พฤษภาคม 2556

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
รีวิวเที่ยวเกาะเสม็ดครั้งแรก แบบไปเช้าเย็นกลับ
สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวเกาะเสม็ดกัน ช่วงที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจแบบนี้อาจจะไม่เหมาะกับการสะพายกระเป๋าไปเที่ยวทะเลสักเท่าไหร่ แต่เรากับเพื่อนๆก็เพิ่งจะเก็บข้าวเก็บของไปเที่ยวเกาะเสม็ดกันเมื่อวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง



(ภาพจากบนท่าเรือบริเวณหน้าด่าน)

จริงๆแล้วต้องแอบกระซิบเบาๆนิดนึงว่าเราไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่นักเนื่องจากว่าช่วงนี้ไปเที่ยวค่อนข้างบ่อย แต่เจ้าเพื่อนตัวดีสิคะดันบอกว่าก่อนกลับไปเรียนเครียดๆขอไปปลดปล่อยสักทีเถอะ เราก็เลยตามใจ หลังจากเช็กพยากรณ์อากาศกันเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าช่วงนี้มีแค่วันเสาร์วันเดียวที่ฝนไม่ตกและเราทุกคนก็ว่างพอดี จึงเก็บเสื้อผ้าตระเตรียมข้าวของไปเที่ยวกัน 3 คนแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยที่เราทั้งหมดนั้นไม่เคยมีใครไปเกาะเสม็ดกันมาก่อนเลย



(ท่าเรือบ้านเพที่เราขึ้นเรือกัน)

ระหว่างเดินทางด้วยรถตู่มุ่งหน้าสู่เกาะฝนตกหนักมากๆค่ะ ใจก็เต้นตุบตับกลัวว่าไปถึงนู่นแล้วฝนจะตก แต่ปรากฏว่ามีแค่เมฆครึ้มๆเลยค่อยโล่งใจ พอก้าวเท้าลงจากรถได้ก็เห็นท่าเรืออยู่ตรงข้ามกับสถานีตำรวจ ดีใจมากค่ะที่เรามาถึงแล้ว แต่หันซ้ายหันขวายังไม่ทันคิดกันว่าจะทำยังไงต่อดี ก็มีลุงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นตั๋วเรือให้ ลุงแกพูดค่อนข้างเร็วแต่พอจับใจความได้ว่าให้ไปขึ้นเรือลุง ค่าตั๋วไปกลับคนละ 100 บาท และเรือออก 8 โมงนะ



(ลุงคนที่มาขายตั๋วเรือให้)

ก่อนหน้านั้นเราได้หาอ่านรีวิวเที่ยวเกาะเสม็ดมาพอสมควร ส่วนใหญ่จะขึ้นเรือของท่าเรือ"นวลทิพย์"กันเราเลยไม่ค่อยไว้ใจลุงเท่าไหร่ ประกอบกับไม่เคยไปเที่ยวกันเองแค่ 3 คนด้วย เลยยึดตั๋วเรือลุงไว้บอกลุงว่าขอไปหาอะไรกินก่อนเสร็จแล้วจะมาจ่ายเงินค่าตั๋ว ซึ่งลุงแกก็ใจดีนะคะ ไม่ว่าอะไรแถมพาเดินไปดูเรือตามที่ขอเสร็จสรรพ ซึ่งเพื่อนเราคนนึงก็แอบผิดหวังเล็กๆค่ะที่ไม่ได้นั่งสปีดโบ๊ทอย่างที่คิดไว้



(ทางเข้าไปยังท่าเรือบ้านเพ)

ถนนฝั่งตรงข้ามกับท่าเรือจะมีเซเว่นตั้งอยู่ถัดจากสถานีตำรวจค่ะ เราเลยแวะหาของกินรองท้องแล้วรีบกลับมารอที่เรือ เวลาลงเรือก็ต้องลงจากสะพานไปที่ชั้นบนของเรือก่อนแล้วค่อยลงบันไดไปชั้นล่างอีกทีค่ะ ซึ่งชั้นบนแม่ค้าที่นั่งอยู่ก็ขอจองที่สำหรับวางของเราเลยต้องลงไปนั่งชั้นล่างกัน



(รูปปั้นนางผีเสื้อสมุทรตรงหน้าท่าจอดเรือ)

