Group Blog
 
<<
มีนาคม 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
21 มีนาคม 2558
 
All Blogs
 

เพลิงไพรเสน่หา... บทที่ ๑๙ นางบำเรอ (บทนี้เรท 18+ นะจ้ะ)

 เพลิงไพรเสน่หา...จันทราวดี

          ใกล้แปดโมงเช้าหญิงสาวภายในห้องไม้สักนั่งไม่ติดที่ หัวใจเต้นตึกตัก ใบหน้าสวยเศร้าหมองซีดเผือดเวลาแห่งการทำลายศักด์ศรีตัวเองใกล้เข้ามาทุกขณะ นี่เธอต้องทำแบบนี้จริง ๆ นะเหรอเธอพอมีทางเลือกอื่นอีกไหม หากคำตอบสุดท้าย คือต้องยอมจำนน

           “เพื่อพี่จรี… ” เสียงหวานสั่นเทาย้ำเตือนตัวเอง เธอเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากชายหนุ่มออกจากห้องไปเธอก็ไม่สามารถข่มตานอนได้อีก ยอมรับว่าหิว แต่ความหิวถูกลบเลือนด้วยความสมเพชถึงขนาดกัดกร่อนหัวใจตนเองจนซึมเศร้าหากความซึมเศร้าก็ไม่สามรถข่มอาการกลัวต่อโชคชะตา เมื่อเจ้าของโชคชะตาผู้โหดร้ายกำลังแทรกร่างตัวเองเข้ามายืนเด่นกลางห้อง

           “ผมขอคำตอบ”กันต์กวีไม่รีรอให้เสียเวลา เขากล่าวเข้าประเด็น ใบหน้าเรียบเฉย แตกต่างกับหญิงสาวใบหน้าซีดแล้วซีดอีกกัดริมฝีปากตัวเองเสียแน่นจนมันห่อเลือด แล้วค่อย ๆ เผยอตอบเขาแบบไม่เต็มใจเท่าไหร่

           “ฉันตกลง” กันต์กวีพอใจคำตอบหากมันเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เท่านั้น เมื่อหญิงสาวพูดต่อว่า “แต่คุณต้องสัญญากับฉัน”

           “สัญญา ?... สัญญาเรื่องอะไร” กันต์กวีเลิกคิ้วถาม

“คุณต้องสัญญากับฉันจะไม่ทำร้ายพี่ปาจรีในทุกกรณีแล้วฉันจะยอมทำตามใจคุณทุกอย่าง” ปานรียื่นข้อเสนอ

กันต์กวีกระตุกยิ้มใช้สายตาตัวเองโลมเลียหญิงสาวแบบไม่เกรงใจ เมื่อตอบเธอว่า

           “ผมบอกคุณแล้ว ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับคุณ” แล้วย่างสามขุมเข้ามาพิงเสาเตียงห่างจากหญิงสาวแค่เอื้อม “ถ้าคุณสามารถทำให้ผมพอใจ ผมจะเก็บเรื่องปาจรีไปคิด” สายตากรุ้มกริ่มทอดมองหญิงสาวนิ่ง

           ปานรียิ้มเฝื่อน เธอไม่พร้อมรับมือชายหนุ่มเลยสักนิดแค่เขาใช้สายตาแบบนั่นมองเธอ เธอรู้สึกประหม่าพรั่นพรึงอยากหายตัวไปในทันทีแต่ที่เธอต้องทนยิ้มอยู่เพื่อพี่ปาจรี เธอเลื่อนตัวลงมาประจันหน้าเขา ใช้เล่ห์มารยาหญิงทั้งที่ใช้ไม่เป็นก็ยังพยายามเพื่อขอร้องให้เขายอมรับปากกับเธอให้ได้

กันต์กวีไหวไหล่มองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง อยากรู้เหมือนกันเธอจะมาไม้ไหน เลยปล่อยให้หญิงสาวโชว์ลีลายั่วสุดฤทธิ์ในชีวิตเธอหากมันไก่อ่อนชะมัดในชีวิตเขา เมื่อหญิงสาววาดมือสองข้างแบบเก้ ๆ กัง ๆ รั้งคอเขามาหอมแก้มซ้ายขวาไร้ลีลาเร้าใจพร้อมกระซิบเสียงหวานข้างหู

