กาลครั้งหนึ่ง .... ที่เขียนถึง "ปอ" ทฤษฏี สหวงษ์ ผู้จากไปเพียงร่างกายและลมหายใจ






ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ก็นานแล้วนะ ที่ไม่ได้อัพบล็อกตัวเองเลย 

วันนี้คงเป็นครั้งแรกของปี ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะต้องมาพิมพ์อะไรแบบนี้ 


แต่ถ้าจะไม่พิมพ์เลยมันก็ยังไงอยู่ในความรู้สึกของตัวเอง



เราเชื่อนะว่าเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว 

หลายคนคงได้เห็นและได้ตามข่าวอาการป่วยของดาราคนนึง 



ใช่ .... วันนี้เราจะพิมพ์เกี่ยวกับความรู้สึกที่เรามีเกี่ยวกับดาราคนนี


"ปอ" ทฤษฎี สหวงษ์ 






บอกได้เลยว่า เราไม่เคยคิดที่จะพิมพ์ถึงดาราคนไหน 

เพราะเราเองไม่ใช่ติ่งหรือแฟนคลับดาราคนไหน 

(บอกแบบนี้คงไม่ว่ากันนะคะ)




เริ่มจากอาการป่วยของปอ ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อประมาณช่วงๆเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว 

เราเชื่อนะว่าหลายคนคงคิดเหมือนเรา ว่า .... 


เฮ้ยยยยยยย ก็ไข้เลือดออกทำไมถึงขั้นหนักขนาดนั้นเลยล่ะ ต้องไอซียูเลยเหรอ 

แล้วโคม่าขนาดนั้นเลยเหรอ จริงดิ!!!!! เป็นไปได้ขนาดนั้นเลยเหรอ 



ก็เพราะตอนนั้นจะมีสักกี่คน รวมถึงเราเองด้วย จะรู้ว่าจริงๆ แล้ว 

ไข้เลือดออกมันน่ากลัวแค่ไหน แต่หลายคนก็ไม่เคยรู้ว่า 

ถ้าเป็นแล้วเป็นซ้ำได้และถ้าเป็นซ้ำในช่วงที่เพิ่งจะดีขึ้นมันจะหนักหนากว่าเดิมมากมาย 



หลังจากที่มีข่าวปอป่วยออกอากาศ ในทุกๆวัน 

ในทุกๆวันนั้น ในขณะที่เราดูข่าวเราก็ภาวนาและพูดอยู่เสมอว่า 

ปอ .... นายต้องหายนะ เราเชื่อว่าต้องหายดิ 

เรากับพี่สาวยังพูดกันเลย พี่สาวเราบอกว่า 

ปอเป็นคนดี ฉะนั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องคุ้มครอง




คือจะบอกว่า เราเป็นพวกไม่ตามข่าวดาราเลยก็ได้นะ รู้บ้างไม่รู้ก็เยอะมาก 

เราไม่เคยรู้ว่าปอทำอะไรเพื่อสังคมอะไรยังไงมามากแค่ไหน 

จนวันที่ปอป่วยนั่นแหละ เราถึงรู้ว่า .... 


ทำไม ... ใครๆ ถึงรักปอ และอยากให้ปอกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม 


อย่างที่บอกว่า ทุกครั้งที่มีข่าวรายงานอาการปอ

เราจะคอยอธิษฐานเสมอว่าต้องหาย 

และเรามักจะพูดเสมอไม่ว่าจะกับตัวเราเอง 

หรือแม้แต่ในหน้าวอลล์เฟซบุ๊คของตัวเองว่า ....


