไปหยิบถาดขนมบิสกิตออกมาจากเตาอบ วางบนหลังตู้อบ
ก่อนจะหันมามองหน้าผม

" หน้าตาไม่เหมือนนักเขียนเลยนะจ่า ดู ๆ คล้ายช่างปูนซะมากกว่า "

ผมเดือดปุด ๆ ขึ้นมาทันที หน้าตาผมจะดูเหมือนช่างปูน หรือคนเติม
น้ำยาแอร์มันก็เรื่องของผมนะครับ อีแก่นี่ปากดีน่าเอาหลังตีนตบให้
หน้าหงาย

เทพพยากรณ์ ขยับเท้าถอยหลังไป 1 ก้าว ก่อนจะยกสองมือขึ้น
ตั้งการ์ด เท้าหน้าขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ สองไหล่ยักเยื้องไปมา
ดูคล้าย ๆ โอเล่ ต.ศิลาชัย แชมป์รายการศึกวันทรงชัย มวยไทยลุมพินี

" อย่าคิดจะลองของกับชั้นนะจ่า เดี๋ยวแม่สับศอกให้หน้าตาแหก .. "

ผมยืนอึ้งไปพักนึง ไม่ใช่เพราะท่าทางคุกคามของเทพพยากรณ์ที่ขยับ
แย็ก ๆ อยู่ตรงหน้าหรอก แต่เพราะการที่หล่อนอ่านใจมองความคิด
ของผมออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ผมค่อย ๆ ยกสองมือขึ้นประนมกรอย่าง
นอบน้อม

" กลัวแล้วจ๊ะป้า อย่าทำอะไรผมเลยฮะ "

เทพพยากรณ์ลดการ์ดลงยืนหอบ เหงื่อไหลย้อยลงมาถึงลูกคาง ไม่รู้
ว่าเป็นเพราะความร้อนจากการอบขนมบิสกิตของแก หรือเพราะท่าตั้ง
การ์ดมวยไทยของแกเมื่อตะกี้

" หัดรู้จักนอบน้อมกับผู้หลักผู้ใหญ่ซะมั่ง จะได้ไม่มีใครเขาด่าเอาว่า
ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน .. แล้วถ้าเรียกชั้นว่าป้าอีกหนล่ะก็ ชั้นจะอัด
เข่าใส่ชายโครงจ่าให้ตับแลบออกมาทางปาก .. "

เทพพยากรณ์เดินไปนั่งบนเก้าอี้ในห้องครัว ก่อนจะหยิบซองบุหรี่ขึ้นมา
ตอกเบา ๆ เอาปากคาบก้นกรองของบุหรี่ออกมาตัวหนึ่ง เสียงป๊อง ..
ของไฟแช็คซิปโป้ ตามมาด้วยเปลวไฟสีส้ม

" จ่าไม่ต้องบอกว่าจ่ามาหาชั้นทำไม ชั้นรู้ตั้งแต่จ่าเดินผ่านประตูเข้ามา "

เทพพยากรณ์หยุดพูดก่อนจะจ่อไฟสีส้มเข้าหาปลายบุหรี่ที่คาบอยู่มุมปาก
ละอองควันบางเบาลอยกรุ่นราวกับม่านหมอก

" จ่าเห็นป้ายที่ติดอยู่เหนือประตูนั่นมั้ย "

ผมหันกลับไปมองตามมือของเทพพยากรณ์ มันมีแผ่นไม้สีกระดำกระด่าง
ขนาดกว้างสัก 2 ฟุตติดอยู่ที่เหนือประตู มีอักขระบางอย่างขีดเขียนด้วย
สีเขียวสีแดงหงิกงอพันกันไปมาเหมือนตัวอักษรขอม

" มันอ่านว่าอะไรครับ ? "

" หน้าตาไม่ดีอย่างเดียวยังไม่พอ ยังไม่ค่อยมีการศึกษาอีก หยั่งงี้จะ
หาความเจริญในชีวิตได้เหรอวะ .. " เทพพยากรณ์หยุดทำการอบรมสั่งสอน
เพื่อดูดบุหรี่เข้าปอดอีกเฮือก ก่อนจะห่อปากแล้วกระทุ้งควันออกมาเป็น
วงกลมเหมือนโดนัท

" มันอ่านว่า .. เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ "

ผมหันกลับมามองหน้าเทพพยากรณ์ ผู้หญิงวัยกลางคนในชุดผ้ากันเปื้อน
หน้าตาละม้ายไปทางคนสเปน แต่กลับเว่าลาวได้ชัดเจนอย่างไม่น่าเชื่อ

" หน้าฝรั่งแล้วเว่าลาวไม่ได้รึไงฟะ ชั้นมีซีดี ศิริพร อำไพพงษ์ นะเฟ้ย
เคยได้ยินป่ะ .. โลโซโบว์รัก อ่ะ "