พอเลย 8 โมงมาได้นิดๆเรือก็ออกพร้อมกับคนเต็มเรือ มีแม่ค้าพ่อค้าปะปนกันไปกับนักท่องเที่ยว เรือก็โคลงเคลงไปมาทำเราเวียนหัวอยู่ไม่น้อย เจ้าเพื่อนสองคนก็คุยกันไม่หยุดจนน้ำทะเลกระเด็นเข้าปากอร่อยกันเลยทีเดียว หลังจากนั้นราวๆครึ่งชั่วโมงเศษเราก็ไปถึงฝั่ง เรือไปจอดบริเวณที่เรียกว่าหน้าด่าน ลงเรือได้ก็หันซ้ายหันขวาไม่รู้จะเอายังไงต่อดีเลยตัดสินใจไปถ่ายรูปกับนางยักษ์ตรงหน้าท่าเรือที่มีหลังคาสีฟ้าก่อน



(ท่าจอดเรือใหม่ ถ่ายจากท่าจอดเรือที่เราลงเรือกันตอนขามา)

บริเวณนั้นก็จะมีคนของค่าเรือนวลทิพย์คอยถามเราว่ามีตั๋วไหมจะได้ไปขึ้นเรือ ซึ่งตอนเข้าไปเราจะต้องเสียเงินค่าเข้าคนละ 10 บาทด้วยนะคะ แต่จ่ายแล้วจ่ายเลยแค่ครั้งเดียว เสร็จแล้วเราก็เดินออกมาดูทริปท่องเที่ยวตรงร้านข้างเซเว่น ซึ่งจะมีเซเว่นอยู่ 2 ร้านใกล้ๆกันค่ะ เราก็ตกลงกับเพื่อนว่าจะยังไม่ซื้อทริปตอนนี้ ให้ไปดูทริปที่หาดทรายแก้วกันก่อนเลยตัดสินใจเดินเท้ามุ่งหน้าไปยังหาดทรายแก้วกันเลย



(โรงจอดรถเขียวคอยรับส่งนักท่องเที่ยวตรงหน้าด่าน)

สำหรับคนที่ไม่อยากเดินบริเวณนั้นจะมีรถกระบะสีเขียวคอยให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวไปยังอ่าวต่างๆนะคะ หรือไม่ก็เช่ารถจักรยานยนต์เอาก็ได้ มีทั้งแบบเป็นชั่วโมงและแบบเช่าเหมาทั้งวันค่ะ ใจจริงเราอยากเช่ารถขี่รอบเกาะแต่ก็โดนคุณเพื่อนห้ามไว้ว่ามันอันตราย ซึ่งก็จริงนะคะ เส้นทางบนเกาะไม่ได้ราบเรียบแถมถนนยังแคบอีกด้วย



(ถนนภายในเกาะเสม็ด)

สองข้างทางที่เราเดินไปจะเต็มไปด้วยรีสอร์ทและร้านอาหาร เดินไปเรื่อยๆก็จะผ่านโรงเรียนและวัดเกาะเสม็ด พอมุ่งหน้าตรงไปจนสุดทางก็จะเจอกับทางเข้าอุทยานค่ะ ต้องเสียเงินค่าเข้าอีกคนละ 40 บาท แต่สำหรับเด็กจะเสียคนละ 20 บาทนะคะ พอเดินต่อไปอีกหน่อยก็จะได้เห็นหาดทรายแก้วค่ะ



(ทางเข้าอุทยานเกาะเสม็ดหน้าหาดทรายแก้ว)

เมื่อมาถึงหาดทรายแก้วเรา 3 คนก็เจอกับป้ายแนะนำทริปที่ตั้งอยู่กลางหาด มีทั้งเจ็ทสกี กระโดดร่ม และทริปร่องเรือดำน้ำดูปะการังรอบเกาะซึ่งบอกไว้ว่าเริ่มตั้งแต่ 11 โมงถึง 5 โมงเย็น ดูจากเวลาที่มีแล้วเราไม่สามารถซื้อทริปพวกนี้ได้เพราะเราต้องรีบกลับกัน


(ป้ายแสดงรายละเอียดกิจกรรมบนหาดทรายแก้ว)

พูดถึงหาดทรายแก้วหน่อยนะคะ ทรายบนหาดเป็นทรายละเอียดสามารถเดินเท้าเปล่าได้สบายเลยค่ะ บริเวณรอบๆก็จะมีเก้าอี้ชายหาดสำหรับให้นักท่องเที่ยวเช่า แต่เนื่องจากฟ้าค่อนข้างครึ้มและฝนเริ่มปรอยลงมานิดๆตอนนั้นเลยมีคนมาเล่นน้ำกันน้อย และถ้าเดินไปอีกหน่อยก็จะเจอกับรูปปั้นนางเงือกและพระอภัยมณีที่ตั้งอยู่บนลานหินค่ะ แต่ระวังหน่อยนะคะเพราะมีท่อปล่อยน้ำเสียลงทะเลด้วย น้ำเสียนั้นก็ส่งกลิ่นเหม็นพอสมควร ทำเสียบรรยากาศมากเลยค่ะ



