รวมภาพประหลาดบนดาวอังคาร ร่องรอยเอเลี่ยน?

รวมรวมภาพแปลกบนดาวอังคารที่คุณอาจไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ซึ่งขณะนี้มีทฤษฎีที่ได้รับความนิยมมากเกี่ยวกับดาวอังคารที่ว่า เมื่อล้านปีมาแล้วมีอารยธรรมบนดาวอังคารแล้วจู่ๆ ก็เกิดหายไป ทั้งน้ำ ทั้งชั้นบรรยากาศซึ่งมันเป็นเรื่องแปลก มันเกิดอะไรกับดาวอังคาร ซึ่งวันนี้จะมาตามหาร่องรอยอารยธรรมดาวอังคาร ด้วยอัลบัมภาพความละเอียดสูงจาก University of Arizona  

รูปจำลองที่คาดว่าเป็นดาวอังคารเมื่อล้านปีที่แล้ว

แต่ปัจจุบัน.......

มาดูรูปเหล่านี้แล้วมาวิเคราะกันว่า มันเกิดจากธรรมชาติ หรือ อารยธรรมมนุษย์ดาวอังคาร เชิญทัศนา...

ภาพนี้แจ๋ว

เอามาแต่งให้ดูดีขึ้นหน่อย

ฐานทัพมนุษย์ดาวอังคาร?

 

ยังแปลกได้อีก

ภาพดาวอังคารก่อนเกิดเหตุการณ์

หลังจากนั้นอีกล้านปี

ภาพจากนาซ่า แดงๆ ไร้สิ่งมีชีวิต

ภาพหลังจากเอาสีแดงออกแล้ว ทำไมนาซ่าต้องเอาภาพสีแดงออกมาให้เราดู

หลายคนบอก "ก็ดาวอังคารเป็นดาวสีแดง ไม่ใช่ดาวสีเขียว ดูกล้องโทรทรรศน์ไม่โกหก"

จริงดิ? บางอย่างคุณอย่าพึ่งเชื่อทุกสิ่งจากนาซ่า บางสิ่งต้องการคำอธิบาย อย่างภาพนี้คือ ภาพการประชุมสรุปภายในของนาซ่า ก่อนที่จะนำภาพออกสู่สาธารณชน 

ภาพจากจุดเดียวกัน ที่นาซ่าเผยออกสู่สาธารณะ

ท้องฟ้าสีฟ้าแสนสวยหายไปใหน?

ซิดนี่ย์สีแดง แห้งแล้ง ไร้ชีวิต....ฮา

อันนี้เด็ดจาก marsrover



ดูๆ ไปเหมือนนี่ป่าว

ภาพปริศนาส่งท้าย ถ่ายจากอวกาศเหมือนกันมันคืออะไร

เฉลย มันคือ




Create Date : 11 สิงหาคม 2555
Last Update : 11 สิงหาคม 2555 11:41:57 น.
Counter : 42881 Pageviews.

49 comments
  
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
โดย: กดกดกดก IP: 158.108.70.69 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา:9:33:42 น.
  
สุคยอดเลย
โดย: คุณากร IP: 113.53.209.167 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:02:28 น.
  
?
โดย: เอม IP: 183.89.97.246 วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:17:21:12 น.
  
เยี่ยมครับ
โดย: abc IP: 27.55.130.251 วันที่: 5 มกราคม 2556 เวลา:23:42:37 น.
  
-ยังคงเป็นปริศนาสำหรับคนทั่วโลก...แต่อเมริกา คงมีข้อมูลมากกว่า เพราะเขาสามารถส่งยานสำรวจพื้นผิวได้แล้ว
-ต้องรอรับข่าวสารที่เขาเผยแพร่ อย่าด่วนสรุป...เพราะหลายๆองค์ประกอบอาจทำให้พื้นผิวของดาวอังคารมีรูปร่างแปลกตา..แม้แต่บนโลก ทั้งลม และน้ำ ก็ทำให้เกิดแกรนด์แคนยอน อันน่าสงสัย
-ดาวอังคารอาจ หรือไม่เคยมีสิ่งมีชีวิต....จนกว่าจะหาหลักฐานมายืนยันได้
-การจะไปดาวอังคารไม่ใช่เรื่องง่าย....ด้วยว่ามีข้อจำกัดคือ ยานอวกาศที่จะใช้เดินทาง...จะเอาอะไรเป็นเชื้อเพลิง ที่สามารถเดินทางได้นานตั้ง 7 เดือน...เพียงแค่ดวงจันทร์ ไป-กลับก็ต้องใช้เวลา 48 วัน....ดาวอังคารไกลเกินขีดความสามารถของมนุษย์
-แต่การที่จะไปอาศัยอยู่บนดาวอังคาร จะง่ายกว่าบนดวงจันทร์ เพราะบนดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ มืดมาก....
-คิดแล้วก็น่ากลัว...การเดินทางในอวกาศอันเวิ้งว้าง...ยานอวกาศของมนุษย์ จะเล็กกว่าเม็ดทรายหลายพันเท่า ถ้าเทียบกับความกว้างของจักรวาล....หากเกิดอะไรขึ้นระหว่างการเดินทาง....ยานจะล่องลอยไปไกลในอวกาศ อย่างไม่มีวันได้หวนกลับสู่โลก....
-ดังนั้น...การอยู่บนโลกใบนี้...ถือว่าสุดยอดแล้ว เพียงแต่ว่า จะอยู่ได้อย่างสงบสุข อีกนานเท่าใด...
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.103.221 วันที่: 8 มกราคม 2556 เวลา:22:01:25 น.
  
-แก้ไขข้อมูลครับ...การเดินทางไปดวงจันทร์ ใช้เวลาไป-กลับ 8 วัน....แต่ดาวอังคารต้องใช้เวลานาน 7 เดือน(ช่วงที่ดาวอังคารโคจรใกล้โลกมากที่สุดแล้ว)
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.103.221 วันที่: 8 มกราคม 2556 เวลา:22:04:37 น.
  
-ชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร มีอ๊อกซิเจนน้อยมาก...แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะอ๊อกซิเจนสามารถสร้างได้ แต่ต้องอาศัยอยู่ในโดมแก้ว...แล้วปลูกพืชข้างใน....ปัญหาก็คือ พายุฝุ่นเหล็กที่รุนแรง อาจทำให้โดมแก้วแตกได้....คงแก้ปัญหาด้วยการสร้างโดมแก้ว ให้เหมือนกระจกกันกระสุน...ปัญหาตามมาก็คือน้ำ....แต่เชื่อว่าเราเคยคิดว่าใต้พื้นผิวดาวอังคารมีน้ำ...ดังนั้นอาจใช้แหล่งน้ำใต้ดินได้...ก็ต้องพิสูจน์ว่ามีสารพิษหรือไม่
-กว่าที่เราจะไปเหยียบดางอังคารได้....เราต้องรอเวลาอีกนาน อย่างน้อยก็ต้องใช้ยานสำรวจก่อน...เพื่อเก็บข้อมูลทุกอย่าง ที่มนุษย์อยากรู้ และคิดว่าจำเป็นสำหรับการไปดำรงชีวิตบนนั้น
-หากข้อมูลพร้อม...มนุษย์อาจเสี่ยงไปลงบนพื้นผิวของดาวอังคาร...เพื่อทดลองอยู่สักช่วงระยะเวลาสั้นๆ....แล้วเดินทางกลับโลก....นั่นหมายถึงอย่างน้อยต้อง 14 เดือน ในการเดินทางไปและกลับ....แต่เชื่อเถิดว่า ระยะทางไม่น่าเป็นปัญหา...แต่ปัญหาที่สำคัญคือเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนยาน....จะนำไปกับยานได้อย่างไร....สิ่งนี้ต่างหาก ที่น่าขบคิด.....
-วิทยาการของมนุษย์ ยังไม่สูงพอ ที่จะเดินทางท่องอวกาศได้....อย่างน้อยเราต้องมียานอวกาศที่มีความเร็วเท่าแสง หรือความเร็วเหนือแสง...จึงค่อยคิดกันใหม่ ว่าจะเลือกไปอยู่บนดางดวงไหน...
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.103.221 วันที่: 8 มกราคม 2556 เวลา:22:14:22 น.
  
เป็นอะไรที่สุดยอดมาก
โดย: nuttapat IP: 171.4.235.34 วันที่: 9 มกราคม 2556 เวลา:18:11:57 น.
  
-องค์ประกอบของดาวอังคาร...มองดูไกลๆจากโลก โดยกล้องดูดาว....เหมือนน่าจะเคยมีน้ำ...ซึ่งเปรียบเทียบกับร่องรอยของน้ำบนโลก...ไม่ได้คาดเดาโดยไร้หลักการ
-ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด พอๆกับความกว้างของจักรวาล....แต่ยิ่งค้นหา ยิ่งไม่ได้คำตอบ...เพราะจักรวาลไม่มีขอบเขต...เราก็ไม่ต้องตั้งคำถามว่า จักรวาลสิ้นสุดตรงไหน...แต่ถ้าหากค้นหาได้ว่า...จักรวาลมีที่สิ้นสุด...ก็จะมีคำถามตามมาอีกว่า...ต่อจากจักรวาล เป็นอะไร....
-ดาวอังคารเล็กกว่าโลก แต่สามารถพัฒนาให้เป็นที่อยู่อาศัยได้ แต่ต้องใช้เวลาอีกแสนนาน...เหมือนกับเรามีบ้านหลังเล็กๆ..ถามว่าอยู่ได้ไหม ก็อยู่ได้...แต่เราส่วนมากชอบบ้านหลังใหม่ และใหญ่กว่า....เพราะประชากรเพิ่มมากขึ้น...อย่าลืมว่า คนเกิดง่ายกว่าทรัพยากร....ดังนั้นถ้าประชากรมากขึ้น ไม่สมดุลกับธรรมชาติ...เราต้องรีบหาแหล่งที่อยู่ใหม่...ซึ่งขณะนี้ อเมริกากำลังมองหาบ้านหลังใหม่ก่อนเรา โดยใช้ยานสำรวจ เดินทางล่วงหน้า เพื่อไปเก็บข้อมูลต่างๆกลับมาวิเคราะห์บนโลก
-เราไม่ต้องดิ้นรนหาบ้านใหม่...เพราะถ้าเขาไปได้ เขาคงไม่รับเราไปด้วย....เพราะอย่างน้อย เขาต้องคิดถึงคนในชาติของเขาก่อนเรา
-การอยู่บนดาวอังคาร อาจไม่เหมือนบนโลก...มันจะแตกต่างจากบนโลกโดยสิ้นเชิง...น่าจะเป็นเมืองวิทยาศาสตร์ เหมือนในหนัง...เพราะหนังก็สร้างดดยมนุษย์ ทำไมมนุษย์จึงจะสร้างเมืองเหมือนในหนังไม่ได้....ฝรั่งเขาทำได้อยู่แล้ว...
-เราต้องคอยรับรู้เรื่องราวต่างๆของดาวอังคาร ผ่านอินเคอร์เน็ท...เพราะเขาเผยแพร่ให้เรารับรู้ โดยที่เราไม่ต้องลงทุนมากมายถึงเพียงนั้น...แต่ข่าวสารที่ได้รับ อาจเป็นจะเพียง 1 ใน พัน...ที่เขาอยากให้เราได้รู้...ความจริงแล้ว ยังมีข้อมูลต่างๆ ที่ลึกล้ำ ที่เรายังไม่รู้ และไม่มีวันจะได้รู้..
-ดาวอังคารไกลเกินไปสำหรับคนไทย...และยังไกลอยู่อย่างนั้น...อีกหลายร้อยปี....แต่มันก็เป็นธรรมชาติดีอยู่แล้ว....หากสักวันหนึ่ง ที่ใครก็ตาม ได้มีโอกาสไปอยู่บนดาวอังคาร หากมีอะไรเกิดขึ้น แน่นอนว่า เขาเหล่านั้น ก็จะต้องมองกลับมายังโลกใบนี้เช่นเดิม....เราอยู่บนโลกใบนี้ให้สงบสุขจะดีกว่า....โลกเป็นดาวที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้วในจักรวาล เพราะ...อยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์ได้ระยะพอดี ไม่ร้อนเกิน ไม่หนาวเกิน...มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย....มีทัศนียภาพที่สวยงาม...มีเพื่อนร่วมโลกที่ต่างสายพันธุ์....มนุษย์มีสรีระร่างกายอย่างเหมาะสม....และที่สำคัญ มีอากาศให้ได้หายใจอย่างยาวนาน....เห็นไหมว่า...โลกคือของขวัญอันล้ำค่าของจักรวาล....แล้วเราจะไปอยู่ดาวอังคารทำไม.....
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.71.108 วันที่: 10 มกราคม 2556 เวลา:17:19:11 น.
  
