การเดินทางค้นหาชีวิตพิชิตเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ (จ.นครพนม)








“เป็นไงไปเที่ยวสนุกมั้ย”

มันเป็นคำถามทั่วๆ ไปที่มักจะตอบตามสคริปแบบไม่คิดว่า “สนุกดี” แต่ครั้งนี้มันแตกต่าง

ผมกลับพูดไม่ออกได้แต่ยิ้มๆ จนเพื่อนที่ถามงง คือถ้าตอบตรงๆ มันก็ไม่ได้สนุกอะไรมากมาย

แค่รู้สึกดีที่ผ่านมันมาได้และมันเป็นการเดินทางที่ผมจะไม่มีวันลืม


ย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อน ผมกับอะมูนิโต้กำลังง่วนอยู่กับการแพ็คของจัดเตรียมสัมภาระก่อนการเดินขึ้นภูลังกา

ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานวัดพระธาตุภูลังกา ในเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับจังหวัดนครพนม

โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา

พวกเราตั้งใจจะขึ้นไปกางเต็นท์นอนรอเก็บภาพแสงยามรุ่งอรุณกระทบกับเจดีย์สีทองอร่าม

มันเป็นภาพอันงดงามน่าประทับใจที่ผมเห็นจากอินเตอร์เน็ตแล้วส่งต่อไปให้อะมูนิโต้ดูจนกระทั่งเกิดการเดินทางครั้งนี้ขึ้น


ใช้เวลาในการเดินแค่ 2-3 ชั่วโมง ขึ้นไปตามบันไดพญานาคทางด้านหลังหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ

ดูแล้วไม่น่าจะยากเย็นอะไร แต่มันกลับเป็นการเดินทางที่ทำเอาผมรู้สึกเป็นกังวลที่สุด

เพราะเคยแต่เปิดท้ายรถขนเต็นท์ลงไปกางหรือหากต้องเดินแบกของขึ้นเขาก็จ้างลูกหาบเอา

แต่ที่นี่ไม่มีลูกหาบ ด้านบนไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นอกจากห้องน้ำกับแทงค์รองน้ำฝนไว้สำหรับใช้สอย

ดังนั้นสัมภาระทุกอย่าง เต็นท์ ถุงนอน อุปกรณ์กล้อง ขาตั้งกล้อง น้ำดื่มรวมทั้งเสบียงอาหารต้องแบกเป้ขึ้นหลังขนไปเองทั้งหมด!




ใครมาเห็นพวกเราตอนนี้คงนึกว่ากำลังดูภาพสโลว์โมชั่นที่ค่อยๆ ยกเท้าก้าวขึ้นไปตามบันไดทีละขั้นอย่างช้าๆ

ราวกับโงกุนกำลังฝึกวิชาอยู่ในห้องแรงโน้มถ่วง และผมไม่เคยรู้ซึ้งถึงคำว่า “หนักหน่วง” เท่านี้มาก่อน

เพราะลำพังแค่เดินขึ้นเขาตัวเปล่าก็แย่แล้ว นี่ต้องมาแบกน้ำหนักบนหลังที่คิดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 10-15 กิโลอีก!!

ดูจากสภาพตัวเองถ้าต้องเดินแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆอีก 2-3 ชั่วโมง สาหัสแน่ๆ!

ไม่รู้ว่าขีดจำกัดของร่างกายมันจะพาไปได้ไกลซักแค่ไหน แต่มาถึงจุดนี้แล้วก็คงถอยไม่ได้

ชีวิตมันต้องเดินต่อไปข้างหน้า! จริงมั้ยอะมูนิโต้!?

“เออมึงเดินขึ้นไปก่อนเลยไม่ต้องรอ” อะมูนิโต้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่เคยเหนื่อยเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต

อารมณ์เหมือนมันไม่พร้อมจะมาเจอแบบนี้ เหมือนถูกเพื่อนหลอกมายังไงยังงั้น!


บันไดปูนยังคงทอดยาวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

เสียงหอบแข่งกับเสียงเพลง ‘ฉันมาทำอะไรที่นี่’ ของพี่เบิร์ดดังแว่วอยู่ในหัวเป็นระยะ

ทำให้ต้องรีบดึงสติกลับมาให้มีสมาธิอยู่กับก้าวปัจจุบัน มันเป็นเคล็ดลับในการเอาชนะความเหนื่อยที่ได้ผลดีจริงๆ




เจดีย์สีทองขนาดย่อมห้าองค์ทำเอาผมยิ้มออกทันทีที่มองเห็น แม้นั่นจะไม่ใช่เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์

หากแต่เป็น “เจดีย์พระเจ้าห้าองค์” สัญลักษณ์ที่แสดงว่าผมได้เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว!

ผมปลดเป้ลงกองกับพื้นเพื่อหยุดพักและจะได้รออะมูนิโต้ไปในตัว ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เป็นเบอร์อะมูนิโต้โทรมา! เกิดอะไรขึ้น!?

“กูลืมหยิบกล่องข้าวขึ้นมาว่ะ” อะมูนิโต้บอก

งามไส้!! แล้วเย็นนี้จะกินอะไร!? จะเดินกลับลงไปเอาก็คงไม่ไหว

โชคยังดีที่อะมูนิโต้คว้าถุงขนมกับนมสำหรับมื้อเช้ามาด้วยอย่างน้อยก็เอามากินรองท้องกันตายไปก่อน






ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงก็สิ้นสุดบันไดปูนขั้นสุดท้าย ผมดีใจจนน้ำตาจะไหล

แม้ยังไม่ถึงจุดกางเต็นท์ที่ต้องเดินต่อไปตามทางดินและผลาญหินทรายบนยอดเขาอีกพักใหญ่

แต่มันก็ไม่ต้องใช้แรงควายขึ้นบันไดอีกแล้ว!








ดวงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าเหนือบึงโขงโหลงที่อยู่เบื้องล่าง มันเป็นทัศนียภาพที่สวยงามจนทำให้ผมลืมความเหนื่อยไปชั่วขณะ

ระหว่างหยุดพักอยู่บนโขดหินริมหน้าผา มองลงไปตรงทางเดินที่ผ่านมาเห็นอะมูนิโต้ค่อยๆ โซซัดโซเซโผล่พ้นแนวต้นไม้ออกมา

ก่อนจะโยนเป้ทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง




“เอาหน่อยๆ” ผมตะโกนให้กำลังใจ ก่อนพากันเดินต่อไปอีกไม่ไกลก็มาถึงบริเวณลานกางเต็นท์

รวมระยะเวลาเดินจากพื้นล่างขึ้นมาถึงที่นี่ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

ตรงจุดนี้มองเห็นเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขาเบื้องหน้า

แต่ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้วคงต้องรีบกางเต็นท์กันก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินขึ้นไปยังเจดีย์




ความมืดเข้าปกคลุมอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบสงัด ทั้งภูเขามีแค่เราสองคน

เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เค้าจะมากันในช่วงฤดูหนาว มิน่าพวกเราถึงนอนกันเหงื่อซึมคิดว่าบนนี้จะเย็นซะอีก!




ความเหนื่อยเล่นงานทำเอาผมหลับไปตั้งแต่ตอนสามทุ่มกว่า

รู้สึกตัวตื่นมาอีกทีเหมือนมีมดกัด ก็ใช้มือปัดๆ แต่ซักพักก็มาใหม่จนทนไม่ไหวลุกขึ้นเปิดไฟดู

โอ้แม่เจ้ามดเต็มเต็นท์เลย!! เรียกได้ว่ามาเป็นกองทัพยุบยับเป็นทิวแถว

ทั้งตามพื้นตามหลังคา แล้วมันเป็นมดคันไฟ!!

