LOGO กับ ธุรกิจ

ในปัจจุบันได้มีการนำเอาศาสตร์ฮวงจุ้ยมาใช้ในการออกแบบโลโก้  เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของเครื่องหมายการค้า  หรือที่เรียกว่า " Logo & Trademark"

การใช้โลโก้นั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ  ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดก็ตาม  ก็มักจะสร้างตราสัญลักษณ์ของตนขึ้นมา  เพื่อแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของตน

โลโก้ที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด  ก็คือ ลายเซ็นจะเห็นได้ว่าลายเซ็นของบุคคลสำคัญ มักจะมีการทำเป็นตราประทับ  เช่น ตราลัญจกร ที่เป็นตราประทับของฮ่องเต้   ที่ใช้ประทับลงนามในเอกสารและสัญญาระหว่างประเทศ  ซึ่งมักจะประดิษฐ์ขึ้นมาจากหินมีค่า เช่น ทำมาจากหยกชั้นดี

ส่วนสามัญชนก็มีการใช้ตราประทับเช่นกัน เช่นศิลปินจีนที่เป็นนักวาดภาพ เมื่อเขียนภาพเสร็จเรียบร้อย  ก็มักจะประทับตราลงบนภาพเขียนแทนการลงลายเซ็น

ในยุโรปหรืออเมริกา  ก็มีการใช้ตราประทับลงบนครั่งที่ใช้ปิกผนึกจดหมายหรือพัสดุสำคัญ  เพื่อกันการเปิดออกก่อนถึงผู้รับและแสดงให้รู้ว่าใครเป็นผู้ส่งมาให้ หรือแม้ในกองทัพของชาติต่างๆ ก็มีการออกแบบธงประจำหน่วยต่างๆ เพื่อให้รู้ว่าเป็นหน่วยไหนของชาติใด

การออกแบบหรือการแก้ไขโลโก้มักจะมีการอ้างอิงเอาศาสตร์ฮวงจุ้ยมาเกี่ยวข้องด้วย  โดยจะใช้หลักห้าธาตุ คือ ธาตุทอง ธาตุน้ำ ธาตุไม้ และธาตุดิน นำมาเป็นตัวกำหนดรูปแบบและสีของโลโก้  ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมกันอย่างมากในหมู่นักธุรกิจและนักฮวงจุ้ย  เนื่องจากเกิดความเชื่อว่า  ถ้าใช้โลโก้ที่ถูกหลักอวงจุ้ยแล้ว จะทำให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรื่อง  ไม่มีอุปสรรคปัญหาเกิดขึ้นจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด  หรือแก้ไขบางส่วนของดลโก้ที่มีอยู่เดิม  ตามคำแนะนำของซินแส

แม้แต่เจ้าของธุรกิจธนาคาร ก็ยังมีการแก้ไขโลโก้ของตน  แต่ถ้าเราพิจารณาจากหลักความเป็นจริงในการทำธุรกิจส่วนใหญ่นั้น  ธุรกิจจะสร้างตัวเองก่อน จนประสบความสำเร็จแล้ว  จึงหันมาทำให้โลโก้หรือแบรนด์เนมเป็นที่รู้จัก  ยังไม่มีธุรกิจใดที่ประสบความสำเร็จจากโลโก้เพียงอย่างเดียว

ธุรกิจทุกประเภทล้วนอยู่ได้ด้วยตัวสินค้าและบริการทั้งสิ้น  ไม่ใช่โลโก้ไม่มีความสำคัญ แต่ว่ายังเป็นรองจากตัวสินค้าและบริการที่เป็นปัจจัยหลักสำคัญ ที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้  หรือจะต้องปิดกิจการไป

การให้ความสำคัญกับโลโก้มากเกินไป อาจจะต้องไปเสียค่าการออกแบบ และค่าปรึกษาฮวงจุ้ยที่แสนแพง  แทนที่จะเอางบประมาณมาพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพมากขึ้น

เพราะในการทำธุรกิจนั้น  ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ต้องรู้กำลังในงบประมาณของตน ต้องมีความรู้ความสามารถ  และมีความเข้าใจเป็นอย่างดีในเรื่องตัวธุรกิจที่จะทำ  ต้องเข้าถึงสินค้าและบริการที่จะนำมาเสนอขายต่อลูกค้า  ว่าจะทำการตลาดกับลูกค้ากลุ่มไหน จึงจะทำให้ธุรกิจของตนอยู่รอดในเบื้องต้น  และสามารถขยายธุรกิจต่อไปได้ในอนาคต

