Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 มกราคม 2558
 
All Blogs
 
เพลิงไพรเสน่หา... บทที่ ๑๕ เปลี่ยนแปลง

เพลิงไพรเสน่หา... จันทราวดี

           เปลวไฟจากเตาแก๊สร้อนแรงไม่เท่าใจปานรีเธอบ้าไปหรือเปล่า ทำไมไม่โวยวาย หรืออย่างน้อยกล่าวว่าความกักขฬะของผู้ชายคนนั้นกล้าดียังไงถึงมา... มาจูบเธอ

ใบหน้านวลแดงขึ้นทันตาที่นึกเหตุการณ์พึ่งผ่านมาเผลอตัวลูบปากตัวเองหายเจ่อแล้ว แต่รสสัมผัสยังจดจำยิ่งกว่าค่ำคืนนั้น มันดูรุกล้ำอารมณ์และความรู้สึกจนเธอแยกไม่ออกจริงแล้วใจเธอรู้สึกเช่นไร ได้แต่ย้ำทุกลมหายใจเข้าออก เธอต้องเกลียดเขา

‘ใช่เกลียด... เกลียดจนกว่าเขาหรือเธอตายจากกันไปข้างหนึ่ง’

ลมหายใจฉุนเฉียวถูกพ่นจากจมูกโด่งปลายจมูกแต้มไฝเม็ดเล็ก ขับดวงหน้าสวยใสให้ดูน่ารักเสมอเพียงแต่เวลานี้ความน่ารักนั้นถูกบดบังด้วยแรงโทสะ ดวงตาที่เคยกลมหวานและสุกสกาวเสมอฉายเพียงความขุ่นเขียวมองเมนูในกระทะแทบอยากกินเลือดกินเนื้อคนสั่งอยู่รอมร่อ

ผู้ชายอะไรเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันถึงขนาดนี้ยังออกคำสั่งให้เธอทำอาหารให้ คิดบ้างไหมเธอเองก็มีความรู้สึกนึกคิดอยากแก้แค้นเขาเหมือนกันคงคิดว่าเธอไม่กล้าเอาคืนสินะ คนอย่างเขาไม่เจอกับตัวเองเสียบ้างคงไม่สำนึก

ใบหน้านวลส่อแววเจ้าเล่ห์... ผัดผักบุ้งไฟแดงต้องร้อนแรงคู่สมกับคนทาน ปานรีไม่รอช้า เธอหยิบพริกเม็ดเขียวมากกว่าสิบห้าเม็ดโขลกชั่วพอแหลกตักโยนใส่ในกระทะ ตามด้วยเต้าเจี้ยวน้ำตาลน้ำมันหอย ปรุงรสอีกหน่อยรสชาติอร่อยอย่าบอกใครโดยเฉพาะความเผ็ดคงแทบพ่นไฟออกมาได้

“นายเสร็จแน่” รอยยิ้มสาแก่ใจพร่างพรายบนหน้าตักผักบุ้งใส่จานเซรามิคเนื้อละเอียดสีขาวขุ่น ไม่ลืมซ่อนเมล็ดพริกที่ตักติดไปส่วนที่เหลือในกระทะเธอเททิ้งทำลายหลักฐาน ก่อนเหลือบดูหม้อต้มยำไก่อีกเตาจะให้ดีต้องปรุงรสอีกหน่อย คว้ากระปุกเกลือมาตักใส่ไม่นับยังไม่พอใจในรสชาติบีบมะนาวเพิ่มลงไปอีกห้าผล คน ๆ ให้เข้ากันพอเนื้อไก่สุกส่งกลิ่นหอม เธอตักใส่ชามจัดวางไว้น่ารับประทานบนโต๊ะไม้สักจัดมุมไว้เป็นที่ทานอาหารเข้ามุมกับห้องครัวกะทัดรัดพร้อมศัพท์ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกนานาชนิด

ปานรีสำรวจความเรียบร้อยอีกรอบมองจากมุมไหนชายหนุ่มก็ไม่รู้เจตนากลั่นแกล้งรีบวางสีหน้านิ่งเรียบซ่อนแววตาเจ้าเล่ห์ก้าวขาระหงออกจากจากห้องครัวด้วยฝีเท้าแผ่วเบา ออกมาตามคนดวงซวยไปทานเมนูนรกอดชื่นชมกับการตกแต่งบ้านหลังน้อยที่เธอเห็นเมื่อตอนอยู่ตีนเขาไม่ได้พอได้เข้ามาสัมผัสด้านในจริง ๆ ถึงรู้ว่ามันไม่ได้เล็กอย่างที่เห็น ภายในถูกจัดสรรเป็นอย่างดีมีห้องครัวห้องซอยย่อยอีกสามห้อง

