Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
10 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 

UAE กับ FM93




อยากจะมาบันทึกความประทับใจจากเรื่องไปเที่ยวเอาไว้ มันเป็นความทรงจำที่ดี ที่จะเก็บเอาไว้ตลอดไป



ก่อนอื่นขอเล่าก่อนว่าได้ไปได้ยังไง

คือ FM~93 จัดรายการ ลุ้นเที่ยวอาหรับกับปอ ทฤษฏี ต้องไปตอบคำถามในเวบ ขอพร 5 ประการ ม้าลายก็รู้ และ "จูกัดเหลียง" เพื่อนในออฟฟิศ ที่แสนดี ก็ส่งลิ้งมาให้ม้าลายตอบ

ม้าลายขี้เกียจ ไม่ยอมตอบอยู่หลายวัน เธอก็มาเซ้าซี้ให้ตอบ

"ปอเชียวนะคุณ" คือสิ่งที่เธอบอกกับม้าลาย

ม้าลายก็เล่น โฮ๊วววว เล่นๆ ไปงั้นไม่คิดว่าจะได้

สุด ท้าย วันที่ 23 พย ขณะที่ม้าลายไปโอนเงินช่วยค่าตกแต่งคอนเสริตดั๊บที่เซนทรัล โอน 500 บาท แบงค์ร้อย 5 ใบ ตอนมันไหลออกมา 3 ใบ โทรศัพท์เข้ามา จริงๆ โทรมาแล้วสองรอบ แต่ม้าไม่รับ ม้าคิดว่ามันคือโทรขายประกัน แต่สุดท้ายรับ

โอ๊ววว เค้าบอกว่า ม้าลายคือผู้โชคดีได้ไปเที่ยวดูไบกับปอ ... ตะลึง เลิกยุ่งกับการโอนเงิน มาคุยโทรศัพท์ แต่เสียงม้าลายนิ่งมากเพราะว่า มันคืองง มันคือในแบงค์ เริงร่ามากไม่ได้ แล้วเค้าก็ให้คุยกับปอ ม้าลายแบบว่าดีใจมากได้คุยกับปอ เพราะชอบมานาน ตอนนั้นไม่รู้ปอจริงปอปลอม คุยไว้ก่อน

เป็น การดีใจออกนอกหน้ามาก เพราะควรจะดีใจที่ได้ไปเที่ยว แต่กลับดีใจได้คุยกับปอ ออกนอกหน้า แล้วมันก็เป็นสดๆ ออกวิทยุ (ภายหลังพีเจเล่าให้ฟังว่า คนในห้องส่งเซ็งได้อีก เพราะสองคนแรกที่ได้ไปนั้นไปไม่ได้ต้องสละสิทธิ์ พอมาคนที่สามกลับดีใจกับปอ มากกว่าการไปเที่ยว แต่เสียงก็ยังดีใจ เสียงเลยได้ออกสปอตโฆษณาเป็นเวลาสองสัปดาห์ อายอย่างแรง)

สุดท้ายก็เตรียมตัวไป.......



เอาละมาเล่าเรื่องการไปเที่ยวบ้าง

อาจจะยาว แต่ว่า อยากเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี ส่วนรูป ลงไม่เป็น ไว้จะรีวิวในพันทิพ และเฟสบุค (รีวิวเรียบร้อยแล้ว)

การเดินทางเริ่มในวันจันทร์ตอนเย็นๆ วันที่ 7/12/09

เจอ กันที่สุวรรณภูมิ ม้าลายไปคนเดียว เพราะคนในบ้านไม่มีใครว่างไปส่ง ก็ไปถึงเจอเพื่อนสองคน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ไปฟรีเหมือนกัน (งานนี้มี 5 คน เป็นชายสองหญิงสาม)

ผู้ร่วมเดินทางรวมไกด์ด้วย มี่ 23 คน

เป็นปอกับผู้จัดการ

คนได้รางวัล 5 คน เป็นจับฉลากจากสถานีวิทยุ 4 และ จับฉลากจากแพรวอีก 1

คนจากสถานีวิทยุ 4 คน เป็นดีเจคนนึงด้วย น่ารักมาก ชื่อพี่ขวัญ เค้าออกอากาศช่วงบ่าย ใครฟังก็จะเจอเค้าจัดรายการเสมอ

เป็นสื่อ 1 คน

ที่เหลือเป็นสปอนเซอร์ (เอมเค เหมาๆ บริสโตน วุฒิศักด์ และนมเปรียว)

เลยมายืนรออยู่ เจอเจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุ ก็ยืนคุยกันอยู่

ซํกพักเห็นปอ กับ อาอ้อย ผู้จัดการส่วนตัวเดินมาแต่ไกล ปอ สูงมาก และดูหล่อกว่าในทีวีเยอะ

มา ถึง ปอ ก็ friendly มาก ทักทุกคน ยกมือไหว้ ทุกคน พ่อแม่ของคนที่ไปส่งด้วย เค้าก็จัดการผูกโบที่กระเป๋า เจ้าหน้าที่รีบให้ปอ เข้าไปในเกต (คงกลัวคนมาจำได้แล้วจะวุ่น) ปอนั่งชั้นธุรกิจด้วย ส่วนพวกเรานั่งชั้นประหยัด

หลัง จากที่พวกเราขึ้นเครื่องบิน เครื่องบินก็บินๆ ม้าลายก็ เล่นกับของเล่นชิ้นใหม่ คือเบาะที่มีทีวีทุกเบาะ เล่นเกม มาริโอ ดูหนัง ไม่หลับไม่นอน คนอื่นหลับนอนกัน ม้าก็บ้าพลัง เครื่องบินพรึบพลับ ถึง สนามบินดูไบ สี่ทุ่ม ก็มาตรวจด่านพาสปอต คนอินเดีย เยอะมาก และเหม็นมาก ดูแย่ๆ มาก คนอินเดียมาทำงาน รอวีซา กลิ่นเหม็นมากมาย



จาก นั้นก็ไปขึ้นรถบัสพาไปโรงแรม โรงแรมคืนแรก ชื่อ MOVENPIC Hotel Bur Dubai จัดว่าห้าดาว ใช้ได้ (โรงแรมทริปนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆจนวันสุดท้ายดีที่สุด) ก็นอนกันสามคน ผู้ได้รางวัลสามคนนั่นแหละ

เวลาช้ากว่าไทยสามชั่วโมง เลยเบลอนิดหน่อย

เช้ามากินข้าว ลงมาก่อนพวกหนุ่มๆ กินอาหารเช้าได้ซักพัก ปอก็ลงมา มาอรุณสวัสดิ์ "อรุณสวัสดิ์ครับ" ทักม้าลายด้วย

