Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
16 มกราคม 2558
 
All Blogs
 
เพลิงไพรเสน่หา... บทที่ ๑๔ สับสน

เพลิงไพรเสน่หา... จันทราวดี

           เที่ยงวันปานรีนั่งซับเหงื่อตนเองด้วยความเหนื่อยล้า ข้อเท้าข้างหนึ่งถูกล่ามตรวนความหนักของมันทำให้เธอเคลื่อนไหวไม่สะดวก แต่ด้วยคำสั่งประกาศิตเธอต้องย้ายพันธ์กล้าลงถุง ขั้นตอนการทำถูกสอนให้เธออย่างรวดเร็วและต้องจดจำให้ได้ หากเกิดผิดพลาดประการใดความผิดที่ได้เธอต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

เสียงลมหายใจถูกผ่อนออกมารุนแรงความใจร้ายเธอได้สัมผัสมาครบถ้วน วันนี้ยังได้สัมผัสความวิตถาร เอาเธอมาทำงานทั้งที่รู้ว่าเธอไม่สะดวก ก็ยังสั่งได้หน้าตาเฉย ต่อให้โซนที่เธออยู่ไม่มีคนงานรายอื่นก็จริงแต่โซนอื่น ๆ อยู่รายล้อมรอบตัวเธอล่ะ สายตาเหล่านั้นคลาดจากตัวเธอเสียที่ไหนคอยพลัดกันจับจ้องมาที่เธอราวกับจับผิด ถึงไม่ได้ดูเรื่องชุดชั้นใน แต่คนสันหลังหวะเช่นเธอก็ยังรู้สึกกระดากอายในทุกครั้งที่ต้องขยับตัว

“คนบ้า

พรวนกระแทกดินรุนแรงไม่เบานึกถึงผู้ชายคนนั้นทีไรเธอมักของขึ้น พาลไปถึงอินทร คำพูดทิ้งท้ายก่อนเขาจากมาไม่มีคนงานหน้าไหนในเขตปางไม้พนาเวศคิดทรยศพ่อเลี้ยงกันต์กวีสักคนจะมีแต่คอยสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้ ดังนั้นสิ่งที่ปานรีคิดไม่ว่าจะเป็นหาลู่ทางหลบหนี หรือคิดหาใครที่นี่สักคนมาคอยเชื่อเหลือจะกลายเป็นเรื่องโง่หาความซวยใส่ตัว ตอนนี้ปานรีเข้าใจแจ่มชัดดีแล้วและไม่อยากท้าทายสายตาไร้ความเป็นมิตรเหล่านั้น เธอก้มหน้าก้มตาทำงานตามยถากรรมทั้งที่รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกก็ยังทนฝืนทำงานจนคนเหล่านั้นแยกย้ายไปรับประทานอาหารกลางวันทิ้งให้เธออยู่กับคนงานอีกสองคน เดินไปใต้โค่นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากเธอมากนักนั่งรับประทานข้าวห่อไม่มีใครปริปากชวนเธอสักคำ

“แร้งน้ำใจชะมัด” ปลายจมูกแต้มไฝเม็ดเล็กย่นใส่คนงานคู่นั้นอย่างนึกหมั่นไส้เหมารวมถึงเจ้าของปางไม้ เหตุการณ์เมื่อวาน ทำให้เธอซึ้งใจมาจนถึงเดี๋ยวนี้คิดว่าเขาใจดีช่วยถือเสื้อผ้าให้ ที่ไหนได้ดันพาเสื้อผ้าเธอหายเข้ากลีบเมฆถ้ามีแค่เสื้อและกระโปรงเธอคงไม่ว่า แต่นี่มีชุดชั้นในอยู่ด้วยไม่คิดบางว่าเธอจะรู้สึกยังไง โดยเฉพาะเรื่องชุดชั้นใน เขาต้องรู้เธอไม่มีเปลี่ยนการทำแบบนั้นก็เท่ากับจงใจกลั่นแกล้ง ทุเรศสุด ๆ ในสายตาเธอ ออกปากก่นด่ากันตั้งแต่เมื่อวานยังไม่พอยังวกกลับมาด่าเขาซ้ำอีกในวันนี้

