Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
27 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 

รักข้ามภพ ตอนพิเศษ....คำมั่นสัญญา...ตอนที่ 1

รักข้ามภพ ตอนพิเศษ....คำมั่นสัญญา...

ตอนที่ 1

“ เร่เข้ามาจ้ะ....ผักสดๆสวยๆจ้ะ...เชิญเข้ามาเลือกซื้อกันทางนี้เลยจ้ะ.....พี่สาวจ้ะ แวะเข้ามาดูผักของฉันก่อนสิจ้ะ....”

เด็กชายวัยแรกรุ่นร่างเพรียว ตะโกนเสียงแจ้วแข่งกับแม่ค้าร้านข้างๆ ชักชวนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาในตลาดให้เข้ามาดูสินค้าของตน สองมือก็ชูอวดผักใบเขียวสดชอุ่มน้ำนานาชนิดขึ้นสูง แสงอาทิตย์ร้อนจ้าในยามสายไม่ได้ทำให้เขามีทีท่าอ่อนเพลียเลยแม้แต่น้อย ความระอุของอากาศนำพาหยาดเหงื่อผุดซึมผิวคล้ำกร้าน หากแต่ริมฝีปากที่มีไรหนวดอ่อนขึ้นคลุมบางๆยังคงระบายรอยยิ้มสดใสตลอดเวลา ส่งเสริมให้ใบหน้าคมเข้มที่ฉายแววหล่อเหลาแต่เด็กดูมีเสน่ห์ อีกทั้งท่าทางช่างอ้อนเป็นมิตรก็ดึงดูดใจลูกค้าทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ให้นึกเอ็นดูจนอดไม่ได้ที่จะแวะอุดหนุนผักของเขาเสียหน่อย

“...พ่อหนุ่มจ้ะ....มะนาวกองนี้ขายอย่างไรจ้ะ??...”

“..... ๑ โสฬสจ้ะ....แต่ถ้าพี่สาวซื้อผักอย่างอื่นไปด้วย ฉันยินดีจะลดให้เป็นพิเศษเลยนะจ้ะ......รับรองจ้ะว่าพี่สาวซื้อผักร้านฉันไป จะไม่ผิดหวังแน่ๆ...ผักพวกนี้ ทั้งกรอบ ทั้งอร่อย ....ฉันปลูกเองกับมือ ....ทั้งเฝ้ารดน้ำพรวนดินทุกวัน มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ดูแลเป็นอย่างดี....เห็นหรือไม่จ้ะว่าผักร้านฉันมีแต่ต้นสวยๆทั้งนั้น ...พี่สาวคนสวยซื้อมะนาวไปตำน้ำพริกแล้ว ก็น่าจะซื้อผักไปต้มกินแกล้ม ฉันว่าน่าอร่อยนักเชียวนะจ้ะ....รับรองว่า ผัวพี่ต้องติดใจเสน่ห์ปลายจวักของพี่แน่นอนจ้ะ.....”

“.....แหมๆๆ ปากหวานเหลือเกินนะ พ่อหนุ่ม....ก็ได้จ้ะ ฉันเหมาผักหมดกองนี่เลย....”

“....จริงหรือจ้ะ!!! ขอบใจมากจ้ะ !! ...”

เด็กชายยิ้มดีใจ รีบจัดแจงรวบผักทั้งกองห่อใบตองแล้วส่งยื่นให้ลูกค้า หญิงสาวมอบอัฐเงินให้เขาเป็นการตอบแทน เด็กหนุ่มมองดูอัฐเงินนั้นอยู่ครู่หนึ่งก็รีบเก็บใส่ถุงผ้า แม้มูลค่าราคาของมันจะไม่มาก หากความภูมิใจที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตนนั้นมหาศาล....อย่างน้อย เงินนี้ ก็แลกมาด้วยหยาดเหงื่อของเขา ที่จะใช้เพื่อตอบแทนพระคุณมารดาที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวได้โดยไม่ต้องเป็นภาระขอพึ่งใคร

แต่แล้ว แสงแดดร้อนแรงฉายส่องได้ไม่ทันถึงยามตลาดจะวาย เมฆฝนมืดครึ้มก็ค่อยๆลอยเคลื่อนเข้าปกคลุม เป็นสัญญาณบอกเหตุว่าฝนกำลังจะตกในไม่ช้า เด็กชายเห็นดังนั้น ก็จัดแจงเก็บพืชผักทั้งหลายที่เหลือใส่ห่อผ้าแบกหามขึ้นใส่บ่า แม่ค้าที่อยู่ร้านข้างเคียงจึงเอ่ยทัก

“.....อ้าว?? “พ่อวุฒิ”....จะกลับแล้วรึ??...”

“...จ้ะ....ฝนจะตกแล้ว....ฉันจะรีบกลับไปดูแม่หน่อย....แม่ฉันไม่ค่อยแข็งแรง...ฝนตกทีไร แม่ฉันจะหอบจับทุกที...”

“...โถ พ่อคุณ....ช่างกตัญญูนัก....เอ้า !!! นี่จ้ะ....เอาปลาพวกนี้ไปด้วยสิ....ฉันให้...เอาไปทำแกงให้แม่เอ็งกิน....จะได้หายเร็วๆ ”

“....ขอบคุณจ้ะ....ขอบคุณน้ามากนะจ้ะ...”

“วุฒิ” ไหว้แล้วรับปลาตัวเขื่องมาจากแม่ค้าผู้ใจดี เธอยิ้มพลางถอนหายใจ

“....ไม่น่าเลย....ถ้าพ่อเอ็งไม่ตาย เอ็งกับแม่ก็คงไม่ต้องลำบากอย่างนี้....ทั้งๆที่พ่อของเอ็งเป็นคนดี ....เป็นนายตำรวจที่ซื่อสัตย์....แต่กลับต้องมาตายเพราะถูกไอ้พวกอันธพาลชั่วมันฆ่าเอา....”

สิ่งที่แม่ค้าคนนั้นพูด ทำให้วุฒิชะงักงัน เด็กหนุ่มนิ่งเงียบ กำมือแน่น เอ่ยเสียงเข้มจริงจัง

“.....ถึงพ่อฉันจะเป็นแค่ตำรวจยศน้อยที่ยากจนแทบไม่เหลือทิ้งสมบัติใดๆ.....ถึงพ่อฉันจะถูกพวกอันธพาลฆ่าตาย...แต่ฉันก็ภูมิใจในตัวพ่อของฉัน!! ....สักวัน เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเป็นอย่างพ่อฉันให้ได้!!....น้าคอยดูนะจ้ะ...ต่อไปในอนาคต ฉันจะต้องเป็นนายตำรวจที่เก่งกาจที่สุดในพระนคร....ฉันจะกำจัดไอ้พวกอันธพาลชั่วให้สิ้นซาก....ฉันจะไม่ยอมให้พวกมันมากดขี่ข่มเหงชาวบ้านเป็นเด็ดขาด!!...”

วุฒิเอ่ยคำหนักแน่น แววตามุ่งมั่นจริงจัง แม่ค้าร้านปลายิ้มชื่นชม ยกมือขึ้นแตะบ่าของเขาเบาๆเพื่อให้กำลังใจ เด็กหนุ่มยิ้มพลางพยักหน้าตอบรับ ไม่นานนัก เมฆฝนเริ่มตั้งเค้าดำทะมึนปกคลุมทั่วผืนฟ้า เด็กชายไหว้ลาคู่สนทนา แล้วรีบเก็บของเดินทางออกจากตลาด มุ่งหน้าสู่บ้านของตนทันที


ทว่า แม้จะเร่งฝีเท้าให้เร็วเท่าไร ยังไม่ทันที่จะได้กลับถึงที่หมาย ฝนก็เทลงมาแล้ว แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด วุฒิตั้งใจจะเดินฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำ แต่ฝนเม็ดโตก็ตกลงมาเรื่อยๆ อีกทั้งยังสาดกระทบผิวแรงจนเริ่มรู้สึกเจ็บ พื้นดินก็เปียกลื่น ทิวทัศน์รอบตัวก็มองไม่ชัด วุฒิจำใจต้องหาที่กำบังหลบฝนเป็นใต้ต้นไม้ริมแนวป่าข้างทางชั่วคราว ขณะที่กำลังรอให้ฝนหยุด อยู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงๆหนึ่งกำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานมาจากพุ่มไม้ไม่ไกล

“....เอ๊ะ?? เสียงอะไรหน่ะ??...เสียงเหมือนกับ...”

....ฮี้!!....ฮี้!!!....

....ม้าแน่ๆ.....ต้องเป็นม้าแน่ๆ....แต่ทำไมถึงมีม้ามาอยู่แถวนี้??....