ผมพยักหน้าหงึก ๆ เทพพยากรณ์อ่านใจผมออกอีกแล้ว แกยังคงห่อปาก
กระทุ้งควันเล่นอย่างสนุกสนาน คราวนี้เป็นรูปช้างก้านกล้วย

" การเป็นนักเขียน เหมือนกับการตกหลุมรัก มันเป็นความระลึกรู้ได้เฉพาะตัว
จ่าอยากเขียน จ่าก็เขียนไปซิ จะไปสนใจอะไรนักหนา ถ้าไอ้สิ่งที่จ่าคิด
จ่าเขียน มันมีคุณค่าในงานชิ้นนั้น คนอ่านเขาก็รับรู้ได้เองแหละ และถึงแม้
ว่าเขาจะอ่านตั้งแต่ต้นจนจบแล้วไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง ก็ไม่ใช่ความผิดของจ่า
และก็ไม่ใช่ความผิดของคนอ่านด้วย ผัวเมียอยู่ด้วยกันมาเป็น 10 ปี รู้ใจกัน
ไปซะทุกเรื่องรึก็เปล่า ขนาดกินอยู่หลับนอนด้วยกันแท้ ๆ คำถามของจ่า
ชั้นไม่สามารถหาคำตอบให้ได้หรอก คำตอบมันไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ได้อยู่ที่ซอก
มุมไหนของโลก มันอยู่ในหัวของจ่า ถ้าเรื่องแค่นี้จ่าคิดไม่ได้ ก็เลิกเป็นนักเขียน
แล้วกลับไปรับจ้างลับมีด ลับกรรไกรตามเดิมของจ่าไปเหอะ .. "

เทพพยากรณ์กดก้นบุหรี่ลงดับกับที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะ ก่อนจะหันไปหยิบถาด
ขนมบิสกิต เดินถือมายื่นตรงหน้าของผม

" จ่ากินบิสกิตชิ้นนี้ซะ แล้วก็ไสหัวกลับไปได้เลย ไปยิ่งไกลยิ่งดี ไม่ต้อง
แบกหน้าไพร่ชั้นต่ำของจ่ามาให้ชั้นเห็นอีก ทันทีที่จ่าเดินออกประตูไป
จ่าจะลืมไปทันทีว่าจ่ามาหาชั้นเพราะอะไร แต่ชั้นอยากให้จ่าจำอะไรไว้อย่างนะ

.. ความมุ่งมั่น ความพยายาม และความอดทด เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นตำนาน "

ผมหยิบชิ้นบิสกิตยกขึ้นกัดเบา ๆ มันหอมเนยอ่อน ๆ กรอบกรุบกำลังพอดี
แม้ยามที่บางส่วนของมันละลายในปาก ยังแทรกความหวานน้อย ๆ

ป้ายแผ่นไม้สีกระดำกระด่างขนาดกว้างสัก 2 ฟุตติดอยู่ที่เหนือประตู มีอักขระ
บางอย่างขีดเขียนด้วยสีเขียวสีแดงหงิกงอพันกันไปมาเหมือนตัวอักษรขอม
ผมเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้งก่อนจะก้าวเดินผ่านประตู

" จ่า .. ค่าขนม 5 บาท วางไว้บนโต๊ะรับแขกนั่นด้วย ทีหน้าทีหลังกินของ
เขาแล้วก็ไม่ต้องให้ทวงนะ ทำเป็นคนไม่มีมารยาท สันดานอย่างเง้มันถึง
ดักดานอยู่อย่างงั้นไง ไอ้คนอย่างจ่าอ่ะนะ ...... "

ผมลนลานล้วงเหรียญ 5 บาทออกมาวางไว้หลังตู้ข้างประตู ก่อนจะรีบพาตัวเอง
ออกมาจากห้อง เสียงอบรมสั่งสอนของเทพพยากรณ์ยังคงแว่วไล่หลังตามมา
อีกเล็กน้อย

คำตอบมันอยู่ที่ผม ไม่ได้อยู่ที่ใคร ไม่ว่าในโลกความเป็นจริง หรือในแมททริกซ์

บนทางเดินแคบ ๆ ในอพาร์ทเมนต์ เสียงร้องเพลงอย่างอารมณ์ดีของเทพพยากรณ์
ยังดังแว่วออกมาให้ผมได้ยิน ...

" ผู้สาวโลโซโสสุด สะดุดช้ำ จึงบ่ต้องถาม โบว์รักสีดำ ลูกเดียว ....... "

...

..

.



Create Date : 03 เมษายน 2551
Last Update : 3 เมษายน 2551 12:25:35 น. 1 comments
Counter : 93 Pageviews.

 
ประหลาดได้ใจ...


โดย: kiimujii วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:17:54:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จ่าสิบเอกโจ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" I sit and talk to God

And he just laughs at my plans

My head speaks a language

I don't understand ... "

...
Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
3 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add จ่าสิบเอกโจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.