สิ่งเหล่านี้ต่างหากเป็นหลักการที่สำคัญมากในการประกอบธุรกิจให้สำเร็จ  เพราะธุรกิจเป็นตัวสร้างให้ดลโก้ประสบความสำเร็จ  ธุรกิจอยู่ได้โลโก้จึงจะอยู่ได้และเป็นที่รู้จักต่อผู้คนทั่วไป

ดังนั้นการออกแบบโลโก้ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย  ก็ไม่สามารถนำพาให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองได้  ถ้าหากบริหารงานไม่เป็น  ไม่มีกลยุทธ์ในการตลาดที่ดี  ธุรกิจก็ต้องจบลง

ส่วนโลโก้ที่ถูกหลักฮวงจุ้ยนั้น  ก็ไม่สามารถอยู่ต่อไปได้เช่นกัน  เพราะฮวงจุ้ยที่ดีไม่ใช่อยู่ที่โลโก้  แต่อยู่ที่ทำเลที่ตั้งและชัยภูมิที่สามารถส่งเสริมธุรกิจเราได้

แม้ว่าโลโก้ของกิจการนั้นๆ จะไม่ได้ออกแบบหลักห้าธาตุก็ตาม  ก็ยังทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เพราะศาสตร์ฮวงจุ้ยคงไม่ง่ายขนาดนั้น และการออกแบบโลโก้โดยใช้หลักห้าธาตุ  ส่วนใหญ่ก็ยังมีความขัดแย้งกันเอง  ไม่ได้มีความสอดคล้องและส่งเสริมกันทั้งหมด

จึงแสดงถึงความสามารถของซินแสที่ไม่มีความเข้าใจในศาสตร์ฮวงจุ้ยได้อย่างลึกซึ้ง

มีตัวอย่างโลโก้หนึ่งที่น่าศึกษา  และมีความเป็นมาที่ยาวนาน  โดยไม่ได้ใช้การออกแบบโลโก้ตามหลักฮวงจุ้ยเลย  แต่เป็นที่รู้จักและติกตลาดในบ้านเรา

ผู้เขียนเองก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเจ้าของธุรกิจ  เพียงแต่ต้องการหยิบยกเอามาอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย เพราะเป็นตัวอย่างที่ดีมาก

นั่นก็คือ  โลโก้ของบริษัท  เซเว่น-อีเลฟเว่น  ถ้าเอ่ยถึงชื่อนี้คงไม่มีใครตอบว่าไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยิน  เพราะมีร้านสะดวกซื้อยี่ห้อนี้กระจายไปทั่วทุกที่

ร้านสะดวกซื้อยี่ห้อนี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่่อ พ.ศ. 2470 โดยบริษัท เซาท์แลนด์ไอซ์ จำกัด (เซาท์แลนด์  คอร์ปอเรชั่น)  ซึ่งในช่วงเริ่มต้นนั้นทำกิจการที่ผลิตและจำหน่ายน้ำแข็งที่เมืองดัลลัส  มลรัฐเท็กซัส  ประเทศสหรัฐอเมริกา

และในปีเดียวกันนี้  ทางบริษัทได้นำเอาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มาจัดจำหน่ายภายในร้าน เช่น ขนม นม เนย ขนมปัง สบู่ ยาสีฟัน และของใช้ประจำวันต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า

จึงเปลี่ยนชื่อเป็น  Tote' m  Store ต่อมาในปี พ.ศ. 2489 ก็ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นเซเว่น - อีเลฟเว่น(7-ELEVEn) เพื่อรองรับการขยายกิจการนี้

ในสมัยนั้นร้านเซเว่น - อีเลฟเว่น  ก็คือร้านโชห่วยธรรมดาทั่วไปนี่เอง  แต่ไม่ได้เป็นที่นิยมเหมือนอย่างในบ้านเราเท่านั้น  เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะไปจับจ่ายใช้สอยกันที่ห้างดีพาร์ทเม้นท์โตร์เป็นหลักเหมือนอย่างเช่นห้างบิ๊กซี หรือห้างเทสโก้โลตัสของเรา

และห้างหรือร้านค้าส่วนใหญ่ที่นั่นจะปิดบริการ 17.00 น.เหมือนกันหมด  แต่ร้านเซเว่น - อีเลฟเว่น  มีความพิเศษตรงที่เป็นโชห่วยแบรนด์เดียวที่มีในอเมริกาในสมัยนั้น  ที่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00-23.00 น. (7 a.m. - 11 p.m.) ของทุกวัน