ความสงสัย ทำให้เด็กหนุ่มหน้าเข้มเดินตามทิศทางของต้นเสียง ในที่สุด เขาก็ได้พบกับสิ่งที่คาดเดาไว้ไม่ผิด ม้าท้องโตตัวหนึ่งกำลังร้องคราง มันนอนหอบหายใจหมดเรี่ยวแรง วุฒิมองตามลำตัวทอดยาวของมัน แล้วสายตาก็หยุดอยู่ตรงหว่างขาหลังของม้า เขาเบิกตากว้างตกใจ เมื่อได้เห็นหัวของม้าน้อยอีกตัวหนึ่งโผล่ออกมา หากแต่ลำตัวยังติดค้างอยู่ภายในท้องแม่ของมัน ขนสีดำเปียกลื่นมีคราบเลือดกลบเต็ม แม้ตนเองจะต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปดูแม่ที่เฝ้ารออยู่ แต่จะทำใจแข็งปล่อยให้เจ้าม้าสองแม่ลูกนี้เผชิญชะตากรรมตามลำพังก็ไม่ได้ แม่ม้าคงจะคลอดลูกมาเป็นเวลานานพอสมควร ถึงได้ดูอ่อนเพลียและอิดโรย ขนาดเจอมนุษย์ยืนอยู่ข้างๆยังไม่ลุกหนีไปไหน ขืนปล่อยไว้สักพัก มันก็คงหมดแรง เลือดจะต้องไหลออกหมดตัว และสองชีวิตนี้ก็จะตายในที่สุด....ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องช่วยมัน....

“.....ฉันจะช่วยแกเองนะ เจ้าม้า........”

วุฒิเอ่ยปากออกไป ทั้งๆที่ไม่รู้จะช่วยมันได้หรือไม่ เขาเองก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการช่วยทำคลอดมาก่อน แม้แต่ทารกเกิดจริงๆ ก็ยังไม่เคยประสบพบเห็นสักครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องช่วยทำคลอดให้เจ้าม้าพเนจรด้วยตนเอง สองมือล้วงเข้าไปในช่องคลอดของม้าสาว ความรู้สึกที่แรกสอดมือเข้าไปช่องแคบนั้นยากจะบรรยาย แต่ ณ เวลานี้ ความน่ารังเกียจขยะแขยงทุกสิ่งอย่างถูกลืมไปเสียสิ้น ....ลืมแม้กระทั่งว่า ฝนหยุดตกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“.....สงสัยจะติดขาลูกแกแน่ๆ!!.....เอ้า!!....ค่อยๆเบ่งออกมา....ดี!!...ดีมาก!!...อย่างนั้นแหล่ะ เด็กดี...”

เด็กหนุ่มพูดปลอบ น่าแปลกที่แม่ม้าเองก็ยอมเชื่อฟังและทำตามที่เขาสั่งราวกับรู้ภาษาคน มันพยายามออกแรงเบ่งช่วย วุฒิใช้สองมือควานหาท่อนขาเล็กที่ติดอยู่ภายใน เมื่อเจอขาคู่หน้าทั้งสองข้างของเจ้าลูกม้าน้อยแล้ว เขาก็พยายามรวบขาของมันให้แนบชิดลำตัวมากที่สุด ให้ตัวของมันเล็กพอที่จะหลุดออกมาจากท้องของแม่ได้ ...และแล้ว ในที่สุด ความพยายามก็เป็นผล ขาหน้ายาวเก้งก้างค่อยๆหลุดออกมาจนครบทั้งสองข้าง ตามด้วย ขาคู่หลังที่เคลื่อนโผล่ออกมาในไม่ช้า....สุดท้าย ลูกม้าสีนิลตัวน้อยก็มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกอย่างสมบูรณ์

“....ฮี้!!!...”

“....ไชโย!!....ออกมาแล้ว!! ลูกของแกออกมาแล้วนะ!!... “

วุฒิดีใจจนลืมตัวร้องเสียงหลง ใจเต้นตึกตัก มือไม้สั่นไปหมด แม่ม้าค่อยๆใช้ขาหน้าพยุงกายลุกขึ้น แล้วเดินไปหาลูกของมัน ปลายลิ้นยาวเลียเลือดที่เกาะตามขนอ่อนของลูกน้อยออกให้หมด เจ้าม้าทารกชูคอคลอเคลียแม่ของมันสักพัก แล้วก็พยายามใช้สองขาเก้งก้างพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นบ้าง

“.....ลุกขึ้นสิ เจ้าหนู!! ลุกขึ้น!!...”

วุฒิทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ ส่งเสียงดังเอาใจช่วย ลุ้นตัวโก่งกับก้าวแรกของเจ้าเด็กน้อยจนหลงลืมเวลา ช่วงแรกๆ มันยังเดินตุปัดตุเป๋ ขลุกๆขลักๆล้มๆลุกๆอยู่อย่างนั้น แม่ม้าใช้สันจมูกดันลูกน้อยของตนราวกับส่งผ่านกำลังใจ สักพัก เจ้าม้าดำตัวจ้อยก็ยืนได้เต็มสี่ขา และค่อยๆก้าวเตาะแตะไปหาแม่ได้สำเร็จ วุฒิดีใจยิ้มจนตาหยี แต่แล้ว พอนึกขึ้นได้ก็สะดุ้งโหยงสุดตัว เมื่อสังเกตว่า ฝนหยุดตกแล้วแถมเขาลืมกลับบ้านไปหาแม่เสียสนิท แม้อยากจะอยู่ดูสองแม่ลูกคู่นี้ให้นานต่ออีกสักหน่อย แต่เขาทำไม่ได้ เพราะต้องรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้ เด็กหนุ่มลูบคอของแม่ม้าและเจ้าเด็กน้อยเป็นการอำลา

“......ฉันต้องไปก่อนนะ....แล้วพรุ่งนี้ ฉันจะแวะมาดูพวกแกใหม่....ขอให้พวกแกโชคดี....อย่าให้ใครจับได้เสียหล่ะ....หวังว่า เราคงจะได้เจอกันอีก...”

แล้วเขาก็วิ่งออกจากป่าไป ในใจก็นึกยินดีกับช่วงเวลาที่น่าประทับใจนี้ที่สุด


“....แม่จ๋า....ฉันกลับมาแล้วจ้ะ!!....”

วุฒิร้องเรียกผู้เป็นแม่ทันทีที่ย่างก้าวเข้าสู่กระท่อมหลังน้อย หญิงวัยกลางคนซึ่งกำลังนั่งรอลูกชายของเธออยู่ พอเห็นเขาเข้าก็ดีใจ เธอยิ้มให้ย่างอ่อนโยน เด็กหนุ่มสวมกอดมารดาและหอมแก้มเธอฟอดใหญ่

“......ไปเถลไถลที่ไหนมาหรือ พ่อวุฒิ.....กลับเสียค่ำเชียว...”

“....ฉันขอโทษจ้ะแม่....ฝนตกแรงมาก....ฉันเลยแวะหลบฝนอยู่ที่ชายป่าน่ะจ้ะ...”

“.....อย่างนั้นหรือ......รีบไปอาบน้ำอาบท่า แล้วนอนพักเสียเถิด....ตากฝนมา เดี๋ยวจะไม่สบาย....”

“.....ฉันสบายดีจ้ะแม่.....ดูสิ ฉันแข็งแรงจะตาย....จริงสิ....แม่หิวหรือยังจ้ะ??....วันนี้แม่ค้าที่ตลาดให้ปลาตัวใหญ่ฉันมาตัวหนึ่งด้วย..... เดี๋ยวฉันทำกับข้าวให้แม่กินนะจ้ะ....”

“......ไม่เป็นไรหรอกลูก.....แม่หุงข้าว ทำกับข้าวไว้ให้ลูกแล้วล่ะ.....รีบไปอาบน้ำอาบท่า แล้วมากินข้าวเสียเถอะ...จะได้นอนพักนะ...”

“....จ้ะ แม่...”

วุฒิกอดแม่แน่นแล้วหอมแก้มของเธออีกครั้ง แต่แล้ว หญิงนั้น อยู่ๆก็ไอโขลกจนหอบตัวโยน วุฒิตกใจหน้าซีด ละล่ำละลักถาม

“.....แม่จ๋า!!....แม่!! แม่เป็นอะไรมากหรือไม่จ้ะ!!...”

“.....มะ....ไม่...ไม่เป็นไร....ไม่ต้องเป็นห่วงแม่หรอกนะ....”

“.....เดี๋ยวฉันเอายาให้แม่นะจ้ะ!!...”

เด็กหนุ่มรีบรุดไปเปิดหีบซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ในนั้น เป็นที่เก็บยาและอัฐจำนวนหนึ่ง เมื่อเขาเปิดมันออก ก็เห็นยาของแม่วางอยู่ ทว่า ถุงอัฐที่วางไว้ข้างๆกันกลับสูญหายไป

“......อัฐ.....หายไปไหนหมดจ้ะแม่??....”

วุฒิถามแม่ด้วยความสงสัย แต่แล้ว พอนึกถึงบางเรื่องได้ ใบหน้าคมเข้มก็เปลี่ยนเป็นขมึงเครียดทันที เสียงห้าวเอ่ยถามซ่อนความขุ่นเคือง

“.....ไอ้พวกนักเลง มันมาที่นี่ใช่หรือไม่จ้ะ??.....พวกมันเอาเงินของเราไป ใช่หรือไม่!! ...”

ผู้เป็นแม่ไม่ตอบ แต่ถึงกระนั้น วุฒิก็คาดเดาคำตอบได้ไม่ยาก เขาลุกขึ้นยืนทำท่าผลุนผลันจะออกจากกกระท่อมหลังน้อย เธอรีบห้ามเขา

“.....วุฒิ อย่าไปเลยนะลูก!!...อย่าไปมีเรื่องกับใคร!! ”

“.....แต่พวกมันเอาเงินเราไปนะแม่!!! ฉันทำงานเหนื่อยแทบตาย...ไม่ยอมให้พวกมันฉวยเอาของๆเราไปได้หรอก!!...หึ!! พวกมันต้องเป็นไอ้พวกสมิงขาว สมุนของคุณหญิงอุไรแน่ๆ !!....นางยักษ์ขมูขี สวยเพียงรูป...แต่ใจร้ายอย่างกับมาร!!...”

