Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
3 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Seondeok Yeo Wang (กษัตริยาซอนต๊อก) กับสิ่งที่อยู่ในใจ

~ บล็อกนี้เหมาะสำหรับคนที่ดูซอนต๊อกจบแล้วนะคะ หากไม่เคยดู หรือตามดูทางช่อง ๓ และไม่อยากถูกสปอยล์ ขอแนะนำให้ผ่านไปได้เลยค่ะ ~


เราเคยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนสมาชิกใน 1000ทิปท่านหนึ่ง เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ในเรื่องซอนต๊อก ที่ไม่เกี่ยวกับการชื่นชอบนักแสดงคนใดเป็นพิเศษ และยังคงคุยกันค้างไว้หลาย ๆ เรื่อง ที่ไม่อยากไปลงในกระทู้เพราะอะไร หลายคนคงรู้สึกได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นหากใครจะกรี๊ดพีดัม หรือตัวละครอื่น ๆ อย่างเดียว อย่าเข้ามาอ่านบล็อกนี้เลยนะคะ (โจ่งแจ้งไปไหมนี่) ขอเว้นที่ตรงนี้ไว้แสดงความคิดเห็นเป็นหลักเท่านั้น ว่าแล้วก็ไม่ต้องเกริ่นอะไรแล้วกระมัง เดี๋ยวได้แต่น้ำจริง ๆ 555+ ขอบอกก่อนว่าทั้งหมดที่เขียนในบล็อกนี้มาจากความรู้สึกของเราเองนะคะ อ่านแล้วอาจจะงงเพราะเราอ่านเองยังลำดับความคิดตัวเองไม่ถูกเลย -_-" ใครจะแสดงความคิดเห็นยังไงเชิญตามสบายนะคะ เปิดประเด็นมาก็ได้ เพราะสมองเรายังไม่ตื่นเต็มที่ ไม่สามารถเก็บรายละเอียดที่กระจัดกระจายอยู่ในเรื่องได้หมด ในการดูแค่รอบเดียวอะค่ะ

นับจากจบ Tae Wang Sa Shin Gi (The legend of the first king's four gods) ไป เราก็ไม่เคยได้ฉุกคิด พิจารณาเรื่องใด ๆ ในยามดูซีรี่ส์อิงประวัติศาสตร์เกาหลีอีกเลยค่ะ ใช่ว่าไม่มีเรื่องไหนดี เพียงแต่ไม่ถูกจริตมากพอจะหยิบมาต่อยอดซะมากกว่า จนมาถึงเรื่องซอนต๊อกยอวัง สิ่งแรกที่จับเราอยู่หมัดเลยคือ การดำเนินเรื่องที่ไม่ยืดยาดนานจนน่าเบื่อ การกระจายบทให้นักแสดง คำพูดของตัวละคร ประเด็นทันสมัยสุด ๆ อย่างการเมือง(อันนี้รู้สึกเอง) ตลอดจนทักษะด้านการแสดงของตัวละครหลัก ๆ เช่นโก ฮยอนจอง ที่รับบทเป็นเซจูมิชิล สตรีผู้มีอำนาจมากมาย แต่ยังทะเยอทะยานอยากครองตำแหน่งมเหสี





จะว่าไปแล้ว คนที่ได้ดูเรื่องนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธความสามารถของโก ฮยอนจองในบทบาทของเซจูมิชิล ที่เธอถ่ายทอดออกมาเลยกระมังคะ สมกับรางวัลที่ได้รับจริง ๆ เพราะเธอสามารถทำให้คนดูรู้สึกรัก สงสาร หมั่นไส้ (จนน่าชกมาก ๆ ตอนเหลือบตามองต๊อกมันแล้วพูดว่าเนพุม) และลงท้ายคือยอมรับนับถือเธอ อย่างที่ต๊อกมันทำให้ในวาระสุดท้ายของเซจู ไม่รู้ว่าบทดั้งเดิมเป็นแบบนี้หรือเปล่า แต่บทโทรทัศน์เล่นกับอารมณ์คนดูเกินไปหน่อยนะ ที่ให้มิชิลจบสวยหรูดูดีซะขนาดนั้น เข้าตำราสละชีพเพื่อชาติเลยจริง ๆ ทำให้เราจะด่ามิชิลก็ด่าได้ไม่เต็มปาก ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอทำอะไรตั้งหลายอย่างเพื่อตำแหน่งมเหสี โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ เคยอ่านงานของป้าอี๊ด ทมยันตี มีบอกไว้ว่า


ทหารรบเพื่อชัยชนะ แต่ต้องมีเกียรติศักดิ์
ส่วนนักปกครอง ทำอย่างไรก็ได้ ให้ได้มาซึ่งชัยชนะ...


ก็เออว่ะ ณ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้วมันคงเป็นแบบนี้จริง ๆ แต่ประโยคนี้คงใช้ไม่ได้แล้วกับการเมือง ณ ปัจจุบัน เพราะแม้แต่ทหารประเทศเพื่อนบ้าน(ที่คุณก็รู้ว่าใคร) มันยังรบแบบไร้เกียรติเลย หรือพวกนั้นจะไม่ใช่ทหารแท้มั้ง อารมณ์ประมาณบ้านเรา ที่มีทหารแตงโม กับตำรวจมะเขือเทศนั่นเลย 555+ กลับมาเรื่องมิชิลดีกว่า พอเรามาคิดดูอีกที ใช่ว่ามิชิลจะยอมตายฟรี ๆ ซะที่ไหนกัน ยังวางยาใส่ทายาทอสูร...พีดัม...รวมทั้งจดหมายที่มอบให้ซอลวอนด้วย เราจึงทึกทักเอาเองว่า สุดท้ายแล้ว... มิชิลวางแผนส่งมอบบัลลังก์ที่นางเอื้อมไม่ถึงต่อให้พีดัม โดยใช้ชีวิตของตนเป็นเดิมพัน เพราะนอกจากจะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในตัวพีดัมแล้ว คนอื่นก็พลอยยกย่องในการพลีชีพ(ที่เข้าใจว่า) เพื่อชาติของนางไปด้วย และละเลยถึงการก่อกบฏของมิชิล ที่ลงท้ายชิลซุกเลยซวยเพื่อนายไปเต็ม ๆ เรียกได้ว่ามิชิลไม่ต้องเสียชื่อว่าเป็นกบฏเลยอะ อาจจะว่าเราคิดในแง่ร้ายไปหน่อย แต่มันก็ทำให้คนดูอย่างเราสับสนจริง ๆ นะ เลยไม่รู้จะนับถือมิชิลดีหรือเปล่า 555+


ข้ามิชิล...ใช้สวรรค์เป็นข้ออ้าง แต่ไม่เคยเคารพสวรรค์ ...เข้าใจความเป็นไปของชีวิต แต่ไม่เคยก้มหัวให้ชะตากรรม ...ดูคนเป็นและใช้คนเป็น แต่ไม่เคยหวังพึ่งกำลังจากใคร ...แล้วพวกเจ้าจะมีความหมายอะไร พวกเจ้าทำอย่างข้าได้ไหม ...นี่แหละคือข้า มิชิล


ประโยคทั้งหมดนั่น อธิบายตัวตนของมิชิลได้ชัดเจนดีจริง ๆ แม้ไม่รู้ว่ามิชิลในประวัติศาสตร์มีบุคลิกยังไง แต่มิชิลในละครเรื่องนี้เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก กล้าได้กล้าเสีย อ่านสีหน้า แววตาคนเก่ง แต่ความห้าวหาญยังไม่เท่าคิฮานิมใน TWSSG ที่ริจะเสกดาวประจำพระองค์ขึ้นมาใหม่หากจำเป็น เท่าที่สังเกต เรื่องเดียวที่ทำให้มิชิลอาจจะเสียใจอยู่ลึก ๆ น่าจะเป็นเรื่องที่ตนทอดทิ้งลูกในไส้อย่างพีดัม หรือพระอิศริยยศองค์ชายฮยองจงละมั้ง นอกนั้นไม่เคยเห็นเธอแสดงออกว่าเจ็บปวดกับการกระทำใด ๆ เลย เราชอบตอนที่มิชิลกับต๊อกมันนั่งถกกันถึงเรื่องการปกครองไพร่ฟ้ามาก ๆ มุมมองของมิชิลที่ว่าหากโลกเป็นแนวตั้ง นางกับต๊อกมันก็ถือเป็นชนชั้นปกครองเช่นเดียวกัน แต่มิชิลไม่ได้สนใจเลยมั้งว่า แม้จะเป็นชนชั้นเดียวกัน ต๊อกมันก็ไม่ได้ละเลยราษฎร และพยายามทำทุกอย่างให้ราษฎรสามารถเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติ จนสามารถคำนวณวันเวลาทำการเพาะปลูกได้เอง ไม่ต้องรอโองการจากสวรรค์ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ชิลลาพัฒนาได้ ประมาณว่านักปกครอง ควรต้องสามารถเป็นผู้นำให้ชาวบ้านได้ด้วยความสามารถ หากปกครองพวกเขาโดยใช้ความเกรง+กลัวจากสิ่งที่พวกเขาไม่รู้มาควบคุมพวกเขา นั่นจะเรียกว่านักปกครองที่ถูกต้องได้หรือ


