สิงหาคม 2549

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
เมื่อถึงวันที่แม่มีรอยยิ้ม
คุยกันก่อน

วันนี้วันแม่ ใคร ๆ ก็อัพบล็อกเกี่ยวกับแม่กัน ผมเองก็อยากจะเขียนถึงแม่บ้างเหมือนกัน จะได้เข้าบรรยากาศ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรดี คิดไปคิดมาก็คิดได้ว่าเอางานเขียนเก่า ๆ มาลงบล็อกดีกว่า เพราะเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับแม่เอาไว้เหมือนกัน

เรื่องนี้ผมเขียนไว้ตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม ๆ เป็นเรื่องสั้น ๆ หน้าเดียวจบ ตีพิมพ์ในนิตยสาร THE BOY ฉบับไหนก็ไม่รู้ เมื่อ 10 กว่าปีผ่านมาแล้ว สมัยนั้นไม่มีอินเตอร์เนตให้โพสต์เรื่องที่เขียนนี่ครับ มือใหม่หัดเขียนถ้าอยากจะแสดงผลงานต้องส่งไปลงในนิตยสาร วารสารต่าง ๆ สมัยนั้นผมก็เขียน ๆ ส่งไป ได้ลงมั่ง ไม่ได้ลงมั่งไปตามเรื่อง

ที่จริงเรื่องที่นำมาให้อ่านนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแม่ผมหรอกครับ แถมเนื้อหาก็ยังไม่ซึ้งสมกับเป็นบล็อกที่อัพในวันแม่อีกด้วย ตอนนั้นอ่านนิตยสารสารคดี แล้วเขามีเรื่องเกี่ยวกับสถาบันที่เกี่ยวกับการยิ้มที่ประเทศญี่ปุ่น (จำชื่อสถาบันได้ครับ) รู้สึกว่ามันแปลก ๆ ดี ก็เลยเก็บเอามาเขียน

ตอนที่ได้ลงทางนิตยสารคอมเม้นต์ไว้ว่า "เป็นเรื่องตลกลึก ๆ แปลก ๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่ก็น่าสนใจในลีลาการเขียน" พร้อมกับให้คะแนน 3 ดาว

สมัยนั้นผมเขียนเรื่องแปลก ๆ ประมาณนี้ไว้เยอะเหมือนกัน ตอนนั้นไม่รู้สึกว่ามันแปลก ตอนหลังมาอ่านดูใหม่ก็รู้สึกว่ามันแปลกนิด ๆ เหมือนกัน ยังนึก ๆ อยู่ว่าถ้าเขียนอย่างต่อเนื่องต้องเป็นนักเขียนที่มีเนื้อหาและลีลาการเขียนไม่เหมือนใครแน่ ๆ (แต่จะดีหรือไม่ดีนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ)

ปล. ใครอยู่กรุงเทพฯ ผมอยากจะชวนให้ไปเที่ยวงานเทศกาลวัดอรุณกันครับ งานจะมีถึงวันที่ 13 นี้เท่านั้นครับ เมื่อคืนผมไปมาแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจดี เสียดายไม่ได้เอากล้องติดไปด้วย ก็เลยไม่มีรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูกัน







เมื่อถึงวันที่แม่มีรอยยิ้ม


“แม่ควรจะหัดยิ้มบ้าง” ผมบอกกับแม่พร้อมกับยื่นกระจกให้ แม่รับกระจกส่องหน้าตัวเอง พยายามกระตุกริมฝีปากยิ้ม แต่ไม่สำเร็จ แม่ไม่รู้เลยว่าการยิ้มเป็นอย่างไร

“มันยากอะไรนักหนานะ กับเรื่องยิ้มแค่นี้” ผมบ่น “ดูนะครับแม่ ผมจะยิ้มให้ดูเป็นตัวอย่าง” ว่าแล้วผมก็สาธิตการยิ้มขั้นพื้นฐานให้แม่ดูเสีย 7 ท่า