“.....จะเป็นใครก็ช่าง!!....อย่าได้ไปมีเรื่องกับเขา!!!....ลูกเองจะเดือดร้อน!!...”

“....ทำไมเล่าจ้ะ แม่!!....แม่จะยอมให้มันกดขี่ข่มเหงเราอย่างนั้นรึ!!...ฉันไม่ยอม!!! ต่อให้ต้องตาย ฉันก็ไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเราหรอก!! ”

“.....อย่า....อย่าไปมีเรื่องกับใคร....ถือว่าแม่ขอร้องนะ ลูก....”

หญิงนั้นเริ่มมีน้ำตาปริ่มคลอ อาการหอบดูเหมือนจะกำเริบรุนแรงกว่าเดิม เห็นดังนั้น วุฒิก็ยอมสงบทั้งๆที่ไม่เต็มใจ เขารีบนำยานัตถุ์มาให้เธอ รอสักพักจนแม่อาการทุเลาลง ก็พาเธอไปนอน เด็กหนุ่มหน้าเข้มกำมือมารดาแน่น สายตามองตรงมุ่งมาด เสียงห้าวเอ่ยคำกร้าว

“....สักวันหนึ่งเถิด แม่.... ฉันจะเป็นตำรวจให้ได้อย่างพ่อ....ฉันจะจับคนชั่วอย่างพวกมัน เข้าคุกให้หมด....จะไม่ยอมให้คนอธรรมรังแกคนดีๆได้อีก!!...คอยดูเถอะ!!”


เช้าตรู่ วุฒิหามผักจากสวนของตนออกจากบ้านเพื่อนำไปขายที่ตลาดดังเช่นที่ทำเป็นปกติทุกๆวัน แต่เมื่อเดินทางผ่านมาถึงชายป่า เขาก็ฉุกนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานได้ แล้วก็เป็นห่วงม้าสองแม่ลูกนั่น ว่าป่านนี้พวกมันจะเป็นอย่างไร เขาตัดสินใจเดินเข้าไปยังบริเวณที่พบกับพวกมันทั้งสอง ทว่า เมื่อไปถึงที่นั่น พวกมันก็ไม่อยู่แล้ว

“......เจ้าพวกนั้น...คงไปแล้วสินะ....”

แม้จะเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสพบมันอีก แต่โดยธรรมชาติ ม้าเป็นสัตว์ที่รักอิสระ จะฝืนรั้งพวกมันไว้ก็ไม่ควร เขาได้แต่หวังว่าพวกมันสองแม่ลูกคงมีความสุขกับการได้ใช้ชีวิตในป่าใหญ่ ไม่ต้องถูกพวกมนุษย์ใจร้ายรังแก เมื่อไม่ได้พบกับพวกมันดังที่ตั้งใจ วุฒิก็เดินทางต่อเพื่อนำสินค้าไปขายก่อนที่ตลาดจะวาย

ที่ตลาดคนพลุกพล่านจอแจ วุฒิขยันขันแข็งเร่ขายผักเช่นเคย แต่ดูเหมือนว่า วันนี้ จะไม่ค่อยมีลูกค้าคนใดสนใจผักสดของเขานัก ผู้คนกลับพากันมุงดูพ่อค้าขาจรที่แวะผ่านมาคนหนึ่ง ด้วยความอยากรู้ วุฒิจึงขอไปมุงดูกับพวกเขาบ้าง แล้วก็ให้รู้สึกตกใจยิ่ง เมื่อสินค้าที่พ่อค้าคนนั้นนำมาทอดขาย ก็คือ เจ้าม้าสองแม่ลูกที่เขาทำคลอดให้เมื่อวานนี้เอง

“....เฮ้ย!!....พวกแก!!...แย่ล่ะ!! ”

เด็กหนุ่มพยายามเบียดเสียดฝูงชนที่มุงดู แต่ด้วยความที่เป็นเด็ก ร่างกายของเขาจึงเล็กและอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่หลายๆคน ทำให้กว่าจะฝ่าฟันเข้าไปอยู่แถวหน้าได้ ก็ใช้เวลาพอสมควร เขารีบตรงดิ่งไปหาพ่อค้า

“....นี่!! ลุง!!.....ลุงขายเจ้านี่ไม่ได้นะ!!....เจ้าม้านี่เป็นม้าของข้า....”

“.....พูดอะไรของเอ็งวะ!!....ม้าของเอ็งที่ไหน อย่ามาพูดมั่วๆ !!....เจ้าม้านี่เป็นม้าของข้า ข้าเลี้ยงมันมากับมือ!! เมื่อวานมันหนีออกจากคอก กว่าจะตามกลับมาได้แทบแย่!!!...ไอ้ม้าดื้ออย่างนี้ ข้าจะไม่เลี้ยงไว้ให้เปลืองหญ้า เปลืองน้ำเปล่าๆ....สู้ขายให้พวกเศรษฐีมีเงินจะดีกว่า!! ”

“.....แต่...!!...”

วุฒิเถียงไม่ออก เพราะคิดอยู่แล้วว่าม้าที่แข็งแรงสวยงามเหมือนเจ้าแม่ม้าตัวนี้ไม่น่าจะเป็นม้าป่า แต่จะต้องเป็นม้าพันธุ์ดีที่มีเจ้าของครอบครองอยู่แล้วแน่ๆ หากเพราะโชคชะตาที่นำพามาพานพบ พอได้ทำคลอดพวกมันแล้ว เขาก็ให้รู้สึกผูกพัน อยากได้มันมาเป็นของตน

“....ถ้าอย่างนั้น ฉันขอซื้อมันจากลุงได้หรือไม่??....ลุงจะคิดราคาเท่าไหร่??...”

“....หึ!! อยากได้อย่างนั้นรึ!!....ก็ได้....ข้าจะขายให้เอ็ง ๕ บาท..”

“....อะไรนะ!!....ตั้ง ๕ บาทเชียวรึ!! ทำไมถึงได้แพงอย่างนั้น!!...”

“.....ไม่มีเงินก็ไม่ต้องซื้อ!! ถอยไปได้แล้ว!!...อย่าขวางทางทำมาหากินของข้า!! ”

พ่อค้าหน้าเลือดตะคอกและผลักวุฒิแรง จนเขาเกือบจะเซถลาล้มลง วุฒิเจ็บใจกัดฟันกรอด อย่าว่าแต่ ๕ บาทเลย เงินสัก ๕ เฟื้องเขายังไม่มี เด็กหนุ่มได้แต่มองอย่างคับแค้น ยิ่งพอได้เห็นพวกเศรษฐีกระเป๋าหนักจ่ายเงินซื้อและจูงมันไปต่อหน้าต่อตา เขาก็ยิ่งเคืองหนัก แม่ม้าสาวพอต้องจากลูกน้อยก็ออกอาการพยศดีดดิ้น ไม่ยินยอมพร้อมใจจะไป บ่าวของเศรษฐี ช่วยกันใช้แส้เฆี่ยนตี ลากถูลู่ถูกังมันไปตลอดทาง ส่วนลูกม้าน้อย พอถูกพรากจากแม่ก็น้ำตาไหล ทั้งร้องทั้งดิ้นไม่หยุด มันพยายามกระชากเชือกที่ผูกรอบคอมันอยู่ให้ขาด จนคอเรียวมีเลือดไหลเป็นริ้วๆ พ่อค้าเอาไม้หวายหวดตีมันเพื่อกำราบ เป็นภาพที่น่าสงสารจับใจ วุฒิเจ็บแค้นสุดที่จะทนไหว เขาตั้งใจจะร้องห้ามการกระทำป่าเถื่อนนั้น แต่ไม่ทันที่จะเปิดปาก ก็กลับมีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาแทรกเสียก่อน

“....พอเถอะ...”

เด็กหนุ่มและพ่อค้าหันขวับไปตามต้นเสียง ก็พบเด็กชายผู้หนึ่งซึ่งมีรูปร่างหน้าตาหมดจดสง่างาม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง เดาว่าน่าจะเป็นลูกของพวกเจ้านายชั้นสูง อายุอานามก็น่าจะไล่เลี่ยอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกัน เพียงแต่เด็กคนนั้นยังมัดรวบจุกไว้ที่กลางศีรษะ ซึ่งพอจะกะคะเนได้คร่าวๆว่า น่าจะยังไม่ถึง ๑๓ ปีดีนัก

“.....เอ็งเป็นใคร??.....เป็นเด็กเป็นเล็ก มีสิทธิ์อะไรจึงมาสั่งห้ามข้า!! ...”

“.....ก็....สิทธิ์ของการเป็นลูกค้าอย่างไรเล่า....”

