มาแชร์ข้อคิด เทคนิคในการอบรมสั่งสอนลูกกันดีกว่าค่ะ
มาแชร์ข้อคิด เทคนิคในการอบรมสั่งสอนลูกกันดีกว่าค่ะ

เจนเขียนขึ้นจากประสบการณ์ของตัวเอง ประสบการณ์ในการเป็นครูปกครองที่ได้ทำงานใกล้ชิดเด็กๆ
ประสบการณ์จากการศึกษา จากหนังสือ สิ่งที่เจนเขียนเป็นความคิดของเจนเองซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะต้องถูกหมด

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนไม่เห็นด้วยหรือคิดต่างในเรื่องใด เจนจะยินดีมากถ้าได้รับฟังความคิดเห็นเหล่านั้น


เจนมีลูกสาวคนนึงชื่อน้องอิ๊กตอนนี้กำลังเรียนชั้นประถมหก เจนมีเทคนิคในการอบรมสั่งสอนลูกตามนี้

(1) สอนให้ลูกมีความภาคภูมิใจในตัวเอง

เจนไม่เคยบอกน้องอิ๊กว่าหนูเกิดเป็นผู้หญิงเพราะหนูมีกรรม,ลูกสาวเหมือนส้วมหน้าบ้าน,ผู้ชายเลวเหมือนกันหมดทั้งโลก เจนจะบอกลูกเสมอว่า หนูเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตพ่อกับแม่ เวลาพ่อกับแม่จะทำอะไรพ่อกับแม่จะคิดถึงความรู้สึกหนูก่อนเสมอ เพราะฉะนั้นเวลาหนูจะทำอะไรหนูต้องคิดถึงความรู้สึกของพ่อกับแม่ด้วย แล้วหนูก็ต้องดูแลตัวเองดีๆด้วยนะ


(2) หลอกล่อแต่ไม่หลอกลวง

เจนจะบอกลูกเสมอว่าไม่ว่าหนูไปทำอะไรมาพ่อกับแม่ให้อภัยหนูได้เสมอ แต่ขออย่างเดียวอย่าโกหกและเจนก็จะไม่โกหกลูกเช่นกัน ถ้าเจนต้องการให้ลูกเปลี่ยนความคิด เจนจะใช้วิธีชี้ให้ลูกเห็นถึงข้อดีของสิ่งที่เจนคิด เช่นครั้งนึงทั้งครอบครัวไปเที่ยวฮ่องกงช่วงตรงกับวันเกิดลูกๆอยากได้ตุ๊กตาเฮลโล คิตตี้มากและตัวที่อยากได้คือขนาดใหญ่สุดซึ่งใหญ่มากและตกเป็นเงินไทยก็กว่าสี่พัน พ่อเขาก็บอกให้ซื้อตัวที่เหมือนกันแต่ขนาดเล็กกว่า ลูกก็ไม่ยอมบอกวันเกิดหนูๆอยากได้ตัวใหญ่แล้วก็ออดอ้อนจนพ่อใจอ่อนเลยบอกจะซื้อให้

เจนเลยบอกว่าเดี๋ยวเจนคุยกับลูกเอง เจนบอกลูกว่า หนูจำได้ไหมตอนนั้นที่เราอ่านหนังสือประวัติคิตตี้ด้วยกัน ในนั้นเขาบอกว่าคิตตี้สูงเท่าแอปเปิ้ลห้าลูก แม่เลยคิดว่าตัวเล็กนี่ละคือคิตตี้ตัวจริง ส่วนตัวใหญ่นะคือตัวที่เอาไปขยายขนาดเอาไว้หลอกคนที่ไม่รู้ แล้วถ้าหนูซื้อตัวใหญ่เวลาไปเที่ยวก็จะพาไปเที่ยวด้วยไม่ได้นะเพราะเอาเข้ากระเป๋าไม่ได้ แต่ถ้าตัวเล็กจะพาไปได้ทุกที่เลย

สุดท้ายลูกก็บอกเอาตัวเล็กดีกว่าเพราะเป็นคิตตี้ตัวจริง แล้วทุกคนก็ออกจากร้านของเล่นโดยไม่มีใครเสียความรู้สึก


(3) แสดงความรักต่อลูกอย่างสม่ำเสมอ

เจนจะปลุกลูกโดยการหอมแก้มทุกเช้า ทุกวันก่อนลูกเข้าโรงเรียน แล้วหอมแก้มอีกครั้งก่อนนอน เวลาที่ลูกทำตัวน่ารัก หรือวันสำคัญ เจนจะบอกลูกเสมอว่า พ่อกับแม่รักเขามากแค่ไหน หรือถ้าเขาทำอะไรที่เป็นอันตราย เช่นขี่จักรยานโดยไม่ระวังรถ เจนจะบอกลูกว่า "หนูไม่สงสารพ่อกับแม่เหรอ หนูคิดบ้างไหมว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นพ่อกับแม่จะอยู่ได้อย่างไรโดยไม่มีหนู"


