เรื่องสมัยเด็กๆ (Dubai) #2
วันนี้จะรื้อฟื้นความจำเรื่องอะไรดี...
เอ...ที่จริงๆ ก็จำได้แต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง
บางเรื่องก็จำได้คลับคล้ายคลับคลา บางเรื่องก็ฟังจากแม่
จนบางทีก็งงว่านี่ตัวเองจำได้จริงๆ หรือที่จำได้เพราะฟังมาจากแม่
งั้นผสมๆ กันไปแล้วกัน...
ก็แหม...จะเอาอะไรกับความทรงจำวัยเด็กกันเล่า ได้แค่นี้ก็เทพแล้ว
(ไม่ค่อยจะหลงตัวเองเลยเนอะ แกน่ะ Smiley)

โชคดีที่พ่อสมัยหนุ่มๆ เป็นคนบ้ากล้อง บ้าถ่ายรูป
รูปที่ไว้ระลึกความหลังสมัยละอ่อนจึงกองสุมเท่าภูเขาเลากา
แต่เวลาเห็นหน้าตัวเองตอนเด็กทีไร ก็นึกอยากจะเอาอัลบั้มไปเผา
กลัวลูกหลาน (ที่คิดไปเองว่าคงจะมี)... มาเห็นรูปย่ายายมันตอนเด็กๆ
แล้วนึกให้คำตอบตัวเองในใจว่า "อ๋อ ตูรู้แล้วตูได้ความหน้ามึนมาจากใคร?"
หลังจากนั้นเด็กน้อยลูกหลานมันก็ไม่ทำบุญ กรวดน้ำให้ย่ายายมันอีกต่อไป
Smiley

มาๆ เพ้อเจ้อไปไกลละ เข้าเรื่องๆ...
จำได้ว่าช่วงใกล้ๆ วันคริสต์มาส (เทียบแล้วก็คงเป็นช่วงนี้ล่ะมั้งนะ)
ที่บริษัทที่พ่อทำงานอยู่ จะมีการจัดงานฉลองวันคริสต์มาส
งานใหญ่มาก คนเยอะมาก แต่เป็นงานภายในของบริษัท เราก็ได้ไปด้วยนะ 
เพราะเขาอนุญาตให้พนักงานพาครอบครัวไปร่วมงานได้ (อันนี้แม่เล่าให้ฟัง)
เจ้านายพ่อเป็นฝรั่ง ใจดีมาก แกชอบอุ้มเรา
ชอบให้เงินเราฟ่อนเบอเร่อ คือมันเป็นฟ่อนจริงๆ นะ คือปึกใหญ่มาก
มารู้ทีหลังตอนโตว่าที่จริงก็คือโบนัสของพ่อนั่นแหละ ฮ่าๆ
แต่แกบวกเพิ่มเป็นสินน้ำใจให้อีกนิดเป็นของขวัญคริสต์มาสให้เรา
เรานี่แบบดีใจมากอ่ะ แบบเฮ้ย!! มีคนให้เงิน ก็เอาเงินไปอวดแม่
แบบเนี่ยๆ หนูอ่ะรวยนะ มีเงินปึกใหญ่เลย 555+ (งกแต่เด็กนะแก)

งานเลี้ยงที่บริษัทของพ่อนะ ใหญ่มากตามความรู้สึกเรา
ถ้าจะเรียกง่ายก็คล้ายๆ มหกรรมอะไรสักอย่างนี่แหละ
เขาไปจัดที่ไหนไม่รู้ แต่จำได้ลางๆ ว่าคล้ายสวนสนุก
มีมาสคอตดิสนีย์ กับตุ๊กตาที่เด็กนั่งแล้วหยอดเหรียญแล้วมันโยกได้น่ะ
มีแข่งชักเย่อเด็ก เอาลูกๆ พนักงานนี่แหละแบ่งทีมไปแข่งกัน
เราไม่เคยลงแข่งนะ แต่จำได้ว่าพ่อเคยอุ้มไปดู
แล้วก็มีแข่งขี่อูฐ แต่อันนี้จัดไหนไม่รู้ แต่จำได้ว่าจัดช่วงคริสต์มาสนี่แหละ
เขามีลงเงินพนันกันด้วยว่าตัวไหนจะชนะ มีครั้งนึงพ่อลงพนันตัวที่ชนะถูก
ไม่รู้ว่าได้เงินเท่าไหร่ แต่จำได้ว่าพ่อดีใจมาก
จับเราอุ้มโยนแล้วรับอยู่หลายรอบ จนเราร้องไห้อ่ะSmiley

