|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
TRC108-เสน่ห์เมืองน่าน หนาวสะท้านดอยเสมอดาว แอ่วบ่อเกลือ ฮักบ่อเกลือ ดอยภูคา ตอนที่สอง
เช้านี้ กิจกรรมแรกของวัน คือ การได้นำสมาชิกออกมาใส่บาตร ที่ตลาดเช้าน่าน ซึ่งคล้ายๆ กับ เมืองหลวงพระบาง แต่แตกต่างตรงคนใส่ไม่ได้เยอะ นั่งเรียงเหมือนหลวงพระบางเท่านั่นเอง

หลังจากอิ่มบุญกันแล้ว ก้อได้เวลาเข้าที่พัก เพื่อทานอาหารเช้า
อาหารเช้าวันนี้ น่าตาดูดีเลยทีเดียว มีทั้งข้าวต้มหมู ขนมปังปิ้ง ไส้กรอก แฮม ข้าวผัด กาแฟ แบบบุฟเฟห์เลย รายละเอียดการรีวิว รบกวนดูในเรื่องที่พักเลยนะครับ
เป็นยังงั้ยครับ หน้าตาไข่ดาว หน้าทานมั้ย

ข้าวผัดที่นี่อร่อยไม่เบาเลย

จานนี้ของผมเองครับ ชุดแรก

ตาม ชุดที่สอง

ทุกโต๊ะ จะมีส้มสีทอง ตั้งอยู่ให้ทานด้วยนะครับ

หลังจากนั้น ก้อปล่อยให้ลูกค้า ได้ไปอาบน้ำ เก็บสัมภาระ เพื่อเช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก บาย บาย

จุดหมายต่อไป คือ จะพาไปไหว้พระธาตุเขาน้อย ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ออกจากที่พัก ก้อไม่กี่นาทีเลย วัดนี้เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกัน

จากวัดพระธาตุเขาน้อย เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ที่บริเวณลานชมทิวทัศน์ ณ จุดนี้ จะประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542
รูปนี้คือ พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน

สมาชิกประจำทริปนี้ถ่ายภาพหมู ด้านหลังคือ เมืองน่าน

เราจะใช้เวลาสำหรับที่นีประมาณ 1 ชม. ครับ เสร็๋จแล้ว สถานที่ต่อไปคือ พระธาตุแช่แห้ง ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเถาะ

ภายในวิหาร ประกอบด้วย พระทั้งหมด 8 องค์ โดยมีพระประธานองค์ใหญ่ปางสมาธิ

พระวิหารหลวงแห่งนี้ มีขนาดใหญ่ จำนวน ๖ ห้อง ห้องกลางมีจำนวน ๒ ห้อง มีขนาดใหญ่ที่สุด และต่อชั้นลดไปทางด้านหน้า และด้านหลัง ด้านละ ๒ ห้อง แต่ด้วยตอนนี้กำลังบูรณะอยู่ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ รูปภาพพระประธาน ผมเอารูปเก่ามาให้ดูสำหรับการรีวิวเท่านั้น
ภาพด้านล่างเป็น องค์พระธาตุไสยยาสน์

หลังจากอิ่มบุญ อิ่มศรัทธา กันในช่วงเช้าแล้ว ผมก้อสมาชิกออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ เราใช้เส้นทาง หมายเลข 1169 วิ่งไปตามเส้นทางสู่อำเภอสันติชล หลังจากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไม่เข้าตัว อ.สันติชลนะครับ แล้วต่อด้วย ถนนหมายเลข 1257 ระยะทางทั้งหมดโดยประมาณ 90 กม. ถนนส่วนมากจะวิ่งบนสันเขา บรรยากาศดีมาก เราสามารถมองเห็นวิวแบบพาโนรามาได้เลยทีเดียว ตอนนี้บางช่วงถนนมีการทำก่อสร้าง เนื่องจากถนนทรุด ชำรุด จากหน้าฝนปีที่ผ่านมา แต่โดยรวมสภาพถนนเลียบ เราจะใช้เวลาในการเดินทางโดยประมาณ ก้อเกืิอบ สองชั่วโมงนะครับ
อาหารกลางวัน แถวภูฟ้า เราสามารถทานได้ที่โครงการหลวง แต่ต้องโทรจองล่วงหน้า แต่วันนี้ผมจะพาไปทานที่ร้านวรวรรณริมว้า ร้านอาหารอร่อย ราคาย่อมเยาว์ วิ่งเลยทางเข้าศูนย์ภูฟ้าประมาณ 3 กม. ร้านนี้จะริมน้ำว้าตอนกลางเลยครับ วิ่งมาอยู่ด้านซ้ายมือ และเค้าบริการล่องแก่งน้ำว้าด้วยนะครับที่นี่ พร้อมมีทีพักแบบโฮมสเตย์อีกต่างหาก เบอร์ติดต่อ 086-1903729 , 085-7157498