ขอข้ามไปยังผู้ที่คำทำนายระบุไว้ว่าเกิดมาเพื่อโค่นอำนาจล้นฟ้าของมิชิลบ้างก็แล้วกันนะคะ





ต๊อกมัน หรือกษัตริยาซอนต๊อก คเยยางที่เกือบต้องตายตั้งแต่เกิด เพราะคำพยากรณ์ที่ว่า "เมื่อใดที่ชิลลามีเด็กหญิงแฝดกำเนิด ทายาทชายจะสูญสิ้น" และเนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกษัตริย์ ทำให้องค์หญิงน้อยผู้บริสุทธิ์ต้องถูกพรากจากผู้ให้กำเนิด แฝดผู้น้องจะต้องถูกสังหารตามมติของเหล่าเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ ทำให้พระเจ้าจินพยองผู้บิดาซึ่งไม่อาจตัดใจสั่งประหารลูกน้อยได้ สั่งให้นางในโซฮวานำตัวทารกน้อยหนีไป พร้อมกับมอบกริชซอยอพโดให้ไปด้วย นอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีเงื่อนไขเฮงซวยจากคำพยากรณ์(ของใครวะ) พ่วงมาอีกว่า "เมื่อดาวดวงที่หก (ดาวคเยยาง-ดาวจรเข้) แยกจากหนึ่งเป็นสอง ผู้ที่จะมาโค่นอำนาจของมิชิลจะถือกำเนิดขึ้น" การไล่ล่าจึงเกิดขึ้น เช่นเดียวกับตอนที่คำพยากรณ์การถือกำเนิดของกษัตริย์จยูชิน ที่ทำให้พระมารดาขององค์ชายถัมต๊อกต้องหนีไปแอบคลอดองค์ชายเลย กระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี เมื่อมิชิลรู้ว่าต๊อกมันในคราบนังโด องครักษ์ฝึกหัด แท้จริงแล้วก็คือพระธิดาองค์เล็ก คำสั่งจึงเปลี่ยนใหม่ คือให้จับตัวต๊อกมันกับโซฮวากลับมายังซอราพอล เพื่อเปิดเผยให้ทุกคนได้รู้ (มิชิลหวังตำแหน่งมเหสีสุด ๆ) แต่ต๊อกมันกลับคืนสู่ฐานันดรได้ยังไงขอไม่เล่าแล้วนะคะ เพราะเป็นอีกจุดที่ผู้ชมรอลุ้นกันมาก เดี๋ยวยิ่งยาว...

ต๊อกมันเป็นตัวละครที่เราสงสารมาก ๆ ในตอนแรก เพราะเธอไม่ได้เลือกทางชีวิตของตัวเองเลย แม้แต่เลือกเกิดยังไม่ได้ หลังจากที่ต๊อกมันกลายเป็นองค์หญิง กระทั่งขึ้นเป็นผู้ปกครองชิลลาแล้ว เรามักได้ยินเสียงบ่นว่ามาตลอดว่าต๊อกมันเปลี่ยนไป ไหนจะว่าโหดขึ้น เจ้าเล่ห์ขึ้น สุดท้ายหาว่าเปลี่ยนใจจากยูชินอย่างง่ายดาย แต่เรากลับคิดว่าถ้าต๊อกมันไม่ปรับตัวสิแปลก ในฐานะผู้ปกครอง และยิ่งเป็นสตรีด้วย ใช่ว่าจะได้รับการยอมรับง่าย ๆ ซะที่ไหน ที่ว่าโหดขึ้น เราว่าการปกครองคนมันต้องใช้ทั้งพระเดชและพระคุณแบบนี้นี่ละ เจ้าเล่ห์ขึ้น อืมม์ อันนี้ต้องดูโดยรวมด้วยสิ ว่าบรรดาเสนาบดีและทหารใต้อาณัติของตนน่ะ มันเขี้ยวลากดิน ลิ้นสองแฉก โลภในอำนาจแค่ไหน จะปกครองพวกเจ้าเล่ห์เพทุบาย มันก็ต้องยิ่งคิดให้เหนือชั้นกว่าพวกนั้นสิ เหมือนที่ป้าอี๊ด(อีกแล้ว) บรรยายไว้ในงานเขียนของท่านว่า เจ้าหลวงเหนือหัว คืออยู่เหนือหัวคิดของทุกคน หากคิดได้ไม่เท่าหรือเท่ากับพวกเขา จะปกครองพวกเขาได้อย่างไร ส่วนเปลี่ยนใจง่าย อันนี้เบื่อจะเซดที่สุดเลย เพราะมันเป็นเรื่องของจิตใจ แต่ถ้าถามเรา เราว่าต๊อกมันยังเก็บยูชินอยู่ในใจ แต่เนื่องด้วยยังไงก็ลงเอยกันไม่ได้ ในขณะที่พีดัมก็ทำเพื่อต๊อกมันโดยไม่เลือกวิธีการ กับสัญญาลับสุดท้ายฉบับนั้น เราว่าต๊อกมันตัดสินใจในฐานะกษัตริย์มากกว่าหัวใจ เพราะในเมื่อพีดัมคุมพวกเสือสิงกระทิงแรดเหล่านั้นไม่อยู่ ก็เหลือทางเดียวที่จะกรุยทางให้ชุนชูขึ้นครองบัลลังก์ โดยปราศจากคู่แข่งที่น่ากลัวได้ คือใช้ชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดมาเป็นตัวล่อพีดัม (จะเห็นได้ว่าต๊อกมันไม่ให้ใครรู้เรื่องอาการป่วยของตนเลยด้วย) เพราะถึงจะตัดสินใจด้วยหน้าที่มากกว่าหัวใจ แต่ยังไงพีดัมก็เป็นเพื่อนเก่าคนสุดท้าย ที่จะไม่ทำให้ต๊อกมันรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว กับตำแหน่งที่ตนยืนอยู่ เพราะนอกจากพีดัมที่ยังเห็นต๊อกมันเป็นต๊อกมันแล้ว คนอื่นแม้แต่ยูชินและอัลชอน ล้วนยกต๊อกมันไว้ในสถานะเพฮาอย่างเดียว ดูอย่างตอนต๊อกมันตายหรือที่หลุมศพของเพฮานั่นปะไร ยูชินก็ยังเรียกแต่เพฮา ตอนที่ต๊อกมันถามเรื่องอดีต ที่องค์หญิงชอนมยองสั่งให้ยูชินพาต๊อกมันหนีไปจากชิลลา ยูชินก็ยังไม่กล้าตอบอะไรที่เป็นการอาจเอื้อมอยู่ดี อีกอย่างที่เราคิดคือเรื่องความฝันของต๊อกมันนั้น อดสงสัยไม่ได้ว่า หากยูชินยอมอ่อนข้อ เหลือเพียงต๊อกมัน ไม่ใช่เพฮา ต๊อกมันจะเล่าความฝันนั้นให้ยูชินฟังก่อนตายหรือเปล่า เพราะเมื่อยูชินบอกว่าตนรู้สึกอึดอัดใจ และถามถึงความฝันของต๊อกมัน ต๊อกมันกลับหุบปากสนิทไม่เล่าความฝันของตนออกมาเลย

จะว่าไป...เราว่าต๊อกมันกับถัมต๊อกใน TWSSG เหมือนกันอยู่อย่างคือ ความเชื่อที่ว่าชะตาของต๊อกมันคือ... เป็นผู้ที่สวรรค์ส่งมาให้ทำลายอำนาจของมิชิล ส่วนถัมต๊อกถูกลิขิตให้เป็นกษัตริย์จยูชินมาจุติ เพื่อรวมแผ่นดินจยูชินให้เป็นปึกแผ่น (แถมได้โอกาสในการตัดสินใจเรื่องราวที่เคยผิดพลาดมาแต่ครั้งอดีตอีกครั้งหนึ่งด้วย) และสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องขึ้นเป็นกษัตริย์เพื่อพสกนิกรเป็นหลัก ฝ่ายแรกต้องการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ให้ชิลลา โดยมีบทเรียนจากชีวิตของตนเป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่ง ส่วนถัมต๊อกไม่อยากเห็นการนองเลือดจากสงคราม หรือความเดือดร้อนของราษฎรหากโฮเกขึ้นเป็นกษัตริย์ จะเห็นได้ว่าทั้งสองไม่ได้ทำเพื่อสนองอำนาจให้ตัวเองเลย ที่สำคัญคือต๊อกมันและถัมต๊อก เลือกที่จะใช้หนึ่งสมองสองมือของตนในการปกครองอาณาจักร โดยไม่ต้องการอำนาจสวรรค์ ในขณะที่มิชิลเก่งสารพัด แต่ยังต้องการใช้อำนาจสวรรค์เพื่อเป็นฐานอำนาจตัวเองให้มั่นคง เข้าล็อคคนไม่มีอำนาจแต่อยากได้อำนาจ ส่วนคนที่มีอำนาจกลับไม่ชอบใช้อำนาจเลย

