Enter At Your Own Risk!!
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2555
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
The Tudor Court Novels by Philippa Gregory

เรื่อง The Constant Princess, The Other Boleyn Girl, The Boleyn Inheritance, The Queen's Fool, The Virgin's Lover and The Other Queen
โดย Philippa Gregory


เริ่มอ่านชุดนี้หลังดูหนัง 'The Other Bolyne Girl' แล้วติดใจมากน่ะค่ะ ไม่ผิดหวังจริงๆ เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์แบบที่ชอบเลยค่ะ เน้นความถูกต้องตามหลักฐานในภาพรวม แต่ตอกไข่และเพิ่มการตีความอื่นๆ ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร (หมายความว่าในส่วนย่อยหรือที่จำเป็นสร้างภาพให้รุนแรงขึ้น ถึงจะเปลี่ยนไปบ้างแต่ในภาพรวมก็ยังโอเค) ทำให้ถึงรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไร ใครตายอย่างไร ฯลฯ ก็ยังดราม่าตื่นเต้นระทึก

--- SPOILER ALERT ---

The Constant Princess

ในปี 1501 Catalina, Infanta of Spain พระธิดาองค์ที่สี่ (15 ชันษา) ของ Isabella of Castile และ Ferdinand of Aragon ที่ได้หมั้นกับ Arthur, Prince of Wales โอรสองค์โตของ Henry VII of England ตั้งแต่สามชันษาได้เดินทางไปอังกฤษเพื่ออภิเษกสร้างแนวร่วมต้านการขยายอำนาจของฝรั่งเศสและมัวร์

หลังงานอภิเษกไม่ถึงครึ่งปี Arthur สิ้นพระชนม์ ทำให้การวางหมากทางการเมืองที่เตรียมกันมานานทำท่าจะล้ม ทางเลือกที่ดีคือให้ Catalina อภิเษกกับพระอนุชาที่เพิ่งสิบชันษา แต่ทั้งกษัตริย์อังกฤษและเสปนก็พยายามหาทางให้ได้ประโยชน์ต่อตนสูงสุด ทำให้ Catalina ที่มีความมุ่งมั่นเป็นราชินีต้องตกอยู่ในสถานะที่ลำบากอย่างหนักทั้งทางสังคมและการเงิน ยิ่งเมื่อพระมารดาสวรรคตทำให้ทางเสปนสูญเสียอำนาจต่อรองไปพักใหญ่ เรื่องยืดเยื้อมากว่าเจ็ดปีจนกระทั่ง Henry VII สวรรคต และ Henry VIII ขึ้นครองราชย์จึงได้มีงานอภิเษกและเปลี่ยนพระนามเป็นแบบอังกฤษว่า Katherine

การเป็นราชินีของ Henry VIII ก็ไม่ธรรมดา เพราะกษัตริย์พระองค์ใหม่ไม่ได้ถูกเตรียมเพื่อเป็นกษัตริย์ที่ดี ไม่เคยต้องรับผิดชอบการบริหารงานหรือรับความผิดหวัง Katherine ต้องคอยรับมือทั้งสองด้าน ทั้งยังต้องมีรัชทายาทชายเพื่อสืบต่อราชวงศ์ Tudor ให้ได้ ...

เรื่องนี้ตอกไข่ในเรื่องของความรักความใคร่ที่นำมาอธิบายแรงขับเคลื่อนของตัวละครอย่างน่าสนใจเชียวค่ะ ที่เด่นมากคือการเติบโตเปลี่ยนแปลงของ Catalina เป็น Katherine จากความยากลำบากจนมองเห็นความเป็นไปได้อื่นๆ ที่นอกเหนือจากการอบรมดั้งเดิม และยังทำให้เมื่ออ่านเรื่องต่อไปมีปมแฝงอยู่เบื้องหลังเยอะมาก
[09/10/12]

The Other Boleyn Girl

เล่มนี้มีแปลของสำนักพิมพ์มติชน โดยมณฑารัตน์ ทรงเผ่า ในชื่อ 'สงครามรัก อำนาจ ราชบัลลังก์' และมีภาพยนต์ปี 2008 (ชื่อไทยคือ 'บัลลังก์รัก ฉาวโลก') ที่นำโดย Natalie Portman (Ann), Scarlett Johansson (Mary) และ Eric Bana (Henry VIII) ที่รู้สึก Eric Bana ดูจะหล่อเกินไปกว่าที่บรรยายในนิยายหน่อยนะคะ

