Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
15 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 

ยินดีต้อนรับ สู่ Blog ร้าง



สวัสดี ความเหงา

ขอบคุณ และ ขอโทษ ธรรมชาติและจักรวาล ที่ข้าพเจ้าได้อาศัยพึ่งพาดำเนินชีวิต และ ได้ล่วงเกินทั้งโดยเจตนาและมิได้เจตนา โปรดรับคำขอขมาลาโทษและอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วย.




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2552
29 comments
Last Update : 20 มิถุนายน 2559 19:57:50 น.
Counter : 1814 Pageviews.

 

เมื่อวานนั่งสแกนไวรัสคอม เลยหาเพลงเปิดฆ่าเวลา เจอเพลง lover s moon ด้วย เพลงสานฝันและความไม่หวังอันใสบริสุทธ์ แต่ในวันนี้ เพลงนี้ได้ทำหน้าที่นั้นอีกครั้ง แต่กลับรู้สึกที่แตกต่างไม่เหมือนเดิม แล้วครั้งต่อ ๆ ไป ที่จะได้ฟังล่ะ

ชีวิตที่ได้เรียนรู้ไม่จบสิ้น ทีละบท ๆ (คงถึงวันสุดท้าย จบการเรียนรู้ชีวิตล่ะมั้ง) คำถามเกิดขึ้นมากมายในใจ กับแต่ละบทเรียน ไม่สำคัญว่าบทเรียนชีวิตบทหนึ่งได้เรียนรู้ว่าไม่ดี แล้วจึงมีคำถามที่ควรหาคำตอบ เพราะแม้แต่บทชีวิตบทหนึ่งที่คิดว่าดีนะ สุขนะ แต่ก็ล้วนมีคำถามว่า ทำไม? เพราะอะไร? จึงได้เกิดบทชีวิตนี้ขึ้น

หลากหลายบทชีวิตมันจึงน่าสนใจและท้าทาย ให้เราได้วิเคราะห์และสังเคราะห์ เหตุที่มา ที่ไป และปัจจัยตัวแปรที่เกี่ยวข้อง ที่สุด เพื่อการระลึกรู้ อย่างเท่าทันตนเอง ซึ่งตรงกับ สติ และ สัมปชัญญะ หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ธรรมเพื่อการป้องกันตนเอง มากกว่าที่จะแก้ไข การดำเนินชีวิต

วันนี้ Blog นี้ คงได้ทำหน้าที่ของมัน อย่างที่เจ้าของตั้งใจเสียที ในการบันทึกประสบการณ์หรือเหตุสำคัญ เผื่อว่าวันหนึ่งข้างหน้ามันอาจมีคุณค่า ไม่ว่าจะทั้งเชิงบวก เชิงลบ ก็ตาม เป็นเครื่องเรียนรู้ ตอกย้ำเตือน ให้สติ ฝึกการคิดพิจารณา การมีดุลยพินิจ วิจารณญาณ ที่ไม่ใช่มีชีวิตแค่มีความรู้สึก แต่เป็นผู้มีความรู้สึกนึกคิดในระดับวิจารณญาณ เป็นผู้มีชีวิตที่มีวิจารณญาณและใช้ดุลยพินิจ ไม่ใช่ใช้แค่ความรู้สึก เช่น สิ่งมีชีวิตทั่วไป

บันทึกเรื่องราวนี้ มีคำถามมากมาย ที่ใครจะช่วยกันตอบก็ได้ ผู้มีเรื่องราวคล้ายนี้ หรือเจ้าของเรื่องราวนี้ จะตอบก็ได้

เรื่องมีอยู่ว่า หญิงคนหนึ่ง รู้สึกไม่ดีกับชายคนหนึ่ง เธอเห็นว่าชายคนนี้ ประมาณว่า กินที่ลับ ไขที่แจ้ง ไม่ให้เกียรติผู้หญิงที่เคยคบหา และเป็นผู้ละลาบละล้วงเรื่องผู้อื่น ซึ่งเธอเองต้องระวังและหลีกเลี่ยง เพราะตัวเธอก็โดนแฮกค์ (ถาม) ข้อมูลส่วนตัวเช่นเดียวกัน

วันที่ชายคนนี้จะย้ายจากที่ทำงาน หญิงคนนี้จึงได้ถามว่า จะไปเมื่อไหร่ ชายคนนี้ตอบว่า ถามแรงนะ หญิงได้แต่ข้องใจ สงสัยว่าชายคนนี้รู้สึกอะไรจึงพูดว่าแรงนะ แต่ไม่ได้พูดคุยหรือเคลียร์ในสิ่งที่ตนสงสัย แต่กลับนำเรื่องราวที่ตนสงสัยเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟัง ซึ่งเพื่อนร่วมงานก็ได้วิเคราะห์กันไป

หญิงคนนี้จึงได้รู้สึกว่า ตนไปทำให้ชายคนนี้รู้สึกไม่ดีหรือเปล่า และตลอดที่ผ่านมาตนเองก็รู้สึกไม่ดีกับชายคนนี้ วันหนึ่งจึงได้เช่าวัตถุมงคลมอบให้แก่ชายคนนี้ ด้วยคิดว่าต้องการความสบายใจทำให้เขารู้ว่าตนเองไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับเขา ด้วยการให้สิ่งของนี้ และไม่คิดด้วยว่า เมื่อให้ไปแล้วผู้รับจะรู้สึกอะไร

ชายคนนี้ได้เล่าว่า เมื่อได้รับสิ่งของก็รู้สึกดี ก็คิดว่าหญิงคนนี้รู้สึกดีกับตนเอง และได้นำภาพดี ๆ ของหญิงคนดังกล่าวกลับไปที่ทำงานแห่งใหม่ด้วย ชายดังกล่าวบอกอีกว่าตอนนี้ตนเองมีครอบครัวแล้วจึงไม่ค่อยคิดเรื่องชู้สาวเหมือนก่อน รวมทั้งเข้าใจว่า หญิงคนนี้คงมีใคร จึงไม่อยากจะคิด แต่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ หญิงคนนี้คงไม่รอด เขาก็คงมีพฤติกรรมชายเจ้าชู้กับหญิงคนนี้แน่นอน

คำถามมีอยู่ว่า
1 การกระทำทั้งหมด หญิงคนนี้ แคร์ ชายคนนี้หรือไม่
2 สมเหตุผลหรือไม่ ในการที่หญิงคนนี้บอกว่ารู้สึกไม่ดีกับชายคนนี้ แล้วตนเองรู้สึกไม่ดีที่ผ่านมาอคติกับเขา จึงอยากให้สิ่งของกับเขา เพื่อสร้างความรู้สึกดีให้ตนเอง ละลายอคติตนเอง ว่าดีกับเขาแล้วเราจะได้ไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับเขา
3 จริงหรือคนทั่วไปเมื่อให้สิ่งของกัน หวังแค่ความรู้สึกดีของตนฝ่ายเดียวเท่านั้นหรือจากการได้ให้ โดยไม่เกี่ยวกับความรู้สึกของผู้รับ ไม่คิดว่าผู้รับจะรู้สึกอะไร
4 หรือคนทั่วไป เรื่องการให้ การรับ ผู้ให้อะไรก็ตามก็ย่อมหวังว่าผู้รับจะรู้สึกดี หรือได้รับการช่วยเหลือ ปลดเปลื้อง และผลของผู้รับ จะนำมาซึ่งความรู้สึกดีของผู้ให้

5 ผู้หญิงทีดีทั่วไปคิดอย่างนี้หรือไม่ว่า ในเรื่องการให้สิ่งของกับผู้ชาย ตัวเองต้องการทำให้ตัวเองรู้สึกดี โดยไม่คิดว่า ผู้รับจะรู้สึกอะไร ไม่คิดถึงความรู้สึกผู้รับว่าจะรู้สึกอะไรกับตน รวมทั้งไม่ต้องระวังความรู้สึกอะไรของใคร จากการกระทำของตน จะรับหรือจะให้ ไม่ต้องคิดผลของมันจากคู่ตรงข้าม

6 ชายคนนั้น ไม่รู้เรื่องราวด้วยว่า ที่ผ่านมาหญิงคนนี้รู้สึกไม่ดีต่อตน รวมทั้งการพูดคุยแซวกันว่า "แรง" ซึ่งชายบอกว่า เป็นการพูดเล่น ตนไม่ได้คิดว่าการถามว่า จะย้ายไปวันใดนั้น เป็นการไม่อยากให้ตนอยู่ เพราะคงไม่มีใครไม่ชอบกันแล้วเข้ามาถามอย่างนั้น คำถามคือ

6.1 หญิงคนนี้ ไม่เคลียร์การสนทนา โดยอ้างว่า ไม่กล้า อะไรเป็นเหตุให้หญิงคนนี้จึงไม่กล้า ทั้งที่ตนเองสงสัยในคำพูดแซวเล่นธรรมดาของผู้ชาย ซึ่งเป็นคนที่พูดคุยกันได้ปกติตลอดมา
6.2 แต่เก็บงำความคิด ความสงสัยไปบอกเล่าเพื่อนฝูง ซึ่งไม่มีใครรู้จริง ได้แต่วิพากษ์ แล้วหญิงคนนี้ก็นำมาสรุปใส่ไว้ในใจตนว่า ชายคนนี้ต้องรู้สึกไม่ดี จากคำพูดถามไถ่ตน ตนเองจึงต้องทำไรสักอย่าง (ไม่ใช่เพื่อให้ชายรู้สึกดี) เพื่อให้ตนเองรู้สึกดี คำถามคือ

หญิงแคร์ชาย คนนี้ใช่หรือไม่ หรือแคร์อะไร

ทำไมจึงต้องให้ความสำคัญ กับเรื่องเล็กน้อยที่ตนเองกลับคิดว่าใหญ่ ทั้งที่สุดท้ายแล้ว ชายคนนี้ไม่ได้คิดอะไรด้วยซ้ำ ไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่า หญิงคนนี้คิดไม่ดีกับตน เมื่อได้รับของ กลับคิดว่าหญิงคนนี้รู้สึกดีกับตนด้วยซ้ำ

7 การรู้สึกไม่ดีของ่คนที่เกิดขึ้น เพราะเห็นว่าผู้อื่นทำไม่ดีนั้น ทางแก้ต้องแก้ที่ใด เช่น ถ้าชายทำไม่ดี ตนเลยไม่ชอบ ต้องแก้ที่ชายทำดี ใช่หรือไม่ แล้วแก้ได้ไหม เขาทราบไหม หากแก้ไม่ได้ หรือไม่ต้องแก้

ความรู้สึกไม่ดี ทางเหลือที่เลือกควรแก้ที่ใคร ที่ใจผู้รู้สึกเองใช่หรือไม่ ควรคิดใหม่ รู้สึกใหม่ แผ่เมตตา เข้าใจคนให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราวที่เขาเป็นโดยทั่วไปไม่เกี่ยวอะไรกับเรา ทำความเข้าใจเขาได้ ใจเราก็เลิกอคติแล้ว และเราก็ได้ทำเพื่อตัวเราแล้ว ไม่ต้องไปแก้หรือเกี่ยวข้องกับผู้อื่นให้สุ่มเสี่ยง หรือเกิดผลกระทบอื่น และคำถามคือ