รู้สึกยาวไปละ สงสัยต้องจบบล็อกนี้ แล้วยกยอดตัวละครที่เหลือไปไว้อีกบล็อกแหง ๆ ไม่งั้นยัดไม่หมด เรียกว่ายาวได้อีก ตามความยาวจำนวน ๖๒ ตอนของซีรี่ส์เรื่องนี้เลย 555+

~ ใครอ่านแต่ต้นจนจบนี่ ปรบมือให้เลยค่ะ เพราะตัวเองยังรู้สึกว่ามันเยิ่นเย้อชะมัด ~



คุณ Tomatolatte คะ เรายังติดใจที่คุณบอกว่าเรื่องนี้เอาวิธีคิดแบบปัจจุบันไปจับเสียเยอะ และมีโฆษณาชวนเชื่อแอบแฝงอีกอยู่เลยค่ะ ช่วยขยายความทีได้ไหมคะ ว่าวิธีคิดในเรื่องใด การเมือง การปกครอง ประชาชน ฯลฯ แล้วโฆษณาแอบแฝงนี่คือ?


Create Date : 03 กันยายน 2553
Last Update : 3 กันยายน 2553 14:18:05 น. 22 comments
Counter : 624 Pageviews.

 
ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ

และสงสารต็อกมันมาก

เหมือนอย่างที่เค้าบอกว่า "ยิ่งสูงยิ่งหนาว"

ผู้หญิงก็คือผู้หญิงวันยันค่ำ ยังไงก็ยังต้องการกำลังใจและใครสักคนที่อยู่เคียงข้าง

อยากดูตอนจบ แต่ก็ไม่อยากให้ถึงจุดจบเลยค่ะ


โดย: พรุ่งนี้สวย วันที่: 3 กันยายน 2553 เวลา:17:53:48 น.  

 
ต้องปรบมือให้เราแล้วล่ะ เพราะเราอ่านจบ

เรื่องนี้มีมุมให้มองเยอะมากจริง ๆ

ตอบคำถามก่อนนะคะ

เอาเรื่องโฆษณาชวนเชื่อก่อนแล้วกันเพราะสั้นหน่อย

ซันด๊อกพูดถึงเรื่องความหวังในการรวมแผ่นดินไว้เยอะมาก ทั้ง ๆ ที่การรวมแผ่นดินจริง ๆ มามีเอาในสมัยชุนชู จากที่เราเคยคุยกับคนเกาหลีคนหนึ่งที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เรารู้สึกว่าทางการเกาหลีพยายามปลูกฝัง(โฆษณาชวนเชื่อนั่นแหละ)ประชาชนของตนเองว่าวันหนึ่งเกาหลีเหนือใต้จะได้รวมประเทศกัน เพื่อแผ่นดินจะได้สงบสุข ไม่ต้องฮึ่ม ๆ และรบกันเป็นระยะเหมือนในปัจจุบัน

ละครมุ่งประเด็นไปที่ซันด๊อกทำให้การเมืองภายนิ่งก่อนจะสร้างกำลังทหารเพื่อรวมแพกเจและโครคูริยอเข้าด้วยกัน และตามเนื้อเรื่องมันก็ไม่ได้สำเร็จในแผ่นดินซันด๊อกและไปสำเร็จในรัชสมัยต่อมา ซึ่งก็เหมือนการที่เกาหลีปลูกฝังและพยายามทุกวิถีทางที่จะเปลี่ยนเกาหลีเหนือ เช่น ส่งเงินเข้าไปสร้างนิคมอุตสาหกรรม คือค่อย ๆ เปลี่ยนคนเกาหลี อาจารย์ที่เราเคยคุยด้วยบอกว่า วันหนึ่งคงสำเร็จ เราเชื่อว่าคนเกาหลีจำนวนไม่น้อยแม้จะไม่ใช่ทั้งหมดก็เชื่อเช่นนี้ เกาหลีเป็นชาติที่มองการณ์ไกลมาก สิ่งที่เขาวางแผน ณ วันนี้ก็เพื่อผลในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ซึ่งมันสะท้อนออกมาในวิธีคิดและการเขียนบทละครอย่างชัดเจน

ยิ่งกว่านั้นการที่ละครที่พูดถึงการรวมแผ่นดินเรตติ้งดีขนาดดี ก็แสดงว่ามันโดนสิ่งที่อยู่ในใจลึก ๆ ของคนเกาหลีด้วยนั่นเอง

นี่ขนาดว่าจะตอบสั้น ๆ นะเนี่ย 555


โดย: tomatolatte IP: 115.87.100.43 วันที่: 3 กันยายน 2553 เวลา:21:01:34 น.  

 
เรื่องเอาวิธีคิดและการเมืองสมัยไปคิดนี่เรื่องยาวค่อย ๆ ตอบตามที่มีเวลาแล้วกันนะคะ เพราะเดือนนี้เป็นเดือนนรกประจำปีของเรา ถ้าผ่านเดือนนี้ไปได้โดยไม่ป่วยต้องเรียกว่าโชคดีสุด ๆ

เราว่าสิ่งที่เห็นในละครมันเป็นวิธีคิดแบบคนสมัยใหม่ เอาเรื่องที่ชัดเจนมาก ๆ คือเรื่องที่ซันด๊อกดัดหลังพวกขุนนางที่กักตุนสินค้า เราว่าคนสมัยก่อนไม่คิดอะไรซับซ้อนแบบนั้นหรอก อย่างมากก็กักตุนในยามขาดแคลน

ความซับซ้อนในทางการค้า การเกร็งกำไร วิกฤตการณ์เศรษฐกิจต่าง ๆ มันมาเจริญเติบโตเอาเมื่อเกิดตลาดหุ้น เมื่อสักไม่ถึงร้อยปีมานี้เอง

การที่คนเขียนบทเอาเรื่องนี้มาเขียนก็เพื่อให้เข้าใจง่ายนั่นเอง

เราไม่ได้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์เกาหลี และไม่รู้จักวิธีคิดของคนเกาหลีในอดีต และเราว่าคนเกาหลีก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน เพราะเกาหลีไม่ได้เป็นประเทศที่มีกษัตริย์มานานแล้ว วิธีคิดอย่างสมบูรณาญาสิทธิราชของเกาหลีขาดหายไปนานหลายร้อยปี ไม่ได้สืบทอดและมีธรรมเนียมปฏิบัติที่ชัดเจนฝังรากลึกอย่างบ้านเรา

แต่ถ้าให้เราคิดเอาเอง เราว่าซันด๊อกตัวจริงไม่ได้จะทำเพื่อราษฏรอะไรหรอก แค่รักษาอำนาจในขณะที่มีอยู่เอาไว้เท่านั้น เพราะถ้าดูจากประวัติศาสตร์จริง ซันด๊อกแต่งงานถึง 3 ครั้ง และไม่แน่ว่าอาจเป็นแค่กษัตริย์ในนามด้วยซ้ำ เพราะช่วงเวลานั้นมีทั้งยูชินและอัลชอนที่มีอำนาจ การที่ทั้งคู่ไม่ชิงอำนาจเป็นกษัตริย์เสียเอง ไม่ได้หมายความว่าจงรักภักดี แต่อาจเป็นการที่ซันด๊อกสามารถถ่วงอำนาจต่าง ๆ ไว้ได้อย่างสมดุล หรือเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น

ประวัติศาสตร์เกาหลีมันแตก ๆ รวม ๆ กันไม่รู้กี่สิบหน ซึ่งทำให้เรามองว่าการเป็นกษัตริย์ของเกาหลีเป็นเรื่องของการแย่งชิงและรักษาอำนาจเท่านั้น แต่จะคิดถึงประชาชนแค่ไหนนี่ไม่รู้ ยิ่งเป็นสังคมที่มีชนชั้นอย่างชัดเจน ยิ่งไม่มีใครสนใจคนข้างล่าง ระบบกษัตริย์ถึงได้พัง ๆ ง่าย ๆ

ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเรา กษัตริย์ของเราแม้จะเป็นสมบูรณาญาสิทธิราช แต่ก็มีธรรมเนียมปฏิบัติ มีทศพิศราชธรรม(อยากอธิบายเยอะกว่านี้แต่ขอไปเรียบเรียงความคิดก่อน)แล้วชนชั้นของเรามันเคลื่อนตัวปรับเปลี่ยนได้ง่ายกว่า จึงไม่จำเป็นต้องคว่ำแผ่นดินก็ขึ้นมามีอำนาจได้

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะ แล้วจะมาเขียนต่อวันหลัง


โดย: tomatolatte IP: 115.87.100.43 วันที่: 3 กันยายน 2553 เวลา:21:58:41 น.  