ว่าแล้ว เด็กนั่นก็หยิบถุงเงินออกมาชูขึ้นแล้วโยนให้พ่อค้าจอมงกเงิน ถุงนั้นถ่วงหนักจนเขาเกือบจะทำหลุดมือร่วงหล่นลงพื้น พอเปิดถุงออก พ่อค้าหน้าเลือดก็ตาโต เพราะมูลค่าเม็ดเงินในนั้นมากมายมหาศาล ชายผู้นั้นเปลี่ยนท่าทีเป็นพินอบพิเทาในบัดดล

“.....เจ้าลูกม้าดำตัวนี้.....ข้าขอซื้อจากเอ็ง......ด้วยอัฐทั้งถุงนั่น...”

“.....ขอบพระคุณ ขอรับ!!...คุณหนู....กระผมขออภัยที่เสียมารยาทขอรับ!!....”

เขารีบส่งยื่นลูกม้าน้อยสีนิลให้ลูกค้าวัยเยาว์ทันที แต่ลูกม้าน้อยไม่มีวันเข้าใจว่ากระทำของมนุษย์ ที่บ่งบอกว่ามันได้ถูกเปลี่ยนเจ้าของแล้ว ม้าตัวจ้อยยังคงดิ้นกระสับกระส่ายไม่หยุด สองเท้ายกเตะผู้คนรอบข้าง แสดงความพยศดื้อรั้นไม่ยอมไป เด็กชายรูปงามเห็นดังนั้นก็ ไม่ได้มีทีท่าโกรธเกรี้ยวหรือตกใจ กลับยืนสงบนิ่ง เขายิ้มพลางค่อยๆเขยิบกายเข้าไปใกล้ทีละน้อย มือเล็กกอบหญ้าอ่อนขึ้นมากำหนึ่ง หาจังหวะเหมาะแล้วค่อยเคลื่อนกายเข้าประชิด มืออีกข้างหนึ่งลูบหน้ามันเบาๆ

“.....นิ่งๆไว้นะ เจ้าหนู....นิ่งๆ....ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก...”

ริมฝีปากบางแดงระเรื่อเอ่ยอย่างอ่อนโยน ดวงตาสีดำขลับเรียวคมคู่งามมองเข้าไปในดวงตาสีอ่อนของเจ้าม้าตลอดเวลา มือเล็กลูบขนอ่อนของมันช้าๆ ราวกับว่า จะใช้สัมผัสแห่งความปรารถนาดีช่วยสื่อแทนภาษาใจ....ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อในที่สุด ลูกม้าจอมพยศค่อยๆเปลี่ยนเป็นสงบ แม้จะมีท่าทีขัดขืนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้แข็งกร้าวรุนแรงเหมือนอย่างคราแรก แถมมันยังยอมเล็มกอหญ้าอ่อนที่เด็กนั้นส่งยื่นให้ เด็กน้อยรูปงามยิ้มเอ็นดู พลางยื่นหน้าแตะที่หน้าผากของเจ้าม้าดำ ดวงตาของเขาประสานเข้ากับดวงตาของมัน

“.....ไปอยู่กับข้านะ....ข้าสัญญา ว่าข้าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี.....”เจ้าสลาตัน”ของข้า..”

วุฒิมองเด็กคนนั้นไม่วางตา ท่วงท่าเวลาที่ปราบพยศเจ้าม้าน้อย ดูสงบนิ่งแต่ทรงพลังอย่างประหลาด ราวกับว่า เขามีมนต์วิเศษ สามารถสะกดให้ม้าพยศพ่ายแพ้ราบคาบ และยอมอยู่ใต้อาณัติ....ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาเอง ที่เหมือนโดนสะกดให้นิ่งงันไปด้วย

.....ช่างงามนัก....

.....ทำไมถึงได้งามเพียงนี้....

.....เด็กคนนั้น เป็นใครกันหนอ??....


“...เด็กคนนั้น เป็นใคร??...เอ็งรู้หรือไม่??...”

ไม่เพียงแต่วุฒิที่สงสัย พวกชาวบ้านที่มุงดูอยู่แถวนั้นต่างก็พากันซุบซิบสอบถามกันอื้ออึง

“....อ้าว!! เอ็งไม่รู้จักหรอกรึ!!....นั่นหน่ะ คุณอนุชิต หรือคุณหนู “โอ”....บุตรชายคนเดียวของคุณหญิงอุไร....นายแม่เหนือหัวของพวกอันธพาลแห่งเมืองอโยธยานี้อย่างไรเล่า...”

“....อะไรนะ!! เป็นความจริงเช่นนั้นรึ!! มิน่าเล่า ท่านถึงได้รูปงามและร่ำรวยนัก ....ข้าได้ยินมาว่า คุณหญิงอุไรเป็นหนึ่งในสตรีเพียงไม่กี่คนที่งามที่สุดในแผ่นดิน....ก็คงจะงามล้ำสมคำล่ำลืมจริงๆ....เพราะขนาดบุตรชายที่เป็นแค่เด็กเล็ก ยังรูปงามน่ารักชวนมองไม่น้อย...ต่อไปเมื่อโตเป็นหนุ่ม คุณหนูจะต้องหล่อเหลา เป็นที่ต้องตาต้องใจของหญิงสาวทั่วพระนครแน่เอ็งเอ๋ย!!..."


....อะไรนะ!!.....เด็กนั่น คือบุตรชายของคุณหญิงอุไร.....นายหญิงใหญ่แห่งสมิงขาว พวกอันธพาลที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งอโยธยา....อย่างนั้นหรือ!!...

เด็กหนุ่มถึงกับอึ้ง ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขามองตามแผ่นหลังเด็กชายซึ่งกำลังจูงลูกม้าสีดำเดินจากไปไกล ร่างเล็กที่น่ารักเหมือนไม่มีพิษภัยใดๆ ...แต่ที่แท้ กลับเป็นลูกสมิงซ่อนเขี้ยวเล็บร้ายกาจมหันต์

....ไม่ว่ามันจะเป็นใคร...แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นพวกอันธพาล....วันยันค่ำ พวกมันก็เป็นอันธพาลชั่วอยู่ดี!!....

.....ข้าจะไม่ยอมให้ชีวิตบริสุทธิ์ที่ข้าทำคลอดมาเองกับมือ ต้องตกอยู่ในกำมือสกปรกของพวกมันอย่างเด็ดขาด!!....

วุฒิตัดสินใจแหวกฝูงชน รีบวิ่งตรงดิ่งเข้าไปเหนี่ยวแขนของเด็กชายตัวเล็กกว่าให้หยุดอยู่กับที่ มือกร้านกระชากร่างของเขาให้หันมาประจันหน้ากัน อนุชิตชะงัก พลางมองเด็กหนุ่มแปลกหน้าด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย ในขณะเดียวกัน ก็เริ่มรู้สึกขุ่นขึ้งหมองใจขึ้นมาตงิดๆ วุฒิตีหน้าบึ้งพูดห้วนเสียงแข็ง

“.....มันเป็นม้าของข้า!!....เอาคืนมา!!....”

“.....ม้าของเจ้า??....เข้าใจผิดแล้วกระมัง....เจ้านี่เป็นม้าของข้าต่างหาก....”

“.....ข้าไม่ได้เข้าใจผิด!!....เจ้าม้าดำนี่เป็นของข้า......เอาคืนมานะ!!...”

“...อะไรกัน!!....เอ็งนี่ พูดจาภาษาคนไม่รู้เรื่องอย่างนั้นรึ!! ....เจ้าสลาตันเป็นม้าของข้า...ข้าเพิ่งซื้อมันมาเมื่อครู่....ไม่เชื่อ เอ็งก็ไปถามพ่อค้าคนนั้นดูสิ!!....”

“.....ข้าไม่สนว่าเอ็งจะซื้อมันมาจากใคร....แต่เจ้าม้านี่ เป็นม้าของข้า....ข้าเป็นคนทำคลอดมันมากับมือ....เพราะฉะนั้น มันก็ต้องเป็นม้าของข้า... เอาคืนมานะ!!...”

วุฒิยังดึงดันเถียงข้างๆคูๆ จะทวงเอาเจ้าม้าดำคืนให้ได้ เด็กน้อยอนุชิตชักจะโมโห เขาพูดเสียงกร้าวไม่พอใจ

“.....เอ็งต้องการอะไรกันแน่!!..... หรือว่า เอ็งคิดจะหาเรื่องกับข้า!!....บอกไว้ก่อนนะ หากคิดจะลองดีกับข้าแล้วล่ะก็....ระวังเถอะ เอ็งจะเดือดร้อนภายหลัง!!...แล้วอย่ามาหาว่าข้าไม่เตือน!! ”

ได้ยินคำขู่ดังนั้น วุฒิก็แสยะยิ้ม หาได้มีท่าทีกลัวเกรง กลับเหยียดมองเด็กชายรูปงามด้วยแววตาเย้ยหยัน

“....หึ!! นั่นประไร!! ...ยังไม่ทันโต สันดานชั่วก็ออกแต่เด็กแล้วรึ....ไอ้อันธพาล!!...”

“.....หนอย!! ว่าอะไรนะ!!....นี่ เอ็งกล้าด่าข้าอย่างนั้นรึ!!...”