หลัง ทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ถ่ายรูปบริเวณโรงแรมนิดหน่อย ม้าลายกลับไปเข้าห้องน้ำที่ห้อง มองลงมาเห็นปออยู่ที่สวน ถ่ายรูปใหญ่เลย ปอใช้กล้องนิค่อน เป็นกล้องใหญ่ๆ ถ่ายรูปตลอดเวลาเลย

จากนั้นเราก็ขึ้นรถบัสไปเมืองอาบูดาบี

ระหว่างทางแวะห้องน้ำและแลกเงิน ปอซื้อเครื่องดื่มมาด้วย เครื่องดื่มเหมือนมีแอลกอฮอล์ แต่ติดว่าNONแอลกอฮอล

เรา ก็นั่งรถบัสไปอาบูดาบี้ ระหว่างทางแวะมัสยิดด้วย ที่มัสยิดต้องแต่ตัวเป็นอาหรับ ชุดยาวมาก และพันแข้งพันขา เดินลำบากเกือบล้มหลายรอบ ดีใจเลยที่ไม่ได้เป็นคนที่นั่นขืนใส่ชุดอย่างนี้ทุกวัน คงล้มกลิ้งไปหลายรอบเป็นแน่แท้ เห็นปอถ่ายรูปลงไปนอนถ่ายกับพื้นด้วย เพราะหลังคาสวยมากมาย มีถ่ายรูปรวมกลุ่มนิดหน่อย

ระหว่าง กลับขึ้นรถ ทรายเข้าตาม้าลาย เพราะที่นี่ทรายปลิวตลอด มันคือทะเลทราย ม้าลายรีบขึ้นรถล้างตา โอ๊วววว ปอรีบมาดูตาให้ม้าลาย เอาน้ำตาเทียมหยอดตาให้ม้าลาย ม้าลายก็ดีขึ้นฉับพลัน ไม่ใช่เพราะน้ำตาเทียม แต่เพราะปอ ปอน่ารักมากกกกจริงๆ เดี๋ยวมีอีกหลายตอนจะเล่า

จาก นั้นไปกินอาหารเที่ยงเป็นอาหารจีน ม้าลายกินไม่ค่อยเก่งกับอาหารจีน กินได้แต่ขนมจีบ นิดๆ หน่อยๆ กินไม่ค่อยไหว เลยอ้างอิ่ม (มื้อนี้ได้นั่งโตะเดียวกับปอ มืออื่นๆ จะไม่ได้นั่งแล้ว)

แล้วม้าลายไปตักของหวาน กินสตอร์เบอรี่ฟองดู กินไปเยอะมากจนไม้เยอะเป็นเซียมซี.....ปอแซวมากเลย ฮ่าๆๆ

เค้าฮาดีนะ แซวผู้คนและม้าลายตลอด

จะบอกว่าแรกๆ ไม่กล้าคุย เขิน แต่ไปๆ เริ่มกล้านิดหน่อย

หลังจากกินอาหารเราไปพักที่โรงแรม เอมิเรตพาเลส โรงแรมนี้สวยมาก อยู่ริมทะเลที่อาบูดาบี (เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรต)

โรงแรมนี้มีดอกไม้ต้อนรับให้ผู้หญิงคนละช่อด้วยเป็นดอกกุหลาบ ตอนเช็คเอ้าก็มีเหมือนกัน แต่เป็นแค่ดอกเดียว

โรงแรมนี้ เสียดายถ่ายรูปมาน้อย เพราะห่วงเล่น ไม่อย่างนั้นจะมีมุมสวยๆ เยอะ ยังจำได้เลยทางเดินเข้าห้อง สวยแต่ห่วงว่ายน้ำ เลยเอากล้องไว้ห้องแล้วลงไปว่ายน้ำ

ม้าลาย กับเพื่อนร่วมห้องคือน้องมน ก็พากันไปว่ายน้ำในสระของโรงแรม พี่สัญกับเป๋งก็มาเล่นน้ำด้วย เล่นกันสนุกสนาน สระน้ำเป็นน้ำวนเหมือนสวนสยามเลย มีอีกสองคนมาเล่นด้วย (เค้ายังหนุ่มสาวอยู่ด้วย) เล่นน้ำวนไปสองรอบ โรงแรมนี้สวยมาก ข้างในใหญ่ เสียดาย ม้าลายไม่ค่อยได้เดินสำรวจโรงแรม

เย็น นี้มีดินเนอร์ใต้แสงเทียน เป็นอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ เสร็จม้า พวกคอบุฟเฟ่ต์นานาชาติเสียด้วย อร่อยมากมาย กินอาหารไม่ค่อยเยอะหรอก หนักของหวาน สตอร์เบอรี่ฟองดู คราวนี้ปอไม่แซว ปอเอาไม้หนึ่งอันเสียบสตอร์เบอรี่สามลูชุบชอคโกแลคมาให้ คงกลัวม้าลายจะทำโรงแรมเปลืองไม้ โอ๊ววว กินสตอร์เบอรี่ของโรงแรมจนหมดเกลี้ยง กินไปเยอะจริงๆ

หลัง จากกลับห้องไปทำพิธีชาจน์แบตให้กล้อง ก็ไปนั่งดื่มกัน มีพี่ๆ ทีมงานสามคน ปอ ผู้จัดการ และพวกเราสี่คน นั่งดื่มกันริมระเบียง ลมเย็นพัดมา ปอคงหนาวเลยไปนั่งตรงมุมๆ สังเกตเค้าเป็นหวัดนิดๆ ด้วย แต่ปอไม่ค่อยคุย ฟังพวกเราคุย แต่ละคนเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง ม้าลายก็ฟัง พี่ขวัญเล่าสนุกม้าลายชอบฟังเรื่องของเขามาก

ประมาณ เที่ยงคืนเค้ามาไล่ บอกปิดแล้ว อยากอยู่ต่อต้องเข้าไปในพับ เลยต้องไปอยู่ในนั้น เสียงดังคุยไม่รู้เรื่องเลย พวกเรากลับกันดีกว่า ก็เลยกลับ หัวเหม็นบุหรี่หมด ในนั้นมันอับ รมควัน สูบตรงระเบียงไม่เท่าไหร่ แต่ในนั้นทำเสียหมด เสื้อผ้าเหม็น ม้าลายกับน้องมนไปหยิบแชมเปญมาดื่ม เค้าแจกฟรี น่าสงสารน้องมนเจอฝรั่งเหยียบขา