 
คุณพรุ่งนี้สวย # แหม เข้าใจตั้งชื่อล็อกอินนะคะ พรุ่งนี้รวยไม่เอา เอาพรุ่งนี้สวยไว้ก่อน

ถ้าเป็นเรื่องราวหลังจากต๊อกมันตัดสินใจเรียกร้องสิทธิ์ในฐานันดรศักดิ์คืนแล้ว เราไม่สงสารต๊อกมันเลยค่ะ เพราะก่อนจะตัดสินใจแบบนั้น เจ้าตัวก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องแลกกับอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นยูชิน หรือความโดดเดี่ยว ส่วนที่ว่ายังไงก็เป็นผู้หญิง ที่สุดท้ายก็ยังต้องการกำลังใจ และใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง เอาจริง ๆ แล้ว เราคิดว่าเป็นเพราะคนเขียนบท เขียนเอาใจกระแสคลั่งพีดัมที่แรงอย่างไม่ได้คาดคิดมาก่อนมากกว่าค่ะ อย่างที่เราเขียนไปแล้วว่า เรารู้สึกว่าต๊อกมันทำเพื่อแผ้วถางทางสู่ราชบัลลังก์ให้ชุนชู และเพราะเธอมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานมากกว่าค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าต๊อกมันไม่มีใจให้พีดัมเลยนะคะ พี่ท่านเล่นทำคะแนนซะขนาดนั้น เราว่าความรู้สึกที่ต๊อกมันมีให้พีดัมเป็นความสงสารมากกว่า คือ ณ เวลานั้น ต๊อกมันคิดถึงใจตัวเองเป็นลำดับสุดท้ายแล้วละค่ะ ทุกอย่างเพื่อประเทศชาติมาก่อน จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่ต๊อกมันบอกชุนชูว่า จุดที่นางยืนอยู่นั้น ไม่อาจไว้ใจใครได้อีกแล้ว แม้แต่ยูชิน ขนาดยูชินว่าจงรักและภักดีที่สุดแล้ว ยังไม่อาจไว้ใจได้ สาอะไรกับพวกมีปมอย่างพีดัม แต่เราว่าในใจลึก ๆ ต๊อกมันก็ยังเชื่อมั่นในความภักดีของยูชินนะคะ


โดย: Kitsunegari วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:13:05:52 น.  

 
คุณมะเขือ --> ขอเรื่องโฆษณาแฝงก่อนนะคะ กะว่าไม่ยาวเหมือนกัน อีกข้อเสร็จงานแล้วน่าจะได้มีเวลานั่งพิมพ์ต่อค่ะ วันนี้งานเข้าเหมือนกัน

เราว่าเรื่องที่พูดถึงการรวมสามอาณาจักรมากนี่ เพราะหากทำได้ มันจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงของกษัตริย์เลยกระมังคะ แต่ถ้าจะอ้างอิงจากตำราประวัติศาสตร์มา เราก็ไม่ทราบว่ามีกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้หรือเปล่า ว่าเริ่มในสมัยใคร หรือมีบอกไว้ว่าเริ่มและสำเร็จในสมัยพระเจ้ามูยอล เพราะหากไม่มีระบุไว้ เราว่าการที่ผู้เขียนสมมติให้สมัยของซอนต๊อกเป็นผู้ริเริ่ม เรื่องการรวมสามอาณาจักรก็ทำให้บทละครสามารถต่อยอด และแตกแขนงรายละเอียดปลีกย่อยที่ทำให้เรื่องสนุกไปได้เยอะนะคะ ทำให้แม้จะเป็นการแฝงโฆษณาความหวังในการรวมชาติ ก็น่าจะอนุโลมให้นะคะ

ไม่รู้เก็บรายละเอียดที่อยากพิมพ์ครบหรือเปล่า แต่ถ้าลืมยังไงค่อยเสริมอีกก็แล้วกันเนาะ




โดย: Kitsunegari วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:14:21:26 น.  

 
อ่านตั้งแต่ต้นจนจบนะน้องจิ๊บ
หนังเกาหลีเค้าดูดีนะพี่ว่า ดียังไงก็ดีทุกอย่างเลยละ เห๋อๆ
ตอนที่พี่ดูในยูทูปถึงตอนมีซิลตาย พี่ไม่อยากดูต่อเลย มันเซ็งๆ
แต่พอว่างๆก็ดูจนจบจนได้ ฉากสวยดีนะ
แต่ถ้าเราเกิดในสมัยที่สวยงามแบบนี้
ไม่แน่ เราอาจจะจนไม่มีอะไรจะกินแบบชาวบ้านก็ได้นะ อุอุ

พี่ชอบที่น้องจิ๊บเม้นท์บล๊อกพี่ว่าถ้าเลือกได้พี่คงเลือกชีวิตน้องปุ้นมากกว่า
ประโยคนี้ทำให้พี่ประทับใจมากเลยละ
ก็มันจริงอ่ะ จะเงินซักแค่ไหนมากมายยังไงพี่ก็เลือกน้องปุ้น

ไม่ได้เสแสร้ง ตังค์ก็อยากได้อ่านะ
แต่ถ้าแลกกับชีวิตเพื่อนยาก ไม่ลังเลเลย
ก็เลือกชีวิตน้องปุ้นดีกว่านะ
แสดงว่าน้องจิ๊บเป็นคนรักสัตว์มากคนนึง ถึงรู้

มิสสสสยู ก๊าบบบบ


โดย: maczy วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:14:57:19 น.  

 
กลับไปเช็คประวัติศาสตร์เกาหลีในอินเตอร์เนตอีกรอบ 55 เรื่องพระเจ้ามูยูลนี่มี 2 คนนะ คนละยุค มูยูลคนหนึ่งเป็นกษัตริย์ของโครคูริยอ อีกคนก็คือชุนชู

คือทั้งโครคูริยอและชิลลาล้วนแต่เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของชนชาติเกาหลี ขึ้นอยู่กับเวลาไหนใครมีอำนาจมากกว่ากัน ตามภูมิศาสตร์ โครคูริยออยู่ในเกาหลีเหนือเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนชิลลาอยู่ ในเกาหลีใต้ มันเคยมีละครพีเรียดเรื่องมูยูลที่รวมแผ่นดินได้มาแล้ว แต่หากคิดอย่างปัจจุบัน มันก็คือเกาหลีเหนือเป็นคนรวบอำนาจ ในขณะที่เรื่องนี้ชิลลาเป็นคนรวมแผ่นดิน หรือจะแปลได้อีกอย่างว่าคือเกาหลีใต้เป็นคนรวมแผ่นดินนั่นเอง


โดย: tomatolatte IP: 124.120.241.7 วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:21:48:25 น.  

 
สาเหตุที่เราคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้ดำเนินเรื่องตามความคิดของผู้คนในอดีตเลยมีเหตุผลหลายประการ ประการแรกคือ ความเป็นมาของตัวละครในเรื่อง

ซันด๊อกตามประวัติที่เราอ่านเจอ ไม่ได้มีฝาแฝด ไม่เคยหนีหัวซุกหัวซุน ลำบากยากแค้น แต่อยู่ในพระราชวัง ดังนั้น วิธีคิดย่อมไม่มีทางเหมือนซันด๊อกในละคร ที่ระหกระเหินลำบากลำบน แล้วชิลลาก็ไม่ได้มีพระราชินีเพียงพระองค์เดียว แต่มีอีก 2 องค์ตามมา

หากคิดจากลักษณะทางวัฒนธรรมและสังคมของเกาหลี ที่ไม่ให้ความสำคัญกับผู้หญิงเท่าใดนัก ซันด๊อกจะขึ้นครองราชย์ได้ก็ด้วยความยินยอมของเหล่าขุนนางเท่านั้น ซึ่งเรามองว่าเป็นเพราะขุนนางตกลงกันไม่ได้มากกว่าว่าจะองค์ชายองค์ไหนให้ขึ้นครองราชย์ เพราะพระเจ้าจินพยองพ่อซันด๊อกไม่มีเลยลูกชายเลยแม้แต่คนเดียว ก็เลยจำต้องให้ผู้หญิงซึ่งมีสายเลือดตรงขึ้นครองไปก่อน ซึ่งในที่สุดซันด๊อกก็ต้องแต่งงาน โดยคาดว่าจะมีรัชทายาท ส่วนอำนาจในการปกครองจริง ๆ ก็ยังคงอยู่กับเหล่าขุนนางนั่นแหละเพียงแต่เราไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์เกาหลีอย่างจริงจัง เลยไม่รู้ว่าอยู่กับใคร 5555 และการแต่งงานของซันด๊อกก็เป็นการแต่งงานเพื่ออำนาจ เพื่อค้ำจุนบัลลังก์ วิธีคิดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะน้องของซันด๊อกก็แต่งงานไปเป็นพระราชินีของแพกเจ ซึ่งทำให้พระนางได้เป็นสมเด็จป้าของพระราชาองค์หนึ่งของแพกเจด้วย