-ถ้าหากมนุษย์ พัฒนาการเดินทางของยานอวกาศ ให้มีความเร็วเท่าแสง และเร็วเหนือแสงได้ในอนาคต...ไม่เพียงแค่ดาวอังคารเท่านั้น ที่มนุษย์คิดที่จะไปเยือน...แต่ดาวดวงอื่นๆ ก็ต้องไม่พ้นการสำรวจจากมนุษย์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ จะมีการถ่ายโอน เคลื่อนย้าย สิ่งมีชีวิตไปอยู่ตามดวงดาวต่าง ๆ....อาจเป็นดวงดาวละเชื้อชาติ หรือดวงดาวละสายพันธุ์ แล้วมนุษย์ก็จะเริ่มห่างเหินกัน....หากมีดาวดวงใด มีปัญหาเกิดขึ้นจนอยู่ไม่ได้ ก็จะเกิดการแย่งชิงที่อยู่อาศัยกัน นั่นจะกลายเป็นสงครามระหว่างดวงดาว ซึ่งก็เหมือนในนิยายวิทยาศาสตร์ ที่มนุษย์จินตนาการมันออกมาโลดแล่นอยู่บนแผ่นฟิล์ม(star war)....อย่าลืมว่า ยานอวกาศนั้น ก่อนที่จะเป็นจริง ก็มาจากการ์ตูนวิทยาศาสตร์ทั้งนั้น.....คราวนี้ จักรวาลก็จะเริ่มวุ่นวาย.....แล้วมีโอกาสเป็นไปได้สูง ที่จะมีการย้ายไปอยู่กาแล็กซี่อื่น...หากแม้นว่าสักวันหนึ่ง ระบบสุริยะจักรวาลของเรา...เต็มไปด้วยยานอวกาศสงคราม....นั่นอาจใช้เวลายาวนานถึง 2 แสนปี......นี่คือความน่ากลัว ของมนุษย์...ที่ไม่รู้จักพอเพียง.....โลกเราสวย และดีที่สุดแล้วในจักรวาล......โปรดอย่าทำลายทรัพยากรอันมีคุณค่ากันเลย....โลกจะสงบสุขได้อย่างยาวนาน ก็ด้วยมนุษย์เท่านั้น...
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.71.108 วันที่: 10 มกราคม 2556 เวลา:17:32:44 น.
  
ตอนสุดท้ายก้กวนได้อีกเนอะ
ชอบอ่ะ
โดย: 55 IP: 49.49.191.70 วันที่: 10 มกราคม 2556 เวลา:21:44:06 น.
  
โหหหหหหหหเเล้วไอรูปปั้นนั้นละคืออะไรที่เป็นเหมือนรูปปั้น???????
โดย: ก้องๆๆ IP: 171.98.144.136 วันที่: 12 มกราคม 2556 เวลา:7:13:12 น.
  
-ที่เหมือน หรือคล้ายรูปปั้นนั้น...เป็นภาพถ่ายระยะไกล...ที่เมื่อมองแล้ว อาจมีรูปทรงต่างๆ...ตามแต่จะคิด..เหมือนกับที่เรามองดูก้อนเมฆบนท้องฟ้า..เราก็จินตนาการกันไปต่างๆนานา ว่าเหมือนสิ่งนั้น เหมือนสิ่งนี้
-ทุกภาพจากดาวอังคาร ล้วนมีระยะไกลมากๆ...เราไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นภาพอะไรกันแน่...หนทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้ นั่นหมายความว่า เราต้องส่งมนุษย์ลงไปเหยียบบนพื้นผิวดาวอังคาร จึงจะบอกได้ว่า อะไรเป็นอะไร....แต่เราก็สามารถจินตนาการได้ แม้ไม่ถูกต้องนัก....นั่นเพราะเพียงแค่ภาพถ่าย....
-ดาวอังคารมีสิ่งที่น่าสงสัยมากมาย...ที่เป็นเช่นนั้น เพราะมนุษย์อยากรู้...อยากเห็น อย่างไม่รู้จักจบสิ้น แต่ก็ต้องอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ด้วย....ยานสำรวจคิวริออสซิตี้ ที่USA(NASA)ส่งไปสำรวจนั้น ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ เพราะดาวอังคารอยู่ไกลจากโลกมาก
-ในอนาคต ถึงแม้ว่า มนุษย์ไม่สามารถขึ้นไปอยู่อาศัยได้ แต่ก็ยังสามารถนำทรัพยากรบนดาวดวงอื่นๆ กลับมาใช้บนโลกได้ เพราะทรัพยากรบางประเภท ก็สูญสิ้นไปได้ หากเราใช้กันทุกวัน....
-ดาวอังคาร จึงเป็นดาวดวงเดียว ที่น่าจะปลอดภัยกว่าดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี หรือแม้แต่ดาวเสาร์.....แต่ข้อจำกัดที่มนุษย์ต้องคิดหนัก นั่นก็คือระยะทางที่ห่างไกลมาก...เพียงยานอวกาศที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน...ต้องใช้เวลาเดินทางไป-กลับ ดาวอังคารนานถึง 14 เดือน....แล้วลองคิดดูว่า 7 เดือนตอนไป จะอ้างว้าง เดียวดาย และน่ากลัวสักเพียงใด กับยานที่มีขนาดเล็กกว่าเม็ดทราย เมื่อเทียบกับความกว้างของจักรวาล...เกิดอะไรขึ้นกลางทาง...ช่วยตอบหน่อยว่า....ใครจะไปช่วยเขาเหล่านั้นได้ทัน...
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.79.230 วันที่: 16 มกราคม 2556 เวลา:14:35:43 น.
  
-เพราะเหตุใด? เราจึงพุ่งความสนใจไปยังดาวอังคารมากที่สุด...นั่นด้วยเหตุผลที่ว่า ในระบบสุริยจักรวาลนี้ ดาวทั้ง 8 ดวง(ไม่นับโลก) ไม่น่าที่มนุษย์จะสามารถเข้าไปสำรวจได้ใกล้ และไม่สามารถไปอยู่อาศัยได้ ดาวพุธร้อนเกินไป ดาวศุกร์ก็เช่นเดียวกัน...ดาวพฤหัสบดี ร้อนและอยู่ไกลยิ่งกว่า ดาวเสาร์เป็นดาวก๊าซ ไม่มีพื้นผิวเป็นของแข็ง ดาวพลูโตก็หนาวเย็น และอยู่รอบนอกสุด ยิ่งไกลเกิน....ดาวเน็ปจูนก็หนาว ดวงจันทร์ก็ไม่มีชั้นบรรยากาศ ก็เหลือเพียงดาวอังคาร ที่น่าสนใจที่สุด เพราะมีเวลาคาบเกี่ยวพอๆกับโลก....แต่รอบวงปีจะยาวนานกว่าโลก 1 เท่า...นั่นไม่เป็นปัญหา เราปรับปฏิทินระหว่างรอบปีได้....
-เรามีความเชื่อ และเคยเชื่อว่า บนดาวอังคารเคยมีน้ำ แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีน้ำบนพื้นผิวให้เห็น นักวิทยาศาสตร์กำลังค้นหาว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้น้ำบนดาวอังคารเหือดแห้ง หายไปหมด หรือกลายเป็นน้ำใต้พื้นผิวไปแล้ว
-มีคนพูดติดตลกว่า....สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร ที่ว่าเคยมี ก็คือสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรานี่แหละ....แปลความได้ว่า สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร อพยพมาอยู่บนโลกใบนี้นั่นเอง....นั่นเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ต้องพิสูจน์อีกนานทีเดียว
-ในอนาคต...การดำรงชีวิตของมนุษย์บนดาวดวงอื่น จะเหมือนภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เข้าไปทุกที....เป็นเมืองที่ต้องมีโดมแก้ว หรือเป็นเมืองที่มีสิ่งห่อหุ้มอย่างแข็งแรง....หากต้องการให้มีสภาพคล้ายโลก ก็ต้องอยู่ภายในอาคารที่แข็งแรง.....มีทะเลจำลอง มีป่าไม้ในโดมแก้ว....มีถนนที่มีหลังคา หรือไม่ก็สัญจรไปมาในหลอดขนาดยักษ์....เท่านี้ก็พอจะมองเห็นได้แล้วว่า มนุษย์จะขาดอิสระ ไม่เหมือนตอนที่ยังอยู่บนโลกอันงดงามใบนี้......ชวนให้คิดได้ว่า....ยิ่งเราทำลายทรัพยากรมากเท่าใด...โลกก็ใกล้เวลาหมดอายุเข้าไปทุกที.....ในระยะต่อไป เราก็อาจจะมีสภาพไม่แตกต่างไปจากดวงจันทร์ คือเป็นดาวเคราะห์ที่ตายแล้ว.....ถึงแม้น วันเวลานั้น อาจจะไม่เกิดกับคนรุ่นเรา...แต่เชื่อเถิดว่า มันต้องเกิดขึ้นสักวัน.......
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.114.39 วันที่: 16 มกราคม 2556 เวลา:18:03:19 น.
  
