เที่ยวสนุก กินอร่อย นอนสบาย บายทราเวลรูทคลับ
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
12 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
ดินแดนแห่งการพนันและคาสิโนนามระบือ เ้ค้าคือ มาเก๊า

“มาเก๊า” ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งการพนันและคาสิโนนามระบือ แต่….. จะมีสักกี่คนที่รู้จักมาเก๊าในด้านอื่นๆ “มาเก๊า” มีภาพความงามแห่งศิลปะวัฒนธรรมของโลกตะวันออกและตะวันตกให้ได้ชื่นชม และยังมีมนต์เสน่ห์แห่งความเชื่อและศรัทธาทางศาสนา ตลอดจนวิถีชีวิตที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน กว่าจะเป็นชื่อ “มาเก๊า” มีที่มาจาก “อาม่า” องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเลผู้ศักดิ์สิทธิ์ …….ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า “อาม่า” มีพระนามเดิมว่า “หลิงม่า” หญิงสาวชาวฟูเจี้ยนที่วันหนึ่งเธอต้องการข้ามฝั่งมายังคาบสมุทรดอกลิลลี่ขาว หรือ “เอ้าเหมิน” ตามชื่อในภาษาจีน จึงขอโดยสารมากับเรือของชาวประมงชราคนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงเรือลำเล็กๆ ที่ยอมให้หลิงม่า โดยสารมาด้วย ในระหว่างที่เรือล่องอยู่กลางทะเล เกิดมีพายุขึ้นอย่างรุนแรงทำให้เรือหลายลำต้องอับปาง แต่ด้วยปาฏิหาริย์ในคำสั่งฟ้าของหลิงม่าทำให้เรือที่เธอโดยสารมา เข้าถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย ทันทีที่หลิงม่า ก้าวเท้าขึ้นสู่ฝั่ง เธอก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและหายลับไป ชาวประมงทั้งหลายต่างเชื่อกันว่าเธอ คือ องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล นับตั้งแต่นั้นดินแดนแห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่า “อ่าวของ อาม่า” หรือ “อา-หม่า-เกา” ที่เพี้ยนเสียงมาเป็น “มาเก๊า” ในปัจจุบัน

หลังจากได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเรืองทริป มาเก๊า-เซิ้นเจิ้น-จูไห่ กำหนดการเดินทางของเราคือ 27-30 พ.ย.2551 แต่แล้วเหตุการณ์บางอย่างทำให้ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่กำหนด เนื่องจากมีคนกลุ่มหนึ่งปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. ผมก้อได้แต่ภาวนาว่าให้ยุติเร็วที่สุด ผมพยายามหาทางออกให้กับทริปนี้ ไม่ว่าจะเดินทางออกทางลาวต่อไฟท์ไปเวียดนามแล้วเข้ามาเก๊า มันก้อแสนยาวนานเหลือเกิน แถมค่าใช้จ่ายก้อไม่ธรรมดา ผมก้อได้แต่รอๆ เมื่อไหร่จะสนามบินเปิดเสียที จนกระทั่งวันที่ 4 ธ.ค. สนามบินเปิดใช้บริการแต่ก้อยังไม่มีไฟท์ให้สำหรับกรุ๊ปใหญ่อบ่างเรา จนกระทั่งหาข้อสรุปเป็นออกเดินทาง วันที่ 8-11 ม.ค.แทน ผมได้แต่หวังว่าคงไม่เหตุการณ์อะไรมาอีกนะ

วันที่ 8 ม.ค. กรุงเทพฯ - มาเก๊า
กรุ๊ปพร้อมกันตอนประมาณ เที่ยงหลังจากนั้นก้อนำสัมภาระโหลดเข้าเครื่องบิน ก่อนผ่านด่านตวจคนเข้าเมือง เอ้าถ่ายรูปกันหน่อย


วันนี้ออกเดินทางสู่มาเก๊าด้วยสายการบินแอร์มาเก๊า มองดูออกจากตัวสนามบิน เครื่องเล็กแน่เลย เที่ยวบินคือ NX885 กำหนดการออกเดินทาง 14.30 น. เจ้าหน้าที่เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องก่อนการบินครับ หลังจากที่เครื่อง Take Off ก้อถึงเวลารับประทานอาหารกัน มื้อนี้เป็นข้าวผัด และก๋วยเตี๋ยว และมีบริการ ชา กาแฟ น้ำ แต่ขอบอกครับ เจ้าหน้าที่บริการช้ามากเลย น้ำให้แก้วละนิด และใช้เป็นแก้วกระดาษด้วย

