ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูแลเสี้ยวหัวใจของผมที่เหลืออยู่ ขอบคุณครับ
มนตร์นิทรา ตอนที่3

มนตร์นิทรา ตอนที่3

.....ไม่เคยเลยสักครั้งที่เด็กน้อยศักดิ์ชายจะรู้สึกยินดีที่ได้พบกับใครสักคน แต่ครั้งนี้ต่างออกไปที่กลับรู้สึกตื่นเต้นยินดีกึ่งฉงนเป็นอันมาก ที่จู่ๆมีผู้ที่เจาะจงมาพบตนเองโดยไม่รู้ตัวมาก่อนและมาในลักษณะแปลกๆ



“อืมม์ นายชื่ออนัตตา น้องนายชื่ออมิตตา อืมม์ ฉันว่านะ นายสองคน มีชื่อที่แปลกมากเลยนะ แล้วก็ทำอะไรแปลกๆ” ศักดิ์ชายพูดปนยิ้ม
“แปลกเหรอ ฉันว่าไม่นะ งั้นคนที่มีภาษาต่างจากเราไม่แปลกกว่ากันเหรอ คนจีน แอฟริกา หรือ ตะวันออกกลาง อินเดีย.....” อนัตตาเริ่มร่ายยาวและก่อนที่จะมากไปกว่านี้
“พอๆ เถอะ โอ.เค.เอาเป็นว่า ไม่แปลกก็แล้วกัน โดยเฉพาะ ระหว่างนายกับน้องนาย” ศักดิ์ชายพูดอย่างอ่อนใจ
“อืมม์.....นั่นสิ ช้านก็เรียกกันปกตินะ ไม่เห็นมองกันแปลก..” อนัตตาพูดปนหัวเราะอารมณ์ดี
“ว่าแต่นาย มีอะไรหละถึงมาหาฉัน หรือ นายมาหาคนอื่น” ศักดิ์ชายถามเพื่อหาคำตอบ
“อ่านะ! ฉันคุยกับนาย ช้านก็มาหานายสินะ” อนัตตาถือโอกาสนั่งลงบนเก้าอี้นอนอีกตัวที่อยู่ข้างๆศักดิ์ชาย
“แล้วๆนายมาหาฉันทำไมหละ แล้วรู้จักฉันเหรอ” ศักดิ์ชายยังไม่หายฉงน
“อ๊ะ...!! ถ้าน้องช้านรู้จัก ช้านก็รู้จัก นายอย่ามัวแต่ถามมากเลยนะ โลกนี้มีอะไรแปลกๆอีกมากที่นายไม่รู้ และช้านก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉะนั้น ไม่ต้องถามให้มากความ” อนัตตาพูดเชิงตัดบท ศักดิ์ชายได้แต่อึ้ง




.....จากนั้นทั้งสองก็คุยกันอย่างออกรส ศักดิ์ชายไม่เคยคุยกับเพื่อนที่สนุกแบบนี้มาก่อน ที่สำคัญ อนัตตารู้และเข้าใจความคิดความรู้สึกของศักดิ์ชายเป็นอันมาก เหมือนดั่งรู้จักกันมาแรมปีเลยที่เดียว ศักดิ์ชายไม่เคยรู้สึกดีๆแบบนี้มาก่อน นับจากการเรียนอยู่ในชั้นกับครูมัณฑนา



“ฉันถามจริงๆเถอะอนัตตา นายมาจากทางข้างหลังไร่นั่นเหรอ” เด็กชายพูดพร้อมชี้มือไปทางทิศนั้น
“ช่าย....!! ทำไมเหรอ แปลกตรงไหน” อนัตตาพูดพร้อมมองฝ่าความมืดไปในทิศนั้น
“ก็ฉันถามน้าฉันแล้วนี่ น้าบอกว่า......” ก่อนที่จะพูดจบประโยค
“อ๊ะๆ...น้าผู้หญิงของนายจะไปรู้อะไร ก็อยู่แต่ข้างในบ้าน ไม่เคยสำรวจ ช้านก็บอกแล้วไงว่า ในโลกนี้ มีสิ่งที่เราไม่รู้มากมาย....” อนัตตาตัดบท ศัดดิ์ชายได้แต่ทำเสียง “อืมม์ๆ” ในลำคอ