บริเวณที่เธอยืนอยู่จัดเป็นโซนรับแขกด้านหนึ่งนั้นติดกับชานเล็กเชื่อมกับราวบันไดตีโค้งลงไปยังตีนเขาเบื้องล่างส่วนอีกด้านเป็นระเบียงใหญ่ มีกระจกบานใสกั้นทั้งแถบ บนระเบียงนั้นมีกระถางดอกไม้กับโต๊ะตัวกลมจัดมุมไว้เป็นที่พักผ่อนโดยมีร่มไม้คันใหญ่กางกันแดดให้ผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งเซ็นเอกสารบางอย่างโดยไม่สนใจว่าคนที่เขาพามาและออกคำสั่งให้ทำอาหาร ตอนนี้ได้ออกมายืนสำรวจทั่วบ้านและเริ่มสงสัยในสิ่งที่ชายหนุ่มพูดถึงพี่สาวเธอเสียไม่ได้

“บ้านหลังนี้นะเหรอ พี่จรีเป็นคนจัด”

คิ้วสวยขมวดยุ่งสายตาสอดส่องถ้วนถี่ สไตล์การออกแบบจัดมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของบ้านที่เป็นชายโสดถึงไม่รกตามวิสัยบุรุษ แต่เธอมั่นใจบ้านหลังนี้ไม่ใช่ฝีมือพี่จรีอย่างแน่นอน

“ถ้าอย่างนั้น เขาหมายถึงที่ไหน”

เป็นคำถามที่เธอไม่สามารถหาคำตอบได้ด้วยตนเองนอกจากบุรุษบนเก้าอี้ตัวสวยจะช่วยไขข้อสงสัยทั้งหมดให้ เพียงแต่ขาเธอมันสั่นแทบก้าวขาไม่ออกทันทีที่คิดว่าต้องออกไปเผชิญหน้าเขาทั้งที่เตรียมใจมาแล้วก็ยังนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเธอไม่รู้จะวางหน้ายังไงเมื่อต้องออกไปยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

“ใจเย็น ๆ สิปานรี” ปลอบโยนตัวเองเช่นนั้นทั้งที่สายตาจับจ้องบุรุษไม่วางตา ใบหน้าบูดบึ้งเห็นเป็นประจำ ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยความเคร่งขรึมกำลังใช้ความคิดอย่างหนักเธอไม่อยากสนใจเขาเลย เป็นไปได้อยากให้เขาหายไปจากตรงนั้นด้วยซ้ำ ธอจะได้ออกไปยืนทำใจรับเอาธรรมชาติที่เธอคิดว่ามันสวยตั้งแต่เห็นบ้านทั้งหลังตั้งอยู่บนเนินเขา รอบ ๆ เนินบ้านปลูก ดอกไม้เต็มไปหมดโดยเฉพาะเจ้าราวบันไดถูกพันด้วยเถาวัลย์แตกดอกสีขาวตลอดจนถึงตัวบ้านปานรียอมรับมันสวยถูกใจจนเธอตะลึงไปรอบหนึ่งแล้วยิ่งมาเห็นการตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักเข้าชุดทั้งหมดแทบอยากโลดแล่นกลับกรุงเทพ กลับไปวาดแปลนเก็บไว้เผื่อมีโอกาสเธอจะนำแปลนนี้มาดัดแปลงเป็นแนวของตนเองเพื่อนำเสนอแก่ลูกค้าผู้ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติกับเขาบ้าง

“เฮ้อ… เอาตัวให้รอดจากที่นี่ก่อนเถิดปานรี” เสียงเล็กกล่าวเตือนตัวเองอย่างเจียมตัว ตราบใดที่เธอยังติดอยู่ที่นี่เธอไม่มีสิทธิ์คิดทำอะไรทั้งนั้น ได้แต่เก็บภาพเหล่านี้ไว้ในใจตัวเอง

เสียงถอนหายใจดังอีกรอบถึงเวลาต้องเผชิญกับความจริงเสียที พลางลากฝีเท้าเหนื่อยล้า ก้าวผ่านบานกระจกใสมายืนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ อย่างไรเสียเธอต้องเผชิญหน้ากับเขาถึงไม่พร้อมจะรับมือก็ยังอุตส่าห์ส่งเสียงเล็กออกมาจนได้

“อาหารจัดขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้วค่ะ”