ปอจะต้องหาย จะมาตายเพราะไข้เลือดออกแบบนี้มันไม่แฟร์เอาซะเลย 



ที่บอกแบบนี้เพราะเรารู้สึกว่า ก็อาการตอนนั้นดีขึ้นแล้ว 

แต่มาเป็นอีกครั้งติดๆแต่เป็นเชื้ออีกสายพันธุ์

เลยทำให้ครั้งนี้เป็นหนักกว่าเดิม 

ขึงทำให้เกิดอาการทรุดจนต้องส่งมาที่รามาเพื่อทำการรักษาต่อ 


ซึ่งช่วงที่อาการปอทรุดลงหลายๆครั้ง ทำให้สังคมเกิดความตื่นตัว 

และมีหลายคนที่ออกมาทำการ์ตูนบ้าง 

หรือแม้แต่บทความที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องไข้เลือดออก

และสาเหตุที่ทำไมปอถึงเป็นหนักมากมายขนาดนี้ 




ซึ่งช่วงนั้นเราเองก็ได้ตามอ่านอยู่ทำให้พอจะเข้าใจถึงความร้ายแรงของไข้เลือดออก


แต่เชื่อมั๊ย ..... 

เราไม่คิดหรอกนะว่าเราเองจะป่วยเป็นไข้เลือดออกในช่วงที่ปอนอนรักษาตัวอยู่ด้วย 


ครั้งแรกที่เป็นไข้ก็คือช่วงกลางๆเดือนพ.ย.

ช่วงนั้นเป็นไข้อยู่สองสามวันไข้ขึ้นลงอยู่แบบนั้น 

ซึ่งครั้งนั้นเราคิดว่า เออหรือว่าเราจะเป็นไข้เลือดออกแบบปอ 

เลยตัดสินใจไปรพ.ในวันที่มีไข้วันที่สาม 

แต่ช่วงนั้นไข้หวัดใหญ่ก็ระบาดไม่แพ้ไข้เลือดออก 

เลยโดนจับตรวจทั้งสองอย่างแต่ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดไม่ได้เจาะเลือด 


แต่ตรวจแค่เบื้องต้นของอาการไข้เลือดออกเท่านั้น 

แต่หมอจะมุ่งไปทางไข้หวัดใหญ่ซะมากกว่า 

สรุปผลตรวจออกมา เป็นแค่ไข้จากเชื้อไวรัสเท่านั้น ครั้งนั้นเลยโล่งใจ 



หลังจากนั้นช่วงเดือนธันวาเกือบกลางๆเดือน เราก็เป็นไข้อีกรอบ 

ครั้งนี้เป็นซะจนเรานี่ก็แย่ไม่แพ้ไข้รอบแรก 

แต่ต่างกันตรงที่เรากินข้าวไม่ลงเลย รู้สึกอยากจะอ้วกแต่ก็อ้วกไม่ออก 

แต่ก็ต้องไปอ้วกนะ เพราะคิดว่ามันอาจจะทำให้ดีขึ้น

ช่วงนั้นกินยาลดไข้ตลอดทุกวัน และตลอดทั้งวัน 

ช่วงนั้นเราเป็นไข้อยู่สี่วัน และคิดไว้ว่า ถ้าไม่ดีขึ้นเราคงต้องไปหาหมอ 



แต่เชื่อมั๊ย เราไม่คิดเลยนะว่า ครั้งนี้เราจะป่วยเป็นไข้เลือดออก 

เพราะเราคิดว่า มันน่าจะเป็นไข้ทับระดูมากกว่า 

พอดีประจำเดือนมาด้วยเลยไม่มีคำว่าไข้เลือดออกอยู่ในสมองเราเลย 

ก็ในเมื่อเป็นไข้ครั้ก่อนมันก็ไม่ได้เป็นนี่นา 

อีกอย่างแถวบ้านก็ไม่มีใครเป็นไข้เลือดออก ก็เลยคิดว่า คงไม่ใช่มั๊ง 




จำได้เลยว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่รพ. มันเป็นอะไรที่สุดแสนจะทรมานมากๆ 

และวันที่ไปหาหมอก็ไม่คิดด้วยว่าจะเป็น 

จนหมอที่เรารักษาประจำต้องขอร้องให้เราแอดมิท 

เพราะหมอดูอาการเราแล้ว(ตั้งแต่ยังไม่ได้เจาะเลือด) 