ทำไมจึงไม่แก้ที่ตัวเอง ใยจึงต้องนำมาใส่ใจให้เป็นปัญหา จนเป็นเหตุต่อเนื่องให้ต้องสู้อุตส่าห์คิดในการทำดีแก้ปัญหาโดยไปเช่าวัตถุมงคลมาเพื่อปฏิบัติดีต่อเขา เพื่อให้ตัวหญิงเองนั้นจะได้รู้สึกดี หายอคติแล้ว

8 การกระทำทั้งหมด หลอกตัวเองใช่หรือไม่ และที่สำคัญ หลอกผู้อื่นด้วย เพราะเขาไม่รู้ว่าให้เพราะอะไร ถ้าให้เพราะไม่ชอบเขา และให้เพื่อสะท้อนกลับไปที่ตนเองนั้น คำถามอีกว่า

หลอกตัวเอง หลอกผู้อื่น แล้วยัง เห็นแก่ตัว ทำเพื่อตัวเอง ใช่หรือไม่ เพราะอ้างว่า ไม่ได้เล็งเห็นผลหรือคิดว่า ให้ไปแล้ว ผู้รับจะรู้สึกอะไร ผลการให้จะเป็นอย่างไร

9 เป็นผู้หญิงให้อะไรกับใคร ไม่คิดบ้างหรือว่า ชายผู้รับจะรู้สึกอะไร หญิงบอกว่า ถ้าจะรู้สึกอะไร เขาก็ย้ายแล้ว คำถามคือ

นั่นแสดงว่า หญิงคนนี้คิด หรือไม่คิดกันแน่ กับผลของการให้ เพราะบอกว่า ถ้าจะรู้สึกดีหรือจะอะไรกับเรา เขาก็ย้ายแล้วจะทำอะไรได้ และหากคนมันจะคิด ให้ของหรือไม่ให้ของก็คิดได้ทั้งนั้น

10 ต่อมา ชายคนนี้ได้รู้ว่า หญิงคนนี้ให้เพราะอะไร จึงไม่ต้องการวัตถุมงคลนี้ โดยบอกว่า จะไปเอาออกจากที่ตั้ง แต่จะไม่ทิ้ง แต่จะเอาไปให้ผู้อื่นเสีย เพราะชายคนนี้รับสิ่งของต่าง ๆ และตีมูลค่าจากคุณค่าทางใจ และความรู้สึกที่ดีต่อกัน โดยมีสิ่งของเป็นตัวแทน

แต่ในความเป็นจริง เมื่อรู้ว่า ใจผู้ให้ไม่ได้รู้สึกดี แต่จะมาทำดีเพื่อตนเอง หลอกทั้งตนเองและผู้อื่นให้รู้สึกดีนั้น ตนไม่ขอรับเสียดีกว่า คำถามคือ

สิ่งของที่ให้นี้ ไม่ได้มาจากความรู้สึกดีจริง ใช่ไหม และไม่สามารถเป็นตัวแทนความรู้สึกที่ดีต่อกันได้ จริงไหม

11 หญิงคนนี้ เคยมีประสบการณ์ ในการรู้จักผู้ชาย และระมัดระวัง แม้แต่ในการฝากความคิดถึงหรือระลึกถึงกัน โดย ฝากบอกความคิดถึงชายคนหนึ่ง แต่สั่งว่า อย่าบอก คำถามคือ

หญิงคนนี้ มีความระมัดระวังแบบผู้หญิง ถูกต้องไหม

การฝากความคิดถึง แสดงว่าต้องมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระดับหนึ่ง รวมทั้งมีจิตใจที่ดีต่อกัน การกล่าวฝากแม้จะเล่น ๆ จึงเกิดขึ้นได้จริงจากใจที่รู้สึกได้จริง แต่การปฏิบัติที่ห้ามว่า อย่าบอกนั้น เกิดจากความระมัดระวังในการกลัวชายเข้าใจผิด ซึ่งอาจไม่ดีไม่งาม ตรงนี้เป็นลักษณะของหญิงที่ดี คำถามคือ

ทำไมครั้งนี้ กับชายอีกคน ทั้งที่เป็นคนที่ไม่ได้รู้สึกไม่ดี ไม่ต้องหลีกเลี่ยงเหมือนอีกคน แต่ทำไมจึงคิดระวัง หลีกเลี่ยง กลัวการเข้าใจผิด แล้วกับชายที่ตนเองต้องการระวัง หลีกเลี่ยง แต่กลับมีพฤติกรรมการเข้าหา หยิบยื่นให้ โดยไม่คิดถึงผลว่าฝ่ายชายจะเข้าใจผิดหรือไม่

หรือเข้าใจผิดก็ช่าง ก็จะทำ นั่นแปลว่าอะไร

12 กรณีการฝากความคิดถึงชาย เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ในโลกของผู้หญิง ความรู้สึกดีต่อชายคนหนึ่งซึ่งมีจริงในใจ ก็ถูกปกปิด ไม่ปรากฎให้เห็นได้ จากการระมัดระวังป้องกัน การกระทำ แม้แต่คำพูด (แม้ไม่แสดง ก็มีจริงได้) ซึ่งมีความลึกลับซับซ้อน หน้าอย่าง ใจอย่าง ด้วยเหตุอะไรหรือ

13 แล้วในกรณีที่การให้สิ่งของสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี ไม่จำเป็นต้องระมัดระวังหรือ หรือมีใจต้องระวัง ไม่มีใจจริง ไม่ต้องระวัง แล้วผลที่เกิดล่ะ กรณีความคิดถึง เราระวังผลที่จะเกิดใช่หรือไม่ กล่าวคือ กลัวจะเข้าใจผิด จากการหยิบยื่นคำพูดที่ดีให้กับผู้ชาย แล้วการหยิบยื่นสิ่งของทีดีให้กับผู้ชายอีกคน ไม่คิดถึงผลหรือว่าจะเข้าใจผิด

เรามีหลักคิดในการเลือกปฏิบัติจากมาตรฐานอะไร เราคำนึง ระมัดระวัง ผลของมันที่จะเกิด หรือเราระวังจากอะไร อารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการของเราเองในขณะนั้น ความอยากทำไม่อยากทำ มันไม่สำคัญว่าเราจะคิดอะไร แต่มันสำคัญว่าผู้อื่นจะคิดอะไรมิใช่หรือ ที่เกิดจากพฤติกรรมของเรา

14 บทชีวิตบทนี้ คือ หินก้อนเล็ก ที่เราเดินสะดุด (เพราะเราไม่เคยสะดุดภูเขาหินอยู่แล้ว) เรามองข้ามหินก้อนเล็ก ๆ ใกล้ตัว ที่จะทำให้ชีวิตเรามักสะดุด แล้วเมื่อเราล้มลง ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ บาดเจ็บเล็กน้อย บวม หรือหัวฟาดตายไป จากเรื่องเล็ก ๆ เช่น มะเร็ง สึนามิ อารมณ์ กระจกรถแตก ล้วนเกิดจากจุดเล็ก ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีอะไร เกิดจากเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ ๆ ไม่เคยมีจริงในโลก ไม่มีมหภาค ไม่มีรัฐบาล ไม่มีสังคม ไม่มีจังหวัด อำเภอ ตำบล แต่มี คน บุคคล รวมเป็น กลุ่มคน ชุมชน สังคม ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค ประเทศ รัฐบาล ภูมิภาค ทวีป ที่สุดคือ ประชาคมโลก ที่เกิดจากคนทุกคนในโลก

โลกนี้มีแค่ 0 กับ 1 สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน ไม่มีจริง ล้วนมาจาก 1 รวมกันสิบครั้ง 1 รวมกันร้อยครั้ง ฯลฯ ชีวิตมีแต่ yes กับ No ใช่ กับ ไม่ใช่

15 ชายคนนั้นบอกว่า หญิงคนนี้ ไม่มีจุดยืน นั่นซินะ ดูจากสองกรณีชายข้างต้น ก็พอรู้ว่า จุดยืนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามแต่ความต้องการ ณ อารมณ์นั้น เพราะสิ่งที่ควรทำได้ หญิงคนนั้นอาจไม่ทำก็ได้ และสิ่งที่ไม่ควรทำ แน่นอนว่า หญิงคนนี้ สามารถทำได้แน่ ๆ บนจุดยืนของเธอเอง โดยไม่เคยมีใครไปบงการชีวิต ความคิดของเธอ ที่คิดและเลือกกระทำเองทั้งสิ้น

คนไม่มีจุดยืน หรือมีหลายจุดยืนตามความเห็น ความต้องการของตนเอง ณ เวลานั้น กันแน่

16 ชายคนนั้นยังบอกอีกว่า ถ้ามีโอกาสถาม เขาจะถามว่า รู้จัก มนุษย์ กับ อมนุษย์ ดีแค่ไหน

หญิงคนนี้จะรุ้สึกอะไรไหม ว่า ชายคนนี้ได้รู้แล้วว่าตนเองรู้สึกอะไร

16.1 ไม่ควรรู้สึกอะไร เพราะหญิงคนนี้บอกว่า ไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่า ให้ของไปแล้วเขาจะรู้สึกดี ไม่ดีอย่างไร ขอให้ตนเองได้ทำในสิ่งที่ให้ ก็พอแล้วมิใช่หรือ ดังนั้น เมื่อให้ไปแล้ว เขาจะรู้สึกพอใจ ไม่พอใจ เห็นว่า เราให้ด้วยใจจริง หรือไม่จริงใจ ก็ต้องสุดแล้วแต่ ถูกต้องไหม

16.2 หญิงรู้สึกไม่ดี เพราะฝ่ายชายเขาดันมารู้ว่า หญิงรู้สึกกับเขาไม่ดี แล้วมาให้ของเขา ไม่น่ามีคนไปบอกให้เขารู้เลยว่า เรารู้สึกไม่ดีกับเขา

อ้าว ถ้าเป็นข้อนี้ ก็มีคำตอบว่า จะรู้สึกไม่ดีได้อย่างไร ในเมื่อให้เหตุผลชัดเจนว่า เราเล่าให้เพื่อนฟังและได้คิด ได้นำมาใสใจว่า ไปถามเขาแบบนั้น มันไม่ดีกับเขา เขาคงรู้สึกไม่ดี ว่าเรานั้น รู้สึกไม่ดีกับเขา ดังนั้น เราจึงต้องให้สิ่งของเพื่อชดเชย

ถ้าเช่นนี้แล้ว คำตอบก็กลับมาเป็น

ไม่ควรรู้สึกไม่ดี เช่นกัน เพราะ ก็เขาก็รู้ไปแล้วว่า เราไม่รู้สึกไม่ดีกับเขา ไม่ว่าจะที่ผ่านมา (แอบคิด) หรือจากการพูด เอาเป็นว่า ก็เขารู้อยู่ก่อนแล้วว่า เรารู้สึกไม่ดีกับเขา และเมื่อเขารู้ภายหลังว่า เรารู้สึกไม่ดีกับเขา และก็เราได่ให้ของเขา มันก็น่าจะเหมือนกัน