อ่านเล่มนี้ก่อนเรื่องอื่นในชุดเพราะดูภาพยนต์แล้วประทับใจ (โดยเฉพาะ Natalie) แต่ชอบหนังสือมากกว่าอีกเพราะมีรายละเอียดปูพื้นนำและความรู้สึกมากกว่า เอาเป็นว่าสนุกมากค่ะ เรื่องตอกไข่ตอนนี้น่าจะเป็นขนาดนกกระจอกเทศเลย เพราะในเรื่องกำหนดชัดว่าลูกทั้งสองคนของ Mary เป็นของ Henry VIII ซึ่งถึงมีอ้างบ้าง แต่ จขบ. คิดว่าหลักฐานไม่ชัดเจน เพราะไม่เห็นเหตุผลว่าทำไม Henry VIII จะไม่รับว่าเป็นลูกนอกสมรสแบบ Henry FitzRoy แถมด้วยเรื่องใครเป็นพี่สาว นิสัยจริง หรือผิดจริงไหม ฯลฯ
[xx/10/12]

The Boleyn Inheritance

ในปี 1539 มีการเจรจาสมรสระหว่าง Henry VIII กับ Anne น้องสาวของ William, Duke of Cleves โดยการสนับสนุนของ Thomas Cromwell (อนาคต Earl of Essex) เพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับเหล่าโปรแตสเตนท์ในเยอรมัน ขณะเดียวกัน Jane Boleyn, Viscountess Rochford ภรรยาหม้ายของ George ที่ให้การเป็นผลร้ายต่อสามีเพื่อรักษาตำแหน่งและทรัพย์สิน ก็ได้รับการติดต่อจาก Thomas Howard, Duke of Norfolk (ลุงของ George) ให้กลับมาที่ราชสำนักเพื่อเป็นหูเป็นตาในฐานะนางพระกำนัลของราชินีองค์ใหม่ แถมด้วยหลานลุง Katherine Howard (Kitty) สาวน้อยวัย 14

Anne of Cleves ที่ถูกเลี้ยงมาอย่างเคร่งครัดไม่เป็นที่ถูกพระทัยของ Henry VIII จนหาทางเพิกถอนการแต่งงานด้วยข้ออ้างว่าการหมั้นหมายในอดีตไม่ถูกเลิกอย่างสมบูรณ์ ที่แย่คือ Duke of Cleves ไม่สนับสนุนด้วยราชทูตฝีมือดี ค่าใช้จ่าย หรือ แค่ส่งเอกสารมาตามคำขอ ทำให้ Anne ถูกลอยแพและต้องรักษาตัวรอดด้วยตนเองโดยอาศัยชื่อเสียงที่ไม่ด่างพร้อยเป็นโล่

ระหว่างนี้ Kitty ก็เป็นที่ต้องตาของ Henry VIII ที่ทรงพระเจริญอย่างหนักและพระพลานามัยไม่ดี Norfolk เห็นโอกาสสร้างอำนาจและเจี๋ยนคู่แข่ง (Cromwell) เลยสั่งให้ Jane Boleyn คอยดูแลให้เสียบตำแหน่งราชินีเมื่อการแต่งงานของถูกเพิกถอน ซึ่งก็ทำได้สำเร็จเมื่อ Anne of Cleves ที่โดนสงครามจิตวิทยายอมรับตำแหน่งเป็นเจ้าหญิงพระขนิษฐา ออกไปอยู่นอกราชสำนักโดยได้รายได้ที่อยู่ได้สบาย

ในระยะแรก Henry VIII โปรดปราน Kitty มาก แต่เมื่อทำท่าไม่สามารถมีโอรสได้เนื่องจากพระพลานามัยไม่ดี Duke of Norfolk เลยแนะ Jane จัดการให้ Kitty เป็นชู้กับมหาดเล็ก Thomas Culpepper ซึ่งก็ไม่ยากเพราะ Kitty แอบชอบอยู่นานแล้ว แถม Francis Dereham คู่รักเก่าเข้ามาขอส่วนแบ่ง ทำให้ Kitty โดนเปิดโปง เมื่อไม่เห็นประโยชน์ Norfolk รีบชิงตีตัวออกห่าง Katherine และชู้รักโดนประหารยกชุดเมื่อต้นปี 1542 ...