หลังจากเครื่องบินไต่ระดับที่ความสูง 35,000 ฟุต ผมมองออกไปข้างนอก เห็นเมฆเป็นทะเลเลย สวยงามมาก ขอถ่ายรูปหน่อยนะ อ้อแม่เจ้า กระจกตัวเครื่องบินเป็นรอยอีก ถ่ายรูปแล้วเห็นแน่เลย


บรรยากาศภายในตัวเครื่อง เครื่องบินลำนี้ไม่มีจอทีวีส่วนตัว แต่จะมีเป็นช่วงระหว่างที่นั่ง นึกในใจก้อยังดีกว่า การบินไทยนะ เพราะเครืองการบินบางลำ ไม่มีทีวีครับ

พนักงานบนเครื่องบินกำลังบริการเสริฟอาหารครับ

หลังจากเครื่ืื่องบิน บินได้่พอสมควร ก้อถึงเวลาที่จะลงจอดสนามบินมาเก๊าครับ อ้อแม่เจ้า สนามบินใช้การถมทะเลอีกแล้ว รันเวย์ใหญ่เท่าตัวเครื่องเลย ยังงี้เวลาลมแรง ได้มีเสียวกันแน่เลย หลังจากล้อแตะพื้น มองออกไปข้างนอกเห็นพระอาทิตย์กำลังจะตก สวยงามจริงๆ ครับ

หลังจากลงจากเครื่องแล้ว ก้อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ระหว่างรอ ผมขอถ่ายรูปกับสาวสวยหน่อยนะ


วันนี้ต้องใช้รถบัส จำนวน 2 คัน เนื่องจากจำนวนประมาณ 50 ท่าน ถ่ายรูปบนรถกันหน่อยครับ


จุดหมายต่อไปเราจะเดินทางไป เวเนเชียน มาเก๊ารีสอร์ท ไปสัมผัสกับโรงแรมหรูเกิน 5 ดาว สัมผัสเมืองเวนิสที่ยกมาตั้งใจกลางโรงแรม

หน้าตาของเดอะ เวเนเชียน มาเก๊า รีสอร์ต โฮเต็ล มีชื่อเต็ม ๆ ว่า THE VENETIAN MACAU RESORT-HOTEL แห่งนี้จำลองมาจากเดอะ เวเนเชียน ในลาสเวกัส เป๊ะเลย เป็นรีสอร์ตกาสิโนในบรรยากาศที่จำลองมาจากเมืองเวนิส ของอิตาลี มีคลองไหลวนเวียนไปตามเส้นทางช็อปปิ้งภายในอาคาร 3 สาย มีเรือกอนโดลาให้บริการลูกค้า และมีคนพายเรือที่ร้องเพลงให้ฟังด้วย

เดอะ เวเนเชียน มาเก๊า ประกอบไปด้วยห้องพักสูท 3,000 ห้อง และพื้นที่กาสิโนสำหรับเล่นการพนันที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่มากถึง 550,0000 ตารางฟุต ประกอบไปด้วยสลอตแมชชีน 3,400 เครื่อง และมีพื้นที่ที่จะขยายเพิ่มได้อีก 6,000 เครื่อง มีโต๊ะสำหรับเล่นการพนันชนิดต่างๆ 800 โต๊ะ สนามกีฬาขนาด 15,000 ที่นั่ง ร้านค้าหรู 350 ร้าน พื้นที่ห้องประชุม 1.2 ล้านตารางฟุต ร้านอาหารและโรงละครสำหรับการแสดงโชว์

นี่คือบทความหนึ่ง จากตอนเปิดบ่อน นายอะเดลสัน เจ้าของบ่อนกาสิโน เวเนเชียน มาเก๊า ประกาศในพิธีเปิดว่า นี่คือจุดเริ่มในความฝันของผมที่จะสร้างเมืองมาเก๊า ให้เป็นเมืองหลวงแห่งความบันเทิงของเอเชียเพื่อชาวเอเชีย ผมจะเปลี่ยนผ่านเมืองมาเก๊า จากเมืองการพนันเล็กๆที่เป็นจุดพักของนักท่องเที่ยว ให้เป็นเมืองพักผ่อน เมืองแห่งธุรกิจการประชุมและสัมมนา เมืองที่ผู้คนจะมาช็อปปิ้ง ดูโชว์ และเล่นการพนัน