มิซิล เป็นคนในประวัติศาสตร์จริง แต่อยู่คนละยุคกับซันด๊อก บางอันบอกว่าเป็นแม่สามีของซันด๊อกด้วยซ้ำไป (แต่ไม่ใช่แม่ของพีดาม)

พีดาม ตามประวัติเป็นกบฏในสมัยซันด๊อก แต่ตายหลังซันด๊อกตาย ไม่ได้รักชอบกับซันด๊อกแต่อย่างใด สาเหตุที่ลุกมาเป็นกบฏก็เพราะคิดว่าผู้หญิงไม่ควรเป็นกษัตริย์

นี่ยังไม่นับคิมยูชิน ที่เป็นชาวคายา ที่ปัจจุบันเกาหลีค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับชาวคายามากขึ้น และชาวคายาอาจจะไม่ใช่พลเมืองชั้นสองอย่างที่เคยคิดกันมา โดยอาจจะมีบทบาทในอาณาจักรชิลลามากกว่าที่คิดก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่สันนิษฐานกันว่าคิมยูชินไม่แต่งกับซันด๊อกอย่างเหตุผลในละคร มันอาจไม่ถูกตามประวัติศาสตร์ (แต่บางอันก็บอกว่าซันด๊อกแต่งกับนายพลในตระกูลคิม ซึ่งก็คือตระกูลของยูชินนั่นแหละ เพียงแต่อาจไม่ใช่คิมยูชิน ซึ่งเท่ากับเป็นการแต่งเพื่ออำนาจ)

เกาหลีแต่งเรื่องเก่ง เพราะหลักฐานทางประวัติศาสตร์มันไม่มีอะไรให้อ้างอิงมากนัก หรือเพราะไม่มีกษัตริย์แล้ว จะแต่งให้มันพิสดารอย่างไรก็ได้ ขนาดคนเขียนบทยังยอมรับเลยว่ายูชินกับอัลชอนเป็นตัวละครที่ตายไม่ได้ เพราะเป็นบุคคลที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์จริง ส่วนพีดามเป็นกบฏจริง

เราจึงมองเรื่องนี้อย่างที่คนเขียนบทเขียนขึ้นโดยไม่ใช้เหตุผลทางประวัติศาสตร์มาจับ

เรื่องนี้ประเด็นมันเยอะ ค่อย ๆ คุยกันไปแล้วกัน 555


โดย: tomatolatte IP: 124.120.241.7 วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:21:53:45 น.  

 
มาแจ้งว่าเราอ่านที่คุณมะเขือแสดงความคิดเห็นแล้วนะคะ แต่เรายังไม่ได้ตอบในคห.๓ เลย

ขออนุญาตอีกนิดนะคะ เรารู้สึกว่าคุณมะเขือจับประเด็นจริงจังเกินไปหรือเปล่าคะ ไม่แน่ใจว่าทางผู้สร้างเขาโฆษณาชวนเชื่อไว้ ว่าเรื่องนี้เป็นละครอิงประวัติศาสตร์หรือเปล่า แต่เราว่าคนที่ติดตามละครพีเรียดเกาหลีส่วนใหญ่คงทราบอยู่แล้วละค่ะ ว่าเนื้อเรื่องแทบทั้งหมดแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริงเป็นหลัก เพราะคุ้น ๆ ว่าในบันทึกโบราณของเกาหลีทั้ง ซัมกุกซากี ซัมกุกยูซา และฮวารังเซกี ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดส่วนตัวของบุคคลเหล่านี้มากนัก ดังนั้นการหยิบเล็กผสมน้อยเพื่อให้ชวนติดตาม ก็ไม่น่าจะทำให้เสียอรรถรสอะไรนักนะคะ ทั้งเรื่องความรักหลายเส้า การก่อกบฏของพีดัมที่ตามประวัติศาสตร์บอกแค่ว่า เป็นกบฏซึ่งถูกตัดสินประหารหลังการสวรรคตของพระนางซอนต๊อกเพียง ๑๐ วัน(ในรัชสมัยของพระนางจินต๊อก) และการที่มีชื่อของพีดัมปรากฏอยู่บนหอดูดาวด้วย น่าจะมีการตีความว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในช่วงนั้น แต่หลักฐานทุกอย่างมันก็คลุมเครือไปหมด ก็อย่างที่คุณมะเขือบอกไว้ด้านบนในคห.๘ นั่นละค่ะ ดังนั้นเราจึงคิดว่าการผูกเรื่องหยิบนั่นผสมนี่จึงพออนุโลมได้

วันนี้เวลาหมด แต่ยังพิมพ์ไม่เสร็จ เดี๋ยวขอมาต่อเรื่องการค้าและที่เหลือทีหลังนะคะ


โดย: Kitsunegari วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:17:35:46 น.  

 
555 เราอาจจริงจังเกินไปก็ได้ มันคงกลายเป็นนิสัยไปแล้วจริง ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
กับความคิดของเราหรอกนะ เพราะเราออกจะเป็นคนแปลกประหลาดอยู่สักหน่อย

เราชอบค้นหาที่มาที่ไปของเรื่องมากกว่าปกติ เราชอบหาคำตอบว่าทำไมคนอื่นที่ทำหรือไม่ทำอะไร ด้วยเหตุผลอะไร

ช่วงที่เกาหลีเริ่มมาแรงในโลก โดยเฉพาะเรื่องการส่งออกวัฒนธรรมจนกลายเป็นกระแสเกาหลีนี่ เราพยายามหาคำตอบที่จะช่วยให้ “เข้าใจ” เกาหลีมากกว่าแค่ “ชอบ” หรือ “เกลียด”

สาเหตุที่เราคิดว่ามีการโฆษณาชวนเชื่อนี่ ไม่แต่เฉพาะเรื่องซันด๊อกนะ แต่เรามีในละครพีเรียดทุกเรื่องของเกาหลี ลองสังเกตดูสิ การขึ้นเป็นกษัตริย์ของละครเกาหลีแทบทุกเรื่องต้องฝ่าฝันความยากลำบากนานับประการ(ทั้งที่ในประวัติศาสตร์จริง มันอาจไม่รันทดขนาดนั้น) มันเป็นโมเดลเดียวกันหมด แน่นอนว่าเพื่อให้ละครมันสนุก แต่หากมองในอีกทางหนึ่งมันคือวิธีคิดที่ถ่ายทอดปลูกฝังให้กับผู้คนของเขาผ่านละครโดยไม่รู้ตัว (จริง ๆ มีอีกหลายข้อสังเกต แต่แค่นี้ก็พาออกทะเลออกมหาสมุทรไปไกลแล้ว )

อันนี้เป็นมุมมองของเรานะ ผิดถูกไม่รู้ สงครามหลายต่อหลายครั้งไหนจะเคยเป็นเมืองขึ้น(ที่ไม่อยากจะยอมรับ) ทำลายเกาหลีจนย่อยยับ และแทบไม่เหลือความภูมิใจในความเป็นชาติเอาไว้เลย ปัจจัยหนึ่งที่สร้างเกาหลีให้เจริญเติบโตทางวัตถุได้อีกครั้งในช่วง 30 ปีมานี่ ก็คือความเป็นชาตินิยม การจะสร้างความเป็นชาตินิยมได้มันต้องสร้างความภูมิใจให้กับชนชาติของตนเองว่ามีที่มาที่ไป มีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง วิธีไหนจะรวดเร็วไปกว่าการสร้างเป็นละครให้คนดูทุกวัน

เรามองว่าหนังและละครมีผลต่อความคิดและทัศนคติของคนดูโดยไม่รู้ตัว ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นกระแสฮิตเกาหลีหรือ

กำลังจะออกทะเลไปหรือเปล่านี่ 5555 อ่านเอามันแล้วกันนะ อย่าไปจริงจังอะไรนัก เดี๋ยวเขียนเรื่องมิซิลต่อเลยแล้วกัน ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว

อ้อ...ลืมบอกไป เราก็ชอบนิยายของทมยันตีเหมือนกัน


โดย: tomatolatte IP: 124.120.240.228 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:19:07:28 น.  