ก็เลยกลับห้องนอนกัน ต้องสระหัวอีกรอบเลย เซร็งงงงงงง

ตอนเช้ามากินอาหารเช้า

แล้วกลับดูไบ

(เอมิเรตพาเลท อยู่เมืองอาบูดาบี คนละเมืองกับดูไบ)

เป็นทางทะเลทรายเส้นเดิม แวะจอดเข้าห้องน้ำที่เดิม

แล้วพากันไป เที่ยวที่ท่าเรือ ท่าเรือมีเรือเพียบแต่เป็นพวกเรือยอช ซะมากกว่า มองข้ามน้ำไป มีตึกสูงๆ สวยมากมา มีเครื่องบินที่กำลังขึ้นบินผ่านไปมาหลายลำ

ปอก็ทำหน้าที่เป็นช่างภาพที่ดีๆจริง

ปอกับพี่สัญ ไปถ่ายรูปกับธง ตอนหลังเหลือพี่สัญคนเดียว น้องมนบอกให้พี่สัญ เอาธงชาติห่อตัว (เป็นธงชาติของประเทศเขานะ) พี่สัญก็ห่อ เสร็จคนบอกว่าปกติคนเราไม่เอาธงชาติมาห่อตัวนะยกเว้นตอน... เท่านั้นแหละ อย่างฮา

จากนั้นเราไปพิพิธภัณฑ์ ดูไบ

ที่นี่เล็ก แต่จัดของเยอะดี ส่วนใหญ่เป็นอาวุธ มีปืน มีด ดาบ มีกระโจมอาหรับ และเรือแคนู ร้อนมากเลยที่นี่ เพราะไปใกล้เที่ยงร้อนแบบทะเลทราย เหงื่อท่วมตัว

ที่นี่มีอูฐสตาฟ มีหุ่นขึ้ผึ้งหลายอันเลย

แล้วไปกินอาหารร้านอาหารฝรั่งเศส อย่างเลี่ยน คราวนี้ม้าลายก็ไม่ได้นั่งโต๊ะเดียวกับปอแล้ว เพราะปอต้องไปนั่งกับสปอนเซอร์

ม้าลายนั่ง ด้วยกันกับ น้องมน พี่สัญ น้องเป๋ง และพี่อ้อ พี่หมง และ พีเจขวัญ นั่งคุยกัน แซวกัน ชอบฟังพี่ขวัญคุย เค้าคุยสนุกน่ารักดี

การกินอาหารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะอยากรีบไปกัน อยากไปช๊อปปิ้ง แต่อาหารเลี่ยนม้าลายกินไม่ค่อยได้ ทั้งที่จริงๆชอบอาหารฝรั่งอยู่





จากนั้น เราไปปาล์มกัน เค้าถมทะเลเป็นรูปใบปาล์ม มีกี่งก้านสาขา มีบ้านอยู่ตามกิ่งปาล์ม ซึ่งบ้านทักษิณ และเบคแฮ่ม กับคนดังๆ อีกหลายคนก็อยู่ที่กิ่งปาล์มเหล่านี้ แต่โรงแรม ที่ม้าลายจะไปพัก อยู่สุดปลายปาล์มยื่นไปที่ทะเล ชื่อโรงแรมแอดแลนติดส์เดอะปาล์ม โรงแรมนี้มีสวนน้ำ และอคอเลี่ยมด้วย แน่นอน ม้าลายจ้องสวนน้ำนี้มานานแล้ว แต่ว่า วันนี้อาการไม่ดีเลย เวียนหัว สงสัยว่าจะเล่นได้ไหม



ที่เช็คอิน โรงแรมนั้นอยู่ชั้น 12 ซึ่งเป็นห้องอาหารเช้าด้วย จากนั้นก็เข้าห้องพักอยู่ชั้น 13 พวกหนุ่มๆ พักฝั่งตรงข้าม ส่วนปอ พักห้องเลยลึกเข้าไป ห้องพักมีระเบียงมองเห็นทะเล ทุกห้อง ม้าลายมองเห็นทะเลแล้วอยากเล่น แต่คลื่นแรงมาก อย่างที่ชอบเลย แต่ทว่า มันไม่ใช่ชายหาด มันเป็นโขดหิน เล่นไม่ได้ อดไป เล่นได้แต่สวนน้ำ เมื่อได้ที่พักเรียบร้อยแล้ว ก็พากันไปสวนน้ำกัน

ก่อนไปสวน น้ำก็ไปแวะชั้น 12 มีเครื่องดื่มกับขนมกินฟรี ม้าลายล่อแชมเปญ ไปสองถ้วยกับขนมอีกเยอะเลย ปอเดินมาเห็นพวกเราดื่มกันอยู่สี่คนก็แซว ฮ่าๆๆ

พอกินได้ เวลาอันควร ก็ไปสวนน้ำ ปอใส่ชุดเตะบอลช่องสาม สีเขียวและใส่ชุดเล่นน้ำไว้ข้างใน เราพากันเดินไปสวนน้ำ ต้องแสดงบัตรห้องพัก เพื่อให้เขาใส่ริสแบนที่ข้อมือ เป็นชื่อแอดแลนติดส์เดอะปาล์ม ถึงจะเข้าไปได้ ม้าลายยังเก็บไว้ที่ข้อมือจนถึงวันนี้

เราพากันไป เล่นสไลเดอร์ แต่เล่นแบบห่วงยางล่องไปตามท่อน้ำ ตอนแรกเล่นกับน้องมน เป็นห่วงแบบคู่เล่นได้ทีละสองคน แต่ห่วงมันไม่มีที่รองก้น ก้นพากันกระแทกพื้น

พวกหนุ่มๆ รวมถึงปอ พากันไปเล่นสไลด์เดอร์อันสูง ที่ชันมาก กล้ามากเลย ปอไม่ใส่เสื้อ...อุ๊ยยย ไม่กล้ามองค่ะ....