           “โรคจิต... โรคจิต ๆ”เสียงรัวและเร็วราวกับติดไอพ่น ผสานมือจับพรวนจ้วงดินไม่บันยะบันยังลืมไปว่าใต้ดินมีเมล็ดพันธ์ที่ยังไม่งอกเป็นต้นอยู่ถึงได้ถูกเสียบติดพรวนขึ้นมาประจักษ์ต่อสายตา

           “ว้ายปฏิกิริยาปกป้องตนเองว่องไวทันใจ รีบดึงเมล็ดพันธ์ออก หากยังไม่ทันข้วางทิ้งไปทางไหนเจ้าของเมล็ดพันธ์โดยชอบธรรมดันโผล่พรวดเข้ามา และทันเห็นการกระทำของเธอเรียกใบหน้าดุ ๆ ก้าวขาอาด ๆ มายืนทำหน้าถมึงทึงใส่เธอยิ่งกว่าท้าวทศกัณฑ์

           “ทำอะไร”

           ปานรีกำเมล็ดพันธ์แน่นย้ายมือไปทางเบื้องหลังเชื่องช้า

           “มะ...ไม่มีอะไรค่ะ”

           “ไม่มีอะไร” กันต์กวีลากเสียงต่ำ ก้มตัวพรวดเดียวกระชากมือเล็กบังคับให้เธอแบออกพลันถาม “แล้วนี่อะไร”

           เมล็ดสักขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งเซนติเมตรกว่าถูกสับเป็นรอยเสียครึ่งเซ็นปรากฏต่อสายตา

           ปานรีหน้าเสียจำนนต่อหลักฐาน “ฉะ ฉัน...”

“ไม่ต้องแก้ตัว” กันต์กวีใช้มืออีกข้างหยิบเมล็ดสักขึ้นมาชูตรงหน้าส่วนอีกข้างทำหน้าที่ลงทัณฑ์คนไม่รู้คุณค่าของเมล็ดพันธ์เสียแน่น “คุณรู้ไหมกว่าจะได้เมล็ดสักหนึ่งเม็ดต้องเสียเวลาลงทุนลงแรงมากขนาดไหนต้องดูแลประคบประหงมยังไงกว่าจะโตเป็นต้นกล้าหนึ่งต้น”

น้ำเสียงแบบนี้หน้าตาดูถูกแบบนี้ ปานรีเกลียดนัก ถึงเธอไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับต้นสักหรือพันธ์กล้าที่เขาลากเธอมาทำงานแต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีจิตสำนึกว่าเธอไม่ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้

           “ฉันขอโทษฉันไม่ตั้งใจ”

           “ขอโทษแค่ขอโทษแล้วมันทดแทนกับสิ่งที่สูญเสียไปได้ไหมปานรี” กันต์กวีลืมตัวเหมารวมเรื่องเมล็ดสักเข้ากับเรื่องปาจรีบีบข้อมือเล็กแทบหักอยู่รอมร่อ

           “โอ้ยเจ้าของมือร้องลั่น “ฉันเจ็บ ได้โปรดเถิดค่ะฉันไม่ตั้งใจจริง ๆ” ใบหน้านวลวิงวอน น้ำตาเริ่มคลอหน่วย

           กันต์กวีได้สติครานั้นเริ่มคลายมือออก หากไม่ยอมปล่อย ฉุดร่างบางติดมือมาด้วย

           “ไปกับผม” คำสั่งสั้น ตามด้วยกระชากคนตัวเล็กก้าวตามลืมนึกไปว่าหญิงสาวถูกจองจำด้วยตรวนขนาดใหญ่ ถึงได้ฉุดขาขาว ๆ เซไปข้างหน้า

