เมษายน 2548

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
30 เมษายน 2548
ทานตะวัน
เคยฝันอยากเป็นนักเขียน เคยเขียนส่งไปตามนิตยสาร วารสารต่างๆบ้าง เมื่อนานมาแล้ว เก็บงานที่ตัวเองเขียนเอาไว้บ้าง สูญหายไปบ้าง ที่ไม่ได้เก็บไว้ก็มี
ไหนๆ Blog นี้ก็ไม่ค่อยได้อัพเดท เพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาอัพ ก็ถือโอกาสนำงานเขียนชิ้นเล็กๆของตัวเองมาลงไว้ ก็แล้วกัน

"ทานตะวัน" งานชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในคอลัมน์ brush & tale นิตยสาร a day ฉบับที่ 24 (เดือนสิงหาคม 2002) ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่คอลัมน์นี้ปรากฏอยุ๋ใน a day (หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปปรากฏในนิตยสารเล่มไหนอีกเลย) และเป็นฉบับสุดท้ายที่คุณวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการนิตยสารเล่มนี้
ลักษณะของคอลัมน์นี้เป็นการเขียนเรื่องจากรูปที่วาดโดยคุณอุกฤษ ทองระอา (ศิลปินท่านหนึ่งที่ผมชื่นชอบมาตั้งแต่สมัยวาดรูปปกให้ไรท์เตอร์)


ทานตะวัน

*

1.
“ร้อนจังเลยนะพ่อ” ฉันบ่น แสงอาทิตย์ที่แผดกล้าทำให้เหงื่อผุดเป็นเม็ดเป้ง เสื้อของพ่อชุ่มโชกไปด้วยดอกเหงื่อที่เบ่งบาน แต่สองมือของพ่อยังจับจอบถากหญ้าไม่หยุดยั้ง ในขณะที่สองมือของฉันจับจอบอยู่เหมือนกันแต่หยุดพักเป็นระยะ หลายระยะเสียด้วย
“ลูกดูดอกทานตะวันโน่นซิ “ พ่อชี้นิ้วไปทางต้นทานตะวันที่ปลูกเป็นแถวอวดดอกสีเหลืองอร่ามอยู่หน้าบ้าน “พ่อไม่เคยเห็นมันแสดงอาการท้อแท้เมื่อต้องอยู่กลางแสงแดด มีแต่จะหันหน้าสู้แสงตลอด ทั้งที่มันเป็นดอกไม้ดอกเล็กๆเท่านั้นเอง แล้วเราเป็นคนตัวเบ้อเร่อ ร้อนแค่นี้ลูกก็เริ่มทนไม่ได้แล้วเหรอ ลูกต้องอดทนและเป็นนักสู้เหมือนดอกทานตะวันนะลูก อย่าให้อุปสรรคเล็กๆน้อยๆมาบั่นทอนการทำงานของเรา”
พ่อของฉันเหมือนดอกทานตะวันที่ไม่ระย่อต่อแสงแดด เอ…แต่ดอกทานตะวันนี่ไม่ใช่ดอกไม้ดอกเล็กๆนะพ่อ

2.
ร่างผ่ายผอมของพ่อนอนหลับตาอยู่บนฟูกในวันที่ฉันกลับมาเยี่ยมบ้าน ลมหายใจของพ่อแผ่วเบา แม่บอกว่าพ่อเป็นมะเร็งปอด แต่กว่าที่พ่อจะรู้ตัวว่าถูกโรคร้ายนี้เล่นงานก็ป่วยอยู่ในระยะสุดท้ายเสียแล้ว แม้แม่จะพาพ่อตระเวนไปรักษาทั้งที่โรงพยาบาลและหมอยาแผนโบราณที่ได้ยินมาว่ามียาดี หรือแม้แต่เจ้าเข้าทรงที่เขาร่ำลือกันว่าเก่งนักเก่งหนาก็ไม่ได้ช่วยทำให้พ่อมีอาการดีขึ้น ฉันคิดว่าเป็นเพราะพ่อสูบบุหรี่มาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม เพิ่งจะมาคิดเลิกเอาเมื่อรู้สึกว่าร่างกายย่ำแย่ลงเมื่อปีที่แล้วนี้เอง เพื่อนของพ่อบอกว่าสารเคมีที่พ่อใช้ฉีดพ่นในไร่มานานนั้นก็มีส่วนที่ทำให้พ่อต้องนอนซมอยู่อย่างนี้

