แม่ ผู้หญิงที่ขี้บ่นกลุ้มมันได้ทุกเรื่องและไม่เคยพอใจอะไรสักอย่าง
เจนเขียนเรื่องนี้ขึ้นหลังจากเด็กที่ดูแลมาบ่นให้ฟัง "แม่หนูเป็นอะไรไม่รู้นะครู ขี้บ่น หาเรื่องกลุ้มมันได้ทุกเรื่อง แถมไม่เคยพอใจอะไรสักอย่าง เมื่อไหร่จะปล่อยวางได้สักที"

เจนเลยอธิบายให้เธอฟังประมาณว่าคนเป็นแม่รู้สึกยังไง รักและห่วงลูก(และสับสนในตัวเอง)มากขนาดไหน แบบเดียวกันกับที่เจนเขียน
.
.
.

จุดเริ่มต้นของความเป็นแม่นั้นเริ่มเมื่อรู้ว่าเราตั้งครรภ์

พอสองขีดขึ้นมาเราก็ดีใจมีความสุขที่จะได้มีเจ้าตัวน้อยมาคอยเคียงข้าง แต่พอสักพักไม่นานเราก็เริ่มกลุ้มใจเพราะคิดได้ว่าก่อนหน้านั้นเราเผลอกินทั้งกาแฟ ทั้งวิสกี้ อีกทั้งยาสารพัดเข้าไป คิดแต่ลูกในท้องฉันจะแข็งแรงจะปลอดภัยจะครบสามสิบสองหรือเป็นอะไรบ้างไหมนะ

หลังจากนั้นเราก็ไปฝากท้อง พอหมอบอกเท่าที่ดูลูกคุณปลอดภัย เราก็ดีใจ พอกลับมาเราก็มาลุ้นใหม่ว่าฉันจะได้ลูกชายหรือลูกสาว

วันต่อมาเราไปคุยกับเพื่อนข้างบ้านแล้วกลับมานอนกลุ้มใจ ลูกชายโตมามันจะติดยาไหม ลูกสาวจะท้องก่อนวัย แบบที่พี่เขาบอกไว้หรือเปล่า

ผ่านคืนนั้นเราคิดได้แล้วก็สบายใจ ลูกสาวหรือลูกชายมันจะไปสำคัญตรงไหนเพราะต่อให้เลือกได้ พอโตไปลูกก็คงจะเลือกเพศใหม่อยู่ดีละ

คราวนี้เราสบายใจแล้วเราก็กินๆๆบำรุงเข้าไป พอน้ำหนักไม่ขึ้นเราก็กลุ้มใจ ลูกฉันจะได้สารอาหารครบไหม แต่พอลูกคลอดออกมาแล้วน้ำหนักยังไม่จากไปเราก็กลุ้มใหม่ ยิ่งเวลาที่เจอใครๆแล้วเขาถามว่าอุ้มท้องมาเป็นปีแล้วทำไมยังไม่คลอด

ตอนลูกยังเล็กลูกติดมือวางเมื่อไหร่เป็นร้องไห้ เราไม่พอใจบอกจะไม่ให้แม่ทำอย่างอื่นเลยใช่ไหม พอสักพักลูกไปติดพี่เลี้ยงแทนเราก็กลุ้มอีก บอกทำไมๆลูกไม่รักแม่แล้วหรือ

โตขึ้นอีกหน่อยลูกเริ่มตั้งไข่ พอนานเข้ายังทำไม่ได้ เราก็กลัวเข้าไป กลัวลูกจะเดินไม่ได้ พอเดินได้ ลูกก็วิ่งมันทั้งวัน เราก็บอกแม่ไม่ไหวแล้วจะซนไปถึงไหนอยู่เฉยๆบ้างได้ไหมแม่เวียนหัว

เมื่อลูกถึงวัยที่ต้องพูดแล้วยังพูดไม่ได้เราก็กลุ้ม(รอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้)กลัวลูกพูดไม่ได้ พอลูกเริ่มพูดได้หลังจากนั้นเธอก็พูดไม่ยอมหยุดเราก็รำคาญใจบอกเมื่อไหร่ลูกจะเงียบได้สักทีนะ

