แล้วเด็กบ้านนอกคอกนา ก็บินมาอยู่ถึงนิวยอร์ค
Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
18 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
ตอน 25 งานหนักแถมพักก็ไม่ได้


ตอน 25 งานหนักแถมพักก็ไม่ได้

เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองไทย เฝ้าแต่รอคอยให้วันเสาร์มาถึงไวๆ เพราะจะได้หยุดพักผ่อนจากการทำงานหนักมาตลอดสัปดาห์ แต่ตอนนี้ฉันเฝ้านับวันคืนให้ถึงวันพุธแทน เพราะเป็นเพียง 1 วันเท่านั้น ที่ชีวิตจะได้หยุดแบกจานบ้าง
คืนวันอังคารหลังจากเลิกงาน ฉันกับก้อบนั่งกินส้มตำต่อตอนตี 1ในร้านแซ่บพี่ทอมเสิร์ฟคนเดิมยกต้มแซ่บ ลาบหมู น้ำตก ทยอยออกมาไม่ให้ขาดระยะ ฉันจกข้าวเหนียวหมดแล้วหมดอีก กระติ๊บเล็กๆเท่ากล่องข้าวน้อยฆ่าแม่นี้ ไม่พอรองท้องหรอก โดยปกติที่บ้านฉันกินข้าวเหนียวกันเป็นกระติ๊บเท่าถังน้ำใบย่อมๆ ส่วนก้อบก็ซดต้มแซ่บอยู่โฮกๆ

“แซ่บอีหลีเด้อ”
“เริ่ดมาก...นานๆทีได้มากินไรนอกร้านบ้าง เหมือนได้ขึ้นสวรรค์”
“ทำยังกะกินข้าวร้านมันตกนรกยังงั้นแหละ”
“ก็แน่สิ ผัดซีอิ้ว ผัดไทย ผัดขี้เมา ฉันขอสาปส่ง วันไหนไปทำงานร้านไทยนะ ฉันแทบอยากจะห่อข้าวไปกินด้วย ไม่อร่อยอย่างแรง”

“ทำไงได้ ชอบผัดใส่แต่ไก่ทิชชู่”
“ใช่ ไก่เมกานี่มันกินไรก่อนตายนะ ทำไมเนื้อหนังมังสามันถึงได้ไร้รสชาติแบบนี้ ฉันนะกินคำแรกนึกว่าเคี้ยวกระดาษ”
“อยู่เมืองไทยแย่งกันกินไก่กินเนื้อ อยู่ที่นี่ใครเอาไก่มาให้นะ โกรธ”

ฉันกับกำลังวิจารณ์เมนูอาหารเลี้ยงพนักงานในร้านอย่างออกรส ในบางครั้งก็ต้องแอบจุ๊ๆกัน เพราะอย่างที่รู้สังคมคนไทยในนิวยอร์คมันแคบ เกิดด่าๆร้านอยู่แล้วพาลมีคนรู้จักนั่งอยู่แถวนั้น จะพลอยซวยไปด้วย
“หนาวนะ เมื่อไหร่หิมะจะตก ฉันยังไม่เคยเห็นหิมะเลย”
“คงตกตอนปลายๆปีมั้ง วีซ่าแกอยู่ถึงไหม”
“ไม่ถึงหมดวันที่ 26 ธันวาฯ”
“แล้วแกจะเอาไง นี่ก็ต้นเดือนแล้ว”
“ไม่รู้เหมือนกันก้อบ”
“ตัดสินใจให้ดีนะ แล้วชัยล่ะ”