3.
หลายปีแล้วที่ฉันและน้องต้องจากบ้านไปอยู่ที่อื่น เนื่องมาจากการเรียนในระดับที่สูงขึ้น ฉันไม่ได้กลับบ้านบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่กลับบ้าน ดอกทานตะวันยังเบ่งบานอยู่ที่เก่า เป็นทานตะวันรุ่นที่เท่าไรก็ไม่รู้ พ่อใช้เมล็ดของมันขยายพันธุ์ต่อมาเรื่อยๆ ดอกทานตะวันเป็นดอกไม้ในดวงใจของพ่อ พ่อบอกว่ามันเป็นดอกไม้นักสู้ พ่อใช้มันเป็นเครื่องเตือนใจให้เอาชนะความยากจน
ตะวันยามบ่ายแผดเผาจนทุกสรรพสิ่งแทบจะไหม้เกรียมด้วยฤทธิ์แดด ทานตะวันของพ่อยืนคอตก ไม่แหงนหน้าสู้แสงตะวันเหมือนเช่นทุกๆวัน ใบของมันเหี่ยวหลุบลู่ลงพื้น ดูหม่นหมอง เป็นเพราะขาดคนดูแลเอาใจใส่รดน้ำพรวนดินให้เหมือนเมื่อตอนที่พ่อยังแข็งแรง
ฉันหิ้วกระป๋อง ตักน้ำไปรดต้นทานตะวัน แล้วแอบกระซิบบอกมันว่าเงยหน้าขึ้นสู้ตะวันซิ อย่าเพิ่งยอมแพ้นะเจ้าทานตะวัน เหมือนกับที่ฉันกระซิบบอกพ่อว่าพ่อต้องสู้ต่อนะ พ่อจะเป็นอะไรไปไม่ได้

4.
วันนี้ดอกทานตะวันหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์อีกครั้ง ฉันเลือกตัดดอกที่บานเต็มที่มาดอกหนึ่ง นำมันมาวางไว้เหนือโลงศพ ดอกทานตะวันสีเหลืองดอกใหญ่สงบนิ่งกลางริ้วควันธูป
ฉันบอกพ่อว่า พ่อจ๋า ฉันเอาดอกไม้ของพ่อมาให้พ่อ






Create Date : 30 เมษายน 2548
Last Update : 25 มกราคม 2559 11:12:38 น.
Counter : 170 Pageviews.

3 comments
  
คำสอนของพ่อดีจังเลยนะคะ
โดย: รักดี วันที่: 30 เมษายน 2548 เวลา:9:17:16 น.
  
จะมีใครสักกี่คนที่เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่ออย่างลึกซึ้ง หรือว่าอาจไม่มีเลยก็ได้ ถ้ามีก็มีน้อยมาก
มีเวลา มีโอกาศก็ขอแค่เพียงอย่างเดียวไม่ต้องทำอะไรมากหรอก ขอเพียงแต่อย่าทำให้พ่อผิดหวังในตัวเราก็พอ
โดย: รักพ่อ IP: 61.91.87.32 วันที่: 30 เมษายน 2548 เวลา:16:38:12 น.
  


ซึ้ง...


โดย: ป่ามืด วันที่: 25 มิถุนายน 2548 เวลา:10:28:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

9A
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]















New Comments
Friends Blog
[Add 9A's blog to your weblog]