เล่มนี้ใช้บุคคลที่หนึ่งสามมุมมองในการดำเนินเรื่อง คือ Anne of Cleves, Jane Boleyn และ Katherine Howard อ่านเรื่องนี้แล้วแหยง Henry VIII จังค่ะ ทั้งที่เคยเป็น Golden Boy แต่ก็โดนปูพื้นมาจากตั้งแต่เริ่ม 'The Constant Princess' แล้วว่าเป็นเด็กโดนสปอยล์ ถูกเอาอกเอาใจไม่เคยโดนขัดขวางท้วงติง เลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่จะออกมาในรูปนี้

ส่วน Anne of Cleves โดนพี่กลั่นแกล้งแรงๆ (ออกแนวโรคจิต) มาตั้งแต่เด็ก นับว่าเป็นโชคที่ทำให้สามารถรับมือสถานการณ์เสี่ยงตายได้อย่างระมัดระวัง ส่วน Jane Boleyn แน่นอนว่าทะเยอทะยานแต่รู้สึกรักกับสามีที่ตายไปแบบออกบ้าหน่อยๆ (บางจุดเธอดูโรคจิต ถึงจะมีรางวัลให้ แต่เมื่อนึกถึงประสบการณ์ George โดนประหาร ก็นับว่ากล้าตายดีจริง!) สุดท้ายคือ Katherine Howard ออกมาเป็นเด็กสาวใจแตกที่ไม่ทันเกมการเมืองจนโดนประหารอย่างไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว มองบางด้านก็น่าสงสาร

สรุปว่าสนุกใช้ได้ล่ะค่ะ ตอกไข่ใส่สีกันพองาม เล่มนี้ก็มีแปลของสำนักพิมพ์มติชน โดยมณฑารัตน์ ทรงเผ่า ในชื่อ 'มรดกเลือดตระกูลโบลีน'
[29/10/12]

The Queen's Fool

Hannah Verde เป็นเด็กสาวชาวยิวลูกสาวช่างพิมพ์หนังสือในสเปนที่ได้รับการศึกษาอย่างดี โดยเฉพาะด้านภาษาและหนังสือ ครอบครัวมีฉากหน้าเป็นชาวคริสต์ แต่เมื่อถูกจับได้ แม่และญาติหลายคนถูกประหารด้วยการเผาทั้งเป็น ทำให้ Hannah และพ่อหนีออกนอกประเทศโดยอาศัยความช่วยเหลือของญาติที่ให้หมั้นกับญาติห่างๆ ที่ไปตั้งรกรากอยู่ลอนดอน Daniel Disraeli (ชื่อปลอม Carpenter) ที่พูดกันตามตรงคือหล่อและอนาคตไกลในฐานะว่าที่หมอ

ระหว่างรอให้อายุ 16 โตพอจะแต่งงาน Hannah ก็แต่งตัวเป็นเด็กผู้ชายทำงานเป็นลูกมือพ่อ แต่แค่นี้ยังแปลกไม่พอ บางครั้งเธอเห็นนิมิตที่ทำนายอนาคต ครั้งหนึ่งเผลอพูดออกไปจนเป็นที่สังเกตของ Lord Robert Dudley บุตรชายของ Duke of Northumberland ที่กุมอำนาจระหว่างที่ Edward VI ประชวรหนัก และได้ถูกพามาเป็น holy fool เพื่อเป็นสายในราชสำนักพร้อมกับช่วยงานของ John Dee ที่เป็นติวเตอร์ โดยเฉพาะด้านเอกสารและครั้งหนึ่งยังได้ทำนายอนาคตว่าจะสิ้นรัชกาลในไม่นาน ผู้ที่ขึ้นครองบัลลังก์ต่อคือ Lady Jane Grey แทนที่จะเป็น Lady Mary Tudor ธิดาองค์โตที่มีสิทธิตามพระพินัยกรรมของ Henry VIII

Northumberland ให้ลูกชายคนหนึ่งแต่งงานกับ Lady Jane ภายหลัง Edward VI ที่เป็นโปรแตสเตนท์ได้เปลี่ยนพินัยกรรมให้ Lady Jane เป็นรัชทายาทเพื่อตัดพระพี่นางที่เป็นคาธอลิกออกจากการสืบสันตติวงศ์ และ Robert Dudley ได้ส่ง Hannah (ที่ออกอาการหลงไหลเข้าเต็มเปา) ไปรับใช้ Lady Mary เพื่อคอยเป็นสาย แต่เมื่อไปถึงเธอกลับเห็นนิมิตว่า Lady Mary จะได้ขึ้นครองราชย์ คำพยากรณ์สร้างความมั่นใจให้เจ้าหญิงตกอับไม่นานต่อมาเมื่อต้องระดมทหารต่อต้านกำลัง Northumberland จนประสบผลสำเร็จ สามารถยกพลเข้าลอนดอนในฐานะราชินีได้อย่างเต็มภาคภูมิ ผู้ก่อการถูกจับขังในหอคอยลอนดอน รวมถึง Jane ที่ถูกเชิดเป็นราชินีเพียงเก้าวันด้วย ถึงตอนแรกจะลงโทษหนักเฉพาะผู้ก่อการหลัก แต่เมื่อมีกบฏทำให้ต้องสั่งประหารเพิ่มขึ้น

