Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
9 เมษายน 2550
 
All Blogs
 

เพียงความเข้าใจ



“ลาล่า มาทำค่ายเด็กกันเถอะ”

นั่นเป็นประโยคแรกที่ทำให้ฉันเกิดปฏิสัมพันธ์กับ “จันทร์เจ้าขา”

เปล่า ฉันไม่ใช่คนเสียสละ กระทั่งคิดว่าจะทำสิ่งดีงามเพื่อเด็กด้อยโอกาสในสังคม แต่เหตุผลคลุมเครือที่ทำให้เราได้พบกัน คงเพราะความอยากรู้และอยากเข้าใจในสิ่งที่กำลังดำเนินไปรอบตัวเอง เพราะเราก็เป็นส่วนหนึ่งของมันมิใช่หรือ

ประกายตาของทีมงานที่มุ่งมั่นจะทำในสิ่งที่ตนเองเชื่อ ก็ดูจะมีเสน่ห์เย้ายวนฉันอยู่ไม่น้อย และนับว่ามีน้ำหนักเพียงพอที่จะตอบรับคำชวนของ ‘เพื่อน’ ได้ไม่ยาก

....................................

เราเริ่มกิจกรรมด้วยการทำความรู้จัก และสร้างความคุ้นเคยกับน้องๆก่อนที่จะไปค่าย จากครั้งแรกที่ฉันหวั่นๆว่าควรทำตัวอย่างไร (และไม่ควรทำอะไร) ควรถามและไม่ถามอะไร ฉันกลับมาด้วยความรู้สึกว่าจริงๆน้องเขาก็ไม่ได้ต่างจากพวกเรานัก

แต่การไปค่ายสานฝันกับจันทร์เจ้าขาทำให้ฉันตระหนักว่า ความคิดนั้นช่างเบาหวิว และอ่อนด้อยด้วยเหตุผลอย่างยิ่ง

เพียงวันแรกของการอยู่ร่วมกันในค่าย ก็ถึงขั้นเลือดตกยางออก น้องบางคนที่เราเห็นว่าน่ารักครั้งก่อน แต่ทำไมวันนี้กลับดื้อฉิบ จนพี่หลายคนแทบจะหมดความอดทนกับพวกมัน

คืนนั้นหลังจากส่งน้องๆเข้านอน เรามีการประชุมเพื่อสรุปผล และรับรู้ว่าจริงๆแล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้น จากคำบอกเล่าของพี่เลี้ยงที่เมอร์ซี่ เด็กหลายคนเคยผ่านการกักขังในสถานพินิจ ..กับ ‘ศาลเตี้ย’ ที่เราเคยได้ยินเพียงผ่านหูบ้างนั้น พวกเค้าได้พบมันตัวเป็นๆ จะแปลกอะไรกับแค่การที่เด็กต่อยกันปากแตก

ส่วนเจ้าเด็กหัวโจก ไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมจนพวกเราเอือมระอาคนนั้น พี่เลี้ยงเล่าว่าพ่อแม่ของเขาติดคุกทั้งสองคน และเด็กคนนี้เคยเป็นเอเยนต์ขายยาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ (9 ขวบ!! ฉันสงสัยว่าตอนอายุ 9 ขวบฉันกำลังทำอะไรอยู่?)

ถ้าไม่ได้ฟังกับหูและไม่ได้เจอกับตัวเอง ฉันคงไม่เชื่อ ใช่ มันเหลือเชื่อ แต่มันก็เกิดขึ้นจริง พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กแต่ละคนในวันนี้ ดูจะกลายเป็นเรื่องขี้ผงมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกเขาเจอมา

ฉันเลิกสงสัยมานานแล้วกับปรัชญาชวนคิด “เราเกิดมาทำไม” แต่กลับมีคำถามผุดขึ้นมาพลัน “เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร” ฉันโง่เกินกว่าจะใช้สมองตอบคำถามนี้ แต่ใจดวงน้อยๆก็บอกว่า อาจเป็นเพราะ “ความรัก” ที่ทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่ และทำสิ่งดีงามทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

จะแปลกอะไรที่เราพบเห็นภาพข่าวคนเมายาบ้าเอามีดจ่อคอหอยเด็กอย่างไร้สติ คดีฆ่าข่มขืน ชิงทรัพย์ และอื่นๆอีกมากมาย (ที่ทำให้หนังสือพิมพ์ขายดี)

ฉันไม่ปฏิเสธว่ามันเป็นสิ่งชั่วร้าย แต่ประโยค “เหี้ยพวกนี้ ให้แม่งตายๆกันไปเถอะ” ที่ลอยเข้าหูขณะกำลังดูภาพข่าวเหล่านั้น ทำให้ฉันรู้สึกหดหู่ ฉันยังไม่รู้เท่าทันตัวเองนักว่ามันเป็นความรู้สึกหดหู่กับสิ่งใด..

อาจเป็นความหดหู่กับเหยื่อตัวประกับเคราะห์ร้ายคนนั้น
หรือคนที่ใครๆใช้สรรพนาม ‘เหี้ย’ เป็นชื่อเรียก
หรือมนุษย์สุดประเสริฐที่เอ่ยประโยคนั่น
หรือตัวเอง....

