พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Nijou castle - ปราสาทนิโจ : Kyoto
Nijou castle หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Nijou-jou นั้น เป็นปราสาทที่ไม่ค่อยจะเหมือน ปราสาท ในความคิดของคนทั่วไปเท่าใด แต่กลับมีโครงสร้างเหมือนพระราชวัง มีการจัดวางในแนวราบ ไม่ใช่แนวสูงแบบป้อมปราการเหมือนที่อื่นๆ
ว่ากันว่า เพราะโชกุนต้องการมีสถานที่เหมือนกันองค์จักรพรรดิเพื่อเทียบชั้น (อันนี้คนญี่ปุ่นเขาบอกมาอีกที ไม่มี reference จริงจัง)

คนญี่ปุ่นบางคนก็เลยมีความรู้สึกในทางลบต่อสถานที่นี้

แต่หากตัดอคติออกไป
ปราสาท Nijou จะน่าชื่นชมมาก
และแน่นอนว่า ก็อยู่ใน World Heritage site ของ UNESCO ด้วย

ตัวปราสาท ตั้งอยู่กลางเมืองเกียวโต
เดินทางสะดวก ทั้งรถบัส รถไฟใต้ดิน หรือขับรถมาก็ยังมีบริการที่จอด (ราคาแพง) และก็จะเห็นรถทัวร์มาจอดบางวันเป็นสิบคัน ..
แสดงให้เห็นถึงความนิยม

ความงดงามของที่นี่ คือความสมดุลระหว่างตัวอาคาร และสวนภายนอก

โดยเฉพาะช่วงที่มี ซากุระบาน
จะมีการจัดงาน light up (เปิดไฟตามจุดที่จัดไว้ให้ได้ชื่นชมความงามในตอนกลางคืนของซากุระ, เป็นภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่น) ช่วงต้นเดือน เมษายน

ตัวปราสาท เริ่มสร้างในปี 1603 เดิมตั้งใจสร้างเพื่อเป็นที่พำนักในเกียวโตของ Tokugawa Ieyasu (สมัยนั้น Edo หรือโตเกียวในปัจจุบัน เป็นเมืองหลวง) โดยได้ให้ไดเมียวเกณฑ์คนในภูมิภาคตะวันตกมาเพื่อจัดสร้าง และแล้วเสร็จในปี 1626 สมัยของโชกุน Tokugawa Iemitsu โดยเพิ่มเติมโครงสร้างบางส่วนที่ย้ายมาจากปราสาท Fushimi เข้ามาด้วย
ความสำคัญอีกอย่างคือเป็นที่ตั้งของรัฐบาลที่จักรพรรดิเมจิใช้ประกาศยกเลิกอำนาจของโชกุน ในปี 1867 หลังจากนั้น ปราสาท Nijou ก็ถูกใช้เป็น imperial villa ขององค์จักรพรรดิแทน และ ยกให้เป็นทรัพย์สมบัติของเมืองเกียวโต ในปี 1939

ด้านใน แบ่งเป็นสอง court คือ

Hon-maru (main court) ดั้งเดิมนั้นถูกไฟไหม้เผาทำลายไปตั้งแต่ปี 1788
ส่วนที่ปัจจุบันเรียกว่า hon-maru นั้น แท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นมาหลังจากที่ของเดิมถูกไฟไหม้ไปโดยเลียนแบบตัวอาคารมาจาก Kyoto Imperial Palace สร้างขึ้นในปี 1847 ส่วนนี้เปิดให้เข้าชมเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง

ส่วนที่เหลือหลุดรอดไฟไหม้มา จนถึงปัจจุบันได้ คือส่วนที่เรียกว่า Ni-no-maru (second court)

ภาพจาก google earth

http://virtualglobetrotting.com/map/nijo-castle/view/?service=0

Nijou เอง มีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรมแบบ momoyama (เราจะพูดถึงเรื่องนี้กันในภายหลัง, อันที่่จริง จขบ เอง ไม่ค่อยปลื้มสถาปัตยกรรมแบบนี้สักเท่าไหร่) เช่นประตู Kara-mon (Chinese Gate) และ Ni-no-maru
ออกแบบโครงสร้างตามอยู่เอโดะตอนต้น ตกแต่งด้วยภาพเขียนและงานแกะสลักอย่างหรูหราเพื่อแสดงถึงบารมีของตระกูล Tokugawa, มีขอบคูล้อมรอบสองชั้น มีจุดศูนย์กลางอยู่สองแห่งคือ Ni-no-maru มีห้องต่างๆมากมาย รวมทั้งห้องพักชั้นในของโชกุน มีจุดเด่นอยู่ที่พื้นกระดานไม้ ที่เวลาเดินแล้วจะได้ยินเสียงลั่น ว่ากันว่าเหมือนเสียงนกชนิดหนึ่งที่ชื่อ อุกุอิสุ (Nightingale)เพื่อเป็นการป้องกันผู้บุกรุก ทำให้ได้ยินความเคลื่อนไหวของผู้มาเยือนโดยทันที

ในส่วนของสวน
มีเนื้อที่ประมาณ 1 acre ล้อมรอบตัวอาคาร โดยค่อนมาทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ต่อกลุ่มอาคาร
โดยสวนนี้ได้รับการออกแบบใหม่โดย Kobori Enshu (อาจารย์พิธีชงชาที่มีชื่อเสียง และเป็นคนเดียวกับที่ออกแบบ Katsura Rikyu - the detached palace of Kyoto, สถานที่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ modernism ในหลายร้อยปีต่อมา) ในปี 1624 โดยรับคำสั่งจาก Tokugawa Iemitsu เพื่อเตรียมการต้อนรับการมาเยือนของ องค์จักรพรรดิ์ Gomizuno
ซึ่งในการมาเยือนครั้งนั้น นอกจากสวนแล้ว ก็มีการจัดสร้างอาคารใหม่ ชื่อ Gyoku Goten เพื่อเป็นที่พำนักชั่วคราวขององค์จักรพรรดิ และได้มีการทำทางเดินเชื่อมต่อกับอาคาร Ni-no-maru ด้วย แต่ส่วนนี้ก็ถูกรื้อถอนออกไปหลังจากการมาเยือนขององค์จักรพรรดิไม่นาน