กันต์กวีละสายตาจากเอกสารเหลือบมองคนยืนก้มหน้าต่ำร่างบางในชุดผ้าใหม่ขยับตัวอึดอัดราวกับไม่พอใจที่ต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเขากันต์กวีไม่ใส่ใจมากนักด้วยรู้เหตุผลดี หากคำตอบแห่งการตัดสินใจต่างหากที่เขาสนใจและคิดว่าหลังจากทานอาหารเรียบร้อยเขาและเธอต้องตกลงกัน

“รอผมสักครู่” กันต์กวีกล่าวเช่นนั้นก่อนก้มหน้าดูเอกสารอีกครั้ง

ปานรีขมวดคิ้วยุ่ง‘รอ’ทำไมต้องรอ เขาพูดราวกับอยากให้เธอร่วมโต๊ะด้วย

‘ไม่หรอก คนอย่างเขา ไม่มีทางชวนเธอร่วมโต๊ะ’ เสียงถอนลมหายใจดังแผ่วเหลือบมองคนตัวโต ตั้งหน้าตั้งตาเซ็นเอกสารอย่างรวดเร็ว จนถึงหน้าสุดท้ายเห็นเขาลงลายมือเรียบร้อยเธอรีบก้มหน้างุดไม่ยอมสบตาด้วย

กันต์กวีทันเห็นกริยานั้นเพียงแต่เขาไม่กล่าวว่าอะไรได้แต่ปิดแฟ้ม ก่อนลุกขึ้นยืนผายมือเชื้อเชิญหญิงสาวร่วมทานอาหารด้วยกัน

“ไปคุณ ทานข้าว”

ปานรีหน้าเหลอ

“คุณชวนฉันด้วยหรือคะ” นิ้วสวยจิ้มที่อกตัวเองอย่างไม่แน่ใจ

กันต์กวีกระตุกยิ้มเพียงนิดย้ำประสงค์ชัดเจน

“ใช่”

คนได้รับคำยืนยันงันไปชั่วขณะ เผลอสบตาเขาด้วยความสงสัย ก่อนส่ายหน้าพร้อมปฏิเสธเขาพัลวัน

“ไม่ค่ะ ฉันไม่หิว เชิญ...” ไม่ทันกล่าวจบ ‘เชิญคุณเถอะค่ะ’ ก็ถูกเสียงดุ ๆ ตะคอกกลับทันควัน

“ไม่หิวก็ต้องทาน” น้ำเสียงบังคับไม่เท่ากริยาออกแรงลากหญิงสาวมานั่งบนเก้าอี้ไม้สักในห้องครัว

ข้าวถูกจัดไว้ที่เดียวเขาลงมือจัดหามาให้ ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษผิดวิสัยจนหญิงสาวคนสวยออกอาการเอ๋อมองเขาเสียตาค้าง

“ทานเยอะ ๆ จะได้มีเรี่ยวมีแรง” ข้าวเต็มจานถูกวางตรงหน้า

ปานรีลอบกลืนน้ำลายดังเฮือกมองอาหารบนโต๊ะ แทบอยากลุกขึ้นแล้วมุดดำดินหนีซะเดี๋ยวนั้น

“ทานสิ ผมหิว” กันต์กวียกช้อนและส้อมขึ้นมาชักชวนเห็นหญิงสาวนั่งทื่อ ไม่ยอมหยิบจับอะไร เขาเลยตักผักบุ้งใส่จานให้ “เอานี่...”

“มะ...ไม่ต้องค่ะ”

ช้ากว่าชายหนุ่มผัดผักบุ้งหอมกรุ่นถูกวางลงในจานข้าวเป็นที่เรียบร้อย

ปานรีลอบกลืนน้ำลายรอบสองมองผัดผักบุ้งสลับใบหน้าคะยั้นคะยอ แผนการกลั่นแกล้งไม่น่าพลิกโผถึงขั้นชวนเธอมาร่วมโต๊ะด้วยเธอไม่ได้เตรียมแผนการรับมือไว้ แค่อยากเอาคืนจากเขาก่อนหลบหน้ากลับกระท่อมกลายเป็นว่ากระท่อมไม่ได้กลับ ซ้ำร้ายต้องมาติดแหงกอยู่ที่นี่เกิดเธอไม่ทานด้วยกันมีหวังแผนการทั้งหมดพังครืนไม่เป็นท่าที่แย่กว่านั้นเขาอาจเอาคืนจากเธอเป็นร้อยเท่า แล้วทำไมเธอต้องยอมเจ็บคนเดียวเมื่อคิดแกล้งเขาแล้วก็ขอเอาคืนให้ถึงที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไรเธอต้องไม่กลัวต้องสู้‘ปานรีต้องสู้’คิดเช่นนั้น ก่อนหยิบช้อนและส้อมขึ้นมาเขี่ยข้าวในจานทำเหมือนจะทานมันเข้าไป