พอหลังจากช่วงคริสต์มาส ก็จะเข้าช่วงปีใหม่
ช่วงนี้พวกแขกยังไงไม่รู้ จำไม่ได้ว่าเขาให้ความสำคัญไหม?
แต่ที่แน่ๆ ครอบครัวเราดี๊ด๊ามาก พ่อกับแม่จะพาไปเที่ยวห้างใหญ่ๆ
ตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าห้างในตอนนั้นมีรายละเอียดเป็นยังไง 
แต่จำได้ว่า มันมีสวน มีน้ำพุ แล้วข้างในก็มีร้านขายทองเต็มไปหมด
เรียกให้ถูกคือ...มันเป็นดงเลยครับพี่น้อง ดงร้านขายทอง!!!
แต่ละร้านนะ ข้างหน้าร้านจะมี เอ่อ..เค้าเรียกอะไรนะ?
เอ่อ..เรียกไม่ถูก เรียกดิสเพลย์ได้ไหมนะ?
คือ มันเป็นตู้กระจกกว้างๆ ไว้โชว์ความอลังของทองน่ะ
จำได้ว่ามีปีนึงพ่อกับแม่ซื้อกำไลทองให้คู่นึง
แล้วอีกปีก็ซื้อแหวนทองให้ แหวนทองของเด็ก วงเล็กๆ
แต่แหวนวงนั้นแขกบอกว่าไม่ขาย เอาไว้โชว์อย่างเดียว
เราจะเอาวงนั้น ร้องไห้โวยวาย จะเอาให้ได้
ในที่สุดก็ได้มานะ 555+ ไม่รู้เหมือนกันว่าได้มายังไง
ตอนนี้ทั้งแหวนกับกำไลก็ยังอยู่ครบ แต่ใส่ไม่ได้แล้วล่ะ
ก็เก็บไว้เป็นที่ระลึก เอาไว้ดูตอนแก่

พูดถึงของที่ได้มาจาก dubai ...
นอกจากแหวนกับกำไลทองแล้ว ก็มีพวกถาดทองเหลือง
เอ่อ...ชักไม่แน่ใจว่าใช่ทองเหลืองรึเปล่า? 
แต่มันเป็นเนื้อโลหะ สีเหลือง อมส้ม อมแดงอ่ะ (บอกไม่ถูกเว๊ย)
ถ้าขัดด้วยมะนาวสีจะออกเหลืองเหลือบส้มๆ แดงๆ เงาสวย
แต่ถ้าทิ้งไว้นาน ไม่ขัด สีจะเปลี่ยนเป็นสีออกแดงคล้ำๆ 
แต่ถ้าขัดก็กลับมาสวยได้เหมือนเดิม ไม่แน่ใจว่าใช่ทองเหลืองไหม?
เออ...ช่างเหอะ เอาเป็นว่ามันเป็นถาดโลหะสีส้มๆ เหลืองๆ นั่นแหละ
ถาดนั่นเขาจะบุให้เป็นลายนูนๆ เป็นลวดลายของแขกเขา
มันเป็นถาดก้นแบนอันใหญ่มาก ปิดหน้าคนมิดได้สองคนเลยนะ
ไม่แน่ใจว่าเป็นถาดเอาไว้ใส่ผลไม้ หรือใส่อะไร?
ตอนนี้ก็ยังแขวนโชว์ไว้ที่ฝาบ้าน ... ไม่รู้พวกแขกมาเห็นจะขำรึเปล่า?
ที่คนไทยหน้ามึนเอามาใช้ผิดวัตถุประสงค์...