อาย..55501

วิ่งเล่นกัน รีบเล่นกัน

มีสไลเดอร์ หลายอันมาก แต่ม้าลายไม่ชอบ เพราะมีช่วงนึงจะมืด ยาวเหมือนกัน กลัว กลัวหายใจไม่ออก อันสุดท้ายที่เล่น มืดแล้วโผล่มาตรงกลางตู้ปลา มีปลาน้อยกลอยใจแหวกว่ายข้างๆ อันนี้ม้าลายแหกปาก ลายกระจาย ปอก็ล่องตามลงมาติดๆ แต่ม้าลายหมดสภาพ เพราะกลัวความมืด สุดท้าย ลอยมาเกยตื้น ม้าลายก็ขึ้นฝั่งไปอ๊วกๆๆ หมดสภาพ พี่อ้อหิ้วขึ้นห้องไป แต่น้องมนยังอยู่

น้องมนเล่าว่าพอม้าลายขึ้นห้องไป ปอถามหาม้าลายด้วย กรี๊ดๆๆๆ

เราต้องรีบอาบน้ำ เพราะต้องพากันไปช๊อปปิ้ง ที่ห้างดัง (จำชื่อมะได้ละ)

ก็รีบแต่ง ตัวกัน ที่ห้างนี้ ม้าลายไปที่บริเวณขายของอาหรับ ซื้อตุ๊กตาอูฐมาฝากเพื่อนร่วมงานที่แนะให้ม้าลายเล่นเกมจนได้ไปเที่ยว หนึ่งตัว ซื้อของพวกขนมอีกนิดหน่อย แอบไปเดินคนเดียว แต่ว่า คนอื่นๆ มีไปด้วยกัน ม้าลายเข้าไปในซุปเปอร์มาเกตคาฟูซื้อขนมสองสามห่อ

พี่สัญ ซื้อกระเป๋าหลุยให้ภรรยา โอ๊ววว สองหมื่นกว่า รักภรรยาจริงๆ

ตอนกลับม้าลายหลงไปอยู่คนเดียวกลางทะเลอาหรับ เกือบกลับไม่ถูก พี่นิ่มกับพี่เอ็ดเดินตามหากัน เหอะๆ หน้าจ๋อยเลยช้าน

เรานั่งรถ กลับโรงแรมกัน เป็นรถเหมือนรถฟรี ออกเป็นเวลาจากโรงแรมไปห้าง จากห้างไปโรงแรม ในรถมีพวกเราเต็มรถ ปอน่ารักชวนพี่สัญคุยตลอด เพราะแซวซื้อกระเป๋าแพงระยิบไปฝากภรรยา

กลับโรงแรม ก็ไปกินบุฟเฟ่นานาชาติอาหารเย็น ห้องอาหารใหญ่มากๆๆ คนเยอะมากๆ ขนาดสามทุ่มกว่า ของกินเยอะมากๆ มีอาหารทะเลกุ้งโตๆ แต่ว่ามีเวลากินไม่นาน เจอเร่ง มีปูตัวโตๆ น่ากินมาก แต่เจอเร่ง มีสตอเบอรี่ ฟองดูมากมาย กินไปสิบกว่าไม้ อยากกินอีกแต่เจอเร่ง จะไปดู อคาวเลี่ยม แต่สุดท้ายก็ไปไม่ทัน จะกลับไปกินอีกก็ไม่ได้แล้ว

เลยไปนั่งคุยกันริมสระว่ายน้ำตรงทะเลห้าคน

มีม้าลาย พี่สัญ น้องเป๋ง น้องมน และพี่ขวัญ

คุยกันนานมาก เล่าเรื่องครอบครัวให้ฟัง พี่ขวัญน่ารักจัง เล่าหลายเรื่องให้ม้าลายเรียนรู้

พอได้เวลาอันสมควรเราก็กลับขึ้นข้างบน ระหว่างทางเจอพี่แจงกับพี่นิ่ม ที่ไปดื่มกันมาด้วย เราก็ขึ้นห้องนอนครอก

วันที่ 10 ธันวาคม ที่โรงแรม แอดแลนติส เดอะ ปาล์ม

เช้าตื่นมา งัวเงีย นิดหน่อย จะบอกว่าตลอดเวลาที่ไปเที่ยว นอนวันนึงไม่เกินห้าชัวโมงเลย แถมไม่หลับบนรถ เพราะกินกาแฟเพื่อการขับถ่ายที่ดีอีกต่างหาก

วันนี้กิน อาหารเช้าเป็นบุฟเฟ่ที่น่ากิน อยู่ที่ชั้น 12 เรากินกันตรงระเบียง บรรยากาศดีมาก มองออกไปเห็นทะเล ปกติพวกม้าลายจะลงมากินกันเป็นเวลากลางๆ พวกสปอนเซอร์จะลงมาก่อน ส่วนพวกหนุ่มๆ ไม่รู้แต่งตัวนานหรือนอนเพลิน จะลงมาเป็นพวกสุดท้ายประจำเลย

ซักพักปอก็ลง ม้าลายงัวเงียกินอาหาร อาหารเยอะมาก และน่ากิน ผลไม้ บุฟเฟ่ดีมาก มีกีวี่ ผลไม้ราคาแพงทุกวัน พวกลูกไหน ผลไม้ดีๆ ทั้งนั้นเลย แตมีเวลากินน้อย เพราะวันนี้ต้องไปนั่งฮอ ต้องรีบกิน

(อาหารดีทุกมื้อจริงๆ เสียดายบางมื้อให้เวลากินน้อยบ้าง ม้าลายห่วงถ่ายรูปบ้าง บางมื้อเลี่ยนมาก เลยกินไม่ค่อยจะคุ้ม )

แล้วพร้อม กันที่ลอบบี้ เราจะไปนั่งฮอกัน ที่นั่งฮอ อยู่ใกล้ๆท่าเรือ ไม่รู้เป็นแม่น้ำหรือทะเล แต่ว่า มีสวนสนุกอยู่ใกล้ๆ เห็นชิงช้าสวรรค์ของเค้าเป็นรูปแบบอาหรับ มีม้าหมุน และอะไรอีกหลายอย่าง น่าเล่น แต่เป็นเวลาเช้า เครื่องเล่นเหล่านี้ยังไม่เปิด

การนั่งฮอ แบ่งออกเป็นสี่รอบ เพราะว่าฮอนั่งได้ทีละ 6 คน ซึ่งต้องคำนวนน้ำหนักให้ดี ปกติเค้าจะเอาคนเบาไว้ข้างหน้า ม้าลายอาจจะเบากว่าคนอื่น ไม่ได้แปลว่าไม่อ้วน แต่ก็ด้วยความกลัวความสูง นั่งตรงกลางดีกว่า มันเหวี่ง เค้าว่างั้น

ต้องเทรน ก่อนไปนั่ง ว่าเวลานั่งต้องทำยังไงบ้าง ดูเส้นทาง ต้องไปเทรนในห้อง ใช้เวลาเหมือนกัน อุปกรณ์ต่างๆ ของเครื่อง ห้ามไปกระดุกกระดิกมากไปในฮอ ของไม่จำเป็นห้ามนำขึ้นไป มันจะหนัก แค่หมูหกตนกับกัปตัน ก็เยอะพอแล้ว เอาไปได้แต่กล้องถ่ายรูป