“มันบอกว่ามันจะโดด ฉันก็บอกมันให้คิดดูให้ดีๆเหมือนกัน ไม่เป็นไรหรอก ชัยมันยังมีเวลา แต่ของฉันอีกแค่ 25 วันเอง”
“ดีนะที่ฉันเซฟไว้ ตอนแกขอที่อยู่สถานที่พัก ฉันให้ที่อยู่ปลอมๆไป”
“ดีแล้วล่ะ ยังไงก็กันไว้ก่อน ฉันก็บอกชัยให้มันกรอกมั่วๆไปเหมือนกัน”
“นี่เราดูไปก็ไม่ต่างอะไรกับพม่ากับไทยใหญ่ที่เชียงใหม่เลยนะ ทำไมนะ ชีวิตนี้ไม่เคยได้ทำอะไรตามใจตัวเองบ้างเลย ฉันไม่เคยเป็นคนที่ได้เลือก”
“ก็ว่า อย่าคิดมากเลยแก ซดต่อดีกว่า”
หลังจากจัดการอาหารที่อยู่ต่อหน้าจนเกลี้ยง แล้ววางทิป 3 เท่าของแทค ฉันกับก้อบก้าวลงไปยังชั้นใต้ดิน เพื่อสนุกต่อที่ร้านใต้ถุน บรรยากาศก่อนตี 2 แสนคึกคัก โต๊ะที่วางเรียงรายในห้องอับแคบทึบถูกจับจองไปด้วยแรงงานไทยจากร้านต่างๆ เพื่อนของฉันก็มากันโต๊ะใหญ่ กำลังเวียนไมค์ร้องคาราโอเกะกันอย่างสนุกสนาน
“ตัวฉันคนอย่างตัวฉันใครจะมาสนใจ คนสวยคนที่ดีพร้อมเขาก็มองข้ามไป เพราะฉันมันเป็นคนแบบปอนด์ๆทั่วไป ไม่เห็นจะมีดีที่ใด” เสียงจากโต๊ะขวามือ คาดเดาจากความเก่าของเพลงที่เลือกมาร้องบวกกับหนังหน้าคนถือไมค์แล้ว คิดว่าคงเป็นฮู้ดมานานนับทศวรรษ
“โอย....มีแต่คนร้องเพลงเศร้า เบื่อจังไม่ไหวแล้ว” ก้อบเริ่มบ่น
“หาเพลงยุคเราเริ่ดๆมาร้องกันดีกว่าแก”
“ร้องเพลงป้าติ๊ดีกว่า”
“ไอเดียแจ่ม มาชั้นช่วยเต้น”
“พูดอีกที พูดอีกที พูดอีกที ได้หรือเปล่า ฉันไม่ได้ฟังก็อยากจะฟังมาตั้งนาน”
ทุกคนในโต๊ะพร้อมใจกันลุกขึ้นเต้นตามจังหวะของเพลงอย่างสนุกสนาน จากนั้นก็ตามด้วยทาทายังงัดเอาท่าชักดิ้นชักงอของเพลงโอ๊ะโอ๊ยมาคอนเทสต์กัน จบรอบด้วยนี้ด้วยนะนะของลานนา
“โอย....เหนื่อย ไม่ได้ปลดปล่อยมานาน”
“สังขารนี่มันไม่เที่ยงเลยนะ”
“55555ก็ว่า ตอนอยู่มอ ทั้งร้อง ทั้งเต้นได้ทั้งคืน นี่ 3 เพลงจะจอดซะแล้ว”
จบ 3 เพลงต้องวนไมค์ไปให้อีกโต๊ะต่อ เสียงเพลงครวญมาก็แสนเศร้าสร้อย ไม่เข้าใจเหมือนกัน ยิ่งคิดถึงบ้านอยู่ด้วย มาเจอเพลงแม่ของ เสก โลโซ ยิ่งทำให้ฉันแทบอยากเดินหนีออกไปจากตรงนั้น
“จะเศร้ากันไปถึงไหนนี่ ชีวิตมันก็รันทดอยู่แล้ว ยังมาร้องเพลงแบบนี้อีก”
“นั่นสิ คนยิ่งอารมณ์หวั่นไหวอยู่ด้วย เห้อ เขาคงคิดถึงแม่ล่ะมั้ง แกว่าไหม”
“ใช่...ฉันก็คิดถึง น้องเพิ่งโทรมาบอกว่าทำบุญที่บ้านแล้ว ในวันครบรอบการตายของแม่ฉัน”