(ภาพบรรยากาศหาดทรายแก้ว)

เรากับเพื่อนหยุดถ่ายรูปเล่นกันนิดหน่อยแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆบนหาดทราย ระหว่างเดินก็ปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดี เพื่อนคนหนึ่งก็อยากดำน้ำดูปะการังมาก ส่วนอีกคนก็ห้ามไว้เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายเนื่องจากฝนเริ่มตก (ที่จริงในพยากรณ์อากาศบอกเอาไว้นะคะว่าฝน 0% แอบผิดหวังเล็กน้อย)


(บรเวณหน้าด่าน เข้ามาก็จะเจอเลยค่ะ ร้านที่เราซื้อทริปอยู่ข้างๆเซเว่นค่ะ)

จนในที่สุดก็ตัดสินใจย้อนกลับไปที่หน้าด่านอีกครั้งเพื่อกลับไปซื้อทริปที่ตอนแรกเราบอกว่ายังไม่ซื้อ ทริปนั้นเริ่มตั้งแต่ 11 โมงถึง 4 โมงพอดีค่ะ และคนขายบอกว่าเรือกลับเข้าฝั่งก่อน 4 โมง เราจึงตกลง ซึ่งขามาเราเดินเข้ามาแต่ขากลับเรานั่งรถเขียวกลับกัน เสียเงินคนละ 20 บาท และด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยวมากเรานั่งเกร็งกันพอสมควรค่ะเพราะถ้านั่งไม่ดีอาจโดนเหวี่ยงลงไปข้างล่างได้



(ตั๋วทริปเที่ยวรอบ 11 โมงถึง 4 โมงเย็น ราคาคนละ 500 บาท ซื้อที่ร้านข้างเซเว่นหน้าด่าน)

ตามป้ายทริปของเราราคา 500 กิจกรรมก็มีดำน้ำดูปะการัง ให้อาหารเต่า และมีอาหารให้บนเรือ เราก็เลยยังไม่หาอะไรกินกันตอนนั้นกะไปกินบนเรือดีกว่า นั่งรอเวลากันจนเบื่อค่ะ 11 โมงก็แล้วพี่คนขายทริปก็ยังไม่พาเราไปขึ้นเรือ พอพาไปรอที่ท่าเรือก็เกือบๆเที่ยงกว่าเรือจะมา กว่าเรือจะออก จากที่ตื่นเต้นๆอยู่กลายเป็นเซ็งกันไปเลยค่ะ 

และแล้วเรือก็พาเรามายังจุดดำน้ำ พี่คนขับเรือแจกอุปกรณ์ดำน้ำพร้อมกับเสื้อชูชีพกันคนละชุดแล้วปล่อยให้เราลงไปสำรวจทะเลกันเอง เรากับเพื่อนๆเคยไปดำน้ำดูปะการังกัน 2 รอบแล้วที่หาดเจ้าหลาว จ.จันทบุรี กับหาดแสมสาร จ.ชลบุรี ขอบอกค่ะว่าไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ ปะการังไม่ได้สวยงามเหมือนอย่างทะเลภาคใต้แต่ปีสองปีได้ดำน้ำทีก็ไม่เป็นไรค่ะ เสร็จแล้วเราก็ว่ายน้ำกลับเรือกันแต่เพื่อนคนนึงดันว่ายไปผิดเรือ คนบนเรือนั้นแซวกันใหญ่ ว่ายกลับเรือตัวเองเกือบไม่ทันเลย



(แตงโมและสับปะรด ผลไม้บนเรือ)

ระหว่างพักไปว่ายน้ำรอบต่อไปพี่คนขับเรือก็ทยอยเอาอาหารมาเสิร์ฟค่ะ มีข้าวผัดทะเลเป็นข้าวกล่อง อกไก่ย่าง อกไก่ทอดกระเทียม แล้วก็ผลไม้เป็นสับปะรดกับแตงโม มีน้ำแข็งน้ำเปล่าและน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มค่ะ เราทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยก็ลงไปดำน้ำอีกที่หนึ่ง ซึ่งบริเวณนั้นคลื่นแรงจนเหวี่ยงเรือโยกไปโยกมาน่ากลัวพอสมควร 


(มุมหนึ่งของเกาะเสม็ด ถ่ายจากบนเรือ)