ม้าลายได้นั่งกับเพื่อนๆ ทั้งหมด กับพี่ขวัญ ซึ่งพี่ขวัญ กับเป๋งนั่งข้างหน้า

ส่วนข้าง หลังเรียงอย่างนี้ พี่อ้อ ม้าลาย น้องมน พี่สัญ (พี่อ้อ กับพี่สัญได้นั่งริมหน้าต่าง) แต่ม้าลายก็เห็นวิวชัด และดูไม่น่ากลัวเท่านั่งริมเกินไป

ฮอ บินผ่านสถานที่สำคัญ เช่น โครงการเวิลดูไบ ตึกสูงที่สุด ผ่านโรงแรมปาล์ม ที่พักของพวกเรา และ โรงแรมเรือใบ ที่จะพักคืนสุดท้าย โฮ๊ววววว สวยสูง เด่น เป็นครั้งแรกในชีวิต และคงจะครั้งเดียว ที่ได้นั่งฮอ จริงๆ กลัวอยุ่ เพราะมันสูง เสียงดัง

ฮอ บินไปมา ผ่านสถานที่สำคัญประมาณครึ่งชั่วโมงก็แล่นลงดิน เป็นการเสร็จมิชชั่นโบบิน มันเหวี่ยงเหมือนกัน น่ากลัวเหมือนกัน นั่งตัวแข็ง

เมื่อลงฮอมาก็กระโดดถ่ายภาพกันเป็นอันเสร็จสิ้นภาระกิจ พี่เอ็ด กระโดดถ่ายภาพ ท่างแหกขา ปรากฎว่า กุงเกงเป้าขาด เป็นที่ฮาอย่างยิ่ง



จากนั้นก็กลับโรงแรม เพื่อไปเช็คเอ้า

กลับไปถึง ต้องรีบไป อควเลี่ยมก่อน เพราะเมื่อคืนดูไม่ทัน ที่นี่ก็มีปลาเยอะพอควร แต่ม้าลายว่า ก็ยังคงสู้พาราก้อนไม่ได้ สู้ที่เซนโตซ่าไม่ได้ ยังเล็กอยู่ แต่ที่นี่มีตู้ปลาใหญ่กว่าที่อื่น เพียงแต่ไม่มีอุโมงปลา เท่านั้น (มีแต่อุโมงปลาที่สวนน้ำ)

หลังจากทักทายกับปวงปลาเสร็จ รีบเช็คเอ้า

เราต้องไป กินอาหารบุฟเฟ่ นานาชาติกัน อาหารเยอะดีที่นี่ แต่ม้าลายสน ปวงเค้กมากกว่า ดูน่ากิน และมีมากมายจริงๆ กินอาหารไปนิดเดียว ที่เหลือของหวาน

หลังโรงแรม เป็นเหมือนคลอง มีเรือเล็ก แต่เป็นเรือยนต์วิ่งไปมา เค้าจะทำเหมือนเวนิส แต่มันดันเป็นเรือยนต์ ก็ถ่ายรูปกันพอสมควร ที่นี่ปอเป็นช่างภาพอีกตามเคย จริงๆ ปอเค้าก็คอยถ่ายรูปพวกเราตลอด จนคนที่เห็นทริปของพวกเราสงสัยว่า ปอเป็นซีเลฟ หรือว่า เป็นช่างภาพกันแน่

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่โรงแรมแปดดาว โรงแรมเรือใบ

ตั้งแต่เกิด มายังไม่เคยเห็นโรงแรมไหนสวยได้ขนาดนี้ โรงแรมนี้ สูง และแบ่งเป็นห้องๆ ละสองชั้นด้วย มีบัตเลอร์ (เจ้าหน้าที่) ประจำทุกห้องๆ ละคน ของใช้ในโรงแรมล้วนแต่เป็นแบนมียี่ห้อทั้งสิ้น

ไปถึงก็เช็ค อิน ได้พักชั้นสาม จริงๆ อยากพักสูงๆ เหมือนกัน แต่ชั้นสามก็โอเคแล้วละ ของฟรีเอาอะไรมากมาย เจ้าหน้าที่ พาไปดูห้องตัวอย่าง แนะนำวิธีใช้ของแต่ละอย่าง เช่น มีทีวี ในห้องมีสองเครื่อง ข้างบนห้องนอนเครื่องนึง ข้างล่างเครื่องนึง ข้างล่างนั้น ติดผนักหุ้มด้วยทองคำ เค้าบอกว่าถ้ามีคนมากดกระดิ่งหน้าห้อง เราสามารถเปิดทีวีดูได้ว่าใครมา แล้วยังสามารถกดจากรีโมทเลยให้เปิดประตู

ทุกห้องมีโต๊ะทำงาน บนโต๊ะมีโนตบุค 1 เครื่อง ข้างๆ มีเครื้องแฟกด้วย

มีห้องน้ำสองห้อง ข้างบน เป็นห้องน้ำอย่างดี มีจากุสซี่ ข้างล่างเป็นห้องส้วมธรรมดา

ข้างล่างนอกจากโต๊ะทำงานแล้ว มีมินิบาร์ มีชุดรับแขก สองชุด มองออกกระจกไปเห็นทะเล

มีโต๊ะกินข้าว ที่มีผลไม้ต้อนรับอย่างดีวางอยู่บนโต๊ะ น่าเศร้า ม้าลายไม่มีพื้นที่ในท้องหลงเหลือที่จะจุอะไรได้เลย

มีห้องเก็บของใต้บันใดด้วย

ตรงมินิบาร์ มีน้ำดื่มวางให้ ห้องม้าลายพักสามคนก็มีสามขวด แต่ความโง่ของม้าลาย เห็นขวดดูดีมีสกุลรุนชาติ ก็ไม่กล้าดื่ม ไปดื่มน้ำก๊อก มีไวน์แดงฟรีหนึ่งขวด สำหรับดื่มได้ และมีพวกขนม ไวน์เสียตังค์อีกเป็นจำนวนมาก ตู้เย็นอัดแน่นไปด้วยข้าวของขนมน้ำ ล้วนแต่ราคาแพงและมียี่ห้อทั้งสิ้น

หลังจากเข้า ห้องพัก พวกเราต้องอาบน้ำและแต่งตัวดีๆ เพราะเราต้องไปล่องเรือยอช จากนั้นต้องไปทานอาหารที่ภัตรคารใต้ทะเล ที่ว่าแพงติดอันดับโลก (แต่อาหารเลี่ยนโครตๆ)