.....อนัตตาทำท่าคลุ่นคิดนิดหนึ่ง ลุกขึ้นเดินไปมา ดูโน้นดูนี้ แล้วเอ่ยถามศักดิ์ชาย



“นี่ศักดิ์ชายเอางี้ นายอยากไปเที่ยวบ้านพักช้านปะ......” อนัตตาพูดหยั่งเชิง
“หื้อ!! บ้านพักนาย.....” ศักดิ์ชายทวนคำจ้องหน้าอนัตตา
“อื้อ! ช่าย บ้านพักช้านหนะ น้องช้านทำขนมอร่อยมากเลยนะ ถึงแม้มันจะไหม้ไปหน่อยในบางครั้ง” อนัตตาพูดอย่างภูมิใจ
“อมิตตานั่นเหรอ ทำขนมเป็น อายุก็ไม่ต่างฉันเท่าไร ทำขนมเป็นเหรอ?” ศักดิ์ชายลุกขึ้นยืนอย่างสนใจ
“อ๊ะ อย่าประมาทไป อืมม์ ที่จริงแม่ช้านสอนหนะ แม่ทำอาหารอร่อยมาก” อนัตตายืดอกพูด
“ฟังดูบ้านนายคงมีความสุขนะ..” ศักดิ์ชายรู้สึกอิจฉาเล็กๆ
“อ๊ะ....แน่นอนสิ ไปปะ ช้านจะพานายไป ...อ๊ะ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวช้านพานายมาส่ง ไม่นานหร๊อก” อนัตตาอาสาอย่างมั่นใจ




.....ศักดิ์ชายคิดอย่างชั่งใจ เหลือบตามองนาฬิกา ก็กำลังทุ่มกว่าๆ แต่ช่วงในฤดูหนาวฟ้าจะมืดเร็วกว่าปกติ ดั่งฟ้าเป็นใจศักดิ์ชายมองดูเพื่อจะมองหาคนในบ้านแต่ก็ไม่พบใคร กำลังจะลุกขึ้นไปหาแม่เพื่อขออนุญาต แต่เหมือนอนัตตารู้ว่าศักดิ์ชายจะทำอะไรและคิดอะไร



“เฮ้....ชาย นายไม่ต้องหรอก แม่นายคงสนุกกันของข้างนอกโน้น...” อนัตตาพูดพร้องชี้มือไปทางหน้าบ้าน ทันทีก็ปรากฏเสียงสรวนเสเฮฮาให้ได้ยิน และได้ยินเสียงที่ตนจำได้ว่าเป็นเสียงของพ่อตนพูดออกมา
“ไม่ต้องเรียกหรอกเจ้าศักดิ์ชายหนะ ป่านนี้หลับไม่รู้เรื่องไปแล้ว” แล้วก็เกิดเสียงเฮฮากันต่อไป ในหนึ่งก็รู้สึกผิดหวังที่พ่อของตนพูดแบบนั้น ใจหนึ่งก็โล่งใจที่โอกาสเปิด สองความรู้สึกนี้คละเคล้าปนเปกันในใจศักดิ์ชายไปหมด
“โอ.เค.ไปบ้านนายก็แล้วกันอนัตตา ฉันอยู่ที่นี่ก็ไม่สนุกหรอกนะ หวังว่าบ้านนายคงสนุก” ศักดิ์ชายตัดสินใจ
“ได้เลย เอ๊า...ตามมา” อนัตตาผายมือเชื้อเชิญ




.....ศักดิ์ชายตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ลุกขึ้นคว้าเสื้อกันหนาวของตนเองไปด้วย อนัตตาวิ่งฝ่าความมืดออกไปศักดิ์ชายวิ่งตาม ก่อนจะวิ่งเลยออกเขตบ้าน



“เดี๋ยวๆ อนัตตา ฉันลืมสมุดวาดเขียนของฉัน” ศักดิ์ชายร้องบอก
“อ๋อ....ไม่ต้องหรอก เอาไว้ในโพรงนั่นแหละ” อนัตตาตอบมา
“นายรู้ได้ไงว่าฉันเอาไว้ไหน” ศักดิ์ชายสงสัย
“ช้านบอกนายแล้วไง โลกนี้มีอะไรมากมายที่เราไม่รู้” อนัตตาหยุดวิ่งแล้วหันกลับมา พร้อมเอานิ้วชี้จี้ที่อกศักดิ์ชาย เหมือนให้จำไว้
“อ๊อ...แล้วอีกอย่างหนึ่งนะ นับจากนี้ ช้านว่า นายคงวาดภาพได้ดีกว่านี้ขึ้นอีก และจะดีขึ้นอีกเรื่อยๆนะ” อนัตตาพูดทิ้งท้ายก่อนหันหลังกลับไปวิ่งต่ออีก