สันนิษฐานว่าตอนหัวค่ำพวกเรานั่งกินขนมกันหน้าเต็นท์ก็เลยเชิญชวนมดป่าผู้หิวโหยมาเยี่ยมเยือน

อาวุธที่มีคือสเปรย์กันยุงซัดไปจนหมดขวด กว่าจะได้นอนก็สู้กันไปค่อนคืน




แสงตะวันของเช้าวันใหม่ค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าสาดส่องมากระทบกับเจดีย์สีทองอร่ามรูปทรงคล้ายกับกองฟาง

ผมกับอะมูนิโต้กำลังยืนชื่นชมความงดงามของธรรมชาติยามเช้าอยู่ข้างๆ เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์บนยอดสูงสุดของภูลังกา




ตามประวัติความเป็นมา พระอาจารย์สมชายปุญญมโน เจ้าอาวาสวัดป่าสว่างบุญ จังหวัดสระบุรี

มาบำเพ็ญภาวนาอยู่ที่ภูลังกาแห่งนี้แล้วมีเทวดามาบอกขอให้ช่วยสร้างเจดีย์ไว้บนยอดเขา

ท่านจึงรวบรวมกำลังศรัทธาจากชาวบ้านสร้างเจดีย์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2542

ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศเนปาล






เรื่องราวที่ผ่านมาเมื่อวานดูเหมือนจะมีพลังวนเวียนอยู่ในหัวมากกว่าวิวสวยๆ ที่อยู่ตรงหน้า

อารมณ์เหมือนมาเข้าคอร์สฝึกตนจนสำเร็จ และได้รับประกาศนียบัตรยกระดับการเดินทางขึ้นไปอีกขั้น

มันช่างเป็นการเดินทางที่ครบรส ทั้งหนัก ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว ทั้งร้อน ทั้งนอนไม่หลับ มดยังมากัดอีก!

นี่แหละที่เค้าว่ากันว่าการเดินทางคือการออกไปดูโลก ไปดูผู้คน ออกไปเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่

ออกไปค้นหาอะไรให้กับชีวิต และครั้งนี้มันทำให้ผมค้นพบตัวตนแล้วว่า

แบบนี้มันไม่ใช่เลย! ไม่เอาแล้ว! พอเหอะ!










เส้นทางของไอฟายน้อยสู่เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์

หากมาจากกรุงเทพฯผมแนะนำให้ไปพักในตัวจังหวัดสกลนครหรือนครพนมก่อนซักคืนจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป

รุ่งเช้าค่อยแวะเที่ยวจุดอื่นก่อน หรือจะไปน้ำตกตาดขามกับน้ำตกตาดโพธิ์ที่เชิงภูลังกาก่อนก็ได้(มีน้ำเฉพาะฤดูฝน)

แล้วค่อยเดินขึ้นภูซักบ่าย 3 กำลังดี จะได้ไปถึงไม่มืดจนเกินไป

หรือใครขึ้นไปแล้วไม่ค้างก็ได้กะเวลาเอา




การเดินขึ้นภูลังกาไปยังเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์สามารถขึ้นได้สองเส้นทาง

เส้นทางแรกคือขึ้นตรงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูลังกา(น้ำตกตาดโพธิ์) ในเขตอำเภอบ้านแพงจังหวัดนครพนม

แต่จุดนี้ใช้เวลาเดินประมาณ 5 ชั่วโมง และต้องอาศัยเจ้าหน้าที่นำทาง

ส่วนเส้นทางที่สองต้องขับรถอ้อมไปทางด้านหลังเขาแล้วไปขึ้นตรงหน่วยพิทักษ์อุทยานวัดพระธาตุภูลังกา

ในเขตอำเภอบึงโขงโหลง จังหวัดบึงกาฬ เส้นทางนี้แม้จะชันกว่าแต่ทางเป็นบันไดปูนจนถึงยอดเขา

ใช้เวลาในการเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมงสามารถเดินได้เองโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง




การเดินทางจากตัวจังหวัดนครพนมให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าไปทางอำเภอบ้านแพง ระยะทางประมาณ 97 กิโลเมตร

ถึงแยกทางเข้าตัวอำเภอบ้านแพง ให้ขับตรงต่อไปตามทางสายหลักเส้นเดิมอีกประมาณ 6 กิโลเมตร