มื้อนี้จัดหนักอีกแล้วครับ คำนี้น้องๆ เค้าให้ฉายาทริปนี้มา

หลังจากท้องอิ่มแล้ว เจ้าของร้านก้อแนะนำให้ไปเที่ยว สะพานแขวนที่ข้ามน้ำว้า ห่างจากร้านอาหารประมาณ 500 เมตร ที่นี่ เรียกกันว่า เขตอนุรักษ์ปลาวังควาย ซึ่งจะมีปลาชุกชุม เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาธรรมชาติซึ่งชาวบ้านเป็นผู้ออกกฎระเบียบห้ามจับปลา มีปลาธรรมชาติมากมาย ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านห่างทางหลวง ต.ภูฟ้า อ. บ่อเกลือ จ. น่าน

ทดสอบน้ำหนักกับสะพานแขวนพื้นไม้ ว่าจะรองรับน้ำหนักได้ขนาดไหน

หลังจากนั้น ก้อนำเหล่าสมาชิก ไปที่ ศูนย์ภูฟ้า ของสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งเป็นที่แรกของศูนย์ภูฟ้า

หลังจากนั้น ก้อลงจากศูนย์ภูฟ้า เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่อไป คือ บ่อเกลือสินเธาว์ ระยะทางโดยประมาณ 37 กม. โดยเลี้ยวขวา ใช้เส้นทาง 1081 ก้อจะมาถึง ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.บ่อเกลือ อำเภอเล็กๆ ซึ่งได้ตั้งมาจากชื่อของบ่อเกลือนั่นเอง
แต่โบราณ ที่นี่เป็นแหล่งที่ส่งออกเกลือไปยังเมืองต่างๆ ในเขตภาคเหนือ เมื่อก่อนมีหลายบ่อ แต่ปัจจุบันแห้งไปหมดแล้ว เหลือเพียงสองบ่อในบริเวณบ้านบ่อหลวง ซึ่งเป็นบ่อเกลือสาธารณะให้ชาวบ้านมาตักน้ำเกลือไปต้มทำเกลือกันเอาเอง โดยการส่งตามท่อเข้าซุ้มของตัวเอง


บ่อเกลือแห่งนี้่มีอายุประมาณ 800 ปี เลยทีเดียว

ภายในโรงต้มเกลือ

ประวัติของการค้นพบบ่อเกลือ
“มี นายพรานผู้หนึ่งมาล่าสัตว์ และเห็นว่าพวกเหล่าสัตว์และเห็นว่าพวกเหล่าสัตว์ทั้งหลายมักมากินน้ำที่นี่ ประจำเมื่อลองชิมดูจึงรู้ว่าเค็ม ข่าวล่วงรู้ไปถึงเจ้าหลวงภูคา และเจ้าหลวงบ่อ จึงชวนกันมาดูน้ำเกลือ โดยที่ 2 พระองค์ ขึ้นไปอยู่ที่บนยอดดอยภูจั๋น เพื่อแข่งขันกันว่าพุ่งสะเดา (หอก) เจ้าหลวงภูคาพุ่งหอกไปตกทางตะวันตกของน้ำมาง ตรงที่ตั้งของหอนอกในปัจจุบัน เจ้าหลวงบ่อพุ่งหอกไปทางตะวันออกของน้ำมาง ข้ามน้ำมางตรงที่ตั้งของหอเจ้าพ่อหลวงในปัจจุบัน ชาบ้านที่ชมดูการพุ่งหอก ไปนำเอาหินมาก่อเป็นที่สังเกตแล้วตั้งเป็นโรงหอทำพิธีเพื่อตอบแทนบุญคุณเจ้า ทั้ง 2 พระองค์ ทุกปี
ภายหลังทั้ง 2 พระองค์ คิดกันว่า จะนำคนที่ไหนมาอยู่ เมื่อปรึกษากันแล้วจึงนำคนที่อยู่เชียงแสน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวบ่อหลวง มาหักล้างถางพง และทำเกลืออยู่ที่นี่และอาศัยกันมาจนถึงปัจจุบัน
บ่อเกลือที่เห็นใน ปัจจุบัน ปากบ่อกรุด้วยไม้กั้นเป็นคอกอย่างดี อดีตกำนันนนท์ถี เขื่อนเมือง เล่าว่า เมื่อสมัยแม่ของตนยังเป็นเด็ก เจ้าผุ้ครองเมืองส่งคนมาสร้างคอกไม้เป็นขอบบ่อ เพราะแต่เดิมเป็นเพียงบ่อดิน ใช้ไม้กลวงสวมตรงกลางกันดินถล่มเท่านั้น ในขณะนั้นแม่ได้ช่วยตักน้ำมาเลี้ยงผู้ที่มาทำการก่อสร้างนั้นด้วย”
วิธีต้มเกลือ ปัจจุบัน ชาวบ้านยังคงต้มแกลือด้วยวิธีแบบดั้งเดิม โดยจะตักน้ำเกลือจากบ่อเกลือส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู่บ่อพักที่เป็นโอ่ง แล้วจึงค่อยนำน้ำเกลือมาต้มในกะทะใบบัวขนาดใหญ่ สุมไฟในเตาต้มเกลือให้ร้อนสม่ำเสมอ จากนั้นตักเกลือที่ตกผลึก ใส่ตะกร้าที่แขวนไว้บนกระทะเพื่อสะเด็ดน้ำ และนำเกลือในตะกร้าไปเก็บไว้ในเปาะ (ชะลอม) นำน้ำเกลือที่แห้งสนิทแล้วมาผสมไอโอดีน เพราะว่าเกลือของที่นี่ เค้าไม่มีสารไอโอดีนเหมือนเกลือจากทะเล จึงต้องมีการเติมสารไอโอดีนก่อนที่จะออกจำหน่าย หลังจากนั้น เสร็จแล้วก็บรรจุถุงพลาสติกติดฉลากใส่ถุงวางขายกันหน้าบ้านเลย
หลังจากนั้น ก้อได้เวลาเข้าที่พัก ที่บ่อเกลือวิวน่านรีสอร์ทครับ ก้ออยู่ไม่ห่างจาก ตัวบ่อเกลือมากนัก อยู่ด้านขวาเวลาเราจะมุ่งหน้าสู่ปัว อยู่บริเวณตีนสะพานข้ามลำน้ำมาง
ที่บ่อเกลือ ณ เวลานี้จะมีที่พัก อยู่สองที่นะครับ ที่ขึ้นชื่อ นั่นคือ บ่อเกลือวิวน่านและ อุ่นไอมางโฮมสเตย์ & รีสอร์ท
ลองไปดูบรรยากาศภายในที่พักคืนนี้กัน
ที่รีสอร์ท ประกอบไปด้วยห้องพักทั้งหมด 11 ห้องพัก 8 หลัง เป็นห้องพักแบบดีลักซ์สไตล์ล้านนาประยุกต์เรียบง่าย และมีระเบียงกว้างให้น่ังพักผ่อนชมวิวต้นไม้
ภายในห้องพัก กว้างขวางจริงๆ มีพร้อมทั้งอินเตอร์เน็ตไวเลส แต่ไม่มีทีวีนะครับ