จึงเป็นที่มาของชื่อ "เซเว่น - อีเลฟเว่น" ที่เราเห็นในปัจจุบัน  ดังนั้นคงไม่ต้องสงสัยแล้วว่า  ทำไมถึงต้องใช้ชื่อนี้  เพราะนำมาจากเวลาเปิดปิดบริการนั่นเอง

และที่น่าแปลกไปกว่านั้น  เราเคยสังเกตกันไหมว่า  ตัวอักษรชื่อที่เป็นภาษาอังกฤษตัวสุดท้าย กลับใช้  n ตัวเล็กแทน N ตัวใหญ่ไม่ใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ซึ่งมีหลายๆคนรวมทั้งที่เป็นซินแส  เข้าใจว่าโลโก้ของเซเว่น - อีเลฟเว่น เป็นการออกแบบโดยการใช้ศาสตร์ฮวงจุ้ย

ก็ต้องขอตอบว่า  โลโก้ยี่ห้อนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ฮวงจุ้ยเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นการออกแบบที่ใช้ความรู้ทางด้านดีไซน์  เป็นไอเดียของนักออกแบบ ที่ไม่ต้องการให้เหมือนใคร  อยากให้เป็นหนึ่งเดียวในโลก

ถ้าใครเรียนวิชาการออกแบบมาบ้างก็คงจะเข้าใจ  และในสมัยนั้นการใช้ลูกเล่นของตัวอักษร  จะเป็นที่นิยมกันมากในหมู่นักออกแบบที่อยู่ในแทบโลกตะวันตก  เพราะหากจะออกแบบโลโก้ร้านให้เป็นอักษรตัวพิมพ์ใหญ่เหมือนกันทั้งหมด  ก็คงไม่มีอะไรแตกต่าง  หาความน่าสนใจอะไรไม่ได้  และไม่มีความเป็นเอกลักษณ์มากนัก รูปแบบมันก็จะดูเป็นธรรมดาเกินไป

ส่วนการตั้งชื่อก็ไม่ได้สลับซับซ้อนไม่มีศาสตร์ของตัวเลขมาเกี่ยวข้อง  หรือหาความหมายที่เป็นมงคลมาใช้ เพื่อให้กิจการรุ่งเรือง

แต่กลับใช้หลักความจริง  ที่มองเห็นเป็นรูปธรรม คือร้านเปิดบริการตอน 7 a.m. และปิดบริการตอน p.m. ก็เอาความเป็นเอกลักษณ์ ที่เปิดร้านเร็วกว่า แต่ปิดร้านช้ากว่าร้านอื่น  มาเป็นหลักในการตั้งชื่อและออกแบบโลโก้

โดยใช้ตัวเลข 7 มาผสมกับตัวอักษรที่แปลว่า 11 จะเห็นได้ว่าการใช้หลักการง่ายๆแต่ตรงวัตถุประสงค์ของกิจการ  ก็สามารถสื่อความหมายออกมาได้  และเป็นตำนานสะดวกซื้อยี่ห้อนี้  ที่สามารถสร้างธุรกิจแฟรนไชส์  ที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด  และมีสาขาทั่วโลกมากที่สุด

สำหรับในประเทศไทย  เราก็มีสาขามากเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่นและไต้หวัน  แต่ในอนาคตข้างหน้า เราอาจเลื่อนมาเป็นอันดับหนึ่งก็ได้

ธุรกิจที่มีอยู่ในโลก ล้วนแล้วแต่ต้องฝ่าฟ้นอุปสรรคมาแล้ว  จึงจะประสบความสำเร็จแม้แต่ร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่น - อีเลฟเว่นก็ต้องผ่านจุดนี้มาเช่นกัน

โดยเฉพาะในบ้านเรา  ช่วงแรกๆที่มีการเปิดขยายสาขา  ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกสาขา  จนกระทั่งในปัจจุบัน บางสาขาก็แค่พออยู่ได้  บางสาขาก็มียอดขายดีเกินคาด

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะมีองค์ประกอบหลายๆอย่าง  เช่น ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีหรือไม่หรืออยู่ในทำเลที่ดี  แต่กลับมีร้านยี่ห้อเดียวกัน มาเปิดอยู่ใกล้ๆกันมากเกินไป  บางทีเราเห็นอยู่ฝังตรงข้ามบ้าง หรืออยู่ถัดกันไม่ถึง 100 เมตร

ชุมชนที่เป็นตลาดบางแห่ง  อาจมีร้านยี่ห้อเดียวถึง 5 ร้าน ก็อาจทำให้มีการกระจายลูกค้ามากเกินไป  บางครั้งก็เกิดจากเจ้าของร้านที่รับเอาแฟรนไชส์มาแล้ว ไม่เอาใจใส่ในการบริหารจัดการร้านให้ดี