นายอะเดลสันยังวางแผนที่จะเปิดโรงแรมใหม่อีกหลายแห่ง ภายใต้ ยี่ห้อชื่อดังของเขา อาทิ โฟร์ ซีซัน, เซนต์รีจิด และ เชอราตัน และ จะลงทุนอีก 12,000 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 420,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงแรมใหม่อีก 20,000 ห้อง ในเขตโคไต๋ สตริป มาเก๊า ซึ่งเป็นที่ดินที่ถมจากทะเลในปี 2010 อีกด้วย

ชีวิตของนายเชลดอน จี.อเดลสัน ซึ่งปัจจุบันเป็นชาวอเมริกันที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 3 นั้น ปรากฏว่าในวัยเด็กเขาต้องเป็นเด็กเร่ขายหนังสือพิมพ์ ฟังมาว่าเขาไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยเพราะไม่มีเงินที่จะเรียน เขาจึงมีเวลามากพอที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จกับธุรกิจการจัดแสดงสินค้า โดยเฉพาะการจัดแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า COMDEX ก่อนที่จะเบนเข็มหันมาทำธุรกิจรีสอร์ท โรงแรม และกาสิโน

ภายในโรงแรมเวเนเชียน ตกแต่งเพดานโดยการวาดเป็นลายท้องฟ้า และมีแม่น้ำอยู่กลางโรงแรม

ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งก็คือการยกคลองและเมืองเวนิสจำลองมาไว้ที่นี่ การล่องเรือกอนโดลาผู้ใหญ่ลงไปนั่งได้ด้วยราคา 88 เหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 380 บาท ส่วนเด็กต้องจ่ายที่ราคา 66 เหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 286 บาท เปิดให้บริการตั้งแต่ 4 โมงเช้า ไปจนถึงเที่ยงคืน ราคาที่ว่านี้น่าจะพอให้แก้ขัด เพราะถ้าไปนั่งที่เมืองเวนิส ว่ากันว่าค่าพายเรือกอนโดลาเที่ยวนึงอยู่ที่ 5-6 พันบาท


เรือกอนโดลา หรือ Gondola เป็นเรือพายพื้นบ้านของชาวเวนิส ซึ่งในอดีตใช้เป็นพาหนะเดินทางไปมาหาสู่กันอยู่ในเมืองเวนิส ตอนหลังเลยกลายเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวเพื่อหารายได้ คนพายจะยืนพายอยู่ทางท้ายเรือ ซึ่งมีทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่คนที่จะมาพายได้จะต้องมีประกาศนียบัตรรับรองด้วย เสื้อที่ใส่ก็ต้องเป็นลายขวางขาวดำ เวลาพายก็ต้องร้องเพลงกล่อมผู้โดยสารไปด้วย สองฝั่งคลองมีร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติกอยู่หลายร้าน แต่ดูเหมือนท้องฟ้าที่นี่จะสว่างใสอยู่ตลอดไม่รู้จักมืด

หลังจากนั้น ท้องก้อเริ่มร้องแล้วครับ ต้องลองไปทานอาหารใน food court ซะหน่อย เดินหาแทบแย่เหมือนกัน


ยอมรับเลยว่า บรรยากาศหน้านั่งรับประทานอาหารมาก ผมพยายามหาอะไรทาน แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ก้อประมาณ 40 เหรียญขึ้นไป ลองเอา 4.8 บาทคูณเข้าไปสิ อย่างโก๊ยซิหมี่จานนี้ครับ 70 เหรียญ แต่มันสามารถทานได้เลย 3 คน น้ำอัดลมกระป๋องขายอยู่ที่กระป๋องละ 10 เหรียญฮ่องกง