จะเจอแยกทางเข้าน้ำตกตาดโพธิ์อยู่ทางซ้ายมือ(หากแวะเที่ยวให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร)



แต่ผมเลือกขึ้นภูลังกาเส้นทางที่สอง ให้ขับตรงไปอีก 5 กิโลเมตรจะเจอสี่แยกไฟแดงเรียกว่าแยกดงบัง

ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2026 ตรงไปประมาณ 8.5 กิโลเมตร ถึงบ้านดงชมพูให้สังเกตป้ายวัดพระธาตุภูลังกา




เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายย่อยไปตามป้ายประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายวัดพระธาตุภูลังกาอีกครั้ง

ตรงไปตามถนนดินลูกรังอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะผ่านวัดพระธาตุภูลังกา

ตรงต่อไปจนสุดทางที่หน่วยพิทักษ์อุทยานวัดพระธาตุภูลังกา









Create Date : 17 ธันวาคม 2559
Last Update : 17 ธันวาคม 2559 15:19:58 น. 17 comments
Counter : 714 Pageviews.

 
ว่าจะชวนไปอีกรอบเป็นไกด์ให้หน่อยสิครับ...555


โดย: Lert BT IP: 1.46.172.41 วันที่: 17 ธันวาคม 2559 เวลา:9:17:54 น.  

 
น่าติดตามมากค่ะ จะรอติดตามทริปต่อไปนะคะ


โดย: Giftza_Giftze IP: 223.24.29.79 วันที่: 17 ธันวาคม 2559 เวลา:10:03:21 น.  

 
ขอบคุณที่ทำรีวิวให้อ่าน ได้เห็นที่สวยๆ ไปยากๆแบบไม่ต้องไปเอง ฮ่ะๆๆ ...รออ่านทริปต่อไปจ้ะ 😊


โดย: LingLing IP: 182.232.42.79 วันที่: 17 ธันวาคม 2559 เวลา:12:40:51 น.  

 
ถ้าไม่ใช่หน้าหนาวนี่ กางเต็นท์นอน ขอบายเลยค่ะ

อ่านไป คิดภาพไป เหนื่อย...นึกภาพออกเลยค่ะ บอกเลย ไม่สู้ กับแข้งขา ณ เวลานี้

กางเต็นท์นอน ที่กังวลอันดับแรก ๆ เลย กลัวไปทับรังมด หรือทางเค้าเดินผ่านกัน ต่อมา บรรดา ยุง และแมลงต่าง ๆ

ทั้งเขามีกันอยู่ 2 คน ก็เนาะ

ชอบภาพกางเต็นท์ ที่มีดาวระยิบระยับ

กับภาพตะวันภาพถัดมาค่ะ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Maeboon Klaibann Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
ถปรร Photo Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Music Blog ดู Blog
Ces Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


*** สวนสัตว์ ไม่ได้มีแค่ตัวสองตัวด้วยค่ะ มีเยอะเลย


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 17 ธันวาคม 2559 เวลา:16:20:47 น.  

 
เห็นแบบนี้ต้องลองไปพิชิตกันสักครั้งค่า


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Ces Travel Blog ดู Blog





โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 17 ธันวาคม 2559 เวลา:22:59:45 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 18 ธันวาคม 2559 เวลา:1:08:50 น.  

 
เก่งมาก ๆ ฮับ
+


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 18 ธันวาคม 2559 เวลา:15:22:15 น.  

 
โอ๊ว... ภาพอินโทร ... งามมาก
อ่านทริปนี้แล้ว เชื่อเลยคร้า ว่าคุณได้ค้นพบตัวตนแห่งสัจธรรม
ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ..น่าจะใช้กับทริปนี้นะคร้า 55

ได้ภาพและบรรยากาศมาฝากให้ชม ขนาดนี้ น่าภูมิใจ
ที่ได้ไปรับรสสัมผัสแห่งแสงดาวและพระธรรมเจดีย์สวยๆ
สาธุ คะ ชอบทุกภาพเลย แม้แต่ดวงดาวยังเห็นระยับเต็มฟ้า
สุขกับภาพที่เห็นคะ ขอบคุณนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
ความคิดถึงฉันหอมหวาน Travel Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
Ces Travel Blog

ปล. เชิญชวนให้ไปเลยคะช่วงนี้ รับรองที่นี่สวย
อากาศเย็นสบายไม่ลำบากคร้า ฝีมือกดชัตเตอร์งามขนาดนี้
ได้ชมวิวแจ่มๆถูกใจแน่นอนคร้า เชื่อดิ


โดย: Tui Laksi วันที่: 19 ธันวาคม 2559 เวลา:23:34:03 น.  