.....ศักดิ์ชายได้แต่รู้สึกงงๆ และจะงงยิ่งกว่า เมื่อได้ยินค่ำว่า โลกนี้มีอะไรอีกมากมายที่ไม่รู้ ก็เลยไม่ถามจะดีกว่า ตอนนี้มีหน้าที่อย่างเดียววิ่งตามอนัตตาให้ทัน น่าแปลก ในความมืดนั้น ทำไมตนเองรู้สึกวิ่งได้คล้องแคล้วว่องไวเหลือเกินโดยที่ตนเองไม่สะดุดอะไรเอาเลย และรู้สึกสนุกในการวิ่ง ไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย แสงดาวที่ส่องบนฟากฟ้าแม้จะมีน้อยนิด แต่ทว่า ในยามนี้ มันกลับส่องสว่างนวลตา สดใส ทำให้มองเห็นอะไรต่างๆรอบตัวไปหมด ชั่วอึดใจ ทั้งสองก็วิ่งมาถึงริมรั่วที่เมื่อวานนี้ศักดิ์ชายเจอกับอมิตตา ศักดิ์ชายมองไปมารอบๆแนวรั้วเพื่อหาทางออก แต่จนแล้วจนรอดก็มองไม่เห็น เพราะเลยจากแนวรั้วลวดหนามไปก็เป็นป่าทึกรกหนาแน่นไปหมด ยากที่จะเดินฝ่าผ่านไปได้ จนศักดิ์ชายเองเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ จึงต้องเอ่ยถามอนัตตา




“อนัตตา ฉันไม่เป็นมีทางเข้าเลย รกๆทั้งนั้น นายแน่ใจเหรอ ว่านายจำไม่ผิดทาง” ศักดิ์ชายเอ่ยถาม
“อย่าดูถูกความทรงจำของช้าน” อนัตตาตอบกลับอย่างหยิ่งๆ
“ป่าว! หรอก เพียงแต่นายมากลางคืน นายอาจจำผิดก็ได้” ศักดิ์ชายพยายามพูดในแง่ดี
อนัตตายิ้มเห็นฟันขาวในความมืดพร้อมกวักมือเรียกศักดิ์ชายเข้ามาหา
“นั่นไง ทางเข้า นายเห็นไหม..” อนัตตาชี้ไปที่บริเวณรั้วตอนหนึ่ง





.....ศักดิ์ชายมองตามมือที่ชี้ไปทางนั้น ทันใดนั้นก็ปรากฏเส้นทางเล็กๆซึ่งอยู่นอกรวดหนามออกไป ทั้งๆที่ตอนแรกศักดิ์ชายมองไม่เห็นอะไรเลยมีแต่ป่ารกๆ แต่ตอนนี้ กลับมีเส้นทางอยู่ข้างหน้า แต่ความพิเศษของเส้นทางนี้ ที่ศักดิ์ชายตลึงทำให้พูดไม่ออกคือ สองข้างทางนั้น มีแสงสีเขียวดวงเล็กๆวับแวม ทอประกายอยู่เต็มไปหมด บ้างล่องลอยไปมาในอากาศ บ้างจับกลุ่มเป็นกลุ่มใหญ่ ดูแล้วช้างเพลินตาเสียกระไร ศักดิ์ชายรู้สึกตื่นเต้นจนพูดไม่ออก



“เห็นป่าว นายดูไม่ดีเอง ช้านบอกแล้วโลกนี้มีอะไรมากมายที่เราไม่รู้ โดยเฉพาะนาย...” อนัตตาพูดพร้อมก้าวเดินออกไปมุดรั้วแล้วกวักมือเรียกศักดิ์ชาย




.....ทั้งสองเก้าออกมานอกรั่วแล้ว อนัตตาเดินนำหน้าพร้อมหัมเพลง “Eternal Flame” เบาๆอย่างมีความสุข ทำให้ศักดิ์ชายรู้สึกสนุกไปด้วย ทั้งสองก้าวเดินไปอย่างสบายๆ สองข้างทางไม่ใช่มีแต่หิ่งห้อยเท่านั้น ยังมีเห็ดรูปร่างแปลกๆมากมายที่เรืองแสงได้หลากสีแสง บ้างสีฟ้า บ้างสีเขียว ที่พิเศษก็เป็นสีรุ้ง ดาดาษเต็มเป็นแนวสองข้างทางราวไฟกิ่งประดับทาง ดอกไม้สีสดใสมองเห็นได้แม้แต่ในความมืด ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ อย่างที่ศักดิ์ชายไม่เคยเห็นและได้กลิ่นมาก่อน เสียเรไรร้องประสานดั่งการต้อนรับเด็กทั้งสอง เป็นจังหวะๆ ฟังดูแล้วก็เพลิดเพลินดี บางครั้งกลุ่มหิ่งห้อย ก็มาบินวนแปลรูปขบวนเป็นรูปเรืองแสงต่างๆมากมาย ศักดิ์ชายได้แต่ตะลึกงัน ตื่นเต้น เพลิดเพลินกับภาพที่เห็น จนลืมไม่คิดแม้แต่จะถามที่ไปที่มาของสถานที่แห่งนี้ ไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงบริเวณบ้าน ซึ่งลักษณะของบ้านเป็นบ้านดินที่ใช้ดินผสมฝางข้าวทำการก่อสร้างมีสองชั้นหลังไม่ใหญ่มากนัก สภาพแวดล้อมมีต้นไม้เต็มไปหมด แล้วยังมีดอกไม้เรืองแสงขึ้นแซมอยู่ทั่วไปมองดูสวยงามอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีกลุ่มหิ่งห้อยคอยบิดประดับไปมาสร้างสีสันอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะถึงประตูบ้าน ประตูก็เปิดออกแต่ไม่ได้เปิดด้วยมือของอนัตตาแต่เปิดด้วยคนที่อยู่บ้างใน



“แอ๊ดโครมมมมมม!!” ประตูบ้านเปิดออกอย่างแรง คนที่ยืนตรงประตูไม่ใช่ใคร อมิตตา น้องสาวของอนัตตานั้นเอง อมิตตา ยืนยิ้มกว้างรอต้อนรับอยู่แล้ว
“สวัสดียามค่ำคืนชาย เธอคงได้คุยกับพี่ฉันแล้วนะ” อมิตตากล่าวคำทักทาย และรีบเชื้อเชิญทั้งคู่ให้เข้าบ้าน




.....ภายในบ้านตกแต่งแปลกๆแต่ สะอาด มีเก้าอี้นอนบุด้วยผ้านวมหนาๆหลายตัวท่าทางน่านอน



“เออ...สวัสดีอมิตตา...” ศักดิ์ชายกล่าวทักทาย
“อืมม์ ไม่ช้าไปหน่อยเหรอชาย ที่จะกล่าวทักทายกัน” อมิตตาตอบยิ้มๆ
“เออ...ก็เลยไม่เปิดโอกาสให้ทักนี่นา....” ศักดิ์ชายแก้ต่าง
“งั้นเหรอ ช่างเถอะๆ มาๆนั่งก่อนสิ ฉันกำลังทำขนมกับคุณพ่อคุณแม่ฉันอยู่หลังบ้าน เดี๋ยวเรามาทานพร้อมกันนะ มีน้ำกระเจี๊ยบด้วย ฉันทำเองนะ..” อมิตตาพูดอย่างมั่นใจ ศักดิ์ชายได้แต่ยิ้มกว้าง เพราะไม่เคยมีเพื่อนคนไหนที่เชื้อเชิญศักดิ์ชายได้ถึงเพียงนี้




.....ศักดิ์ชายเดินไปรอบๆห้องนั้น มองดูอะไรหลายๆอย่างที่แปลกตา ไม่เคยเห็น เช่น ตะเกียงที่ส่องแสงสีเขียวเรืองๆ วางประดับอยู่บนโต๊ะ โต๊ะรูปทรงแปลกตาที่มีเนื้อไม้สีขาว เสาเรือนยังมีกิ่งไม้ใบไม้งอกออกมา พร้อมดอกไม้แปลกตาส่งกลิ่นหอมอ่อนๆชื่นใจ ตู้ใส่ของที่วางอยู่กับพื้น บางตู้มีลักษณะเหมือนจอมปลวก แต่มีลิ้นชักเป็นชั้นๆ ศักดิ์ชายยังทึ่งกับบ้านแบบนี้ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน อีกทั้งยังมีความอบอุ่นอย่างน่าพิศวง ศักดิ์ชายเดินไปถึงมุมอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นชั้นดินเหมือนกัน แต่ละชั้นอัดแน่นไปด้วยหนังสือต่างๆมากมาย ศักดิ์ชายค่อยๆดึงออกมาดูด้วยความสนใจ แล้วก็ทำตาลุกวาว



“โอ้โฮ....!! อมิตตา...นี่หนังสือดีๆทั้งนั้นเลยนะ ฉันเคยขอให้พ่อฉันซื้อให้ แต่ท่านไม่ยอมซื้อให้ ท่านบอกว่า ไร้สาระ เออ.....สำหรับฉันนะ” ศักดิ์ชายเสียงอ่อยๆมือก็พลิกดูหนังสือ เล่มแล้วเล่มเล่าล้วนแต่เป็นหนังสือในฝันของศักดิ์ชายทั้งสิ้น อมิตตาได้แต่ยิ้มพราย

“ถ้าเธอชอบนะ มาอ่านได้ทุกวันเลย แล้วแต่เธอมีเวลาอยู่ที่นี่” อมิตตาตอบ
“อืมม์ มันก็ดีหรอกนะ แต่จะมาได้อีกเหรอ ฉันหนะ” ศักดิ์ชายตอบอ่อยๆเช่นเคย
“อื้อ!ได้สิ ถ้าเธออยากมานะ” อมิตตาตอบอย่างมั่นใจ ศักดิ์ชายได้แต่มองแล้วยิ้ม




.....อมิตตาและอนัตตา ได้ขอตัวจากศักดิ์ชายเพื่อเข้าไปเตรียมขนมและน้ำหวานในครัวร่วมกับพ่อและแม่ของเขา ปล่อยให้ศักดิ์ชายเพลินกับหนังสือที่อยากอ่าน ศักดิ์ชายรู้สึกดีกับสองพี่น้องเป็นอย่างมาก แต่ยังไม่รู้จักพ่อกับแม่ของทั้งสองเลย ไม่นอน ก็มีเสียงแก้วจานกระทบกัน แล้วมีเสียดุเตือนออกมาจากหลังบ้าน เป็นเสียงผู้หญิง บอกให้อมิตตาเดินระวังๆเดี๋ยวแก้วจานแตก เสียผู้ชายเสียงนิ้มๆปรามบอกว่า อยู่เอ็ดลูกเลย แล้วบอกให้อนัตตาไปช่วยอมิตตา แล้วก็มีเสียหัวเราะคิกคักๆ ไม่นานนัก ทั้งหมดก็เริ่มทยอยออกมา เริ่มจากผู้ชายร่างใหญ่ ในชุดผ้าเอี้ยมทำอาหารเดินยกถาดใส่ขนมเค้กก้อนใหญ่ออกมา ตามมาด้วย อมิตตา และอนัตตาสุดท้ายก็ผู้หญิงร่างท้วม ท่าทางใจดีเดินยกถาดใส่ไก่อบออกมาทั้งตัว



“อ้าว....สวัสดีเธอคงเป็นศักดิ์ชายสินะ ช้านเป็นพ่อของเจ้าเด็กสองคนนี้หละ มาเลย...มาสิมานั่งกินกัน” ชายร่างใหญ่ผู้เป็นพ่อเชิญชวน ท่าทางของพ่อร่างใหญ่ทำให้ ศักดิ์ชาย นึกถึง “แฮร์กริต” ในเรื่อง “แฮร์รี่ พอร์ตเตอร์” หญิงร่างท้วมผู้เป็นแม่ท่าทางใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา นำไก่อบตัวโตในถาดมาวางบนโต๊ะ แล้วก็เชื้อเชิญศักดิ์ชายเหมือนกัน แต่มือก็ไม่ว่างแจกจานช้อนซ้อมไปทั่ว พลางดุลูกสองคนเป็นหน้าเป็นหลัง พอเสร็จเรื่องบนโต๊ะ เธอก็เดินมาที่มุมหนังสือที่ศักดิ์ชายยืนอยู่ แล้วโอบไหล่
“มาสิหนุ่มน้อย วันนี้ฉันทำขนมเค้กแยมผลไม้ก้อนโตเลยหละ เมื่อรู้ว่าเธอจะมาเยี่ยมพวกเรา” เธอใจดีมากจัดแจงหาที่นั่งใกล้อมิตตาแล้วแจกจานให้ศักดิ์ชาย อมิตตาเสริฟน้ำกระเจี๊ยบเย็นชื่นใจให้จิบ




