Imagination is more important than knowledge
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
7 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
ข้าวหน้าเนื้อ

ใครเคยอ่านการ์ตูนเรื่องคินนิคุแมนบ้าง? ถ้าพอจำกันได้จะพบว่าตัวพระเอกชอบกินข้าวหน้าเนื้อเป็นที่สุด

ข้าวหน้าเนื้อหน้าตาเป็นอย่างน
ี้


ข้าวหน้าเนื้อ นี้เรียกภาษาญี่ปุ่นว่า "กิวด้ง"
กิว แปลว่า วัว
ด้ง หมายถึง อาหารที่เป็นข้าวโปะด้วยกับข้าวแล้วเสริฟในถ้วยชาม
กิว + ด้ง = ข้าวหน้าเนื้อ ด้วยประการฉะนี้แล
ตั้งแต่ข้างล่างเป็นต้นไปขอเรียกข้าวหน้าเนื้อว่ากิวด้งหล่ะครับ

กิวด้งนี้มีขายในรูปแบบอาหารตามสั่งหรือฟาสต์ฟูตก็มี ราคาก็มีหลายระดับ ถ้าเป็นร้านตามสั่งอาจจะเสิรฟ์เป็นเซตซึ่งมีอาหารจานหลัก ผักดอง และซุปเต้าเจี้ยว ราคาก็ตกประมาณ 600 เยน ถ้าขายในรูปแบบฟาสต์ฟูตก็จะเสิร์ฟแต่อาหารจานหลัก ราคาก็ตกประมาณ 400 เยน

ในญี่ปุ่นมีร้านแฟรนไชส์ที่ขายกิวด้งเป็นเมนูหลักของร้านอยู่หลายแฟรนไชส์ ซึ่งในช่วงราวปี2003 ร้านแฟรนไชส์ที่ยอดขายกิวด้งสูงที่สุดในญี่ปุ่นคือ "โยชิโนยะ" เนื่องจากราคาที่ถูกเพียงแค่ 280 เยน(ขนาดธรรมดา) นับว่าเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ใช้แรงงานที่ต้องการอาหารรสชาติอร่อย ปริมาณใช้ได้ เสริฟ์รวดเร็ว และ ราคาถูก ร้านโยชิโนยะเป็นที่นิยมมากจนมีชื่อเรียกกิวด้งของร้านโยชิโนยะ ว่า "โยชิกิว"

ลักษณะร้านโยชิโนยะหรือร้านแฟรนไชส์เหล่านี้ โต๊ะที่ลูกค้าจะนั่งนั้นเป็นเคานเตอร์สะทั้งหมด ผมมีข้อสังเกตว่าผู้ที่มาทานกิวด้งตามร้านจะเป็นผู้ชายสะส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยมีผู้หญิงมากินกิวด้งตามร้านตามลำพังคนเดียว ถ้าไม่มานั่งกินกับคนรู้จักคนอื่นที่เป็นผู้ชายคนอื่น ก็มักจะซื้อไปทานที่บ้านสะทั้งหมด

ในช่วงราวๆปี 2004-2006 มีข่าวคราวเกี่ยวกับการพบอาการโรควัวบ้าในต่างประเทศ (โรควัวบ้า (BSE :Bovine Spongiform Encephalopathy) เป็นอาการผิดปกติทางสมองของวัวโดยสมองเปลี่ยนไปเป็นรูปฟองน้ำ ยังไม่ทราบสาเหตุของอาการแน่ชัด) ได้สร้างความกังวลต่อชาวญี่ปุ่นทั่วไป ทางรัฐบาลจึงได้สั่งงดนำเข้าเนื้อวัวจากต่างประเทศเช่น อเมริกา และ ออสเตรเลีย จนกว่าจะมีมาตรการรับรองว่าเนื้อวัวที่นำเข้ามามีการตรวจสอบว่าปราศจากเชื้อโรควัวบ้า

ด้วยเหตุนี้ ร้านแฟรนไชส์หลายเจ้ารวมทั้งโยชิโนยะ ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระงับการนำเข้า เพราะว่าทางโยชิโนยะใช้เนื้อวัวนำเข้าจากอเมริกาเป็นวัตถุดิบหลักในกิวด้งของแฟรนไชส์ตัวเอง ทางโยชิโนยะจึงต้องหยุดการจำหน่ายกิวด้งและผันตัวเองไปขายเมนูอย่างอื่นเช่น ข้าวหน้าเนื้อหมู ข้าวแกง และอื่นๆ

เวลาผ่านไปจนถึงปี2006 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุญาตให้นำเข้าเนื้อวัวจากต่างประเทศอีกครั้ง จึงเป็นผลให้โยชิโนยะเริ่มขายกิวด้งอีกครั้ง ถึงแม้ราคาของกิวด้งจะเพิ่มจากที่เคยขายจาก 280 เยนเป็น 380 เยนเนื่องจากปริมาณนำเข้าที่ยังน้อย แต่ผู้คนทั่วไปก็ให้การต้อนรับการกลับมาของกิวด้งเป็นอย่างดี

ในช่วงนี้ร้านโยชิโนยะเริ่มขายกิวด้งแค่ราวๆห้าวันต่อเดือน และจะค่อยๆขยายจำนวนวันไปเรื่อยๆ ในเดือนถัดๆไป ในช่วงที่จำกัดวันที่ขายกิวด้งนี้ จะมักเห็นภาพคนยืนต่อคิวรอกินกิวด้งตามหน้าร้านโยชิโนยะเป็นปกติ

ร้านข้าวกิวด้งที่เป็นแฟรนไชส์อย่างโยชิโนยะนี้ นับได้ว่าช่วยค้ำจุนปากท้องของผู้ใช้แรงงานในญี่ปุ่นมาตลอดหลายปี จะเรียกได้ว่าเป็นส่วนนึงในวัฒนธรรมของอาหารการกิน ณ ที่นี่ก็เป็นได้


Create Date : 07 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2549 22:16:34 น. 15 comments
Counter : 2030 Pageviews.