ตอนเล็กๆลูกไม่กินข้าวเราเครียด กลุ้มมากมาย ลูกฉันจะโตไหม พอโตเป็นสาวลูกกินมากจนเสื้อผ้าไม่มีไซส์เราก็กลุ้มใหม่หุ่นแบบนี้แล้วใครจะมามองลูกแม่ละเนี่ย

ลูกดื้อมากเราบอกแม่ทนไม่ไหว ขืนปล่อยไว้เดี๋ยวเป็นเด็กเอาแต่ใจ ว่าแล้วก็ฟาดเข้าให้ พอตีลูกเสร็จเราก็มานั่งร้องไห้ ถามตัวเองแต่ฉันทำอย่างนั้นไปได้ยังไง โตจนเป็นผู้ใหญ่ทำไมแค่นี้ไม่รู้จักห้ามใจตัวเอง

พอส่งลูกเข้าอนุบาล ลูกยืนเกาะประตูลูกกรงร้องไห้ เราโมโหว่ามันจะร้องไปทำไม เดี๋ยวตอนบ่ายแม่ก็มารับแล้ว พอเราแก่ไปวันหยุดเราก็เกาะประตูรอให้ลูกมาหา พอลูกโทรมาบอกมาไม่ได้ เดือนหน้าค่อยมาใหม่เราก็ร้องไห้แบบเดียวกันกับที่ลูกร้องในตอนนั้น



ลูกเข้าประถมย้ายโรงเรียนใหม่เราก็กลัวว่าลูกจะไม่มีเพื่อน เข้ากับคนอื่นไม่ได้ กลุ้มมันเข้าไป พอลูกขึ้นมอปลายเราก็กลุ้มใหม่เพราะลูกเข้ากับเพื่อนได้ดีเกินไปจนกลายเป็นเด็กติดเพื่อน

เราบอกไม่อยากให้ลูกเอาแต่เรียนเดี๋ยวจะเครียดไป แต่พอลูกแข่งขันสู้เด็กที่เรียนอย่างเดียวไม่ได้สุดท้ายเราเองที่กลับกลายเป็นฝ่ายเครียด

เราอยากให้ลูกมีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าคิดกล้าตัดสินใจ แต่พอลูกเริ่มทำได้ เราก็บอกแม่ทนไม่ไหว ปีกกล้าขาแข็งนักแล้วหรือยังไง

เราอยากให้ลูกดูแลตัวเองได้ แต่เมื่อลูกทำได้ทุกอย่างเราก็กลัวอีกกลัวว่าเราจะหมดความสำคัญอีกต่อไป

เราบอกให้ลูกตั้งใจเรียนจะเรียนเก่งหรือไม่ๆเป็นไร แต่พอสิ้นปีลูกสอบติดอันดับไม่ได้เราก็ไม่พอใจบอกตั้งใจแทบตายทำไมได้แค่นี้ละลูก

วันหยุดเราอยากให้ลูกพักผ่อน สบายๆ แต่พอลูกไม่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรีเหมือนลูกใครๆเราก็รับไม่ได้อีก

ตอนเด็กเราไล่ให้ลูกไปนอนคนเดียวลูกไม่ยอมไป เราก็ไม่พอใจบอกจะเป็นลูกแหง่จะติดแม่ไปถึงไหน พอลูกโตเป็นวัยรุ่นลูกบอก "หนูจะไม่นอนกับแม่อีกต่อไป" เราก็น้ำตาตกในคิดในใจว่าแล้วแม่จะนอนกอดใครละทีนี้

เมื่อลูกขึ้นมอปลายพอลูกเริ่มมีเพื่อนต่างเพศเราทนไม่ได้บอกอายุแค่นี้จะรีบหาแฟนไปถึงไหน พออีกสิบห้าปีผ่านไปลูกไม่มีใครเราก็ทนไม่ได้อีกบอกขืนเป็นแบบนี้ต่อไปแล้วเมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลาน

เมื่อลูกถามว่าจะเรียนต่ออันนี้ดีไหม เราบอกลูกว่า แล้วแต่ใจ แต่พอลูกเลือกแล้วไม่ถูกใจเราก็รับไม่ได้บอกคณะนี้แกเรียนจบไปรับรองเงินเดือนไม่พอยาไส้แน่ๆ



ตอนลูกเด็กๆพอเรากินเหล้า แล้วลูกมาถามว่าแม่ไม่ดื่มจะได้ไหม เราบอกไม่ได้แม่ต้องเมา แม่ต้องเข้าสังคม ลูกยังเด็กลูกจะไปรู้อะไร พอลูกเข้ามหาลัยลูกไปเมากับเพื่อน เราก็ไม่พอใจบอกกินเหล้าเมาให้มันได้อะไร ถ้าอยากเมามากนักหนูปั่นจิ้งหรีดอยู่บ้านก็ได้นี่ลูก

พอลูกจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเราก็เครียดกลัวลูกสอบเข้าไม่ได้ พอสอบเข้าได้เราก็ภูมิใจ แต่ไม่นานเราก็มากลุ้มใหม่ว่าลูกฉันจะเรียนไหวไหมจะโดนรีไทร์หรือเปล่า

ลูกใกล้จะเรียนจบเราก็ดีใจ ลูกฉันจะต้องมีอนาคตสดใส แต่พอคิดว่าจบมาเศรษฐกิจแบบนี้จะหางานได้ยังไงหรือว่าฉันจะต้องพาไปฝากกับใคร สุดท้ายเราก็ได้เรื่องเริ่มกลุ้มใหม่อีกหนึ่งเรื่อง

พอลูกได้งานเราก็ดีใจบอกลูกแม่เอาตัวรอดได้ แต่พอลูกเอาแต่ทำงานเลิกดึกๆดื่นเราก็กลุ้มใหม่บอกเอาแต่ทำงานๆๆแล้วจะมีเวลาไปเจอใครแล้วเมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลาน

แต่พอสักพักลูกพาแฟนมาที่บ้านเราก็กลุ้มใหม่ พ่อแม่เจ้าหมอนี่เป็นใคร หัวนอนปลายเท้านะมีไหม จะมาดีมาร้ายหรือจะมาหลอกลวงลูกฉันไปทำอะไรรึเปล่า

พอลูกแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเราก็ดีใจ บอกหมดห่วงอีกต่อไป แต่อีกใจเราก็กลัวว่าลูกมีครอบครัวใหม่แล้วลูกจะลืมเราไปหรือเปล่า

สักพักลูกท้องเราก็ดีใจ เสร็จแล้วเราก็ตั้งต้นกลุ้มใหม่ ยาบำรุง ของแสลง อยู่ฟืน อยู่ไฟ แม่บอกแทบตายลูกมันไม่สนใจบอกแต่แม่ไม่ทันสมัย ถ้าแม่เป็นเฟซบุ๊ค(facebook)นะ หนูไม่กดไลท์(like)ให้แน่ๆ



พอไม่นานหลานคลอดออกมาเราก็ดีใจ ไม่ทันจะกี่เดือนก็กลุ้มใหม่ เถียงกับลูกมันเข้าไป เรื่องกินนม กินกล้วย นมผงนมชงสูตรไหนๆ เถียงแล้วก็คิดในใจแม่เลี้ยงแกมาตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอยแกจะมารู้อะไรไปมากกว่าแม่

พอหลานโตอีกหน่อยเราก็เริ่มสบายใจ จะได้ไม่ต้องเถียงกันเรื่องควรให้หลานกินอะไร แต่พอไม่นานก็เริ่มกลุ้มใหม่เมื่อลูกถามว่า "แม่จะตามใจหลานไปถึงไหน ถ้าเลี้ยงอย่างนี้แล้วโตไปแล้วใครละจะเอาอยู่"