อาการเราไม่ค่อยจะดีแล้ว (แต่เราเองยังไม่รู้ตัว) 




จนผลเลือดออกมาเกล็ดเลือดเราลดลงเหลือ ๖๐,๐๐๐ มิล (หน่วยมิลรึเปล่าเราก็ไม่แน่ใจ)

ซึ่งในคนปกติเกล็ดเลือดจะต้องมีอยู่ที่ ๑๔๐,๐๐๐ -๔๕๐,๐๐๐ มิล


ตอนนั้นรู้สึกเพลียนอนตลอดเวลา 

และยังกินอะไรไม่ค่อยได้ แต่ก็ต้องฝืนกิน 

และเราก็บอกตัวเองเสมอว่า ....


"เรายังตายไม่ได้นะ เรายังมีอะไรต้องทำอีกหลายๆอย่าง และเราต้องรีบหาย"



ใช่ ....  เราบอกกับตัวเองแบบนี้ทุกวันตลอดเวลาที่อยู่ในรพ.


ช่วงนั้นเราต้องโดนเจาะเลือดทุกวัน วัดความดันและไข้ตลอดเกือบทั้งวัน 

ช่วงสี่วันแรกเรายังมีไข้อยู่บ้างบางเวลา 


แต่ในวันที่สองที่นอนเราเริ่มเกล็ดเลือดลดลงอีก 

จากที่ลดเหลือ ๖ หมื่น เราลดลงไปอีก เหลือ ๒ หมื่น ๑ 



ซึ่งบอกตรงๆเลยว่า ตอนนั้นใจคอก็ไม่ค่อยดี 

เพราะคิดแต่ว่า ทำไมมันลดลงได้นานกลัวขนาดนี้ 

เกล็ดเลือดเราลดลงอยู่ประมาณ ๒ วัน ที่คงที่ 

จนหมอมาคุยบอกว่าต้องให้เกล็ดเลือดเราแล้วถ้ามันยังไม่ดีขึ้น 



และไม่ใช่แค่นั้น นอกจากเกล็ดเลือดเราจะลดลงแล้ว 

เรายังรู้สึกปวดท้องแถวๆลิ้นปี่

ปวดจนเราไม่สามารถนอนได้เลย 

ต้องบอกพยาบาลและได้ยาแก้ปวดฉีดเข้าสายน้ำเกลือและยากินช่วยระงับปวด 



ตอนนั้นต้องรักษาตามอาการอย่างเดียว 

เป็นอะไรรู้สึกยังไงต้องบอกหมอและพยาบาล

ตอนนั้นยาฉีดเอาไม่อยู่ คือเรานอนหงายได้อย่างเดียวไม่สามารถตะแคงได้เลย 

นอนตะแคงทีเหมือนเครื่องในในร่างกายมันจะไปกองรวมกันแบบนั้นเลย

จนสุดท้ายนอกจากยากแก้ปวดที่ฉีดและกินแล้ว 

เรายังได้ยานอนหลับมาช่วยให้เรานอนพักได้ด้วย 

ถ้าไม่ได้ยานอนหลับ เราก็คงไม่ได้นอนเลย เพราะทรมานมากจริงๆ 




ไม่ใช่แค่นั้น .... 


พอปวดท้องแล้ว อาการที่ตามมาอีกก็คือ เราแน่หน้าอกหายใจไม่ค่อยได้ 

คือรู้สึกเหนื่อย ทั้งเหนื่อยทั้งปวดท้อง มันเป็นช่วงที่แย่จริงๆ 

จนพยาบาลต้องเอาออกซิเจนมาให้เราใช้ 

เวลานอนหรือตื่นก็ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ

เพื่อช่วยให้เราหายใจได้สะดวกขึ้น เฮ้อออออออออออ 


แสบจมูกดีแท้!!!!