ทันใด กำปั้นลุ่นๆ ของคนตัวเล็กก็ซัดใส่เด็กชายตัวโตกว่าไม่ยั้ง แรงอัดมหาศาลทำเอาวุฒิถึงกับถลาหกล้มไม่เป็นท่า ใบหน้าของเด็กหนุ่มปรากฏเป็นรอยเขียวฟกช้ำทันที ริมฝีปากบางมีเลือดไหลซิบ วุฒิยกมือขึ้นเช็ดเลือด แล้วมองอนุชิตอย่างอาฆาต

“......หนอย!! ไอ้เด็กบ้า!!....เอ็งนี่ เป็นปีศาจมาเกิดหรืออย่างไร...ถึงได้หมัดหนักชะมัด!!....ฮึ่ม !! ดีล่ะ!!...ในเมื่อเอ็งกล้าทำข้าก่อน.....ข้าก็ไม่ยอมเอ็งเหมือนกันหรอกโว๊ย!!...”

วุฒิกระแทกหมัดเข้าหาคู่ต่อสู้ แต่ด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า อนุชิตก็พลิกตัวหลบได้ทันควัน เขาตวัดกายยกศอกขึ้นกระแทกเข้าอย่างจังที่ข้างกกหูของเด็กหนุ่ม ตามด้วยลูกถีบเต็มแรงเข้าที่หน้าท้อง วุฒิจุกเจ็บจนพลาดท่าเสียหลักล้มลง กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบคู่อริตัวเล็กทันที รู้สึกเจ็บใจที่ประเมินเจ้าเด็กบ้านั่นน้อยไปหน่อย แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ยืนหยัดสู้ คุณหนูโอก็กระโดดขึ้นคร่อมร่างของเขา แถมปล่อยหมัดเข้าที่ใบหน้าเด็กหนุ่มไม่ยั้ง วุฒิยกมือขึ้นพยายามจะป้องกันตัวเอง ในขณะเดียวกันก็พยายามหาช่องทางตอบโต้เอาคืน เขาฉวยมือขึ้นตั้งใจจะคว้าเอาข้อมือเล็กเพื่อห้ามหมัดของร่างเบื้องบน แต่ดันพลาดไปกระชากคว้าโดนคอเสื้อและสร้อยทองที่เด็กน้อยใส่อยู่โดยไม่ได้ตั้งใจ แรงกระชากทำให้เสื้อผ้าไหมเนื้อดีราคาแพงขาดวิ่น เนินอกเล็กแต่แข็งแกร่งที่อยู่ภายใต้เสื้อนั้นถูกเปิดออกให้เห็น สร้อยคอทองคำเส้นสวยขาดสะบั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เด็กทั้งคู่หยุดการต่อสู้ที่ชักจะบานปลาย ยังคงแลกหมัดกันต่อไปอย่างสูสี ผู้คนในตลาดเริ่มสนใจมุงดูจนเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ บ้างก็ส่งเสียงเอาใจช่วยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะ ทว่า ก็ยังไม่สามารถตัดสินเด็ดขาดได้ว่าใครจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เด็กทั้งสองต่อสู้กัน ต่างฝ่ายต่างเนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยบาดแผลและฝุ่นโคลน แต่แล้ว ก็มีเสียงของชายคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาห้ามปราม

“......พอได้แล้ว!! คุณหนู...”

ทันทีที่ได้ยินเสียงกร้าวนั้น อนุชิตก็หยุดมือที่กำลังต่อสู้กับเด็กหนุ่มแปลกหน้าทันที เขาเหลียวกลับไปมองอย่างไม่เชื่อสายตา

“.....ละ...ลุง...ลุงหาญ!!...”

ชายรูปร่างกำยำสูงใหญ่ หน้าตาเหี้ยมเกรียม นัยน์ตาคมวาวน่าเกรงขาม พร้อมด้วยบริวารพวกพ้องชายฉกรรจ์นับสิบเดินฝ่าวงล้อมของผู้คนที่กำลังมุงดูอยู่เข้ามา พวกชาวบ้านพากันเดินหนี พลางเบือนหน้าหลบสายตาด้วยกลัวอิทธิพลของชายผู้นั้น เขาเข้ามายืนอยู่ต่อหน้าเด็กผู้เป็นนายน้อย

“.....หนีมาอยู่ที่นี่เองหรือ ขอรับ??.....”

“.....ขะ...ข้า...ข้าไม่ใช่นักโทษของท่าน....จะอยู่ที่ไหนมันก็เรื่องของข้า!!...”

“....หึ!!...”

หาญส่งเสียงเย้ยในลำคอ แล้วก็สะบัดหน้าหันกายเดินจากไป ทำเป็นอวดดีเหมือนไม่เคารพผู้เป็นนาย ทว่า เมื่อเขาเดินไปได้เพียงสองสามก้าว อยู่ๆก็หยุดนิ่งเสียเฉยๆ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“.....คุณหญิงอุไรให้มาตามกลับบ้าน.....อย่าได้ดื้อดึงเสียดีกว่า....หาไม่แล้ว โทษของคุณหนูจะยิ่งเพิ่มพูนเพียงไร...คงไม่ต้องให้กระผมบอกกระมัง...”

มือเล็กกำแน่น เด็กชายกัดฟันกรอด เขาทนเก็บอาการฉุนเฉียวสุดชีวิต และต้องทนยอมเดินตามไปทั้งๆที่ไม่เต็มใจ วุฒิซึ่งสังเกตอยู่ด้านหลังยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น ลูกเสือขี้โมโหไม่เกรงกลัวใครเมื่อครู่ ตอนนี้เปรียบได้กับลูกแมวหมดฤทธิ์สิ้นท่า เพียงแค่ได้ยินนามของนางพญาสมิงขาวผู้เป็นมารดา และท่าทีแข็งกร้าวทรงอำนาจของชายผู้นี้ ทันใดนั้น พวกนักเลงผู้ติดตามจำนวนสามสี่คนก็โผเข้ามารุมล้อมจับเขาโดยไม่ทันตั้งตัว เขาร้องขัดขืนลั่น

“.....นี่ !! ปล่อยข้านะ!!....จะเอาตัวข้าไปไหน!! ปล่อยนะโว๊ย!!...”

“....หุบปากของเอ็งได้แล้ว!!...ไม่อย่างนั้น ข้าจะตบปากเอ็งให้ฟันร่วงอยู่ที่นี่แหล่ะ!!....”

“.....ข้าไม่กลัว!! อยากจะฆ่าจะแกงข้าก็เชิญ!!.... หนอย!! พวกเอ็งมันก็พวกหมาหมู่ ดีแต่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า!! ถุย!!....อย่านึกนะโว๊ย ว่าข้าจะกลัวพวกเอ็ง....ไอ้พวกอันธพาล!!...”

“.....ฮึ่ม!! ปากดีนักนะ!!...”


“....หยุด!!...อย่าทำไอ้เด็กนั่น!!...ปล่อยมันไป....”

นักเลงคนหนึ่งง้างมือขึ้นจะตบปากเด็กหนุ่มผู้ไม่กลัวตาย แต่แล้ว กลายเป็นคุณหนูคู่อริที่ร้องห้ามไว้เสียก่อน อนุชิตวางท่าน่าเกรงขามสมดังเป็นเจ้านาย ไม่หลงเหลือคราบของความเป็นเด็กเลยแม้แต่น้อย

“.....ไม่ต้อง!! เอาตัวมันไปด้วย...”

แต่แล้ว หาญกลับกล้าขัดคำสั่ง เอ่ยกร้าวกับบรรดาพวกลูกสมุน แล้วก็ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะยอมเชื่อฟังคำสั่งของเขามากกว่าคำสั่งของนายน้อยจริงๆเสียอีก เหล่านักเลงฉุดกระชากร่างของวุฒิให้ไปกับพวกมัน เด็กหนุ่มหน้าเข้มทั้งถีบ ทั้งเตะ ทั้งตะโกน ดีดดิ้นไม่ยินยอมสุดฤทธิ์

“....ปล่อยสิโว๊ย!! ปล่อยข้าไปนะ!!!...ปล่อยยยยย!!!...”

หาญเหยียดมองอนุชิตด้วยสายตาเย็นชา แล้วมุ่งหน้าเดินจากไป เด็กชายที่อยู่เบื้องหลัง ได้แต่กัดฟันกรอด มือน้อยทั้งสองข้างสั่นระริก กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาคมจับจ้องด้วยความมุ่งมาดคับแค้น

......น่าเจ็บใจนัก!!.....

.....แต่คอยดูเถอะ!!.....สักวัน...จะต้องเป็นเวลาของข้า!!.....

.....และเมื่อเวลานั้นมาถึง..... ข้าจะตอบแทนพวกเอ็งทุกคนอย่างสาสม!!!.....