“เวลามันผ่านไปไวมากนะ ฉันยังจำได้ เรารับปริญญากันเสร็จไม่กี่วัน แม่แกก็เสีย”
“แม่รอมานานมากแล้ว อย่างน้อยฉันก็ดีใจว่าแม่ได้เห็นวันที่ฉันประสบความสำเร็จ”
ฉันกับก้อบกำลังหวนรำลึกไปถึงวันวาน แม่ของก้อบเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง วันต่อมาของก้อบจึงเต็มไปด้วยความรับผิดชอบต่อครอบครัว ความตั้งใจจริงของเพื่อนฉันคือบินมาเอาใบปริญญาโท แต่ตอนนี้หน้าที่หลักคือยกจานแลกดอลล่าห์ส่งไปช่วยผ่อนบ้านที่เชียงใหม่ ปริญญาอีกใบเหมือนจะถูกเลื่อนกำหนดการรับออกไปไกลเรื่อยๆ
“แม่ชัยก็เสียก่อนมา”
“เป็นโรคมะเร็งเหมือนกันหรือ”
“ใช่....วันที่ฉันโทรไปหา มันร้องไห้ ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี ได้แต่บอกมันว่า อีก 3 เดือน ลองเปลี่ยนชีวิตมาที่นี่ไหม เผื่อจะได้ช่วยครอบครัว ฉันเลยช่วยมันมาที่นี่ไง”
“ดีแล้วล่ะ ถ้าแม่อยู่ แม่ก็คงดีใจ ที่เห็นคนอย่างพวกเรา ต่อสู้ฝ่าฟันจนมายืนอยู่ที่นี่ได้”
“ใช่ ที่นี่NY”
บรรยากาศเริ่มเศร้าสร้อย ด้วยอารมณ์ของบทเพลงที่พาให้คนในร้านมองย้อนกลับไปถึงคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ทางเมืองไทย ประกอบกับน้ำเสียงของคนร้องที่กึ่มๆเมาเหล้าด้วย ยิ่งทำให้การถ่ายทอดเสียงเพลงออกมาบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ฉันได้แต่สัมผัสว่า ความรู้สึกคิดถึงจนใจจะขาดมันเป็นแบบนี้เอง
“ไม่ไหวแล้วนะ เศร้าเกินไปแล้ว ขอร้องเพลงสนุกนะ” ฉันรีบเปลี่ยนบรรยากาศ ท่ามกลางเสียงตอบรับของทุกคน พี่ปอเจ้าแม่คาราโอเกะ จึงบรรจงเลือกแต่เพลงแดนซ์มาให้มันกันต่อ
“มาทำให้เคลิ้มตลอด ถ้าเผลอไปกอดแล้วเธอจะว่ายังไง จั๊ด จา ดา ด้า จั๊ด จั๊ด จา ด้า ดา วู้ๆๆๆๆ” แม้จะดูเก้ๆกังๆไปบ้าง แต่ทุกคนในร้าน ก็พยายามเลียนแบบท่าเต้น เพลงของไอซ์ ศรัญญู อัพเดทสุดๆจากเมืองยามนี้กันอย่างสนุกสนาน แหม...ก็มาก่อนเพลงนี้ดัง เต้นได้แค่นี้ก็บุญแล้ว
คืนนั้นกว่าจะแยกย้ายกันก็เป็นเวลาตี 3 แล้ว อากาศเริ่มเฉียดๆศูนย์องศาเข้าแล้ว ฉันเอามือซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อ ปากเริ่มสั่นด้วยความหนาวเหน็บชอนไช ลมหายใจเข้าออกมีไอความร้อนพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา เกือบสว่างจึงจะข่มตาให้หลับลงได้  เพราะด้วยใจที่ว้าวุ่น ไม่รู้ชีวิตนี้จะก้าวเดินต่อไปอย่างไรดี
“ตึ๊ด ตึ๊ด ตึ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ดีครับพี่ มีไรหรือครับ โทรมาแต่เช้า”
“วันนี้พี่ไปทำงานไม่ได้ น้องหมิวช่วยไปแทนได้ไหม”
“เออ....”
“ขอเถอะนะจ๊ะ พี่มีธุระด่วนจริงๆถามทุกคนแล้วก็มีหมิวที่หยุดวันนี้”
“ได้ครับ”
“ขอบใจมาก”
ฉันกำลังนั่งอยู่บนรถไฟฟ้าสาย 7 อีก 1 ชั่ว ฉันคงถึงร้าน และอีก 15 ชั่วโมง คงเป็นเวลาที่ฉันจะได้กลับมานอน ฉันเริ่มนับเวลาถอยหลังอย่างช้าๆ




Create Date : 18 เมษายน 2550
Last Update : 18 เมษายน 2550 23:40:35 น. 5 comments
Counter : 275 Pageviews.

 
อิอิ สู้ๆ จ้า


โดย: same sun not so far วันที่: 19 เมษายน 2550 เวลา:7:01:05 น.  

 
อ่านแล้วได้ทุกอารมณ์เลยนะคะ
ชีวิตต้องสู้เป็นงี้นี่เอง

สู้ต่อปาย....(คาดเดาจากเพลงที่ร้องแล้ว เราคงอายุพอๆกัน)


โดย: pompoko วันที่: 21 เมษายน 2550 เวลา:15:45:25 น.  

 
สุดยอดความแกร่งเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
ตอนนี้คุณอยู่ NY หรือเมืองไทยคะ เก่งจริงๆเลย
เราก็กำลังหาที่เรียนภาษาถูกๆใน NY กะว่าจะลงเรียนสัก 3 เดือนแล้วก็ลงเรียนต่อที่โน้น แต่ไม่รู้ว่าต่อวีซ่าที่โน้นได้เปล่า และก็คงต้องไปลุยหางานเหมือนคุณแหละ เพราะเงินไม่เยอะ
ดีใจที่คนอีสานบ้านเรา เก่ง และขยันแบบนี้
ภูมิใจในคนอีสานบ้านเฮาเด้อ :)


โดย: คนแก่อยากเรียนภาษา (Olefine ) วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:17:05:00 น.  

 
ท่าทางจะเริ่มอยู่ตัวแล้วเนี่ย
เป็นห่วงเรื่องวีซ่าแทนคับ


โดย: Kurt Narris วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:7:40:49 น.  

 


โหหห กว่าจะได้พัก สุดยอดอีกแล้ว

ชีวิตคือการเรียนรู้และก็ต้องสู้ชีวิตตอนนี้เราขอร้องเพลง เจิน เจิน ดีกว่า ต้องสู้ ต้องสู้ถึงจะชนะ


โดย: นก (onelove01 ) วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:28:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Be a good guy
Location :
New York CityBoy United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กจากทุ่งกุลาร้องไห้ฯฝันไกลในนิวยอร์ค
Friends' blogs
[Add Be a good guy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.