-การเดินทางไปดาวอังคาร...ในขณะนี้ ไม่น่าที่จะเดินทางได้รวดเดียวถึง
-อาจจะต้องมีสถานีอวกาศ เป็นช่วงๆ....เพื่อเติมเชื้อเพลิง
-หรือไม่ก็ใช้พลังจากไอออน เพื่อลดจำนวนสถานีอวกาศให้เหลือน้อยสถานี....เพราะยิ่งมากสถานี นั่นหมายถึงงบประมาณในการสร้างสถานีที่สูงขึ้นด้วย
-แต่กว่าจะถึงเวลานั้น NASA ก็ต้องใช้ยานสำรวจหลายครั้ง เพื่อความแน่ใจในความปลอดภัยของมนุษย์....อย่าลืมว่า ห้วงอวกาศนั้นกว้างใหญ่ไพศาล เกินกว่ามนุษย์จะหาขอบเขตได้
-พลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนยาน มีความสำคัญมาก...มากกว่าคำถามที่ว่า " เราจะอาศัยอยู่บนดาวอังคารได้อย่างไร ? "...เพราะว่าบนโลกของเรา บางแห่งก็มีสภาพคล้ายดาวอังคาร คือร้อน และแห้งแล้ง...แต่เราก็วางใจได้ เพราะว่า ถ้าร้อนและแห้งแล้งมากๆ เราก็กลับไปอยู่สภาพที่เคยอยู่ คือที่ๆชุ่มชื้นกว่า มีน้ำ ทะเล ภูเขา....แต่สำหรับบนดาวอังคารนั้นไม่ใช่...หากร้อนและแห้งแล้ง เราจะไปอยู่ตรงส่วนไหนได้ ก็ต้องกลับคืนสู่โลกอยู่ดี
-บนดาวอังคาร ที่ห่างไกลดวงอาทิตย์มาก กลางวันก็ยังเหน็บหนาว....แล้วกลางคืนยิ่งเลวร้ายกว่า อุณหภูมิติดลบมากกว่า50องศา.....เพียงการไปครั้งแรกของมนุษย์ ก็ต้องมีการเตรียมตัวที่ดีขั้นสุดยอด....เพราะหากเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์ชุดแรก....จะไม่มีใครช่วยเหลือได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ....บนดาวดวงใหม่ ที่ไม่ใช่โลก อันตรายย่อมรออยู่อย่างที่เราไม่อาจรู้ หรือคิดไม่ถึง
-แปลกใจมากว่า....ทำไมเราต้องแสวงหาที่อยู่ใหม่....แต่เคยมีนักวิทยาศาตร์เคยกล่าวไว้ว่า " เราต้องแสวงหาอาณานิคมสำรอง "....แม้กระทั่งอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์...ก็เคยคิดเช่นนั้น...
-ก็น่าจะคิดได้เช่นนั้น ที่เราจะต้องมีบ้านหลังที่สอง....เพราะหากเกิดอะไรขึ้นบนโลกใบนี้จริงๆ...เรายังคงมีที่พักสำรองไว้....ดีกว่าไม่ทำอะไรบ้างเลย.....ดาวอังคาร แม้จะไม่สุขสบายเท่าโลก...ก็ดีกว่าผจญกับสิ่งเลวร้ายบนโลก...หากว่าจะถึงกาลวิบัติของโลก
-ข้อมูลที่เขียนนี้...ก็ได้มาจากการติดตามเรื่องราวต่างๆของดาวอังคาร ไม่ได้เขียนจากการคาดเดาเอาเอง แต่คิดตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ที่เขานำเสนอ...เราก็มองมุมต่างๆ จากข้อมูล...ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย...แต่สนใจก็เพราะว่า...ตอนนี้เขาพุ่งเป้าไปที่ดาวดวงนั้น....แล้วก็มีคำถามตามมาว่า " แล้วดวงจันทร์ของเรา หายไปไหน " ทำไมเราไม่ทดลองไปอยู่บนดวงจันทร์ก่อน...แล้วค่อยไปดาวอังคาร....ง่ายๆก็คือ ดวงจันทร์มืดเกินไป....ไม่มีชั้นบรรยากาศี่จะสะท้อน หรือรับเอาพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะทำให้ท้องฟ้ามันสว่างในเวลากลางวัน....แต่ถ้าเราไปขุดเอาทรัพยากรบนดวงจันทร์ เพื่อนำกลับมาใช้บนโลก....อีกหน่อยเราก็อยู่อย่างโดดเดี่ยวจริงๆ....ตอนนี้เราก็ยังพอมีดวงจันทร์เป็นเพื่อน ที่ลอยอยู่ใกล้โลกมากที่สุดแล้ว.....เราคงไม่คิดที่จะทำลายเพื่อนของเรานะ...
-เห็นไหมว่า....จักรวาล.....น่าทึ่ง พอๆ กับความน่ากลัว....ถ้ามีเวลามากพอในเวลากลางคืน...ลองแหงนมองท้องฟ้ายามนั้น...เราจะมีคำถามมากมาย ผุดขึ้นมาอย่างน่าฉงน....อาจเริ่มจากที่ว่า....ทำไมดาวมันเต็มท้องฟ้าไปหมด....มันอยู่ไกลแค่ไหน...หรือ...ที่ซับซ้อนหน่อยก็คือ....เราจะไปดาวดวงอื่นที่แสนไกลได้อย่างไร....100 ปีแสงหมายความว่าอย่างไร......เพียงเท่านี้...คำตอบอาจมีล้านคำตอบ ที่มนุษย์ยังไม่สามารถค้นพบได้ แม้อีกใน 100ปีข้างหน้า
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.122.133 วันที่: 22 มกราคม 2556 เวลา:13:47:40 น.
  
น่าทึ่งที่สุด ธรรมชาติมีอะไรที่สับซ้อน ไม่มีทางที่จะหาคำตอบที่แท้จิงได้
โดย: yy IP: 180.183.54.184 วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:22:03:58 น.
  
-ถามว่า....มนุษย์จะไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารได้หรือไม่....ตอบว่าได้...เพราะว่า สตรอเบอร์รี่ เมื่อก่อนก็ปลูกที่อยู่อเมริกา และถิ่นเมืองหนาว
-ถามว่า....มนุษย์จะเดินทางไปถึงดาวอังคารหรือไม่....ตอบว่า ถึง...เพราะนกนางแอ่นก็อพยพหนีหนาวมาจากไซบีเรีย
-ถามว่า....มนุษย์จะมีเชื้อเพลิงขับเคลื่อนยานได้มากพอที่จะเดินทางถึงดาวอังคารหรือไม่...ตอบว่ามี...เพราะหมีขั้วโลกก็สะสมอาหารเป็นพลังงาน ตลอดช่วงของการจำศีล
-ดังนั้น...ก่อนที่มนุษย์จะคิด ที่จะไปเยือนดาวอังคาร เพื่อการสำรวจ หรือเพื่อการไปอยู่อาศัย...มนุษย์ต้องมีข้อมูลของดาวอังคารมากพอ...เพราะถ้าหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นบนดาวดวงนั้น การแก้ไขจะยากยิ่งกว่าบนโลก...ข้อสำคัญ มันอยู่ไกลจากโลกมาก...หน่วยกู้ภัยจะไปไม่ทันการณ์
-มนุษย์จะต้องมีการสูยเสียบ้าง จนกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะลงตัว...เหมือนเฉกเช่น มนุษย์ต้องลมตายมามากพอ...ก่อนที่เราจะรู้ว่า สิ่งใดบ้างที่เราสามารถกินได้ หรือกินไม่ได้...จนกลายมาเป็นอาหารของเราอย่างทุกวันนี้....การไปทดลองอยู่อาศัยบนดาวอังคาร อาจจะต้องมีมนุษย์เสียชีวิตบ้าง จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราไม่อาจคาดเดาได้...เช่น พายุฝุ่นเหล็กที่พัดอย่างรุนแรงมากบนดาวอังคาร......
-สรุปแล้วว่า โลกของเราน่าอยู่ที่สุดแล้ว...สวยงามที่สุด...ธรรมชาติให้เรามากพอ เพียงแต่เราจะรู้จักใช้พร้อมกับการรักษาธรรมชาติอย่างไรเท่านั้นเอง
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.121.72 วันที่: 30 มกราคม 2556 เวลา:12:25:00 น.
  
เป็นไปไดงาย
โดย: นท IP: 202.151.6.29 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:16:27:48 น.
  
งงเลยล่ะ
โดย: ก้อย IP: 202.151.6.29 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:16:29:28 น.
  
-เป็นไปได้
-อย่าเพิ่งงง
-การที่มนุษย์...คิดที่จะไปอาศัยอยู่บนดาวอังคาร ต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า อย่างน้อย 10-20 ปี
-เตรียมวางแผน ด้วยการส่งยานสำรวจพื้นผิว สำรวจชั้นบรรยากาศ สำรวจแหล่งน้ำใต้ดิน สำรวจขั้วเหนือ ขั้วใต้ของดาวอังคาร ที่เห็นว่าเป็นน้ำแข็ง ว่าเป็นน้ำแข็งจากคาร์บอนไดอ๊อกไซด์แข็ง หรือว่าเป็นน้ำแข็ง...นอกจากนี้ยังต้องสำรวจพายุฝุ่นเหล็ก ที่มีสภาพรุนแรงมาก...ตลอดจนสำรวจภูเขาไฟ ว่ายังหลงเหลืออยู่เหรือไม่..นอกจากนี้ก็ยังต้องนำดิน หรือฝุ่นกลับมาวิเคราะห์บนโลก...ว่าประกอบไปด้วยแร่ธาตุชนิดใดบ้าง
-เตรียมตัวในการสร้างยานอวกาศ ที่จะลำเลียงสรรพสิ่งต่างๆ ที่มีความจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ไปลงจอดบนดาวอังคารล่วงหน้า
-เตรียมยานอวกาศ นำมนุษย์ไปสู่ดาวอังคาร แต่ยานอวกาศต้องเป็นแบบทูอินวัน หมายความว่า จะต้องมีทั้งยานแม่ และยานลูกในลำเดียวกัน...ยานลูกจะเป็นยานฉุกเฉิน ที่สามารถดีดออกจากยานแม่ หากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ขณะเดินทาง ขณะลงจอด หรือจอดแล้วเกิดเหตุขัดข้อง ดังนั้น ยานอวกาศจะต้องมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด...ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากโลกมาก จึงไม่มีใคร ที่จะสามารถไปช่วยเหลือได้ทัน....อันตรายที่เกิดขึ้นในอวกาศอันเวิ้งว้าง เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก...มนุษย์จึงต้องเตรียมการเป็นอย่างดีที่สุด....นอกจากนี้ ยานอวกาศจะต้องมีพลังงานมากพอ ที่จะเดินทางทั้งไป และกลับได้
-เพียงแค่การคิด...การเตรียมการ ก็เป็นสิ่งที่สลับซับซ้อนมาก...ถึงคราวแล้ว ที่หุ่นยนต์จะเข้ามามีบทบาทในการสำรวจดาวอังคารแทนมนุษย์....เหมือนเครื่องบินไร้คนขับ...ความเสี่ยงจะมีน้อยกว่า การที่จะให้มนุษย์เสี่ยงไปลงบนพื้นผิวของดาวอังคาร
-หุ่นยนต์จะต้องสร้างให้คล้ายมนุษย์มากที่สุด....มีเซ็นเซอร์ต่างๆมากมาย เพื่อตรวจวัด ตรวจจับเกือบจะทุกสิ่งทุกอย่างบนดาวอังคารแทนมนุษย์ แล้วส่งข้อมูลผ่านยานสำรวจ ที่โคจรอยู่รอบดาวอังคาร แล้วยานสำรวจก็จะส่งข้อมูลผ่านดาวเทียมที่โคจรรอบโลก เพื่อส่งข้อมูลกลับมายังโลกอีกทอดหนึ่ง....จะเห็นแล้วว่า มีขั้นตอนที่ซับซ้อนมาก....จึงอาจกล่าวได้ว่า การไปดาวอังคาร ไม่ง่ายอย่างที่คิด.....ทุกสิ่งทุกอย่าง จะเริ่มเหมือนนิยายทางวิทยาศาสตร์...เหมือนหนังวิทยาศาสตร์ที่เราเคยชม อย่างเช่นสตาร์วอร์
-หากมนุษย์ สามารถขึ้นไปอยู่บนดาวอังคารได้ มนุษย์จะไม่อิสระเท่ากับการอาศัยอยู่บนโลก.....ต้องเป็นเมืองโดม....โดมแก้ว...และโดมแก้วก็ต้องมีความแข็งแรง เหมือนรถยนต์ที่มีกระจกกันกระสุน......เราจะไม่ได้ท่องเที่ยวไปรอบดาวอังคารอย่างเสรี...เพราะข้อจำกัดในเรื่องของอากาศที่จะใช้หายใจ
-แล้วถามว่า....ดาวอังคารที่มีขนาดเล็กกว่าโลก...เราจะไปอาศัยอยู่ได้หรือไม่.....คำตอบมีอยู่ 3 คำตอบคือ...1. อาศัยอยู่ได้...กับ 2. อาศัยอยู่ได้แต่ไม่ยาวนานเท่าโลก...3. อาศัยอยู่ไม่ได้
-แต่ที่มนุษย์ เพียรพยายามที่จะไปอยู่ก็เพราะว่า...ดาวดวงอื่นๆ ร้อนเกินไป บางดวงหนาวเย็นเกินไป บางดวงไม่สามารถมองเห็นพื้นผิวได้ บางดวงไกลเกินไป บางดวงไม่มีพื้นผิว(เป็นดาวก๊าซ)..บางดวงเล็กเกินไป และไม่มีชั้นบรรยากาศ(ดวงจันทร์)...ดังนั้น ดาวอังคารจึงเป็นดาวเพียงดวงเดียว ที่เป็นตัวเลือกสุดท้าย ในระบบสุริยะของเรา ที่อาจจะสามารถเป็นความหวังได้
-อย่าลืมว่า อวกาศเป็นอิสระ ไม่มีใครสามารถครอบครองได้ทั้งหมด จึงเป็นสิ่งที่ประเทศใดๆในโลก สามารถที่จะสำรวจ หรือฉกฉวยโอกาสอันยิ่งยวด ที่จะแสวงหา กอบโกยผลประโยขน์จากดาวต่างๆได้ ด้วยความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยี ที่เขาคิดค้นได้...ก็นับได้ไม่กี่ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อินเดีย และอื่นๆอีกหลายประเทศ สำหรับประเทศไทย ยังนับว่าห่างไกลในเรื่องอวกาศอยู่มาก....ทั้งๆที่ก็อาศัยอยู่บนพื้นผิวของโลกเหมือนกัน
-รวมความแล้วว่า....คำถามที่น่าสนใจก็คือ...ทำไมเราต้องไปอยู่บนดาวอังคาร....คำตอบง่ายๆก็คือ...เราต้องมีอาณานิคม....ส่วนคำตอบที่ซับซ้อนมาก อาจเป็นได้ว่า ในอนาคต โลกของเราอาจจะต้องถึงกาลวิบัติ.....ทำให้เราคิดว่ามันน่ากลัวมาก
-อวกาศเวิ้งว้าง กว้างไกล...เกินกว่ามนุษย์จะหาคำตอบได้หมด...ทุกคำถามที่เกิดขึ้น จะไม่มีที่สิ้นสุด เฉกเช่นเดียวกับความกว้างของจักรวาล....หากมีเวลา ในคืนหนึ่งที่มืดสนิท ลองแหงนมองท้องฟ้า จะเห็นดวงดาวมากมาย ส่องแสงสุกสกาวบนท้องฟ้า ลองตั้งคำถามสักข้อ แล้วคิดคำตอบ...แล้วคุณจะรู้ว่า มันน่ากลัวสักเพียงใด กับดวงดาวที่ล่องลอยอยู่แสนไกล...ไกลจากโลกหลายร้อย หลายพันปีแสง...แล้วมนุษย์ตัวเล็กๆ....มาอาศัยอยู่บนดาวดวงนี้ เพียงลำพังในจักรวาลได้อย่างไร.....แม้หมื่นแสนล้านชั่วลูกชั่วหลาน ก็มิอาจหาคำตอบได้.....จริงๆ
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.94.227 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:6:48:01 น.
  