วุฒิถูกนำตัวมาไว้ที่โถงเรือนหลังงาม รายล้อมด้วยบรรดาอันธพาลหน้าโหดที่จับจ้องควบคุมเขาจนเป็นตาเดียว แม้จะไม่พอใจที่อยู่ๆก็ถูกจับให้มาอยู่ที่นี่ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวมองไปรอบๆเรือนไทยงามอลังการราวกับพระราชวัง ไม่นึกไม่ฝันว่าชาตินี้จะได้มีบุญวาสนามาเหยียบถึงถิ่นที่อยู่ของผู้สูงศักดิ์ ทว่า ต่อให้เรือนหลังนี้จะสวยงามน่าอยู่เพียงไร เขาก็อยากจะไปให้พ้นๆโดยเร็วที่สุด อันที่จริง พอเวลาผ่านเลยมาได้สักระยะหนึ่ง อารมณ์บ้าระห่ำก็เริ่มสงบลง เขาก็เริ่มมีสติฉุกคิดได้ เป็นเพราะความใจร้อนวู่วามของตนแท้ๆ ถึงได้นำพาความเดือดร้อนมาสู่ตัว หากพวกนักเลงนั่นทำอะไรกับเขาจริงๆ เขาย่อมไม่มีทางสู้ได้แน่ๆ แล้วจะทำอย่างไรดี คิดเป็นห่วงก็แต่มารดา หากเขาเป็นอะไรไปแล้วแม่ที่เขารักจะอยู่ได้หรือ

ทันใดนั้น เขาก็ต้องประหลาดใจยิ่ง เมื่อร่างของแม่ก็ปรากฏขึ้นที่นี่ต่อหน้า เธอโผเข้ากอดเขา

“....พ่อวุฒิ!!...พ่อวุฒิลูกแม่ !! เป็นอย่างไรบ้างลูก!!...”

“.....แม่!! แม่จ๋า!!...”

“....พ่อวุฒิ เจ็บตรงไหนหรือไม่ ลูก!!....มีใครทำอะไรลูกหรือไม่!!...”

“....ฉันไม่เป็นอะไรจ้ะ แม่.......แม่จ๋า ฉันขอโทษนะจ้ะ....ฉันขอโทษ....”

พอเห็นหน้าแม่ วุฒิก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขากราบแม่แนบอก หญิงผู้เป็นมารดาโอบกอดลูกชาย เธออดต่อว่าต่อขานยอดดวงใจไม่ได้ น้ำตารินไหลออกจากดวงตาของเธอ

“.....ทำไมลูกถึงได้ใจร้อนอย่างนี้นะ!!!.....ถ้าพวกมันทำร้ายลูก ถ้าลูกเป็นอะไรไป แล้วแม่จะอยู่อย่างไร!!...”

“....ฉันขอโทษจ้ะแม่...”

“.....ทีหลังอย่าได้ทำแบบนี้อีก!!....พอเกิดเรื่อง คนที่ตลาดก็รีบไปบอกแม่....แม่ก็รีบมาทันที...แม่กลัวว่าพวกมันจะทำร้ายลูก!!....พ่อวุฒิ สัญญากับแม่สิ ว่าจะไม่มีเรื่องกับใคร!!....เดี๋ยวแม่จะลองขอร้องคุณหญิงขอให้ปล่อยตัวลูก....ขอให้คุณหญิงท่านอย่าได้นึกถือโทษโกรธเคืองใดๆเลย....”

“....แต่ฉันเองก็ทำลูกชายคุณหญิงท่านไว้มาก...ท่านจะยอมยกโทษให้ฉันหรือ??...”


“.....ถูกต้อง... ข้าไม่ยอมยกให้แน่....”

เสียงหวานดังแว่วขึ้นที่กลางโถง ร่างของหญิงสาวและบุตรชายปรากฏกายขึ้นต่อหน้าทุกคน วุฒิกับแม่มองผู้มาเยือนไม่วางตา โดยเฉพาะวุฒิที่ถึงกับตะลึงงันจนอ้าปากค้าง ไม่นึกว่า หญิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งดินแดนอโยธยา เป็นใหญ่เหนือชายฉกรรจ์นับพัน จะมีความสวยสง่างามถึงเพียงนี้ ที่เมื่อก่อนเขากล่าวหาว่านางเป็นยักษ์ขมูขี ก็แทบอยากจะขอถอนคำพูดของตนในบัดดล คุณหญิงอุไรที่ใครต่อใครพากันเกรงกลัวนักหนา กลับเป็นหญิงงามไร้ที่ติ ใบหน้าของเธอสะสวยหมดจดไร้ไฝฝ้า ผิวพรรณผุดผ่องสะอาดสะอ้านงามตา เรือนผมไม่ได้ตัดสั้นเป็นทรงดอกกระทุ่มเหมือนสตรีทั่วไป แต่ปล่อยยาวสลวยแล้วมัดรวมกันปักไว้ด้วยปิ่นทองคำ มีปอยผมดำสนิทบางปอยตกระลำคอระหง ดวงตาคู่งามเปี่ยมเสน่ห์เหลือล้น ยามที่เธอจับจ้องใคร ก็ดั่งเหมือนถูกสะกดจิตให้นิ่งงันทุกราย ทุกอากัปกิริยาไม่ว่าจะเดิน จะนั่งก็งามสมเป็นผู้ดีมีชาติตระกูล

.....นี่น่ะหรือ นางมาร.....

.....ไม่อยากจะเชื่อ.....นี่คือ นางฟ้าชัดๆ !!.....

.....ตัวบุตรว่างามแล้ว....แต่มารดากลับงามยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่า.....

......งามจนแทบลืมหายใจ.....

......งามจนฆ่าคนให้ตายได้.....ด้วยเสน่ห์...อันลึกลับและเย้ายวน....



“.....มองอะไร!!...”

เด็กน้อยผู้เป็นบุตรถามเสียงตึง ยิ่งเห็นไอ้เด็กหนุ่มแปลกหน้านี่มองมารดาของตนด้วยสายตาหื่นกระหือรือเหมือนไอ้พวกผู้ชายหน้าโง่แถวนี้ ก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ พอโดนทักเข้า วุฒิก็ชะงัก หลุดออกจากภวังค์ทันที เขาหน้าแดง พูดตอบตะกุกตะกัก

“.....เอ่อ....ไม่....ข้า...ข้าไม่ได้มองอะไรเสียหน่อย!!....”


“....เอ็งเป็นใคร??...มาจากไหน??....อายุเท่าไหร่??...”

คุณหญิงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับทำให้วุฒิสะดุ้งโหยง มือไม้สั่นจนพาลพูดไม่ออก แม่ของเขาจึงเป็นผู้ตอบแทน

“.....อิฉันชื่อนิ่ม เจ้าค่ะ....ส่วนนี่ เป็นลูกชายของอิฉัน ชื่อวุฒิ....ปีนี้ ลูกชายของอิฉันมีอายุครบสิบสี่ปีเต็ม ...เราสองคนค้าขายผักอยู่ในตลาด....อาศัยอยู่ในกระท่อมที่ชายป่า เจ้าค่ะ...”

“.....เห็นว่า ลูกชายของเอ็ง มีเรื่องชกต่อยกับลูกข้า.....เป็นความจริงเช่นนั้นรึ??...”

แม่นิ่มไม่กล้าตอบคำถามของหญิงสูงศักดิ์ ด้วยเกรงกลัวอำนาจบารมี เธอได้แต่นั่งอ้ำๆอึ้งๆ ปากคอสั่น

“.....เอ่อ...คือ...”

เมื่อเห็นมารดาอยู่ในอาการลนลาน วุฒิก็ชักจะร้อนตัว รีบกล่าวตอบปฏิเสธ

“.....ข้าไม่ใช่คนผิดเสียหน่อย!!..... ก็ลูกของคุณหญิง จะเอาม้าของข้าไป....ข้าก็แค่ทวงม้าของข้าคืน...แต่ลูกชายคุณหญิงกลับไม่ยอมมอบคืนให้ข้า แถมเป็นฝ่ายลงมือชกข้าก่อน...ลูกชายของคุณหญิงต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด!!....”

“.....หนอย!! โกหก!! ....อย่าไปเชื่อนะขอรับ คุณแม่!!.....ม้านั่น กระผมเพิ่งซื้อต่อมาจากพ่อค้า และก็กำลังจะเดินกลับบ้าน....อยู่ดีๆ ไอ้บ้านี่ ก็เข้ามาหาเรื่องกระผม....แถมยังพูดจาดูหมิ่นกระผมเสียอีก.....มันต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด!!...คุณแม่ขอรับ...กระผมถูกใส่ร้ายนะขอรับ!!....ไอ้หมอนี่เป็นฝ่ายมารังแกกระผมก่อน ทั้งๆที่กระผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ!!!”

ว่าแล้ว คุณหนูอนุชิตก็เลิกชายเสื้อขึ้น เผยแผลถลอกตามเนื้อตัวให้คุณหญิงอุไรดู วุฒิเห็นท่าทางกึ่งฟ้องกึ่งอ้อนของเจ้าเด็กแสบนั่นก็ชักจะหมั่นไส้

.....หนอย!!...ไอ้เด็กบ้า!!...

......เป็นแผลถลอกเท่าขี้ตาแมว ทำเป็นสำออย!!.....

......ข้าสิ....ถูกเอ็งซัดเสียน่วมไปทั้งตัว....ยังไม่ทำใจเสาะเป็นลูกแหง่เหมือนเอ็งเลย!!....เชอะ!!...


“....พอกันทีทั้งคู่!!...หยุดทะเลาะกันได้แล้ว!!...”

คุณหญิงอุไรปรามเสียงดัง ทำเอาเด็กทั้งสองถึงกับสะดุ้งเฮือก ไม่กล้าต่อปากต่อคำเถียงกันต่อหน้าเธออีก หญิงสูงศักดิ์ถอนหายใจพลางหันไปถามเด็กหนุ่ม

“.....พ่อวุฒิ....ถ้าลูกข้าเอาม้าของเอ็งมาจริงๆ...ข้าก็จะให้ความยุติธรรมกับเอ็ง.....ข้ายินดีจะคืนให้....แต่ก่อนอื่น ข้าอยากจะขอดูหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของจากเอ็ง...จะได้หรือไม่??...”