“สัญญานะคะ คุณจะไม่ทำร้ายพี่สาวฉัน หากคุณจะโกรธจะเกลียดและอยากทำร้ายใครสักคนขอให้เป็นฉันคนเดียว ฉันยินดีทำทุกอย่างเพื่อคุณ”

กันต์กวีหัวเราะหึหึปานรีรักพี่สาวเธอจริง ๆ ก็เอาสิเขาอยากรู้เหมือนกันเธอจะกล้าทำอย่างปากพูดจริงไหม

“ตกลง... งั้นเรามาเริ่มงานกัน” เขาว่าอย่างนั้นมือปลดแขนกลมกลึงออก ค่อย ๆ ถอดเสื้อนอนโชว์แผงอกกำยำต่อหน้าหญิงสาว

ปานรีหน้าเหวอถามปากคอสั่น

“นั่น… นั่นคุณคิดจะทำอะไร”

“ทำอย่างที่นางบำเรอต้องทำ” กันต์กวีย้ำ นัยน์ตาพราว ปานรีถอยกรูด

“ฉัน… เออ ฉัน”

“ทำไม... ไหนบอกยอมทำตามทุกอย่าง แค่นี้คุณยังกลัวหรือคุณรักพี่สาวเพียงแค่นี้” กันต์กวีถากถางด้วยคำพูดและแววตา

ปานรีกัดริมฝีปากนิ่งเขาดูถูกศักด์ศรีและน้ำใจเธอเหลือเกิน...ใช่เธอกลัว เธอยอมรับ แค่โอบกอดเขาเมื่อครู่ก็เต็มกลืนแล้วในชีวิตเธอถ้าให้ทำอะไรมากกว่านั้นเธอก็อยากขอเวลาบ้าง แต่ดูผู้ชายตรงหน้าไม่เผื่อเวลาให้เธอเลย

“สรุปจะทำไหม” เสียงเร่งรัดไปพร้อมมือถอดสายกางเกงผ้าปานรีหลับตาปี๋ ตอบกลับเสียงสั่น

“ทะ… ทำ”

“ดี... มาช่วยถูหลังให้ผมหน่อย ผมจะอาบน้ำ”พูดจบร่างสูงเดินหายเข้าหลังฉาก พาดกางเกงเลไว้บนนั้น

ปานรีโล่งอกไปกว่าครึ่งเขาไม่ได้ชวนเธอขึ้นเตียงแค่ให้เธอถูหลัง พอนึกถึงร่างกายกำยำเมื่อคืนแก้มนวลแดงปลั่งขึ้นมาทันที เห็นเขาห่างกันขนาดนั้นยังหายใจหายคอไม่ออกแล้วนี่ต้องเข้าไปถูหลังให้เขาชนิดใกล้กันแค่มือเอื้อม เธอไม่ขาดใจตายไปก่อนหรือเกิดเขาอยากทำอะไรมากกว่าถูหลังเธอจะทำยังไง ต้องหาทางออกให้ตัวเองอย่างน้อยต้องไม่ใช่วันนี้ เธอยังไม่พร้อมเป็นของเขา ปานรีหมายมั่นลากเท้าไม่ค่อยเต็มใจรี ๆ รอ ๆ หน้าประตูห้องน้ำไม่ยอมเข้าไปสักที

กันต์กวีเหลืออดความเชื่องช้าหญิงสาวพอเห็นเธอทำท่าลังเล เขาสะบัดเสียงหงุดหงิดใส่

“ชักช้าอยู่ได้ เข้ามาสิ”

ปานรีกลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ ไม่อยากทำต้องฝืนใจทำ ‘เพื่อพี่จรี ท่องไว้ เพื่อพี่จรี’

“หะ… หันหลังไปสิ” เธอมายืนหันข้างให้ไม่ยอมมองร่างชายหนุ่มเต็มตา

กันต์กวีกระตุกยิ้มท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ แบบนี้ เห็นแล้วอยากแกล้งหญิงสาวเต็มแก่