-ดาวอังคาร เป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะจักรวาล ที่มนุษย์สามารถมองเห็นสภาพพื้นผิวของมันได้ ด้วยยานสำรวจ หมายความว่า มองเห็นได้อย่างชัดเจนถึงพื้นที่ราบ หุบเหว เนินดินหินทราย ตลอดจนร่องรอยต่างๆ อย่างมากมายหลายแห่งบนนั้น
-ร่องรอยที่ปรากฎ คล้ายกับร่องรอยบนโลก มีทะเลทรายเช่นกัน ก้อนหินบางก้อน มีร่องรอยเหมือนถูกเคยกระแสน้ำกัดเซาะ จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ที่นั่นเคยมีน้ำ....แต่ด้วยเหตุใด น้ำจึงเหือดแห้งไปหมด....
-เมื่อคิดว่า เคยมีน้ำ...แล้วกลายเป็นไม่มี หรือยังคงมีน้ำอยู่ แต่อาจกลายเป็นน้ำใต้ดิน นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ต้องค้นหาคำตอบ
-เพียงมีพื้นผิว มีชั้นบรรยากาศให้ได้สัมผัส มนุษย์ก็ประสบผลสำเร็จในการสำรวจแล้ว ในส่วนที่เหลือ ก็ขึ้นอยู่กับการประมวลผลจากข้อมูลต่างๆ จากยานสำรวจ...แล้วจึงคิดหาหนทางไปสู่ดาวอังคาร และเมื่อใด ที่มนุษย์สามารถขึ้นไปอาศัยอยู่บนดาวดวงนั้นได้ ระบบสุริยะจักรวาลก็จะแคบลง เพราะเราจะไปได้ไกลขึ้นเรื่อยๆ....นั่นมันอาจจะต้องใช้เวลานับหลายร้อยปี
-ดาวอังคารจึงเป็นดาวที่น่าสนใจ และน่าติดตาม จนกว่ามนุษย์จะสรุปได้ว่า มันอาศัยอยู่ไม่ได้จริงๆ....ถึงเวลานั้น โลกก็ยังเป็นดาวเคราะห์ที่สวยงาม และน่าอยู่มากที่สุดในจักรวาล....จริงไหม
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.121.249 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:17:44:16 น.
  
้ดีัพดะีุึ้ึุีรค
โดย: อเัะเีึรรตครารน IP: 223.206.143.66 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:10:47:54 น.
  
น่ากลัว


โดย: Auto IP: 27.55.5.197 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:10:06:50 น.
  
-ความจริงแล้ว การอาศัยอยู่บนดาวอังคาร ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว เพราะจากภาพถ่ายที่นาซ่าเผยแพร่ให้เราได้เห็น สภาพแวดล้อมต่างๆ คล้ายกับบนโลก เพียงแต่บนโลก มีทางเลือกมากกว่า ว่าจะอาศัยอยู่ ณ แหล่งใด ชุ่มชื้น หรือว่าแห้งแล้ง
-แต่บนดาวอังคาร เราอาจเหลือเพียงตัวเลือกเดียว นั่นคือสภาพแห้งแล้ง กันดารอย่างแสนสาหัส เพราะยังไม่พบแหล่งน้ำในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำผิวดิน หรือแหล่งน้ำใต้ดิน
-ความน่ากลัว น่าจะเป็นช่วงระยะเวลาในการเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง ที่จะมุ่งตรงไปสู่ดาวอังคาร ซึ่งขณะเดินทาง ยานอวกาศ หรือยานขนส่งลำเลียง ต้องมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด ที่จะรักษาชีวิตของมนุษย์ขณะเดินทางไปกับยานลำนั้น ให้ไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย และหมายรวมถึงในช่วงขากลับด้วย ดังนั้นยานอวกาศ จะต้องมียานฉุกเฉิน ที่มีสมรรถนะเทียบเท่ายานแม่ พอเมื่อดีดตัวออกจากนยานแม่ ในขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็ยังสมารถเดินทางไปถึงดาวอังคาร หรือกลับสู่โลกได้เช่นกัน
-จะเห็นได้ว่า การเดินทางไปสู่ดาวอังคารนั้น แสนยากลำบากมาก....แล้วเมื่อไปถึงดาวอังคารได้อย่างปลอดภัย การสร้างเมือง หรือที่อยู่อาศัยบนดาวดวงนั้น ก็ไม่น่าจะยากมากนัก...เพราะมนุษย์สามารถสร้างเมืองได้ ภายใต้โดมแก้ว เมืองใต้ดิน หรืออุโมงก็ได้...
-สำหรับการสร้างชั้นบรรยากาศ อาจเป็นไปใน 2 กรณีคือ สร้างไม่ได้ กับสร้างได้ แต่ต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานมาก...การสร้างชั้นบรรยากาศภายนอกที่อยู่อาศัย อาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าสร้างบรรยากาศจำลองภายในโดมแก้ว อาจจะง่ายกว่า...เพราะเราสามารถปลูกพืชในโดมแก้วได้....พืชจะให้อ็อกซิเจนกับเรา เพื่อการหายใจ...แต่การปลูกพืชภายนอกโดมแก้ว สามารถทำให้หากมีน้ำ เพราะบรรยากาศของดาวอังคาร มีก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์มาก...อันเป็นก๊าซที่พืชต้องการ และมีแสงแดดมากพอที่จะใช้ปรุงอาหาร....
-การไปอาศัยอยู่บนดาวอังคาร ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่มนุษย์คิดมานานแล้ว เพียงแต่ต้องมีการเตรียมการอย่างดีที่สุด...ด้วยการส่งยานสำรวจไปลงดาวอังคารให้บ่อยครั้ง และแต่ละครั้งนานหลายเดือน หรือเป็นปี เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ ส่งกลับมายังโลก แล้ววิเคาระห์ข้อมูลต่างๆอย่างละเอียดรอบคอบ....การสรุปผล อาจจะยังไม่ใช่วันนี้ แต่อาจเป็นอีกสิบ หรือยี่สิบปีก็ได้
-อย่างไรก็ตาม หากเราสามารถไปเหยียบสัมผัสบนพื้นผิวของดาวอังคารได้สำเร็จ จงเชื่อเถิดว่า จะต้องมีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าประหลาดใจมาก....ไม่แน่...ดาวอังคาร อาจเป็นที่ที่มนุษย์เคยอยู่อาศัยมาก่อนแล้วก็ได้...
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.72.63 วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:18:35:30 น.
  