เราก็มานั่งนึกใจก็ตอนแกยังเด็ก แม่ทำงาน แม่เหนื่อย เงินทองก็ไม่มีสักเท่าไหร่ บางครั้งก็เผลอใส่อารมณ์บางทีก็โหดกับแกเกินไป พอตอนนี้แม่คิดได้ อยากจะแก้ตัวใหม่ แกจะมาห้ามอะไรแม่นักหนา

พอหลานโตจนเข้าโรงเรียนได้ เราก็มานั่งกลุ้มใหม่กลุ้มเป็นวัฏจักรรอบต่อไปแบบที่เคยกลุ้มกับลูกในใส้เรามาก่อน

หลานโตขึ้นมาเรียนจบได้ใบปริญญา ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกลุ้มอีกต่อไป แต่พอตอนนี้ก็ถึงวัย วัยที่สารพัดโรคเริ่มถามหา

ในใจก็อยากอยู่ต่อ แต่สังขารมันบอกลา อีกทั้งพอรู้ลูกต้องจ่ายค่ารักษาเดือนละเท่าไหร่ก็เริ่มถอดใจ คิดแต่ว่าถ้าต้องจ่ายค่ารักษาแบบนี้กันตลอดไปแล้วลูกฉันจะเหลือเงินทองสักเท่าไหร่ไม่ต้องขายรถขายไร่หรือไงหนา

จนท้ายสุดสิ่งที่ไม่ว่าใครหลีกหนีไม่ได้คลานเข้ามา แม่ก็ยังไม่ยอมจะจากไป ยังแข็งใจรอจนลูกมาปิดตา ถึงครานั้นก็เป็นอันได้เวลา เป็นอันว่าได้สิ้นสุดความกลุ้มใจ


(สิ่งที่เจนเขียนมาจากประสบการณ์โดยตรง ประสบการณ์ของคนรู้จัก และจากสิ่งที่ได้รับฟังจากคนอื่นๆต่อๆกันมา ไม่ใช่ประสบการณ์ของตัวเองคนเดียวค่ะ)



Create Date : 28 กันยายน 2554
Last Update : 28 กันยายน 2554 11:32:53 น.
Counter : 755 Pageviews.

8 comments
  
จริงค่ะ ครูเจน


ตั้งแต่มีลูก เราก็ห่วงเค้าได้สารพัดเลย

ต่อให้เค้าโตมีลูกมีเต้า เราก็คงจะยังห่วงอยู่นั่นแหละค่ะ


โดย: แม่โอ๋เรนเจอร์ วันที่: 28 กันยายน 2554 เวลา:15:24:06 น.
  
เรื่องจริงเลยนะคะ
โดย: คนเป็นแม่ IP: 125.27.190.225 วันที่: 1 ตุลาคม 2554 เวลา:14:33:03 น.
  
โดย: aodblo22 วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:21:07:07 น.
  
ติดตามๆๆๆขอบคุณครับ
...................................................
โดย: aodblo22 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:15:50:17 น.
  
แวะมาเยี่ยมชมครับ
PHILIPS 80.95C02.001 CBA KEYPAD OEM ORIGINAL PART
โดย: BoonsermLover วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:10:49:40 น.
  
ติดใจกลับมาอ่านต่ออีกค่ะ อ่านบทความนี้แล้วขำ โอ้ ชีวิตคนเป็นแม่ ฮาฮ่า
โดย: Dublina วันที่: 25 ตุลาคม 2554 เวลา:6:19:59 น.
  






คลายเครียดรับน้องน้ำจ๊ะ.....






*~*~*~*..แวะมาทักทายจ๊ะ..ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..*~*~*~*




..HappY BrightDaY..





โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 16 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:28:39 น.
  
ที่มีคนบอกว่าลูกเหมือนห่วง
เรียกว่าห่วงตั้งแต่เกิดจนโตนะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:56:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

JanE & IK
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Group Blog
กันยายน 2554

 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
29
 
 
All Blog