แต่บังเอิญไม่เหมือนกันตรงที่ เขาไม่ได้รู้มาก่อน แต่เขาเพิ่งรู้ แต่หญิงกลับไปใส่ใจ ไม่เคลียร์ ไม่ไถ่ถามทั้งที่ก็ได้พูดคุยกันอยู่ แล้วมาบอกว่า เขาต้องคิดว่าเราคิดไม่ดีกับเขา ก็แปลว่า ยอมรับว่าเขารู้ก่อน ดังนั้น เขารู้ก่อน และรู้อีก ก็ไม่เห็นจะเสียหายไร แต่ว่าหญิงคงเสียความรู้สึก เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อน แต่คุณหญิงดันคิดเอง เออเอง คิดแทนคนอื่นเขาตลอดเวลา นำมาใส่ใจ

เช่นนี้ จะให้บอกว่าอะไร วิเคราะห์ สังเคราะห์ว่าอะไร

นี่เองใช่ไหม ที่เป็นอุปสรรคพื้นฐาน กีดขวาง ความสำเร็จ ก่อให้เกิดปัญหาในหลาย ๆ เรื่อง หรือเป็นสิ่งที่ดีแล้ว ถูกต้องแล้ว กันแน่

ชีวิตไม่ใช่สิ่งผิด แต่ควรให้ความสำคัญกับจุดอ่อนที่ทำให้ผิด ขับรถชนกันตายแล้วยอมรับผิด การยอมรับผิดมันคือจบที่ปลายน้ำ ได้แค่รู้ว่าได้ทำผิดไป แต่ได้รู้ไหมว่า อะไรที่ไม่ดีที่ทำไปแล้วมันก่อให้เกิดความผิดพลาด มันไม่สำคัญเท่ากับต้นน้ำที่เราได้รู้ตัวเองว่า ได้ทำอะไรไม่ดีลงไปหรือเปล่า เช่น นอนไม่พอขับรถหลับใน เมาแล้วขับ คุยโทรฯ ทะเลาะกับแฟน ขาดสมาธิ ฯลฯ เรื่องเล็ก ๆ ทั้งนั้น ที่ส่งผลสูญเสียมหาศาล ดังนั้น ถ้าคนเราจะสูญเสียอะไรไปด้วยเรื่องเล็ก ๆ มันก็คงต้องยอมรับว่า ปกติและธรรมดา ใช่ไหม


ment นี้ ให้ใครลองคิดเรื่อง จิตวิเคราะห์ ดูเล่น ๆ ก็ได้
ที่จริงยังมีเรื่องราวให้คิดเล่นอีกเยอะ แต่หมดเวลาว่างแล้ว

 

โดย: ว่างแล้วพบกัน IP: 182.52.202.236 8 กันยายน 2556 11:43:44 น.  

 

ไม่อยากโกรธเกลียดหรือรู้สึกไม่ดีกับผู้ชาย เลยต้องลงมือทำดี หยิบยื่นไมตรีจิตผ่านสื่งของให้ผู้ชาย

การทำดีนั้นก็คือ ต้องจัดการความรู้สึกไม่ดีของตัวเอง เพื่อทำสิ่งที่รู้สึกดี ให้กับผู้ชาย เพื่อบอกตัวเองว่า เราไม่ได้รู้สึกไม่ดีนะ เราได้ให้ของผู้ชาย แล้ว ซึ่งมันเป็นกิจกรรมตัวแทนความรู้สึกดี แปลว่าเราได้รุ้สึกดีแล้ว

ย้อมตัวเองหรือเปล่า หลอกผู้ชายหรือเปล่า ทำเพื่ออะไร เพื่อตัวเองหรือเปล่า

แล้วความรุ้สึกไม่ดีหมดไปหรือยัง เขารู้เขาจะยินดีในการรับครั้งนี้ไหม แล้วการให้ครั้งนี้ ทำเพื่อตัวเอง หรือเพื่อผู้ชาย หรือเพื่อเขากับเรา 2 คนเลย

ไหนบอกว่า อยากทำดีกับใคร ๆ มิใช่หรือ แล้วที่ทำนั้นเป็นความดีหรือความหลอกลวง และเพื่อตัวเองจะได้สบายใจ โดยไม่คิดถึงผลลัพธ์ ผลกระทบอะไรกับใครบ้างเลย

คุณเป็นคนดีหรือ

คุณมีแฟนอยู่หรือเปล่า เล่าให้แฟนฟังซิ ดูว่าเขาว่ายังไง

คุณมีกิ๊กหรือเปล่า ลองเล่าให้กิ๊กฟังด้วยก็ได้ รุ้สึกไง

ลองให้แฟน กิ๊ก และชายคนนั้น ช่วยกันวิเคราะหฺ์แลกเปลี่ยนมุมมองในตัวคุณ เพื่อตกผลึกความเห็นร่วมกัน ว่าคุณคืออะไร what are you?

คุณเป็นแบบนี้กับใคร ๆ เป็นปกติของคุณหรือเปล่า งั้นคุณมีคนพิเศษไหม คนพิเศษกับความปกติกับใครๆของคุณนั้น ผลคือผู้ชายคนนี้ได้รับสิ่งของเช่นเดียวกับคนพิเศษของคุณหรือเปล่า กรณีที่ชายสองคนได้รับสิ่งของจากตุณเหมือนกัน คุณคิดว่าความรุ้สึกของคนที่คุณอุตส่าห์พิเศษนั้น เขารู้สึกอะไร และชายที่ไม่พิเศษ แต่ได้รับสิ่งของแทนไมตรีจิตเดียวกันนั้น ควรภูมิใจไหมที่คุณให้คุณค่าในสิ่งของที่เป็นรุปธรรมเท่ากัน

 

โดย: ตอน1 IP: 125.27.21.209 10 กันยายน 2556 0:19:41 น.  

 

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาที่คุณเข้าใจมาตลอดว่าตนเองทำดี อยากทำดี
บางทีบทชีวิตบทนี้ อาจสอนให้คุณได้รุ้จักตัวเองว่า

สิ่งที่คุณทำ ไม่ใช่ความดีหรอก ซ้ำร้าย กลายเป็นความเลว ที่อ้างมาเสมอว่า อยากทำดีกับผู้อื่น บนการเหยียบย่ำบางผุ้คนที่เกี่ยวข้องให้ดูไร้ค่า เพียงเพราะแค่คุณต้องการทำเพื่อให้ตนเองสบายใจ โดยยอมรับว่า ไม่ได้สนใจว่า ใครจะรุ้สึกดีเลวอย่างไร

แต่ละบทที่คุณทำกับใคร ๆ คุณไม่คิดด้วยซ้ำไปว่า มันซ้ำหลายคน มันจึงลดคุณค่าความหมาย กับบางคนไปโดยปริยาย ความพิเศษ หรือคนพิเศษในกรณี้ดียวกันนี้ จึงกลายเป็นไร้คุณค่า และนำมาซึ่งความไม่เหลือคุณค่าใดๆ กับใครสักคน คุณจะไม่เหลือใครสักคนในชีวิตคุณ

สุดท้าย ชีวิตคุณจะโดดเดี่ยว เงียบเหงา มีคนผ่านเข้ามาแล้วก็ต้องออกไป
คุณเคยรู้ความไม่ดีของตนเองบ้างไหม แลมีอะไรบ้าง คุณคงไม่เคยรู้

แต่วันนี้ คุณปฎิเสธความไม่ดีของคุณไม่ได้อีกแล้ว มีผู้ได้รับผลกระทบทางลบ จากความมีน้ำใจ จากความดี ที่คุณให้ผู้ชายคนหนึ่ง และอีกคนถูกเหยบย่ำ โดยคุณไม่เคยนึกถึงเขาเลย คุณมีแค่กิเลส ความปรารถนาที่ให้เขา แต่คุณไม่ได้หยิบยื่นความปรารถนาดีหรือคิดปกป้องให้กับเขา

ที่ผ่านมา ก่อนหน้า คงมีคนได้รับผลกระทบจากความเป็นคนดีของคุณ (
ในความคิดตุณที่คิดว่า ดีแล้ว) แต่มันไม่ใช่เสียแล้ว เมื่อมีผู้มาพิพากษาความจอมปลอมของคุณ (ที่คุณอาจไม่ได้ตั้งใจ) มาตรฐานความดีของคุณบิดเบี้ยวแล้ว คุณเข้าใจผิดมาตลอด คุณจึงได้กล้าทำอะไรที่ไม่คิดถึงใคร คิดแค่ใจตน บนการแอบอ้างว่าทำดีกับใคร ๆ

นิยามความดีและความรักของคุณ แตกต่างจากผู้อื่น เห็นได้ชัดเจนว่าคุณยึดตนเองก่อนผู้อื่น ที่หลอนตัวเองว่า ทำเพื่อผู้อื่น แต่วกกลับมาหาตนเอง ทั้งที่มีคนที่คุณควรคำนึงถึงเขาได้รับผลกระทบ แต่ดูเหมือนคุณไม่เคยคิดถึงใครเลย นอกจากตัวคุณมากสุด และผู้ชายที่คุณคิดกับเขาอีกหนึ่งคนเท่านั้น นอกนั้น คุณไม่เคยมีใครเลย ในกรณีนั้น

 

โดย: ตอน2 IP: 125.27.21.209 10 กันยายน 2556 0:56:42 น.  

 

ไม่มีใครอยากเปลี่ยนแปลงคุณหรอก เพียงแต่เรามากะเทาะเปลือกใจ ค้นหาและยอมรับความจริงที่เกิดเป็นอยุ่นี้ เรียนรุ้ความจริงอันเป็นธรรมดา เพื่อจะได้เข้าใจและใช้ชีวิตปกติสุข (สัจธรรม) คุณเปลี่ยนคุณก็จะร้อน เพราะมันไม่ใช่คุณ คุณคือเช่นนี้ คนเราเปลี่ยนไม่ได้มากกว่านี้ คุณมีคุณสมบัติในการ ทำความไม่ดี ที่กลับเข้าใจว่า ได้ทำดี คุณยืนอยุ่ชิดปากหลุมพรางแห่งความเสื่อม คุณชอบหรือรักทำในสิ่งแบบนี้หรือเปล่าไม่รุ้ แต่แนวคิดของคุณเป็นโทษ นำพาตัวสุ่ความเสี่ยงเสื่อม คุณอาจรอดมาได้หลายครั้ง ไม่เกิดอะไร หรือเกิดบ้าง แต่สักวันก็เกิด ( เกิดแล้วหรือยัง ตอบตีวเองซิ)

คุณยังไม่จบซินะ คุณคงชอบความท้าทาย หยิบยื่นอยากทำดีกับผู้คน หยั่งที่คุณบอก สรรหามาใส่ใจ และกระทำ ทั้งที่ไม่จำเป็นอะไรที่ต้องติดด้วยซ้ำ แต่คุณกลับเลือกสรรที่จะสร้างสิ่งขึ้นมาเอง และคงมิรุ้จบ เพราะมันคือคัวตนคุณ ที่คิดว่าดี แต่แท้จริงแล้ว ทั้งหมดที่อุตส่าห์สรรหามาใส่ใจ และทำขึ้นภายใต้เหตผล ต้องการทำดี แต่ทั้งหมดตั้งอยุ่บนฐานความเลว ที่ปรากฏตรวจสอบได้จากทุกบรรทัดด้านบน

 

โดย: ตอน3 IP: 125.27.21.209 10 กันยายน 2556 1:20:36 น.  

 

สรุปง่ายๆ สั้นๆ จากความยาว ก็คือ

ไม่เห็นจำเป็นที่คุณจะต้องดิ้นรนคิดอะไร แคร์อะไร กับธรรมชาติสังคม ผู้คนต่างรักเกลียด ชิงชัง ชื่นชม ฯลฯ ซึางคุณก็เห็นและรุ้มาตลอด เข้าใจปกติของวิถีทางของการดำเนินชีวิตอยุ่แล้ว หลายสิ่งคุณไม่เห็นแคร์อะไร และดูเหมือนคุณเข้าใจชีวิตและผ่านอะไรมามาก ซึ่งคุณเคยบอกเสมอว่า คุณป่านชีวิต เจออะไรมาเยอะ ในที่ทำงาน บางเกลียดกันออกนอกหน้า ไม่เห็นแคร์อะไร คุณเข้าใจเรื่องราวชีวิตได้ดี คุณสงบนิ่ง ไม่ตกเป็นเหยื่ออารมณ์

แต่ทำไม ครั้งนี้ คุณแคร์กับการที่ผู้ชายจะรุ้ว่าคุณรุ้สึกไม่ดีกับเขา คุณทนทานไม่ได้ คุณนำมาคิดและรุ้สึก คุณสงบนิ่งไม่ได้ ยิ่งเขาจะจากไป ก็น่าจะจบความรุ้สึกลงได้ และคุณบอกว่า เขาก็จะไปแล้ว แต่คุณกลับคิด กลับต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเคลียร์ คุณไม่ปลง หรือปลงไม่ได้ ทำไมคุณต้องทำอะไรด้วย กับเรื่องธรรมดา ที่ใครๆก็บอกว่า คุณไม่น่าคิดเล็กคิดน้อย เพราะนิสัยคุณไม่อะไรกับเรื่องเล็กๆน้อยๆธรรมดา คุณก็ปล่อยๆไป ใหญ่กว่านี้คุณยังไม่อะไร แต่นี่ ทำไมคุณเอามาคิด ไม่ปล่อยวาง

คุณถามตัวเองและตอบซิว่า อะไรมันซ่อนอยุ่ข้างใน ที่คุณหาไม่เจอ และยังไม่ได้หา นั่นแหล่ะมันคือตัวจริงของคุณ

จำไว้ว่า คุณจะไม่เหลือใคร เพราะความเป็นตัวตนแท้จริงของคุณคือ คนที่ทำให้ตัวเองไม่มีใคร คุณทำตนให้ไม่มีคุณค่าใด

แม้แต่ธรรมชาติและโชคชะตายังเข้าใจและมองเห็นคุณและก็รุ้ว่า

คุณคือ คนที่ ต้องไร้เนื้อคู่

 

โดย: ตอน4 IP: 125.27.21.209 10 กันยายน 2556 1:54:24 น.  

 

คุณคงไม่มีวันได้สมหวังด้านนี้อีกแล้ว เพราะคุณมีตัวตนและลักษณะพฤติกรรมที่หักล้างเป็นปฏิปักษ์ ต่อความมั่นคงของความรัก ความศรัทธาเชื่อมั่่น ทุกอย่างชัดเจนแล้วจากรายละเอียดบทชีวิตเล็กๆ จากวิธีคิดและความรู้สึก ดังนั้นไม่ว่าคุณจะรักใครมากปานใดด็ตาม คุณก็ไม่อาจรักษาไว้ได้ เพราะจิตใจคุณมันดิ้น ไม่สงบ และคุณมีลักษณะจิตใจที่ข้องแวะกับบริบท คุณเป็นคนมีปฏิกิริยาทางจิตใจ และมันมักนำพาคุณสู่หายนะมากกว่าสวรรค์ คุณขุดหลุมฝังชีวิตตวามรักและชีวิตคู่ของคุณเองโดยแท้

ไม่เกี่ยวกับว่า ทำไมคุณจะไม่รักใคร หรือไม่ภักดี คทั้งที่คุณมีคนที่คุณภักดี แต่ที่สุด ความข้องแวะที่เป็นตัวคุณมาช้านาน ทำไมมากชายจึงมากี่ยวข้อง คุณทราบแก่ใจดี คุณมักสร้างปฏิกิริยา หรืออาจกลายเป็นความท้าทาย ที่แตกต่าง คุณกลายเป็นศาลาท่าน้ำ หอประชุม ดังพระพุทธเจ้าตรัสรู้มาแล้ว คุณมักอ้างว่า ไม่ได้ทำอะไร ตัวอย่างจากครั้งนี้ ใครสร้างปฏิกิริยาหรือความข้องแวะ คุณหรือผู้ชายคนนั้น

บทชีวิตคุณนี้จะเป็นธรรมทานแก่ตัวคุณเองและใครๆ ที่อาจได้พบเห็น ขอคุณจงไตร่ตรอง พินิจพิเคราะห์ด้วยเหตุและผล ด้วยอุเบกขา คุณจะเห็นรากแก่นของเหตุปัจจัยที่มา ที่เริ่มต้นที่ใจคุณเองเป็นต้นเหตุ มิใช่ใครอื่นใดทั้งสิ้น

หากว่าคุณได้รุ้แจ้งแล้ว โดยหากยังมีความรักดีเหลืออยุ่ ก็จงแสวงหาทางเลือกปฏิบัติหรืออย่าปฏิบัติเพื่ออานิสงส์แด่ตนและผุ้อื่น

การเล็งเห็นผลของอานิสงส์ จะผิดเพี้ยนตามกระแสใจคุณอีกไหม คงไม่มีใจ่วยคุณได้แล้ว เพราะแม้แต่การจำกัดตัวเองในกรอบไม่อยากทำงานข้องแวะใคร จึงได้คิดย้ายงาน ด้วยว่าไม่ต้องพบปะใตร

คุณหนีตัวเองไม่ได้หรอก มันตามคุณไปทุกที่ กรณีครั้งนี้มันเกิดกับเพื่อนร่วมงานคุณมิใช่หรือ ใกล้ๆนี่เอง คุณหนีสังคมไม่พ้น ไม่ว่าเล็กใหญ่ มันเกิดได้ทุกที่ ที่สำคัญ ครั้งนี้ คุณเดินเข้าไปให้มันเกิด ผุ้ชายคนนั้นมิได้มีปฏิกิริยา แต่คุณมี และสร้างยื่นเข้าไปต่างหาก คุณโกหกทั้งที่รุ้ว่างานไม่ใช่ต้นน้ำ แต่คุณปฏิเสธ ยอมรับไม่ได้ว่า แท้จริงต้นเหตุเกิดจากคุณทั้งสิ้น

เมื่อคุณย้าย ไม่ใช่การจบ แต่เป็นการเริ่มเรื่องและปัญหาใหม่ เป็นภาค 2 ของคุณ แต่ไม่ใช่ของบางคน บางคนเป็นภาคแรกของคุณ
คุณไม่มีทางได้รอใตรที่หวังไว้ เพราะคุณมองไม่เห็นกันแล้ว ไม่มีใครรักษาศรัทธาคงมั่นท่ามกลางความสูญสิ้นได้หรอก

ถ้าคุณพลาด คุณก็เป็นได้แค่ทางผ่านของชายเหล่านั้นเท่านั้น ไม่ใช่ไม่มีศรัทธาในโลก แต่คุณจะไม่มีวันได้พบได้สร้างศรัทธาไว้ใจให้ชายใดได้มั่นใจ บนความเป็นคุณเช่นนี้ ที่สุดคือความเสื่อม

เพราะแม้แต่ฟ้าดิน ยังหยั่งรุ้ว่า คุณไร้ชายคู่ครอง

 

โดย: ตอน5 IP: 125.27.21.209 10 กันยายน 2556 2:57:03 น.  

 

ไม่แปลก ที่ชีวิตผู้หญิงบางคน ไม่เคยขาดชายตอแย แต่ทว่าหล่อนไม่รู้ตัวหรือไม่ทันได้เคยคิดว่า มันทำให้ตนไร้คุณค่า ความหมาย และที่สุดหล่อนก็ดูเหมือนกับยังคงมีความปรารถนา ที่จะไม่เคยได้พบสุขที่แท้จริง

 

โดย: แค่ดอกไม้พลาสติค IP: 125.27.15.250 10 กันยายน 2556 8:12:03 น.  

 

แต่แปลก ที่เเรื่องราวธรรมดา ๆ ไม่ได้มีสาระอะไร ซึ่งผุ้ชายก็ไม่ได้ใสใจอะไร แต่ทำไมผู้หญิงจึงต้องนำไปคิด ไปรู้สึก เพียงแม้แต่คำสนทนาเดียวที่ไม่ได้สำคัญอะไรของผู้ชาย แต่ผู้หญิงกลับรู้สึกและไม่สบายใจ จนต้องดำเนินเรื่องเพื่อสร้างความสบายใจ ทั้งที่ตนเองก็ตั้งใจเองแต่แรกว่าจะหลีกเลี่ยงชายคนนี้ แต่ที่สุดตนเองกลับ ละ กลับคำ ตนเอง เลิกระวัง ระแวงไม่กลัวความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากนิสัยชายคนนี้ แต่กลับกลายเปลี่ยนเป็นหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ในความรู้สึกตนให้ สร้างความเกี่ยวข้องกับชายคนนี้แทน โดยอ้างว่าไม่ได้สนใจเขาจะรู้สึกอะไรหรือจะทำอะไร

ทำไม ความระมัดระวังหายไป ทั้งที่ตนเองอ้างว่าเป็นคนระมัดระวังมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ชายคนนี้ แต่กลับไม่ต้องระวังผลกระทบทางลบที่เกิดขึ้นได้แน่นอนจากชายคนนี้ เพราะรุ้ดีว่าเกิดกับหญิงอื่นมาแล้ว

แปลกไหมครับ

 

โดย: แปลก แต่ จริง IP: 110.49.251.118 12 กันยายน 2556 10:12:09 น.  

 

ธรรมชาติของกาลเวลา ย่อมเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง รวมถึงคนเรา ณ เวลานี้ บางทีเราก็ไม่ทันคิดว่าเราก็ได้เปลี่ยนไป ทุกคนเปลี่ยนไป คุณเองก็เปลี่ยนไปในหลายสิ่ง เราต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างไม่หวนคืนเหมือนเดิมได้อีก ต้องเข้าใจธรรมชาติ บางเรื่องที่ค้างคา ก็ไร้วี่แววการโทรกลับหรือส่งข่าวว่าเกิดอะไรขึ้น นานหลายวัน ซึ่งต่างจากก่อนนี้มากมายที่ความพยายามมีสูง ซึ่งอาจเกี่ยวกับการเปลี่ยนของมุมมองที่เคยสำคัญ กลายเป็นไม่สำคัญอะไรนัก ดังนัั้น การกระทำหลายสิ่งที่เกิดขึ้น จึงขาดการคิดถึงกัน ปรากฎพฤติกรรมออกมาเป็นทำอะไรโดยไม่คิดถึงใครบางคน แต่คิดเฉพาะส่วนตน

 

โดย: เวลา IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 18:28:19 น.  