 
บล้อกของวฉุก้อมีแต่ของกินอ่ะนะ สมแล้วที่ชื่อนี้

กิวด้งต้องใส่ไข่ดิบด้วยด้วย อาหร่อยยย


โดย: bibi IP: 125.25.145.39 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:27:37 น.  

 
อ่า ยังจำรสชาติที่ทานได้ เมื่อครั้งไปญี่ปุ่น อร่อยๆ

เพิ่งคุยกับเพื่อนญี่ปุ่นมา เขาว่าร้านนี้นั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ สาวๆเขาไม่เข้าไปกินกันอะ อย่างเขายังไม่เคยเข้าไปเลย


โดย: พี่สาวเธอ IP: 58.9.164.67 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:32:12 น.  

 
แหงบ เค้าไม่กินเนื้อง่ะ ดีแระ จะได้ไม่หิวตอนจะห้าทุ่ม อิอิ


โดย: ฟะร้า IP: 124.121.3.56 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:42:02 น.  

 
เราก็ชอบกินกิวด้ง
แฟนเราก็ชอบมาก

แต่ว่าไม่มีโยชิโนยะในเมืองไทยเนอะ
อยากกินๆๆๆๆๆ อ่ะ


โดย: Osaka girL วันที่: 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:49:49 น.  

 
เราชอบบบบบบบบบบบบ กิวด้งๆๆๆๆ
หิวเรยมาดูบ๊อกของกินตอนก่อนนอน


โดย: Jeban วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:0:48:22 น.  

 



ยังไม่ได้กินข้าวเช้าง่ะ


หิววววววววววววววววววว


เฟ้ยยยยยยยยยยยยยย



โดย: เฉิ่มจัง... IP: 210.213.19.70 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:59:57 น.  

 
ต้องข้าวเนื้อวัว เจ้าเก่า สามร้อยปี อะโช้อะเช้ .....


โดย: คินนิคุเเมน IP: 58.181.177.31 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:54:55 น.  

 
พักนี้ บล๊อกนี้มีแต่อาหารจริงๆ ด้วยนะ


โดย: = NUkky = IP: 210.86.205.59 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:52:30 น.  

 
-- Marketing Case Study --

Yoshinoya เคยเข้ามาเมืองไทยเมื่อนานแล้ว (มีร้านอยู่ที่สยามมั้ง) แต่วางตำแหน่ง (positioning) เหมือนที่เคยใช้ในญี่ปุ่น กล่าวคือเป็นร้านอาหารแบบ Fast Food ที่มีแมคโดนัลด์เป็นคู่แข่ง กลุ่มเป้าหมายคือ สำหรับคนทำงาน และนักศึกษา ที่ต้องการความรวดเร็วและราคาไม่แพง

ซึ่งไม่สอดคล้องกับ perception ของคนไทยที่คิดว่าสิ่งที่ทำจากข้าว คือ อาหาร (Meal) แต่ของกินจากร้าน Fastfood แบบฝรั่งเป็นของกินเล่น (Snack)

positioning ตัวเองผิด วิเคราะห์คู่แข่งก็ผิด กลุ่มเป้าหมายก็ผิด ราคาสินค้าก็ตั้งไว้ก็ไม่สอดคล้อง


Yoshinoya ก็เลยไปไม่รอด


-- ประมาณนี้แหละ อ่านเจอมานานแล้ว


โดย: เปลี่ยนชื่อไปเรื่อย IP: 203.113.55.209 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:44:18 น.  

 
>>ทุกคน
ท่าทางบล๊อกผมกลายเป็นบล๊อกแนะนำของกินแล้วสิ แหะๆ

>>เปลี่ยนชื่อไปเรื่อย
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ แต่ผมว่าคนไทยโดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีนในกรุงเทพ ไม่บริโภคเนื้อวัวกันเยอะ บางทีสาเหตุที่โยชิโนยะไปไม่รอดน่าจะมีสาเหตุนี้ด้วยน่ะ


โดย: นายสารพัด (นายสารพัด ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2549 เวลา:1:04:13 น.  

 
ข้าพเจ้าก้อไม่กินเนื้อ...ดังนั้นเรื่องนี้ยั่วไม่สำเร็จ 5555


โดย: ~De Carrot~ วันที่: 14 พฤศจิกายน 2549 เวลา:7:58:23 น.  

 
เราอยากกินกิวด้งอ่ะ แต่เราเลิกหม่ำเนื้อแล้วน่ะสิ จ๋อยเยย


โดย: Avocado Girl~ IP: 203.209.25.215 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:06:15 น.  

 
กินไม่ได้คับ ผมเป็นคนจีนงับ


โดย: ยาซ่าคุง IP: 58.9.41.161 วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:16:21:03 น.  

 
อยากได้สูตรข้าวหน้าเนื้อของ yoshinoya ค่ะ เพราะชอบมากๆ เลย


โดย: แมวอ้วน IP: 124.157.236.98 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:20:10:56 น.  

 
ลองไปทานที่ร้านโชวนัน คาเฟ่ซิครับ อยู่ตรงสุขุมวิท 24 ผมว่าอร่อยกว่าที่โยชิโนย่าที่ญี่ปุ่นอีก


โดย: krizz IP: 58.8.120.43 วันที่: 21 ธันวาคม 2552 เวลา:23:57:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นายสารพัด
Location :
Nagoya Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




โอ้ว จ๊อด มันยอดมาก
Friends' blogs
[Add นายสารพัด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.