(4) ให้รางวัล/ตั้งกฎ จากสิ่งที่ควบคุมได้ไม่ใช่ผลลัพธ์

มีครั้งนึงลูกไปเล่นวีดีโอเกมส์ Wii ที่บ้านญาติแล้วก็ชอบมากมาขอให้เจนซื้อให้ เจนบอกลูกว่าอีกสี่สิบวันจะสอบแล้ว ถ้าหนูอ่านหนังสือได้ห้าสิบชั่วโมงก่อนถึงวันสอบ พอสอบเสร็จแล้วแม่จะซื้อให้ เจนจะตั้งรางวัลจากสิ่งที่ลูกควบคุมได้ (อ่านหนังสือห้าสิบชั่วโมง) ไม่ใช่ผลลัพธ์ (ผลสอบ) เพราะเจนคิดว่าถ้าลูกตั้งใจเต็มที่แล้วได้แค่ไหนก็แค่นั้น เจนไม่ต้องการทำร้ายจิตใจหรือทำให้ลูกรู้สึกล้มเหลวเวลาที่เขาไม่สามารถทำผลลัพธ์อย่างที่พ่อแม่ต้องการได้(เวลาอ่านหนังสือเสร็จต้องมาเล่าให้เจนฟัง แล้วเจนก็จะเปิดหนังสือถาม ถ้านั่งจ้องเฉยๆให้ครบชั่วโมงนี่โดนแน่)

ตอนเจนเข้ามหาวิทยาลัยคุณพ่อก็ซื้อรถให้ แต่ถ้าวันไหนจะกลับดึกต้องขออนุญาตทุกครั้ง อย่างขอไปสยามคุณพ่อก็จะคำนวนเวลาว่าสยามมาบ้านหนึ่งชั่วโมง ถ้าคุณพ่อต้องการให้กลับถึงบ้าน 21.00
ท่านจะบอกว่าให้ออกจากสยาม 20.00 ท่านจะบอกแต่เวลาให้ออกจากสถานที่ๆไปเที่ยวเสมอแทนที่จะบอกเวลาที่ต้องการให้กลับถึงบ้าน

เจนถามท่านว่าทำไม ท่านบอกว่าถ้าบอกให้เจนกลับถึงบ้าน 21.00 แทนที่เจนจะออกจากสยามตอน 20.00 เจนอาจจะออก 20.20 แล้วขับกลับมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

เจนถามท่านว่า พ่อคิดได้ยังไง ท่านบอกเจนว่า "ก็พ่อทำมาก่อน แล้วก็ชนมาก่อน"


(5) เปลี่ยนการทำโทษเป็นใช้แรงจูงใจทางบวกแทน

จากข้อที่แล้วพอสอบเสร็จเจนก็ซื้อเครื่องเกมส์ Wii ให้ลูก แล้วเทอมนั้นผลการเรียนของลูกก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน ลูกพอได้ Wii มาก็เพลิดเพลินมากๆ พอเทอมถัดมาก็เล่นเพลินไปหน่อย จนคะแนนสอบกลางเทอมร่วง

พอเห็นคะแนนสอบเจนก็บอกลูกว่า แม่คิดว่าหนูใช้เวลาในการเล่นเกมส์มากเกินไป แต่แทนที่จะห้ามลูกเล่นเกมส์ เจนจะตกลงกับลูกว่า หนูจะเล่นเกมส์มากแค่ไหนก็ได้ แต่หนูต้องอ่านหนังสือให้เท่ากับที่หนูเล่นเกมส์ อ่านหนังสือหนึ่งชั่วโมงก็จะได้เล่นเกมส์หนึ่งชั่วโมง ยกเว้นก่อนสอบสองอาทิตย์ให้งดเล่นชั่วคราวพอปิดเทอมแล้วแม่จะอนุญาตให้หนูเล่นเกมส์ได้สองเท่าของชั่วโมงอ่านหนังสือสองอาทิตย์ก่อนสอบที่หนูสะสมไว้ หลังจากนั้นลูกก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ พอปลายภาคผลการเรียนก็กระเตื้องขึ้นกลับมาเท่าเทอมที่แล้ว


(6) ไม่ทำโทษ หรือแม้กระทั่งขู่ในสิ่งที่จะเป็นการทำร้ายจิตใจลูก

เจนเชื่อว่าแม่ทุกคนเวลาลูกทำตัวไม่น่ารักก็จะขู่ลูก ว่าจะตีบ้าง จะห้ามกินขนมบ้าง จะงดเที่ยวบ้าง เจนก็มีบ้างเหมือนกัน แต่เจนจะไม่ทำโทษหรือแม้กระทั่งขู่ในสิ่งที่เป็นการทำร้ายจิตใจหรืออะไรก็ตามที่เป็นการแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่จะไม่รักเขาหรือละทิ้งการทำหน้าที่พ่อแม่ เช่น ตัดแม่ตัดลูก,ไล่ออกจากบ้าน,ส่งไปโรงเรียนประจำ,ทำลายของเล่นที่เขารัก,เอาสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเขาไปปล่อย