เมื่อขึ้นครองราชย์ Queen Mary ก็อภิเษกกับเจ้าชาย Philip แห่งเสปน และตั้งขึ้นเป็นกษัตริย์อังกฤษ (jure uxoris) Hannah ได้เป็นคนโปรดและทำความรู้จักกับพระขนิษฐา Lady Elizabeth Tudor จากคำขอของ Robert Dudley (ที่ยังถูกขัง) ช่วงแรกราชสำนักก็มีความสุขดี แต่เมื่อมีปัญหาเรื่องการตั้งพระครรภ์ ผลประโยชน์ทางการเมือง และความขัดแย้งทางศาสนา ฯลฯ เหตุการณ์เริ่มเลวร้ายจนครอบครัวของ Hannah และ Daniel หนีไป Calais แต่ Hannah ไม่สามารถทิ้ง Lady Elizabeth ให้ถูกจองจำในหอคอยลอนดอนได้เพียงลำพัง ...

เรื่องนี้ดูเหมือนจะเห็นอกเห็นใจ Queen Mary พอสมควร ซึ่งมองในด้านนั้นก็อยากเข้าใจหรอกค่ะ แต่ถ้าคิดถึงเรื่องการลงโทษที่รุนแรงขนาดหนัก โดยเฉพาะที่มีเหตุผลทางศาสนา ทำเอาเห็นใจไม่ลงเลย เมื่อเทียบกับในเรื่อง 'The Constant Princess' จะเห็นว่า Katherine of Aragon จะสามารถมองเห็นความผิดพลาด ในขณะที่พระธิดาไม่สามารถก้าวข้ามไปได้

เนื้อหาส่วนหลังที่เป็นทางเดินชีวิตของ Hannah (ถึงดูเธอจะยอมรับบางเรื่องง่ายไปหน่อย แต่ถ้าคิดว่าเพื่อเอาตัวรอดก็พอจะเข้าใจนะ) กับการเสียเมือง Calais ก็น่าสนใจ แต่ที่รู้สึกดึงดูดสุดในเรื่องคงเป็น John Dee เพราะสามารถเอาตัวรอดจากสถานการเฉียดตายได้อย่างไม่น่าเชื่อ! แถมยังสามารถพลิกกลับได้เนียนสุดๆ อ้อ มีจุดหนึ่งที่รู้สึกแปลกๆ คือทำไมถึงเรียกว่า Charles V (Carlos I) ว่่าเป็น uncle ของ Mary I เพราะน่าจะเป็น cousin มากกว่านะคะ

เล่มนี้ก็มีแปลของสำนักพิมพ์มติชน โดยมณฑารัตน์ ทรงเผ่า ในชื่อ 'หนึ่งนารีลิขิตบัลลังก์'
[30/10/12]

The Virgin's Lover

เล่มนี้ที่มาแรงคือ William Cecil องคมนตรีและที่ปรึกษาหลักผู้ใช้ทุกวิถีทางในการแก้ปัญหา สปายมาสเตอร์ของแท้ที่น่ากลัวมากๆ และที่น่าสนใจคือภรรยา Mildred ที่เซนส์ทางการเมืองเฉียบคม ทำให้เกิดการเปรียบเทียบอย่างมากกับ Amy ที่ถูกเล่าว่ามีลักษณะแบบภรรยาขุนนางบ้านนอกที่ไม่ทะเยอทะยาน

เล่มนี้ก็ได้ข่าวว่าสำนักพิมพ์มติชนได้สิทธิมาแล้ว ผู้แปลคนเดิม
[xx/10/12]