-นอกจากดาวอังคาร ที่มนุษย์หมายปอง จ้องมองมาเป็นเวลานานแล้ว นับจากอดีต...ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีอวกาศ มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเป็นลำดับ มนุษย์สามารถส่งยานสำรวจ เพื่อท่องไปในระบบสุริยะของเราได้ไกลขึ้น นับจากดวงจันทร์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวเสาร์ ดวงจันทร์ของดาวเสาร์คือไททัน และเอนเซลาดัส ก็ล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกต่อไป ที่มนุษย์จะต้องส่งยานไปลงบนพื้นผิวให้ได้ เพราะว่า ดวงจันทร์ของดาวเสาร์บางดวง ยานสำรวจบ่งบอกว่า บนนั้นมีน้ำ มีน้ำแข็ง ซึ่งเมื่อมีน้ำ หรือน้ำแข็ง ก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆเกิดขึ้นบ้าง อันเป็นก้าวต่อไป ที่จะค้นพบได้ว่า ชีวิตอุบัติขึ้นได้อย่างไร
-ความน่าสนใจของดวงจันทร์ของดาวเสาร์ มีมากกว่าที่มนุษย์คิด และล้วนแต่เป็นคำถาม ที่มนุษย์ต้องการหาคำตอบ...เป็นไปไม่ได้ ที่จักรวาลอันเวิ้งว้างนับอนันต์ จะมีสิ่งมีชีวิตเพียงโลกของเราใบเดียว....เพราะยังมีองค์ประกอบสำคัญมากมาย ที่จะก่อให้เกิดชีวิตได้ แม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เทียบเท่ากับแบคทีเรียก็ตาม.....หากดวงดาวที่พอจะนับ หรือคาดคะเนได้ มีประมาณพันล้านดวง....ความน่าจะเป็นก็อาจจะมีสิ่งมีชีวิตก่อกำเนิดเกิดขึ้นได้สักสองดวงก็ยังดี...และสองดวงที่ว่านี้...มนุษย์ไม่มีวันเดินทางไปค้นหามันได้ หรือในทางกลับกัน มันอาจอยู่ใกล้ๆโลกของเราก็ได้
-จักรวาลไม่ได้เป็นของใคร มันเป็นอิสระ มีเกิด มีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ยิ่งมนุษย์ค้นหาคำตอบมากเท่าใด ก็จะมีคำถามเกิดมากขึ้นมากเท่านั้น.....ดาวอังคาร จึงเหมือนห้องทดลองขนาดใหญ่แห่งหนึ่งต่อจากโลก...หากเราปเหยียบดาวอังคารได้...ดาวดวงอื่นก็จะเป็นรายต่อไป...เพียงขอให้การไปอาศัยอยู่บนดาวอังคาร จะไม่ก่อให้เกิดสงครามระหว่างดวงดาวเท่านั้นก็พอ....เพราะหากดาวอังคาร ต้องมีอันเป็นไป เราจะไปอยู่ที่ไหนต่อไป นั่นก็หมายถึงว่า เราต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ในการหาอาณานิคมอื่นๆต่อไป
-โลกของเราน่าอยู่ที่สุดแล้วในจักรวาล เพราะเรายังไม่สามารถให้คำตอบได้ในขณะนี้ว่า ยังมีดาวดวงใด ที่มีสภาพคล้ายโลก ที่เราจะไปอาศัยอยู่ได้....ดีเท่าโลกของเรา...ลำบากมากในการเดินทาง และสร้างสิ่งใหม่ๆบนดาวดวงอื่น...อาจยาวนานนับร้อย นับพัน นับหมื่นปี กว่าจะได้ที่อยู่อาศัย อันแสนสะดวกสบายเท่าโลก.....
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.73.190 วันที่: 5 มีนาคม 2556 เวลา:21:27:03 น.
  
-น่าแปลกใจมาก ที่ชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร มีคาร์บอนไดอ๊อกไซค์ถึง 95% และมีอ๊อกซิเจนเพียง 0.13 % นั่นแสดงว่า ยังมีเชื้อของอ๊อกซิเจนเหลืออยู่ หากมนุษย์จะขึ้นไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารจริงๆ การปลูกพืช ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะพืชต้องการคาร์บอนไดอ๊อกไซค์ และมีแสงแดดในการปรุงอาหาร ดังนั้นพืชจึงน่าจะเจริญเติบโตได้ดีบนดาวอังคาร....แล้วอ๊อกซิเจนที่พืชคายออกมา ก็จะกระจายอยู่ในชั้นบรรยากาศได้ แต่ข้อสำคัญคือ เราต้องมีแหล่งน้ำมากพอ ที่จะใช้รดต้นไม้....นักวิทยาศาสตร์คงหาแหล่งน้ำใต้ดินได้บ้าง...หากยานสำรวจส่งข้อมูลกลับมายังโลก ว่าดาวอังคารมีแหล่งน้ำใต้ดิน....เมื่อนั้น ความสำเร็จก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น
-ดางอังคารมีขนาดเล็กกว่าโลกมาก หากรวมพื้นที่ทั้งหมดของดาวอังคาร ก็ยังน้อยกว่าพื้นดินบนโลกมนุษย์....นั่นทำให้การเดินทางไปมาหาสู่กัน จะง่ายขึ้น และต้องใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า โดยมีการบริหารจัดการที่ดี....ไม่อย่างนั้นแล้ว มลภาวะต่างๆ ก็จะเกิดง่ายขึ้น.....น่าคิดว่า พื้นที่บนดาวอังคารคงมีราคาแพงมากๆ...เชื่อไหมว่า ถ้าเราสามารถอาศัยอยู่ได้บนดาวอังคารจริงๆ...ชาติแรกที่ไปเหยียบดาวอังคาร เขาคงทำแผนที่ และแนวเขตครอบครองไว้หมดแล้ว....ต่อไปใช่ว่าใครก็ขึ้นไปอยู่บนดาวอังคารได้ทั้งหมด...คงจะมีเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักธรณีวิยา นักฟิสิกส์ เคมี ชีวะทั้งหลาย....นั่นหมายถึงว่า เขาต้องคัดกรองคนที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ เพื่อให้ไปอาศัยอยู่บนดวงดาวอันไกลโพ้น...พวกกะเรกะราดทั้งหลาย อย่าได้ฝันเฟื่อง
-สรุปแล้ว....กว่าที่มนุษย์จะตัดสินใจขึ้นไปอยู่บนดาวอังคาร ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และต้องอาศัยเวลาอีกยาวนานมาก....ปัญหา และอุปสรรคต่างๆ จะมีมากกว่าบนโลกมนุษย์หลายร้อย หลายพันเท่า.....การเตรียมการที่ดี คงไม่ใช่แค่วันสองวัน...อาจยาวนานถึงร้อยปีก็อาจเป็นได้...แน่นอนที่สุดอันดับแรกคือ....มนุษย์จะไปเหยียบดาวอังคาร ด้วยยานอวกาศรูปแบบใด....เพียงเท่านี้เราก็ปวดหัวแทบระเบิด.....ช่วงนี้เราก็อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ไปพลางๆก่อน....เมื่อข่าวดีมาถึง...เราอาจทำได้เพียงแค่ คนดู...ดูเขาทะยานไปในอวกาศอันเวิ้งว้าง....อย่างไม่มีที่สิ้นสุด......ฟังแล้วน่าขนลุก
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.74.117 วันที่: 6 มีนาคม 2556 เวลา:20:15:20 น.
  
แล้วรูรั่วบนชั้นบรรยากาศของโลก เราสามารถซ่อมได้หรือไม่
โดย: Ning IP: 171.7.9.63 วันที่: 13 มีนาคม 2556 เวลา:20:42:32 น.
  
-รูรั่ว หรือช่องโหว่ อันเกิดจากชั้นโอโซนของโลกถูกทำลาย ด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนน็อคไซด์ ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ สามารถหยุดยั้งรูรั่ว หรือช่องโหว่ได้ เคยไหมที่เราเคยโยนก้อนหินลงไปในน้ำ ที่มีแหนเต็มไปหมด แรงกระเพื่อมของน้ำ ทำให้แหนกระจายออกไปด้านข้าง พอหมดแรงกระเพื่อมของน้ำ แหนก็ลอยเข้าไปชิดกันเหมือนเดิม หมายความว่า ถ้าเราหยุดปล่อยก๊าซที่ว่าไว้ข้างต้น รูรั่ว หรือช่องโหว่ ก็อาจจะหายไปได้ แต่ต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานมาก...นั่นคือสิ่งที่น่ากลัวมาก....มนุษย์นี่แหละเป็นตัวทำลายโลก...หาใช่มนุษย์ต่างดาวที่ไหนเลย....โลกของเราเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ก็คงไว้ซึ่งความสวยงาม....อยู่ที่ว่า เราจะรักษาสภาพแวดล้อม ให้ปลอดภัยได้ยาวนานเพียงใด....ไม่ต้องคิดหาหนทาง ว่าจะไปอยู่ดาวดวงอื่น แต่จงช่วยกันคิดว่า ทำอย่างไร โลกของเราจะสวยงามตลอดไป
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.114.193 วันที่: 21 มีนาคม 2556 เวลา:15:44:05 น.
  
........ลูกหลานทุกคนโปรดทราบ วันนี้วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๓๐ ที่พ่อป่วยไปหลายวัน หลังจากเล่านิทานไปเที่ยวโลกพระจันทร์ กลับมาแล้วในที่สุดก็ป่วย อาการป่วยเป็นด้วยอาการเฉียบพลัน ต้องรักษาแบบแปลกๆ คือการรักษาถ้าหมอรักษาตามแบบก็เห็นจะหายช้า หรือมิเช่นนั้นก็ต้องถูกทรมาน ก็จำต้องรักษาตามอาการของโรค

.........ขอลูกรักทุกคนจงโปรดทราบว่า การเกิดของมนุษย์ทุกคนมีการเกิดขึ้นในเบื้องต้นแล้วก็มีความแก่ขึ้นทุกวันในท่ามกลาง มีความเจ็บไข้ไม่สบายอยู่เสมอ แล้วก็มีความตายในที่สุด สำหรับพ่อเป็นคนแก่แล้ว เมื่อความแก่เข้ามาถึงความตายก็จะเข้ามาถึงเป็นธรรมดาแต่ก่อนที่จะตายบรรดาลูกรักทุกคนมันก็ต้องป่วย ความจริงนี่พ่อป่วยเป็นอาชีพเพราะตรากตรำทำงานหนัก รับผิดชอบการงานหลายอย่าง ทั้งๆที่ไม่มีใครเขาใช้ แต่กฏของกรรมใช้จำจะต้องทำ ทำเพื่อความหมดทุกข์ แต่ก่อนที่จะหมดทุกข์มันก็มีทุกข์หนัก หนักทางกาย หนักทางใจ แต่กำลังความพอใจมันมีอยู่จึงมีความสุข


ก็รวมความว่าวันนี้มาคุยกับลูกหลานทุกคน หวังจะเล่านิทานสู่กันฟัง สำหรับนิทานลูกรักทุกคนโปรดทราบ จงอย่าถือเป็นความจริง เรื่องดวงดาวต่างๆมีจริง เรามองเห็นด้วยตาเปล่าก็มี ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าก็มี แต่ความเป็นมาจริงๆของดวงดาวเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องหนึ่งต่างหาก นี่เป็นเรื่องของนิทาน

นิทานวันนี้ก็จะเล่าเรื่องของ “จุไรไปเที่ยวโลกพระอังคาร” ดาวอังคารลูกรักทุกคน ตั้งแต่พ่อเกิดมาจำได้ว่าอายุ ๕ ปีเศษ ตอนนั้นอ่านหนังสือออกแล้ว ก็อ่านหนังสือพบว่าชาวเยอรมัน เขาตั้งกล้องดูโลกพระอังคาร ความจริงตอนนั้นเขาไม่สนใจเรื่องโลกพระจันทร์กัน หรือว่าเขาจะสนใจก็ไม่ทราบ แต่อ่านหนังสือทีไรพบว่า เขาต้องการโลกพระอังคาร เขามองดูโลกพระอังคาร บางปีเขาบอก โลกพระอังคารลอยเข้ามาใกล้ บางปีเขาบอกว่าไกลออกไปอย่างนี้เป็นต้น
ก็เป็นอันว่าโลกพระอังคารมีจริง แต่ว่าพ่อเองหรือใครก็ตาม ไม่สามารถมองเห็นโลกพระอังคารด้วยตาเปล่า วันนี้ก็มาเล่านิทานเรื่องโลกพระอังคารกัน สำหรับลูกหลานที่เคยฟังกันมาแล้วก็ไม่ใช่ของแปลก ท่านที่ไม่เคยฟังท่านที่เป็นผู้ใหญ่ก็ดี ที่เป็นเด็กก็ดี ถ้าจะถามว่าความรู้ทางพระพุทธศาสนา ถ้าต้องการจะไปอย่างฝรั่งส่งจรวดขึ้นไปอย่างนี้ ต้องได้ “มโนยิทธิ หรือ อภิญญา” สามารถไปได้
ก็รวมความว่าหลักสูตรพระพุทธศาสนาไปได้จริงแหล่ แต่ทว่าวันนี้เป็นเรื่องของนิทาน แต่ความจริงก่อนที่จะเล่าก็อยากจะพูดกับลูกหลาน โปรดทราบว่าโลกพระอาทิตย์ก็ดี พระจันทร์ก็ดี พระอังคารก็ดี พระพุธ พระศุกร์ พระเสาร์ พระเกตุ พระราหู ทั้งหมดนี้เป็นดาวนพเคราะห์ ในหลักสูตรโหราศาสตร์ในมหาทักษาถือเป็นพระเคราะห็สำคัญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวที่เป็นบาปเคราะห์ ก็คือดาวอาทิตย์ ดาวอังคาร ดาวเสาร์ แล้วก็ดาวราหู ทั้ง ๔ ดาวนี้ปรากฏว่า ถ้าดาวดวงไหนหรือพระดวงไหนเสวยอายุ คนที่พระดวงนั้นๆ เสวยอายุก็ดี หรือว่าเข้าแทรกก็ดี จะมีแต่ความเดือดร้อน ความสุขจะหาได้ยาก จะมีความสุขบ้างก็มีความทุกข์หนัก

