คิดดี มีสุข
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
15 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 

อากงกลับบ้านแล้ว

อากงเรานับว่าเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่นอนโรงพยาบาลได้ที่สุดเท่าที่เราเคยเจอ ในระยะเวลาเกือบเดือนนี้ หมอเพิ่งจะอนุญาตให้อากงกลับบ้านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง..เพราะในแต่ละวันนั้น น้ำตาลไม่คงที่เลยสักวัน...


มีอยู่วันนึง ตอนเช้าอากงน้ำตาลสูงมากถึง 490 หมอก็สั่งฉีดยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วงสายๆ อากงตื่นมาสามารถทานข้าวได้พูดคุยได้ จนถึง 11 โมงเช้า ก็นอนต่อ ที่นี้เป็นการนอนยาวที่น่ากลัวมาก ในระหว่างที่เราก็นั่งทำงานไป ส่งเมลล์ไป แต่ในใจก็สงสัยว่าทำไมอากงนอนนานจัง ปกติจะหลับๆ ตื่นๆ สักชั่วโมงก็ตื่่นแล้ว แต่นี้ตั้งแต่ 11 โมง จน บ่าย 2 แล้วก็ยังไม่ตื่น เราเข้าไปปลุก ก็ไม่รู้สึกตัว แต่ยังได้ยินเสียงกรนเบาๆ เราวิ่งไปถามพยาบาล ได้รับคำตอบว่า "แกคงเหนื่อย เพราะแกลุกมาเดินเข้าห้องน้ำเยอะ" เราก็โอเค จนกระทั่ง 4 โมงเย็น โรงพยาบาลจะปิดแอร์และให้ญาติเช็ดตัวคนไข้ เราก็กังวลเพราะอากงไม่ขยับเลย ก็พยายามเงียบฟังว่ากรนอยู่มั้ย ก็ยังกรนอยู่ แต่ก็ไม่ตื่น ทำยังไงก็ไม่ตื่น จนพยาบาลมาก็บอกว่า "แกคงซึม" ผ่านไปจน 5 โมงเย็๋น เราไม่อดทนอีกต่อไปวิ่งไปหาหัวหน้าหวอด บอกว่า "ช่วยตรวจน้ำตาล หรือตรวจอะไรก็ได้สักอย่างได้มั้ยค่ะ เพราะอากงหลับนานมากเกินไปแล้ว" พยาบาลรับปาก เราอดทนรออยู่ครึ่งชั่วโมง พยาบาลมาตรวจให้ เริ่มจากวัดความดันและตรวจน้ำตาล ปรากฏว่าน้ำตาลอางเราเหลือ 39!! ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อากงไม่รู้สึกตัว พยาบาลให้เรารีบไปซื้อน้ำหวาน เราก็ซื้อเฮลลูบอยมาผสมให้อากงดูด ซึ่งน้ำหวาน 1 แก้ว กับอากงที่ไม่รู้สึกตัว ต้องเขย่าแรงๆ ตะโกนๆ ให้ดูดน้ำหวาน นานมากประมาณ 20 นาที แล้วก็นอนต่อ ตอนนั้นเราโกรธพยาบาลมากที่ไม่ยอมมาตรวจอากง แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง จะด่าก็กลัวว่าเค้าจะไม่ดูแลอากงเวลาที่เราไม่อยู่ จะไม่ด่าก็อึดอัด สุดท้ายก็ขอไปว่าขอให้ช่วยดูแลมากกว่านี้อีกหน่อย ก็ได้รับคำตอบรับจากคุณหมอและพยาบาล

และนี้เป็นสาเหตุหลกที่ทำให้อากงอยู่โรงพยาบาลนาน เพราะมีอาการแบบแทบจะทุกวัน ต้องคอยสังเกตตลอดเวลา หมอสั่งเปลี่ยนยาไปมา ก็หลายครั้ง จนค่อยๆ ดีขึ้น เรื่อย จนได้กลับบ้าน แต่ปรากฏว่าพอกลับมาบ้านก็มีอาการแบบเดิมอีก ที่บ้านเราก็ตัดสินใจจ้างพยาบาล เพื่อมาดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นตอนกลางคืนเป็นหลัก ส่วนตอนกลางวันก็จะมีป๊าเรากับอาโกวเป็นหลักในวันธรรมดา ส่วนเราจะไปเปลี่ยนวันเสาร์อาทิตย์

พอเรากลับมากรุงเทพฯ มาทำงานใช้ชีวิตแบบเดิม เราก็เอะใจนึกขึ้นได้ว่า อ้าวระยะเวลาเกือบเดือนที่อยู่โรงพยาบาลกับอากงนั้นนะ เราแทบไม่ร้องไห้เลยอะ จะมีแค่ตอนวันแรกๆ ที่กังวลเกี่ยวกับอาการของอากงเท่านั้น แล้วยิ่งไปกว่านั้น นี่จะ 2 อาทิตย์แล้วที่เราไม่ได้กินยา เพราะว่ายาเราหมด และเราก็ไม่ได้ไปตามที่หมอนัด เนื่องจากติดเฝ้าอากงเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นเรามีประจำเดือน เราก็ไม่ร้องทั้งๆ ที่ปกติ เราจะร้องเยอะมาก

จนถึงวันนี้ตอนนี้ เราก็ยังไม่ร้องไห้ แล้วก็ไม่ได้กินยา เรารู้สึกว่ามันแปลกๆ เหมือนกับการร้องไห้เป็นส่วนนึงของเราไปแล้ว แต่อีกใจก็รู้สึกว่า ดีจังเลย ที่ไม่ร้องไห้ อย่างน้อยก็ไม่เศร้า ไม่ต้องมานั่งเช็ดน้ำมูกจนแสบจมูก บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเราโฟกัสไปที่อากง แล้วไม่ได้สนใจเรื่องของตัวเองก็เป็นไปได้




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2556
0 comments
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2556 14:13:30 น.
Counter : 721 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อินทุภา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เปียโน บทประพันธ์ ความงาม สุขภาพ
New Comments
Friends' blogs
[Add อินทุภา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.