ที่สำคัญมันไม่ถนัดเลย แขนก็ยังมีสายน้ำเกลือ ไหนจะมีท่อช่วยหายใจอีก 


แล้วมีช่วงนึงของวันนั้น เรายังไม่รู้สึกดีขึ้น 

แถมความดันเราก็ยังไม่คงที่

มีคืนนึงเล่นเอาเรานี่ก็กลัวไปเหมือนกันนะ 


กลัวว่า  .....

เฮ้ยยยยยย ....นี่เราหนักมากแล้วใช่มั๊ย




หมอเวรเข้ามาพร้อมพยาบาลสองสามคน 

และมาพร้อมกับเครื่องวัดคลื่นหัวใจ(มั๊ง) 

คืือช่วงเวลานั้นจำไม่ค่อยได้แล้วเพราะช่วงนั้นเราเองก็ไม่ค่อยจะไหวเหมือนกัน 

คือปวดท้องด้วย หายใจไม่ค่อยได้ด้วย 


หมอและพยาบาลเอาสายมาแปะที่ตัว เต็มไปหมดเลย (จำได้แค่นี้) 

แล้วสักพักก็มีเครื่องเอ็กซเรย์เข็นเข้ามาในห้องและได้เอ็กซเรย์มันที่เตียงเลย 



ตอนนั้นรู้ซึ้งเลยว่า .... ปอ จะหนักหนาสาหััสแค่ไหน


ขนาดเรายังเป็นซะขนาดนี้ 

แถมเราเองอยู่ในภาวะช็อคซึ่งอันตรายแล้วในความเห็นของหมอและพยาบาล 

แต่ตัวเราเองยังรู้สึกตัวเองตลอด อันนี้เราเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนะ


หรือเพราะเราดื้อด้วยก็ไม่รู้ 

พยายามจะทำอะไรด้วยตัวเอง 

แต่พยาบาลสั่งห้ามเลย โดยเฉพาะเวลาจะเข้าห้องน้ำ 

เพราะเค้ากลัวเราจะไปล้มในห้องน้ำคราวนี้เราคงได้หนักกว่าเดิมแน่นอน 



ช่วงเวลาที่ป่วย หมอห้ามแปรงฟัน 

เพราะกลัวจะมีเลือดออก  แต่สามารถบ้วนปากได้ 






เชื่อมั๊ย ช่วงนั้นเป็นอะไรที่ทรมานอยู่นะ ฟันไม่ได้แปรงเลย เป็นอาทิตย์

เรายังคิดเลยว่า ปอ ... จะรู้สึกยังไง ไม่ได้แปรงฟันแบบเป็นเดือนๆ 

เพราะขนาดเราไม่แปรงแค่สองอาทิตย์ 

(หลังออกจากรพ.ก็ยังไม่กล้าแปรงจนกว่าหมอจะสั่งตอนไปตรวจอีกครั้ง) 

ขี้ฟันคราบฟันมันก็ยังมีพอสมควร แล้วปอจะขนาดไหนเนี่ย 



จนสุดท้ายได้ออกจากรพ.เป็นวันที่เรารู้สึกดีใจสุดๆ  

เพราะรพ.เป็นอะไรที่ไม่ได้น่าพิสมัยสำหรับเรา 

คือมันสบายก็จริง แต่เราก็ไม่ชอบอะ


พอกลับบ้านมา สำนักอนามัยเขตบ้านเราก็มาสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องไข้เลือดออกที่เราเป็น 

(ตอนนั้นนึกในใจ โอ้วววววววววว ยังกะเป็นเซเล็ปเลย มีคนมาให้ความสนใจด้วย ๕๕๕๕๕) 


คือช่วงที่ปอป่วย เราป่วย เป็นช่วงที่ไช้เลือดออกระบาดหนัก 

อย่างชั้นที่เรานอนรักษาตัวหลายห้องก็มีผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออ


จนท.อนามัยมาสองรอบ รอบแรกคือมาถามที่บ้านเรา(ตอนที่เรายังนอนอยู่รพ.) 

