ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blog ของอินทรายุธค่ะ
Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
3 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
จ๋มปิ๊งแน่หรือ



จ๋มปิ๊งแน่หรือ


+++ งานเขียนเชิงสารคดี ที่ได้รับมาเป็นการบ้านของการอบรมฯ ค่ะ งานนี้ก็จะรวมเล่มเป็นหนังสือทำมือขายในจังหวัดลำปางนี่แหละค่ัะ เป็นการรวมงานของทุกๆ คนเลย เห็นม้า เดือนเมษานี้อินมีหนังสือเป็นของตัวเองละ 1 เล่ม อิอิ

เอามาวางให้ลองอ่าน + ติชมกันนิดนึงค่ะ สารคดีเรื่องแรก หัวข้อเขาบังคับชัดเลยว่าต้องเป็นเรื่องในลำปาง ก็เลยออกมาแบบเนี้ย +++



“เขาว่า พระธาตุมาจ๋มปิ๊งแถวนี้ เลยฮ้องว่า วัดพระธาตุจอมปิง”

“หือ?”

เจ้าเสียงหือนั่น เป็นเสียงที่ฉันแอบพูดในใจ หลังจากที่ได้ยินคุณลุงคนหนึ่งบอกที่มาที่ไปของชื่อวัดพระธาตุจอมปิง หน้าฉันคงแสดงความงงออกมา ลุงคนเดิมเลยย้ำอีกครั้งว่า

“เขาว่าหนา ลุงก็บ่ฮู้หรอก เขาเล่าต่อกันมาจะอี้”

โอเคค่ะลุง เขาว่าก็เขาว่าเนอะ ฉันเอ่ยคำขอบคุณแล้วก็ผละมา แต่ในใจคิดแล้วล่ะว่า ต้องไปหาที่มาที่ไปของชื่อ “จอมปิง” ให้ได้สิน่า


ถัดมาอีกหนึ่งวัน หลังจากเสร็จภารกิจทั้งหลายทั้งมวลแล้ว ฉันก็ควบเจ้าหนุ่มคันเก่งตรงแหนวมาที่ห้องสมุด ส่งเสียงทักทายเจ้าหน้าที่ที่คุ้นกันเสียหน่อย แล้วก็เผ่นแผล็วขึ้นชั้นสองทันที ความสนใจฉันมุ่งไปที่เจ้าสารานุกรมล้านนาปกแดงเล่มหนา นั่นไง! เจอแล้ว ไหมเล่า อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ตำนานที่บันทึกกับ “เขาว่า” น่ะ มันต่างกันลิบลับเลย ตามตำนานที่พระสุริยาภิกขุเขียนขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๓๖๐ บอกไว้ว่าอย่างนี้

ครั้งที่พระเจ้าติโลกราชยังทรงเป็นราชบุตรเจ้าท้าวลกนั้น ทรงมีพระพี่เลี้ยงคนหนึ่งชื่อ นันทปัญญา เมื่อทรงครองเวียงพิงค์เชียงใหม่ในปีพุทธศักราช ๑๙๘๕ ก็ตั้งพระทัยที่จะให้พระพี่เลี้ยงของพระองค์ได้กินหัวเมืองด้วย

“ข้าจะให้อ้ายไปกินเมือง จงเลือกเอาเถิดว่าใคร่ได้เวียงใด”

นันทปัญญาได้ฟังก็ปีตินักที่เจ้าหลวงทรงมีเมตตาตนเองถึงเพียงนี้ แต่ก็รู้ดีว่าตนไม่มีบุญถึงขนาดจะได้กินเมือง (หมายถึงครองเมืองนะ ไม่ใช่กินบ้านกินเมืองเหมือนสมัยนี้) ก็ยกมือไหว้สาแล้วทูลตอบไปว่า

“ข้าเจ้ายินดีนักเจ้าที่ได้ยินเช่นนี้ แต่ข้าเจ้าขอกลับไปอยู่ที่จุมพิตานครดีกว่าเจ้า”

“เหตุใด?” พระเจ้าติโลกราชรับสั่งถามด้วยสุรเสียงปรานีดุจเดิม

“ข้าเจ้าบุญไม่ถึงที่กินเมืองเจ้า แม้นทรงเมตตาข้าเจ้า ขอโปรดให้ข้าเจ้าได้ทำตามประสงค์เดิมเถิดเจ้า”

และแล้ว นันทปัญญาก็ได้กลับไปเมืองจุมพิตานครสมใจ อ้อ! ลืมบอกไปว่า จุมพิตานครนี้ เป็นชื่อเมืองที่อยู่ทางใต้ของเวียงลคร หรือลำปางของเรานี่แหละ ประมาณ ๑๖,๗๐๐ วา (หนึ่งวามี ๒ เมตร ก็ลองบวกลบคูณหารกันดูนะจ๊ะว่าห่างกันแค่ไหน)


อยู่มาวันหนึ่งก็มีชายชื่อ “อ้ายจอมแพร่” ที่ได้ชื่อนี้เพราะเขามาจากแพร่นั่นเอง (เพราะฉะนั้นชื่อจริงก็น่าจะเป็นชื่อจอมนั่นล่ะ) นายจอมคนนี้เป็นพวกพ่อค้าและรู้จักคุ้นเคยดีกับนันทปัญญา เรียกว่าเป็นเสี่ยวกันนั่นแหละ คราวก่อนๆ ที่มาหา ก็เป็นเพียงการไปมาหาสู่กันปกติ แต่มาคราวนี้ ไม่รู้นึกสนุกหรืออะไรดลใจนายจอม จู่ๆ ก็มาท้าสร้างวัดแข่งกะนันทปัญญา คนถูกท้าจะไม่รับรึ นั่นน่ะเสียเชิงชายเลย เอา! สร้างก็สร้าง

ทีนี้สองคนเลยเลือกทำเลที่จะสร้างวัด ตำนานไม่ยักบอกแฮะว่านายจอมไปสร้างที่ไหน รู้แค่ว่าสร้างอยู่ริมน้ำเท่านั้นเอง พอเสร็จสรรพเรียบร้อยก็อัญเชิญพระพุทธรูปชื่อ “พระเจ้าหัวคำ” มาประดิษฐานที่วัดนั้น ส่วนนันทปัญญาก็เลือกวัดบนที่สูงที่พระนางจามเทวีเคยสร้างเจดีย์ครอบพระบรมสารีริกธาตุไว้ ชื่อวัดจุมพิตะเป็นทำเลทอง

ทีนี้เกิดน้ำท่วมสิ วัดของนายจอมสร้างอยู่ริมน้ำมีหรือจะรอด ก็มีอันต้องพังทลายไปตามระเบียบ นันทปัญญารู้ข่าวก็เลยออกปากชวนนายจอมว่า ไหนๆ วัดของท่านก็พังไปแล้ว อย่ากระนั้นเลย อัญเชิญพระเจ้าหัวคำมาไว้ที่วัดของเราเถิด นายจอมก็ตกลงแต่โดยดี แล้วก็ช่วยกันสร้างวัดจุมพิตะให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แล้วให้ชื่อว่า “วัดจอมพี่เลี้ยง”

ไม่ช้าไม่นานต่อมา เกิดศึกล้านนากับเมืองใต้ ก็กรุงศรีอยุธยาไงล่ะจ๊ะ จำได้ไหมเอ่ย ช่วงที่พระเจ้าติโลกราชขึ้นครองเวียงพิงค์น่ะ ทางอยุธยาก็มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งมีพระนามที่แปลออกมาได้เหมือนกษัตริย์เชียงใหม่เปี๊ยบเลย ก็พระบรมไตรโลกนาถไง การศึกครั้งนั้น พระเจ้าติโลกราชยกพลไปรบเมืองใต้ เสร็จสรรพกลับมาก็แวะมาไหว้พระธาตุ แล้วก็ทรงสร้างเสริมพระธาตุเพิ่มขึ้นอีก (อ้อ! ลืมบอกไป ที่วัดเดียวกันนี้ นางราชเทวี มารดาของเจ้าหาญแต่ท้องเคยสร้างเจดีย์ครอบองค์เดิมเอาไว้ เมื่อครั้งศึกล้านนากับอยุธยาครั้งแรก ความที่หมื่นโลกนคร บิดาของหมื่นหาญแต่ท้อง มีศักดิ์เป็นอาของพระองค์ พระเจ้าติโลกราชจึงทรงยกพลมาพักที่นี่ พอขากลับก็แวะมาหาตามธรรมเนียม) พอพระเจ้าติโลกราชทรงสร้างเสริมพระธาตุเสร็จก็ทรงเปลี่ยนชื่อวัดจากเดิมเป็นวัดจอมพิงค์ชัยมงคล แล้วเสด็จนิวัตินพบุรีศรีนครพิงค์

เอาล่ะ มาถึงตรงนี้คงพอเดาได้แล้วใช่ไหมเอ่ย ว่า “จอมปิง” น่ะ น่าจะเพี้ยนมาจากอะไร รู้ที่มาที่ไปของชื่อวัดพระธาตุจอมปิงกันแล้ว ทีนี้เวลาใครถามว่า “จอมปิง” มาจากอะไร ก็ตอบเขาได้แล้วล่ะ อย่าตอบนาว่ามาจาก “จ๋มปิ๊ง” (แปลว่าจมหาย) ไม่เอาจ้า (ฮา)




อริญชย์


*******************

หมายเหตุ :



ที่มาข้อมูล จาก สารานุกรมล้านนา หน้า ๒๔๙๔-๒๔๙๕ โดย รศ.ดร. อุดม รุ่งเรืองศรี

วัดพระธาตุจอมปิง ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านจอมปิง ต.นาแก้ว อ.เกาะคา จ.ลำปาง การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกันกับทางไปวัดพระธาตุลำปางหลวง แต่ให้เลี้ยวซ้ายตรงแยกที่ว่าการอำเภอเกาะคา แล้วตรงไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร

ภาพวัดจาก http://www.ezytrip.com/webboard/images/10000/00900/00814_3982.jpg ค่ะ






Create Date : 03 เมษายน 2554
Last Update : 3 เมษายน 2554 19:25:13 น. 3 comments
Counter : 243 Pageviews.

 


โดย: อินทรายุธ วันที่: 3 เมษายน 2554 เวลา:19:19:59 น.  

 
อ่านแล้วเพลินดี ได้ความรู้อีก เพื่อนใครนะเก่งจริง อิอิ


โดย: ข้าวเหนียวหวาน วันที่: 3 เมษายน 2554 เวลา:21:34:57 น.  

 
นั่นสิ เพื่อนใครก็ไม่รู้เนอะ 55+


โดย: อินทรายุธ วันที่: 9 เมษายน 2554 เวลา:20:02:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อินทรายุธ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





งานเขียนทั้งหมดในบลอคนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
Friends' blogs
[Add อินทรายุธ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.