หลังจากทานอิ่มแล้ว ลองไปดูคาสิโนกันดีกว่า ว่าจะใหญ่สมคำล่ำลือหรือปล่าว ชั้นล่างถูกจัดเป็นพื้นที่บ่อนกาสิโนที่เปิดตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง ด้วยพื้นที่ที่มากถึง 550,000 ตารางฟุต หรือ 51,000 ตารางเมตร นับว่าเป็นบ่อนกาสิโนที่มีพื้นที่ใหญ่มากที่สุดในโลก มีตู้สลอทแมชชีนอยู่ถึง 3,400 ตู้ แต่ยังว่างคนเล่นอยู่เยอะ และยังมีโต๊ะเสี่ยงโชคอื่น ๆ อยู่อีกถึง 800 โต๊ะ เท่าที่สังเกตเห็นคนเล่นส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน และคนเอเชีย รวมถึงคนไทย แต่คนจีนที่มาเล่นในบ่อนกาสิโนที่นี่ มักจะนั่งเล่นกันตลอดคืนโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอน ก็เลยไม่ต้องเปิดห้องพักให้เสียเงิน เช้านั่งรถนั่งเรือกลับบ้านค่อยนั่งหลับกลับไป

หลังจากอยู่เล่นกันที่เวเนเชียนกันสักพัก พวกเราก้อยกพลกลับเข้าไปเช็คอินท์ที่พัก ณ โรงแรม กัน ไปดูกันภายในโรงแรมและห้องนอนเป็นอย่างไร ภายในห้องนอน ตกแต่งอย่างดี ทีวีเป็นจอแบนรุ่นติดผนัง
ภายในห้องน้ำครับ สะอาด อุปกรณ์ตกแต่งอย่างดี

หลังจากเข้าที่พักกันเรียบร้อย สรุปมีบางส่วนอย่างกลับไปที่ เวเนเชี่ยนใหม่อีกครั้งเพื่อไปถ่ายรูป เดินสัมผัสบรรยากาศให้เต็มอิ่ม เราใช้แท็กซี่ออกจากที่พักกันตกประมาณ 50 เหรียญครับ ก้อถึงและ ภาพด้านล่างเป็นลานจอดรถแท็กซี่ครับเวลาที่แขกเดินทางมาเล่น กาสิโนครับ

ขอผมถ่ายรูปสักรูปนะครับ รูปนี้เป็นภายในโรงแรมครับ ความใหญ่โตของสถานที่ทำให้ข้างในอาคารจะมีลอบบี้อยู่หลายแห่ง ถ้าจะแยกย้ายแล้วนัดหมายมาเจอกันก็ต้องตกลงกันให้ดี แล้วเผื่อเวลากันเอาไว้สักหน่อย เพราะความคล้ายคลึงกันของสถานที่จะทำให้เดินหลงทางไปได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะคณะที่มีเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เขาจะไม่ให้เดินผ่านเฉียดเข้าไปใกล้ส่วนที่เป็นบ่อนกาสิโน ก็จะต้องอ้อมขึ้นไปทางชั้นอื่นก่อนที่จะย้อนกลับลงมาชั้นล่าง ตอนนี้แหละที่ชวนให้หลงทางได้ดีนัก ถึงจะเจอเจ้าหน้าที่พอให้สอบถาม แต่ภาษาอังกฤษแบบงู ๆ ปลา ๆ กว่าจะคลำทางเจอก็เล่นเอาเดินเมื่อย ลอบบี้ที่ดูจะตกแต่งให้ตระการตากว่าลอบบี้อื่น ๆ ก็คือส่วนที่เรียกว่า MAIN LOBBY ซึ่งอยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของ WEST LOBBY


ภายในห้องโถงกลับสาวสวยครับ

รูปปั้นครับสวยงามมาก

ยามราตรีบรรยากาศแสงไฟภายนอกตัวอาคารก็ดูสวยงามต่างไปจากที่ได้เห็นในตอนกลางวัน




หลังจากถ่ายรูปกันหมดทุกจุดแล้ว ก้อเดินทางกลับไปที่ โรงแรม แต่เดียวก่อน เรายังขาดไปอีกที่ คือ Grand Lisboa ของมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของมาเก๊า สแตนลีย์ โฮ

แกรนด์ ลิสบัว คือ อาคารศูนย์กลางมรดกวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยและสไตล์โลกกึ่งตะวันออกมาบรรจบกับ ตะวันตก (heritage contemporary & Chiness & east meet west)