 

แต่ละพฤติกรรมปรากฎอย่างสอดคล้อง เพราะอะไรหรือ ก็อาจเพราะเหตุเกิดจากสภาพภายในจิตใจอันเป็นต้นกำเนิดเดียวกันของการกระทำต่าง ๆ นั่นเอง อาจเป็นความอ่อนล้า เรื่อยเปื่อย ไม่อยากจะคิดอะไรมาก ทุกสิ่งจึงไร้การกระตือรืนล้น ไม่ทำอะไรทั้งที่เมื่อก่อนพยายามทำ ปล่อยให้ผู้อื่นรอคอยการส่งข่าว โดยลืมคิดถึงใจใคร แต่ขณะเดียวกัน จะทำอะไรก็ได้ โดยไม่ได้คิดถึงใครเช่นกัน



 

โดย: ขาดใย IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 18:44:04 น.  

 

จะพูดไปทำไมอีกหรือ ไม่ดีก็หยุดไป นี่คือคำแนะนำจากคุณ แต่ผมยังไม่ทำ เพราะเรื่องเช่นนี้ต้องสำรวจและต้องใช้เวลาในการกัดกร่อนตัวมันเองลงไป มิฉะนั้น ไม่มีทางสำเร็จ

แต่ก็ยินดีรับฟัง และพยายามจะปฏิบัติให้ได้โดยเร็ว พยายามบีบโฟกัสเรื่องราวและจิตใจสู่การยุติ เช่น ในวันนี้

 

โดย: บีบ ตีกรอบ IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 18:48:37 น.  

 

เมื่อตีกรอบบังคับความคิด ความรู้สึกได้แล้ว ก็คงต้องเพิ่มดีกรีความเข้มข้นให้กับมัน เพื่อให้มันเกิดปฏิกิริยาทางเคมี หรือเกิดพลังการขับเคลื่อน สู่เป้าหมาย และทุกประโยคนี้ก็คือการอยู่ระหว่างการไตร่ตรอง ปรับโฟกัสให้ชัดเจน มิให้เกิดความผิดพลาดทางความคิด


 

โดย: ปรับโฟกัส IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 18:53:20 น.  

 

คงไม่ต้องคุยต้องถามอะไรกันอีกแล้ว เพราะได้ทำมามากแล้ว

พฤติกรรมที่ปรากฏสะท้อนความคิด ความรู้สึก ของคุณได้อย่างชัดเจน ว่าคุณได้ทำอะไรลงไปโดยคิดถึงใครหรือไม่ ซึ่งโดยธรรมชาติ คนเราเวลาอยากทำ ก็คิดถึงแต่สิ่งที่ตนเองจะได้ หรือผู้รับจะได้ เช่น ได้ความสบายใจ ความรู้สึกดี แต่ผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้ได้รับผลกระทบ มันเป็นทางอ้อมเสียจน มักถูกมองข้ามเสมอ

ผมก็เช่นกัน แม้สิ่งของชิ้นเดียวกันที่ผมได้รับ และผู้อื่นได้รับ ยังไม่มีผู้ให้ที่ใจละเอียดพอที่จะคิดถึง

คุณคงมีสิ่งของแทนความรู้สึกมากมายหลายชิ้นที่จะให้กับใคร ๆ ได้เหมือนกันหมด เพราะคุณบอกว่า คุณเป็นเช่นนี้กับทุกคน

 

โดย: ของแทนใจ IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 19:01:35 น.  

 

ดังนั้น เมื่อสภาพภายในใจคุณ เปลี่ยนแปลงไปมาก จิตคุณตก ใจคุณต่ำลง จนเกิดพฤติกรรมทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น มันย่อมส่งสัญญาณสะท้อนให้เห็นรอยร้าวจุดเล็ก ๆ ที่คุณมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น (แต่ผมเห็น) มันจึงเป็นเหตุให้ผมต้องใคร่ครวญ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ เพราะผมจะไม่รอให้ใครมาย่ำย้ำผมอีก แค่นี้ ผมก็บาดเจ็บแล้ว มิฉะนั้น คงไม่เป็นเช่นนี้

 

โดย: จิตตก บาดเจ็บ IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 19:07:57 น.  

 

เมื่อผมลองทบทวนเรื่องราวอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ผมจึงรู้ได้ทันทีและชัดเจนที่สุด ว่ามันเกิดขึ้นได้เพราะเหตุใด ทำไมจึงไม่ต้องมีต้นทุน เพราะคุณเป็นคนควบคุมตนเองได้ สร้างเหตุการณ์ได้ ดังนั้น ถ้าคุณไม่ทำ มันจะไม่เกิดอะไร แม้นานนับทศวรรษ แต่ถ้าคุณจะทำ คุณก็ทำได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย และไม่ต้องคิดถึงผลกระทบอะไร นี่คือชีวิตคุณที่ทำในปัจจุบันด้วย

ผมเคยภูมิใจกับอดีต แต่มาในวันนี้ไม่น่าเชื่อว่า มันได้ถูกทำลายลงหมดสิ้น ผมสู้อุตส่าห์สร้างอนุสาวรีย์ไว้ให้คุณทุบมันทิ้งหรือ งั้นซิที่ผ่านมา เราจึงคิดถึงเรื่องเหล่านี้แตกต่างกัน ระหว่างคุณค่า ความดีงาม กับ สิ่งโสมม ความชั่วร้ายในความคิดคุณ

แต่แล้วคุณก็ทำสิ่งชั่วร้ายเล็ก ๆ แอบอ้างความดีขึ้นมาเช่นกัน

 

โดย: ดี เลว ถูก ผิด IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 19:18:28 น.  

 

ไม่แปลกที่อนุสาวรีย์ผมจะถูกทุบทิ้ง ด้วยการทำสิ่งชั่วร้ายเล็ก ๆ ของคุณ เพราะคุณก็ทำเช่นนี้กับคนของคุณเช่นกัน ผมจะไม่รอให้คุณขยายใหญ่ทำกับผม เหมือนกับที่คุณทำกับคนของคุณ เพราะฟ้าดินได้ส่งสัญญาณเตือนให้ผมแล้ว ผมควรดื้อรั้นต่อฟ้าดินโดยไม่เฉลียวใจกับพฤติกรรมส่อสัญญาณนี้หรือไง

 

โดย: สัญญาณเตือนแล้ว IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 19:24:19 น.  

 

นอกจากการงาน เราจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว เมือจบการงานและคุณได้ไปเริ่มใหม่ คุณก็ไม่จำเป็นต้องรอผม ขอให้คุณจงเป็นตัวคุณต่อไปอย่างที่คุณคิดว่าควรจะเป็น หรือดีแล้ว เพราะเท่าที่ผมรู้จักคุณ คุณแสดงความเชื่อมั่นสูงในความคิดและการกระทำของตนเองตลอดมา

พฤติกรรมข้างต้น เป็นพฤติกรรมของคุณ ที่คุณมีมุมมองและอ้างเหตุผลมาตลอด ถึงความดี ความบริสุทธิ์ ขอให้คุณจงดำเนินชีวิตเช่นนั้นต่อไป เมื่อไม่มีผม คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรอีกแล้ว เพราะมันไม่ได้มีผมแล้ว ใครจะไปเดือดร้อนเล่า

ทีนี้ คุณอยากทำไร ก็คงไม่ไปกระทบใครอีกแล้ว แต่คุณทำดีนี่ ความดีกระทบคนของคุณเอง เขาคงภูมิใจในความดีของคุณ ส่วนผม คงไม่ขออยู่รับความดี ส่อแววทางชั่วนี้

 

โดย: ยังเหลือคนของคุณ IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 19:34:28 น.  

 

ผมไม่มีอะไรจะสั่งลา สั่งเสีย ทั้งนั้นในครั้งนี้ จะคิดบวก ซึ่งผมซาบซึ้งในน้ำใจของคุณ ที่ทำอะไรไม่ว่าย้ายงานหรือเรื่องผู้ชาย คุณก็ยัง ยั้ง ๆ ไว้บ้าง แค่เริ่ม ๆ ต้น ไม่สุดขอบเหมือนคนอื่น คุณยังมีน้ำใจแค่ทำแบบเตือนภัยให้ผมได้ล่วงรู้ทันก่อน จะได้รีบคิด ก่อนจะสายเกินแก้ แล้วคงช้ำใจกว่านี้นัก

แล้วก็ขอบคุณ ขอโทษ อีกครั้ง หากมีสิ่งที่ได้เกื้อกูลหรือล่วงเกิน

สุดท้าย ขอฝากย้ำเตือนด้วยใจจริงว่า คุณไม่ต้องรอผม หรือเปลี่ยนแปลงตัวเอง จนกลายเป็นคนหมดความสุข หมดคนสนุก อย่างที่คุณเคยเป็นเลยนะ

ผมไม่อยากอยู่ เพราะถ้าอยู่แล้วคุณต้องเปลี่ยนแปลงตัวคุณเองเพื่อผม ข้อนี้สำคัญกับชีวิต คุณไม่ควรเสียความเป็นตัวเองไป คุณจะขาดความสุข ถ้าต้องเปลี่ยนตัวคุณ ผมขอเปลี่ยนแปลงตัวผม ถ้ามันไม่ไหวก็จากคุณไปเสีย อย่างที่คุณแนะนำผมตอนต้นนั่นไง มันสอดคล้องกันแล้วใช่ไหม ผมจะอยู่ทำไม เมื่อคุณไม่ดี ผมก็ตัดใจไปเสีย อย่างคุณแนะนำ ถูกต้องไหม ทำไมผมเพิ่งคิดได้ไม่รู้ มัวแต่ดื้อรั้น บางทีปัญหาก็แก้ได้ด้วยการคิดง่าย ๆ (แบบคุณนั่นไง ผมมันคนคิดยาก ๆ ทั้งทีบางทีโจทย์มันง่าย สงสัยคิดลึก)

 

โดย: ปัญหาง่าย ๆ ใช่ไหม IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 19:52:27 น.  

 

เม้นท์สุดท้ายที่อยากบอกว่า

มันไม่จำเป็นต้องสุดท้าย หากว่าใครอยากจะเม้นท์ หรือใครเห็นว่า

สถานที่นี้ เป็น จิตสถาน แห่งการปลดปล่อยจิตวิญญาณและความรู้สึกอันบริสุทธิ์

และบล้อคนี้จะแตกต่างจากเดิม เพราะจะเปิดตลอดไปด้วยหลักการบริสุทธิ์ เพราะการจากไปอันบริสุทธิ์ของเจ้าของ

บล้อคแห่งจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์

 

โดย: ลาก่อน IP: 182.52.202.101 12 กันยายน 2556 20:49:00 น.  

 

ทุกวันนี้ สังคมที่เราอยู่มักชี้ชวนให้เราหันเหมองไปข้างนอกเสมอ เมื่อมองออกไปข้างนอก เราก็ย่อมจะเห็นแต่ข้างนอกวันยังค่ำ จนกว่าจะถึงวันที่ชีวิตมีจุดเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด นั่นละ... เราจึงอยากกลับทบทวนตัวเองใหม่ เพื่อที่จะเห็น "ข้างใน" ของชีวิตตนเอง เรียนรู้จิตใจตนเอง เพื่อจะได้เข้าใจอะไรๆ มากว่าที่เคยเป็น
เวลาผ่าน...แน่นอนย่อมมีเรื่องราวใหม่ๆ ผ่านเข้ามา
แต่สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่ง ก็เป็นเรื่องชั่วคราวอยู่ดี
เป็นเรื่องชั่วคราวที่สามารถทำให้เราได้ยิ้ม..ได้หัวเราะ และบางครั้งก็มีน้ำตาไปกับมัน เหมือนชีวิตของทุกคน...ที่ต้องเป็นเช่นนี้ มียิ้ม....มีหัวเราะ....มีร้องไห้.....
มีบอบช้ำ มีปิติยินดี แต่เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงที่ เมื่อผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาแล้ว ชีวิตของคุณแข็งแรงขึ้นมากกว่าเดิมหรือเปล่า? (ดูเหมือนใจร้าย ใจดำ เย็นชา เฉยเมย นิ่งสงบ ไม่ใส่ใจ แตกต่างจากเดิม เพราะอยากให้เข้มแข็ง แข็งแรง สุดท้าย....โคตรทุกข์ )

 

โดย: ทุกข์นะ IP: 49.48.33.54 13 กันยายน 2556 1:28:34 น.  

 

มีดี มีชั่ว มีถูก มีผิด มีโง่ มีฉลาด มีชอบ มีชัง มีมืด
มีสว่าง ฯลฯ และทั้งสองสิ่งที่เป็นคู่ตรงข้ามกันนี้ก็มีความเชื่อมโยงและเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกันอยู่
ดังนั้น มันจึงไม่มีความสุขสุดๆ หรือความทุกข์สุดๆ
ที่ชีวิตจะต้องไปให้น้ำหนักกับมันมากจนเกืนไป
....แม้โลกนี้จะไม่สวยงามเหมือนในนิยาย แต่เราก็สามารถใช้ชีวิตอยู่กับมันอย่างมีความพอดีได้
ถ้าทุกคนเลือกที่จะอยู่ในโลกแห่งความเป็นไปได้ และรู้ถึงข้อจำกัดของโลกอีกว่า "ไม่มีใคร หรือสิ่งไหน ที่สมบูรณ์พร้อม รวมไปถึงตัวเราเองด้วย"

 

โดย: ดี ชั่ว ถูก ผิด IP: 49.48.33.54 13 กันยายน 2556 1:39:13 น.  

 

การที่ชีวิตผ่านประสบการณ์อันโหดๆ มาบ้าง จะช่วยได้มาก อย่างน้อยมันก็ทำให้สิ่งที่เข้ามาปะทะชีวิตในช่วงเวลาถุัดไป ถ้าไม่รุนแรงเท่าเก่า เราก็จะรู้สึกเฉยๆกับมัน เหมือนกับเคยได้รับสารคุ้มกันมาบ้างแล้ว และนั่นทำให้เรามีจิตใจที่มั่นคงพอ โดยเฉพาะในเรื่องของการตัดสินใจทำ หรือไม่ทำอะไรในชีวิต ที่สำคัญเราจะรู้ว่า บางครั้ง
....การตัดสินใจอย่างรวดเร็วก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป และสิ่งที่ถูกต้อง...ก็ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ใครๆ นิยมปฏิบัติพอๆ กับสิ่งที่คนหมู่มากชอบปฏิบัติกันนั้น...ก็ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป

 

โดย: ไม่เสมอไป IP: 49.48.33.54 13 กันยายน 2556 2:18:25 น.  

 

สิ่งที่เห็นอาจไม่ใข่ การสรุปอะไรต่อมิอะไรมากมาย เกิดจากการคิดคำนึงแต่ฝ่ายเดียว ว่าเมื่อเกิดเหตุเช่นนั้น ต้องมาจากปัจจัยเช่นนี้ มันไม่ถูกต้องเสมอไปหรอกนะ บทสรุปของทฤษฎีบางทีมันก็ไม่แน่เสมอไปหรอก อย่าไปคิดว่าสิ่งที่เห็นมันมันต้องเป็นเช่นนั้น อย่าพยามที่จะค้นหา แล้วมาด่วนสรุปว่าเป็นเช่นนั้น มันทุกข์ มันมีผิดบ้าง ถูกบ้างปะปนกันไป แต่หากสรุปว่าสิ่งที่เห็นนั้นมันผิดทั้งหมด แล้วพิพากษามัน ก็น่าเสียใจนะ คนเรามีดี มีชั่ว ดีมาก ดีน้อย อย่าด่วนสรุปอะไรเลย ปล่อยวางมันแล้วกาลเวลาจะช่วยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรมากมาย บางทีเราไม่เข้าใจการกระทำของคนอีกคน เราก็อย่าสรุปว่ามันเป็นเช่นนั้น เราเคารพความคิดของเรา เราต้องเคารพความคิดของคนอื่นด้วย อย่าพยายามหนี ไม่ว่าหนึตัวเอง หรือหนีคนอื่น หากมันกำหนดว่ามันต้องเป็นเช่นนี้ มันหนีไม่พ้นหรอก ตั้งมั่นอยู่ในความสงบนิ่ง ถ้าตัดมันไม่ได้ก็ไม่ต้องไปตัดมันหรอก ทุกข์ล้วน อย่าไปจัดการอะไรให้มันมากมายเลย ไม่แปลกใจเหรอเป็นคู่เวรคู่กรรมกันมาเป็นสิบกว่าปี หากมันต้องดำเนินต่อไปอีกสิบปีมันหนีไม่พ้นกันหรอก หยุดทุกข์นะ ที่ผ่านมาชั่วชีวิตมันทุกข์มามากพอแล้ว เราไม่ใด้เป็นคนดี แต่เราก็ไม่ได้ชั่วร้าย
เราอยู่ในความสงบนิ่ง ไม่แสดงทีท่าอะไร รอดูสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่ามันจะดำเนินต่อไปอย่างไร อยากให้เค้าได้เข้มแข็ง เพราะถ้าเค้าทำได้ เค้าจะมีความสุขอย่างสงบ แต่สิ่งที่พบคือ คนที่เราเฝ้ามองโคตรทุกข์ เราอยู่นิ่งไม่ได้อีกแล้ว หยุดทุกข์เถอะนะ เปลี่ยนความคิดใหม่ซะ อุดมการณ์เป็นสิ่งที่ดีที่ต้องยึดมั่น เราก็มีอุดมการณ์ของเรา อย่าดูถูกการกระทำของเราทั้งหมด บางที่ก็เคยสร้างสถานการณ์ขึ้นมามิใช่หรือ ไม่ว่าในที่ทำงาน ในบ้าน หรือในสถานที่ต่างๆ แล้วสร้างสถานการณ์ขึ้นมาทำไม เพื่ออะไร มันมีเหตุผลที่ไม่จำเป็นที่ใครต้องรู้ว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น ใช่ไหม แต่เชื่อเถอะว่า และขอให้เชื่ออีกสักครั้ง ว่าในหัวใจของคนคนนี้มันไม่เคยคิดทรยศคนที่มันรักเลย มันอาจจะทำอะไรที่เข้าใจยากว่าทำทำไม มันจะเข้าใจการกระทำของคนที่มันรักตลอด แม้คนอื่นจะมองเห็นว่ามันเป็นเช่นไร ให้มันทำอะไรมันก็จะทำ แม้ว่ามันจะต้องจากไปมันก็มีเหตุผลของอนาคตของหัวใจมัน ที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่ากินไม่ได้ นอนไม่หลับเป็นเช่นไร แต่ได้รู้แล้ว ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น เราเสแสร้งเหรอ เพราะมันทุกข์ เพราะเราคิด มันเลยเป็นเช่นนั้น วันนี้ก็เช่นกัน อย่าดูถูกความรัก ความรู้สึกของเรานะ เฮ้อไม่ไหวแล้ว ปวดหัวจัง สรุปแล้ว อย่าทุกข์นะ อยู่อย่างสงบ ทำงานไป อย่าให้งานเสีย ไม่ต้องหนีเราหรอก ถ้ามันไม่ถึงเวลามันหนึไม่พ้น แต่ถ้าถึงเวลามันไปของมันเอง

( คิดอยู่นานว่าจะเข้ามาเม้นท์ดีหรือไม่ หากต้องการให้เค้าเข้มแข็งก็ไม่ควรเข้ามา เกริ่นนำไป 2 เม้นท์ มันก็คงไม่ใช่ไม่ตรงจุดที่เค้าอยากรู้ความรู้สึกของเรา ) แต่หากว่าเข้มแข็งดีแล้วก็ให้เดินก้าวออกไปเถอะนะ ไม่เป็นไร เราตั้งอยู่ในความสงบและพร้อมจะก้าวเดินหากมีโอกาส

 

โดย: ทุกสิ่งต้องเป็นเช่นนั้น จริงหรือ IP: 49.48.33.54 13 กันยายน 2556 4:03:41 น.  

 

ก็ไม่รุ้ว่าจะ คอนเนค ได้ทางใด ที่ไม่เป็นการรบกวน ก็ขอฝากข้อความที่ตรงนี้ก็แล้วกัน

เอาเป็นว่าที่คุยกันเรื่อง mv ก็ไม่ต้องก็ได้ ถ้ามันทำให้ใครต้องกลับมาแล้วเกิดอะไรขึ้น ที่มันไม่ดีหรือเป็นปัญหาอุปสรรค ที่จริงก็พอรู้แล้วว่ามันไม่ควรทำอะไรอีกแล้วหรือมากกว่านี้อีกแล้ว ก็แค่อยากเล่าสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำเลยด้วยซ้ำ แต่วันนี้กลับมาคิดเช่นนี้

ไม่รู้ซินะ เคยเจอปรากฏการณ์ ฝนสั่่งลา บ้างหรือไม่ ฝนตกหนักไม่มี่ปี่ขลุ่ยช่วงปลายหมดฤดูกาล

ผมคิดว่าผมเป็นหนึ่งและกลมกลืนในธรรมชาติ ผมไม่ได้ปรุงแต่งจริต หรือหลอกลวงแม้ชีวิตตนเองหรือหลอกใคร ๆ จึงรู้สึกตามสามัญ ถ้าคนเรารู้จักคิดว่า ทำลงไปแล้วรู้ไหมว่ากลับมาจะเกิดอะไร ก็คิดถูกนะ รูจักคิดก่อนทำ รอบคอบ เชิงวิเคราะห์ ไม่ใช่นึกอยากแล้วก็ทำ อ้างอิงเหตุเพราะพระยาพิเเรน ถ้่าคิดงี้ได้กับบางเรื่องซะแต่แรกด้วย ปัญหาคงไม่เกิดอย่างที่เป็นอยู่นี้

ดีแล้วที่คิดได้เช่นนี้ รู้จักระแวดระวัง คำนึงผลที่จะเกิดตามมา ไม่อัางความอยากทำก็ทำไป ไม่คิดผลที่เกิด ทุกเรื่องมีเหตุแล้วเกิดผลทั้งสิ้น โปรดอย่าอ้างเหตุของความอยากทำโดยบอกว่า ไม่คิดอะไรมาก

เอาล่ะ เมื่อเราคงทำอะไรร่วมกันไม่ได้อีกแล้ว มันย่อมหมายความถึงการหยุด ณ แค่ที่ตรงนี้ เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็มีผลตามมาอยู่ดี ที่จริงผมไม่ได้ต้องการจะทำเสียมากมายอะไร แต่รู้สึกว่า ทำไมรู้จักคิด รอบคอบ ถึงผลการกระทำกับเรื่องตัวเรา แต่เรื่องตนเองกับผู้อื่นกลับเป็นความปรารถนาที่จะต้องทำ โดยไม่ต้องคิดถึงผลของมัน

ครั้งนี้ผมคิดว่าคุณเป็นผู้พร้อมหยุดด้วยแล้ว ดังนั้นผมจึงรู้สึกว่าพร้อมเช่นกัน

เรามาหยุดพร้อมกัน ณ ที่ตรงนี้ วันนี้ ขอความเข้มแข็งแรงจงบังเกิดกับเราตลอดไป นับจากวันนี้ไป ผมจะลุกขึ้น มองความจริงที่ผมได้เห็นแล้วให้มันเต็มหัวใจของผม แม้มีช่องว่างก็จะถูกแทนที่ด้วยสิ่งอื่น

นับจากวันนี้ไป เราจะบริหารจัดการความรู้สึกทั้งหมดและคงเหลือความเป็นผู้ร่วมงาน ก็คงเหมาะสมที่สุดแล้ว

 

โดย: 0 IP: 125.27.14.60 17 กันยายน 2556 18:34:01 น.  

