มกราคม 2549

1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
เกษตรรุ่งเรืองทรัพย์ วิถีชนบทของคนกรุง : ชุมชนของคนพลิกผืนดิน
ผมเขียนเรื่องนี้ไว้เมื่อปี 45 เพราะถูกหัวหน้าวานให้เขียน ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสำนักพัฒนาชุมชน ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2545

ปัจจุบันทราบมาว่าหลาย ๆ อย่างในชุมชนนี้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่น่าเศร้า



เกษตรรุ่งเรืองทรัพย์ วิถีชนบทของคนกรุง : ชุมชนของคนพลิกผืนดิน

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย มานาน ๒๒๐ ปี เป็นศูนย์กลางของการศึกษาและการทำงาน กรุงเทพฯมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เมื่อมองไปรอบๆตัว สิ่งที่พบเห็นคือ ตึกสูง รถยนต์ ผู้คนและถนนหนทางที่ทอดทับซ้อนกันไปมาดูยุ่งเหยิง ผู้คนมากมายมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงแห่งนี้ด้วยเหตุผลต่างๆกัน ทำให้กรุงเทพฯหนาแน่นไปด้วยฝูงชนที่ต่างฝ่ายต่างเป็นคนที่แปลกหน้าซึ่งกันและกัน ในจำนวนผู้คนมากมายที่มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯนี้มีอยู่ไม่น้อยที่จากถิ่นฐานบ้านเรือนมาทำงานหาเลี้ยงชีพ ด้วยความคาดหวังว่าจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าการทำไร่ทำนาอยู่ต่างจังหวัด

จากสภาพการจราจรอันขวักไขว่และตึกรามหนาแน่น ๒ ฟากถนนเพชรเกษม เลี้ยวซ้ายหลีกหนีมลพิษเข้าสู่ซอยเพชรเกษม ๖๓ ข้ามคลองภาษีเจริญ ผ่านหน้าวัดม่วงถึงซอยเล็กๆด้านซ้ายมือที่มีป้ายบอกชื่อไว้ว่า “ซอยเรืองสอน ๑” หากใครที่ได้เข้ามาในซอยนี้ จะได้สัมผัสกับส่วนเสี้ยวเล็กๆของกรุงเทพฯ ที่แตกต่างจากกรุงเทพฯที่เคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง

ที่นี่คือชุมชนเกษตรรุ่งเรืองทรัพย์ ชุมชนที่รักษาความสงบร่มรื่นเอาไว้ได้อย่างยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ชุมชนของคนทำการเกษตรผู้ยิ้มรับความเป็นเกษตรกรอย่างภาคภูมิใจ

ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนเกษตรกรรมมานานหลายชั่วอายุคน แต่เพิ่งได้รับการจัดตั้งเป็นชุมชนตามระเบียบของกรุงเทพมหานครเมื่อปี ๒๕๓๙ ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในพื้นที่การปกครองของเขตหนองแขม โดยใช้ชื่อชุมชนคลองผู้ใหญ่ปลื้ม ตามชื่อคลองสายหนึ่งที่อยู่ในบริเวณชุมชน เมื่อเขตบางแคจัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทยในปี ๒๕๔๐ เปลี่ยนแปลงพื้นที่บางส่วนของเขตภาษีเจริญและเขตหนองแขมเข้ามาอยู่ในเขตการปกครองของเขตบางแค ชุมชนคลองผู้ใหญ่ปลื้มจึงเปลี่ยนมาอยู่ในพื้นที่การปกครองของเขตบางแคมาตั้งแต่บัดนั้น

เนื่องจากการเป็นชุมชนเกษตรกรรมที่เกือบร้อยละร้อยของจำนวนครัวเรือนในชุมชนที่มีอยู่มากกว่า ๑๐๐ หลังคาเรือนล้วนประกอบอาชีพด้านการเกษตรทั้งสิ้น การรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรในชุมชนจึงเกิดขึ้น และได้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรในชื่อกลุ่มเกษตรกรรุ่งเรืองทรัพย์ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อชุมชนเป็นชุมชนเกษตรรุ่งเรืองทรัพย์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นมา

เวลาผ่านไป ชุมชนเกษตรรุ่งเรืองทรัพย์เติบโตเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ย่อมเกิดจากความสมัครสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนชุมชนเป็นสำคัญ นี่คงเป็นความโชคดีที่ชาวชุมชนแห่งนี้ยังรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้ นั่นคือวิถีชีวิตของชาวเกษตรที่ยังคงรักษาความเป็นมิตร ความเป็นกันเอง ถ้อยทีถ้อยอาศัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจ

ความเข้มแข็งของชุมชนยังมองเห็นได้จากการจัดตั้งกลุ่มต่างๆขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกันภายในชุมชน เช่นกลุ่มออมทรัพย์ ลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีการดำเนินกิจกรรมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และยังคงเติบโตต่อไปไม่หยุดยั้ง

ในด้านการเกษตรอันเป็นอาชีหลักของชุมชนได้แก่กล้วยไม้ตัดดอก ไม้ดอกไม้ประดับจำพวก จำปี รัก โปร่งฟ้า เฮลิโคเนีย ฯลฯ และพืชผักปลอดสารพิษ

การเกษตรถือเป็นอาชีพที่นำชื่อเสียงมาสู่ชุมชนเป็นอย่างยิ่ง เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่เกษตรกรที่นี่หันหน้าเข้าหาแนวทางการเกษตรปลอดสารพิษจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ต่างเคยแวะเวียนเข้ามานำเรื่องราวของเกษตรกรที่นี่ไปเผยแพร่ บุคคลและคณะบุคคลกลุ่มต่างๆพากันมาเยี่ยมเยียนเพื่อศึกษาดูงานอยู่เป็นระยะ ทำให้ชุมชนเกษตรรุ่งเรืองทรัพย์และกลุ่มเกษตรกรรุ่งเรืองทรัพย์เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ล่าสุดจากการรวมกลุ่มที่มีการดำเนินกิจกรรมและมีพัฒนาการที่เห็นได้เด่นชัด จึงทำให้ชุมชนได้รับการเลือกจากกรมส่งเสริมการเกษตรให้เป็นที่ตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลของแขวงหลักสองอีกด้วย

หากมองจากจุดนี้ก็จะเห็นต้นไม้ต่างๆยืนอวดใบสีเขียวขจีอยู่อย่างสงบงามแซมด้วยสีสันของดอกไม้บางชนิด บ่อยครั้งสายลมเย็นพัดผ่านมาทักทายจนใบไม้เริงร่าระริกไหว คลองหลายสายสานสายน้ำอันชุ่มเย็นซอกซอนไปทั่วอาณาบริเวณราวกับว่าสายน้ำเหล่านั้นจะพาเอาความผาสุกไปส่งให้ทุกหัวบันไดบ้าน วิถีชีวิตของคนที่นี่ดูสงบร่มเย็น เช่นเดียวกับหมู่ไม้และสายน้ำนั้น

ไม่ไกลจากบริเวณนั้นนัก หมู่บ้านจัดสรรแห่งนึ่งกำลังก่อสร้าง พื้นที่บางส่วนของหมู่บ้านจัดสรรที่กำลังสร้างใหม่รุกล้ำกัดกินพื้นที่การเกษตรส่วนหนึ่งให้หดหายไป

เราไม่รู้หรอกว่าชุมชนแห่งนี้จะดำรงความเป็นชุมชนเกษตรไปได้อีกนานเท่าไร แต่เป็นที่รับรู้กันอยู่ในใจของชาวชุมชนทุกคนว่าเหตุที่ชุมชนเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นอยู่จนทุกวันนี้เป็นผลมาจากรากฐานการประกอบอาชีพเกษตรกรรม หากอาชีพเกษตรสูญสิ้นไปจากที่นี่ ความเข้มแข็งของชุมชนที่สร้างสมมายาวนานนั้นจะสูญสลายตามไปหรือไม่




Create Date : 08 มกราคม 2549
Last Update : 25 มกราคม 2559 23:11:07 น.
Counter : 160 Pageviews.

16 comments
  
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆๆค่ะ..

รู้สึกดีทุกครั้ง ที่ได้รู้ว่ายังมี ส่วนดีๆหลงเหลืออยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองกรุง..

แต่จะนานแค่ไหน นั่นสิ
โดย: ธูปหอมเทียนสว่าง วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:10:59:22 น.
  
แวะมาอ่านค่ะ
แป๋มเองก็อยากมีสวนที่ร่มรื่นสงบๆ
ตอนนี้ลงมือทำไปแล้วส่วนหนึ่งค่ะ
แป๋มว่าสีเขียวๆๆทำให้รู้สึกดีที่มอง
สดชื่น........โดยเฉพาะปรอดสารเคมีด้วยแล้ว
สุดยอดเลยค่ะ ฝันที่พยายามไปให้ถึงเลยค่ะ



โดย: หยิ๋งแป๋ม วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:11:14:45 น.
  