The Other Queen

ข้ามมาเป็นปี 1568 เมื่อ Mary Stuart, Queen of Scots ธิดาของ James V of Scotland และ หลานย่าของ Margaret Tudor (ธิดาองค์โตของ Henry VII of England) ถูกขุนนางยึดอำนาจ (อ้างว่ามีส่วนพัวพันกับการเสียชีวิตของพระสวามี Henry Stuart, Lord Darnley) และบังคับให้สละราชย์แก่พระโอรส James VI หลังจาก พระสวามีใหม่ Earl of Bothwell สู้ไม่ได้ Mary เลยหนีมาพึ่ง Elizabeth I

ทางอังกฤษไม่รู้จะทำอย่างไรดีเพราะพระนางเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ Cecil อยากกำจัดให้พ้นทางแต่ทำไม่ได้ เลยกำหนดให้ผู้ถวายการรับรองคือ George Talbot, Earl of Shrewsbury เพราะภรรยาคนใหม่ Bess of Hardwick เป็นสายที่ไว้ใจได้ โดยทั้งคู่แต่งงานมีลูกมาแล้วหลายคน ลูกของทั้งสองฝ่ายสนิทกันดี ถึงจะมีความแตกต่างทางครอบครัวขุนนางเก่า และครอบครัวที่เพิ่งสะสมทรัพย์สินได้ไม่นาน

ซึ่งก็เป็นไปตามคาดว่าจะมีเรื่อง เพราะพระนางต้องการบัลลังก์คืน (ถ้าได้ของอังกฤษยิ่งดี) และมีคนที่เสี่ยงก่อการออกมาเรื่อยๆ George แอบหลงรักพระราชินีองค์สวยและด้วยนิสัยที่ถือเกียรติยิ่งทำให้ยอมรับคำสัญญาอย่างไม่สงสัยอะไร ส่วน Bess ที่นอกจากเสียความเชื่อมั่นในสามีคนล่าสุด ยังแทบทนไม่ได้ที่ค่าใช้จ่ายในการรับรองสูงลิบจนสมบัติที่สามีเก่าให้ไว้เป็นมรดกกำลังถูกละลายหายไป ...

ใช้สามมุมมองในการดำเนินเรื่อง คือ Queen Mary, Bess และ George Talbot โดยเล่าแบบบุคคลที่หนึ่งบทอย่างสั้นมาก ทำให้รู้สึกไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไหร่ แต่ทั่วไปรู้สึกว่าเล่าเรื่องได้ดีค่ะ ความแตกต่างในตอนต้นและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นน่าสนใจและรู้สึกถึงความสมดุลที่ไม่อยู่นิ่งในระยะเวลาที่เปลี่ยนไปดีค่ะ ยกเว้นตอนสุดท้ายเว้นระยะเวลากระโดดไปไม่นิด ^_^
[29/03/13]

ที่มา
[1] Philippa Gregory. The Constant Princess. Harper, 490 pages, 2006 (First Published in 2005).
[2] Philippa Gregory. The Other Boleyn Girl. Harper, 542 pages, 2007 (First Published in 2001).
[3] Philippa Gregory. The Boleyn Inheritance. Harper, 528 pages, 2011 (First Published in 2006).
[4] Philippa Gregory. The Queen's Fool. Harper, 496 pages, 2004 (First Published in 2003).
[5] Philippa Gregory. The Virgin's Lover. Harper, 496 pages, 2011 (First Published in 2004).
[6] Philippa Gregory. The Other Queen. Harper, 448 pages, 2009 (First Published in 2008).


Create Date : 09 ตุลาคม 2555
Last Update : 20 เมษายน 2558 15:19:01 น. 2 comments
Counter : 1989 Pageviews.

 
Henry VIII ตอนหนุ่มหล่อมากนะคะ ได้ชื่อว่าหล่อที่สุดในยุโรปเลย

แต่พอแก่ ก็อ้วนมากจนน่าเกลียด


โดย: Elbereth IP: 119.46.90.71 วันที่: 10 ตุลาคม 2555 เวลา:18:39:53 น.  

 
^ นั่นสิคะ ช่วงในเรื่อง tobg ก็อ้วนแล้วน่ะค่ะ แต่อย่างว่านะคะ ถ้าในหนังอ้วนมากละแย่เลย คนดูผิดหวัง


โดย: jackfruit_k วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:22:12:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jackfruit_k
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 171 คน [?]




Latest Updates
นิยาย ไทย, จีนแปล, แปล, อังกฤษ; การ์ตูน ญี่ปุ่น, อื่นๆ; หนังสือ ไทย, แปล, อังกฤษ
New Comments
Friends' blogs
[Add jackfruit_k's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.