“....หา!!..... เอ่อ....คือ....”

เรื่องราวมันชักจะไปกันใหญ่ เรื่องหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของนั่น เขาจะมีได้อย่างไร แม่นิ่มที่รู้ความจริงทั้งหมด ยิ่งกลัวตัวสั่น ยกมือไหว้คุณหญิงปรกๆ

“....คุณหญิงเจ้าคะ!!....ได้โปรดเมตตาอิฉันกับลูกด้วยเถิดเจ้าค่ะ!!...ลูกชายของอิฉันมันปากพล่อย พูดอะไรไม่คิด!!....เป็นเพราะอิฉันไม่ดีเอง ไม่ได้อบรมสั่งสอนลูก!!....เรื่องม้าอะไรนั่น ไม่ใช่ของลูกชายอิฉันหรอกเจ้าค่ะ...บ้านของเรายากจนมาก...ไม่มีเงินซื้อม้ามาเลี้ยงหรอกเจ้าค่ะ!!.....”

“......ตะ...แต่...แต่ม้านั่นมันกำลังจะคลอดลูกตาย.... ข้าเป็นคนทำคลอดมันออกมา...ข้ามีส่วนที่ทำให้มันมีชีวิต...เพราะฉะนั้น ข้าก็เหมือนเป็นเจ้าชีวิตมัน....มันก็ต้องเป็นม้าของข้า....ไม่ใช่หรือ....”

เด็กหนุ่มไม่เพียงแต่เสียหน้า แต่ใบหน้าก็เริ่มซีดเป็นไข่ปอก ทว่า เขาก็ยังดึงดันในตรรกะผิดๆต่อไป ขณะที่คุณหนูรูปงามกลับลอบยิ้มสะใจเมื่อความจริงปรากฏ คุณหญิงผู้ทรงอิทธิพลถามต่อไปเสียงตึง
“......แล้วแม่ของเจ้าม้านั่น เป็นม้าของเอ็งอย่างนั้นหรือ??...”

“....เอ่อ....มะ....ไม่..ไม่ใช่.......”

“.....เอ็งเคยให้หญ้า ให้น้ำ ให้ที่พักอาศัย แก่มันอย่างนั้นรึ??...”

“......ไม่...ไม่เคยขอรับ....”

“....แล้วใครเป็นคนที่เคยเลี้ยงดูมัน??...”

“....เอ่อ....พ่อค้าคนนั้น....กระมัง...ขอรับ...”

“.....ถ้าเช่นนั้น....ใครกันแน่ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของมัน??....เป็นตัวเอ็ง...อย่างนั้นรึ??....”

พอถูกคุณหญิงต้อนเสียจนมุม วุฒิก็ไปต่อไม่ถูก เด็กหนุ่มได้แต่นั่งเงียบไม่หาญกล้าเถียงหรือแก้ต่างใดๆ คุณหญิงอุไรเอ่ยเสียงราบเรียบ หากน่ายำเกรงเป็นที่สุด

“.....เอ็งรู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ในม้านั่น...ยังกล้าแอบอ้างว่าเป็นม้าของตน....มันเป็นสิ่งถูกต้องหรืออย่างไร??....จริงอยู่ เอ็งได้ทำคลอดลูกม้านั่น ก็เหมือนเอ็งได้ให้ชีวิตมัน แต่ถึงอย่างไร เอ็งก็ไม่ใช่เจ้าของมันอยู่ดี....พ่อค้าคนนั้นต่างหากที่ เป็นเจ้าของที่แท้จริง และเขาก็มีสิทธิ์ที่จะขายมันให้กับใคร.....มันก็เหมือนกับการที่เอ็งปลูกเมล็ดผัก รดน้ำ พรวนดิน ให้ชีวิตมันจนมันเติบโต แต่สุดท้าย เอ็งก็ตัดผักของเอ็งนำไปขายให้ผู้อื่น....พ่อค้านั่นก็ไม่ต่างอะไรกับเอ็ง....ม้านั่นเป็นสินค้าของเขาที่เขาเองก็มีสิทธิ์จะขายมัน.....และลูกข้า ก็ได้ทำการซื้อขายเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ม้านั่นมาอย่างถูกต้อง....เพราะฉะนั้น ลูกข้า ก็สมควรที่จะเป็นผู้ครอบครองมัน ไม่ใช่หรือ??...”

“....เอ่อ...ข้า...”

“.....เอาล่ะ.....ในเมื่อลูกข้าซื้อม้านั่นมาแล้ว ลูกข้าก็เป็นเจ้าของม้านั่นอย่างแท้จริง....ส่วนเอ็ง ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับม้าสองแม่ลูกนั่น ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องขอม้านั่นคืนจากลูกข้าอีก.....”

วุฒิเงียบ ที่จริงมันก็สมควรจะเป็นเช่นนั้นตั้งแต่แรก แต่เพราะฐิติโง่ๆของเขาแท้ๆ ถึงทำให้ตนเองกับแม่ต้องเดือดร้อน แม้จะไม่เต็มใจที่ต้องจะยกม้าซึ่งเขาอุตส่าห์ทำคลอดด้วยตนเองให้กับเจ้าเด็กเมื่อวานซืนนี่ แต่ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ เขาก็จนมุม และยอมรับตามที่คุณหญิงพูดทุกประการเพื่อยุติปัญหา อนุชิตมองคนตัวโตกว่าอย่างสะใจ พยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ อยากจะเย้ยเยาะให้หายแค้น วุฒิเห็นดังนั้นก็กระฟัดกระเฟียด ยิ่งเห็นท่าทางเป็นต่อนั่นก็แล้วก็รู้สึกหมั่นไส้ อยากตะบันหน้าไอ้เด็กนี่เสียจริงๆ เด็กน้อยคิดแกล้งเด็กหนุ่มเป็นการเอาคืนบ้าง

“.....คุณแม่ขอรับ.... กระผมไม่ยอมนะ ขอรับ!!...ไอ้บ้านี่ เข้ามาหาเรื่องก่อน และทำร้ายกระผมจนเป็นแผลไปหมดทั้งตัว....แถมยังทำสร้อยที่คุณแม่มอบให้กระผมขาดเสียอีก....คุณแม่ต้องให้มันชดใช้นะขอรับ!!...”

คุณหนูโอแสร้งโวยกับมารดา คุณหญิงอุไรนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจหันไปหาสองแม่ลูก ที่กำลังรอรับฟังคำพิพากษาด้วยใจระทึก

“.....ข้าจะให้พ่อวุฒิอยู่ที่นี่ ชดใช้ให้กับข้า ในฐานะบ่าวดูแลลูกชายข้า จนกว่าจะใช้หนี้ที่ทำสร้อยทองของลูกข้าเสียหายคืนครบตามจำนวน....พ่อวุฒิจะต้องรับใช้พ่อโอ และคอยกำกับดูแลอย่าให้คลาดสายตา....ถ้าหากลูกข้าหนีออกจากบ้านไปได้โดยที่เอ็งมีหรือไม่มีส่วนรู้เห็น ข้าจะลงโทษเอ็งให้หนักเสียยิ่งกว่าโทษของพ่อโอสิบเท่า....หากเอ็งฝ่าฝืนคำสั่งข้า ข้าจะยึดบ้านและเรือกสวนไร่นาของเอ็งทั้งหมดเป็นการตอบแทน....เข้าใจหรือไม่??...”

“.....ห๊า!! อะไรนะ !!...”

คำตัดสินที่เหนือความคาดหมาย แถมยังน่ากระอักกระอ่วนใจอย่างที่สุด ทำเอาคู่ปรับทั้งสองร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน วุฒิซึ่งรู้ตัวดีว่าจะต้องชดใช้ แต่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะต้องชดใช้ด้วยการมาเป็นบ่าวอยู่ที่นี่ ยิ่งอนุชิตที่ต้องการจะแค่แกล้งให้ไอ้หมอนี่ใช้คืนให้จงหนัก แต่ตัวเองกลับต้องติดบ่วงโดนลูกหลง กลายเป็นว่านอกจากจะต้องปะทะกับลุงหาญผู้ถือดี ตนเองยังต้องถูกคนที่ไม่ต้องชะตาด้วยแต่แรกมาคอยควบคุมตลอดเวลาราวกับนักโทษ ทั้งสองอยากขอต่อรองกับคุณหญิง หากใบหน้าบึ้งตึง และแววตาอันทรงอำนาจเด็ดขาดคู่นั้น ก็ทำให้พวกเขาไม่กล้าปริปาก

“....ทุกอย่างเป็นไปตามนั้น ......จบเรื่องไร้สาระนี้เสียที.....นังช้อง พาพ่อวุฒิไปที่เรือนพัก.....ส่วนพี่หาญ พาพ่อโอไปยังเรือนเล็ก.....เอาล่ะ....แยกย้ายกันไปได้แล้ว...”