ภายในห้องพักมีมุมโซฟาให้นั่งเล่นด้วย หรือจะปรับเป็นที่นอนก้อไม่เลวนะครับ

ภายในห้องน้ำ เรียบง่าย แต่โดดเด่น

สำหรับท่านที่ชอบอาบน้ำอุ่น ก้อมีให้ใช้

หลังจากนั้นแสงอาทิตย์ก้อลับขอบฟ้าไปแล้ว ยิ่งทำให้ที่นี่เงียบไปเลย เพราะอยู่ท่ามกลางหุบเขา

วันนี้พระจันทร์เต็มดวงพอดี ก้อเลยนำภาพพระจันทร์ติดไม้ติดมือมาฝาก

ได้เวลาหิวแล้ว โต๊ะอาหารพร้อมแล้วครับสำหรับมื้อเย็น ที่ร้านอาหารปองซา ร้านอร่อยในบ่อเกลือ

อาหารจานแรก ของอร่อยของที่นี่ ไก่ทอดมะแขว่น

ตามมาด้วย ขาหมูบ่อเกลือ

ต่อด้วยสลัดผักออร์แกนิกส์ ที่ปลูกเอง

ยำผักหวาน

แกงส้มปลานิลทอด

ขนมหวาน ของเด็ดของที่นี่อีกอย่าง

หลังจากอิ่มกันแล้ว ประกอบกับอากาศเย็นลง ทำให้สมาชิกทุกท่านต่างเข้าห่องพักกัน นอนหลับพักผ่อนสำหรับการไปดูพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้
บล็อคนี้จบเพียงเท่านี้ ดูตอนที่สามต่อไป
| Create Date : 21 มกราคม 2555 |
| Last Update : 21 มกราคม 2555 18:16:02 น. |
|
2 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
โดย: ON THE WAY (MyEos50 ) วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:0:01:37 น. |
|
|
|
| โดย: ธนธัช IP: 180.180.10.76 วันที่: 31 มีนาคม 2555 เวลา:19:44:10 น. |
|
|
|
| |
|
|
|
Location :
ปทุมธานี Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 0 คน [?]

|
เนื่องจากผมเป็นคนชอบเที่ยว และชอบถ่ายรูป ดังนั้นใน Blog นี้จะเป็นเรื่องเที่ยว การรีวิวที่พัก ซะเป็นส่วนใหญ่ และการชอบเที่ยว การชอบการบริการของผมนี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มทำทัวร์ คือไหนๆก็เที่ยวบ่อยๆแล้ว และทุกครั้งที่ผมเห็นรอยยิ้มของผู้ร่วมทริปการเดินทางของผมแล้ว แค่นี้ก้อสุขใจ
ส่วนเรื่องการบริการของทีมงานผมไม่ต้องห่วงนะครับ เราดูแลผู้ร่วมเดินทางเป็นอย่างดีแน่นอน
|
|
|
|
|
|
| |
|
|