ถ้าเพียงแต่มองลึกลงไปนัยน์ตาเหี้ยตัวนั้น เราอาจได้เห็น “บางสิ่ง” กระทั่งภาพสะท้อนเงาของตัวเอง

หลายคนอาจบอกว่าคนเราจะเลวดีขึ้นอยู่กับตัวเอง อย่าโทษใครอื่นหรือสังคม แต่เชื่อเถอะ ถ้าฉันต้องพบเจอสภาพไร้รัก และความรุนแรงเยี่ยงนี้ ฉันอาจทำสิ่งแย่ๆกว่านี้ได้อีกมากมายนัก แค่คิดก็ดูจะเจ็บปวดเกินไปแล้ว

ในค่าย ฉันได้เรียนรู้ว่า เราต้องใช้ความพยายาม ‘เข้าใจ’ อย่างยิ่งที่จะอยู่ร่วมกัน 60 คนอย่างเป็นสุข ตลอดระยะเวลา 3 วัน

ในชีวิต ฉันสงสัยว่าเราต้องใช้ความเข้าใจมากขนาดไหน ที่จะสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคมที่สลับซับซ้อนและเปราะบาง ตลอดชั่วอายุขัย

สองวันที่เหลือในค่ายสานฝันฯ พวกเรา (ทั้งพี่และน้อง) มีความสุข สนุกสนาน ถึงแม้ว่าเด็กๆจะต่อยกันปากแตก (เหมือนเดิม) แต่น้องคนนั้นก็ดูจะออกอาการสนุกสนานกับการเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น หลายภาพเวียนวนอยู่ในหัวขณะเขียนต้นฉบับนี้

ภาพเด็กทำอาหารทานเอง (พี่ไม่ต้องยุ่ง) ภาพเด็กๆออกกำลังกาย เดินเล่นดูน้ำค้างยามเช้าที่นำทีมโดยพี่โอ้คนสวย ภาพด่านผจญภัย ที่กลับกลายเป็นน้องแกล้งพี่อย่างเมามัน ภาพพวกเรานั่ง อีกหลายคนนอน เพ้นท์เสื้อใต้ต้นไม้ในบรรยากาศลมพัดเอื่อย หรือภาพคืนสุดท้าย การบายศรี ที่พี่และน้องร้องไห้ระงมไม่แพ้กัน

มันเป็นภาพความทรงจำซึ่งอยู่ก้นลิ้นชัก ที่แม้ไม่ได้รื้อค้นขึ้นมาบ่อยๆ แต่เป็นความรู้สึกดีทุกครั้งที่ระลึกถึง

ขอบคุณเก๋ ที่ดึงเราเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน “จันทร์เจ้าขา” นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งในชีวิต (กลับจากค่าย รู้สึกเหมือนกำลังลอกคราบว่ะ)

ขอบคุณพี่ตั๋น ที่ริเริ่มสร้างสิ่งดีๆเหล่านี้ขึ้นมา ถึงแม้หลายครั้งเราอาจคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก..ใช่ไหม

ขอบคุณโย แกทำให้เราเชื่อว่า หน้าโหดๆแบบนี้ก็มีความน่ารักอยู่ในตัวไม่น้อยเลย เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจใหม่อีกเรื่องหนึ่ง

ขอบคุณนัท ที่ทำให้เรารู้ว่ามนุษย์สามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่างมากกว่าที่เรานึกถึง ถ้าเราไม่ปฏิเสธมันซะก่อน

ขอบคุณแอร์ ไม่รู้ทำไมอยู่ใกล้แอร์แล้วเรารู้สึกดีเสมอ เหมือนเป็นรังสีเย็นๆแผ่กระทบ ที่นับเป็นความสุขสงบอย่างหนึ่ง

ขอบคุณทีมจันทร์เจ้าขาทุกคน ที่ร่วมสร้างความทรงจำน่ารักให้เราเก็บไว้ระลึกถึงอยู่เสมอ

................................

วันนี้ฉันยังไม่รู้วิธีทำอย่างไรให้โลกสงบสุข แต่การไปค่ายสานฝันกับจันทร์เจ้าขาครั้งนั้น ทำให้ฉันรู้วิธีที่จะอยู่ในโลกอย่างรื่นรมย์ และมีชีวิตที่อ่อนโยนมากขึ้น

เพียงความเข้าใจ...

๒๒ เม.ย. ๔๘



ปล. ทีมเพื่อนกัน จันทร์เจ้าขา (รุ่นบุกเบิก) กลับมาทำค่ายกันอีกครั้ง เห็นเก๋บอกว่าสนุกมาก

รู้สึกผิดเล็กน้อยที่คราวนี้ไม่ได้ช่วยทำหนังสือค่ายเลยอ่ะ..ระบายสีไปให้ 2 ภาพ เพื่อนคงจะเห็นความตั้งใจของเราบ้างไม่มากก็น้อยแหละเน้อ อยากช่วยแต่ไม่ว่างจริงๆอ่ะจ้า




 

Create Date : 09 เมษายน 2550
2 comments
Last Update : 10 เมษายน 2550 12:29:50 น.
Counter : 329 Pageviews.

 

ตอนนี้เรากำลังหาภาพ background เป็นลายกระดาษอยู่อ่ะ
พยายามหาในเว็บแต่ไม่ค่อยโอเลย
ถ้าใครมี วานบอกเด้อ

 

โดย: idLer 10 เมษายน 2550 12:44:59 น.  

 

I found one website which is quite ok.
Just have a look. Or probably you already visited it.
http://www.myfirstgift.com/index.html

 

โดย: Nuts IP: 203.63.0.11 18 ตุลาคม 2550 11:43:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


idLer
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add idLer's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.