นักประวัติศาสตร์บางกลุ่มตั้งประเด็นขึ้นมาว่า เดิมน่าจะเป็นสวนแบบ dry landscape ในเบื้องต้น แล้วมามีการเปลี่ยนแปลง ปลูกต้นไม้ และลงน้ำในสระหินแห้งในภายหลัง เพราะมีบางภาพในสมัยก่อน ที่เห็นได้ว่า พื้นน้ำนั้น เดิมเป็นหินกรวด และ ต้นไม้บางต้นใบปัจจุบัน ก็ดูจะมีอายุน้อยกว่าครั้งที่ Enshu มาออกแบบจัดสร้างสวนใหม่ให้เสียอีก แต่ก็ไม่แน่ว่า บางที Enshu อาจจะวางแผนให้มีการสร้างส่วนต่างๆเหล่านี้ขึ้นมาในภายหลังเองก็ได้

สวนเป็นแบบ stroll garden แต่ก็เป็นสวนที่ตั้งใจให้มองระยะไกล และจากภายในอาคาร จึงจะได้วิวที่ดีที่สุุด
ทำให้เราได้เห็น หินตกแต่งขนาดมหึมา ซึ่งไม่ได้พบได้บ่อยนัก ในการจัดสวนของ Enshu ซึ่งมักใช้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ และการบังคับสายตาเพื่อเปิด scene ต่อไป ค่อยๆ unfold ภาพต่อภาพ เพื่อให้เห็นสิ่งที่เขาต้องการให้เราเห็นและชื่นชม
แต่ที่ Nijou นี่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ดังนั้น ใครที่หวังว่าจะได้เห็็นความละเอียดอ่อนแบบ Enshu ก็อาจจะผิดหวัง (เช่นเราเอง V_V")
แต่ที่นี่ก็มีไม้หายากหลายๆชนิดให้ดู ทดแทนกัน..
และเวลา ซากุระบาน ก็งามจัด มาทดแทน ..

แทบทุกสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่น จะมีภาพแผนที่โครงสร้างให้ดูก่อนเข้า .. แบบนี้



มองขึ้นไปด้านบนของทางเข้า
สถาปัตยกรรม ตระการตามาก





สวน ส่วนที่ติดกับอาคาร จะสังเกตได้ว่า หินก้อนขวาล่าง ใหญ่มาก..




อาคาร ชั้นเีดียว มี shoji ดูใหม่เชียว





สวน





เด็กๆมาทัศนศึกษากัน



การตัดแต่ง เป็นงานหลักของ สวนญี่ปุ่น



ขึ้นไปมองจากกำแพงโดยรอบที่สามารถเดินชมได้



คูน้ำรอบๆ น้ำสะอาด มีหงส์ด้วย





มาตอนกลางคืนกันบ้าง (ภาพจากคนละปีกัน)

light up ที่นี่มีชื่อเสียงมาก คนก็เลยเยอะมาก
ซื้อตั๋วได้สองแบบ จากที่ counter คนขาย หรือจากตู้ก็ได้ แต่ก็คนเยอะทั้งสองแบบนั่นแหละ ..

ทางเข้าหลัก



กำแพงชั้นนอก สมัยใหม่เชียว จัดแสงได้สวย



ภาพกลุ่มอาคารหลักใต้แสงไฟ ..



เดินไปทางตามที่จัดไว้ มีการบังคับสายตาให้มองไปยัง ชิ้นงานจัดแสดงเล็กๆ ที่ทำเป็นพิเศษสำหรับ light up อีกด้วย
ส่วนใหญ่ทำจากไม่ไผ่









สวนในตอนกลางคืน ..





อาคารที่เห็นในตอนกลางวัน













ป้ายบอกทางก็ยังต้อง light up



ออกจากสวนมาก็มีส่วนให้นั่งพัก ซื้อของติดไม้ติดมือ รวมทั้งของกินด้วย
(ซึ่งปกติถ้าไม่มีงาน ก็ไม่มีส่วนนี้)





เพลินท้องแล้วก็มาเพลินหูเพลินตากับการแสดงพิเศษ
เล่นเครื่องดนตรีญี่ปุ่น



อายุไม่เยอะ .. เก่งจัง



เพลินครบทั้งทุกประสาทสัมผัส แล้วก็ได้เวลา.. กลับที่พักกันได้แล้วจ้า ..

ปล. dry landscape garden ในความหมายนี้ หมายถึงการจัดสวนญี่ปุ่นแบบที่ ใช้หินและวัสดุอื่นๆ เป็นสัญลักษณ์แทนน้ำ



Create Date : 22 พฤษภาคม 2553
Last Update : 22 พฤษภาคม 2553 18:18:19 น.
Counter : 1668 Pageviews.

3 comments
  
ภาพสวยเชียว
เห็นแล้วอยากไปเที่ยวบ้าง
คิดถึงญี่ปุ่นสุดๆ
โดย: Somyachi วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:19:08 น.
  
ซากุระใต้แสงไฟก็สวยดีนะคะ
โดย: mariabamboo วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:14:10 น.
  
สวยจังเลย
โดย: คนขับช้า วันที่: 29 กันยายน 2554 เวลา:21:35:24 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

blueschizont
Location :
ประจวบคีรีขันธ์  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



รักญี่ปุ่น