“ดูนะครับ นี่ยิ้มมุมปากข้างซ้าย...แล้วนี่-ยิ้มมุมปากข้างขวา...นี่-ก็ยิ้มด้วยริมฝีปากบน...นี่-ยิ้มด้วยริมฝีปากล่าง...นี่-ยิ้มยิงฟัน...ส่วนนี่ก็ยิ้มแบบให้รับกับใบหู...แล้วนี่-ยิ้มแบบเล่นหูเล่นตา...ส่วนท่านี้-ยิ้มให้ผู้หญิงแล้ว ผู้หญิงเดินหลงทางเลยนะแม่”

ผมพยายามสอนให้แม่ยิ้มมาเป็นเวลาร่วม ๆ ปีแล้วครับ แต่ยังทำไม่สำเร็จ อาจเป็นเพราะผมไม่มีพรสวรรค์ในการถ่ายทอดความรู้ก็ได้ แล้วผมก็ไม่ได้เรียนจบวิชาครูมาซะด้วยซิ... เมื่อเดือนก่อนความมานะมุ่งมั่นของผมพลุ่งขึ้นสูงกว่าปกติร่วม 3 ฟุต จึงคิดจะไปสมัครเข้าเรียนครู เพื่อจะได้มีเทคนิคการสอนมาสอนแม่ให้ยิ้มเป็น แต่แม่ไม่ยอมให้ไป แม่บอกว่าต้องเรียนให้จบชั้นอนุบาล 4 ซะก่อน ผมจึงทำได้แค่พยายามสอนแม่แบบงู ๆ ปลา ๆ และหาซื้อหนังสือเทคนิคการส่องกระจกให้สวยงามกับหนังสือคู่มือการยิ้ม 108 ท่ามาให้แม่อ่าน

จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่บอกว่าคิดจะเข้าคอร์สฝึกอบรมการยิ้มที่สถาบันการยิ้มแผนใหม่

“ผมกลัวว่าจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ซะล่ะนะ” พ่อแย้งเพราะคิดว่าคงไม่มีใครทำให้แม่มีรอยยิ้มได้สำเร็จ

แต่ในที่สุดพ่อก็ยอมให้แม่เข้าคอร์สฝึกอบรมการยิ้มจนได้ เพราะพ่อไม่อยากเห็นแม่ทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา พ่อบอกว่าเห็นหน้าบึ้ง ๆ ของแม่ทีไรแล้วอยากหาแม่ใหม่ให้ผมทุกที เพราะสงสารผมที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมเพราะปราศจากรอยยิ้ม ส่วนแม่ก็นึกสงสารตัวเองทุกครั้งที่ส่องกระจก แม่อยากยิ้มให้ตัวเองบ้างแต่ทำไม่ได้

หลังจากนั้น แม่ก็ไปฝึกอบรมการยิ้มทุกวันอาทิตย์ ผมรู้สึกทึ่งที่สถาบันการยิ้มแผนใหม่นี้สามารถทำให้แม่ยิ้มได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าฝึกอบรม วันนั้นแม่นั่งยิ้ม ยืนยิ้ม เดินยิ้มมาตลอดทางตั้งแต่สถบันมาถึงบ้าน พ่อบอกว่าสถาบันนี้ฝึกให้แม่ยิ้มแบเรี่ยราดเกินไป แต่พ่อก็พอใจที่แม่ยิ้มเป็น

พอถึงอาทิตย์ที่สอง แม่ก็ยิ้มแบโมนาลิซ่าให้ดู

อาทิตย์ที่สาม-แม่ยิ้มแบชารอน สโตนได้ พ่อดีใจมากเพราะพ่อชอบชารอน สโตนมาตั้งแต่พ่อเรียนปวส. 1 ปีแรก (พ่อเรียนปวส. 1 สองปี กำลังจะเรียนปวส. 1 ปีที่สาม-แต่ปู่ให้ออกมาทำงานเสียก่อน) วันนั้นพ่อชวนแม่เข้านอนแต่หัววัน บอกว่าจะให้แม่ยิ้มแบบชารอน สโตน-ดูให้หนำใจ ผมจึงต้องนั่งดูทีวีอยู่คนเดียว