           “ว้าย

           กันต์กวีว่องไวหันมาคว้าตัวหญิงสาวทันควัน ใบหน้านวลควรวัดดินกลับได้ซบอกกำยำเรียกเลือดในกายบุรุษฉีดแรง หากยังรักษาท่าทีไว้ได้นิ่งสงบ ผิดจากหญิงสาวพอรู้ตัวรีบผละร่างออกห่าง หน้าหูแดงระเรื่อไปหมด

           “ฉะ ฉันขอโทษ”เหมือนคำพูดติดปาก ปานรีก้มหน้างุด

           “หัดระวังตัวหน่อยสิคุณ”ว่าหญิงสาวไปแล้วถึงได้เห็น ขาขาว ๆ ถูกล่ามตรวน เขาเป็นคนสั่งให้อินทรทำกลับจำไม่ได้เสียนี่

“บ้าฉิบเสียงสบถฉุน ก่อนร่างสูงคุกเข่าลงต่อหน้า “ยื่นออกมาสิ” คำสั่งดุเข้มพอ ๆ กับใบหน้า

           ปานรีเก้ ๆ กัง ๆไม่ทันคนใจร้อน ถูกกระชากข้อเท้ารุนแรง โชคดีที่ไม่ล้มมาไขตรวนออกก่อนร่างสูงลุกขึ้นแล้วลงมือลากเธออีกครั้ง

           “คะ...คุณ จะพาฉันไปไหนคะ” คำถามซ้ำรอยเดิมเฉกเช่นวันวานหากคราวนี้กันต์กวีมีใจหันมาตอบเธอ

           “ผมมีธุระกับคุณรีบตามมาอย่าโยกโย้” คิ้วเข้มขมวดเป็นปม

           ปานรีได้แต่ก้าวตามไม่ลืมเหลือบดูคนงานสองคน ตอนนี้ไม่มีใครนั่งอยู่ใต้ต้นไม้อีกแล้วคงหลบไปตั้งแต่เจ้าของปางไม้โผล่หน้ามาหรือไม่ก็โดนเขาไล่ตอนที่เธอมั่วแต่ลงโทสะกับแปลงดินถึงได้ซวยเจอใบหน้ายักษ์ปักหลั่น วัน ๆ เอาแต่ทำหน้าบูดหน้าบึ้งเคยบ้างไหมจะยิ้มให้กับคนอื่น หรือชั่วชีวิตเขามีแค่ความแค้นหน้าตาเลยเหี้ยมโหดแบบนั้น

‘เสียดายความหล่อชะมัด ถ้าหัดยิ้มซะบ้าง คงดูดีมากกว่านี้เยอะ’

           “ปานรี... นี่ปานรี”

           คนกำลังคิดอะไรเพลินๆ สะดุ้งตกใจ

           “มะมีอะไรคะ”หญิงสาวถามหน้าตื่น

           “เวลาผมพูดคุณต้องฟังอย่าต้องให้ผมพูดซ้ำเป็นรอบที่สอง เข้าใจไหม” มือเล็กถูกบีบแน่นบังคับให้รับคำ

           ปานรีคร้านขัดขืนเธอพยักหน้าตอบรับ

           “ค่ะ ต่อไปฉันจะระวัง”

           กันต์กวีพอใจอย่างมากเขาออกแรงดึงร่างเล็กโดยไม่พูดอะไรอีกทั้งที่เมื่อสักครู่ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟใส่หญิงสาวเรื่องไม่ฟังเขาแต่พอหญิงสาวตั้งใจฟังเขากลับไม่พูดอะไร ได้แต่ลากเธอผ่านช่องทางเล็ก ๆขนาบข้างด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่มาจนถึงกระท่อมน้อย บนชานนั้นมีถุงกระดาษกองอยู่หญิงสาวไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเป็นของใครจนชายหนุ่มพาเธอเข้าไปใกล้นั่นล่ะถึงได้สนใจมอง

           “ของ ๆ คุณจัดการตัวเองซะ ผมให้เวลาสิบนาที เสร็จแล้ว รีบตามผมลงมา” พูดจบก้าวขาลงจากกระท่อมไปยืนเท้าสะเอวมองบริเวณป่าโดยรอบ...