ส่วนอีกครั้งก็คือวันที่เรากลับมาบ้านแล้ววันรุ่งขึ้นก็มาเลย 

(รพ.จะส่งประวัติผู้ป่วยว่าใครแอดมิทเพราะไข้เลือดออกไปยังเขตต่างๆ เพื่อทำสถิติผู้ป่วย)



จนท.บอกว่า ระแวกบ้านเรามีคนป่วยเป็นไข้เลือดออก ๑ คน 

ซึ่งบ้านเค้าห่างจากเราพอสมควรนะ 

มันเลยทำให้เรารู้ว่า ยุงตัวที่มันเป็นพาหะมันบินมาได้ไกลอยู่พอสมควร 



แต่บ้านเราไม่สามารถฉีดพ่นควันได้เหมือนหลายที่ 

เพราะส่วนใหญ่เป็นย่านค้าขาย 

จนท.เลยแจกโลชั่นและทรายมาให้แทน 

ให้มาเยอะเลยล่ะ บอกถ้าไม่พอไปขอได้อีก 






หลายๆคนถ้าเข้ามาอ่านในบล็อกเรา

ถึงตรงนี้คงจะมีคำถามว่า เรามาพิมพ์อะไรของเรา 

แล้วเราจะเล่าเรื่องการป่วยของเราไว้ทำไม และเกี่ยวอะไรกับปอ


ที่เราเล่ามันมีเหตุผลที่มาที่ไป 



.......




คือเราอยากจะให้หลายๆคนรู้ถึงอาการป่วยของไข้เลือดออก

ว่ามันจะเป็นยังไงบ้าง ร้ายแรงยังไงหากสงสัยว่าเป็นหรือกำลังจะเป็น


เผื่อวันนึงคุณเป็นไข้จะได้รู้ว่าคุณจะต้องทำอย่างไรบ้าง 

จุดยุงกัดบางทีมันก็ดูไม่ออกหรอกว่าเป็นหรือไม่เป็น 


สำคัญคือ การเช็คเกล็ดเลือด 

ถ้าเกล็ดเลือดต่ำ ให้สงสัยไว้ก่อนเลย รวมถึงถ้าเป็นไข้สามวันแล้วยังไม่ดีขึ้น

(หมายถึงคุณต้องกินยาแก้ไข้ด้วยนะในช่วงที่เป็น) 

ก็ให้สงสัยไว้ก่อน รวมถึงมีอาการไม่อยากอาหารคือกินไม่ลงเลย 

และปวดเมื่อยตัวไปหมด นั่นคือสัญญาณว่า คุณควรจะไปหาหมอแล้วค่ะ 


อย่าชะล่าใจ และอย่ารอช้า 

เพราะถ้าเม็ดเลือดคุณโดนทำลาย

นั่นอาจจะหมายถึงคุณอาจจะเป็นหนักกว่าเดิมที่ควรจะหายก็ได้ 





ทีนี้กลับมาที่ทำไมเราถึงโยงมาเกี่ยวกับปอ 


เพราะอย่างที่เราเกริ่นไปแต่แรกว่า เราตามข่าวปอป่วยมาตลอด 

และเป็นกำลังใจให้ปอมาตลอดจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตปอ 




เราอยากจะขอบคุณกับสิ่งทีปอทำเพื่อสังคมเป็นครั้งสุดท้ายของช่วงชีวิต 

ซึ่งมันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่และมีคุณประโยชน์มากๆ 


ถ้า ... ปอไม่ป่วยเป็นไข้เลือดออก ... ก็คงไม่มีอะไร 


ถ้า ... ปอไม่ใช่ ปอ ทฤษฏี สหวงษ์ เป็นแค่ประชาชนคนธรรมดา .