 

สุดท้าย ที่ป่านมา แม้ผมจะกลับไป กลับมา ก็เพราะสับสน ด้วยกลืนไม่เข้า คายไม่ออก
แต่อาการเช่นนี้ เรารุ้ดีว่า ที่สุดแล้วมันจะค้างคาแบบนี้ไม่ได้ มันต้อง ถ้าไม่กลืน ก็ต้องคายออก อย่างใดอย่างหนึ่งในที่สุด

ผมก็คือเช่นนั้น ซึ่งอย่างน้อยผมก็มีใจจริงที่บริสุทธิ์ เพียงแต่ยังต้องการพัฒนาการถึงจุดของมัน ซึ่ง ณ วันนี้ ความรุ้สึกผมเอง ผมรุ้ว่าผมเห็นข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หลายกรณี จนนำไปสู่การชั่งใจที่ต่องเลือกและการตัดสินใจในวันนี้ ความรักมันไม่ได้ช่วยให้คนอยุ่กันรอดหรอก ความไม่ทรยศต่อคนที่รักหรือ อะไรคือทรยศ แค่นี้ก็ทรยศ ฉีกหน้าได้แล้ว

ครั้งนี้คือสุดท้ายแล้วจริงๆ ผมตัดใจแล้ว ที่ mv ของผมคงไม่มีวันเป็นจริง
ชีวิตผมเดินไปอย่างยากลำบากติดขัดด้านความคิดทัศนคติกับคุณมาตลอด จนมาถึงพฤติกรรมต่างๆในช่วงนี้ มันเริ่มปรากฏหนักขึ้นเรื่อยๆ

ผมจะอยุ่ต่อไปอย่างไร ท่ามกลางความว่างเปล่า ผมรุ้ในหลายพฤติกรรม จริง ๆ แล้ว คุณไม่เคยแคร์ผม ผมก็อดทนมาตลอด

ดังนั้น ก็แค่เลิกล้มความพยายาม หยุดความหวังที่ใจตัวเอง คุณกับผมก็จบกันแล้ว

หวังว่าคงเข้าใจผมจริง ๆ สักครั้ง เมื่อจากกัน

 

โดย: ลาแล้ว IP: 125.27.14.60 17 กันยายน 2556 19:14:02 น.  

 

บางที "พรุ่งนี้ไม่มีจริง"

http://www.youtube.com/watch?v=KOIR1Jw1MW8&feature=youtube_gdata_player

 

โดย: เพลงสุดท้าย IP: 125.27.14.60 17 กันยายน 2556 22:04:11 น.  

 

ขอบคุณ ที่ช่วยทำให้ก้าวข้ามผ้านกิเลส การตามใจตน การได้พบ การได้มี ขอบคุณทั้งเขาและเราเองด้วย ที่ระงับได้ โดยไม่ตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป มิใช่อยากรู้สึกอะไรก็รู้สึกไป ทั้งที่ได้ตั้งมั่นแล้ว

จนถึงวันนี้ ได้ก้าวเดืนออกไปได้อย่างเป็นรูปธรรม คงเหลือแค่การเดินออกไปจากนามธรรม ขอบคุณกับสัญญาณเตือนใจอีกครั้ง

 

โดย: อีกก้าวหนึ่ง IP: 125.27.6.34 25 ตุลาคม 2556 18:08:56 น.  

 

ถึงเวลาแห่งการหลุดและพ้นแล้วจริง ๆ

 

โดย: สิ้นสุด IP: 223.204.248.4 18 ธันวาคม 2556 20:58:58 น.  

 

ความจริงไม่คิดจะเข้ามาอีกแล้ว แต่มันเป็นหนทางที่น่าจะดีที่สุดในเวลานี้ ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ได้กล่าวร่ำลา หรืออย่างน้อยเธอก็จะได้รู้ว่า เรารู้สึกเช่นไร นึกตรึกตรองอยู่นานว่าจะเข้ามาดีหรือไม่ ในเมื่อเรื่องมันจบไปแล้ว แต่มันก็จะติดอยู่ในใจของเราที่ไม่ได้บอกให้เธอรู้ และอย่างน้อยมันก็น่าจะเป็นประโยชน์ หากวันหนึ่งเธอจะได้มีโอกาสเริ่มต้นความรู้สึกแบบนี้กับใครสักคน
****ก่อนวันสุดท้ายของการสิ้นสุดความสัมพันธ์ระหว่างเรา เธอบอกมากมายว่า เรา คือ คนสำคัญของเธอ เธอทำโน่นทำนี่ บริหารทุกสิ่งอันเพื่อเรา เธอไม่เคยทำแบบนี้กับใคร เธอละทิ้งการงานเพื่อเรา ขับรถไปหาแม้ว่ามันจะอยู่ในเวลาทำงาน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่ได้ให้กับเรา ซึ่งมันสำคัญกับเรามากกว่าทุกสิ่งที่เธอให้มา คือ ความซื่อสัตย์ที่มีต่อกัน เธอให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่เธอได้รู้จัก จนเราเข้าใจว่าเราไม่ใช่คนสำคัญของเธอ เรารู้สึกไม่ดีหลายครั้งที่เธอเอารูปถ่ายคู่กับผู้หญิง เอาเรื่องราวของผู้หญิงมากมายมาให้เราได้รับรู้ เธอบอกเสมอว่าเธอไม่ได้ทำอะไร ผู้หญิงเค้าเข้ามาเอง ความจริงมันเป็นเช่นนั้นหรือ ถามใจตัวเองเถอะ เธอไปอยู่ตรงไหนเธอจะบริหารเสน่ห์ และก็มีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องเกือบทุกครั้ง เธอไปสร้างความสำคัญให้กับผู้หญิงเหล่านั้น แล้วบอกว่า เธอไม่ได้ทำอะไร เธออาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะนั่นมันคือนิสัยของเธอ เธอทำมันจนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เราอาจจะเป็นคนใจแคบที่คิดแบบนี้ได้อย่างไร มันเป็นธรรมชาติของผู้หญิง หรือแม้แต่ผู้ชายก็เป็นเหมือนกันที่จะมีความรู้สึกเช่นนี้ ที่ต้องการเป็นหนึ่งเดียว
*****ผู้หญิงที่อยู่ต่างจังหวัดที่เธอเคยไปทำงานอยู่ เธอเคยบอกเราว่า ผู้หญิงคนนั้นนัดเธอออกไปหา เธอต้องขับรถมอเตอไซด์ฝ่าลมหนาวออกไปยามค่ำคืนเพื่อไปตามนัด สรุปว่าผู้หญิงคนนั้นสำคัญหรือไม่ ถ้าไม่สำคัญก็อาจจะพูดคุยติดต่อกันทางโทรศัพท์ก็ได้ ไม่ต้องออกไปหรอก เธอมักจะบอกเสมอว่าเธอไม่ได้ทำอะไร แต่ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงตามมาถึงที่นี่ แล้วแบบนี้จะให้เราเข้าใจว่าเราเป็นคนสำคัญหรือ เราเข้าใจไปแล้วว่าผู้หญิงที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเธอสำคัญหมด เราไม่ได้แตกต่างจากผู้หญิงทั่วไปที่เธอได้รู้จัก

****เธอไปงานวันเกิดผู้บังคับบัญชาที่เ้ธอเคารพ ก็มีผู้หญิงเข้ามา ไปบริหารเสน่ห์จนเค้าต้องวิ่งมาดูหน้าคนของเธอที่ทำงานท่ีอยู่ที่กระทรวงเดียวกัน
**** เธอไปประชุมที่ กรุงเทพ ก็เข้าไปหาผู้หญิงในห้อง เค้าเปิดห้องรอเธออยู่ ไปอยู่กันสองคน แล้วกลับมาเล่าเรื่องราวที่คิดว่าเราพอจะรับได้ให้เราฟัง เธออาจจะเล่าไม่หมดว่าเธอทำอะไรไปบ้างมากน้อยแค่ไหน
**** เราไปทำงานต่างพื้นที่ก็มีข่าวของเธอกับผู้หญิงต่างหน่วยงานมาเข้าหูเราอีก เรามาบอกเธอ เธอก็รับปากว่าเธอจะไม่ทำอีก แต่แล้วก็เหมือนเดิม แล้วก็มีอีกหลายครั้งที่เรารู้สึกไม่ดี
******เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปแสดงอาการหึงหวงกับเธอหรอก มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา มันเป็นหน้าที่ของคนที่บ้านเธอ ที่เค้าสามารถทำได้โดยชอบธรรม สิ่งที่เราทำได้มากสุดคือ ฟังแล้วนิ่งเงียบ ฟังแล้วยิ้ม รับรู้และทำความเข้าใจกับมันให้ได้ แล้วก็บอกกับตัวเองเสมอมาว่า "แค่เราคิดว่าเราไม่สำคัญ มันก็ไม่ทุกข์แล้ว" บอกกับตนเองเช่นนี้เรื่อยมา สร้างเกราะป้องกันหัวใจตัวเอง รับรู้เท่าที่จำเป็น ไม่ติดต่อ ไม่สร้างความสำคัญให้กับตนเอง เฉื่อยชา จนเธอรู้สึกได้ว่า เธอคงไม่มีความสำคัญกับเราเลย เราปฏิบัติกับเธอเหมือนคนที่ไม่ได้รักกัน เธออาจจะมีอะไรหลายๆ อย่างที่เธอไม่เหมือนคนอื่น พูดมาก ด่าแหลกราญเวลาที่ไม่พอใจ และอื่นๆ อีกมากมาย เราเข้าใจเธอหมด เรารับได้ แต่มีสิ่งนี้ที่เราไม่เข้าใจว่าเธอทำทำไม คนที่เค้ารักกันมันต้องมีกันเพียงแค่สองคนมิใช่หรือ อันนี้ไม่เกี่ยวกับครอบครัว เรื่องของครอบครัวเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
***เราไม่กล้าหรอกที่จะบอกให้เธอรับรู้เรื่องที่เรารู้สึกเช่นนี้ ให้เธอเลิกทำแบบนี้ เราไม่ใช่เจ้าชีวิตเธอ ชีวิตเป็นของเธอ เธอจะทำอะไรก็ได้ มันถูกต้องแล้ว
*****เวลาที่เรานัดกัน เราออกไปทุกครั้ง เราออกไปด้วยความรู้สึกอยากเจอ อยากอยู่ใกล้ อยากแสดงความรักที่เรามีต่อกัน แต่แล้วความรู้สึกที่คิดว่า เราก็คงเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ทั่วไปของเธอ ทำให้เรารู้สึกไม่ดี จนเราดูเฉื่อยชา ไม่สนใจใยดี แต่แล้วท้ายที่สุดก็ลงเอยในแบบอย่างที่มันเป็น แล้วเธอก็คงกลับไปด้วยความรู้สึกครางแครงใจ ว่าเรารักเธอหรือเปล่า เธอคิดว่าเราคงสงสารเธอ เห็นเธอรู้สึกไม่ดีก็เลยตามใจเธอ ก็ขอให้เธอได้รู้ว่า เราไม่ได้คิดเช่นนั้น เราต้องเปลี่ยนความคิดว่า ถ้าเรารักเค้าจะต้องคิดมากทำไมโอกาสและเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมีไม่มาก เราต้องทำให้เวลาที่เรามีอยู่มีความสุขสิ และก็ได้เข้าใจผู้หญิงคนหนึ่งที่เค้าพูดว่า "แค่เราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขก็พอ"