ดังนั้นไม่ว่าโลโก้จะติดตลาดเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้ธุรกิจทุกสาขา  มียอดขายที่ดีเหมือนกันได้   การกระจายสาขามาอยู่ใกล้กันมากเกินไป  ก็อาจทำให้แย่งลูกค้ากันเองได้  ถึงจะวิเคราะห์การตลาดในพื้นที่แล้วว่ามีประชากรลูกค้าเพียงพอต่อสาขาต่างๆก็ตาม

แต่ถ้าเราขายของก็อยากขายแล้วรวยมากกว่าที่ขายแล้วพออยู่ได้  จึงไม่อยากให้มีคู่แข่ง มีนักลงทุนบางคนต้องใช้วิธียึดพื้นที่  โดยการเป็นเจ้าของร้านทั้งหมดในพื้นที่เดียวกัน  เพื่อที่จะตัดปัญหาคู่แข่งยี่ห้อเดียวกัน

คนที่รวยไม่ใช่นักลงทุน แต่กลับเป็นเจ้าของแฟรนไชส์อยู่ดี

ถ้าหากว่าเราสร้างร้านชนิดเดียวกัน มีสินค้าที่ขายเหมือนกัน  มีการบริการจัดการไม่ต่างกัน เราจะแข่งขันกับโลโก้นี้ได้หรือไม่

ก็ขอตอบว่าสู้ได้แน่นอน  หากเราอยู่ในทำเลที่ดีตามหลักฮวงจุ้ย  เพียงแต่ว่าคนไทยติดโลโก้ ต้องอาศัยเวลาในการดึงลูกค้า แต่ก็ไม่นานนัก เพราะนิสัยคนไทยชินง่ายรักสะดวกสบาย

ส่วนการตลาดที่สำคัญที่เราสู้ไม่ได้  ก็คือการโฆษณาทางทีวี  ที่อาจจะเป็นข้อเสียเปรียบ แต่เราก็สามารถทำการตลาดในพื้นที่ได้ ด้วยการติดป้ายโฆษณา หากเราทำยอดขายได้เท่ากัน  เราจะมีกำไรมากกว่า

แต่ถ้ายอดขายเราน้อยกว่า  ก็อาจมีกำไรเท่ากัน เพราะเราไม่ต้องเสียเปอร์เซ็นต์ให้กับบริษัททางธุรกิจแฟรนไชส์  และเราก็สามารถซื้อสินค้าเข้าร้านในราคาที่ถูกกว่า

แต่คนไทยส่วนใหญ่ ติดนิสัยที่รักสบายไม่ชอบทำอะไรเอง  ไม่ชอบคิดเอง บางทีคิดได้แต่ไม่ลงมือทำ

และที่สำคัญไม่ชอบต่อสู้แข่งขันในเชิงธุรกิจ มักจะกลัวไปหมด กลัวว่าต้องเสี่ยงถ้าหากไม่ใช้โลโก้ที่ติดตลาด  ก็เลยทำให้แฟรนไชส์ยี่ห้อนี้ เป็นที่ต้องการมากของนักลงทุน  จึงทำให้ประเทศไทยมีสาขามากจนติดอันดับ 3 ของโลกเลย

เราคงเคยได้ยินมาว่าร้านสะดวกซื้อ ที่ ชื่อ เซเว่น - อีเลฟเว่น  มีการวางตำแหน่งฮวงจุ้ยด้วย

ในการออกแบบร้านนั้น  มีเรื่องของฮวงจุ้ยมาเกี่ยวข้องด้วย  โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีการจัดรูปแบบ และกำหนดในรายละเอียดภายในร้านที่แตกต่างไปจากประเทศอื่น

ต้องเรียกว่าร้านเซเว่น - อีเลฟเว่น ในบ้านเรา มีการวางผังร้านได้สอดคล้องตามหลักฮวงจุ้ย  การประสบความสำเร็จของร้าน  ที่มีการบริการจัดการที่ดี บวกกับการวางฮวงจุ้ยดี ย่อมมีความได้เปรียบคู่แข่ง

และการวางฮวงจุ้ยของร้านยี่ห้อนี้  ก็เน้นเรื่องฮวงจุ้ยทางธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่เรื่องของตำแหน่งมังกรเขียวหรือเสือขาว  ซึ่งจะเห็นได้จากประตูทางเข้าร้านในหลายๆสาขา  ไม่ได้ถูกกำหนดตายตัวให้เหมือนกันหมดทุกร้านทุกสาขา  ว่าประตูต้องอยู่ทางด้านซ้ายหรือด้านขวา