เนื่องจาก สมาชิกมีทั้งหมด 23 คน รวมคุณแตงซึ่งเป็นไกด์ เราจึงต้องแบ่งสมาชิกออกเป็นสองกลุ่ม เพื่อนั่งเรือสปีดโบด ไปที่เรือยอร์ช ที่เราจะนั่งกัน ม้าลายกับเพื่อนก็เกาะกลุ่มกันเพื่อจะลงเรือลำเดียวกันหมด ปอ กับ อาอ้อย ก็กระโดดขึ้นเรือสปีดโบด ม้าลายกับเพื่อนก็ตามไป (รองเท้าต้องถอดออกเก็บไว้ที่ฝั่งทั้งหมด)

บนเรือไม่ต้องใส่รองเท้า

ปอ พอกระโดดขึ้นเรือได้ ก็กระโดดต่อไปตรงหัวเรือทันที ถ่ายรูปอย่างไม่คิดชีวิด ม้าลายกับพี่สัญก็กระโดดตาม น้องมนอยากขึ้นมาด้วยเช่นกัน แต่น้องมนเรียบร้อย จึงรีรออยู่ สุดท้ายก็ค่อยๆ ขึ้นมาอย่างกุลสตรี ไม่เหมือนม้าลายที่กระโดดโลดโผนขึ้นไปอย่างไม่กลัวกระโปรงเปิด

พอเรือสปีดโบดไปถึงเรือใหญ่ พวกเราก็ขึ้นเรือยอร์ชใหญ่กัน หาที่นั่งตามชอบใจ

เช่นเคยพวก เราไปนั่งกันหัวเรือ ตรงหัวเราเค้าเอาเชือกแข็งแรงมาสาน เอาเบาะมาวาง สี่ห้าอัน ไปถึงก็จองคนละอัน ปออันหน้าสุดเลย ถัดมาเป็นพี่สัญ ม้าลาย น้องมน ถ่ายรูปกันสนุกสนาน ปอสนุกมากเลย เจออาอ้อยว่านิดนึง เพราะอาอ้อยคงกลัวปอทำของตกน้ำ เลยบอกให้ปอเอาของมาไว้กับอาอ้อยทั้งหมด

หลังจากเรือ สปีดโบดกับไปรับอีกพวกนึงมาครบ เรือยอร์ชใหญ่ก็ออกเดินทางไปตามอ่าว ของดูไบ เราได้ดูดวงอาทิตย์ตกบนเรือ ได้จิบแชมเปญ แต่ลมแรงมาก กระโปรงเปิดไปไม่รู้กี่รอบ ม้าลายดื่มแชมเปญ ไปประมาณสองแก้ว กินผักดิบไปเยอะเหมือนกัน เค้าเอาผักดิบมาให้กินกับแชมเปญ ม้าลายได้ทีกินผักกับแชมเปญ เริ่มงอแงละ หลายคนมานั่งล้อมวง อาอ้อย เริ่มคุย เค้าเล่าถึงดาราคนนั้นคนนี้ที่เคยปั้นมา เช่น นาวินต้า เนื่องจากมึนๆ เลยฟังไม่รู้เรื่อง แล้วก็เดินไปเดินมา มัวมานั่งคุยก็ไม่ได้สัมผัสวิว ม้าลายเลยแยกตัวออกไปนั่งดูทิวทัศน์ดีกว่า ส่วนปอ อยู่กับทีมงาน พี่แจง เอาแชมเปญไปดื่มเป็นขวดเลย ทีมงานวิทยุสี่ห้าคนคุยกันอย่างสนุกสนาน เรือยอร์ชแล่นมาจนถึงโรงแรมแอตแลนติสเดอะปาล์ม ที่เราพักเมื่อคืน จากนั้นก็แล่นกลับ

แปลกนะ ตอนไปนานกว่าตอนกลับ ไม่นานก็ถึงฝั่ง แล้วก็กลับโรงแรม มีเวลาชั่วครู่ในการแต่งหน้า ราว สิบห้านานที แล้วเราก็ต้องลงมา เพื่อจะไปกินอาหารเย็นที่ภัตรคารใต้น้ำ ที่ว่าแพงที่สุดในโลก

ต้องลงไป ข้างล่าง ไม่อยากบอกว่ามันก็ไม่เท่าไหร่ เหมือนเอาตู้ปลาใหญ่ๆ มาอยู่ข้างๆ มันไม่ใช่ปลาตามธรรมชาติ แล้วปลาก็ตัวเล็กๆ เป็นลูกปลา หรือว่าจะคาดหวังมากไปกับภัตรคารที่ไดชื่อว่าแพงที่สุดในโลกก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เหมือนนั่งกินข้าว แล้วข้างๆ เป็นตู้ปลา

อาหารมื้อ นี้แพงจริง ขนาดน้ำเปล่าที่เสริฟ ยังเป็นน้ำแร่จากนอร์เวย์ ตีเป็นเงินไทยขวดละห้าร้อยบาท ม้าลายขอขวดเก็บกลับบ้านมาด้วย เพราะมันสวยดี ขวดพวกนี้ทำให้กระเป๋าหนักขึ้นอีกโลนึง และมีไวน์ด้วย ไวน์แดงหรือขาวเลือกได้ตามใจ ม้าลายดื่มไวน์แดงที่นี่ไปราวๆ สองแก้ว เพราะน้องมนไม่ดื่มมาก ดื่มแล้วเหลือ เลยเสร็จม้า อาหารที่ทานเป็นอาหารเซท มีออเดิฟเป็นกุ้งใหญ่สองตัว ของหวานแบบฝรั่ง ล้วนแล้วแต่เลี่ยนมาก

(สรุปตอนนี้มีแอลกอฮอลในสายเลือดเยอะทีเดียว แต่ไม่จบ)

แล้วขึ้น ห้องอาบน้ำใส่ชุดนอนกัน คืนนี้มีปาร์ตี้ที่ห้องพี่แจง เราต้องเอาไวน์แดงไปห้องละขวด ใส่ชุดนอนไป เพราะรู้ว่า กลับมาคงอาบน้ำไม่ไหว

ม้าลายกับน้องมน ก็เอาไวน์ไป มันเป็นไวน์ฟรี พี่แจงอยู่ห้อง 301 ม้าลายอยู่ห้อง 311

เข้าไปใน ห้องพี่แจง ปอเดินลงมาจากห้องพี่แจงชั้นบน แต่งชุดชีคลงมา หน้าให้มากเลย กลายเป็นชาวเอมิเรตไปแล้วปอ ปอเดินมานั่งที่ชุดรับแขก เทไวน์ให้พวกเราคนละแก้ว ดื่มไปครึ่งแล้ว ม้าลายกับพี่สัญก็เดินไปตามพี่เอ็ดที่ห้องของเค้า หลังจากอ้อนวอนที่พื้นอยู่นาน ก็กลับ

พี่เอ็ดรับปากจะมาแต่ก็ไม่มา พี่ขวัญบอกว่าจริงๆ พี่เอ็ดป่วยอยู่ก็เลยควรจะพักผ่อน

คืนนี้ ม้าลายดื่มไวน์ไปอีกจำนวนนึง ไม่รู้แค่ไหน แต่ปอก็ดูแลพวกเราทุกคนไม่ให้ขาดไวน์ในถ้วย ปอคุยสนุก พี่สัญเริ่มเมากลิ้งไปมาบนพื้น ม้าลายก็เลยกลิ้งตาม

บัตเลอร์เอา เกมเพลย์มาให้ เป็นเพลย์สอง และหมากรุก ปอเล่นหมากรุกเป็นแน่นอน เพราะเอาตัวหมากมาเรียงอย่างชำนาญ แต่ไม่มีใครกล้าเล่น ม้าลายก็เคยเล่นเป็น แต่ไม่ได้เล่นนาน จึงจำไม่ได้ อีกอย่างไม่มีใครสนใจเกมใดๆ เพราะเอาแต่นั่งคุย และม้าลายก็ทำแว่นตาหายในคืนนี้ ไม่รู้ว่า ลืมไว้ห้องพี่แจง หรือลืมไว้ห้องตัวเอง แต่น่าจะใส่กลับห้อง เพราะว่า ไม่งั้นเดินไม่ถูกแน่

ปอเค้าเล่น ตามเวลาสมควร แล้วลากลับห้องไป ส่วนพวกม้าลายก็เล่นกันต่อ ประมาณเกือบเที่ยงคืน บัตเลอร์ก็เอาน้ำหวานมาให้กิน เป็นน้ำหวานรสองุ่น (คิดว่ามาไล่กลับห้องมากกว่า) พอดื่มน้ำหวานได้ครึ่งถ้วย ม้าลายเริ่มเวียนหัว เลยพากันกลับห้องกับน้องมน

กลับห้องไปถึงก็นอนไม่รู้เรื่องยันเช้า

ส่วนพี่สัญ กับเป๋ง ได้ข่าวว่านอนกลิ้งไปกลิ้งมา โดยเฉพาะพี่สัญ เกือบหลับคาห้องพี่แจง พี่นิ่มต้องมาหิ้วกลับห้องไป พี่นิ่มเป็นทีมงานคนนึงหุ่นดีสาวมั่น เลยมีแรงหิ้วสองหนุ่มกลับห้อง

เช้าวันรุ่งขึ้น ในห้องม้าลายพี่อ้อตื่นเป็นคนแรก เลยอาบน้ำแต่งตัวก่อน พี่อ้อเรียบร้อยไม่กินไม่ดื่ม คอยดูแลน้องๆ

ม้าลายคนที่ สองและน้องมนคนสุดท้าย เราเก็บข้าวของ แล้วพากันไปกินอาหารเช้า ม้าลายเวียนหัวอย่างแรง อาหารเช้าที่น่ากิน เหมือนจะกินไม่ลง เลยกินก๋วยเตี๋ยวไปสามชาม ม้าลายนั่งโต๊ะเกือบริมหน้าต่าง หลังจากกินไปได้นิดนึงอาอ้อยก็ลงมา ม้าลายทักทาย และเชิญให้นั่งโต๊ะข้างๆ ซึ่งริมหน้าต่าง ซักพักปอ ก็ตามมา และนั่งโต๊ะข้างๆ

ปอเห็น ม้าลายกินก๋วยเตี๋ยว ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากเส้นกับผัก ก็ตักแบ่งเป็ดตุ๋นให้ชิ้นนึง (ใจดีใช่ไหมเนี่ย) แล้วเรานัดแนะกันว่าจะไปสวนน้ำ

ที่ห้องอาหารนี้ ห้องน้ำสวยมาก อ่างล้างมือเป็นแก้วทั้งอัน สวยมากจริงๆ

หลังจากทาน อาหารเสร็จม้าลายก็ขึ้นห้องไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเพื่อไปสวนน้ำที่เรียกว่า เวิลไวดี้ บางคนเรียกเวิลดี้ไวดี้ เป็นของโรงแรม และอยู่ใกล้ๆ โรงแรม ต้องนั่งรถกอฟ ไป เราไปกันสามคน คือพี่อ้อ ม้าลาย และน้องมน ไปถึงก็บอกเบอร์ห้อง เค้าก็เอาข้อมือแม่เหล็กให้ใส่ ไว้ผ่านเข้าออก

พี่อ้อมาเดินถ่ายรูปหลังจากนั้นก็กลับ

เหลือม้าลายกับน้องมน ก็เปลี่ยนชุด เอาของเข้าล๊อกเกอร์ และเตรียมเล่นน้ำ

ที่นี่มี สไลดเดอร์สูงๆ และแล่นลงมาได้ มีช่องเล่นน้ำมากมาย ดูอะลังการ ไม่แพ้ที่แอตแลนติสเดอะปาล์ม แต่พูดถึงความชัน เดอะปาล์ม ชันกว่ามาก ที่นี่สูงพอๆ กันแต่ไม่ชัน ค่อยๆ ลงมาแรงเหมือนกัน น้องมนกับม้าลายไม่กล้าเล่นอันสูง เลยไปนั่งห่วงยางที่ไหลไปตามท่ออีก ที่นี่สนุกกว่า มันมีแรงดันน้ำที่ดันให้สูงขึ้นแรงเหวี่ยงน้ำที่ทำให้ไหลไปตามท่อ เร็วช้าต่างกัน ทำให้สนุกสนาน มาก

ม้าลายเล่นจนเวียนหัว น้องมนเลยพาขึ้นฝั่ง เพราะเวียนหัวมาก กลัวอ๊วกแบบวันก่อนอีกเหมือนกัน แล้วก็พากันกลับ

พี่ขวัญเล่า ว่า ตอนพี่ขวัญ พี่สัญ กับปอจะกลับโรงแรม รถกอฟไม่สนใจ เพราะไม่คิดว่าพวกเราจะมีปัญญาพักโรงแรมเรือใบ แต่พอปอ ถอดรองเท้าแตะที่ใส่ไป ที่มีป้ายโรงแรมเรือใบ แล้วชูรองเท้าให้ คนขับรถกอฟ ดู คนขับรถ รีบขับมารับเลยทีเดียว