.. ไข้เลือดออกก็คงเป็นแค่ไข้เลือดออกแบบที่หลายคนเข้าใจ 


ถ้า ... ปอไม่เป็นถึงขั้นรุนแรง ... หลายคนก็ยังไม่สนใจ

และคงไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของโรคนี้ 


ถ้า ... ปอไม่ใช่คนที่หลายๆคนรัก ... เราเองและหลายคนคงไม่รู้ว่าปอทำเพื่อสังคมแค่ไหน 


และ ถ้าไม่ใช่ปอ และไม่มีข่าวปอป่วยหนัก 

หลายคนไม่ออกมาให้ความรู้เรื่องไข้เลือดออกที่ปอเป็น 

หรืออาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต



อาจจะไม่มีเราในวันนี้ที่มานั่งพิมพ์และนั่งหายใจอยู่ตอนนี้ก็ได้ 




เพราะ ปอ ... ทำให้เราสนใจและใส่ใจที่จะอ่านเกี่ยวกับพิิษภัยของโรคนี้ 


เพราะ ปอ ... ทำให้เราได้รู้ว่า โรคไข้เลือดออก มันไม่ใช่แค่ โรคไข้เลือดออก 

แต่ยังมีอาการอื่นๆแทรกซ้อนได้ตลอดเวลาที่ป่วย 


เพราะ ปอ ... ทำให้เรารู้ว่า ไข้เลือดออก มันไม่มียารักษา ต้องรักษาตามอาการเท่านั้น 


เพราะ ปอ ... ทำให้เราบอกตัวเองในช่วงที่เราป่วยเสมอว่า เราจะไม่ป่วยหนักแบบปอ 

เพราะมันคงทรมานมากและเราอาจจะไม่สู้เท่าปอ 


เพราะ ปอ ... ทำให้เรารู้ว่า ปอเป็นคนดีแค่ไหน ทำไมใครหลายๆคนรักปอ 


เพราะ ปอ .... ทำให้เรารู้ว่า ปอทำเพื่อสังคมแค่ไหน 


และเพราะปอ ... ทำให้เรายังมีวันนี้ วันที่ปอไม่สามารถมีได้อีก 

ซึ่งบอกเลยว่า วันที่เรารู้ข่าวว่าปอจากไปแล้ว


เรารู้สึกแย่และรู้สึกเสียใจ 

มันเป็นความรู้สึกเหมือนคนที่เรารู้จัก 

คนในครอบครัวเราคนนึงจากเราไป 





เราดูข่าวปอทีไร น้ำตาเราก็ไหลทุกที 

คือเราไม่ได้ร้องไห้นะ แต่น้ำตามันไหลเอง 


ณ ขณะที่พิมพ์อยู่ตอนนี้ น้ำตาก็คลออยู่ที่ตา 




อย่างที่เราบอก เราไม่ใช่แฟนคลับดาราคนไหน 

รวมถึงเราไม่ใช่แฟนคลับของปอ



แต่ที่เราเสียใจและน้ำตาไหล 

อาจจะเป็นเพราะตลลอดเวลาที่รู้ข่าวปอป่วย 

เราจะะบอกและพูดเสมอว่าปอนายจะต้องหาย 

ทุกครั้งที่ดูข่าวเราจะบอกแบบนี้เสมอ 




แต่ทุกอย่างก็หยุดลงในวันนั้น วันจันทร์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๙ 