โฮกล่าวว่า ในฐานะนักธุรกิจเชื้อสายจีนที่เป็น กลุ่มทุนใหญ่สุดของมาเก๊า ได้เร่งปรับกลยุทธ์พัฒนาจุดขายและการสร้างกิจกรรมรองรับพฤติกรรมของนักเดิน ทางก็จะทำให้แต่ละประเทศพบโอกาสในการดึงเงินไม่เฉพาะการท่องเที่ยวเพียงด้าน เดียว แต่จะมุ่งถึงการสร้างฐานรากโครงสร้างเศรษฐกิจอนาคตในประเทศให้แข็งแกร่งยิ่ง ขึ้น พร้อมเป็นเจ้าตลาดท่องเที่ยวกึ่งเอ็นเตอร์เทน เมนต์ ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มสวัสดิการทางสังคมให้คนในประเทศและพนักงานที่ปฏิบัติ หน้าที่ใน แกรนด์ ลิสบัว มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นโดยเฉพาะเรื่องรายได้ตอบแทนเฉลี่ย 75,000 บาท/คน/เดือน


รูปรถสามล้อที่จอดอยู่บริเวณ แกรนด์ลิสบัว


หลังจากถ่ายรูปพร้อมเผชิญความหนาวและลมแรงที่ประมาณ 8 องศา จนมือแข็งเลย เกือบตี 2 ก้อทนไม่ไหวแล้ว กลับที่พักดีกว่า นอนหลับฝันดีครับ

เช้าตื่นมา ตอนประมาณ 6 โมงเช้า รับประทานอาหารตอน 7 โมงเช้าครับ เข้ามาในห้องทานอาหาร อาหารมีเยอะครับ จะเลือกทานอะไรดีครับ จานแรกเป็นแบบอเมริกันหน่อย



จานที่สองขอเป็นสไตล์ฮ่องกงครับ แต่กว่าจะได้กิน นึกว่าจะมีเรื่องกับคนทำซะแล้ว ดุจริงๆ ประมาณใครไม่เข้าแถว เขาจะตวาดเสียงดังเลยครับ ดีที่ว่ามันอร่อยนะ


กับบรรยากาศที่มองจากร้านอาหารลงไป ดีมากครับ



หลังจากที่เราอิ่มกันเรียบร้อยแล้วก้อเตรียมเดินทางไป ด่านตรวจคนเข้าเมืองบริเวณจูไห่ครับ ดูตอนต่อไปนะครับ


Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2552 9:00:53 น. 3 comments
Counter : 2269 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆนะคะ เดือนหน้าจะไปพอดีค่ะ อาจจะมาขอสอบถามข้อมูลบ้างนะคะ


โดย: tookbus วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:46:54 น.  

 
ไม่ทราบว่ามี เบอร์ โทรฯ ของรถตู้ที่พานักท่องเที่ยวไป
คาสิโน ที่เกาะกงฟรี ไหมคะ จะรบกวนขอด้วยค่ะ

ว่าจะพาน้าสาว กับน้าเขยไปเดือนหน้าน่ะค่ะ

ขอขอบคุณล่วงหน้านะคะ หรือถ้าจะกรุณา ส่งมาที่
bnthv@yahoo.com จะขอบคุณมากค่ะ


โดย: oye IP: 58.11.97.152 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:19:08:13 น.  

 
อยากไปบ้างคะ ที่มาเก๊ากอนโดล่าน้ำใส เคยล่องที่เวนิส ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ คนพายเรือก็ไม่ยอมร้องเพลง เลยร้องหมอลำให้ฟังสะเลย


โดย: ฮูกอุ่น IP: 49.49.223.15 วันที่: 4 กรกฎาคม 2555 เวลา:10:48:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ilovetotravel
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เนื่องจากผมเป็นคนชอบเที่ยว และชอบถ่ายรูป ดังนั้นใน Blog นี้จะเป็นเรื่องเที่ยว การรีวิวที่พัก ซะเป็นส่วนใหญ่ และการชอบเที่ยว การชอบการบริการของผมนี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มทำทัวร์ คือไหนๆก็เที่ยวบ่อยๆแล้ว และทุกครั้งที่ผมเห็นรอยยิ้มของผู้ร่วมทริปการเดินทางของผมแล้ว แค่นี้ก้อสุขใจ

ส่วนเรื่องการบริการของทีมงานผมไม่ต้องห่วงนะครับ เราดูแลผู้ร่วมเดินทางเป็นอย่างดีแน่นอน


New Comments
Friends' blogs
[Add ilovetotravel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.