มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
Japan Diary ตอนที่ 1 เที่ยวญี่ปุ่น "จุดเริ่มต้นของฉิ่งฉับทัวร์"
สถานที่ท่องเที่ยว : Tokyo, Japan
พิกัด GPS : 35° 41' 22.15" N 139° 41' 30.14" E

“ญี่ปุ่นมีดีอะไร?” เพื่อนสมัย ม.ต้น เคยถามฉันมาแบบนี้ ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะตอบอะไรได้นอกจากตอบว่านักร้องนำวง L’Arc-en-ciel หล่อมาก ญี่ปุ่นทำให้ฉันหันมาเรียนภาษาและจัดคอนเสิร์ตที่บ้านคนเดียว เมื่อได้เรียนยิ่งหลงใหลในวัฒนธรรม ความเก่าแก่ของบ้านเมือง และการสร้างประเทศ แต่ถึงฉันจะตอบดูดีแบบนี้ก็เถอะ พอถึงคาบเรียนแล้วก็แอบหลับและโดดเรียนประจำ โดยเฉพาะวิชาวรรณกรรมญี่ปุ่นที่ต้องตื่นแต่ไก่โห่มาเรียนตอน 8 โมงเช้านั้น ทรมานยิ่งนัก แถมยังโดนความเป็นวรรณกรรมกล่อมให้หลับอีก (ห้ามเลียนแบบ) แต่ฉันก็สอบผ่านรอดทุกวิชานะ ถึงแม้จะฉิวเฉียดก็เถอะ เมื่อเรียนจบ เงินพร้อม ฉันจึงหาโอกาสมาเยี่ยมเยียนญี่ปุ่นบ้าง (จริงๆ แล้วรอตั๋วถูกมานมนาน) แต่ก็อย่างว่า นัดเพื่อนมา 6 คน สุดท้ายมาญี่ปุ่น 3 คน .. นี่รวมตัวเองแล้วนะ  แถมดูภายนอกทุกคนจะคิดว่าจบเอกญี่ปุ่นจะต้องพูดได้ทุกคำ บอกเลยว่า เมื่อมาญี่ปุ่นจริงๆแล้ว คิดถึงหน้าเซนเซขึ้นมาเลย5555

…………………………………………………………………………………………………………………………….

หลังจากจองตั๋วราคาถูกได้แล้วฉันก็หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติม เว็บไซต์ที่เข้าบ่อยที่สุดคือ pantip ซึ่งมีทั้งข้อมูล ตม. ข้อมูลการเที่ยว ข้อมูลว่าพักโรงแรมไหนดี (เอาจริง ๆ ฉันก็หาที่ถูกที่สุด มีห้องน้ำในตัวและสะดวกปลอดภัย) จะต้องแพลนการเดินทางยังไง ฉันเช็คเส้นทางรถไฟฟ้าจาก hyperdia ซึ่งตอนแรกก็งงๆ ตอนหลังเริ่มหายมึนและไหลลื่น (หรอ) จนแพลนมันออกมาเซฟแล้วแปะไว้ใน word จนเรียบร้อย..

เราไปญี่ปุ่นวันที่ 20 มค.-28 มค 59 คืนแรก ฉันแพลนไว้ว่าจะนอนที่นาริตะโทบุโฮเทล ราคา 10,368 เยน และอีก 4 คืน นอนอพาร์ทเมนท์คนไทย ราคาตามที่ตกลงไว้ก็โอเค คืนละ 8000 เยน สำหรับ 3 คน ตกเป็นเงินไทยก็ประมาณ 800 บาท ต่อคน ต่อคืน ถูกดี ฮ่าๆๆ ส่วนอีก 2 คืน ไปนอนที่คาวากูชิโกะ ใกล้ๆ ฟูจิ ราคา 12,000 เยนต่อคืน ราคายังไม่หารสาม  คืนสุดท้ายนอนนาริตะโทบุโฮเทลอีกรอบ ดูทุลักทุเลนิดๆ แต่ก็ไม่ลำบากเกินไป และแล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

“ สวัสดีค่า สรุปแล้วนะคะ ขอจองวันที่ 21 เช็คเอาท์ 25 มกราคม นะคะ ^^ “

…..ไร้เสียงตอบรับ ชายผู้นั้นอ่านแล้วไม่ตอบ  ไม่เป็นไร เขาอาจจะนอนแล้ว แค่สะดุ้งมาอ่าน ในตอนเที่ยงของอีกวันจึงทักไปใหม่

“ ห้องยังว่างใช่มั้ยคะ เดี๋ยวสิ้นเดือนธันวาคมจะโอนเงินมัดจำไปค่ะ”

“ ตอนนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครับ”

เฮ้ยยยย ตอบกลับมาแล้ว แต่ทำไมรู้สึกคลุมเครือเหมือนจะโดนผู้ชายบอกเลิก

“ ราคาหรือห้องคะ ฮ่าๆ”  ฉันถามแบบอ้อมๆ เพราะยังทำใจไม่ได้หากเขาจะเลิกจริงๆ

“ ยังไงกลางเดือนธันวาคมจะแจ้งไปอีกทีนะครับ ลองหาห้อง airbnb สำรองก่อนไว้ดีหรือเปล่าครับ”

เฮ้ยยยย มันเป็นการบอกเลิกที่ยังมีห่วงใยอยู่ เพราะไม่อยากให้เจ็บปวดไปมากกว่านี้แน่ๆเลย

“ ได้ค่า”

โอเค … ฉันจะพยายามเข้มแข็งขึ้นให้ได้ในเร็ววันนี้ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง เขาคงจะเจ็บปวดเช่นเดียวกัน

“ ขอบคุณครับผม”

แน่ะ… ทำร้ายกันแล้วยังมาขอบคุณที่เดินจากไปอีก

จริงๆ ฉันก็เข้าใจเขานะ อาจจะไม่สะดวกในวันนั้นหรืออาจจะติดธุระ เราจะไม่โกรธกัน ครั้งหน้าค่อยไปพักก็ได้ เพราะหลายๆคนชอบพูดว่า “ ญี่ปุ่น ไปครั้งเดียวไม่เคยพอ”

โชคยังเข้าข้าง ฉันไปเจอห้องว่างห่างจากสถานี Shimo-Igusa เพียงแค่ 7 นาที จากเว็บไซต์ airbnb เป็นอพาร์ทเมนท์ มีห้องครัว ห้องน้ำ ฟูกแบบญี่ปุ่น มีรีวิวจากคนที่เคยไปอยู่แล้ว คือตรงตามที่อยากได้ในราคา 8586 บาท 4 คืน หารสามก็คนละ 715.50 บาทต่อคืน พระเจ้า!! มันยอดมาก (ฉันไม่ค่อยชอบอาบน้ำรวมเลยต้องหาห้องแบบนี้) จองเลย! จองเลย!  (หลังจากจองแล้ว ผู้ชายที่เคยปฏิเสธห้อง บอกว่าห้องว่างพอดี เราเสียดายมาก เพราะเห็นว่าเขาแนะนำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับสถานที่เที่ยว หวังไปพึ่งใบบุญว่างั้น 555 แต่ไม่เป็นไร รอบหน้าค่อยไปพักที่นี่

เมื่อเครื่องบินที่บินมาจากกรุงเทพได้มาถึงสนามบินนาริตะ

ฉันถอนหายใจเมื่อถึงสนามบินนาริตะ ขอลัดบรรยากาศภายในสนามบินไปเลย เพราะตอนนั้นไม่รู้สึกอะไรนอกจากเดินให้ถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองไวๆ ฉันสูดลมหายใจเข้า …แล้วมองตาผู้ร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งนั่นก็คือ แฟนและพี่ที่ทำงานเก่า ฉันส่งสายตาบอกผู้ชาย 2 คนนั้นว่า “ให้ตูเข้าไปก่อน ตูกลัว”

ณ ตอนนี้ กรุณานึกภาพตามว่าฉันกำลังเดินช้า ๆเข้าไปบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ราวกับรู้ชะตากรรมว่าอาจจะโดนจับกินก็เป็นได้

พอถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง เอกสารทุกอย่างที่เตรียมมามันสั่น เหงื่อในมือเริ่มออก เพราะผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าโดนถามซะเยอะ โดนให้แจงรายละเอียดการท่องเที่ยว แต่คุณชายก็ยังไม่พอใจ ปัดมือไปมาบอกให้เธอไปกับสาว ตม. อีกคน ( ที่เขาเรียกกันว่า โดนเข้าห้องเย็น ) สุดท้ายก็เข้าห้องเย็น ฉันมองซ้ายขวาหาตัวช่วย แล้วพ่อหนุ่ม ตม. คนนั้นก็ขยิบตา เอ้ย! พยักหน้าเรียกให้ฉันเดินเข้าไปหา

คุณชายหน้าเจร็อคเรียกฉันเข้าไปเชือด เราสบตากันสองวินาที แล้วจากนั้นก็สปาร์คกัน ไม่ใช่!!

” เอานิ้ววางไว้ตรงนั้นครับ” ชายหนุ่มเจร็อคพูด

ฉันทำตามอย่างว่าง่าย มือสั่นดิ๊ก ๆ

” มองกล้องนะครับ ขอบคุณครับ”

เฮ้ยยยยยยย แค่นี้จริง ๆ ไม่ถามอะไรเลย ในใจตอนนั้นลิงโลดมาก จากนั้นก็คืนพาสปอร์ตให้ แล้วเรียกแฟนฉันเป็นคนต่อไป ( ถึงแม้ว่าอาจจะไม่โดนถามอะไร สำหรับผู้หญิงที่จะไปญี่ปุ่นควรเตรียมเอกสารให้พร้อมไว้เสมอนะคะ)

เอกสารที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง

  1. ตั๋วเครื่องบินขากลับ
  2. แผนการเดินทางท่องเที่ยว ควรเขียนว่า จะไปไหนบ้างในวันนั้น
  3. ใบจองที่พัก โรงแรม
  4. เงินสดติดตัว ( ฉันไป 9 วัน เตรียมไป 70,000 เยน จ่ายค่าที่พักไปแล้วแค่ที่โตเกียว 4 คืน นอกนั้นอยู่ใน 70,000 เยนนี่แหละ อ้อ ไปเฉพาะโตเกียวและคาวากูจิโกะนะคะ ) ควรมีบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตติดไปด้วยนะคะ
  5. การแต่งตัว ควรแต่งให้ดูดีหน่อย ไม่โป๊

ผู้หญิงข้างหน้าฉันโดนถามนานมาก จนเริ่มหวั่นใจ อากาศที่เคยหนาวกลายเป็นร้อน ๆ หนาว ๆ เธอโดน ตม. ให้แจงรายละเอียดการท่องเที่ยว แต่คุณชายเธอยังไม่พอใจ ปัดมือไปมาบอกให้เธอไปกับสาว ตม. อีกคน ( ที่เขาเรียกกันว่า โดนเข้าห้องเย็น ) ฉันไม่รู้ว่าเหตุผลที่เธอได้เข้าห้องเย็นเพราะสาเหตุอะไร

ผ่านด่าน ตม. ก็มาถึงด่านศุลกากร 

เขาทักฉันเป็นภาษาญี่ปุ่นและถามว่ามากี่คน คนนั้นใช่เพื่อนไหม จากนั้นก็ไม่ถามอะไรอีก (สงสัยจะง่วง เพราะฉันไปถึงตอน 2 ทุ่ม)

พวกเราออกจากในตัวสนามบินกันเกือบ 3 ทุ่ม เพื่อไปรอรถบัสของโรงแรมนาริตะโทบุ ซึ่งจุดขึ้นรถจะอยู่ที่เลข 25  (ของ Terminal 2 นะคะ ถ้าออกจาก Terminal 1 จะอยู่ที่เลข 16 ค่ะ )



ระหว่างนี้พวกเรา 3 คน อัพเฟสกันรัวมากกกกกกกก(ไม่เกี่ยวกับบุคคลในภาพนะคะ) คือไม่ต้องกังวลใจแล้ว คือมันโล่ง คือมันดี ในที่สุดก็มาเหยียบประเทศที่มีเสน่ห์มาก ๆ ประเทศหนึ่งแล้ว วู้ววว!

คืนแรก นอนที่นาริตะโทบุโฮเต็ลค่ะ อยากจะถ่ายรูปมาแต่ร่างกายมันไม่ไหว ทั้งหนาวทั้งสั่น รีบอาบน้ำ เคลียร์งานค้าง เป็นบุคคลขยันแห่งปีค่ะ มาถึงญี่ปุ่น แบกโน้ตบุคมาทำงานด้วย 555  ด้านล่างของโรงแรมจะมีมินิมาร์ทนะคะ ตัวช่วยชีวิตเลยค่ะ  




มื้อแรก 591 เยน สมฐานะค่ะ


จากนั้นก็ข่มตานอน เตรียมตัวลุย (หลงทาง) ตอนเช้า ...






Create Date : 31 มีนาคม 2559
Last Update : 1 เมษายน 2559 14:06:13 น.
Counter : 614 Pageviews.

2 comments
  
อ่านรีวิวแล้วนึกถึงตัวเองเลยค่ะ

หลังจากที่ตั้งใจจะลาพักร้อนเที่ยวญี่ปุ่น

เราก็จองตั๋วเครื่องบิน เสร็จเรียบร้อยก็หาที่พัก

ในพันทิปมีแนะนำอพาร์ทเม้นท์คนไทยที่นู่น ให้บริการดีมากว่างั้นเหอะ มีไลน์ทิ้งไว้ให้

เราก็รีบติดต่อไป รอจนเค้าติดต่อกลับมาเพื่อบอกว่า เราจะไปช่วงต้นพ.ค. นานเกินกว่าเค้าจะรับจอง เค้ารับจองล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน (เราจองไปเดือนธ.ค.)

อืมม์ จริงแหละเราจองเค้านานเกินไป ไม่เป็นไร ไว้ทำตามที่เค้าบอก ไว้ต้นก.พ.จองใหม่

พอถึงม.ค. ด้วยความใจร้อนเลยส่งไลน์ไปอีกครั้ง ผลปรากฏว่าช่วงที่เราต้องการห้องเต็มค่ะ เราถามเค้าว่าอ้าว ไหนบอกว่าให้เราจองล่วงหน้า 3 เดือนก่อนหน้านั้นไม่รับจองล่ะคะ แล้วทำไมห้องเต็ม

เค้าตอบว่าลูกค้าเก่าได้สิทธิล่วงหน้า4 เดือน 55555 เศร้าไปตามระเบียบค่ะ

และแล้วก็หาที่พักกันใหม่

ทริปครั้งนี้เราจะไปนิกโก้ด้วย ได้ที่พักแนะนำในพันทิปอีกล่ะ บ้านคุณลุงคุณป้าชาวญี่ปุ่น ที่พักมีแค่ 4 ห้อง น้องสาวบอกเค้าจะรับจองรึ เรารีบจองแต่เนิ่นเหมือนกัน ผลปรากฏเค้ารับจองค่ะ โชคดีรอบนี้ได้พักร่วมบ้านกับคนญี่ปุ่นด้วย

สำหรับคำแนะนำเรื่องเทมปูระ เราจะพยายามตามไปกินแน่ค่ะ ของโปรดเลย

โหวตให้นะคะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนผ่านทางมาเจอ Health Blog ดู Blog
hachikoแห่งดินแดนปลากรอบ Travel Blog

โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 6 เมษายน 2559 เวลา:9:13:16 น.
  
"ในที่สุดก็มาเหยียบประเทศที่มีเสน่ห์มาก ๆ ประเทศหนึ่งแล้ว วู้ววว!"

ชอบประโยคนี้ ใช่เลย
เห็นด้วยตามนั้น
โดย: natt ya (สมาชิกหมายเลข 2758451 ) วันที่: 9 เมษายน 2559 เวลา:16:52:50 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Iceallaround
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



จบเอกภาษาญี่ปุ่น ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว ชอบท่องเที่ยวแบบประหยัดแต่สะดวกสบาย