กันต์กวีรอหญิงสาวก่อนแล้วพอเห็นเธอเริ่มลงมือ เขาหันมาตักผักบุ้งใส่จาน ก่อนตักมันพร้อมข้าวใส่ปากคำโต รสเผ็ดแล่นขึ้นสมองกันต์กวีชะงักงันทีเดียว ปานรีกล้าดียังไงมาแกล้งเขาแบบนี้ คงอยากเห็นเขาลุกขึ้นมาโวยวายเสียฟอร์มล่ะสิท่าไม่หรอกคนอย่างเขาไม่เคยทำเรื่องโง่แบบนั้นมีแต่จะหาทางดัดหลังหญิงสาวให้เจ็บถึงทรวงมากกว่า

ความคิดผสานแววตาเย็นชากลืนของในปากลงท้องโดยไม่แสดงกริยาอะไร ก่อนหันปลายช้อนตักต้มยำไก่รสชาติแสบสันยิ่งกว่าผัดพักบุ้งไฟแดงมาทานหน้าตาเฉย

“อร่อย...” คำชมนั้นฟังไม่ออกว่าเขาประชดหรือเปล่าหากกริยาตักน้ำต้มยำขึ้นมาซดนั้นดูราวกับมันอร่อยจริง ๆแทบทำให้คนทำเริ่มไม่แน่ใจในรสชาติอาหารตัวเอง “ทานสิคุณ...รึไม่ชอบผัดผักบุ้ง เอานี่ก็ได้ ต้มยำไก่”

“มะ... ไม่ค่ะ” เหมือนเดิม คำปฏิเสธไม่มีผลอะไรเนื้อไก่ชิ้นงามถูกตักใส่จาน

ปานรีอยากกรี๊ดออกมาดังๆ คำพระท่านว่า ‘กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมคืนสนอง’ แล้วทำไมเห็นผลแค่เธอที่กับตานี่ ทำร้ายเธอมานักต่อนักทำไมไม่เห็นเป็นไร แล้วดูสินั่นเขาสะทกสะท้านเสียที่ไหน ตั้งใจทำเมนูนรกขึ้นมาแท้ ๆ ยังทานได้หน้าตาย...

“นี่คุณ ผมบอกให้ทานข้าว ไม่ใช่ให้มานั่งจ้องหน้าผม”

ปานรีสะดุ้งเฮือกหลบสายตาคมกล้ามองกับข้าวในจาน อยากครางออกมาเป็นภาษาต่างด้าว ขืนไม่ทานเดี๋ยวนี้คงถูกจับยัดซะละมั้ง

‘กรรมหนอกรรม’ เสียงบ่นงึมงำดังในคอก่อนเลิกเขี่ยข้าวหันมาตักผักบุ้งนิดข้าวเยอะหน่อยใส่ปากถึงกับสะอึกในรสชาติเผ็ดถึงทรวง อยากคายก็คายไม่ได้ เขาเล่นจ้องเธอไม่วางตาแบบนั้นเลยต้องฝืนกลืนทั้งที่เผ็ด เรียกน้ำหูน้ำตาเล็ดคว้าแก้วน้ำข้างตัวขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วแล้ว ก็ยังไม่หายแสบร้อน

“อร่อยใช่ไหม เอาอีกหน่อยสิคุณ ต้มยำไก่ไง”

ปานรีส่ายหน้าดิกปากแก้มแดงด้วยฤทธิ์พริกเขียว ไม่กล้าแตะต้มยำไก่รสชาติแย่กว่าผัดผักบุ้งสิบเท่าแต่กันต์กวีรึจะยอม เขาโดนแกล้งยังไง หญิงสาวต้องโดนแบบนั้นเหมือนกันรีบวางช้อนในมือ หันมาทำตาดุใส่ ตามด้วยคำสั่งสุดเสียง

“ทานเข้าไป” ร่างสูงขยับทำท่าเอื้อมมือหยิบช้อนหญิงสาวขึ้นมาจับยัดให้

ปานรีสะดุ้งตกใจไม่เท่ากับมือไม้สั่นตักชิ้นไก่ใส่ปาก อมมันไว้หน้าซีด

“เคี้ยว

ราวกับหุ่นยนตร์ถูกป้อนคำสั่งปานรีเคี้ยวไก่ที่อม... รสชาติเค็มปี๋กับรสเปรี้ยวจัด ส่งผลให้คนถูกบังคับฝืนกลืนทั้งน้ำตา