สำหรับดวงดาวที่เสวยอายุที่เป็นสมพระเคราะห์ ก็มีดวงจันทร์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัส ทั้ง ๔ ดาวหรือ ๔ พระนี้ถ้าเสวยอายุใคร คนนั้นก็จะมีแต่ความสุข มีลาภมีเสน่ห์เป็นที่รักของคนทั่วไป ขอเล่าย่อๆ แต่เพียงเท่านี้ ฉะนั้นเมื่อกล่าวถึงดวงอาทิตย์ หรือโลกอาทิตย์ จึงพูดถึงความเร่าร้อน เมื่อกล่าวถึงดวงจันทร์หรือโลกพระจันทร์จึงพูดถึงความแช่มชื่นหรือสมบัติ

วันนี้เป็นดาวอังคารหรือพระอังคารเสวยอายุ ก็จะต้องพูดถึงความเร่าร้อนเหมือนกัน แต่ว่าพระอาทิตย์ก็ดี พระอังคารก็ดี แล้วก็พระเสาร์ก็ดี พระราหูก็ดี หรือจะเรียกว่าดาวก็ได้ ในเมื่อเสวยอายุแล้ว จะไม่ให้แต่ความเร่าร้อนเสมอไป บางโอกาสก็ให้ความสุขเหมือนกัน แต่ว่าส่วนใหญ่เป็นทุกขลาภ คือก่อนที่จะได้ลาภก็มีทุกข์ก่อน มีความเร่าร้อนก่อน ไม่ใช่มีแต่โทษ คุณก็มี โทษก็มี นี่จริยาของดาวต่างๆของพระเสวยอายุต่างๆเป็นอย่างนี้

ต่อไปก็มาเล่าสู่กันฟังว่าหลังจากจุไรกลับมาจากโลกพระจันทร์แล้ว จุไรมีความกตัญญูรู้คุณในบิดามารดา รู้คุณในครูบาอาจารย์มีความเคารพท่าน แล้วก็มีความเคารพ ในบุคคลที่มีความเป็นผู้ใหญ่กว่าปกติทำใจให้เยือกเย็น สิ่งใดถึงแม้ว่าจะไม่พอใจอยู่บ้าง ก็พยายามฝืนยิ้มทำหน้าตาให้แช่มชื่น การฝืนแบบนี้ไม่ช้าจิตก็ชิน ความไม่พอใจก็มีน้อย ความไม่พอใจเกิดขึ้น ความดีของจิตที่ทรงอุเบกขาวางเฉย และเมตตา ความรัก กรุณา สงสาร ความกตัญญูรู้คุณก็เข้ามาแทรก ทำให้จิตใจสดชื่นสามารถยิ้มได้สบาย
ฉะนั้นจุไรจึงมีความสุข เธอมีความสุขในการกตัญญูรู้คุณบิดามารดาหรือครูบาอาจารย์ มีความสุขในด้านขยันหมั่นเพียร ประกอบกิจการงานและการศึกษาและก็มีความสุขในการประพฤติดี ตามธรรมจริยาเป็นต้น ก็รวมความว่าจุไรเป็นคนดี

วันนี้ตรงกับวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๓๐ มองดูเวลาเกือบ ๑๙.๐๐ น. จุไรก็มีความรู้สึกว่าวันนี้มีความเย็นมากแล้ว รับประทานอาหารเสร็จ ช่วยบิดามารดารดน้ำผักพรวนดินเสร็จเรียบร้อย ก็กราบบิดามารดาเข้าห้องทำการบ้านเสร็จ หลังจากนั้นก็นั่งหน้าพระพุทธรูปกราบพระพุทธสมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐาน ตั้งใจจับพระรูปพระโฉม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือพระพุทธรูปหลับตานึกถึงภาพพระภาวนา “พุทโธ” หรือ “สัมมา อรหัง” บางทีก็ “นะ มะ พะ ธะ” บ้างตามอารมณ์

จิตใจก็สดชื่นจิตเข้าสู่ อุปจารสมาธิ ความเป็นทิพย์ก็เกิด เธอเห็นภาพพระชัดเจน มีความผ่องใสมาก จิตใจก็นึกตวัดว่าโอหนอฝรั่งเขาบอกว่าเขาจะไปดาวพระอังคาร ดาวพระอังคารนี้อยู่ไหนสนใจดาวพระอังคาร ตามนิมิตรก็กราบองค์สมเด็จพระพิชิตมาร ทูลขอพรว่าอยากจะไปเที่ยวดาวพระอังคาร นี่คุยกันตามนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องนิทาน บรรดาลูกหลานที่รัก ท่านที่ได้อภิญญาทุกคนจะเห็นว่าเป็นของไม่แปลกหรือว่าเป็นของเด็กเล่นก็ได้ เพราะจักรวาลต่างๆ อยู่ใกล้มาก ท่านไปสวรรค์ ไปนรก ไปพรหมโลกบ้างเป็นต้น มันไกลกว่าหลายแสนเท่า

เมื่อกราบพระมีจิตคิดอย่างนั้นก็เห็นแย้มพระโอษฐ์มีความยิ้มน้อยๆเสียงตรัสว่า จุไรลูกรัก ถ้าอยากจะรู้จักโลกพระอังคารตามพ่อมา หลังจากนั้นพระก็นำหน้าจุไรลอยตามหลัง คือว่าเวลานี้จิตของจุไรสอาดมาก ไม่มีกังวลทุกอย่าง จิตมุ่งอย่างเดียวเห็นภาพพระใจมีความเคารพในพระ ลอยตามพระไปอย่างไม่ยาก ในชั่วเวลาลัดนิ้วมือเดียว

ก็ปรากฏว่าเจอะโลกๆ หนึ่ง ใหญ่กว่าพระจันทร์ แต่ลักษณะแตกต่างจากโลกพระจันทร์ คือลอยขึ้นไปดูด้านบนจะแป้นๆหน่อยๆ ไม่กลมเหมือนโลกพระจันทร์ ตอนกลางของโลกนี้จะมีรอยบุ๋มเข้าไป คือลุ่มหน่อยตรงกลาง มองลงไปแล้วดูเหมือนว่าจะมีน้ำ แต่น้ำจริงๆเป็นน้ำแข็ง แต่น้ำแข็งก็ไม่ได้เต็มไปหมดเสมอไป อยู่ในอ่างใหญ่เป็นน้ำแข็ง ในที่ดอนขึ้นมาหน่อยปรากฏว่าไม่มีน้ำ

มองดูลักษณะของโลกพระอังคาร จะว่าคล้ายๆกับลูกชมพู่ก็ไม่แปลกนัก หรือว่าจะคล้ายลูกแอบเปิ้ลก็ไม่หนักนัก มันหัวแป้นๆ แต่ตรงกลางใหญ่ ตรงก้นเรียวนิดหน่อยไม่เรียวมาก แต่ถ้าจะดูกันจริงๆ มีความรู้สึกว่า แข็งแกร่งกว่าโลกพระจันทร์มาก โลกพระจันทร์มีส่วนยุ่ยมาก แต่โลกพระอังคารนี่ยุ่ยน้อย จริงๆมองในขณะนี้ปรากฏว่ายังไม่เห็นรอยยุ่ยเป็นหินแข็ง
ต่อมาก็ลงเดินตามพระไป ลงไปถึงโลกพระอังคาร แต่ความจริงการยืนมองอยู่ข้างนอก เห็นว่าโลกพระอังคารไม่ใหญ่โตเท่าไรนัก โดยเฉพาะสายตาสามารถมองไปได้ทั่วทั้งโลก เหมือนกับยืนมองลูกส้มโอลูกใหญ่ๆ มองได้ชัดเจนทุกครั้ง มองมามองไปก็ลงไปที่โลกพระอังคาร ลงไปทีแรกใกล้กับจุดน้ำแข็ง ก็คิดว่าโลกพระอังคารนี่มีความเยือกเย็นด้านบน ลองคลำดูย่องๆไปถึงตอนกลาง ตอนผิวนูนขอบๆอันนี้รู้สึกว่าจะไม่ค่อยเย็นนักไกลออกไป ไปข้างๆเกิดความอบอุ่นไปตรงปลายลูก ข้างล่างรู้สึกมีความร้อนสูงขึ้นตามลำดับ

รวมความว่าโลกพระอังคารมีความเย็นกับความร้อนไม่เสมอกัน ถ้าดูผิวเป็นผิวเกลี้ยงเหมือนกับหินขัด หรือว่าปูนที่เขาทำผิวดีแล้ว ต่อมาก็เดินไปตามจุดต่างๆคิดในใจว่า โลกพระอังคารนี้มีสิ่งที่มีมนุษย์ไหม เคยอ่านหนังสืออ่านเล่นเขาว่าคนในโลกพระอังคารมี แต่ในโลกพระอังคารจะมีคนหรือมีสัตว์ไม่ทราบ แต่เวลานี้ไม่เห็นมี ในเมื่อไม่เห็นก็ต้องบอกว่าเวลานี้ไม่พบ ยังไม่กล้าปฏิเสธความมีของสิ่งมีชีวิต มองดูไปแล้วก็คิดว่า

เยอรมันเมื่อสมัย ๗๐ ปีที่ผ่านมา เคยอ่านหนังสือว่าชาวเยอรมัน เอากล้องส่องโลกพระอังคาร ทำไมจึงไม่ส่องพระจันทร์ เหมือนเวลาปัจจุบัน พระอังคารอยู่ไกลกว่าแต่เยอรมันต้องการ ก็อยากจะทราบว่าโลกพระอังคารจริงๆนี่มีอะไรอยู่บ้าง ก็นึกในใจๆ ถามพระด้วยความเคารพ

เวลานั้นมีความรู้สึกว่า เข้าไปกราบพระท่านแล้ว ก็ทูลถามว่า ภันเต ภควา.. ศัพท์นี้บรรดาลูกหลานทั้งหลาย จงอย่าคิดว่าพระพุทธเจ้ามาช่วยคนทุกคนได้อย่างไร ก็ต้องกล่าวว่าเป็น “พทธนิมิตร” อาจจะเป็นฉัพพรรณรังสีอะไรก็ตามเถอะ เพราะเห็นเป็นพระพุทธเจ้าก็แล้วกัน นิทานเสียอย่างอะไรก็ได้ แล้วก็ถามว่าโลกพระอังคารมีประโยชน์อะไรบ้าง เกลี้ยงเกลาแบบนี้ไม่มีสิ่งที่มีความสำคัญ สำหรับชีวิตมนุษย์บ้างหรือพระเจ้าข้า ก็ได้ยินเสียงพระตอบว่า