 
ได้ภาพสวยๆกลับมาก็คุ้มแล้วครับ

Ces Travel Blog ดู Blog


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 19 ธันวาคม 2559 เวลา:23:52:25 น.  

 
นับถือจังค่ะ เป็นการเดินทางที่ต้องอดทนกับหลายอย่างเลย
ความหนัก เหนื่อย เมื่อย ร้อน หิว

ภาพถ่ายสวยมากกก...
ภาพเต้นท์กับหมู่ดาว สวยจริงๆค่ะ หากตัดเรื่องร้อนกับมดกัดไป คงจะเป็นอีกคืนที่น่าประทับใจนะคะ

ชื่นชมศรัทธาจากชาวบ้านด้วยค่ะที่สร้างเจดีย์ที่งดงามนี้จนเสร็จสมบูรณ์
ขอบคุณมากนะคะที่นำภาพสวยๆมาฝากกัน

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

Ces Travel Blog ดู Blog

........................................

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 21 ธันวาคม 2559 เวลา:0:18:13 น.  

 
ตรงเดินขึ้นบันไดปูน ตั้ง 2 ชั่วโมงนี้แหละ ปัญหาใหญ่ละครับ
แต่ตอนกลางคืน ได้นอนนับดาวเต็มมท้องฟ้า ก็ถือว่าคุ้มน่าเดินหน่อย นะครับ


โดย: พายุสุริยะ วันที่: 21 ธันวาคม 2559 เวลา:21:28:00 น.  

 
Ces Travel Blog

ถ้าน้องซีได้ไปแบบนี้ต้องชอบมากๆ ค่ะ น้องซีชอบลุยๆ ค่ะ ไม่ค่อยไปเที่ยวห้าง เพราะแม่เบื่อรถติดหาที่จอดรถค่ะ 5555


โดย: kae+aoe วันที่: 22 ธันวาคม 2559 เวลา:9:30:52 น.  

 
มาเที่ยวค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

Ces Travel Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 23 ธันวาคม 2559 เวลา:1:46:29 น.  

 
ภาพสวยมากค่ะ ชอบดอกหญ้าสุดๆ เป็นโรคอะไรไม่รู้

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อุ้มสี Diarist ดู Blog
toor36 Education Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
Ces Travel Blog ดู Blog


โดย: ปลาแห้งนอกกรอบ วันที่: 27 ธันวาคม 2559 เวลา:17:40:05 น.  

 


สวัสดีปีใหม่ 2017 ค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 1 มกราคม 2560 เวลา:23:33:02 น.  

 
เป็นหลวงพ่อที่ไปไหว้ปี 2559 ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 มกราคม 2560 เวลา:21:44:12 น.  

 
ลำบากไปนิด แต่คุ้มค่ะ
ภาพสวย


โดย: me-o วันที่: 18 มกราคม 2560 เวลา:17:45:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ces
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




มีคนถามผมว่าจะเขียนบทความเหล่านี้ไปเพื่ออะไร?

ผมตอบกลับไปว่า "ผมแค่ทำในสิ่งที่ชอบ อย่างน้อยๆ ก็ได้ช่วยชาติทางอ้อมในการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เมื่อมีคนไปเที่ยวชาวบ้านก็มีรายได้ เกิดเงินหมุนเวียน เกิดการจ้างงาน เศรษฐกิจดีประชาชนก็มีความสุข ประเทศก็มีความสุข ผมก็มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งเหล่านี้"
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
17 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ces's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.