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลาค่ะ

ขอให้พวกเขาอยู่ร่วมกันไม่เบียดเบียนกันค่ะ...
โดย: ชิด-ชิด เข้ามาอีกหน่อย วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:11:52:45 น.
  


มาเยี่ยมค่ะ มาอ่านวันหลังนะคะ
โดย: ป่ามืด วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:17:40:58 น.
  
ชอบงานพวกเกษตรนี้เหมือนกันค่ะ แต่ให้เรียนจริง ๆ เรียนไม่ไหวอ่ะค่ะ
เพราะสูตรมันเยอะ ชอบปลูกผักมาก ๆ ชอบเป็นชีวิตจิตใจอาศัยการ
ปลูกแบบโบราณที่บรรพบุรุษทำมา มาปลูกที่เมกาได้ผลเกินคาดค่ะ
อาจจะเพราะปุ๋ยเขาดีหรือเปล่าก็ไม่รู้
โดย: เสียงซึง วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:20:54:35 น.
  
ดีใจที่ยังมีชุมชนแบบนี้ในกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้จะหาพื้นที่สีเขียวในเมืองกรุงยากเต็มที่ จะมีก็แต่แถวๆ ฝั่งธนฯ ชานๆ เมือง
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดีครับ
โดย: T_Ang วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:21:29:47 น.
  
อ่านแล้วรู้สึกดีเหมือนหลายๆ คนข้างบน และที่ทำให้รู้สึกดีมากๆ มากกว่าการที่ได้รู้ว่ายังมีสีเขียวหลงเหลืออยู่ นั่นก็คือความสามัคคี ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันของชุมชนค่ะ
โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:23:05:21 น.
  
สวนสวยๆเขียวๆทำให้อารมณ์ที่เหน็ดเหนือยหายไปได้นะคะ
ขอบคุณที่เอาบทความดีๆมาให้อ่านนะค่ะ
โดย: asariss วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:12:13:33 น.
  
เพราะความเจริญที่มากเกินไปทำให้คนเริ่มละความสนใจจากอาชีพรากเหง้าของตัวเอง เราเป็นคนนึงที่เรียนเพื่อนำผลผลิตจากการเกษตรมาแปรรูป และเริ่มจะสงสัยว่าต่อไปคงต้องซื้อข้าว ซื้อผักจากประเทศใกล้เคียงละมั้งมาแปรรูปให้คนในบ้านเรากิน
โดย: salami girl วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:13:43:52 น.
  
น่าสนใจครับ ผมเคยได้ยินคุณอภิรักษ์พูดถึงชุมชนนี้ช่วงเลือกตั้งผู้ว่า แล้วก็ลืมจากหัวไปเลย เพิ่งมาได้อ่านเจออีกครั้ง
โดย: นายเบียร์ วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:9:02:10 น.
  
ยังไง ก็ไม่ใช่ทางดับทุกข์ที่แท้จริง ยังไม่ใช่อิสรภาพที่แท้จริงของชีวิต
โดย: แซม IP: 58.136.195.224 วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:23:46 น.
  
,k]v'Frlf^
โดย: pattawon IP: 203.114.100.225 วันที่: 21 มิถุนายน 2549 เวลา:1:01:58 น.
  
ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม
โดย: ไม้หอม (Maihom ) วันที่: 23 กรกฎาคม 2549 เวลา:13:56:06 น.
  
อยากจะนำเรื่องราวถ่ายทอดให้กับนักเรียนบ้างจังคับ มีข้อมูลเเนะนำเพิ่มเติมมั๊ย ช่วยส่งมาให้หน่อยคับ Lek_wanchaij@hotmail.com
โดย: มาสเตอร์ IP: 192.168.170.73, 203.62.152.40 วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:9:21:59 น.
  
จะลองไปเยื่ยมชุมชนนี้ดูเผื่อจะปักหลักอยู่ซะเลยค่ะ
โดย: สดใส (วันสดใส ) วันที่: 20 มีนาคม 2554 เวลา:13:01:33 น.
  
กำลังสนใจอยากทำโครงงาน การท่องเทียวเชิงเกษตรกรรมอยู่
เห็นชุมชนนี้แล้วน่าสนใจมาก ใครรู้จักที่นี่ดี ช่วยแนะนำด้วยน๊ะคร้าบบ
โดย: james PNRU IP: 111.84.163.130 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2556 เวลา:19:31:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

9A
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]















New Comments
Friends Blog
[Add 9A's blog to your weblog]