|
|
เที่ยวชิลล์ชิลล์ อิ่มเวอร์เวอร์ หลีเป๊ะ-ลังกาวี ตอนที่ 4
จาก ตอนที่ 3 นะครับ เที่ยวชิลล์ชิลล์ อิ่มเวอร์เวอร์ หลีเป๊ะ-ลังกาวี ตอนที่ 3
ก้อมาถึงตอนสุดท้าย และวันสุดท้ายของทริปนี้กันแล้ว
เช้ามา พวกเราก้อลงมารับประทานอาหารเช้าที่ ห้องอาหารของโรงแรม
มุมอาหารที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณทางเชื่อม อาคารสองหลัง เป็นแบบโอเพ่นส์แอร์ครับ

อาหารส่วนมากก้อจะออกไปแนวอาหารมาเลเซียซะส่วนใหญ่


หมี่ผัด รสชาติอร่อยทีเดียวครับ

กับมุมขนมปังปิ้ง มุมเล็กๆ ถ้าเดินไม่ดี อาจจะไม่เจอ เพราะลูกค้าผมหาไม่เจอมาแล้ว อิอิ

มุมผลไม้ ถูกจัดวางไว้ในตู้เย็นครับ

มุม ซีเรียล กับคอร์นเฟลกส์

หลังจากเสร็จอาหารเช้า ก้อทำการเช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก
จุดหมายแรกในวันนี้คือ พิพิธภัณท์ ดร.มหาเธร์ พิพิธภัณท์ของสะสม ของมหาเธร์โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย
หากใครมาเที่ยวเกาะลังกาวี แล้วพลาดชมสถานที่แห่งนี้แล้ว ก้อต้องบอกว่าเสียดายมาก เพราะที่นี่เป็นที่รวบรวมสิ่งของที่ได้รับขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตลอดระยะเวลาถึง 22 ปี ซึ่งคงน้อยคนนัก สำหรับผู้นำประเทศที่จะครองอำนาจได่นานขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นของที่ได้รับจากบุคคล เอกชน ห้างร้าน บริษัท ไปจนกระทั่งจากผู้นำประเทศต่างๆ ทั้งหมดได้นำมาตั้งโชว์ไว้ภายในอาคารที่สร้างอย่างหรูหราอลังการ
จำนวนของที่นำมาโชว์มีทั้งหมดประมาณ 2,500 ชิ้น ทั้งภาพเขียน ศิลปะ ของที่ระลึก งานศิลปะจากชาติอิสลาม ของที่ระลึกจากผู้นำประเทศ เครื่องแก้วคริสตัล รวมไปถึง จักรยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รวมไปถึงรถแข่งฟอร์มูล่าวัน เป็นต้น


เราใช้เวลาเยี่ยมชมกันสำหรับที่นี่ประมาณ ชั่วโมงนิดหน่อย หลังจากนั้น เราก้อมุ่งหน้าสู่ เคเบิ้ลคาร์
Cable Car กระเช้าลอยฟ้า บริเวณพื้นที่ Cable car ที่เรียกว่า langkawi Geo Park นี้ทำได้ดีทีเดียว เพียงแค่เดินเข้าประตูก็ประทับใจในบรรยากาศโดยรอบที่สร้างอาคาร และตกแต่งบริเวณให้เป็นที่น่าสนใจ หากจำไม่ผิดน่าเป็น park หรือ Resort ที่รวมสิ่งดีๆจาก 4 ประเทศ ได้แก่มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย
กับบรรยากาศภายในหมู่บ้านครับ

หมู่บ้านถูกวางตัวไว้คู่กับสระน้ำ มีสะพาน เชื่อมไปมา




หลังจากที่เราเดินผ่านหมู่บ้านกันเข้ามาแล้ว เราก้อจะมาเจอทางเข้า เพื่อไปนั่งเคเบิ้ลคาร์กัน 1 กระเช้า จะสามารถนั่งได้ทั้งหมด 6 ท่าน ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 29 ริงกิต หรือประมาณเงินไทย ก้อเกือบสามร้อยบาท เด็กประมาณ 180 บาท การนั่งจะถูกจัดระเบียบอย่างดี ที่นี่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเคเบิ้่ลคาร์ที่มีความสูงชันที่หนึ่งของโลก โดยมีระดับความชันอยู่ที่ 42
ตอนนี้สมาชิกของผมพร้อมแล้วสำหรับการนั่งกระเช้า ถึงแม้บางท่านจะกลัวความสูง แต่เมื่อเรามาถึงที่เกาะลังกาวีแล้ว ถ้าไม่ได้ขึ้นเหมือนกับมาไม่ถึงกันเลยทีเดียว

ภาพระหว่างการเดินทางมุ่งสู่ยอดเขา "กูนุง มะจิงจั้ง" ภูเขาทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะลังกาวี เราจะเห็นได้ว่ามีกระเช้ามากมายถูกเคลื่อนตัวอยู่บนอากาศ


ระยะทางสำหรับการนั่งเคเบิ้ลคาร์ ประมาณ 919.50 เมตร จะมีทั้งหมด 2 สถานี ส่วนของผมจะไม่ลงสถานีแรก ซึ่งจะเป็นสถานีพักสำหรับการชมวิวกลางทางยนยอดเขา และที่นี่จะมีสะพานแขนยาวถึง 125 เมตร แต่วันที่ผมเดินทางไปปิดปรับปรุง ก้อเลยนั่งขึ้นไปที่สถานีสุดท้ายเลย
ตอนนี้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว สองสาวขอถ่ายกับป้ายซะหน่อย ที่ระดับความสูง 700 เมตร จากระดับน้ำทะเล