****เราอยู่กับความรู้สึกว่าเราเหมือนผู้หญิงอื่นทั่วไปที่ไม่ได้มีความสำคัญเรื่อยมา และก็พยายามจะเข้าใจเธอให้มากที่สุด คิดแม้กระทั่งว่า ขออยู่ปักหลักในเมืองนี้เพียงแค่ได้รับรู้เรื่องราวของเธอก็พอ สิ่งนี้น่าจะทำให้เราได้สมหวังที่สุดแล้ว เธอเคยถามเรา ว่า เรารักเธอตรงไหน เราก็ตอบไม่ได้ แต่ก้พยายามนึกคิดและสรุปได้ว่า "คงเป็นเพราะว่าเราเชื่อใจ และไว้ใจเธอ" เธอเข้ามาคลุกคลี มาพูดคุยกับเราตั้งนาน ตั้งแต่สมัยทำงานด้วยกันเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แต่เราก็ไม่เคยเชื่อใจเธอ เพราะเธอก็ทำกับผู้หญิงอื่นเช่นนี้ จนกระทั่งเราได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวด้วยกัน ซึ่งเราคิดว่าเธอคงไม่ไป เพราะเธอเพิ่งจะกลับมาจากจังหวัดที่เราจะไป เธอบอกว่า มันคงเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะได้ไปเที่ยวกับเรา ได้อยู่ใกล้กับเรา แล้วเราเป็นคนชวนเธอด้วย เธอต้องไปแน่นอน เราคิดว่าเราสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ เธอไปอยู่ต่างจังหวัดนานแรมปี และมีโอกาสกลับมาทำงานยังบ้านเกิด เธอก็ยังมาให้ความสำคัญกับเราอีก จนเราเชื่อใจและไว้ใจเธอ และเกิดความรู้สึกที่ดีในเวลาต่อมา
แต่จากสิ่งที่เธอได้ไปให้ความสำคัญ ไปบริหารเสน่ห์กับผู้หญิงอื่น มันทำให้ เราไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นอีกแล้ว และสร้างเกราะป้องกันหัวใจตัวเองตลอดมา
***จนกระทั่งเรื่องของเธอที่มากระทบใจที่เราเข้าใจไม่ได้ คือเรื่องของน้องที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน ทำไมมีเรื่องราวแบบนี้ ถ้าเธอไม่ได้ให้ความสำคัญ การไปสร้างความสำคัญให้กับผู็หญิงอื่นต่างหน่วยงาน ยังพอรับได้ แต่นี่มันหน่วยงานเดียวกัน แล้วจะทำงานยังไง จะมองหน้ากันอย่างไร บรรยากาศในการทำงานมันไม่ดีเลย เธอรู้ว่าเรารู้สึกไม่ดี เธอบอกว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด เธอบอกว่าน้องเค้าว่าทำงานดี ก็เลยให้ความสำคัญไป ให้ความสำคัญแบบไหนเหรอ แล้วเมื่อก่อนน้องเค้าทำงานไม่ดีใช่ไหม น้องเค้าเป็นคนทำงานดีเสมอต้น เสมอปลายมาตลอด ทำไมจึงเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้น แค่ผู้บังคับบัญชาจะชื่นชมลูกน้องที่ทำงานดีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เราคิดว่า ถ้าเธอไม่ได้ไปพูดหรือให้ความหวังน้องเค้า น้องเค้าจะกล้ารุกล้ำถึงกับขนาดที่ว่าพร้อมทำทุกอย่างเพื่อเธอได้หรือ เย็นวันหนึ่งเราได้รู้ว่าเธอ อยู่กับน้องในห้องสองคนจนกระทั่งเย็น เรารู้สึกไม่ดีมากๆ และเป็นการตอกย้ำว่า เราไม่ใช่คนสำคัญจริงๆ จนกระทั่งตัดสินใจที่จะตัดความรู้สึกที่มีต่อกันไป แล้วมาโพสข้อความประโยคสั้นๆ " ถึงเวลาแห่งการหลุดและพ้นแล้วจริงๆ" ในกระทู้ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่มันก็ยังตัดไม่ได้อยู่ดี เพราะความรู้สึกที่มีต่อเธอมันเข้ามาอยู่ในหัวใจ อยู่ในความคิดคำนึง อยู่ในความรู้สึกเรื่อยมา มีโอกาสจะได้เจอกันบ้างก็ปล่อยมันไป แล้วก็เคยบอกเธอไปว่า เธอไม่ต้องพยายามทำอะไรหรอกที่จะทำให้เราต้องเลิกคบกัน เดี๋ยวมันจะหลุดไปเองเมื่อถึงเวลาของมัน เธอคงจำได้กับคำพูดนี้
***** เราไม่เคยจะรู้สึกได้ว่า เราคือคนสำคัญ เราเคยถามตัวเองว่าเราเป็นอะไรของเธอ เราคงเหมือนผู้หญิงทั่วไปที่เธอเข้าไปให้ความสำคัญ เราสับสนในความคิดเช่นนี้ จนกระทั่งก่อนวันสุดท้ายที่เราได้มีโอกาสได้คุยกัน เธอบอกว่าเราสำคัญกับเธอ จนเรารู้สึกแย่ว่าเราบกพร่องในความรักที่เรามีต่อกัน เราโง่มากที่ดูเธอไม่ออกว่าเธอให้ความสำคัญกับเรา จนเราต้องกลับไปถามว่า เธอช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าเธอจะให้เราเป็นอะไร แบบไหน เราจะทำหน้าที่ของมันให้ดี เหมือนกับที่เธอบอกเราว่า ทำไมไม่บ้าเรื่องของเราเหมือนกับเรื่องงานบ้าง เธอบอกว่า เราไม่ต้องทำอะไร ทุกอย่างมันอยู่ที่หัวใจ ไม่ใช่การต้องเสแสร้งเพื่อเอาใจใคร
****วันสุดท้ายที่เรามีโอกาสที่เราได้คุยกัน เธอได้บอกลาด้วยความรู้สึกจนหมดเปลือกของเธอ แต่เราไม่มีโอกาสเช่นนั้น ที่จะได้พูดความรู้สึกของเราบ้าง เราไม่ได้ต้องการให้เธอเข้าใจหรอกนะในสิ่งที่เราเป็น แต่เราอยากให้เธอได้รู้ไว้เท่านั้น เพราะเธอสงสัยมันมาตลอดว่าเราเป็นอะไรทำไมทำตัวแบบนี้ ไม่ต้องทำความเข้าใจกับมันหรอก แค่รับรู้ก็พอ
*****สิ่งท่ีน่าดีใจที่สุด และแล้วเธอก็ยอมรับออกมาว่าเธอคุยกับผู้หญิงอื่นอีกสี่ห้าคน เธอยอมรับว่าเธอเป็นคนเจ้าชู้เหมือนกัน มันทำให้เราได้รู้สึกว่า เธอเป็นเหมือนท่ีเราคิดจริงๆ ( ให้ความสำคัญกับหญิงอื่น บริหารเสน่ห์ตัวเอง) เราไม่ได้คิดไปเอง คนของเธอเคยพูดไว้ว่าเธอเคยมีผู้หญิง ตั้ง 18 คน เราจำได้
***สิ่งที่น่าเสียใจสำหรับเราที่สุดอีกเรื่องหนึ่งคือ เราพยายามรักษาสมดุลเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวของเธอ พยายามทำผิดต่อคนของเธอให้น้อยที่สุด ซึ่งเราก็จะพูดให้เธอได้ฟังเรื่อยมา แล้วก็คิดว่าการจากกันของเราครั้งนี้เราจะไม่ทำให้เค้าต้องทุกข์ใจกับเรื่องของเราอีกแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า มันเป็นวันที่ทำให้เค้าได้รู้สึกแย่ที่สุด เมื่อเค้าได้รู้ว่าเราคุยกัน
****เราก็คงต้องขอบคุณเธอในสิ่งที่เธอได้มอบมาให้กับเรา มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และขอโทษกับอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี สัญลักษณ์ที่เธอให้มาเราคงจะเก็บมันติดตัวของเราเรื่อยไป ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้สึกกับมันก็ไม่เป็นไร
***********ท้ายที่สุดนี้ เราคงไม่มีอะไรจะมอบให้กับเธอ นอกจาก ความซื่อสัตย์ที่เรามีให้เธอคนเดียวเท่านั้น และเธอเองก็คงเคยไม่ได้รับจากคนของเธอเช่นกัน เราคบกับเธอเราก็มีเธอคนเดียว เราไม่เคยมีใคร แม้ว่ามันจะมีโอกาสหลายครั้ง ถึงแม้ว่าวันนี้ เราจะแยกจากกันไปแล้ว แต่ความรู้สึกเช่นนี้มีตลอดไป จนเราจากโลกนี้ไป
****** ไม่ต้องติดต่อเรากลับมา หากว่าจะต้องมาคุยในเรื่องของเราอีก แต่หากจะมีโอกาสได้พูดคุยก็ขอให้เป็นไปด้วยมิตรภาพที่ดีต่อกัน ด้วยการทำงานที่ต้องร่วมมือกัน เรื่องของเราจบลงแล้ว และก็ขอให้ได้คิดว่าเรื่องราวที่จบลงระหว่างเรา มันเกิดจากความโง่ของเรา การทำตัวแย่ๆของเรา ที่ไม่ได้เข้าใจเธอ ที่ไม่ได้เห็นความสำคัญของเธอ เธอเดินจากไป ก็ถูกต้องแล้วโดยชอบธรรม การเข้ามาครั้งนี้ เราไม่ได้เข้ามาต่อสู๋้ เพื่อให้เรารู้สึกว่าเราถูก อย่าได้เข้าใจเช่นนั้น เราเข้ามายอมรับความผิดที่เกิดขึ้นจริงๆ และมันอาจจะช่วยให้เธอได้คิดว่า ดีแล้วที่เธอเดินออกมา เธอคบอยู่กับคนที่มีความคิดแบบนี้ได้อย่างไร
**************ลาก่อนแล้วจริงๆ **********

 

โดย: คำร่ำลา ครั้งสุดท้าย IP: 223.204.248.253 3 สิงหาคม 2557 10:14:20 น.  


wrwrwr
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add wrwrwr's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.