จุไรลูกรัก..โลกพระอังคารไม่ได้เกลี้ยงเลย ดูแล้วจะเห็นมีความแข็ง แต่โลกพระอังคารนี่มีสิ่งที่อันตราย ต่อสิ่งมีชีวิตมากกว่าโลกพระจันทร์ เพราะทั้งลูกโลกพระอังคารนี่มีรังสีมาก ภายในมีความเร่าร้อนสูง แล้วความเร่าร้อนนี้ ก็กลายเป็นไอระเหยออกมาภายนอก ไอระเหยเหล่านี้มาจากแร่ธาตุที่มีความสำคัญ แร่ธาตุที่มีความสำคัญในด้านสันติก็มีมาก แร่ธาตุที่มีความสำคัญในด้านการทำลายก็มีมาก แร่ธาตุบางอย่างมีความสำคัญ ทั้งทางด้านสันติและทำลาย
......จุไรก็อยากจะถามตามความเป็นจริงว่า แร่ทั้งหลายเหล่านั้นอยู่ตรงไหนพระเจ้าข้า พระก็บอกว่า จุไรลูกรักทำจิตให้มั่งคงกว่านี้ ตั้งใจเห็นจิตในจิต เอาจิตมองจิตของตัวเองให้เป็นประกายพรึก ให้แพรวพราวเหมือนดาวประกายพรึก ที่จะมองเห็นในเวลาเช้ามืด ให้ใสสว่างขนาดนั้น แล้วจงตั้งใจดูอะไรอยู่ตรงไหนที่อยากจะเห็นในเมื่อจิตที่ไปเป็นจิตที่สะอาด กายที่ไปเป็นกายของนามธรรม มีความสะอาดมีความเบา การกำหนดจิตให้แจ่มใสเป็นของไม่ยาก


แล้วอาศัยบารมีขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เธอก็มองดู ความสำคัญภายในโลกพระอังคาร ว่ามีอะไรอยู่บ้าง ก็เป็นการพอดีตรงจุดที่เธอยืน จุดนั้นปรากฏว่ามีแร่ทองคำขนาดหนัก มีบริเวณกว้างมากและก็ลึกมาก ส่วนที่ลึกลงไปเป็นแท่งใหญ่ๆเป็นแท่งทึบมีความแข็ง ส่วนที่ตื้นขึ้นมาใกล้ผิวเรียกว่าซุยเหมือนเม็ดทราย เป็นทองคำเม็ดเล็กๆ เหมือนเม็ดทราย แต่ว่ามีหินภายนอกปิดบังความแข็งอยู่เล็กน้อยเป็นหินเกลี้ยงถ้าขุดจะตักก็เป็นของไม่ยาก เพียงใช้วัตถุแข็งๆกระเทาะหินออก หินจะมีความหนาไม่ถึงฟุตแล้วก็มีความแข็งไม่มาก ก็จะสามารถตัดทองคำซึ่งเป็นเม็ดทรายขึ้นมาได้โดยสะดวก

เธอก็นึกในใจว่า ในเมื่อโลกพระอังคารมีสมบัติหนักขนาดนี้ เยอรมันสมัยนั้นจึงสนใจโลกพระอังคาร แล้วก็มองดูต่อไปข้างหน้าโน้นบริเวณแร่ทองคำ ถ้าปริมาณความยาวรู้สึกว่าหลายโยชน์ เป็นแสนโยชน์เรียกว่าเป็นทะเลทองคำ มีความลึกก็มากบริเวณก็มาก ใช้ความเป็นทิพย์ของจิตดูรอบๆ ว่าบริเวณทองคำบนโลกพระอังคาร มีจุดเดียวหรือว่าหลายจุด

ก็ปรากฏว่ามีหลายจุดในโลกพระอังคาร มีทั้งส่วนบนถ้าคิดตามโลกปัจจุบันก็เป็นทิศตะวันตกเฉียงใต้ ต้องถือว่าเป็นทิศหรดี จุดนี้ตั้งแต่ขอบเบื้องบนไปเรื่อยไปเกือบถึงส่วนกลางของโลก เป็นร่องรอยเป็นที่อยู่ของทองคำ แล้วก็เป็นจุดใหญ่มาก รวมความว่าโลกพระอังคารจุดนี้ ทองคำมีจำนวนมาก จุดอื่นก็เหมือนกันแต่ไม่มากเท่านี้ ตาละจุดที่มีประมาณ ๔-๕ จุดใหญ่ๆ ส่วนเล็กมีมากถ้าจะเอาทองคำก็นับเป็นแสนตัน นี่พูดถึงจุดย่อย จุดใหญ่นั้นหาประมาณมิได้
.......ต่อไปถ้าลึกลงไปจากทองคำ ส่วนนั้นก็จะมีแร่ประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นแร่ซึ่งมีผิวหรือมีสีก็บอกไม่ถูก ช้ำเลือดช้ำหนอง บางจุดก็แดงบางจุดก็เข้มค่อนข้างจะเขียวเป็นมัน แร่ประเภทนี้จะกลายตัวเป็นทองคำ ใจก็นึกถามพระว่า แร่ประเภทนี้ในประเทศไทยมีไหม ท่านก็บอกว่า มี เกรดต่ำกว่าบนโลกพระอังคาร เพราะบนโลกพระอังคารร้อนกว่า แร่ประเภทนี้บนโลกพระอังคารเข้มข้นกว่าบนโลกที่เราอยู่ การกลายตัวของแร่ประเภทนี้บนโลกมนุษย์ จึงเชื่องช้ากว่าโลกพระอังคาร แล้วก็มีความแข็งแกร่งคือเกรดสูงไม่เท่าของโลกพระอังคาร


จุไรจึงนึกในใจว่า โอหนอ..เป็นอย่างนี้ เยอรมันจึงต้องการรู้เรื่องโลกพระอังคาร และสนใจโลกพระอังคารมาก ก็ดูต่อไปเดินลงใต้ของโลกพระอังคารเรื่อยๆไป ก็พบกับความเยือกเย็นน้อยๆลง เริ่มมีความอุ่นขึ้น เดินเข้าไปปลายลูกด้านหนึ่ง รู้สึกมีความหนาวเย็นมากขึ้นเป็นลำดับ

รวมความว่าตอนท้ายสุดจุดต่ำสุดของโลกพระอังคาร มีความร้อน จุดที่ข้างบนนี่นะหนาวเย็นมีหิมะจับ จุดใต้ลงไปก็มีความอบอุ่นขึ้นเป็นลำดับ ผลที่สุดก็เข้าถึงเขตร้อน มาจุดนี้จุไรก็พบแร่ชนิดหนึ่ง แร่ประเภทนี้มองผิวๆ จะรู้สึกว่าเป็นสีดำเป็นมัน แต่ว่าภายในนั้นเป็นสีใสมาก แร่ประเภทนี้ถามองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค ก็ตรัสว่าเป็นแร่ที่มีความสำคัญ ใช้กำลังแรงงานได้สูงมาก แรงงานที่ใช้ในแร่ประเภทนี้

๑. แรงขับเคลื่อน

๒. แรงทำลาย

๓. แรงด้านสันติ

มีความเข้มข้นทุกอย่าง แรงขับเคลื่อน จุไรก็ถามท่านสมมุติว่าได้มาสัก ๑ กิโล การขับเคลื่อนจะมีประโยชน์ยิ่งกว่าน้ำมันขนาดไหน ท่านก็ตอบว่า แค่เพียง ๑ กิโล จะใช้การขับเคลื่อนกับน้ำหนักต่างๆ ได้หลายสิบตัน คือยานพาหนะที่จะใช้กับแร่นี้ เป็นเครื่องขับเคลื่อนหลายสิบตัน แร่นี้ ๑ กิโล สามารถจะให้ความเร็วได้ จะให้ความเร็วหรือความพุ่งตัวของยานพาหนะ ถ้าเทียบกับกำลังน้ำมันๆพุ่งไปได้ ๑ เท่า แร่ประเภทนี้ ๑ กิโลสามารถจะมีกำลังแรงถึงแสนเท่า
........จุไรจึงถามท่านว่า ถ้าแร่ประเภทนี้คนจะเอามาทำอย่างไร ท่านก็บอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่เกินวิสัยของคน เวลานี้นักวิทยาศาสตร์สามารถทำแร่ยูเรเนียมได้ แร่ยูเรเนียมวัตถุที่ให้เกิดนิวเคลียร์ ความจริงม่ใช่แร่เป็นยูเรเนียมหรือนิวเคลียร์แต่ว่าแร่ที่เอามาทำ มีรังสีที่สามารถพิฆาตเข่นฆ่าคนและสัตว์ให้ตายได้ นักวิทยาศาสตร์เขาก็สามารถ เอาแร่เหล่านี้มาทำประโยชน์ได้ฉันใด แร่ที่เห็นนี้ถ้าความจริงนักวิทยาศาสตร์เขามาพบ ก็สามารถจะเอาไปทำประโยชน์ได้เช่นเดียวกับแร่ที่กล่าวมาแล้ว


แล้วเธอก็ถามสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า อยากจะทราบว่ามีคนในโลกนี้บ้างไหม ที่สามารถจะใช้แร่นี้ให้เป็นประโยชน์ ท่านก้ตอบว่า คนในโลกนี้ยังไม่มีใครเอาไป เพราะว่าในโลกนี้ไม่มีคนในโลกนี้ไม่มีสัตว์ ถ้าจะว่ากันถึงคนจริงๆเวลานี้ ในโลกนี้มีอยู่คนเดียว จุไรถามว่า เวลานี้เขาอยู่ไหน ท่านก็ตอบว่า คนที่ยืนคุยกับท่านอยู่นี่ล่ะ คือจุไรนี่ล่ะมีอยู่คนเดียวในโลกนี้ อีกสักครู่หนึ่งเธอก็ไปอยู่โลกชมภูคือโลกมนุษย์ จุไรจึงถามว่า ในเมื่อไม่มีคนแร่เหล่านี้ก็ไม่มีประโยชน์แก่โลก

ท่านก็ตรัสว่า คนที่เขามีความสามารถมี ถ้าเยอรมันมาได้เยอรมันก็จะนำประโยชน์จากแร่นี้ด้วย จากทองคำด้วยใช้เป็นประโยชน์ แต่เวลานี้เยอรมันจะมาได้หรือไม่ได้ก็ไม่มีใครทราบ ในเมื่อจุไรถามท่าน ท่านก็บอกว่า ไม่ใช่หน้าที่ของพระจะพึงบอก เป็นหน้าที่ของคนทุกคนจะพึงทราบเอง เพราะการบอกไม่ใช่หน้าที่ของพระจะพึงบอกได้ จุไรถามว่า ทรงทราบไหมว่าเยอรมันมาได้หรือไม่ได้ ท่านตอบว่า ถ้าพระซะอย่าง..ต้องการทราบจะต้องทราบ ในเมื่อเยอรมันคิดต้องการมาโลกนี้ คิดเวลาแล้วเกิน ๘๐ ปี แล้วความสามารถของเยอรมันรู้สึกว่าจะเหนือชาวโลกใดๆ ฉะนั้นคงจะไม่เป็นเหตุเกินวิสัย ที่ชาวเยอรมันจะมาโลกนี้

เอาละบรรดาลูกรักทั้งหลาย เวลานี้ก็ปรากฏถึงเวลา ๓๐ นาทีคอก็เริ่มแห้ง ทุกคนก็เริ่มเมื่อย ตั้งใจฟัง พักผ่อนกันสักนิดน่ะ พักประเดี๋ยวขอดื่มน้ำสักหน่อย ตอนนี้ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผลจงมีแก่บรรดาลูกรักทุกคน สวัสดี

((( โปรดติดตามตอนต่อไป )))
โดย: ตร IP: 115.67.66.51 วันที่: 23 เมษายน 2556 เวลา:10:46:37 น.
  
