กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
2 กันยายน 2549
 
 
รักษาแผลสิว 1

การรักษารอยหลุมเเผลสิวนั้นมีหลายวิธี
1.การผลัดเซลล์ผิว ซึ่งการผลัดเซลล์ผิวก็มีหลายวิธีตั้งแต่

1)การใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซล์ผิว ซึ่งในท้องตลาดก็จะมีอยุ่2กลุ่มคือ
-พวกscrubที่มีเม็ดบีทไว้ขัดหน้า อันนี้ต้องคนมือเบาๆทำนะครับ เพราะถ้ามือหนักมีสิทธิ์สิวขึ้นได้ง่ายและควรทำสัปดาห์นึงไม่ควรเกิน2ครั้ง
-พวกผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารเคมีเป็นตัวช่วยผลัดเซลล์ผิว ซึ่งสารที่ใช้จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆเช่น กรดผลไม้(AHA,BHA),Lactic acid,Salicylic acid อันนี้ควรใช้เป็นประจำทุกวัน

ผลที่ได้จากการทำวิธีที่1)คือหน้าจะดีขึ้นประมาณ10-20%เท่านั้น

2)การทำtreatmentด้วยการทำAHAอันนี้จะต่างกับการใช้ผลิตภ้ณฑ์ที่ผสมAHAอยู่บ้าง คือการทำtreatmentนี้จะต้องทำในร้านที่มีแพทย์ดูแลอยุ่เท่านั้นเพราะจะใช้กรดAHAที่มีความเข้มข้นสูงตั้งแต่30-50%ขึ้นไปในการทำ ในขณะที่ในเครื่องสำอางจะมีAHAผสมอยู่แค่4-20%เท่านั้น ซึ่งการที่ใช้ความเข้มข้นมากก็จะทำให้ลอกผิวได้ในระดับที่ลึกขึ้น ดังนั้นการทำtreatmentวิธีนี้ทำได้แค่สัปดาห์ละครั้ง หลังทำอาจจะมีหน้าแดงอยู่2-3วันและต้องพยายามเลี่ยงแดดและต้องทาครีมกันแดดไว้เสมอ

ผลที่ได้จากการทำวิธีนี้ หน้าจะดีขึ้นประมาณ20-30%

3)การทำMicrodermabrasionเป็นการผลัดเซลล์ผิวด้วยการกรอหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี วิธีนี้จะผลัดเซลล์ผิวได้ลึกกว่าการทำAHA treatment เหมาะสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย หลังทำก็ต้องเลี่ยงแดดจัดๆสัก2-3วันและทาครีมกันแดดเป็นประจำ
สำหรับกรณีหลุมสิวถ้าเป็นหลุมลึกมากอาจจะต้องทำsubscribsion(เป็นการใช้เข็มเล็กๆแทงไปที่ก้นหลุมแผลเพื่อสลายพังผืดที่ยึดเกาะก้นหลุมไว้ เพราะปกติแผลเป็นเวลาหายแล้วจะมีพังผืดมาแทนที่เนื้อธรรมดา ซึ่งแผลหลุมพวกนี้จะมีพังผืดยึดเอาไว้ทำให้เป็นเป็นหลุมขึ้นมา)ร่วมไปกับการกรอผิวด้วย

ผลที่ได้จากวิธีนี้ หน้าจะดีขึ้นประมาณ30-50%และต้องทำประมาณ6-8ครั้งไปแล้วจึงจะเริ่มเห็นผล

2การทำResurfacing เป็นการสร้างเซลล์ผิวใหม่มี2วิธี
1)การใช้กรดTCAเข้มข้นแต้มที่รอยหลุมแผล เพื่อให้เกิดเป็นแผลใหม่ขึ้นมาแล้วใช้ยาSolcoซึ่งเป็นยาเรียกเนื้อแต้ม ก็จะช่วยได้ประมาณ10-20%

ข้อเสียของวิธีนี้คือหน้าจะเป็นจุดสะเก็ดดำๆติดอยุ่ประมาณสัปดาห์นึง ถ้าเป็นหลุมมกก็หน้าลายเหมือนจิ้งจกเลย แต่ราคาถูกที่สุด

2)การใช้CO2-LASERที่ใช้จี้หูดจี้ไฝ จี้ไปที่ก้นหลุมแผลเพื่อให้เกิดแผลใหม่แล้วก็ใช้ยาเรีกเนื้อแต้มเพื่อให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมา ก็คล้ายกับวิธีแรกเพียงแต่เปลี่ยนจากกรดมาเป็นเลเซอร์แทน หลังทำหน้าก็จะเป็นแผลแดงๆและแสบอยู่ประมาณสัปดาห์นึงเช่นกัน

ผลที่ได้พอๆกับการใช้กรดแต้มครับ

3)การทำCO2-LASER Resurfacing เลเซอร์ที่ใช้จะเป็นคนละชนิดกับที่ใช้จี้หูดหรือไฝนะครับ เพราะเลเชอร์ชนิดนี้เวลายิงออกมาจะลอกหน้าไปเป็นแผ่นๆเลย เป็นการลอกในระดับลึกต้องมีการดมยาสลบและทำในห้องผ่าตัดครับ และต้องพันหน้าเหมือนมัมมี่อยุ่ประมาณ1สัปดาห์ หลังทำหน้าจะแดงอยุ่อีกประมาณเป็นอาทิตย์หลังจากแกะผ้าแล้ว ดังนั้นต้องพยายามเลี่ยงแดดให้มากที่สุด

ผลที่ได้ค่อนข้างดีสุดกว่าทุกวิธี แต่การดูแลรักษาหลังทำแล้วค่อนข้างยุ่งยากกว่าทุกวิธี หน้าจะดีขึ้นประมาณ50-80%