อืม...นอกจากกำไล แหวน แล้วก็ถาดที่คาดว่าจะเป็นทองเหลืองแล้ว
ก็มีกระพรวนข้อเท้า ทำมาจากนาค (สะกดถูกป่าวฟระ?)
อันนี้แม่เล่าให้ฟังว่าคุณแขกเจ้าของบ้านเช่าเขาเอามาให้เรา
เป็นของขวัญตอนเราเกิด แต่ตอนนี้ใส่ข้อเท้าไม่ได้แล้ว
เอามาใส่เป็นสร้อยข้อมือแทน แล้วก็มีพวกสร้อยทองเค 
พรม ผ้านวม ที่แม่แพ็คมาจาก dubai
เชื้อมะ?...พวกพรม พวกผ้านวมเนื้อผ้าดีมากอ่ะ มันนุ่ม มันหนา 
คือถึงตอนนี้จะเก่าแต่สีไม่เปลี่ยนเลยนะ ไม่อับ ไม่เปื่อยด้วย
เอ..หรือเป็นเพราะการเก็บรักษาด้วย อันนี้ก็ไม่รู้นะ

พูดถึงแขก...
เป็นที่น่าแปลกใจมาก พ่อบอกว่าแขกที่ dubai นิสัยดี
อันนี้ไม่รู้นะว่าจริงรึเปล่า? แต่พ่อชอบเล่าให้ฟัง
ที่ได้ยินบ่อยๆ เลย ก็คงเป็นคุณแขกเจ้าของบ้านเช่า
ชื่ออะไรไม่รู้ (แต่พ่อกับแม่จำชื่อแกได้นะ)
แล้วคุณแขกที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ก็นิสัยดี

พ่อเล่าว่าคุณแขกเจ้าของบ้านน่ะ...
แกชอบให้สิทธิ์แปลกๆ กับครอบครัวเรา
แกให้ไปสวนอินทผลัมแก ไปแคมป์ ไปนอน ไปกิน ตามสบาย
สวนที่บ้านเช่าที่เราอยู่จะปลูกต้นอะไรก็ตามใจ ไม่มีว่า
มีเล้านกกระทาให้เก็บไข่กินได้ฟรีด้วย สบายแฮ
แถม.....
แกยังจะให้เราหมั้นกับลูกชายแกด้วย!!!
โอ้ววววว.....มาย ก๊อดดดด ได้ใจเว้ยเฮ้ยย Smiley
แต่.......
พ่อกับแม่ เซย์โน ไป
เงิบ.......ทำไมพ่อกับแม่ทำกับหนูอย่างนี้ล่ะ Smiley
ไม่งั้นป่านนี้หนูนะ....
หนูอาจจะเป็นคุณนาย มีสามีเป็นแขกขาว เครางามเร้าใจ
ที่ใส่ผ้าคลุม และมีห่วงอยู่บนหัว (เขาเรียกว่าอะไรนะ?)
เกิดซีรีย์รักต่างแดน "ยัยสาวไทยตัวร้ายกับนาย dubai" ไปแล้ว!!!
ไม่ต้องง้อหนุ่มไทยใจกล้าหาญอย่างนี้หรอก...ฮึ้ยยย Smiley

แต่พ่อกับแม่คงคิดรอบคอบดีแล้วล่ะมั้งแก??
เพราะถ้าเป็นภริยาแขก คงมีกฏระเบิดระเบ้อล่ะนะ
สาวไทยใจงาม ซุ่มซ่าม และชอบแหกกฎอย่างแก
คง....ไม่เวิร์ค ณ จุดนี้ Smiley

อืมๆ... แต่จะว่าไปกฏที่นั่นเขาเคร่งจริงๆ นะ
พ่อบอกว่าที่นั่นน่ะ ขโมยของนี่ตัดมือทิ้งเลยนะ
ต่อให้ขโมยของเล็กน้อยแค่ไหนก็ต้องตัด....
โหดร้ายยยยยอ่ะ!!!
แล้วก็มีกฏที่ทำผิดอะไรไม่รู้ ให้ใช้หินปาจนตาย
รึไม่ก็จับเผาไฟทั้งเป็นน่ะ....เฮ้ย!! สยองว่ะ
อย่างสมัยที่พ่ออยู่ มีคนไทยไปขโมยของแขกเว้ย
เขาก็จะใช้กฏนี้กับคนไทยด้วย แต่สถานฑูตไทยไปช่วยไว้
เป็นเรื่องที่ฮือฮาในหมู่คนไทยที่โน่นมากตอนนั้น...
คือ ไม่ค่อยมีเคสแบบนี้ไง คนไทยส่วนใหญ่ก็รู้ว่าอะไรควร ไม่ควร
พ่อบอกว่าตอนสุดท้ายน่ะ ไม่รู้ว่าช่วยได้รึเปล่า? เพราะเรื่องมันยาว
แล้วพ่อเองก็ไม่สนิทกับคนต้นเรื่อง แล้วก็ไม่มีสถานฑูตที่ dubai ด้วย 
จะว่าไปแล้ว ที่นั่นกฏ ก็คือกฎนะ ต่อให้คุณเป็นคนต่างชาติ
แต่ถ้ามาอาศัยในผืนแผ่นดินของเขา ก็ต้องเคารพกฏของเขา
เออ.... ก็จริงของเขาว่ะ คนไทยทำตัวไม่ดีเอง 
จะโทษเขาว่าโหดก็ไม่ได้นะ เรื่องแบบนี้อ่ะ
ไม่รู้ว่าสมัยนี้เป็นยังไง เพราะประเทศเสรีมากขึ้นกว่าเดิมมาก
กฎยังโหดอยู่รึเปล่าไม่รู้

อืม...มาเรื่องคุณแขกข้างบ้านมั่งดีกว่า
เราเองจำอะไรได้ไม่มาก แต่พ่อบอกว่าเขาชอบเอาของกินมาให้
ก็ของกินตามประสาแขกนั่นแหละ โรตีมั่ง ไก่มั่ง แพะมั่ง
หรือที่สุดเลยก็เนื้ออูฐ ... ของแปลกของคนไทย ฮ่าๆ
แล้วยิ่งตอนมีงานสำคัญๆ พวกงานแต่งงาน งานเทศกาลไรงี้นะ
เขาก็มีน้ำใจเผือแผ่ให้ตลอด แล้วของที่ให้นี่ไม่ใช่ของเหลือนะ
ของดีๆ ทั้งนั้น คือให้กันแต่ของดีๆ ให้ไก่กันเป็นตัวๆ
พวกเนื้อแพะ เนื้ออูฐนี่ ก็เอาแต่ส่วนดีๆ มาให้ 
แล้วให้เยอะด้วยนะ ไม่มีเขียม ไม่มีกั๊กไลน์แบบพี่ไทยหรอก หึๆ
พวกผลไม้ พวกอินทผลัมก็เอามาให้กันเป็นถาดๆ
เรียกว่าญาติบ้านไหนในเวิ้งนั้นมีงาน บ้านอิฉันลาภปากตลอด
แล้วบางบ้านเขารู้ว่าพ่อเรากินเหล้า บางทีก็ชวนพ่อไปตั้งวง
แต่พ่อบอกพ่อไม่ไหว ไม่ไปดีกว่า เพราะบางทีพูดกับเขาไม่รู้เรื่อง
เพราะแขกบางคนพูดอังกฤษได้ บางคนพูดได้นิดหน่อย
บางคนพูดไม่ได้เลย ไม่รู้เขาคุยว่าอะไร สื่อสารลำบาก
เแต่ถ้าคิดๆ ดูแล้ว...
เราเป็นคนต่างชาติ เขาก็ยังมีน้ำใจให้ขนาดนี้ ก็ถือว่าเยี่ยมเนอะ!!
Smiley

เพิ่งรู้ตัวว่าพิมพ์เพลิน จนยาวเหยียด...
ตอนแก่ ถ้าเข้ามาอ่านนะ เราขอโทษด้วยนะยัยแก่...
คือต้องเข้าใจว่าสาวๆ แกไฟแรง!!
Smiley



Create Date : 23 ธันวาคม 2555
Last Update : 23 ธันวาคม 2555 22:07:29 น.
Counter : 519 Pageviews.

4 comments
  
เข้ามาอ่านต่อ อิอิ
โซนที่ขายทองเยอะๆก็ไปมาเหมือนกันไม่รุ้อันเดียวกันเปล่า มีตู้กระจกล้อมพวกทองเต็มเลย ได้เห็นแหวนกำไลทองที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
จำได้ว่าคนที่โน่นใจดีนะ ไม่เหยียดผิว ชอบคุยกับคนต่างชาติ
ได้ไปตลาดอินผาลัมด้วย มีตั้งแต่ไม่ถึงร้อยบาทยันเป็นพันบาทต่อโลเลย ชื้อกลับมากินด้วย2โล แอบกลัวเบาหวานเหมือนกัน^ ^
มารออ่านภาค3ต่อ อิอิ
โดย: gapme14 (gapme14 ) วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:20:13:16 น.
  
เอ...โซนขายทองคาดว่าน่าจะใช่ที่เดียวกันกับที่คุณไปนะคะ
เพราะจำได้ว่าเคยมีสารคดีท่องเที่ยวพาไปดูไบ แล้วเขาพาไปโซนนี้ เป็นโซนหลักที่ขายทอง
พ่อก็ทักว่า อ่าว 20 กว่าปีมาแล้วมันยังไม่เจ๊งอีกเรอะ 555+
รสชาติอินทผลัมที่โน่นหลังจากพิสูจน์มาแล้ว 2 โล เป็นไงบ้างคะ หอม หวานดีมั้ยเอ่ย?
เราว่านะ คุณคงไม่เป็นหรอกค่ะ เบาหวานน่ะ
เล่นหิ้วจักรยานไปปั่นเล่นชมเมืองขนาดนั้น ร่างกายคงเผาน้ำตาลไปหมดแล้วล่ะค่ะ อิๆ - แซวเล่นนะคะ อย่าถือสา ^^

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ แม้ว่าเนื้อหาจะดูเหมือนยัยแก่กำลังบ่นรำลึกถึงอดีตอยู่ก็เถอะ

"Merry Christmas" มีความสุขมากๆ นะคะ

Ps.เขียนเล่าตอนคุณไปเที่ยวที่ blog บ้างสิคะ อยากอ่านจังเลย อิๆ
โดย: I Hate Everything About You วันที่: 25 ธันวาคม 2555 เวลา:7:10:04 น.
  
อินผาลัมที่ซื้อมาก็กินหมดนะครับ อร่อยดี ผมชอบแบบแข็งๆ ราคาไม่แพงมากด้วย เค้าว่ากินวันละเจ็ดเม็ดจะสุขภาพดี หลังจากกลับมาจากดูไบ มารู้ทีหลังว่าภาคใต้ก็มีขายเหมือนกัน ^^ ถ้ามีโอกาศก็มักจะฝากน้องซื้อขึ้นมาน่ะคับ บล็อกที่นี่เพิ่งสมัครได้ไม่เกี่วันเองครับ เลยยังไม่ได้เริ่ม
เลย เคยเขียนลงmy space แต่สุดท้ายก็ปิดไปซะแล้ว ปกติชอบปั่นจักรยาน เคยเขียนเป็นทำนองDiaryลงในเวปนี้น่ะคับ อิอิ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=547770
โดย: gapme14 (gapme14 ) วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:12:54:58 น.
  
เอร๊ยยย...เราไปส่องไดอารี่ปั่นจักรยานท่องญี่ปุ่นของคุณมาแล้ว
ขอบอกว่าคุณเจ๋งมากเลยค่ะ เราไม่ค่อยได้เห็นคนท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยวิธีนี้มาก่อน
รีวิวของคุณให้อารมณ์การท่องเที่ยวได้ชัดเจนมากเลยค่ะ
เราชอบนะคะ ท่องเที่ยวไปในเมืองต่างๆ ด้วยการปั่นจักรยาน
แบบปั่นช้าๆ ไม่เร่งรีบ ค่อยๆ ซึมซับรับรู้วิถีชีวิตข้างทางไปเรื่อยๆ
เหนื่อยก็พัก กลางคืนก็นอนเต้นท์ ตั้งแคมป์แนวๆ นี้ ชิวดีค่ะ ไม่เปลืองตังค์ดีด้วย ^^

เง้อ...ชักอิจฉาคุณซะแล้วสิ แต่ปัจจัยอะไรหลายๆ อย่างของเรานี่ไม่เอื้อเลย ฮือๆ

ปล.ถ้าเราถูกหวย เราจะบินไปแคะหูที่ญี่ปุ่นค่ะ!!! 555+ แล้วจะไปซื้อคอเล็คชั่นสารคดีสอนร้องเพลงครวญครางของแท้พร้อมลายเซ็นมาประดับบารมี อิๆ
โดย: I Hate Everything About You วันที่: 8 มกราคม 2556 เวลา:22:42:00 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

I Hate Everything About You
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ไม่ใช่คนดีมากมาย เป็นแค่คนธรรมดา
ที่มีทั้งเรื่องดี และเรื่องชั่วอยู่ในตัว
บางทีก็เสียสละ บางทีก็เห็นแก่ตัว
แต่ไม่ใช่คนเอาเปรียบใคร!!!
Free Lines Arrow


ธันวาคม 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
24
25
26
27
28
29
30
31