บางร้านก็เปิดประตูเข้าตรงกลาง  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ภายในและขนาดของร้าน  เพื่อสะดวกในการตกแต่งและจัดวางสินค้า ที่สำคัญทุกสาขาในประเทศไทย  มักจะตั้งเคาน์เตอร์เครื่องเก็บเงินไว้ด้านหน้าประตูทางเข้าเป็นหลัก  เพราะทางศาสตร์ฮวงจุ้ย ถือว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของร้านค้า  และกระแสพลังงานที่ดีจะเข้ามาทางประตู

พนักงานที่คอยเก็บเงิน และคอยต้อนรับลูกค้า  ก็จะได้รับพลังงานที่ดีอยู่เสมอ ซึ่งตำแหน่งใกล้ๆปากประตู มักจะเป็นตำแหน่งโชคลาภ

ดังนั้นใครอยู่ใกล้กว่าก็รับไปก่อน  การจัดฮวงจุ้ยในลักษณะนี้  จะเน้นผลที่เกิดขึ้นมากกว่าการเน้นทฤษฎี  ที่ต้องไปยึดหลักตำแหน่งมังกรเขียวหรือตำแหน่งเสือขาว

ร้านค้าของชาวจีนในสมัยก่อน  ก็ตั้งโต๊ะเก็บเงินไว้ทางหน้าประตูเช่นกัน เพื่อความสะดวกในการควบคุม  และตรวจตาลูกค้าที่กำลังเดินเข้ามา  และก่อนที่จะเดินออกไปในขณะที่กำลังจ่ายเงิน

นอกจากนี้การใช้แสงสว่างภายในร้าน  ไม่ว่าตอนกลางวันหรือกลางคืนเป็นการสร้างพลังงานที่มีความเป็นหยาง  หรือทำให้กระแสพลังงานมีการเคลื่อนไหว  เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน  และแสงสว่างยังช่วยให้ร้านดูมีชีวิตชีวา  ทำให้สินค้าที่วางอยู่ในร้าน มีความสวยงามน่าซื้อมากยิ่งขึ้น จนทำให้ลูกค้าอยากซื้อของในร้าน

แสงสว่างจากหลอดไฟ  ยังช่วยทำให้พนักงานมีความกระตือรือร้น  หากปิดไฟปล่อยให้ร้านมืดในตอนกลางวัน ก็จะทำให้พลังงานในร้านมีความเป็นหยินมากขึ้น ทำให้คนมีความรู้สึกไม่อยากเข้ามาในร้านหรือเข้ามาแต่ไม่อยากซื้อสินค้า

บางที่อาจทำให้พวกมิจฉาชีพ  เข้ามาและขโมยของในร้านได้  ส่วนในการเลือกทำเลของร้านสาขาต่างๆไม่ได้ใช้ฮวงจุ้ยเป็นหลักในการเลือก  แต่ใช้หลักของการตลาดมาพิจารณาพื้นที่ตั้งร้าน  ที่ผู้ลงทุนเสนอเข้ามาให้เลือก  ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงไร  ที่จะเปิดสาขาแล้วมีกำไรเลี้ยงตัวได้

ดังนั้นร้านเซเว่น - อีเลฟเว่น จึงไม่ประสบผลสำเร็จทุกสาขา  แม้ว่าจะใช้โลโก้ที่ผู้คนยอมรับ  และติดตลาดอันดับหนึ่งในไทยแล้วก็ตาม เพราะทำเลเป็นตัวเลือกธุรกิจ มิใช่ธุรกิจเป็นตัวเลือกทำเล

ที่สำคัญถ้าหากร้านตั้งอยู่ในฮวงจุ้ยที่ไม่เหมาะสม  และจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อแก้ฮวงจุ้ย  ก็ไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้  เพราะมีโครงสร้างที่ถูกกำหนดไว้แล้วและผู้ลงทุนก็ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของบริษัท  ดังนั้นก็ต้องปล่อยเลยตามเลย  จนกว่าสายป่านจะขาด  หรือไม่ก็ปิดกิจการไปหาทำเลใหม่

ดังนั้นไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม  ก็ควรหาทำเลที่มีฮวงจุ้ยที่ดี  การที่จะอาศัยโลโก้เพียงอย่างเกดียวนั้น คงไม่สามารถนำพาให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จได้ และการมี

ฮวงจุ้ยที่ดีแล้ว  แต่ไม่ลงมือกระทำ ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน

มีโลโก้อีกตัวอย่างหนึ่ง  ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่ดีมาก และเป็นโลโก้ที่ออกปบบด้วยหลักฮวงจุ้ย ที่ใช้หลักเกณฑ์ 5 ธาตุ  ก็คือโลโก้ของธนาคารกสิกรไทย  ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน  ซึ่งโลโก้ได้ถูกกำหนกไว้ดังนี้

วงกลมสีแดง แสดงถึงความสมดุลและสมบูรณ์  ซึ่งแทนความหมายไม่สิ้นสุด ก่อให้เกิดพลังความสามัคคีกลมเกลียว  เงินไม่รั่วไหล  สามารถแก้ไขอุปสรรคทั้งมวล

รวงข้าวสีเขียว  เป็นธาตุไม้แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง

คลื่นสีเทา  เปรียบเหมือนน้ำ  ซึ่งบำรุงต้นข้าวส่งเสริมให้อุดมสมบูรณ์เจริญเติบโตยิ่งขึ้น  และน้ำหมายถึงเงิน  ลายเส้น 6 เส้น คือดาวศุกร์ ซึ่งเป็นดาวเงิน สอดคล้องกับธุรกิจธนาคาร

สีเขียว  หมายถึง ธาตุไม้เป็นสีที่เหมาะสม  เนื่องจากปีที่ก่อตั้งธนาคารเป็นธาตุไม้

สีเทา  เป็นสีของธาตุน้ำ สีเข้มเหมือนน้ำลึก  หมายถึงเงินทองหนาแน่นเป็นปึกแผ่น

สีแดง  หหมายถึงธาตุไฟ  ซึ่งสอดคล้องกับสมดุลกับธาตุน้ำ

สรุปความหมายโดยรวม  ธาตุน้ำก่อให้เกิดธาตุไม้ และธาตุไม้ก่อให้เกิดธาตุไฟ เป็นการผสมธาตุที่กลมกลืนและสมดุล  ก่อให้เกิดสิริมงคลและความก้าวหน้า

ทั้งหมดเป็นความหมายที่ในโลโก้ของธนาคารกสิกรไทย  ซึ่งใช้หลัก 5 ธาตุในทางฮวงจุ้ย  มาเป็นเกณฑ์ในการออกแบบ

หากเราใช้วิชาฮวงจุ้ยขั้นพื้นฐานมาวิเคราะห์  ก็จะรู้ว่าไม่ถูกหลักฮวงจุ้ยที่แท้จริง เพียงแต่หาเหตุผลมาอ้างเพื่อสนับสนุนให้โลโก้มีความหมายที่ดีเท่านั้น

เพราะการออกแบบโลโก้ที่ดี  ให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ต้องมีองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์ในเชิงส่งเสริมกัน  ต้องพิจารณาจากองค์รวมทั้งหมดว่ามีความสอดคล้องหรือมีความขัดแย้งกัน จะดูแต่ลักษณะเชิงเดียวไม่ได้  จะทำให้ผลของการออกแบบ มีความแตกต่างจากความหมายและมีการขัดแย้งกันเองภายในโลโก้

เช่น แค่เพียงวงกลมสีแดง ก็แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งกันแล้ว เพราะวงกลมเป็นสัญลักษณ์แทนธาตุทอง และสีแดงเป็นตัวแทนธาตุไฟ  นำมาใช้รวมกันก็เกิดพิฆาตกัน

ธาตุไฟจะไปทำลายธาตุทอง ความหมายตามหลักฮวงจุ้ย  ก็จะเปลี่ยนไปในทางลบ

ดังนั้นความสามัคคีกลมเกลียวจะมีได้อย่างไร  มีแต่อุปสรรคปัญหาให้ต้องคอยแก้ไข  จนทำให้ต้องเสียผลประโยชน์อยู่เนืองๆ เพราะพื้นสีขาวที่อยู่ในวงกลมนั้นเป็นสีตัวแทนของธาตุทอง  ก็ต้องถูกวงกลมสีแดงเผาผลาญไปด้วย

แสดงถึงว่ากว่าจะได้กำไรจากผลประกอบการมา  ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดไม่ใช่น้อย  เนื่องจากพื้นที่ในวงกลมสีขาว  เป็นพื้นที่ที่มีมากที่สุดในโลโก้

นอกจากนี้รูปวงกลมในศาสตร์ฮวงจุ้ย ก็ไม่ได้หมายถึงความอุดมสมบูรณ์และความสามัคคีกลมเกลียว  รูปสี่เหลี่ยมที่เป็นตัวแทนธาตุดิน  จึงจะหมายถึงความสามัคคีเพราะธาตุดินเป็นที่รวมของธาตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธาตุทอง ธาตุน้ำ ธาตุไม้ หรือธาตุไฟ

ส่วนลายคลื่นน้ำสีเทาที่หมายถึงเงินตามศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่า  น้ำหมายถึงการเงิน  หรือโชคลาภนั้นถูกต้อง แต่ลายคลื่นน้ำ 6 เส้น คือดาวศุกร์เป็นดาวเงิน

ในศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้น  ไม่มีดาวศุกร์มาเกี่ยวข้อง เลข 6 หรือดาวศุกร์เป็นเรื่องของโหราศาสตร์ไทย  และเป็นคนละเรื่อง คนละศาสตร์กันกับฮวงจุ้ย

หากจะมองในมุมของโหราศาสตร์ไทย ชื่อของธนาคารกสิกรไทย  มีความหมายถึง กสิกรที่ทำอาชีพเกษตรกรรมในโหราศาสตร์ไทยหมายถึงดาวเสาร์หรือเลข 7

ดังนั้นการที่เอาดาวศุกร์หรือเลข 6 มาใช้ ถือว่าขัดกับหลักโหราศาสตร์ไทยด้วย

เพราะดาวศุกร์ถือเป็นดาวคู่ศัตรูกับดาวเสาร์ ซึ่งก็หมายความว่า เงินเป็นศัตรูกับธนาคาร แล้วอย่างนี้ดาวศุกร์ซึ่งเป็นดาวเงินจะสอดคล้องกับธนาคาร  ตามที่ผู้ออกแบบโลโก้อธิบายไว้ได้อย่างไร

ดังนั้นหากจะแปลความหมายองค์รวมของโลโก้นี้  สัญลักษณ์ที่เด่นในโลโก้ ก็คือรวงข้าวสีเขียวที่เป็นธาตุไม้  ถึงแม้จะมีธาตุน้ำมาส่งเสริมให้เจริญเติบโต แต่ก็ต้องมีอุปสรรคปัญหาที่เกิดจากธาตุทองและธาตุไฟ

ธาตุทองก็เหมือนมีดที่คอยฟันต้นข้าว จึงแปลความหมายได้ว่า  องค์กรนี้จะมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง  มีการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับธุรกรรมการเงินอยู่เสมอ แต่ก็ต้องทุ่มเทและฝ่าฟันอุปสรรคปัญหา  ที่ต้องเหน็ดเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา  และมักมีปัญหาขัดแย้งที่ต้องแก้ไขในองค์กร

การลงทุนในกิจการของธนาคาร ก็ต้องมีการใช้จ่ายค่อนข้างมาก  จึงจะได้ผลกำไรกลับมา

นอกจากโลโก้รวงข้าว ซึ่งเป็นโลโก้หลักของธนาคารแล้ว ก็ยังมีโลโก้ตัว K ที่ออกแบบตัวอักษรมาในสไตล์ตวัดด้วยปลายพู่กันจีน  ที่มีสีเขียวสดใส และอยู่บนแถบสีแดง  ที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษสีขาวว่า EXCELLENCE

ธนาคารแห่งนี้ก็เลยมีการใช้ 2 โลโก้ คือ โลโก้รวงข้าว กับโลโก้ตัว K อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

อักษรตัว  K ที่ออกแบบมานั้น  หากแปลความหมายตามศาสตร์ฮวงจุ้ย  อักษรตัว  K สีเขียว ซึ่งเป็นตัวย่อของชื่อธนาคาร และหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง  ก็ยังขาดความมั่นคงแข็งแรง  ทำให้ต้องเหน็ดเหนื่อยมากขึ้นกับบุคลากรภายในองค์กร  ที่ยังไม่สามารถพัฒนาตนเองให้ทันกับองค์กรที่เติบโตไปอย่างรวดเร็วในอนาคตข้างหน้าได้

เพราะแถบสีแดงหมายถึงธาตุไฟ  ที่ได้รับพลังจากอักษรตัว K สีเขียว  และแถบสีแดงที่เป็นตัวแทนธาตุไฟ ก็จะไปพิฆาตหรือทำลาย ตัวอักษร  EXCELLENCE

ที่เป็นสีขาว ซึ่งหมายถึงธาตุทอง  และเป็นบริวารหรือบุคลากร  ตั้งแต่ระดับสูงจนถึงระดับล่าง

ดังนั้นการออกแบบโลโก้ที่มีการขัดแย้งกัน  และไม่มีความสอดคล้องตามหลัก 5 ธาตุนั้น  ความจริงไม่ได้ส่งผลต่อธุรกิจ ตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน  และก็ไม่มีผลทางฮวงจุ้ยเพียงแต่ออกแบบไม่ถูกหลักทางฮวงจุ้ยเท่านั้น