-ข้างบนนี้...มันเพ้อเจ้ออะไร...สงสัยเสียสติ....
โดย: rattawat IP: 101.51.74.37 วันที่: 16 พฤษภาคม 2556 เวลา:8:08:43 น.
  

งงเลย
โดย: posatorn IP: 180.180.128.20 วันที่: 7 มิถุนายน 2556 เวลา:14:49:41 น.
  
-ถ้าคิดอย่างคนทั่วไป....ก็มักจะมีคำถามว่า....ทำไมเราจึงอยากไปอยู่บนดาวอังคาร
-คำตอบมีมากมาย ไม่รู้จักจบสิ้น....น้ำมันกำลังจะหมด....ทรัพยากรอื่นๆก็ถูกทำลาย....มนุษย์ยังเข่นฆ่ากัน....สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว....การฟื้นฟู สวนทางกับการทำลาย....ประชากรเพิ่มมากขึ้นทุกวัน....พื่นที่ในการอยู่อาศัย ขยายวงกว้างขึ้น ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน....เปลือกโลกถูกกดทับมากขึ้น จากอาคาร ถนน และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ....
-มนุษย์จึงแสวงหาดาวดวงอื่น เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอต่อความต้องการ....หรือไม่ก็เพื่อต้องการจัดระบบในการอยู่อาศัยร่วมกันในทางสันติ.....เพราะในโลกใบเดิม ไม่สามารถมองเห็นวิธีการที่จะทำให้มนุษย์บางกลุ่ม หันกลับมารักความสงบ...เพราะความไม่สงบในการอยู่ร่วมกัน มันเริ่มมาจากอดีตแล้ว....ยากเกินแก้ไข....หากไปอยู่ดาวดวงอื่น เราอาจจะมีกฏระเบียบแห่งสันติ.......เพราะน่าจะเป็นชนกลุ่มเล็กๆ....ที่จะสามารถเดินทางไปถึงดาวอังคารได้...และคงอีกนาน กว่าที่มนุษย์จะสามารถไปอยู่บนนั้นได้อย่างถาวร
-เรื่องนี้ ต้องใช้เวลาประมาณ 30-80ปี เป็นอย่างน้อย
โดย: RATTAWAT IP: 101.51.77.131 วันที่: 9 มิถุนายน 2556 เวลา:10:17:29 น.
  
เธอมีจริง 55555555
โดย: น้าจรวด IP: 101.51.99.174 วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:15:50:51 น.
  
มันคือโลกที่สาปสูญก่อนเรา5555555555ข้าคือ hero brine
โดย: Hero brineeeeeeeeeeeeee IP: 110.168.4.120 วันที่: 4 ตุลาคม 2556 เวลา:18:04:50 น.
  
ชอบถูกใจ
โดย: อมตุ่ย IP: 27.55.197.193 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:8:34:28 น.
  
เราเอาน้ำจากโลกไม่ได้เหรอ
โดย: อัศวิน IP: 49.230.98.140 วันที่: 13 ธันวาคม 2556 เวลา:19:46:41 น.
  
งง งง งง งง งง งง งง



โดย: 555555555523 IP: 223.207.58.225 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:18:42:20 น.
  
เดียวนี้แยกไม่ออกว่าจริงหรือสร้างขึ้นมาหลอกเรา เพราะบางอย่างยังไม่ได้รับการยืนยันว่าภาพพวกนี้เป็นของจริงหรือทำขึ้นมา
โดย: ตามมาดู IP: 58.9.86.76 วันที่: 14 เมษายน 2557 เวลา:20:30:37 น.
  
คนสติดีก็มีคนสติไม่ปกติก็มีแยะ บางคนก็เพ้อเจ้อ คงกินยาไม่ครบหรือขาดยา 5555555
โดย: 999999 IP: 58.9.86.76 วันที่: 14 เมษายน 2557 เวลา:20:35:41 น.
  
จริงหรือที่สึนาม เกิดเองตามธรมมชาติ ไม่มีใครทำจริงหรือ เช่นเดียวกับเรื่องเขาเก็บชิ้นส่วนบางอย่างได้ลองคิดเล่นๆว่ากะแค่เศษชิ้นสวนบางอย่าง ทำไมถึงลงทุนสร้างอุโมงค์ใต้ดิน ลับสุดยอดอะไรเทือกนั้น หากนี่เป็นการปิดบังคงเป็นเรื่องที่น่าจะสำคัญมาก
โดย: นู๋แดง IP: 1.2.138.230 วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:01:43 น.
  
ไม่มีดาวดวงใดที่มนุษย์และสัตว์บนโลกอาศัยอยู่ได้ในระบบสุริยะของเรา

ต้องมองข้ามไประบบสุริยะอื่นๆ อาจจะมีก็ได้ที่ระยะห่างของดาวกับดวงอาทิตย์เหมาะสมเหมือนกับโลกของเรา

หมายความว่ามันเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ที่จะเดินทางไปให้ถึง ในช่วงอายุคน

นอกจากจะคิดวิธีที่เดินทางเร็วกว่าแสง และต้องเร็วกว่ามากๆ ถึงจะไปได้โดยเวลาอันสั้น
โดย: ่jj IP: 180.183.177.38 วันที่: 28 สิงหาคม 2557 เวลา:16:01:02 น.
  
ผมว่าเป็นอารยธรรมของมนุษย์ต่างดาวเนื่องจากดูบนพื้นผิวของดาวอังคารเเล้วมัน คือ สโมระภูมิเหมือนที่อียิปต์ที่มีสัตว์ที่ถ้าตอบคำถามผิดก็ต้องถูกกิน
โดย: ด.ช.กนกพันธ์ IP: 171.96.183.122 วันที่: 4 มีนาคม 2558 เวลา:7:44:45 น.
  
น่าสนใจมาก
โดย: isaac rhodes IP: 49.230.229.147 วันที่: 11 ตุลาคม 2558 เวลา:15:03:59 น.
  
ท้าทาย ในรูปแบบของทุน ธุรกิจ เทคโนโลยี ความสามัคคี เพราะทุกเงื่อนไขที่คิด-ทำ ขึ้นมา ทำโดยประเทศเดียวม้ายด้าย
โดย: แท็กซี่41ศีก. IP: 110.77.237.54 วันที่: 2 ธันวาคม 2558 เวลา:14:57:30 น.
  
มันมีอยู่จริงแน่นอนความพินาศ. แบบเดียวกันจะเกิดขึ้นกับโลก ไม่นาน แค่ เป็น10000 ปี
โดย: คมสันต์ 16 IP: 49.237.209.191 วันที่: 24 มกราคม 2559 เวลา:12:57:38 น.
  
อาจจะเคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่จริงๆก็ได้ แต่ว่าวิวัฒนาการไปไกลได้แค่ยุคหิน แล้วดาวมันก็กลายสภาพไปแบบที่เห็น สิ่งมีชีวิตทั้งหลายจึงสูญพันธุ์ไปหมด
ไม่แน่ว่าในดาวดวงอื่นๆในจักรวาลอื่นๆ อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ก็ได้ แต่ประเด็นคือ เขาก้าวหน้ากว่าเราไปมากหรือน้อยแค่ไหนเท่านั้น บางดาวอาจจะเจริญจนสร้างยานอวกาศ ไปสำรวจหรืออาศัยที่ดาวดวงอื่นได้แล้ว บางดาวอาจจะยังเป็นแค่ยุคไดโนเสาร์ บางดาวอาจจะยังเป็นแค่ยุคหิน ยุคกลางก็ว่ากันไป
อันนี้เป็นแค่ความคิดของผมนะครับ ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะมีอยู่จริงหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่าเราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวแน่นอน เพราะเอกภพมันตั้งกว้างใหญ่ มีจักรวาลอยู่เป็นล้านๆ แล้วจักรวาลของเรามันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของจักรวาลทั้งหลายล้านนี้ และถึงแม้ว่าโอกาสที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวดวงหนึ่งๆได้นั้น และอีกทั้งยังเจริญมาได้ไกลขนาดนี้ก็หาได้ยากมาก เพราะโลกเราที่เกิดมาได้และอยู่จนถึงทุกวันนี้นี่ก็โคตะระฟลุ๊คสุดๆแล้ว เพราะมันสมบูรณ์พร้อมไปสะทุกอย่าง ทั้งน้ำ อากาศ สภาพแวดล้อมทั้งหลายมันเอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิตจริงๆ ในขณะที่ดาวอีกเป็นล้านๆดวงที่เกิดมาแล้วมีสภาพไม่เอื้อต่อการมีชีวิต หรือเอื้อแค่ในช่วงแรกแล้วก็กลายสภาพเป็นแบบดาวอังคาร แต่ถึงอย่างงั้นผมก็ยังเชื่ออยู่ดีว่ามันต้องมีสัก 10 ไม่ก็ 100 ดวงแหละน่าที่มันจะมีสิ่งมีชีวิต
โดย: Rudolph IP: 101.109.132.137 วันที่: 23 มีนาคม 2559 เวลา:10:10:07 น.
  
คงอาศัยการปรับตัวให้เข้าสิ่งต่างๆบนดาวดวงนั้น สิ่งที่ใช้หล่อเลี้ยงร่างกายคืออะไร หากเราจะไปสู่น้ำและอากาศแบบโลกในที่นั่น แล้วจะไปทำไมก็อยู่ที่นี่ใง การค้นหาแหล่งพลังงานแบบใหม่น่าจะมีความหวังและตื่นเต้นกว่า เชื่อว่าที่ดาวโลกของเราเองก็ยังมีอะไรที่เรายังคาดไม่ถึงซึ่งนั่นก็แน่นอนว่าธรรมชาติจะมอบให้เราเมื่อถึงเวลา หากว่าเราพบกับความน่าตื่นตาตื่นใจกับ เรื่องราวแปลกใหม่เช่น ขุมพลังงานใหม่ วิทยาการล้ำยุค การเตรียมตัวรับสิ่งเหล่านั้นน่าจะเป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่า หากเราจะพบกับสิ่งมีชีวิตภูมิปัญญาชั้นสูงแล้วเหมือนอย่างในจินตนาการของเรา สภาวะจิตใจของเราจะรับใด้ใหมล่ะ เราควรที่จะเห็นใหมล่ะ
สวัสดี.
โดย: กฤษดา IP: 183.88.11.199 วันที่: 18 เมษายน 2559 เวลา:12:31:19 น.
  
การฝึกจิตอบรมของเราน่าจะเป็นกิจกรรมที่น่ากระทำและเหมาะสมกับเรามากกว่า คงจะเป็น ของขวัญ อันน่าพึงพอใจหากเราทำใด้
โลกของเรา.
โดย: กฤษดา IP: 183.88.11.199 วันที่: 18 เมษายน 2559 เวลา:12:35:06 น.
  
เชื่อว่า เวลานั้นคงมาถึงในไม่ช้า...
โดย: กฤษดา IP: 183.88.11.199 วันที่: 18 เมษายน 2559 เวลา:12:36:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jo guevara
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments
สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
18
19
21
22
23
24
25
27
28
29
30