.....ในโต๊ะอาหารทุกช่วงนาทีเต็มไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะ เสียงสรวนเฮฮาของครอบครัวนี้ ทำให้ศักดิ์ชายรู้สึกอบอุ่น เพราะศักดิ์ชายกลายเป็นบุคคลสำคัญของครอบครัวนี้ไปเสียแล้ว ต่างคนต่างเอาใจศักดิ์ชายเป็นอันมาก ที่สำคัญพวกเขาเหล่านี้รู้ใจศักดิ์ชายเกือบทุกสิ่ง นับตั้งแต่เรื่องราวต่างๆก็คุยกันอย่างเข้าอกเข้าใจในตัวศักดิ์ชาย อาหารการกินแต่ละอย่างเมื่อทำออกมาก็ล้วนเป็นของโปรดของศักดิ์ชายทุกสิ่ง หนังสือทุกเล่มที่ศักดิ์ชายอยากอ่าน ตลอดจนอุปกรณ์วาดเขียนต่างๆ สรุปแล้วครอบครัวนี้ เป็นครอบครัวที่อยู่ในใจของศักดิ์ชายมากที่สุด ศักดิ์ชายมีความสุขมากที่ทุกอย่างเพียบพร้อมเสียทุกสิ่งในครอบครัวเล็กๆแห่งนี้ เวลาดำเนินผ่านไปเรื่อยๆ จากโต๊ะอาหาร เด็กทั้ง 3 ก็ย้ายมาที่มุมหนังสือ นั่งคุยกันภายใต้ตะเกียงประหลาดที่มีแสงสีเขียวนวลตา ตัวแสงไฟเคลื่อนไหวได้ราวมีชีวิต ไม่นานจากนี้ ศักดิ์ชายก็มีอาการง่วงนอน ทันที่ที่หาวแรก พ่อร่างใหญ่ผู้อบอุ่นก็ก้าวลงมาจากบันไดชั้นสองเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง พร้อมกล่าวว่า



“ศักดิ์ชาย ถ้าอยากจะนอนก็นอนได้นะ รับรองพอเธอหลับช้านจะพาเธอไปส่งให้ถึงบ้านเลยหละ” พ่อร่างใหญ่พูดพร้อมยิ้มกว้าง
“นั่นสินายนอนเถอะช้านรับรองพ่อช้านจะพานายไปส่งถึงบ้านเลยหละ” อนัตตาพูดขึ้น




.....ยังไม่ทันจบประโยคของอนัตตา ศักดิ์ชายก็ผล็อยหลับไปอย่างเป็นสุข ในอ้อมแขนที่อบอุ่นที่ศักดิ์ชายนอนอยู่นั้น ศักดิ์ชายยังรู้สึกถึงความอบอุ่นนั้นที่โอบอุ้มตนเอง ศักดิ์ชายไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดูแต่ประการใด คงปล่อยให้ใจล่องลอยไปในห้วงนิทราในอ้อมแขนอันอบอุ่นอย่างเป็นสุข



“ลูกนอนแล้วเหรอพ่อ” ประภาศรีพูดกับผู้เป็นสามีซึ่งเป็นพ่อของศักดิ์ชาย
“อื้อ!! เจ้านี้นอนไม่เลือกที่ อุ้มขึ้นไปนอนในห้องแล้วหละ ไม่รู้นอนได้ยังไง ที่ระเบียงนั่น” วิวัฒน์ผู้เป็นพ่อกล่าว
“ก็ดีแล้วหละ อย่าเป็นหวัดก็แล้วกัน เฮ้อ...ขี้เซาจริงๆเลยลูกแม่” ประภาศรีกล่าว พร้อมกับส่ายหน้าแต่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“เอานา....ไอ่เจ้านี้ เห็นมันงี้นะ ไม่เป็นไรหรอก เธอก็อย่าห่วงมากเลย ดึกมากแล้ว ไปพักผ่อนกันเถอะนะ” วิวัฒน์ตัดบท




.....ทุกอย่างทุกช่วงเวลาสำหรับคืนนี้ ที่เกิดขึ้นมันช่างวิเศษสุดสำหรับชีวิตของเด็กน้อยศักดิ์ชาย เขาได้หลับอย่างเป็นสุขตลอดทั้งคืน คืนที่แสงดาวดาดาษเต็มท้องฟ้า และกลุ่มหิ่งห้อยเริงร่าอยู่ในสายหมอก.