“จะร้องทำไม ทำเองทั้งนั้น” กันต์กวีสัพยอก มองหญิงสาวนั่งสะอึกสะอื้นราวกับเด็กน้อยถูกจับได้ว่าทำผิดเพียงชั่วครู่ลุกจากที่นั่งไปเปิดตู้เย็น หยิบไข่ไก่มาสองฟอง ตอกใส่ถ้วยปรุงรสเจียวอย่างชำนาญแค่ห้านาที ไข่เจียวหอมกรุ่น ถูกเสิร์ฟตรงหน้าหญิงสาว

“ทานซะ... แล้วอย่าทำอะไรพิเรนอย่างนี้อีก จำไว้คราวหน้าผมไม่ใจดีกับคุณแบบนี้อีกแน่”ปากขู่ แต่สายตาอ่อนลงราวกับแสดงความอ่อนโยนออกมา

ปานรีอึ้งจนลืมร้องไห้เธอปรายตามองเขา ไม่เชื่อว่าสิ่งที่เห็นจะเป็นความจริงเผลอขยี้ตามองเขาตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารฝีมือเธอไม่ปริปากบ่น

‘ผีเข้าแน่ ๆ’ ปานรีคิดแหยง ๆ พยายามจับพิรุธความใจดีรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ‘ก็ไม่แน่เขาอาจมีแผนอื่นดัดหลังเธอก็ได้’

“นี่คุณต้องให้ผมป้อนจริง ๆ ใช่ไหมถึงจะยอมทาน”

เพราะมั่วแต่คิดสับสนอลหม่านพอถูกจับได้ว่ากำลังมองเขา ประจวบกับท่าทางชายหนุ่มเตรียมตัวปฏิบัติตามปากว่าปานรีไม่รอช้า รีบตักไข่เจียวใส่ปาก ตามด้วยข้าวเคี้ยวอย่างรวดเร็ว

“ก็แค่นั้น” เขาว่าพลางหันมาทานข้าวตัวเองตามเดิม

ปานรีแอบค้อนต่ำ‘เป็นทีของเธอเมื่อไหร่...น่าดูได้แต่ขู่อาฆาตในใจ ก่อนหันมาตักเจ้าไข่เจียวใส่จานเริ่มทานข้าวพอให้เขาเลิกตอแยเธอเท่านั้นกลิ่นไข่เจียวหอมกรุ่น กับรสชาติปรุงออกมาได้กลมกล่อม อร่อยจนปานรีลืมความตั้งใจ คิดว่าทานพอเป็นพิธีกลายเป็นว่าข้าวที่เขาตักให้เธอนั้น เธอทานจนหมดจาน

“เติมอีกหน่อยไหม” คำถามนุ่มนวลผิดวิสัย

ปานรีทึ้งจนไม่รู้จะทึ้งยังไงทั้งสายตาและน้ำเสียงเขาผิดแผกจากทุกครั้ง นี่เขากำลังเล่นเกมกับเธอใช่ไหม ต้องใช่แน่ๆ อย่าได้หลงกลเขาเชียวปานรี… เตือนใจตัวเองแบบนั้น ก่อนหันมาปฏิเสธเขาด้วยความเย็นชา

“ไม่ล่ะค่ะ ฉันอิ่มแล้ว” มือบางรวบช้อนวางไว้อย่างถูกลักษณะก่อนหยิบแก้วน้ำฝีมือเขาอีกนั่นแหละรินให้เธอดื่ม

“อิ่มแล้วก็ดี ผมมีเรื่องต้องตกลงกับคุณ” กันต์กวีรวบช้อนตามลุกนำหญิงสาว “ตามมาสิ”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ” ปานรีค้านมองจานชามทุกอย่างถูกทานจนเรียบ “ขอฉันจัดการล้างเก็บพวกนี้ก่อน”

“ไม่ต้อง” เสียงดุตวาดเข้ม

ปานรีถอนหายใจฉุนพูดจาดี ๆ กับเธอไม่ทันไร ก็เผยธาตุแท้ออกเสียแล้ว ‘นี่ล่ะเขาตัวจริง’ ปลายจมูกโด่งย่นใส่หลังบุรุษก่อนก้าวตามเขาออกไปอย่างหัวเสีย


  ***สวัสดีค่ะ เอาตอนใหม่มาฝากค่ะ ^O^***




Create Date : 27 มกราคม 2558
Last Update : 27 มกราคม 2558 9:54:42 น. 0 comments
Counter : 467 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Jantarawadee
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ^๐^ ขอต้อนรับเพื่อนๆทุกคนสู่บล็อก

-----------------------------------------------
ลิขสิทธิ์งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกเป็นของผู้เขียนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
Friends' blogs
[Add Jantarawadee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.