มีที่นี่เท่านั้นที่เขาปล่อยให้ผืนป่ายังคงเป็นป่าธรรมชาติไม่เคยถูกล้วงล้ำจากน้ำมือมนุษย์ ไม้จึงต้นใหญ่ เหมาะสำหรับเป็นพันธ์กล้า เขาไม่เคยต้องหาซื้อจากที่ไหนเพราะที่นี่มีพร้อมให้เขานำไปใช้ประโยชน์อย่างครบถ้วน

           แววตากันต์กวีอ่อนโยนในยามดูต้นไม้ใหญ่ปานรีทอดมองด้วยความสนเท่ห์ เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เธอเห็นสายตาแบบนั้นจากบุรุษมันดูนุ่มนวลจนเธอเผลอคิดไม่ได้

‘          ตัวตนจริง ๆของคุณเป็นเช่นไร... ใช่คนแข็งกระด้าง หรือเป็นคนอ่อนโยน’

รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นริมฝีปากสีชมพู แต่ครั้นมองสบนัยน์ตาสีนิลดุ ๆ แววตานั้นราวกับตำหนิเธอไม่ยอมทำตามคำสั่งเธอสะบัดหน้าสลัดคำถามโง่ ๆ ออกจากสมอง ยังไงผู้ชายคนนี้ก็ยังร้ายกาจต่อเธอไม่ว่าเขาทำดีแค่ไหน สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในจิตใจเธอ มันคือความเกลียดชัง ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ความเครียดปรากฏบนใบหน้าสวยรีบรวบถุงทั้งหมดพาเข้าห้อง เป็นไปได้อยากแผลงฤทธิ์ใส่เขาเหมือนกันถ้าไม่ติดต้องทำดีเพื่อให้เขายอมปล่อยมือจากพี่สาวเธอล่ะก็น่าดู

พลางวางถุงกระดาษลงบนเตียงกระแทกก้นตามรุนแรงไม่เบา เตียงไม้แข็ง ๆ ทำเอาก้นยอก แต่เธอไม่สนใจมองนิ่งที่ถุงกระดาษ สุดท้ายตัดสินใจเปิดมันดูถึงได้รู้จุดประสงค์ที่เขาเอาชุดของเธอไป วันนี้มันกลับมาหาเธอในสภาพสมบูรณ์รวมทั้งของใหม่ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นนอกชิ้นใน มีให้เลือกมากมายหลากสีสันขนาดเท่าชุดเก่าเธอไม่ใหญ่หรือเล็กจนใส่ไม่ได้

ใบหน้าหวานยิ้มเพียงเล็กน้อยเธอพอใจกับเสื้อผ้า โดยเฉพาะชุดชั้นใน รีบจัดการลอกคราบตัวเองด้วยของใหม่วาดหวังไว้เย็นนี้จะนำส่วนที่เหลือไปซัก เพื่อสุขอนามัยที่ดีแต่ก่อนหน้านั้นขอใส่ไปก่อน

ผ้าชิ้นสุดท้ายถูกสวมทับลงบนร่างปานรีมองสำรวจตัวเองอีกรอบ กางเกงผ้าขายาวสีดำ กับเสื้อยืดเข้ารูปสีเทาคงเหมาะกับการทำงานบนดิน ดีกว่าสุดสวย ๆ ตัวเก่าที่เขาเอามาให้เธอใส่ถึงตอนนี้เลอะไปด้วยดิน แต่เย็นนี้เธอจะนำไปซัก ตากจนแห้งแล้วค่อยเอาคืนให้เจ้าของ

ปานรีมาดมั่นพับผ้าชุดเก่าวางไว้อย่างดี ก่อนจัดการพับผ้าชุดใหม่เป็นระเบียบเรียบร้อยบนเตียงไม้ก้าวออกจากกระท่อมใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที มายืนหน้าเรียบใกล้ ๆ บุรุษละใบหน้าจากผืนป่าหันมามองเธอใบหน้านิ่งเฉยหากแววตาเขาเท่านั้นที่ไหวระริกเพียงชั่วครู่ก็หายไป