“คิดจะถูหลังให้ผมทั้งชุดนั้น” คิ้วเข้มเลิกสูงยิงคำถามตรงประเด็นสุด ๆ

ปานรีหน้าตาเลิกลั่กมองดูตัวเองพร้อมตอบไปว่า

“ฉะ...ฉัน สะดวกในชุดนี้ คุณก็หันหลังไปสิ ฉันจะได้รีบ ๆ ถูให้” เธอตัดบท จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมสบตาบุรุษตรงหน้า ทั้งที่เขาไม่ได้เปลือยเปล่าทั้งตัวยังมีชิ้นในปิดของสงวน เธอก็ยังกระดากอาย

กันต์กวีเบ้ปากไม่ชอบความคิดหญิงสาวสักนิด เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางมนขึ้นมา แก้มนวลแดงปลั่งนี่หรือคนใจกล้า ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขาพอใจ แค่นี้ก็กลัวเป็นเจ้าเข้าแบบนี้ต้องแกล้งให้หนำใจ

“ก่อนหน้านี้คุณพูดว่ายังไง ยอมทำตามใจผมทุกอย่าง ตอนนี้ผมอยากให้คุณถอดชุดคุณก็น่าจะ…” เขาใช้สายตากวาดดูหญิงสาวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าแทนคำพูด

ปานรีเม้มปากสั่นรู้ความหมายดวงตาคู่นั้น เขาไม่เหลือทางเลือกให้เธอเลย คิดรวบหัวรวบหางเธอตั้งแต่วันแรกเธอรู้ดีเธอไม่มีทางขัดขืนเขาได้ นอกจากทำตามใจเขาทุกอย่างและต้องทำให้ดีที่สุดเพราะเธอหวังเอาไว้ การยอมเป็นนางบำเรอให้เขาครั้งนี้ต้องไม่สูญเปล่า เธอฝืนทำใจกล้าถอดเสื้อผ้าตัวเองออกไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ไปพาดไว้ข้างๆ กางเกงเล เนื้อตัวขาวนวลได้สัดส่วนในชุดชั้นในตัวใหม่ กันต์กวีมองไม่วางตาทีเดียวเคยเห็นความงามเช่นนี้มาก่อน และรู้ดีว่ามันช่างยวนตาสร้างแรงปรารถนาต่อเขามากมายเสียจนหญิงสาวตรงหน้ารับรู้แรงปรารถนานั้นด้วยความหวาดหวั่น

“มาสิ” เขาเรียกเธอ แฝงพลังบุรุษเพศไว้ในน้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยม

ปานรีก้าวขาเบาหวิวมาหยุดยืนตรงหน้าเขา ใบหน้าก้มต่ำ มือไม้สั่นเทาหยิบฟองน้ำ ขยับไปทางด้านหลังช่วยถูแผ่นหลังให้ชายหนุ่มเบามือเสียจนเขาไม่รู้สึกอะไรเลย

“นี่คุณ” น้ำเสียงดุ หันมาคว้าข้อมือนวลกระตุกให้หญิงสาวมองสบตา“ถูแรงขึ้นอีกนิด หรืออย่างน้อยใส่ลีลาเข้าไปหน่อย ผมต้องการนางบำเรอนะไม่ใช่เสาปูน” เขาว่ากระแทกใส่หน้า

ปานรีกลืนน้ำลายเฮือกโตคนไม่เคยทำและทำไม่เป็น จะเอาอะไรกะเธอหนักหนาแค่ให้ถอดชุดถูหลังเนี่ยมันสุดฝืนแล้ว ยังต้องใส่ลีลาเข้าไปอีก ลีลายังไง? ยั่วสวาทนะเหรอเธอทำไม่เป็นหรอก

“ฉันทำไม่เป็นหรอกค่ะ” เธอพูดอย่างคิด หากคนตรงหน้าไม่พอใจสักเท่าไหร่เขาขยับเข้ามาชิดร่างบอบบาง

“ทำไม่เป็นก็หัดซะ หรือต้องให้ผมสอน” ปากว่า มือคว้าฟองน้ำมาครองดึงตัวหญิงสาวเข้ามา แผ่นหลังงดงามแนบเรือนร่างกำยำบรรจงลูบไล้ผิวพรรณหญิงด้วยฟองน้ำชนิดที่เจ้าตัวขนลุกเกลียว เสน่ห์บุรุษเหลือล้นเกินบรรยายเขาช่างสร้างแรงปราถนาให้ปานรีไม่รู้จักจบสิ้น

“พะ... พอเถอะค่ะ” เสียงหวานตะกุกตะกักพยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมอกกำยำ

กันต์กวีไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวหลุดมือเขาหมุนร่างบางมาเผชิญหน้า ถามว่า

“ทำไมล่ะ คุณไม่รู้สึกว่ามันดีหรือ” แววตาสีนิลกรุ้มกริ่มไม่เหลือเค้าคนเจ้าอารมณ์ มีแต่จะหยอกเอินหญิงสาวตรงหน้าให้เขินอาย

“ฉะ ฉัน”

“ฉัน ยังไง” เขาถาม

ปานรีหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกพยายามหลบสายตาไม่อยากให้เขาจับได้ว่าเธอรู้สึกยังไง กลายเป็นว่ายิ่งเธอหลบเลี่ยงเขาก็ยิ่งไล่ต้อนเธอจนมุม เมื่อเธอรู้สึกตัวเธอก็ตกอยู่ในอ้อมแขนเขาชนิดที่เนื้อตัวไม่เหลือช่องว่างใดๆ แม้แต่อากาศ

“ปะ ปล่อยฉันเถอะค่ะฉันจะได้ถูหลังให้คุณ” ปานรีพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเองหลุดพ้นจากสถานการณ์ล่อแหลมกันต์กวีหรือจะยอมปล่อยโอกาสหลุดลอย

“ตอบผมก่อน คุณรู้สึกยังไง” เขาถามเสียงกระเซ้า แววตาออดอ้อน

ปานรีอึกอักในยามดุเขาคือเสือร้ายแห่งปางไม้พนาเวศ ครั้นในยามออดอ้อน เขาก็ทำตัวได้น่ารักราวแมวเชื่องและแมวเชื่องตัวนี้แหละจะกลายเป็นหมาป่าในไม่ช้า ปานรีรีบปฏิเสธเขาไป

“ฉันไม่รู้สึกอะไรค่ะ”

กันต์กวีกระตุกยิ้มมุมปากคำตอบไม่ตรงใจทั้งเขาและเธอ แบบนี้ต้องทำให้สำนึก เลื่อนมือปลดตะขอเสื้อในตัวงาม

ปานรีตกใจอ้าปากกรีดร้องโวยวายทว่าไวไม่เท่าชายหนุ่มก้มหน้ามาประทับริมฝีปากอุดเสียงร้องเธอจนเหลือเพียงเสียงอู้อี้ในลำคอปานรีดิ้นอึกอักพยายามผลักไสเขาออกห่าง กลายเป็นว่ายิ่งเธอดิ้นเขาก็ยิ่งลุกล้ำมิหนำซ้ำเขายังดึงเสื้อในตัวสวยออกจากตัวเธอมาโยนทิ้งไปต่อหน้าต่อตาเมื่อเขาถอนริมฝีปาก

“คุณ” ปานรีโกรธจัด คิดอยากตบหน้าเขาสักฉาดถ้าไม่ติดต้องปิดหน้าอกแล้วละก็มีหน้าหันแน่

กันต์กวีกระตุกยิ้มหลิ่วตายื่นหน้าก่อกวน

“ผมทำไม”

“คุณไม่ใช่ลูกผู้ชาย” ปานรีว่า

กันต์กวียิ้มรับพลางตอบยียวน

“ลูกผู้ชายหรือเปล่า เดี๋ยวคุณก็รู้”

“คนบ้า ปานรีแว้ดใส่เสียงเขียว

กันต์กวีแสยะยิ้มนัยต์ตาพราวแสงแฝงเลศนัย ทำเสียงจุ๊ ๆ ปลายนิ้วชี้เคลื่อนไหวไปมาตรงหน้าหญิงสาว

“คุณอย่าลืมหน้าที่ตัวเองสิ เอ๊... หรือคุณคิดเปลี่ยนใจ” เขาไหวไหล่ ทำเหมือนไม่ยี่หระต่อการตัดสินใจใด ๆ ของหญิงสาว

ปานรีฝืนกล้ำกลืนความรู้สึกเธอลืมตัวเพราะเขาจาบจ้วงเธอมากกว่าคำสั่งให้ถูหลัง

“ฉะ ฉันขอโทษค่ะ ก็คุณบอกให้ฉันถูหลัง ไม่ใช่...”ปานรีอึกอัก กันต์กวีไม่เสียเวลาต่อคำให้

“จูบคุณนะเหรอ นั่นก็หน้าที่คุณ ผมต้องการทำอะไรกับคุณ ที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไงก็ได้หรือคุณคิดขัดใจผม... หื้อ !?” กันต์กวีเน้นเสียงสูงเหมือนย้ำเตือนข้อตกลงที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอ

ปานรีเม้มปากแน่นไม่ใช่แค่จูบ เขาล้วงล้ำเธอมากขนาดถอดชุดชั้นใน ถ้าไม่ได้เอาชีวิตพี่จรีมาค้ำคอผู้ชายตรงหน้าได้โดนฤทธิ์เธอให้แล้ว แต่ตอนนี้หรือแค่ขัดใจเขาเธอยังไม่กล้าเลย

“ฉันไม่ได้คิดค่ะ ฉะ...ฉันแค่ต้องการเวลาสักหน่อย... นะคะ” ปานรีลดระดับความโกรธมาเป็นอ้อนวอน

กันต์กวีกระตุกยิ้มปลายนิ้วพันผมหญิงสาวเล่น แมวเชื่องกลายเป็นหมาป่าเต็มตัวเสียแล้วมีหรือจะปล่อยกวางสาวหลุดรอด เขาค่อย ๆ ปล่อยปอยผมหญิงสาว ขยับตัวออกห่างใช้น้ำเสียงเฉื่อยชา หากแฝงเล่ห์เพทุบายเต็มเปื่ยม

“ผมยังไงก็ได้ เพราะสุดท้ายคนที่ตัดสินชะตาชีวิตปาจรี ก็คือคุณ” กันต์กวีหยอดคำหลอกล่อ หันหลังมาเปิดน้ำฝักบัวไหลรดลำตัวออกปากไล่หญิงสาวโดยไม่มองหน้า “ในเมื่อไม่เต็มใจก็ออกไปซะผมจะอาบน้ำ”

ปานรีหน้าเสียเขาจี้ตรงจุดอ่อน เขาชี้ให้เธอเห็น ไม่ว่าเธอจะยอมเขาตอนนี้หรือตอนไหนก็ไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับเขาเขามองเธอเป็นแค่ของเล่น แต่สำหรับพี่จรียิ่งเธอประวิงเวลามากเท่าไหร่ ชีวิตพี่จรียิ่งตกอยู่ในอันตรายนี่สินะความเฉลียวฉลาดของเขา ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายทุกอย่างก็ตกเป็นของเขาโดยละม่อมปานรีซึ้งแล้ว เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่จรี ขอให้พี่สาวเธอปลอดภัยเป็นพอเธอละความอายทุกอย่างเข้าสวมกอดเขาทางเบื้องหลัง เอื้อมมือปิดน้ำพร้อมหยิบฟองน้ำมาขัดถูแผงอกชายหนุ่มทั้งที่สวมกอดเอาไว้หลวมๆ

กันต์กวีครางสัมผัสจากหญิงสาวซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย โดยเฉพาะเจ้าเนินเนื้ออวบอูมถูไถไปมาบนแผ่นหลังแม้เจ้าตัวพยายามหลบเลี่ยงแล้วก็ยังสัมผัสโดน มันช่างกระตุ้นแรงปราถนาจนเขาไม่สามารถหยุดยั้งความต้องการได้อีกเขาค่อย ๆ ดึงร่างอรชรมาเผชิญหน้า เนื้อตัวสาวเจ้าแดงระเรื่อด้วยกระดากอายในการกระทำของตัวเองหากกระตุ้นสายตาบุรุษยิ่งนัก เขาอยากสัมผัสหญิงสาวไปทั้งเนื้อทั้งตัว โดยเฉพาะปทุมถันน่ารักคู่นั่นมันช่างงดงามเหลือเกิน

“คุณสวยมากนะปานรี” เขาชม หลังมือลูบใบหน้าสวยสายตามองริมฝีปากชมพูซีด ค่อย ๆ ลดต่ำลงไปประทับนุ่มนวล

ปานรีหลับตาพริ้มหัวใจสั่นหวิว เขาไม่ได้ยัดเหยียดให้เธออย่างที่แล้วมาเธอยอมรับสถานะของตัวเองโดยไม่รู้ตัวว่าได้จูบตอบเขาเข้า

กันต์กวีครางพอใจเป็นรอบที่สองหญิงสาวในอ้อมแขนมีเสน่ห์ชวนหลงใหลไม่รู้จักเบื่อเขาไม่เคยต้องใช้เล่ห์กึ่งบังคับหญิงสาวคนไหนแบบปานรี ทุกคนล้วนเต็มใจขึ้นเตียงและปรนนิบัติพัดวีเขาถึงพริกถึงขิงแต่ใยไม่รู้สึกอิ่มเอิ่ม แตกต่างจากร่างแน่งน้อยเบื้องหน้า เธอไม่ประสีประสาอะไรเขากลับพึ่งพอใจ อยากกอดอยากจูบ อยากเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเธอ อยากจนไม่สามารถระงับอารมณ์ปราถนาจากที่เคยนุ่มนวลเปลี่ยนเป็นเร่งเร้าปลุกอารมณ์ดิบ จูบล้ำลึกจนหญิงสาวมึนงงมั่วเมาไม่ค่อยได้สติราวกับยืนในอากาศไร้ที่ยึดเกาะมีเพียงชายหนุ่มเท่านั้น

ปานรีกอดรัดรอบคอเขาเป็นที่พึ่งใบหน้าแหงนเงยรับจุมพิตร้อนแรง ค่อย ๆ เลื่อนจากปากมาซุกไซ้ซอกคอขาวมือไม้ลูบไล้แผ่นหลังบอบบางนุ่มนวลอ่อนโยน จุดอารมณ์พิศวาสให้หญิงสาวอ่อนต่อโลกครางกระเส่าออกมาแผ่วเบาในทุกสัมผัสอันเกิดจากมือและปากบุรุษผู้ช่ำชอง

กันต์กวีถอนริมฝีปากจากซอกคอนวลมองร่างอรชรในอ้อมแขน ส่วนเว้าส่วนโค้งเจ้าหล่อนชวนให้เขาคลั่ง ใคร่อยากสัมผัสปทุมถันคู่งามเขาเลื่อนลงไปไม่ลังเล เมื่อลิ้นสัมผัสโดนยอดปทุม หญิงสาวสะดุ้งผงะถอยหลังสติลับเลือนใกล้กลับมา กันต์กวีไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เขาดันร่างขาวนวลแนบชิดฝนังกักขังไว้ภายใต้เรือนกายกำยำ ปากไม่ถอยห่างจากปทุมถัน โลมเลียดูดกลืนยอดอกชมพูระเรื่ออีกข้างมือสาละวนคลึงเคล้าเบามือ ปลุกอารมณ์หญิงสาวให้เสียวซ่าน

กันต์กวีล้มเลิกความตั้งใจแรกเริ่มมาสอนบทเรียนพิศวาสให้คนในอ้อมแขนเลื่อนริมปากประกบปากอิ่มอีกครั้งให้เจ้าหล่อนหลงในวังวนอารมณ์ดำกฤษณาแล้วช้อนอุ้มร่างอรชรออกจากห้องน้ำมาวางบนเตียงโดยที่ริมฝีปากเขาไม่ห่างจากปากนุ่ม

กันต์กวีไม่สนใจว่าเตียงนอนจะเปียกน้ำหรือไม่เขาใช้มือค่อย ๆ ถอดชิ้นในตัวจิ๋วชิ้นสุดท้ายออกจากเรือนร่างงดงามในยามเจ้าหล่อนเผลอไผลเผยให้เห็นความงามอวบอูมภายใต้เรือนร่างอรชร ปลุกมังกรผงาดเต็มตัว อยากแทรกลำตัวเข้าสำรวจภายในเสียให้ได้ต้องคอยตอกย้ำตัวเองยังไม่ถึงเวลา

ปานรีบริสุทธิ์อ่อนต่อเรื่องคาวโลกีย์ไม่ทันเล่ห์กลพิศวาสจากบุรุษ เขาปลุกอารมณ์เธอด้วยการแทรกนิ้วอุ่นนำทางพอหญิงสาวขยับประท้วง เขาหยุดขยับขึ้นไปจูบริมฝีปากดูดดื่มให้หล่อนลืมเลือนค่อยขยับนิ้วใหม่สัมผัสโดนติ่งเกสรงามไวต่อแรงกระตุ้นอย่างชำนิชำนาญ เรียกเสียงครางดังเป็นห้วงๆ จนนิ้วแข็งชุ่มชื้นด้วยน้ำพิศวาส

ร่างกายเจ้าหล่อนพร้อมสำหรับเขาแล้วกันต์กวีไม่รีรอถอดกางเกงตัวในออกแทรกท่อนกำยำลงไปแทน หญิงสาวกระตุกเกร็งถอยหนี กันต์กวีหยุดไม่พยายามกระแทกซ้ำลงไปจูบริมฝีปากหญิงสาวลูบไล้ให้เธอคลายตึงเครียด เมื่อหญิงสาวเริ่มโอนอ่อนเขาขยับถอยออกแล้วกระแทกลงไปใหม่เสียจมมิด

ปานรีกรีดร้องสุดเสียงน้ำตาแห้งเหือดไหลผ่านห่างตา รู้สึกร้อนและอึดอัดเมื่อมีเขาเข้ามาอยู่ภายในตัว ไม่กล้าขยับหรือถอยหนีไฟราคะที่เขาจุดขึ้นกำลังถาโถมทำลายมโนสำนึกเธอทุกอย่าง อยากปล่อยกายปล่อยใจให้เขานำพาเธอพุ่งทะยานสู่ความใคร่และเมื่อเขาเริ่มขยับ เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บเสียงที่ร้องออกมานั้นเธอไม่รู้ว่าดังแค่ไหน แต่ภายในหูเธอมันอื้ออึงด้วยเสียงเต้นโครมครามของหัวใจยิ่งเขาขยับเข้าออกเร็วเท่าไหร่ ความรู้สึกเจ็บปวดแรกเริ่มค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหฤหรรษ์ปล่อยกายให้เขาควบคุม รู้ใจมากกว่าเธอผู้เป็นเจ้าของและดูอิ่มเอิบไปกับบทรักที่เขาปรนเปรอ จนห้วงสุดท้ายมาถึง เขาเร่งขยับถี่เร็วปานรีรู้สึกเหมือนเธอทนรับไม่ไหว แล้วอยู่ ๆ ความรู้สึกเสียวซ่านพุ่งปรี๊ดแตกกระจัดกระจายไปทั่วสรรพางค์กายผสานเสียงกรีดร้องร่างกายขมวดเกร็ง พร้อมร่างเขากระแทกรุนแรงตัวสั่นสะท้านโน้มตัวจูบริมฝีปากเธอปล่อยความร้อนแทรกผ่านร่างกายด้วยความสุขสม

กันต์กวีล้มตัวนอนข้างๆ ไขว่คว้าแผ่นหลังนวลเนียนกระชับแนบอก หลงใหลได้ปลื้มกับบทรักพึ่งเกิดขึ้นสด ๆร้อน ๆ หญิงสาวไม่ประสีประสาก็จริง แต่ร่างกายเจ้าหล่อนสามารถตอบสนองความต้องการเขาได้อย่างลงตัวรู้สึกอิ่มเอิ่มจนไม่อยากลุกไปทำงาน ยิ่งได้กลิ่นเนื้อสาวแนบชิดจมูกไฟในตัวที่มอดลงไปเมื่อครู่โหมกระพือตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง เขาค่อย ๆ ยันร่างตัวเองลุกขึ้นโน้มใบหน้าจูบหน้านวลคละเคล้าหยาดน้ำตา ไม่มีสิ่งใดต้องเสียใจ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างเสพสุขไปพร้อมๆ กัน

“อย่าร้องไห้ไปเลยปานรี” กันต์กวีปลอบเสียงนุ่ม พลิกร่างอรชรหันตะแคงเกลี่ยหยาดน้ำตาให้แผ่วเบาแล้วค่อย ๆ สอดแขนเข้าใต้ศรีษะให้ปานรีหนุนแทนหมอนสายตากรุ่มกริ่มจับจ้องเรือนร่างอรชรไม่วางตา

ปานรีน้ำตาแห้งเหือดเหลือเพียงความกระดากอายต่อสายตาบุรุษจับจ้องเธอด้วยแรงปราถนา เธอรีบขดตัวมือไม้สั่นระริกปกปิดปทุมถันเนื้อตัวแดงระเรื่อเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงมังกรนอนสลบไสลขยับขยายตื่นพยายามถดตัวออกห่าง โดนมือใหญ่หนุนแทนหมอนโอบกระชับแผ่นหลังแน่น

“ปะ...ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันจะไปอาบน้ำ”ปานรีสรรหาเหตุผลมาอ้างใบหน้าแดงซ่านจับจ้องอยู่แค่แผงอกไม่กล้ามองต่ำหรือสูงไปกว่านั้นกันต์กวีเชยคางมนขึ้นมาสบสายตา

“อย่าพึ่งอาบเลยนะปานรี” เขาออดอ้อนเสียงแหบพร่า หลุบเปลือกตามองเนินเนื้อซ่อนเร้นภายใต้ฝามือบาง“ผมไม่ชอบแบบนี้เลยปานรี” เขาติง ใช้มือข้างที่เหลือปลดพันธนาการปทุมถันทั้งสองอวดต่อสายตา“ผมชอบแบบนี้มากกว่า” เขาชื่นชมนัยต์ตาพราวเลื่อนตัวลงไปดูดกลืนบัวนางสลับมือเคล้นคลึงสะกิดยอดบัวชมพูระเรื่อ เรียกเสียงจากคนไม่ทันหายเหนื่อยครางกระสันขึ้นมาอีกครั้ง

กันต์กวีคลอเคลียหยอกเย้าบัวนางเป็นที่พอใจขยับตัวขึ้นไปซุกไซ้ซอกคอขาวนวล ลิ้นเลียไปเรื่อยที่ใบหู กัดเม้มเบา ๆ แล้วค่อยสอดลิ้นเข้าไปโลมเลียด้านในปลุกอารมณ์หญิงสาวขนลุกเกรียว เสียวซ่านไปถึงหน้าท้องถูกลุกลานทั้งด้านบนและด้านล่าง มือไม้ใหญ่เคล้าคลึงไม่ห่างปถุมถัน เรียวปากหยักเลื่อนมาดูดกลืนเสียงครางกระเส่าหายเข้าลำคอ

กันต์กวีค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก ใบหน้าสาวเจ้าเคลิ้มเคลิบแฝงกลิ่นเนื้อสาวเย้ายวน ปลุกอารมณ์เจ้ามังกรชูผงาดเต็มตัวเขาเลื่อนมือร้อนจับยกเรียวขาเล็กขึ้นมาพาดบนหน้าขา เบียดเรือนร่างกำยำเข้าหาร่างอรชรเริ่มเกร็งตัวทันทีที่กลีบเกสรปะทะโดนแก่นกายใหญ่โต

“อย่าคะคุณกันต์กวี” หญิงสาวคัดค้านใบหน้าแดงซ่าน พยายามถดร่างหนีถูกมือใหญ่กดแก้มก้นไม่ให้ขยับเขยื้อน

“อย่าขัดใจผมปานรี” เขาปรามเสียงกระเซ้าดันแก่นกายเข้าหากลีบเกสรเชื่องช้านุ่มนวล กระซิบข้างหูแหบพร่า “ตามใจผมนะปานรี ผมสัญญาผมจะไม่แตะต้องพี่สาวคุณ”

ปานรีไม่มีเวลาได้คิดหรือสรรหาคำมาตอบเขาสมองเธอถูกดึงสู่อารมณ์เบื้องต่ำ เบียดกายเข้าหาเขาตามสัญชาตญาณส่งเสียงเสียวกระสันทันทีที่เขาเริ่มขยับตัว พาเธอสู่เกมหฤหรรษ์อีกครั้งโดยไม่เหลือคำทัดทานใดใดหลุดจากปากอวบอิ่มอีกนอกจากเสียงแห่งความสุขผสานไปพร้อม ๆ กันสองเสียง

***ฝากตอนใหม่ด้วยนะคะ ^O^***




 

Create Date : 21 มีนาคม 2558
0 comments
Last Update : 21 มีนาคม 2558 23:07:49 น.
Counter : 4584 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Jantarawadee
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ^๐^ ขอต้อนรับเพื่อนๆทุกคนสู่บล็อก

-----------------------------------------------
ลิขสิทธิ์งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกเป็นของผู้เขียนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
Friends' blogs
[Add Jantarawadee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.