 
เรื่องมิซิล ต้องยอมรับว่าเป็นนักปกครองที่เก่งมาก แต่คนเก่งไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี(อ้าว...ไม่ได้กระแหนะกระแหนใครนะ) จะว่ามิซิลไม่ใช้พระคุณเลยก็ไม่เชิงนัก คนที่จงรักภักดีกับมิซิลล้วนแต่เป็นคนที่มิซิลช่วยเหลือไว้ทั้งสิ้น ทั้งซอกพุม ทั้งซิลซุก ทั้งที่ไม่เห็นด้วยกับมิซิล แต่ก็ยอมตายแทนได้
ข้อดีของมิซิลคือ แพ้เป็น จริง ๆ แล้วถ้ามิซิลยอมให้กำลังทหารจากชายแดนมาช่วย ก็น่าจะชนะ เพราะซันด๊อกในเวลานั้นแทบไม่มีอะไรเลย แต่มิซิลเห็นแก่แผ่นดินชิลลามากกว่า เพราะถ้ากลายเป็นสงครามกลางเมือง แพคเจจะถือโอกาสมาโจมตี ประเทศก็ย่อยยับ แม้มิซิลจะไม่คิดถึงราษฎรข้างล่างสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยที่สุดมิซิลก็ไม่ทำลายประเทศชาติ ผลดีส่วนหนึ่งก็คือราษฎรที่จนอยู่แล้วอย่างน้อยก็ไม่ต้องเผชิญภัยสงคราม แม้ว่ามิซิลจะวางแผนให้มีทายาทอสูรอย่างพีดามก็ตาม แต่ก็เป็นเดิมพันที่มิซิลไม่ทางรู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ เพราะนางไม่เคยเลี้ยงพีดาม ไม่เคยรู้นิสัยของลูกชาย และที่สำคัญซันด็อกไม่ได้โง่
เรามองว่าเรื่องนี้เป็นการต่อสู้ของนักการเมือง 2 ฝ่าย ฝ่ายอำนาจเก่ากับอำนาจใหม่ (คุ้น ๆ เนอะ) ต่างฝ่ายต่างงัดกลยุทธ์ต่าง ๆ มาสู้กัน แต่ไม่ว่าจะสาดโคลนกลั่นแกล้งใส่ร้ายกันขนาดไหน สิ่งที่ควรละเว้นเอาไว้อย่างหนึ่งก็คืออย่าคิดแต่จะเอาชนะคะคานกันจนบ้านเมืองย่อยยับ (หรือแพ้เป็นเผา)
เราจึงไม่ได้มองมิซิลว่าร้ายสุดขั้วชั่วสุดขีด เพียงแต่ในการแย่งชิงอำนาจ มันก็มีฝ่ายแพ้กับ
ฝ่ายชนะเท่านั้น


โดย: tomatolatte IP: 124.120.240.228 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:19:09:12 น.  

 
มาต่อค่ะ ขอพูดถึงเฉพาะในละครนะคะ เพราะเราไม่ทราบข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์สมัยนั้น ตลอดจนเรื่องราวของประเทศเกาหลีด้านต่าง ๆ เว้นแต่มีข้อมูลที่พอเสิร์ชหาได้จากกูเกิ้ล เลยไม่อาจพูดในสิ่งที่เราไม่รู้ได้

เรื่องดัดหลังพวกขุนนางที่กักตุนสินค้านี่ หากเราไม่พูดถึงข้อเท็จจริงแล้ว เรื่องแนวคิดด้านการค้าที่คุณมะเขือบอกว่า เพิ่งเติบโตเอาเมื่อเกิดตลาดหุ้น และถูกใส่เข้ามาในละครก็ทำได้ไม่เลวนะคะ ขนาดเราไม่รู้เรื่องค้าขาย เก็งกำไรอะไรเลยก็ยังเข้าใจได้ไม่ยาก เรื่องจริงมันอาจจะเป็นอย่างที่คุณมะเขือคิด หรืออาจจะไม่ใช่ แต่ก็ไม่เหมือนอย่างที่ละครทำออกมาก็ได้เช่นกันนะคะ หากไม่มีบันทึกเรื่องเหล่านี้เอาไว้ แต่เมื่อดูโดยรวมจากการปูเรื่องให้ต๊อกมัน เติบโตมาในย่านแลกเปลี่ยนค้าขายในทะเลทรายแล้ว เราก็คิดว่าวิธีการดัดหลังของต๊อกมันซึ่งผู้แต่งนำมาใช้ มีความสมเหตุสมผลอยู่นะคะ เพราะต๊อกมันก็คลุกคลีกับชาวต่างชาติและการค้าขายมาตั้งแต่เด็ก แม้ในความเป็นจริงแล้ว การนำเสบียงหลวงออกมาอย่างที่ต๊อกมันทำ อาจจะไม่ง่ายอย่างในละครก็ได้

เรื่องการปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติผ่านทางละคร จะเกิดจากความคิดของใครก็ตาม แต่มันก็ได้ผลดีมากจริง ๆ สำหรับประเทศเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีประวัติศาสตร์อะไรน่าภูมิใจให้จดจำ แต่ต้องพัฒนาไปข้างหน้า และเราว่าถึงมันจะไม่ถูกต้องนักในความเป็นจริง แต่ทางด้านจิตใจแล้ว มันก็ทำให้คนในชาติของเขามีความภูมิใจในชนชาติของตน และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศนะคะ

สิ่งที่ควรจะทำในยามเสพย์เกาหลี ก็คงจะต้องใช้สติเป็นบาทต้นเหมือนกันละค่ะ เราก็ดูและคิด แต่ไม่ได้เชื่อทุกอย่างที่ละครชี้นำหรอกนะคะ มองให้เป็นละครย้อนยุคธรรมดา ที่ไม่อิงประวัติศาสตร์น่าจะดีกว่าเนาะ


โดย: Kitsunegari วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:13:59:10 น.  

 
เรื่องของมิชิล เราก็ไม่ได้มองว่ามิชิลร้ายสุดขั้วหรือชั่วสุดขีดนะคะ ในสายตาของลูกน้อง มิชิลอาจจะเป็นนายที่ดี แต่แน่นอนว่าในสายตาของฝั่งตรงข้ามก็ย่อมจะมองอีกอย่างเช่นกัน ความคิดของคนเราก็มักแตกต่างกันอยู่แล้ว ว่าด้วยเรื่องขั้วอำนาจทางการเมืองนั้น ละครเกาหลีหลาย ๆ เรื่องที่สร้างประเด็นจะเปลี่ยนแปลงประเทศ ก็จะใช้วิธีนี้อยู่ร่ำไปละค่ะ คือการขับเคี่ยวระหว่างอำนาจเก่ากับอำนาจใหม่ อย่างอีซาน หรือชูโนก็ใช่

เรื่องเดิมพันของมิชิล กับทายาทอสูรพีดัม หากอิงจากคำพูดที่นางเคยบอกว่าดูคนเป็นและใช้คนเป็น กอปรกับความฉลาด และคำพูดต๊อกมันที่มักจะบอกเสมอว่ามิชิลสามารถอ่านสีหน้า แววตาคนออก เราคิดว่ามิชิลรู้จักพีดัมเพียงพอแล้วละค่ะ ลำพังแค่คำพูดของนางก็ประดุจยาพิษชั้นดีแล้ว เราจึงคิดว่าเดิมพันสุดท้ายของมิชิลมันจะเยี่ยมมากและมีโอกาสสำเร็จ หากมิชิลไม่คาดหัวใจรักของพีดัมผิด

แต่เราก็เชื่ออย่างไม่สนิทใจจริง ๆ ค่ะ ว่าตัวละครมิชิลรักชาติจริง หรือเพิ่งมารักชาติเอาตอนจบตามใจคนเขียนบท ที่จะให้มิชิลตายอย่างงดงาม และเป็นที่ประทับใจคนดู

เมื่อกี้ลืมไปนิดหน่อย เรื่องประวัติซอนต๊อกที่คุณมะเขือว่าไว้ในคห.๓ ที่คุณคิดว่าในความจริงซอนต๊อกซึ่งแต่งงานถึง ๓ ครั้งอาจจะเป็นเพียงหุ่นเชิด หรือสามารถถ่วงอำนาจต่าง ๆ เอาไว้ได้อย่างสมดุลนั้น เราคิดว่าอาจจะไม่ถึงขนาดเป็นหุ่นเชิด แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจอยู่ในมือแบบเบ็ดเสร็จมากกว่าค่ะ น่าจะแต่งงานการเมืองเพื่ออาศัยฐานของสวามี แต่ฝ่ายสวามีของนางก็คงไม่อาจจะฮุบอำนาจมาไว้ที่ตัวเองคนเดียวได้ จุดสำคัญคงอยู่ที่ว่า ทำไมนางจึงได้รับการสนับสนุนจากแม่ทัพคิมยูชิน และคิมอัลชอนมากกว่า มันมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า แต่เมื่อกี้ไปหาข้อมูลกษัตริย์โรซาพาพัน หนึ่งในสวามีของพระนางมา เห็นว่ากษัตริย์พระองค์นี้มีชื่อเรียกในชิลลาว่ายูชินน่ะค่ะ อันนี้ก็ได้แต่เดากันต่อไปอีกแล้วว่าเรื่องมันไปยังไงมายังไง ยูชินนี้มาจากไหน 555+ มันส์ดี


โดย: Kitsunegari วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:15:13:35 น.  