3การทำRejuvenationเป็นการฟื้นฟูสภาพผิว ก็มี2วิธี
1)การทำLaser rejuvenile ซึ่งเลเชอร์ที่ใช้ก็มีหลายประเภท เช่น IPL Cool laser ฯลฯ เลเเชอร์พวกนี้จะเป็นชนิด non-abrasionคือทำแล้วจะไม่ทำให้เกิดแผลใดๆที่ใบหน้า หน้าจะไม่แดง ดูแลผิวหน้าได้ตามปกติ เลเชอร์พวกนี้จะไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ซึ่งก็คือชั้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายแพงและกว่าจะเห็นผลก็ต้องทำ8-12ครั้งไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็ทำ2-3สัปดาห์ต่อครั้ง และเหมาะกับแผลหลุมสิวที่ไม่ลึกมากเท่านั้น

ผลที่ได้น่าจะพอๆกับการกรอผิวครับคือ30-50%

2)การทำMesotherapyเป็นการใช้ตัวยาและพวกวิตามินที่เป็นอาหารผิวเข้าไปฟื้นฟูสภาพผิวโดยตรง โดยการยิงตัวยาด้วยปืนที่ออกแบบพิเศษซึ่งจะมีเข็มเล็กๆขนาดเกือบเท่าเส้นผมคนเราเข้าไปในช้นMesoderm(ผิวหนังชั้นกลาง)โดยตรง ทำให้มีการดูดซึมพวกสารอาหารและตัวยาไปใช้ได้100%เต็ม และเนื่องจากเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมากดังนั้นจะไม่รู้สึกเจ็บและไม่มีเลือดออก หน้าไม่ช้ำ ก่อนและหลังทำแล้วหน้าจะเป็นปกติเหมือนการทำเลเซอร์IPL

ผลที่ได้ค่อนข้างดีพอๆกับการทำCO2- Resurfacingคือได้ผล50-80% แต่ราคาค่อนข้างแพง และต้องทำ4-8ครั้ง และจะเริ่งเห็นผลหลังจากทำไปแล้ว1เดือน และผลที่ได้ก็ขึ้นอยุ่กับสูตรยาที่ใช้ในแต่ละที่ด้วยครับ เพราะแต่ละที่จะใช้สูตรยาไม่เหมือนกัน บางแห่งราคาถูกแต่ตัวยาใช้แค่1-2ตัว ในขณะที่บางแห่งราคาอาจจะสูงแต่ใช้ตัวยา3-4ตัว


สุปแล้วก็คือคงต้องให้แพทย์ทำการตรวจสภาพผิวของคุณก่อนนะครับว่าแผลเป็นหลุมสิวของคุณลึกมากน้อยแค่ไหน และคุณพอใจให้หน้าคุณดีขึ้นสักกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ในรณีที่คุณไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายและต้องการเห็นผลเร็วก็อาจจะสามารถจับคู่ทำหลายๆวิธีร่วมกันได้เช่น กรอผิว+meso.หรือ IPL+meso.ฯลฯ

ปล.โดยทางจรรยาแพทย์แล้วคงไม่อาจบอกข้อมูลสถานที่ที่ทำได้ก็แนะนำให้ลองสอบถามรายละเอียดหลายๆสถานที่ดูและเทียบราคาด้วยครับ แต่ไม่ว่าจะทำวิธีใดทางที่ดีที่สุดก็คือเมื่อเป็นสิวอย่าพยายามไปแคะ แกะ บีบสิวโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น เมื่อหายแล้วก็จะทิ้งปัญหาทั้งรอยดำและรอยหลุมซึ่งรักษายากกว่ารักษาสิวอีกนะครับ และไม่ว่าจะทำวิธีใดก็ตามก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์พวกผลัดเซลล์ผิวเป็นประจำทุกวัน ที่สำคัญคือครีมกันแดดขาดไม่ได้ครับ ถึงจะทาครีมบำรุงที่ดีขนาดไหนถ้าไม่ทาครีมกันแดดก็ป่วยการครับ ไม่เชื่อลองมองดูผิวบริเวณต้นแขนด้านในของตนเองดูสิครับจะเห็นว่าดีกว่าหน้าของเรามากเลยทั้งๆที่เราไม่ค่อยได้สนใจทาอะไรมัน แค่มันอยู่ในร่มผ้าไม่ค่อยโดนแดดเท่านั้นเองครับผิวยังดีขนาดนี้เลย หน้าเราเสียเปล่าที่ทาสารพัดยังสู้ผิวบริเวณนั้นไม่ได้ ดังนั้นจำไว้นะครับว่าแสงแดดเป็นศัตรูตัวร้ายยที่สุดของผิวครับ
----------



Create Date : 02 กันยายน 2549
Last Update : 2 กันยายน 2549 4:27:29 น. 4 comments
Counter : Pageviews.

 


โดย: 00 (auotto ) วันที่: 2 กันยายน 2549 เวลา:8:23:24 น.  

 


โดย: cosmetic (loveyoupantip ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2554 เวลา:17:40:21 น.  

 
แต่งหน้าใสๆไร้รองพื้นด้วยเลเซอร์หน้าใสขจัดสิวรักษาที่บ้านสิว รักษา


โดย: pest (loveyoupantip ) วันที่: 15 สิงหาคม 2554 เวลา:4:59:06 น.  

 


โดย: register (loveyoupantip ) วันที่: 16 สิงหาคม 2554 เวลา:5:27:03 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 
Janetcuty
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตามใจตัวเอง
ชอบ Online Dating
[Add Janetcuty's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com