หลังจากกลับ ห้องพักสุดหรู ก็อาบน้ำแต่งตัว เตรียมเช็คเอ้า เราต้องกลับกันแล้ว (ตอนระหว่างเช็คเอ้า แอบขอลายเซนปอมาด้วย ปอ งง ถามว่า เอาจริงดิ 5555+ ไม่จริงมั้งปอ)

อาหารกลางวันเป็นโต๊ะจีน

ม้าลายก็ยังคงคอนเซป กินอาหารโต๊ะจีนไม่ค่อยได้ตามเคย หิวโซ แต่ไม่กินเยอะเพราะกินไม่เป็น

จากนั้นก็ไปช๊อปปิ้งที่ห้างดัง ไม่แน่ใจว่าชื่อ ดูไบมอล หรือเปล่า

คราวนี้กลัวหลง เลยเดินกันสี่คนตลอดไม่ทิ้งกัน มีพี่ขวัญอีกคน

เงินออกจากกระเป๋าซะที ซื้อเสื้อยี่ห้อ HM มาเป็นจำนวนมาก มาฝากแฟน และให้ตัวเอง ให้เพื่อน ได้สีส้มสีเขียว

ซื้อขนมและชอคโกแล็ค

หลังจากนั้น ก็ลองชิมสตาร์บัคดูไบ.... +_+ แพงได้อีก สั่งเย็นได้ร้อน ราคาตั้ง 27 เดอแฮ่ม ตกเป็นเงินไทย 260 บาท แพงกว่าที่ไทย เกิน 100 อีก

แต่เอานะ ถือว่าชิมกาแฟอาหรับ

อาหารมื้อสุดท้ายก่อนกลับ คือไปกินที่ร้านอาหารที่ตกแต่งสไตล์อียิปต์ มีสฟิง ฟาโร เต็มไปหมด ภาพสลักผนักสไตล์อียิปต์

อาหารเลี่ยนอีกตามเคย (ทำให้สวาปามบนเครื่องบิน)

แล้วก็รีบไปคาฟู ซื้อถั่วมาราวๆ สามกิโลฝากผองเพื่อน

เพราะถั่วที่นี่เป็นถั่วแปลกๆ ที่ไม่มีที่อื่น คนกินชอบกินจริงๆ ด้วย

จากนั้นก็ รีบไปสนามบิน เมื่อมาถึงสนามบิน ปอทำสิ่งที่ม้าลายประทับใจมาก คือ พอถึง คนขับรถก็มาเปิดใต้รถ หยิบกระเป๋าเดินทางใต้รถออกมาวางที่ฟุตบาท ปอไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ไปช่วยเค้ายกออกมา (ขณะนั้นฝนตกด้วย) ดังนั้น พวกเราหลายคนก็เลยพากันไปช่วยหิ้วของออกมา เมื่อได้กระเป๋าแล้ว ก็เอาเข้ามาบริเวณ ด้านหน้าสนามบิน คนเยอะมากส่วนใหญ๋เป็นแขกเหม็น พวกอินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน ที่เดินทางมาทำงานที่ดูไบ เต็มสนามบิน (เหมือนตอนมา) เหม็นจริงๆ ทำให้สนามบินพลอยเหม็นไปหมด (ไม่เข้าใจทำไมเค้าทนกันเองได้) หลายคนเปิดกระเป๋าแพคของ

และเจ้า หน้าที่ความปลอดภัยมาไล่พวกเราไม่ให้แพคของ แต่พวกเราก็ไม่ฟัง เจ้าหน้าที่เริ่มโกรธ และรู้สึกว่าพวกเราจะฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง พี่ขวัญก็ไม่พอใจเจ้าหน้าที่อย่างมากเริ่มขวัญออกหู อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ไม่เจอไล่ ไม่มีการทะเลาะกันขึ้นรุนแรง พอแพคเสร็จก็เดินเข้าบริเวณตรวจวัตถุระเบิด ที่นี่ตรวจเข้มเหมือนกัน (นึกว่าจะมีเรื่องกัน เพราะเจ้าหน้าทีด่า และคนของเราก็โมโหอยู่)



เข้าไปในดิวตี้ฟรี ม้าลายก็เดินกันสี่ห้าคนตามเคย แต่ตอนใกล้ขึ้นเครื่องต้องรีบซื้อ เพราะต้องใช้เงินให้หมด

สุดท้ายซื้อเครื่องสำอางไปหมดเลย ใช้จนเงินหมด ขาดไป 1 เดอแฮ่ม (ประมาณ8-9บาท) คนขายใจดียกให้ด้วย เหอะๆ

ก่อนขึ้น เครื่องก็คุยกับปอเป็นครั้งสุดท้าย เอ่ยปากชมในความมีน้ำใจของเค้า แอบขออีเมล์มา (ทางคุณเพื่อนๆทั้งหลายเชียร์ใหขอเบอร์ แต่ไม่กล้า และไม่รู้จะเอามาแล้วทำอะไรได้ เพราะคงไม่โทรไปคุยอยู่แล้ว ไม่กล้าคุยหรอก) ได้อีเมล์มา เหอะๆ จะเอามาทำอะไรน้า

ได้เวลาก็ ขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพ บินหกชั่วโมง กินอาหารเสริฟเป็นเนื้อทำแบบแขก อร่อยมาก กินเลียบไม่สนขนม หรืออะไรทั้งนั้น สนแต่อาหาร หลังจากกินเสร็จว่าจะไม่นอน ว่าจะดูหนัง แต่หลับ หลับไปคาหนังที่เปิดไว้ด้วย

เมื่อถึงกรุงเทพแยกย้ายกันกลับ แต่ที่กรุงเทพ เราไม่เห็นปอ อีกเลย

..................

จบ บันทึกการเดินทางเที่ยวดูไบแต่เพียงเท่านี้









Free TextEditor




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2553
1 comments
Last Update : 13 มีนาคม 2553 17:12:15 น.
Counter : 1407 Pageviews.

 

อิจฉาจัง อิอิ

 

โดย: sweetiemom 16 มีนาคม 2553 6:44:32 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ม้าลายพาดกลอนแห่งนครตูริน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็แค่ม้าลายธรรมดาๆ ไม่ใช่ม้าวิเศษ
ฮี้หอปๆๆ
Google
Friends' blogs
[Add ม้าลายพาดกลอนแห่งนครตูริน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.