“ของพวกนั้นผมซื้อให้คุณ ช่วยดูแลรักษาให้ดี เพราะคุณต้องใช้อีกนาน”

เหมือนตอกย้ำถึงอิสรภาพปานรีเม้มปากแน่น

“ขอบคุณค่ะที่บอก” น้ำเสียงราวกับประชดหากกันต์กวีไม่สนใจ สิ่งเดียวที่เขาสนใจ นั่นคือบ่ายกว่าแล้วหญิงสาวยังไม่ทานอะไรและเขาเองก็ยังไม่ได้ทานอะไรเช่นกัน

“ตามมาสิ” เรียกก่อนก้าวนำหญิงสาวไปตามทางที่เขาใช้สัญจรเสมอระหว่างบ้านพักปางไม้กับกระท่อมน้อยกลางป่า ต้องการหญิงสาวไปทำอาหารให้โดยไม่ต้องจูงหรือลาก เมื่อร่างบางยอมก้าวตามโดยดี ไม่ว่าชายหนุ่มจะพาไปที่ไหนหญิงสาวก็ไม่มีสิทธิ์ขัดขืน

“ได้ยินว่าคุณเป็นมัณฑนากร” ช่วงหนึ่งในระหว่างการเดินกันต์กวีเอ่ยถามโดยไม่หันมามองหน้า

ปานรีชะงักฝีเท้าเพียงเล็กน้อยไม่แน่ใจเขาถามเพื่ออะไร หากสิ่งหนึ่งที่เรียนรู้ ถ้าเธอเงียบเขาต้องหันมาเอาเรื่อง เพื่อไม่ให้ตัวเองเดือดร้อนเธอส่งเสียงตอบเขาไม่ค่อยจะใส่ใจเท่าไหร่นัก

“ค่ะ” เป็นคำตอบรับที่สั้นแสนสั้น นึกว่าจะเลิกซักไซ้กลายเป็นว่าชายหนุ่มหันมาสบตาเธอ แววตาจริงจังเอ่ยถามใคร่รู้

“ทำอะไรได้บ้าง”

ปานรีอึกอักสายตาเขาบังคับเอาคำตอบ แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรไปปิดบังเขา ถึงไม่บอกเขาก็สืบรู้อยู่ดี อย่างน้อยถ้าเธอบอกตอนนี้ เขาอาจพึ่งพอใจยกผลประโยชน์ให้เธอลดความแค้นที่มีต่อพี่จรีลงได้บ้าง

“ฉันรับตกแต่งภายใน รวมทั้งจัดสวนค่ะ” น้ำเสียงเต็มใจใคร่บอก

“อือ...” เสียงทุ้มขานรับในลำคอใบหน้าครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนตัดสินใจในเวลาถัดมา “ผมอยากให้คุณจัดบ้านให้ผม”

“จัดบ้าน... ทำไมคะ”

คำถามราวกับจี้ใจดำกันต์กวีฉุนกึก กระชากร่างนวลไม่ปราณีปราศรัย ตะคอกเสียงใส่ไม่หยั่ง

“ไม่ทำไม แค่อยากได้บ้านหลังเก่าคืนจากพี่สาวคุณหลังจากที่หล่อนรื้อจัดใหม่จนป่นปี้” คำตอบชัดถ้อยชัดคำก่อนร่างระหงถูกผลักออกห่าง

           ปานรีตกอกตกใจอารมณ์ชายหนุ่มปรวนแปรทุกครั้งที่พาดพิงถึงพี่จรีความรุนแรงที่เกิดขึ้นมักลงที่เธอก่อนเสมอ แต่ในเวลานี้เธอไม่ยักโกรธเขา

           “ฉันขอโทษฉันขอโทษแทนพี่จรีจริง ๆ”