บางทีการไปฝึกอบรมการยิ้มของแม่ก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมาเหมือนกัน อย่างเมื่อวานนี้แม่โปรยยิ้มให้ผู้ชายแปลกหน้า ทำให้เขาหลงทางกลับบ้านไม่ถูก แทนที่จะกลับบ้านตัวเอง เขากลับตามแม่มาบ้านเรา พอพ่อรู้เข้า-ก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก...จึงห้ามแม่ไม่ให้ยิ้มให้ใครโดยไม่มีสาระและเหตุอันพึงควรอีก



วันนี้แม่กลับบ้านโดยไม่มีรอยยิ้มมาอวดผมเหมือนทุกวัน

“แม่เป็นอะไรไปครับ ทำไมวันนี้แม่ไม่ยิ้มเลย” ผมถามแม่ด้วยความแปลกใจ

“แม่ยิ้มไม่ไหว วันนี้แม่ฝึกยิ้มแบบนางสาวไทยมา มันเมื่อยมากเลยลูก”

ผมเห็นใจแม่มาก แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มปลอบใจแม่ แต่แม่ไม่ได้ยิ้มตอบผมหรอกครับ


เพลง : คำว่าแม่
ศิลปิน : --





Create Date : 12 สิงหาคม 2549
Last Update : 25 มกราคม 2559 7:30:20 น.
Counter : 142 Pageviews.

26 comments
  
ชอบอ่านนิตรสาร THE BOY ค่ะ
ถึงจะไม่เคยอ่านเรื่องนี้

แต่ให้ 4 ส่วน 5 ดาวค่ะ
โดย: run to me วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:14:37:19 น.
  
อ่านแล้วมีรอยยิ้มเลยค่ะ
โดย: กระจ้อน วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:14:48:12 น.
  
เป็นบทความที่น่ารักมากค่ะพี่เอสงสัยต้องกลับไปบอกแม่ให้หัดยิ้มบ้างแระค่ะ(แม่ดุมาก)
โดย: กุลธิดา(กิฟ) IP: 124.120.198.179 วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:15:23:20 น.
  


หุหุ ยิ้มมีหลายแบบขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะเอ
โดย: Love U forever. วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:16:19:15 น.
  
สุขสันต์วันแม่ค่ะ
โดย: มาดามก่งก๊ง วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:16:37:50 น.
  

คนสอนยิ้มเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้เนาะ
โดย: แซนด์ซี วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:16:49:12 น.
  




จ๊ะเอ๋ๆๆ ๆ
หนี่ฯมาแย้ววว ว ..
"สุขสันต์วันแม่ นะคะ ""


เพลงเพราะปนเศร้าคะ


โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:17:55:24 น.
  
ชอบงานเขียนของคุณเอจังค่ะ น่ารักดีค่ะ ยังไงรอยยิ้มของแม่ก็สวยที่สุดสำหรับลูกๆอย่างเรานะคะ และหนูใหม่แน่ใจว่ารอยยิ้มของเราก็ทำให้แม่มีความสุขเช่นกัน ยิ้มกันยิ้มกันค่ะ
โดย: numainew วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:19:23:04 น.
  
อ่านแล้วอารมณ์ดี พร้อมมีรอยยิ้มมาแจกด้วยค่ะ
โดย: JewNid วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:20:47:17 น.
  
สุขสันต์วันแม่ค่ะ

ขอให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงนะคะ
โดย: seenil (seenil ) วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:23:00:24 น.
  


สุขสันต์วันแม่ค่ะ
โดย: Malee30 วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:23:25:08 น.
  

ยิ้มของคุณA มีหลายแบบจริงๆ..แต่ยิ้มที่ดีจะต้อง

ยิ้มทั้งปาก ทั้งตาแล้วก็ยิ้มอย่างจริงใจด้วยนะคะ..คนที่เรา

ยิ้มให้ถึงจะรู้สึกดีๆแล้วก็มีความสุขค่ะ


ยิ้มที่ทำให้สาวเดินหลงทางนี่..ทางใครทางมันใช่ป่ะ
โดย: random-4 วันที่: 13 สิงหาคม 2549 เวลา:1:23:22 น.
  
แวะมาอีกแล้วค่ะ สุขสันต์วันแม่ค่ะรักแม่มากๆนะค่ะ
โดย: เด็กสมุทร IP: 124.120.203.22 วันที่: 13 สิงหาคม 2549 เวลา:13:23:25 น.
  
อิอิ ยิ้มแบบนางสาวไทย
แวะมาทักทาย เลยโชคดีได้อ่านงานเขียนเก่าๆ ของ จขบ ด้วยเลย
สวัสดีนะคะ
โดย: someone like me วันที่: 13 สิงหาคม 2549 เวลา:15:15:02 น.
  
ตกลงกัดนางสาวไทยชิมะลุง 9A

หายไปนาน สบายดีเน้อ
โดย: ชิดชิด IP: 202.90.127.93 วันที่: 13 สิงหาคม 2549 เวลา:21:33:56 น.
  
555555555555555ยิ้มแบบรักเด็ก
แถมไหว้ด้วยจะดีมากใช่ไหมค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ

ปล. รูปวาดบังคับน้องที่ทำงานวาดให้เป็นของขวัญวันเกิดแป๋มค่ะ



โดย: หยิ๋งแป๋ม วันที่: 14 สิงหาคม 2549 เวลา:0:54:27 น.
  
น่ารักจัง....

พี่เอ...เค้าอัพบล๊อกแล้วนะ... เขียนครั้งสุดท้ายแล้วด้วยน่ะค่ะ
โดย: hokuyuri วันที่: 14 สิงหาคม 2549 เวลา:16:04:12 น.
  


แม่ผู้แก่เฒ่าเดินไม่ได้คนหนึ่ง เป็นที่รำคาญใจของลูกชาย เหลือเกิน
สมัยนั้นยังไม่มีสถานสงเคราะห์คนชรา
จึงไม่รู้ว่าจะเอาแม่ไปฝากใครให้เลี้ยงแทน
ชายหนุ่มจึงตัดสินใจ
แบกเอาไปปล่อยป่าให้อยู่ตามยถากรรม
ระหว่างทาง
แม่ไม่วอนขอ... ไม่ถาม... ไม่ว่าอะไร
ตั้งใจหักกิ่งไม้ตามทางเรื่อยไป
เข้าป่าลึกไกลมากแล้ว
ลูกชายวางแม่ลงบนโขดหิน
แล้วหันหลังเดินกลับทางเดิมไป
ตอนนี้เอง
ที่แม่ตะโกนตามหลังลูกชายไปว่า
ลูกเอ๋ย เดินตามรอยกิ่งไม้ที่แม่หักไว้ให้นะ
จะได้ไม่หลงทาง


หมายเหตุ : เป็นเรื่องราวดีดีที่ได้รับมาทางเมล์เจ้าค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 14 สิงหาคม 2549 เวลา:20:09:00 น.
  
ถึงจะดื้อ ...

... จะซน

แต่ก็รักแม่ที่สูดดดด ...
โดย: เกิดมาแค่ได้รักกัน (ไม่มีใครรู้ ) วันที่: 14 สิงหาคม 2549 เวลา:22:59:04 น.
  
อ่านแล้วรู้สึกถึงความลึก

รู้สึกว่าตัวเองคล้ายๆแม่ในเรื่อง

ยิ้มไม่ค่อยจะเป็น
โดย: PADAPA--DOO วันที่: 15 สิงหาคม 2549 เวลา:0:15:21 น.
  
อ่านไปอมยิ้มไป เป็นนักเขียนด้วยเหรอครับนี่
โดย: 90210 วันที่: 15 สิงหาคม 2549 เวลา:7:25:43 น.
  




สวัสดีวันสีชมพูจ้า
โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 15 สิงหาคม 2549 เวลา:10:55:21 น.
  
เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบล็อคนี้ด้วยคน นะคะ

บล็อคน่ารักมากเลย
โดย: yakyingnuk (yakyingnuk ) วันที่: 15 สิงหาคม 2549 เวลา:11:38:16 น.
  
ชะเเว๊บ...แอบมาอ่าน
อ่านแล้วแอบยิ้มเลยเรา
แหะๆ แอบทำความรู้จัก จขบ.ด้วยเลยค่า แหะๆ
โดย: tu_bong วันที่: 15 สิงหาคม 2549 เวลา:14:03:10 น.
  
เนื้อเรื่องแปลก ๆ ดีค่ะเกี่ยวกับคุณแม่ อ่านแล้วสนุก น่าจะมีรวมเรื่องสั้นตีพิมพ์น่ะค่ะ คนอ่าน ๆ แล้วก็คลายเคลียดได้ในยุคสมัยนี้

แตคนเป็นแม่เข้าใจค่ะทำไมแม่ไม่ยิ้ม ลูกตั้งสามแสบ กว่าจะโตแม่น่ะเครียดฝืนยิ้มกันตั้งแต่ตั้งท้องแล้วเพราะไม่อยากให้ลูกเครียดทั้ง ๆ ที่แสนจะทรมาน พอลูกออกมา อย่าให้พูดเลย สองอาทิตย์ถึงจะได้สระผม สองวันถึงจะได้อาบน้ำแปรงฟัน ลูกอึคาแพมเพิส ยังลืมเปลี่ยนจนถึงเช้า เพราะเหนื่อยจนสมองเบรอไปหมด ผลก็คือก้นขึ้นรา แม่เครียดซ้ำมันโรคอะไรอีกล่ะ สารพัดโรคที่แม่ต้องเรียนรู้ไปกับลูก จนคุณแม่ทุกคนกลายเป็นหมอเล็ก ๆ ประจำบ้านกัน ชำนาญการรักษาโรคแทบทุกชนิด เพราะเวลาลูกเป็นอะไรแม่เครียดจัด ต้องผลักดันตัวเองให้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับโรคนี้กัน ทำไงลูกจะไม่เป็นอีก อดหลับอดนอน ตั้งแต่มีลูกแค่คนเดียวเนี่ย ยังไม่เคยได้นอนเต็มอิ่มเลย กินก็ไม่มีเวลา เดี๋ยวก็ตกกะไดเลือดกรบปาก หัวฟาดซีเมนต์ปูด ต้องดูว่าเลือดครั่งสมองหรือเปล่า คอยเฝ้าดูอาการจนข้ามคืนถ้าอาเจียนก็ต้องรีบส่งโรงพยาบาล อะไรทำนองนี้ ......... พอก่อนบรรยายอีกยาวแหละ

ก็อยากจะอธิบายว่ามันเรื่องธรรมดาที่แม่ไม่ยิ้ม เพราะแม่จะเป็นทุกข์ตลอดเกี่ยวกับลูก คอยสอดส่องดูแลความเป็นอยู่ทุกเวลา นี่ยังคิดว่าถ้ามีสามเนื่ยเราคงไมเกรนเลย นับถือคุณแม่ที่ยังอุตส่าห์ไปเรียนฝึกยิ้มด้วยตนเอง น่ารักมากเลย

แต่สิ่งที่แม่จะยิ้มได้ของแม่เองก็คือวันที่ลูกสบายแล้ว ช่วยเหลือตัวเอง เป็นคนดี เป็นที่พึ่งให้ตัวเองได้น่ะแหละ แม่จะภูมิใจและเบาใจ รอยยิ้มก็จะออกมาเอง และแม่จะยิ่งมีความสุขถ้าลูกคอยส่งข่าวคราวมาให้แม่เสมอนั่นแหละนะ แม่จะยิ้มได้ทั้งวันคืน
โดย: สดใส (วันสดใส ) วันที่: 20 มีนาคม 2554 เวลา:12:53:32 น.
  
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่แวะทักทายบล็อกนะคะ
ตามชื่อเข้ามาพบเรื่องอ่านเกี่ยวกับแม่ น่ารักดีค่ะ
อยากเขียนถึงแม่บ้าง แต่เขียนไม่เป็น บรรยายไม่ถูก
ก็แอบถ่ายรูปแม่มาลงบล็อกบางช่วง....
โดย: puifaikpp วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:9:18:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

9A
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]















New Comments
Friends Blog
[Add 9A's blog to your weblog]