Photobucket

Group Blog
 
 
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
22 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
เมี่ยงปลาทู

พักนี้เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด นึกอะไรก็เป็นของกิน ว่างๆ เปิดnet ยังเปิดรูปของกินเลย บ้านใหญ่ไปงานปลาทูแม่กลองมา ว่าแล้วทำเมี่ยงปลาทูดีกว่า เมนูนี้ไม่ค่อยกินนะเพราะตัวเองลิ้นบางมาก(ซึนเดเระจริงๆ) เผ็ดนิดหน่อย ก็ ไม่กินแล้ว แต่ เอานะ เมนูเพื่อสุขภาพ ทำให้บ้านใหญ่ด้วย
พอทำแล้วเมนูนี้ง่ายจริงๆนะ ง่ายมาก พระเอกอยู่ที่นำจิ้มเอง

น้ำจิ้มเมี่ยงปลาทู

พริกแดง 5 เม็ด คนทำไม่กินเผ็ดคะใครชอบเพิ่มปริมาณนะคะ
กระเทียมดอง/กระเทียมสด 10เม็ด
กุ้งแห้งป่น
ถั่วตัด/ถั่วลิสงคั่วบุหยาบ
ไข่ต้ม (สงสัยละสิไข่ต้มมีไว้ทำไม เดี๋ยวรู้คะ ตามมา)



ตำพริกแดง กระเทียมดองให้แหลก ใครจะตำทีละอยางแล้วใช้ครกเล็กแบบเรา ระวังพริกกระเด็นด้วยนะคะ เพราะครกเล็กจะตื้น กระเด็นทีได้แสบผิว
กันบ้าง (อันนี้เคยมาแล้ว แสบมากขอบอก)



ถ้าใส่ถั่วตัดให้ตำถั่วตัดลงไปตอนนี้เลยนะคะ ข้อแตกต่างระหว่างถั่วตัดกับถั่วลิสงคือ ถั่วตัดจะให้รสหวาน มัน กว่าถั่วลิสงเฉยๆๆคะ ตามด้วยกุ้งแห้งป่น ปรุงรส น้ำปลา มะนาว (เราไม่เติมน้ำตาลนะคเพราะว่าใส่ถั่วตัดไปออกหานอยูแล้ว)



นี่คะหน้าตาน้ำจิ้ม เมี่ยงปลา



สำหรับคนที่ไม่ทานเผ็ดแบบเรา น้ำจิ้มแบบนี้สำหรับเรายังถือว่า เผ็ดมากนะ ลิ้นห้อยกันเลย แต่เรามีทางแก้คะ ไข่ต้มนี่ละคะ ตำให้แหลก แล้วใส่ลงไปคะ เติมน้ำดองกระเทียมนิดนึงให้ตัดรสเผ็ด จะออกมาหน้าตาแบนี้คะ บ้านใหญ่จะเรียกน้ำจิ้มเบบี้



จากนี้เราก็มมาเข้าโหมด เครื่องเมี่ยงกันบ้าง



ผักสด ล้างน้ำให้สะอาด บ้านเราจะใช้ โซเดียมไบคาร์โบเนต แช่ผักนะคะ
บางคนจะรู้สึกว่ามีรสเฝื่อนๆ ติดผัก แนะนำว่าล้าง 2 น้ำคะ รับรอง (สามารถลดสารเคมีตกค้างได้ถึง 90%แนะ)



เส้นหมี่แช่น้ำให้นิ่มแล้วลวกน้ำร้อน /ใครชอบขนมจีนสามารถใช้เป็นขนมจีนได้นะคะ



ปลาทูทอด แหะๆๆ มือไวฉกเนื้อปลากินก่อนถ่ายรูป อืมปลานิ่มดี ไม่เค็มมาก (คนซื้อบอกว่าต้องต่อแถวซื้อกันเลย จริงๆๆนะ)



และแล้วถึงเวลาหม่ำ ๆๆ


Create Date : 22 ธันวาคม 2553
Last Update : 22 ธันวาคม 2553 22:48:08 น. 9 comments
Counter : 10867 Pageviews.

 
น่าทานจังเลยค่ะ แต่ไม่หิว เพราะเพิ่งซันสโมกกี้ไบท์

ไม่งั้นเห็นเมนูนี้หิวแน่ๆ


โดย: vekalover วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:0:54:31 น.  

 
อืมมม น้ำจิ้มใส่ถั่วตัด แบบนี้อร่อยมากกก ทำให้นึกถึงสมัยเด็ก เวลา ทำน้ำจิ้ม แม่ชอบเอาถั่วตัดมาตำรวมกันทำให้น้ำจิ้มกลมกล่อมไม่ต้องเติ่มน้ำตาลเหมือนที่ จขบ บอกเลยค่ะ ว่าแล้วก็คิดถึ๊งคิดถึง บ้านจัง

ปล จขบ เก่งจังค่ะ ใส่ไข่ต้มลงไปด้วย เดียววันหลังจะลองดูบ้าง


โดย: แม่บ้านครอว์ฟอร์ด วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:3:14:07 น.  

 
ชอบน้ำจิ้มที่ทจากถ่วตัดมากที่สุด มันจะหวานๆพอดีๆเลยครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:6:48:50 น.  

 
แค่เห็นก้อนึกถึงรสชาติออกเลยค่ะ
ต้องอร่อยน่าดู แถมได้สุขภาพอีกตะหากนะคะ


โดย: ซามอ วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:9:07:16 น.  

 
อยากกินด้วยยยยยยยยยย แกะก้างปลาทูให้เค้าด้วยน้าตะเอง
ไม่เคยกินน้ำจิ้มที่ใส่ถั่วตัดเลย เพราะปกติเป็นคนไม่ชอบกินถั่วอ่ะ (เค้าต้องเป็นลูกที่เก็บมาเลี้ยงแน่ ๆ เลย ในบ้านมีแต่คนชอบกินถั่ว)
แต่น้ำจิ้มน่ากินจริง ๆ นะ


โดย: เอ๊ะจัง (@e ) วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:9:55:06 น.  

 
แม่บ้านครอว์ฟอร์ด ไข่ต้มจะทำให้รสชาติอ่อนลงคะ ลองดูคะ เหมาะสำหรับ คนที่ไม่ทานเผ็ด ช่วยได้คะ (เรานี่เผ็ดนิดเดียวก็ไม่สู้แล้วคะ น้ำจิ้มประจำตัวเราคือ ซีอิ้วขาวคะ)


สาวที่ให้แกะปลาให้นะ แกะได้ แต่ต้องทำใจนะ ตามสโลว์แกนเจ้าของblog นะ โอเค๊ รู้กันนะ 5555 รีบมากทม ได้แล้วจะได้ทำให้กิน



โดย: Iccy_su วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:10:17:17 น.  

 
น้ำจิ้มน่าอร่อยมากเลยค่ะ เครื่องปรุงไม่เยอะหาซื้อง่ายด้วย ดูท่าทางจะเเซ่บมากเลย เเต่เเจ่มชอบรสจัดจ้าน ยิ่งเผ็ดยิ่งชอบ


โดย: schneegloeckchen วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:12:19:40 น.  

 
ปีใหม่นี้มีของเลี้ยงแขกแล้ว


โดย: kordang วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:13:40:19 น.  

 
น้ำจิ้มเมี่ยงปลาทูสูตรนี้ แบบเดียวกับของที่บ้านเอามาจิ้มหอยแครงลวกเลยคะ
น่ากินสุด ๆ ยังไม่เคยลองทานเมี่ยงปลาทูกับน้ำจิ้มสูตรนี้เลย ไว้จะลองมั่งคะ


โดย: บ่งบ๊ง วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:14:55:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Iccy_su
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขี้เหงา ช่างฝัน มีเจ้านาย เป็นกระต่าย แกสบี้ ชินชิลล่า อยากมีร้านสัตว์เลี้ยงเล็กๆ สักแห่งเป็นของเราเอง


Friends' blogs
[Add Iccy_su's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.