           “ทำไมต้องเป็นคุณที่มาขอโทษผม...คนที่ควรขอโทษควรเป็นพี่สาวคุณ” ย้ำชัดถ้อยชัดคำก่อนร่างสูงหันหมัดใส่ต้นไม้รุนแรง

           ปานรีหน้าซีดเธอถอยห่างช้า ๆ กลัวอารมณ์ชายหนุ่มเสียจนพูดไม่ออก หากไม่ทันห่างกายเขาเท่าไหร่ใบหน้าดุกระด้างหันตาขวางมองเธอ ก่อนก้าวฉับเดียวถึงตัวฉุดร่างเธอเข้าสู่อ้อมแขน

           ปานรีดิ้นเร่า เธอสู้แรงเขาไม่ได้ยิ่งเธอดิ้นรนเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรัดให้เจ็บ จนเธอแทบหายใจหายคอไม่ออกต้องยอมจำนนต่อเขายืนสั่นระริกในอ้อมแขนกำยำ

กันต์กวีเริ่มสับสนอารมณ์ตนเองว่าเขาโกรธอะไรอยู่ ระหว่างปาจรีผู้หญิงที่เขาเกลียดชังในทุกครั้งที่ถูกเอ่ยถึงหรือปานรีหญิงสาวผู้ยอมรับผิดแทนพี่สาวทุกอย่าง เขาแยกไม่ออกว่าควรเกลียดเธอหรือหมั่นไส้เธอดีแต่ทุกครั้งที่เธอออกตัวแทนพี่สาว เขาก็ยิ่งฉุนเฉียวสับสนตนเองจนแยกไม่ออกว่าความรู้สึกจริง ๆ เขาเป็นเช่นไร

           “ปะ ปล่อย...ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันเจ็บ”

           คำอ้อนวอนราวกับสายลมผ่านกันต์กวีไม่ฟังเสียงใดนอกจากจ้องใบหน้านวล ริมฝีปากอวบอิ่มคู่นั้นกล่าวขอโทษแทนพี่สาวไม่รู้กี่ครั้งออกตัวแทนพี่สาวไมรู้กี่หนแทนที่จะเกลียดชังผู้หญิงคนนั้นกลับยิ่งปกป้อง ทำไมไม่สำนึกเสียทีพี่สาวเธอเลวแค่ไหน

           “เมื่อไหร่คุณจะเลิกทำตัวแบบนี้สักทีหะ !? ปานรี... ปาจรีทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ทำไมไม่โกรธ ปกป้องหล่อนทำไม คุณควรเกลียดหล่อนสิ ได้ยินไหม คุณต้องเกลียดหล่อน”น้ำเสียงขึ้นสูง แรงโทสะมีมากพอกำราบหญิงสาวให้รู้สำนึกพลางผลักร่างเล็กออกจากอ้อมแขนไปติดต้นไม้ ตามด้วยร่างกำยำเข้ามายืนประจันหน้ามือข้างหนึ่งค้ำต้นไม้เหนือศีรษะหญิงสาว ส่วนอีกข้างจับใบหน้านวลขึ้นมาเผชิญสายตา

ปานรีโกรธเป็นริ้วๆ ทุกครั้งที่เขาบังคับให้เธอยอมรับว่าพี่จรีเป็นคนเลว เธอแทบคุ้มสติตัวเองไม่อยู่มักแสดงตัวออกมาปกป้องพี่สาวเสียทุกครั้งคราวนี้ก็เช่นกันเธอเชิดหน้าทั้งที่ปลายคางถูกจับแน่น แววตาท้าทายเมื่อตอบเขาเสียงดังที่สุดเท่าที่ริมฝีปากเธอจะโต้ตอบออกไปได้

“ฉันเคยบอกคุณแล้ว ไม่ว่าคุณจะพูดหรือคิดยังไง ในสายตาฉันพี่จรีเป็นคนดี...ฉันจะรักและเทิดทูนพี่สาวฉันยังไงคนนอกอย่างคุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาก้าวก่าย อย่ามาเสี่ยมให้ฉันเกลียดพี่สาวหน่อยเลยเพราะคนที่ฉันจะเกลียดไปจนวันตาย มันคือคุณ ไม่ใช่พี่สาวฉัน...”