เมื่อนำโลโก้เหล่านี้มาใช้ก็จะทำให้เราสามารถอ่านเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในองค์กรนั้นๆได้  ก็คล้ายๆกับการอ่านชื่อคน แล้วสามารถพยากรณ์เรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวบุคคลนั้นได้

โลโก้ไม่ได้เป็นตัวกำหนดธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองหรือล้มเหลว  และก็ไม่ได้ทำให้องค์กรเกิดปัญหาแต่อย่างไร  การกระทำของคนในองค์กร  กับสภาวะแวดล้อมต่างหาก ที่สร้างปัญหาให้ธุรกิจ หรือทำให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง

การเปลี่ยนโลโก้หรือการแก้ไขโลโก้ไม่ใช่การแก้ไขที่ต้นเหตุ แต่มักมีการเข้าใจว่า  เมื่อเปลี่ยนแล้วจะทำให้ธุรกิจดีขึ้นเหมือนกับการเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด  เพราะบางคนเปลี่ยนชื่อมา 7 ครั้งแล้ว ก็ยังไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้น

นี่เป็นเรื่องของตัวบุคคลเพียงคนเดียวแต่การเปลี่ยนโลโก้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับองค์กรที่มีผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากและมักจะเอาเรื่องของศาสตร์ฮวงจุ้ยมาอ้างอิง

เพื่อให้ดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ยิ่งในสมัยปัจจุบันนี้ มีผู้คนมากมายที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ย  แต่กลับไม่ค่อยทราบเรื่องจริงๆที่เกี่ยวกับฮวงจุ้ยมากนัก  จนทำให้หลายคนติดว่า  ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของไสยศาสตร์ไปแล้ว

การสร้างโลโก้ขึ้นมานั้น จะทำให้มีคนรู้จักหรือติดตลาดอย่างถาวร  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตลาด และการทำโฆษณาทางทีวีเพียงอย่างเดียวมันขึ้นกับคุณภาพของสินค้าและบริการ  อีกทั้งต้องอาศัยเวลาในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคหรือลูกค้า จึงจะประสบความสำเร็จได้

หากมีการเปรียบเทียบระหว่างการเปลี่ยนโลโก้กับการปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยอะไรจะได้ผลดีต่อธุรกิจมากกว่ากัน  คำตอบก็ต้องอยู่ที่การปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ย ที่ให้ผลดีมากกว่าแน่นอน ถึงแม้ว่าจะใช้โลโก้ที่ถูกหลักฮวงจุ้ยก็ตาม

เพราะตำแหน่งที่ตั้งทำเล  มีความสำคัญมาก  ถ้าได้ทำเลไม่เหมาะสม  ก็ต้องแก้ไขด้วยฮวงจุ้ย จึงจะถูกเรื่องถูกจุด ไม่ใช่ไปเปลี่ยนโลโก้ใหม่ ก็จะทำให้กิจการดีขึ้น

เพราะฮวงจุ้ยมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ต้องนำมาประกอบในการพิจารณาแก้ไข ไม่ใช่ไปเปลี่ยนโลโก้อย่างที่ซินแสชอบแนะนำ

การเปลี่ยนโลโก้นั้น สามารถทำได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลอันสมควร เช่น เปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับการขยายธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

เปลี่ยนเพื่อให้มีความโดดเด่น  จะได้มีการจดจำที่ง่ายขึ้น หรือเปลี่ยนเพื่อไม่ต้องการให้มีบางส่วนที่ไปซ้ำกับของคนอื่น  เพื่อสร้างเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก

การใช้โลโก้ที่ดีที่สุดและถูกหลักฮวงจุ้ยก็ยังไม่สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้  มันจะต้องขึ้นอยู่กับที่ตั้งทำเลที่ฮวงจุ้ยเอื้ออำนวยต่อธุรกิจนั้นด้วย

มีการวางตำแหน่งโลโก้ที่ถูกต้อง และยังต้องประกอบไปด้วยการบริหารจัดการที่ดี  ไม่ว่าจะเปฌนการผลิตสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพต่อผู้บริโภค  มีแผนการตลาดที่เหนือคู่แข่ง  และถึงหร้อมไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ  จึงจะนำพาให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ  และมีความเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่อง  จนไปถึงอนาคตข้างหน้าได้


KBank สนับสนุน




Create Date : 13 สิงหาคม 2556
Last Update : 16 สิงหาคม 2557 11:47:33 น. 0 comments
Counter : 735 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ibis2555
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย





hit counter
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ibis2555's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.