สิ่งเหล่านี้เด็กบางคนอาจไม่รู้สึกอะไร แต่กับเด็กบางคนแค่คำขู่ก็เป็นการสร้างแผลในใจ หรือทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงในความรักของพ่อแม่ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ส่งผลดีทั้งกับตัวเด็กเองและพ่อแม่ด้วย


(7) ไม่เปรียบเทียบลูกกับใครนอกจากตัวเขาเอง

เจนคิดว่าไม่มีใครชอบถูกเปรียบเทียบ เจนเองก็จะไม่เปรียบเทียบลูกกับใครไม่ว่าในแง่จะให้ลูกดูดีกว่าหรือด้อยกว่าทั้งนั้น
แต่เจนจะเปรียบเทียบลูกกับตัวเขาเอง เช่น วันนี้ต้องเรียกสามครั้งถึงจะยอมไปอาบน้ำ เจนก็จะพูดกับลูกว่า “แต่ก่อนแม่เรียกครั้งเดียวหนูก็ไปอาบแล้วทำไมเดี๋ยวนี้ต้องให้เรียกตั้งสามครั้ง” หรือวันไหนที่ลูกงอแงมาก เจนก็จะบอกกับลูกว่า “ปกตินางฟ้าของแม่เป็นเด็กดีแล้วก็พูดรู้เรื่องนะ วันนี้ทำไมงอแงจังเลย”


(8) ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกสาวเตือนพ่อไม่ใช่เตือนลูก

อธิบายก่อนว่าพ่อน้องอิ๊ก (ก็คือสามีเจน) เป็นคนที่รักและสนิทกับลูกมาก แต่พ่อเขาโตมาที่ต่างประเทศ ความคิด ทัศนคติของเขาไม่เหมือนคนไทย และพ่อเขาเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากและไม่สนว่าสังคมจะรู้สึกยังไงกับสิ่งที่เขาทำเลย

เจนเชื่อมั่นล้านเปอร์เซ็นต์ว่าพ่อเขาไม่เคยมองน้องอิ๊กเป็นสิ่งอื่นใดนอกจากลูกสาวสุดที่รักตัวเล็กๆของเขา

แต่บางอย่างที่เขาทำกับลูกเช่น จุ๊บปากลูก, บอกให้ลูกเข้ามาฉี่ในห้องน้ำตอนที่เขายืนแปรงฟันอยู่ หรือเวลาตีลูกเขาจะจับลูกมานอนคว่ำพาดตักดึงทั้งกางเกงและกางเกงชั้นในลงหมดแล้วใช้มือตีที่เนื้อก้นตรงๆ หรือล่าสุดไปเช่าหนังเรื่องหมาปีศาจมาคลุมโปงดูกับลูกพอลูกเผลอก็แอบแกล้งกัดต้นขาลูก

สิ่งเหล่านี้เจนไม่ปลื้ม แต่เจนจะไม่พูดกับลูกเด็ดขาดในเรื่องนี้ เพราะสำหรับเจนถ้าลูกสาวต้องสงสัยในความรักของพ่อตัวเองเจนถือว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด

เจนจะพูดสิ่งเหล่านี้กับพ่อเขาเท่านั้นและจะย้ำว่าห้ามเอาเรื่องที่พูดกันไปเล่าให้ลูกฟังเด็ดขาด

สำหรับเจนเรื่องพวกนี้ต้องแก้ที่พ่อของลูกไม่ใช่ที่ลูก




Create Date : 03 กรกฎาคม 2554
Last Update : 3 กรกฎาคม 2554 13:52:43 น.
Counter : 1215 Pageviews.

5 comments
  
ชอบข้อ 5 มากค่ะ
โดย: nongbow วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 เวลา:16:55:51 น.
  
ไม่เคยมีลูก แต่ผมก็อ่านอย่างจริงจังจนจบ ชอบมากเลยครับ
โดย: ตุ้ย IP: 49.229.148.150 วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:15:15:01 น.
  
เป็นข้อคิดที่ดีมากเลยครับคุณเจน
ชอบที่คุณพ่อคุณเจนบอกเรื่องเวลาที่กลับบ้าน
เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ที่ดีมากครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:41:54 น.
  
เยี่ยมมากค่ะ
โดย: Passawan IP: 180.222.150.9 วันที่: 22 ตุลาคม 2556 เวลา:15:49:22 น.
  
สร้างแรงจูงใจด้วยความภาคภูมิใจในตัวเองของเด็กน่าจะดีกว่าการใช้วัตถุนะครับ

สมัยนี้การจะให้ลูกทำในสิ่งที่ดีและมีคุณค่าต่อตัวเด็กเองต้องใช้วัตถุเข้าหลอกตลอดเวลาเลยครับ

consequences นี่น่าเลือกใช้ให้ดีเหมือนกันนะครับ
โดย: Noname IP: 171.97.95.76 วันที่: 31 กรกฎาคม 2557 เวลา:0:18:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

JanE & IK
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 43 คน [?]



Group Blog
กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
3 กรกฏาคม 2554
All Blog