จบตอนที่ 3



Create Date : 11 มิถุนายน 2550
Last Update : 14 มิถุนายน 2550 11:15:44 น. 13 comments
Counter : 169 Pageviews.

 
วันนี้มาขอบคุณสำหรับกำลังใจและความห่วงใย

ที่มีให้แม่เราและเรา แม่อ่านที่เราพริ้นท์กำลังใจจากเพื่อนๆไปให้

แม่น้ำตาซึมเลย ขอบคุณมากๆค่ะ


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:9:47:50 น.  

 
มาอ่านแระค่า หนุกดีค่า
แล้วจะมาติดตามตอนต่อไปนะค้า


โดย: :: ปลาทองน้อยๆตัวสีส้ม :: (mix_9001 ) วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:12:34:45 น.  

 
..นู๋อ่านมนต์นิทราทุกตอน..

..แต่วันนี้อ่านยากจังค่ะ..

..ตัวหนังสือมันกลืนกับ bg ..

..แต่สวยนะคะ..เด๋วมาอ่านต่อ (อ่านไปครึ่งเดียว)


โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:17:32:27 น.  

 
วันนี้มาส่งความคิดถึงค่ะ

ช่วยเซ็นต์รับไว้หน่อยนะคะ


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:19:28:48 น.  

 
อาทิตย์นี้ได้กลับบ้านกลางอาทิตย์ เย้ๆ

เดี๋ยววันศุกร์นี้มีไปรับน้องที่ทะเล แล้วจะเที่ยวเผื่อนะค่ะ


โดย: tagoyagi (niyai_waan ) วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:22:54:07 น.  

 
ขอขอบคุณทุกคนนะค้าบ ทุกๆคอมเม้นท์มีกำลังใจแฝงอยู่ทั้งนั้นครับ


โดย: ธาราภิรมย์ วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:11:17:19 น.  

 
สวัสดีค่ะ...

วันนี้แม่ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วนะคะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและความห่วงใยค่ะ


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:14:11:02 น.  

 
โห...จินตนาการกว้างไกล ภาพภูเขาเข้ากับเรื่องได้ดีเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่จะเอาชิปปี้ปล่อยป่านะคะ อิอิอิ คงโดนจับกินก่อนวิ่งเข้าป่า


โดย: shin chan (alei ) วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:1:10:53 น.  

 
มาเรียนเชิญเป็นเกียรติที่บ้านค่ะ

วันนี้ครบ 3 เดือนกับ bloggang

อัพ 2บล็อคเลย อัพเพลงด้วย

มีความสุขกับวันศุกร์นะคะ

ดีใจค่ะที่ได้รู้จักกับคุณ


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:13:34:07 น.  

 
เราเอง...มีความสุขอยู่ป่าวคะ


โดย: อำแดงสนุก IP: 202.129.59.195 วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:15:54:24 น.  

 
แวะมาทักทายค่า สบายดีนะคะ
หายไปไหนเอ่ย


โดย: :: ปลาทองน้อยๆตัวสีส้ม :: (mix_9001 ) วันที่: 16 มิถุนายน 2550 เวลา:14:08:26 น.  

 
สวัสดียามค่ำ
ไม่ได้มานานแล้ว
เลยมาทักทายคะ


โดย: goodpeople วันที่: 16 มิถุนายน 2550 เวลา:19:53:20 น.  

 
..เอาขนมมาฝากค่ะ ไว้กินตอนเขียนเรื่อง..



โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 17 มิถุนายน 2550 เวลา:17:52:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ธาราภิรมย์
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ด้านในของชีวิต มีทั้งความคิด ความฝัน
ความจริงและหลอกลวงปะปนกัน
จึงมาร่วมแบ่งปันความคิด ความฝันนั้น
เพราะเรามันก็แค่ "มนุษย์"



Click here to get your own clock for your site/profile!


++++ ชายราศีตุล ++++

visit www.mp3-codes.com now!
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
11 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ธาราภิรมย์'s blog to your web]
Links