“คุณนี่ช่าง...”

กันต์กวีชะงักคำพูดเพียงแค่นั้นเขาครางออกมาเบา ๆ สุดกลั้นในความรู้สึก ก่อนโน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากนวลสัมผัสมันอย่างล้วงล้ำ บดขยี้ลงมาแม้หญิงสาวพยายามเบี่ยงหน้าหลบหนีก็ดูไร้ผล

ปานรีดิ้นขลุกขลักมือไม้พยายามผลักไสชายหนุ่ม แต่เหมือนเธอเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงร่างชายหนุ่มไม่สะทกสะท้านยังถูกท้าทายด้วยมือบอบบาง สร้างอารมณ์ยั่วยุให้คุกรุ่นขึ้นมาอยากหลอมละลายคนตัวเล็กไปกับแรงสัมผัสอันเร่าร้อน ที่ดูชำนาญในทุกสัมผัส... พยายามดึงร่างระหงเข้ามาแนบชิดโดยใช้มือข้างที่เท้ากับต้นไม้ โอบเอวกลมกลึงเข้าหาตัว ไม่ยอมให้เธอหนีไปไหน จูบริมฝีปากชมพูซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากที่เคยรุนแรง ค่อย ๆ นุ่มนวลจนกลายเป็นอ่อนโยน ปลุกอารมณ์หญิงสาวไร้เดียงสาอ่อนเปลี้ยไปกับแรงสัมผัสแทบจะยืนไม่อยู่ดีที่ได้ชายหนุ่มฉุดรั้งร่างติดกับต้นไม้ถึงได้ยืนเคลิ้มปล่อยให้เขาจูบเธอนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนเขาถอนริมฝีปากออกห่างใบหน้าพึ่งพอใจอยู่ใกล้ไม่ถึงคืบ เธอถึงได้รู้สึกตัว

“ทะ...ทำไม ทำไมกับฉันแบบนี้” เสียงถามสั่นพร่า

กันต์กวีเองหอบหายใจรุนแรงไม่เบาไม่ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันคืออะไรเขาไม่มีวันปล่อยหญิงสาวไปจนกว่าเธอจะยอมรับได้ว่าพี่สาวเธอเป็นคนแบบไหน

“ผมจะทำยิ่งกว่านี้ ถ้าคุณยังยอมรับไม่ได้สักทีพี่สาวคุณเลวแค่ไหน”

“ไม่... พี่จรีเป็นคนดี...”

ราวกับท้าทายริมฝีปากคู่เดิมทาบทับลงมาอย่างรวดเร็ว หากคราวนี้นอกจากริมฝีปากชำนาญการแล้วยังมีลิ้นสากอุ่นไล่ตามติดมาด้วย

ปานรีแทบสำลักไปกับจูบล้ำลึกพยายามดันลิ้นสากออกไปให้พ้นปากเธอ ก็เหมือนยั่วเยาอารมณ์บุรุษให้ปะทุรุนแรง จูบเธอดูดดื่มราวกับหมู่ภมรพบยอดน้ำหวานรสชาติกลมกล่อมจนไม่อยากถอนตัว คลอเคลียหยอกเย้าลิ้นนุ่มที่ดูไร้เดียงสาถูกใจไปกับความน่ารักเหมือนไม่เคยพานพบที่ไหนมาก่อน ทั้งที่ผ่านผู้หญิงมาก็มากมายกลับมาหลงใหลกับคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ยืนหลับตาพริ้มหลังจากแสดงอาการพยศไปได้ไม่ทันไร ก็สยบคาอ้อมแขน และดูจะเลยเถิดอีกนานถ้าหูเขาไม่สำเหนียกเสียงฝีเท้าใครบางคนแว่วมาแต่ไกล รู้สึกเสียดายแต่ยังมีสำนึกรีบผละร่างออกห่างหญิงสาว แทบจะล้มลงต่อหน้าถ้าเขาไม่ฉุดขึ้นมา