บริเวณที่ลงไปดำคราวนี้ต่างจากที่แรกนิดนึงตรงที่มีแมงกะพรุนยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เหวี่ยงมือลงไปในน้ำจะรู้สึกได้เลยค่ะถึงอะไรนิ่มๆที่มาสัมผัส พอขึ้นมาจากเรือมีเพื่อนคนนึงเผลอพาลูกหมึกติดเสื้อมาด้วย ซึ่งพี่ๆเจ้าของเรือก็บอกนะคะว่าจะไปงมหอยมาย่างให้กินแต่ตอนนั้นเราเริ่มไม่ไหวแล้วรู้สึกเหมือนจะคลื่นไส้ เมื่อเรือแล่นกลับเข้าฝั่งเราก็เลยจัดการอาเจียนไป 2 รอบ อดกินหอยเลยค่ะ เพื่อนแอบกระซิบบอกว่าอร่อยมาก หอยที่เอามาย่างเป็นหอยตาวัวที่พี่เค้าเพิ่งไปงมมาสดๆจากทะเลเลย ทานคู่กับน้ำจิ้มหอยค่ะ เสียดายมากๆที่ไม่ได้กิน แต่ถ้ากินเข้าไปสงสัยจะได้อาเจียนอีกเป็นรอบที่ 3



(นั่งเรือออกจากเสม็ด เตรียมตัวกลับบ้าน)

พอได้ขึ้นฝั่งเรารู้สึกดีใจมากค่ะ อาการเวียนหัวกับคลื่นไส้ค่อยๆดีขี้น แม้จะรู้สึกว่าไม่ค่อยคุ้มกับเงิน 500 ที่เสียไปเท่าไหร่เนื่องจากทั้งเวลาและกิจกรรมก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เค้าโฆษณาเอาไว้ มีแค่ดำน้ำไม่ได้มีให้อาหารเต่า เรากับเพื่อนรีบไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวกลับ สำหรับห้องน้ำก็อยู่ตรงต้นทางเข้าไปหาดทรายแก้วนะคะ พอกลับออกมาก็ได้ขึ้นเรือกลับทันทีเนื่องจากคนเต็มเรือพอดีค่ะ ถือว่าโชคดีมากๆ



(ร้านขายของฝาก ตลาดของแห้งบ้านเพ)

หลังจากที่โทรนัดกับรถตู้แล้วปรากฏว่าเรามีเวลาเหลืออีกนิดหน่อยเลยไปเดินเล่นที่ตลาดขายของแห้งบ้านเพค่ะ ซึ่งเดินไปนิดเดียวก็ถึงและบริเวณนั้นก็จะมีคิวรถตู้กลับกรุงเทพด้วย ร้านค้าส่วนใหญ่เหมือนกันหมดค่ะคือขายเป็นพวกงานประดิษฐ์จากเปลือกหอยอย่างเช่นมู่ลี่ โมบาย พวงกุญแจ มีอาหารของฝากให้ลองชิมฟรีด้วย นอกนั้นก็จะมีงานไม้แกะสลักและอื่นๆให้เลือกซื้อกัน เดินเล่นอยู่สักพักเราก็นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างซึ่งวินอยู่ตรงหน้าทางเข้าท่าเรือเลยค่ะ คนละ 30 บาทไปส่งตรงสี่แยกที่จะขึ้นรถตู้ รอรถตู้อยู่สักพักเราก็ได้เดินทางกลับบ้านกันเสียที



(หัวเรือกับบรรยากาศของทะเลเสม็ด)

ขอสรุปกับทริปสั้นๆไปเช้าเย็นกลับที่เกาะเสม็ดในครั้งนี้นะคะ เนื่องจากมีเวลาเที่ยวน้อยมากจริงๆจึงไม่สามารถเล่ารายละเอียดของเกาะเสม็ดได้อย่างครบถ้วน แต่สำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด เกาะเสม็ดแห่งนี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากค่ะ เพราะการเดินทางนั้นสะดวกสบาย ทะเลก็สวยหาดทรายก็กว้าง มีกิจกรรมให้เลือกทำมากมายรับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ



(ท่าเรือก่อนข้ามฟากไปเกาะเสม็ด)

ถ้ามีโอกาสอย่าลืมแวะมาเที่ยวที่นี่สักครั้งนะคะ
จะได้รู้ว่า "ไปเสม็ด เสร็จทุกราย" นั้นเป็นอย่างไร :)



Create Date : 27 พฤษภาคม 2556
Last Update : 28 พฤษภาคม 2556 15:50:32 น.
Counter : 23616 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Gushbell
Location :
จันทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



New Comments