บนสถานีสุดท้าย จะมีทางเดินเพื่อชมวิวบนยอดเขา แต่ด้วยสภาพอากาศด้านบน มีก้อนฝน ทำให้มองอะไรไม่เห็นด้านล่างเลย

หลังจากได้เวลากันพอสมควร ก้อนั่งเคเบิ้ลคาร์ลงจากยอดเขากัน เที่ยวนี้ผมเลือกที่นั่งมองลงไปข้างล่าง เพื่อที่จะได้ถ่ายภาพบรรยากาศเกาะต่างๆ แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ ภาพเลยไม่ค่อยแจ่มมากนัก





ระหว่างเส้นทางการนั่งเคเบิ้ลคาร์ เราจะได้เจอน้ำตกใหญ่ เสียงน้ำแตกกระเซ็นสามารถดังขึ้นมายังเคเบิ้ลคาร์ได้เลย

ภาพนี้เหล่าสมาชิกลูกทริปของผม ขอกระโดดกันหน่อย

หลังจากนั้น ก้อออกเดินทางไป ซื้อสินค้ากันที่ห้างปลอดภาษี เพื่อฆ่าเวลาที่เหลือ ก่อนจะไปทานอาหารกลางวันกันที่ ร้าน Eagle view บริเวณจตุรัส
ปลากระพงนึ่งมะนาว

ปลาหมึกชุบแป้งทอด

ไก่ต้มซีอิ้ว

แกงจืด

หลังอิ่มกับอาหารกลางวันกันแล้ว ก้อเดินทางไปยัง จุดหมายสุดท้าย ก่อนเดินทางกลับเมืองไทย นั่นคือ จตุรัสนกอินทรีย์ โดยมีสวนสาธารณะอยู่ติดๆกัน ตรงปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลมีรูปปั้นนกอินทรีย์ขนาดใหญ่กำลังกางปีก นัยว่าเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ ความน่าเกรงขาม ของเกาะลังกาวี เกาะที่เคยถูกสาปตามตำนานของพระนางเลือดขาว หมู่เกาะลังกาวีนี้เป็นแหล่งอาศัยของนกอินทรียพันธ์ " สีน้ำตาล " บนท้องฟ้าจะเห็นนกอินทรัย์บินว่อนอยู่หลายตัว ไกลออกไปจากเกาะลังกาวีจะมีอยู่เกาะหนึ่งที่เป็นถิ่นอาศัยของนกอินทรีย์เหล่านี้


หลังจากนั้น ก้อออกเดินทางไปยัง Jetty point ซึ่งเป็นท่าเรือเฟอร์รี่ สำหรับการเดินทางกลับท่าเรือตำมะลัง สตูลในวันนี้ บริเวณ Jetty Point จะมีร้านค้าปลอดภาษีมากมาย อาทิเช่น น้ำหอม เครื่องสำอาง เครื่องหนัง เครื่องกีฬา เครื่องใช้สุภาพสตรี เหล้า บุหรี่ หรือจะเป็น ขนม ชอคโกเลต เป็นต้น





หลังจากนั้น พวกเราก้อเวลาเรือออก จากเดิม เรือจะออกประมาณ สี่โมงเย็น แต่เลื่อนเป็น 16.30 น. แทน ทำให้ผมใจเต้นเหมือนกัน เพราะต้องต่อรถเข้าหาดใหญ่ สำหรับการจับรถทัวร์เที่ยวสุดท้ายที่จองไว้ตอน 2 ทุ่ม ส่วนลูกค้าของผมพักต่อที่ ตัวสตูล ก่อนออกเดินทางกลับวันรุ่งขึ้น
ข้อแนะนำเลยนะครับ สำหรับท่านใดที่ กลับเรือเที่ยวรอบเวลา 16.00 น. ถ้าจะนั่งเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ จะต้องจองเที่ยวหลังเวลา 21.00 น. เป็นต้นไปเลย เพื่อป้องกันความเสียง สำหรับการล่าช้าของเรือจากเกาะลังกาวี
ทริปนี้ ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ
เที่ยวชิลล์ชิลล์ อิ่มเวอร์เวอร์ หลีเป๊ะ-ลังกาวี ตอนที่ 1 เที่ยวชิลล์ชิลล์ อิ่มเวอร์เวอร์ หลีเป๊ะ-ลังกาวี ตอนที่ 2 เที่ยวชิลล์ชิลล์ อิ่มเวอร์เวอร์ หลีเป๊ะ-ลังกาวี ตอนที่ 3
| Create Date : 28 พฤษภาคม 2555 |
| Last Update : 28 พฤษภาคม 2555 15:03:22 น. |
|
2 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
โดย: **mp5** วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:56:57 น. |
|
|
|
โดย: Kavanich96 วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:15:48 น. |
|
|
|
| |
|
|
|
Location :
ปทุมธานี Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
|
เนื่องจากผมเป็นคนชอบเที่ยว และชอบถ่ายรูป ดังนั้นใน Blog นี้จะเป็นเรื่องเที่ยว การรีวิวที่พัก ซะเป็นส่วนใหญ่ และการชอบเที่ยว การชอบการบริการของผมนี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มทำทัวร์ คือไหนๆก็เที่ยวบ่อยๆแล้ว และทุกครั้งที่ผมเห็นรอยยิ้มของผู้ร่วมทริปการเดินทางของผมแล้ว แค่นี้ก้อสุขใจ
ส่วนเรื่องการบริการของทีมงานผมไม่ต้องห่วงนะครับ เราดูแลผู้ร่วมเดินทางเป็นอย่างดีแน่นอน
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
ตามไปเที่ยวด้วย ภาพสวยดี นะครับ