ช่วงนั้นจำได้เลยว่าได้ยินข่าวจากช่องสามตอนบ่ายๆ






แต่เราเชื่อนะว่า ปอ สู้มาเต็มที่แล้วล่ะ 

เต็มที่แล้วจริงๆ เพราะถ้าเป็นเราเราอาจจะไปนานแล้ว 


แต่ตลอดระยะเวลาที่ป่วยของปอ 

ปอให้เวลาพวกเราและทุกๆคนในครอบครัวทำเตรียมตัว เตรียมใจ 

หากวันนึงถึงเวลาที่ปอจะต้องออกเดินทางไปยังอีกที่นึง 


ซึ่งวันนั้นมันก็มาถึง 




ตั้งแต่รู้ข่าวใจเราจริงๆ เราก็อยากไปที่รพ.รามานะ 

วันที่เค้าเตรียมส่งศพไปบุรีรัมย์ 

รวมถึงช่วงที่ปอยังนอนป่วยอยู่ 

แต่เราคิดแล้วว่าไม่ควรไปดีกว่า

เพราะมันเป็นการไปเกะกะและเป็นการเพิ่มเชื้อโรคให้กับคนป่วยที่นั่น

เราเลยตามข่่าวอยู่ที่บ้านอยู่แบบนี้ 




สิ่งที่เราตั้งใจเอาไว้หลังจากที่รู้ข่าวปอ ในเมื่อเราไปร่วมงานไม่ได้

เราเลยตั้งใจว่า เราจะใส่ขาวดำให้ จนถึงวันเผา ก็คือวันที่ ๒๔ มกราคม 

และวันนี้ วันที่ ๒๓ เป็นวันที่เรานั่งพิมพ์บล็อกของเราอยู่ตอนนี้ 

เป็นวันเกิดปอ และตรงกับวันพระ เราตั้งใจไว้แล้วว่า เราจะทำบุญใส่บาตร





ขนมและข้าวเราลงมือทำเองเลยนะ ยกเว้นน้ำเท่านั้นที่ไม่สามารถ 



รวมถึงทุกวันพระ เราจะละเว้นการกินเนื้อสัตว์อยู่แล้ว 

ซึ่งวันพระครั้งนี้ตรงกับวันเกิดปอ 

เราเลยตั้งใจเอาไว้ว่าเราจะอุทิศผลบุญนี้ให้กับปอ 

ถึงเราไม่ทำ เราก็เชื่อว่า มีอีกหลายๆคนทำให้ปอแน่ๆ 


แต่ก็นะ มันคือความตั้งใจเราที่จะทำให้ปอ ด้วยใจจริง 




ซึ่งบอกเลยว่า เราไม่เคยเสียน้ำตาให้กับดาราคนไหนที่จากไป 

และไม่เคยที่จะตั้งใจทำอะไรให้แบบนี้ 



ก็อาจจะเพราะในช่วงเวลาที่ปอป่ว

เราก็ป่วยเป็นโรคเดียวกับที่ปอเป็น

แต่ไม่หนักเท่า 

มันเลยทำให้เรารู้ว่าปอต้องสู้แค่ไหน และมันทรมานแค่ไหน 

เลยทำให้เรารู้สึกผูกพันโดยไม่รู้ตัวมั๊ง 



นี่แหละ .... คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากเขียนถึงผู้ชายคนนี้ 

ที่ชื่อ "ปอ" ทฤษฏี สหวงษ์ 





ปอจะอยู่ในความทรงจำของเราและอีกหลายๆคนตลอดไป 


ขอบคุณมากๆ ที่ทำให้ทุกคนตื่นตัวต่อภัยร้ายแรงของไข้เลือดออก


ขอบคุณจากใจจริงๆ 


ถ้าเป็นไปได้ เราอยากให้การจากไปของปอเป็นแค่ฝันของทุกๆคน 



... หลับให้สบายนะ ...


เราเชื่อว่า ครอบครัวของปอจะมีแต่คนรักและชื่นชม

เหมือนที่ืทุกคนรักและชื่นชมปอ 



ขอผลบุญในวันนี้ที่เราทำให้ปอ 
ส่งผลให้ปออยู่ในภพภูมิเทวดาบนสรวงสวรรค์ 
และดูแลคุ้มครองครองครัวสหวงษ์ให้มีความสุข


เราอาจจะเรียบเรียงได้ไม่ดีพอ แต่มันก็ออกมาจากความรู้สึกของเรา 

ที่ครั้งนึง เราอยากเขียนให้กับ "ปอ" ทฤษฎี สหวงษ์ 















Create Date : 23 มกราคม 2559
Last Update : 23 มกราคม 2559 23:05:02 น.
Counter : 1556 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

mint_narak
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]



“ทุกๆสิ่งของความรัก ไม่อาจรู้ด้วยเวลาสั้นๆ”



มกราคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog