ตุลาคม 2558

 
 
 
 
1
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
อนุมัติ = อิสระ => ปลดแอก
ดึงสติกลับมาแล้ว....หลังจากที่สติหลุดไปวันก่อน..Smiley
ด้วยความที่ข้อมูลเยอะ..หาหลายรอบแล้ว...แต่ก็ยังหายอดไม่เจออยู่ดี..Smileyแต่น้องออดิทกลับไปแล้ว เลยไม่กดดัน แต่ยังไงก็ยังต้องหาให้เจอจะได้จบๆ เรื่องงานค่อยว่ากัน ขอตั้งสติแป๊บ

เข้าเรื่องดีกว่า วันก่อนตัดสินใจถามคุณนายใหญ่ เรื่องเงินเดือน ถ้าไม่จ่ายเงินเดือนให้ คุณนายใหญ่จะว่ายังไง คำตอบคือ ไม่เป็นไร!! ไม่ต้องให้ก็ได้....จิงดิ....แล้วคุณนายใหญ่ก็ถามถึงว่ามันไม่ไหวแล้วเหรอ กะที่ทำงาน เราบอกแค่ว่า อืม..มันไม่ไหวละ เค้าก็อยากจะช่วยนะ ให้บอกชื่อหัวหน้าหรืออะไรเนี่ยล่ะ แล้วเค้าจะช่วย (คือคุณนายเค้านับถือร่างทรง อยู่คนนึง เค้าก็คงจะไปปรึกษาให้ช่วย) แต่เราบอกไม่ต้องหรอก อะไรหลายๆ อย่างมันแก้ไม่ได้ แล้วก็ไม่อยากจะแก้ไขอะไรแล้วด้วย ไร้ประโยชน์

พอคุณนายเค้าไฟเขียว...อ้อ มีบอกด้วยว่า ขอลาออกได้มั๊ย เค้าก็โอเค พอเค้าตอบโอเค เท่านั้นแหละ เหมือนหลุดออกมาจากกรงขังเลย ชีวิตเป็นอิสระแล้ววววววว

เดี๋ยวนะ..เดี๋ยว ๆ ได้งานใหม่แล้วเหรอ......... ยัง

คำถามตามมาอีกเป็นขบวน.......แล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้ว๊าาาาาา......ไม่รู้

แล้วค่านู่นค่านี่ค่านั่นล่ะ ยังไง......ช่างมัน

เออ...เจริญจริงๆ

เอาละวะ....มกราคม ปีหน้า..กรูลาออกได้แล้วววววววววว
เงินก้อนสุดท้าย..เงินเดือน+โบนัส+กองทุน น่าจะอยู่ได้ซักพัก กรูไม่สนอะไรล้าวววววว

พอคิดงั้นปุ๊บ สมองนี่สั่งการปั๊บเลย จะทำอะไรก็ไม่ค่อยแคร์แล้ว อีกไม่กี่เดือนก็ออกแล้ว มาสายแทบจะทุกวัน แต่คุณภาพงานก็ยังคงเดิมนะ แต่พอสมองมันนึกว่าจะออก ๆ นี่ เหมือนสมองส่วนพัฒนาการหยุดทำงานไปเลย เคลียร์แต่งานเก่าเก็บ กะงานที่ทำประจำทุกวัน จะสนทำไมล่ะ รอคนใหม่มาพัฒนาสิคะ ลั้ลลากันไป...

หลังจากลาออกแล้วจะไปทำอะไร ทำไมไม่วางแผน อนาคตนะ จะอะไร ยังไง ไม่คิดเลยเหรอออออออ..

เอาจริงๆ นะ ตอนนี้ในหัวโล่งมาก ไม่อยากวางแผนอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ Smiley หรือยถากรรม Smiley

เคยเครียดไปแล้ว จะเครียดทำไมอีก เหนื่อย...พอแล้ว คิดถึงคนอื่นมามากพอแล้ว

ติดอยู่ในกรงมานานมากแล้ว ขอเป็นอิสระบ้าง ผ่านเข้าสู่ช่วงชีวิตครึ่งหลังแล้ว เงินเก็บในบัญชี ยังมีตัวเลขอยู่ที่ 4 หลัก อยู่เลย...หัวเราะทั้งน้ำตา

ทำไมไม่คิดถึงอนาคตบ้าง?

จ่ายค่าเทอมเองตั้งแต่เรียนตรี..จบมาทำงานงกๆ เงินเดือนขี้ปะติ๋ว พอได้เงินเดือนเยอะหน่อย ก็จ่ายให้ที่บ้าน เงินเดือนเพิ่ม ก็ให้ที่บ้านเพิ่ม แต่ไม่มีเก็บ เพราะคิดว่ายังไม่จำเป็น พอเยอะขึ้นมาอีก ก็เริ่มซื้อประกันมั่ง เที่ยวมั่ง แต่ไม่ฟุ้งเฟ้อ พอเริ่มจะอยู่สบาย ภาระก็เข้ามา กู้ซื้อบ้าน ผ่อนไปได้ 5 ปี ชีวิตเริ่มดีละ ขายบ้านไป ได้เงินมาก้อนนึง แล้วก็อันตรธานไปกลายไปเป็น เอาไปใช้หนี้ให้คนอื่น แล้วก็ออกรถมือสองคันใหม่ให้น้อง ส่วนเงินก้อนที่พอมีบ้างก็อันตรธานไปเมื่อบุพการีต้องการ

หลายคนคงคิดว่า มันก็เป็นเรื่องปกติ เงินเดือนก็ต้องให้พ่อ ให้แม่ ให้ผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดู ญาติ พี่น้อง บลาๆๆ จะมาบ่นทำไม

ก็จริงแหละ แต่มันก็อดน้อยใจไม่ได้ เงินที่เราสะสมมาจนเป็นกอบเป็นกำ มันหมดไปแบบรวดเร็วเกิน คือเงินเดือนไม่ได้เยอะนะ ทำงานหนักนะ เหนื่อยนะ เครียดนะ แต่ไม่มีใครเห็นใจ สงสารเลยนะ เวลาจะใช้เงินก็เห็นพูดกันเป็นเรื่องธรรมดาเลยนะ....หัวเราะร่าน้ำตาตกใน Smiley

คนรอบข้างที่ใกล้ๆ ตัวนี่ ได้กันหมดเลยนะ ทั้งแบบขอยืม และแบบขอเลย แล้วแบบขอยืมก็คงไม่ได้คืนด้วยนะ ตั้งแต่หลักหมื่น จนถึงหลักแสน ไปจนหลายแสน

ก็เลยคิดเอาเอง....ตกงาน ไม่มีเงิน คงไม่มีใครมาขอแล้ว จะได้มีข้ออ้าง

พอเวลาไปเที่ยว ก็บ่นว่า ทำไมไม่รุ้จักเก็บเงินบ้าง...ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าเก็บไปก็คง ไม่ได้ใช้เองอยู่ดี

รู้สึกปลอดโปร่งมาก...ไม่กดดันอีกแล้ว...รู้สึกว่าได้ใช้หนี้แต่ละคนไปหมดแล้ว...สบายใจฝุดๆ

ปล.บันทึกนี้ไม่เหมาะกับคนโลกสวย









Create Date : 21 ตุลาคม 2558
Last Update : 26 ตุลาคม 2558 18:02:58 น.
Counter : 205 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

i_mafuang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบเพ้อเอาถ้วย
MY VIP Friends