 
เราว่าการดูละครเรื่องหนึ่งแล้วคิดต่างกันไปไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานความรู้ ความคิดและประสบการณ์ไม่เหมือนกัน มันเป็นเรื่องแลกเปลี่ยนความเห็นกัน อาจเห็นเหมือนหรือไม่เหมือนกันก็ได้ แต่อย่าถือกับตีกันเพราะแค่ชอบหรือไม่ชอบตัวละครตัวไหน มันดูไร้สาระไปหน่อย

เรื่องประวัติศาสตร์เกาหลีนี่ เราว่าคนเกาหลีเองก็คงงง ๆ เหมือนกัน 555
อีกอย่างชื่อคนในประวัติศาสตร์มันก็เหมือน ๆ ซ้ำ ๆ กัน คนที่คิดว่าเป็นคนเดียวกัน อาจเป็นคนละคนก็ได้

ตอนนี้เราดูเรื่อง kim soo ro อยู่ เป็นประวัติของกษัตริย์องค์แรกของเผ่าคายา บรรพบุรุษของคิมยูชินในซันด๊อกนี่แหละ

เท่าที่ไปอ่านข้อมูลมา เหมือนกับว่านักประวัติศาสตร์เกาหลีค้นพบหลักฐานที่เกี่ยวกับชนเผ่าคายามากขึ้น และเป็นไปได้ว่าคายาอาจมีอิทธิพลในชิลลามากกว่าเป็นแค่พลเมืองชั้นสอง อย่างที่เคยเชื่อกันมา

แถมในเกาหลียังมีเทศกาลคายาด้วยนะ พระเอกของเรื่องก็ไปร่วมงานด้วยในฐานะแสดงเป็นกษัตริย์องค์แรกของคายา เราถึงเชื่อไงว่าเกาหลีโฆษณาชวนเชื่อผ่านละครไม่มากก็น้อยแหละ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นเรื่องถูกหรือผิดนะ เพราะเรามองว่าเราจะเอามาตรฐานของสังคมหนึ่งไปตัดสินมาตรฐานของอีกสังคมหนึ่งคงไม่ได้

เราพาออกทะเลอีกแล้ว 5555





โดย: tomatolatte IP: 124.122.92.81 วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:19:27:47 น.  

 
ตอนนี้ตัวละครอื่นในซันด๊อกเราลืม ๆ ไปหมดแล้ว (อัลไซเมอร์คุกคาม555) จำได้แต่อัลชอน เพราะเป็นคาแรกเตอร์ที่ชอบมาก

เราชอบนิยายแนวลิเกฝรั่งของลักษณวดีมากล่ะมั้ง เลยชอบคนอย่างอัลชอนมากกว่าทุกคนในเรื่อง


โดย: tomatolatte IP: 124.122.158.140 วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:22:37:37 น.  

 
"แต่ละคนมีพื้นฐานความรู้ ความคิดและประสบการณ์ไม่เหมือนกัน มันเป็นเรื่องแลกเปลี่ยนความเห็นกัน อาจเห็นเหมือนหรือไม่เหมือนกันก็ได้"

555+ เราจำได้ค่ะ เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณมะเขือบอกแบบนี้ เราก็ไม่ได้ตีกัน หรือทะเลาะกันนี่นะ เพราะความเห็นต่างอาจจะทำให้เราได้มุมมองใหม่ในสิ่งเดิมก็ได้ สนุกดีออกค่ะ เราว่าจะเขียนถึงอีกสี่ตัวละครให้เสร็จตั้งแต่หลายวันก่อน จนป่านนี้ยังไม่ได้เริ่มเลย แต่ก็ชอบอัลชอนรังมากที่สุดเหมือนกันค่ะ และเพราะชอบอัลชอนรัง เลยถูกเหมาเป็นว่าเราชอบอีซึงฮโยไปด้วยซะงั้น ทั้ง ๆ ที่เราชอบตัวอัลชอนในเรื่อง ไม่ใช่นักแสดง

เราชอบนิยายป้าอี๊ดทุกนามปากกาค่ะ ยกเว้นกนกเรขาที่ไม่โดนอย่างแรง เราว่าอัลชอนดูจะต่างจากเหล่าองครักษ์ในนิยายตรงที่ อารมณ์ขันหายากมาก ๆ ละมังคะ พี่ท่านจริงจังไปซะทุกเรื่อง ไม่ค่อยพูดเล่นเลย แต่แค่ยิ้มก็พอแล้ว เพราะแปลว่ายังมีอารมณ์แบบคนปกติอยู่บ้าง 555+


โดย: Kitsunegari วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:12:59:07 น.  

 
555 เราก็ว่าเราสองคนไม่ได้ตีกันหรอก เพราะเคยแลกเปลี่ยนความเห็นกันมาแล้ว นิสัยไม่ดีอย่างหนึ่งของเราคือชอบกระแหนะกระแหนลม ๆ แล้ง ๆ ไปเรื่อยเปื่อย 555

ตัวละครอื่นคุยมาเลย เดี๋ยวอาจจะนึกออก แต่อัลชอนนี่ จะง่ายหน่อยเพราะจำได้ทุกฉาก 555

หมดเรื่องซันด๊อก เรามาคุยเรื่องนิยายของทมยันตีกันดีกว่า นาน ๆ จะเจอคนอ่านนิยายนักเขียนคนเดียวกัน แต่เราอาจจะไม่ชำนาญนิยายช่วงหลัง ๆ ของคุณหญิงวิมลสักเท่าไหร่ นามปากกากนกเรขานี่เราก็ชอบนะ บางเรื่องมันก็ฮาดี


โดย: tomatolatte IP: 115.87.77.137 วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:18:14:34 น.  

 
อีกตัวประกอบที่เราชอบคือซันทักค่ะ คุณมะเขือพอนึกออกไหมคะ ทหารที่ตอนหลังมารับใช้พีดัม แล้วถูกธนูยิงตายตอนจะแยกจากพีดัมน่ะค่ะ ตอนเริ่มแรกที่ตัวนี้ออกมา เราไม่ได้คาดคิดเลยค่ะว่าซันทักจะได้ฉายเดี่ยวในช่วงหลัง 555+ ถ้าจำไม่ผิด ตอนแรกน่าจะเป็นนังโดกลุ่มของโพจงรังหรือเปล่าไม่แน่ใจ ดันจับพลัดจับผลูมารับใช้พีดัมเดี่ยว ๆ เลยซะงั้น ทีแรกเรายังคิดว่าซันทักจะเป็นแค่ตัวตลกมาสร้างสีสันเฉย ๆ น่ะค่ะ เราว่าบุคลิกซันทักไม่น่าจะเป็นคนภักดีต่อนายอย่างพีดัมเลยด้วยซ้ำ ไหงกลายเป็นวีรบุรุษ ช่วยไม่ให้เกิดการนองเลือดได้โดยเจ้าตัวก็คงนึกไม่ถึงแน่ ๆ เพราะถ้าซันทักไม่แอบเข้ามาแจ้งพีดัมเรื่องยอมจงได้ทันเวลา ศึกกบฏคงไม่จบง่าย ๆ หรอกเนอะ ถ้าจะอาลัยกับการตายของใครสักคนในเรื่องนอกจากชอนมยอง เราก็อยากไว้อาลัยให้หมอนี่ละค่ะ ตอนจะตายได้ใจมาก อุตส่าห์หันไปบอกให้ซังแดดึงหนีไป

กนกเรขาเราอ่านไปแค่สมาคมม่ายเองค่ะ และคงเพราะเลือกเรื่องแรกผิดเล่มไปหน่อย อ่านแล้วไม่โดนก็เลยไม่นึกอยากอ่านนิยายจากนามปากกานี้เลยน่ะค่ะ คืออ่านในขณะที่วัยไม่ให้ละมั้ง ในทางกลับกัน ถ้าเลือกไอ้คุณผี พ่อปลาไหล พ่อครัวหัวป่าก์ แต่งกับงาน หรืออุบัติเหตุมาอ่านก่อน เราอาจจะชอบนิยายในนามปากกานี้ด้วยก็เป็นได้ แต่ส่วนมากถ้าเป็นนามปากกาทมยันตี เราจะอ่านได้หมดค่ะ ยกเว้นโซ่สังคม เพราะขยาดอันธกาลน่ะค่ะ นิยายอิงเรื่องจริงที่อ่านจบแล้วทำให้เราเบลอจบแทบอาเจียน จิตตกอย่างแรง ถ้าเป็นแนวจิตวิญญาณงานเก่าก่อนเรื่องจิตตเทวะเราอ่านได้หมด แต่ยกเว้นเรื่องฌาน ที่อ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ เพราะไม่ใช่นักปฏิบัติธรรม 555+ ถ้าลักษณวดี อ่านได้หมด แต่บางเรื่องก็ไม่ชอบนะคะ อย่างหนี้รักอะ ทำเป็นละครดูได้ แต่นิยายไม่ชอบ ส่วนโรสลาเรน เรื่องที่ชอบที่สุดของเราเกิดจากนามปากกานี้ค่ะ คือรอยอินทร์ ไม่รวมโสมส่องแสงนะคะ ชอบรอยอินทร์อย่างเดียว แล้วคุณมะเขืออ่านเรื่องล่าสุดของป้าอี๊ดเรื่องอะไรคะ จำได้หรือเปล่า หรือนานจนลืมไปแล้ว


โดย: Kitsunegari วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:16:42:55 น.  

 
ถ้าจำไม่ผิด ซันทัก เหมือนจะอยู่กับซอกพุมมาก่อน เป็นไม้เบื้อไม้เมากับก๊วนด๊อกมานในอดีต พอซอกพุมรังตายก็เลยย้ายมาอยู่กับพีดาม เราไม่ค่อยสนใจตัวละครตัวนี้เท่าไหร่ เพิ่งมาเห็นว่าทำประโยชน์บ้างก็ไอ้ตอนจบนีแหละ จะว่าเป็นก็ไปตัวละครหนึ่งที่ซื่อสัตย์พอสมควร เพราะอยู่กับพีดามจนวินาทีสุดท้าย (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่กตาม)

จำไม่ได้แล้วจริง ๆ ว่าอ่านนิยายป้าอี๊ดเรื่องสุดท้ายเรื่องอะไร ท่าทางงานจะได้วัดอายุกันอย่างแน่นอน 5555

เรื่องสมาคมม่าย จัดเป็นนิยายุคหลังนะ เราอ่านนิย่ายของป้าอี๊ดยุคก่อนจะมีสนพ.ณ บ้านวรรณกรรม หมดทุกเล่ม ทุกนามปากกา พอมาเป็นสนพ.ณ บ้านวรรณกรรม เราไม่ค่อยได้อ่าน สักเท่าไหร่

ชอบนิยายป้าอี๊ดหลายเรื่อง แต่ที่ยังจำได้แม่น ๆ ชนิดจาไดอาล็อกได้ ก็มีในฝัน เลือดขัตติยา คู่กรรม (เอ๊ะ...ถ้าจะเป็นมาโซคิสต์นะเนี่ย ตอนจบไม่สมหวังสักเรื่อง) รอยอินทร์ ,โสมส่องแสง, ดั่งดวงหฤทัยก็ชอบ คงเพราะเราชอบลิเกฝรั่งล่ะมั้ง

โซ่สังคมยังไม่เท่านะ แต่
อันธกาลนี่ เป็นเรื่องที่ทรมานใจมาก เราต้องอ่านข้างหน้า แล้วข้ามไปอ่านข้างหลัง ย้อนกลับ ๆ กลับมา แล้วก็ยังฝันร้ายไปหลายวัน

เรื่องเกี่ยวกับศาสนา เราอ่านไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน



โดย: tomatolatte IP: 124.122.157.165 วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:17:26:14 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะคุณมะเขือ ที่ทบทวนความจำเรื่องซันทักให้ เราจำได้แต่ตอนเป็นนังโด เวลาฝึกทีไรชอบหาเรื่องต๊อกมันทุกที

เราว่าเราไม่ทันอ่านนิยายป้าอี๊ด ฉบับที่รวมเล่มก่อนสนพ. ณ บ้านฯ หรอกค่ะ เคยเห็นอยู่เหมือนกัน มันนานมากแค่ไหนแล้วหรือคะ (ไม่ได้เช็คอายุนา)

นับถือจริง ๆ ค่ะที่อ่านของป้าอี๊ดสมัยก่อนรวมเล่มกับ ณ บ้านฯ ได้หมดทุกเล่ม ทุกนามปากกา เราจำไม่ได้หรอกว่าเรื่องไหนเก่ากว่าเรื่องไหน แต่เคยหยิบในฝัน ฉบับที่รวมเล่มก่อน ณ บ้านฯ กับอันธกาล ฉบับที่มีปัจฉิมลิขิตถึงที่มาของนิยายมาพลิก ๆ ดู ต้องระวังแทบแย่แน่ะค่ะ เพราะเก่าจนเหลือง แถมหน้าจะหลุดมิหลุดแหล่อีก ได้กลิ่นโบราณมาก ๆ เลยไม่กล้าอ่าน ชอบอ่านกับกระดาษเสียสายตา อย่างกระดาษปอนด์ของ ณ บ้านรุ่นเก่า ๆ มากกว่าค่ะ 555+ เรื่องใหม่ ๆ ของป้าอี๊ดบางเรื่องก็สนุกไม่แพ้เรื่องรุ่นก่อนนะคะ ไม่นึกจะลองหยิบมาอ่านดูบ้างหรือคะคุณมะเขือ


โดย: Kitsunegari วันที่: 21 กันยายน 2553 เวลา:16:27:45 น.  

 
ถ้าจำไม่ผิดสนพ.ณ บ้านวรรณกรรม น่าจะตั้งมาเมื่อสักเกือบ 20 ปีแล้วนะ

สมัยก่อน หนังสือไม่แต่เฉพาะนิยาย มีไม่มากมากมายเหมือนทุกวันนี้ เรื่องบันเทิงก็มีให้ทำไม่มาก การอ่านหนังสือจึงเป็นเรื่องเดียวที่ทำกันได้เป็นเรื่องเป็นราว และไม่แต่เฉพาะนิยายของป้าอี๊ดหรอกที่อ่านหมดทุกเล่ม ของนักเขียนคนอื่นทั้งเรื่องแปลของฝรั่ง นิยายจีนก็อ่านเกือบหมดแล้วตั้งแต่ยังไม่จบมหาวิทยาลัย แถมหนังสือเล่มที่ชอบหลายเล่มยังอ่านซ้ำไม่รู้กี่รอบจนแทบจะจำไดอาล็อคได้หมอแล้ว

อันธกาลก็น่าจะอ่านจบตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยนะ (คงพอเดาอายุได้แล้ว 555 -แต่อย่าไปสนใจเลยว่าอายุเท่าไหร่ เพราะคิดเสียว่าเป็นเพื่อนแลกเปลี่ยนความเห็นความชอบเรื่องเดียวกันก็พอ)

พอมาทำงานนี่แหละไม่ค่อยได้อ่านสักเท่าไหร่ จริง ๆ เรื่องระยะหลัง ๆ ของป้าอี๊ดก็อ่านแล้วหลายเล่ม อย่างพวกมาลาเค สุริยวรมัน ก็อ่านแล้ว แต่มันจำไม่ค่อยได้ว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไร เลยคุยไม่ได้

แต่จะว่าไปหลายปีหลังมานี้ไม่ค่อยได้อ่านนิยายมากนัก ละครเกาหลีนี่ก็สนใจเป็นพัก ๆ เป็นบางเรื่องที่คิดว่าชอบจริง ๆ เพราะหลายเรื่องที่หลายคนบอกว่าสนุก เราดูแล้วก็ไม่เห็นสนุกเลย บางเรื่องเราว่าสนุกดี แต่เรตติ้งไม่ดีซะงั้น

จริง ๆ หยุดดูละครเกาหลีไปเป็นปีแล้ว มาดูอีกทีตอนซันด๊อกนี่แหละ แล้วตอนนี้ก็ดันไปติดใจ การแสดงของจีซองเข้า ก็เลยกลับมาดูละครเกาหลีใหม่ แต่เรื่องที่คนอื่นว่าสนุดเราก็ยังเฉย ๆ อยู่ดี



โดย: tomatolatte IP: 124.120.245.117 วันที่: 21 กันยายน 2553 เวลา:21:32:26 น.  

 
คือเราได้ดูตอนรีรันตี2อ้ะน้ะ ที่เพิ่งฉายจบไป ดูตอนแรกก็รู้สึกว่างั้นๆแหละ เลยว่าจะไม่ได้ดูและ ^^
แต่ว่าคือติดใจมีซิล (เจ๊โก) ผสมกับสงสารพระมเหาีอ้ะ ก็เลยตื่นมาดูต่อ ดูไปดูมาติดหนึบเลย 555
ชอบมากๆไม่เคยเห็นหนังเกาหลีเรื่องไหนดีกว่านี้อีกแล้ว จริงๆน้ะ เรื่องนี้คือตั้งแต่แรกโคตรเกรียจหน้ามีซิลอ่ะ พอดูไปๆๆๆ
เอ้าเข้าข้างมีซิลซะงั้น
เชียร์ตัวร้ายเลยเรา
รู้สึกศรัทธาอ้ะน้ะ
ชอบมากๆ ชอบจริงๆค่ะ


โดย: เจ๊โก IP: 113.53.17.192 วันที่: 11 มกราคม 2557 เวลา:22:30:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kitsunegari
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





"One Ring to Show Our Love...
One Ring to Bind Us...
One Ring to Seal Our Love...
And Forever to Entwine Us..."

สมาชิกสภาขาว
New Comments
Friends' blogs
[Add Kitsunegari's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.