ใบหน้าหวานแดงระเรื่อริมฝีเจ่อขึ้นด้วยฤทธิ์ลงทัณฑ์ แววตาหวานยังงงงันไม่หายแต่เขาไม่มีเวลาพูดพร่ำทำเพลง ไม่อยากให้ใครเห็นสภาพหญิงสาวตอนนี้และรู้ดีเธอเองคงไม่มีเรี่ยวแรงก้าวตาม ถึงได้ตัดสินใจช้อนอุ้มร่างบอบบางสู่อ้อมแขนในทันที

“วะ ว้ายเสียงและปฏิกิริยาโต้กลับรุนแรงไม่เบาปานรีหันมาทุบอกเสียงดังปึงปัง “ปะ...ปล่อยปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”

กันต์กวีไม่สนใจเขาพาร่างเล็กเดินลิ่ว ๆ ปล่อยให้เธอแผลงฤทธิ์กับอกกำยำ ไม่สะทกสะท้านแรงมดจนเจ้าตัวหมดแรงไปเอง คิดหาวิธีช่วยเหลือตนเองใหม่

“ได้โปรด... ได้โปรดปล่อยฉันลงเถิดค่ะ ฉันเดินเองได้”แววตาหวานคลอน้ำวิงวอน

กันต์กวีถอนฉุน

“เดินได้แต่ไม่ทัน รึคุณอยากให้คนอื่นรู้ว่าผมทำอะไรคุณ” นัยน์ตาคมมองที่ริมฝีปากบวมเจ่ออย่างมีความหมาย

ปานรีหน้าร้อนวูบหลบสายตาชายหนุ่มพัลวัน ไม่รู้ด้วยซ้ำกริยาแบบนั้นน่ารักนักในสายตากันต์กวี เขาลอบผ่อนหายใจผะแผ่วมองแววตาซื่อ ๆ ตื่นระแวงในตัวเขา พยายามหลบหน้าหลบตา หลบไปได้ไม่ไกลก็มาจบตรงแผงอกกำยำ พอรู้ตัวก็ดีดหน้าออก

“ฉะฉัน...”

           “อย่าเรื่องมากนะปานรี อีกประเดี๋ยวจะมีคนผ่านมาทางนี้ถ้าคุณไม่อยากให้เขาเห็นสภาพคุณตอนนี้ ก็จงทำตัวว่านอนสอนง่าย เพราะถึงยังไงคุณเองเดินไม่ได้อยู่แล้ว”แววตาหวานไหวระริกไม่เชื่อน้ำคำกันต์กวีเห็นแล้วโกรธกรุ่นขึ้นมาทันที “ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูเอาเอง” ท่อนแขนแข็งแรงวางร่างบางลง พอเท้าสัมผัสพื้นเท่านั้นปานรีทรุดอวบลงไป ราวกับเธอไม่มีขา “เห็นหรือยัง” แววตาตำหนิถูกส่งให้ ก่อนลำแขนท่อนเดิมสอดเข้ามาแล้วช้อนร่างเธอสู่อ้อมแขนพาก้าวเดินโดยไม่สนใจว่าเธอจะอายสักแค่ไหนผ่านป่ามุ่งสู่บ้านพักปางไม้ของตนเองอย่างรวดเร็ว

***มาเสิร์ฟตอนใหม่ค่ะ^^***




Create Date : 16 มกราคม 2558
Last Update : 16 มกราคม 2558 8:46:45 น. 0 comments
Counter : 445 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Jantarawadee
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ^๐^ ขอต้อนรับเพื่อนๆทุกคนสู่บล็อก

-----------------------------------------------
ลิขสิทธิ์งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกเป็นของผู้เขียนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
Friends' blogs
[Add Jantarawadee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.