บ่าวชื่อช้องเข้ามานำตัววุฒิไปจากมารดา แม้เด็กหนุ่มจะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดขืนเพราะเกรงว่าหากดื้อรั้นดึงดันไป แม่ของตนจะต้องเดือดร้อน เขาได้แต่ ถือว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเขา และเขาจะต้องรับผิดชอบด้วยการอดทนยอมรับมันจนกว่าจะสิ้นสุด วุฒิขอเวลาสักครู่ กราบขอขมาลาแม่น้ำตาคลอ แม่นิ่มกอดลูกของเธอ พลางสั่งเสียลูกชายให้ทำตัวดีๆ อย่าสร้างเรื่องเดือดร้อนอีก ส่วนชายชื่อหาญ ก็เข้ามานำตัวของอนุชิตไป เด็กน้อยแสดงท่าทีขัดขืน รีบเอ่ยปากขอร้องมารดา

“......คุณแม่ ขอรับ....ลูกไม่....”

“.....เงียบเดี๋ยวนี้นะ พ่อโอ!!.....แม่ยังไม่ได้ลงโทษที่ลูกกล้าขัดคำสั่งแม่ ออกไปข้างนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต.....เรื่องนี้เอาไว้ก่อน....แหม่มมิชชันนารีมารอสอนภาษาฝรั่งอยู่ที่เรือนเล็กได้สักพักแล้ว....ลูกรีบไปหาหล่อนเสีย....หากยังเรียนไม่เสร็จ ก็ห้ามออกไปเล่นที่ไหน....เข้าใจที่แม่พูดหรือไม่...”

“....ขะ....ขอรับ...”

อนุชิตตอบรับคำเสียงอ่อย และฝืนใจยอมทำตามที่มารดาสั่ง เด็กชายเดินตามหลังชายผู้เป็นสมุนคนสำคัญของมารดา หากแต่เขาไม่ได้อยากญาติดีด้วยเลยแม้แต่น้อย เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว แม่นิ่มก็กราบคุณหญิงอุไรขอตัวลา แต่คุณหญิงเอ่ยปากรั้งเธอไว้สักครู่

“.....ช้าก่อน...อย่าเพิ่งไป.....ได้ยินมาว่า เอ็งอยู่กับลูกเพียงลำพังสองคน....และเอ็งก็เจ็บป่วยออดๆแอดๆ ทำงานไม่ไหว ลูกของเอ็งต้องทำงานหาเลี้ยงดูแลเอ็งเพียงคนเดียว เช่นนั้นหรือ??...”

“....เจ้าค่ะ...”

แม่นิ่มตอบ คุณหญิงพยักหน้ารับ เธอหยิบถุงผ้าใบหนึ่งส่งยื่นให้ นิ่มรับมาอย่างสงสัย แต่ทันทีที่เปิดถุงนั้นออก เธอก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ ละล่ำละลักส่งคืนให้คุณหญิง

“....คะ...คุณหญิงเจ้าคะ!!....คุณหญิงนำกลับไปเถิดเจ้าค่ะ....อัฐมากมายเพียงนี้ อิฉันรับไว้ไม่ได้เจ้าค่ะ!!...”

“....รับไปเถิด...ข้าให้....ลูกเอ็งมาอยู่ที่นี่ เอ็งคนเดียวคงเดือดร้อนไม่น้อย...คิดเสียว่า นี่คือค่าจ้าง ที่ข้าจ่ายให้ลูกเอ็งเพื่อมาอยู่ดูแลลูกชายข้าก็แล้วกัน....”

“.....เอ่อ....จะ...เจ้าค่ะ....”

“....วางใจเถิด....ขึ้น ๙ ค่ำเดือนหน้า จะเป็นวันโกนของพ่อโอ....หากข้าจัดการเรื่องยุ่งๆที่เกิดขึ้นในครอบครัวข้าจนเรียบร้อยดีแล้ว...ข้าจะคืนพ่อวุฒิให้เอ็ง...”

“.....ขอบพระคุณเจ้าค่ะ...คุณหญิง....”

แม่นิ่มกราบหญิงงามผู้สูงศักดิ์ แล้วก็รีบลงจากเรือน เมื่อไม่มีใครในที่นี้ คุณหญิงอุไรก็ลอบถอนหายใจหน่วงหนัก ใบหน้าสวยหวานมีเค้าความกังวลซุกซ่อนอยู่ไม่น้อย

.....ขึ้น ๙ ค่ำเดือนหน้า....

......เวลาเหลืออีกแค่เพียงเดือนเดียวเท่านั้น.....

......ที่ลูกชายเพียงคนเดียวของข้า...จะล่วงพ้นวัยเด็ก ก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่....

......และวันนั้น เขาจะได้เป็นนายเหนือหัวแห่งสมิงขาว ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งดินแดนอโยธยา อย่างสมบูรณ์

....เหตุใดจึงช่างยาวนานเหลือเกิน.....

.....นานเสียจนน่ากลัว....

.....กลัวว่า แก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวคนนี้จะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันนั้น....

......เพราะ หมาป่าที่มันจ้องจะทำร้ายลูกข้า มีมากมายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง.....

.....แต่ข้าสัญญา สองมือของข้านี้ จะปกปักรักษาดูแลลูกน้อย ให้มีชีวิตรอดไปจนถึงวันที่เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ให้ได้....

.....แม้จะต้องตาย ข้าก็ยอม....


แหม่มมิชชันนารีจากเกาะบริเตนกำลังสอนไวยากรณ์ภาษาฝรั่งแก่ลูกศิษย์คนโปรด หากแต่ดูเหมือนว่า เขาจะไม่ได้ตั้งใจฟังเลยแม้แต่น้อย คุณหนูอนุชิตนั่งหน้ามุ่ย รู้สึกหงุดหงิดจนพาลเรียนไม่รู้เรื่อง

.....หงุดหงิด!!....

.....ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด!!....

....ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้!!.....

.....เป็นเพราะไอ้หมอนั่นแท้ๆ....แส่ไม่เข้าเรื่อง!!!....

.....เป็นเพราะมัน ข้าถึงต้องถูกจองจำอยู่ทีนี่!!.....

.....ทั้งๆที่ภัยกำลังจะใกล้เข้ามา....ทั้งๆที่สองมือของข้าจะต้องปกป้องแม่ข้า....

.....แต่ข้ากลับต้องถูกกักขังไว้ โดยที่ช่วยอะไรแม่ข้าไม่ได้!!....

....ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด!!....

.....หากไม่ได้หาทางระบาย ข้าต้องอกแตกตายตรงนี้แน่ๆ !!....

ความอึดอัดเกินสุดจะทานทน ทำให้เด็กน้อยเร่งรีบจดสิ่งที่คุณครูแหม่มสอนลงใส่สมุดลวกๆเหมือนทำให้เสร็จไปแกนๆ แล้วยื่นส่งให้เธอดู ยังไม่ทันที่แหม่มฝรั่งจะตรวจสอบแก้ไขให้เรียบร้อย นักเรียนร่างเล็กก็รีบลุกพรวดออกจากโถงเรือน ทำให้เธอประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะปกติลูกศิษย์คนนี้จะเป็นเด็กฉลาด กระตือรือร้นสนใจที่จะรับฟังคำแนะนำและเรียนรู้สิ่งที่เธอสอนเสมอ

“ Dear Sir, Where are you going??” ( คุณหนู....จะไปไหนหรือคะ??)

“I have finished my work. It is my time.” ( ผมทำงานของผมเสร็จแล้ว...นี่ก็เป็นเวลาของผมแล้วครับ)

อนุชิตตอบ แล้วรีบลงจากเรือน ทว่า เมื่อลงมาก็พบกับชายฉกรรจ์สองสามคนคอยเฝ้าอยู่ พวกนั้นถามนายน้อยเสียงตึง

“.....จะไปไหนขอรับ คุณหนู??....”

“....ข้าเรียนเสร็จแล้ว....จะไปเล่น....ถอยไป!!....”

“.....จะเล่นอะไร ขอรับ??...”

“.....ไม่ใช่เรื่องของพวกเอ็ง อย่ามายุ่ง!!...”

“....แต่พวกกระผมมีหน้าที่ต้องดูแลคุณหนู...”

“....หึ!! ....เรื่องดูแลข้า ปล่อยให้เป็นหน้าที่บ่าวคนใหม่ของข้าดีกว่า.....พวกเอ็งจะไปไหนก็ไป!!...”

สั่งไปก็เท่านั้น เพราะคำสั่งของนายน้อยหรือจะมีอำนาจเหนือคำสั่งของนายแม่ สมุนผู้ดูแลไม่ยอมปล่อยให้คุณหนูไปไหนมาไหนเพียงลำพัง พวกนั้นตามคุณหนูอนุชิตต้อยๆ ยิ่งทำให้เด็กน้อยหงุดหงิดจนอยากจะซัดหน้าพวกมันให้หงายหลังเสียที

“....ก็ได้!! อยากจะตามข้ามาก็ตามใจ....แต่พวกเอ็งห้ามมาขัดขวางการเล่นของข้า...เข้าใจหรือไม่!!...”

....หึ!!....น่าโมโหนัก!!....อย่างนี้ ต้องหาอะไรสนุกๆเล่นกับบ่าวคนใหม่เสียหน่อย...

.....ข้าจะสั่งสอนมันให้รู้ว่า...ใครก็ตามที่บังอาจมาเล่นกับข้า....มันจะเป็นอย่างไร!!...”

คุณหนูโอยิ้มยะเยือก แล้วรีบวิ่งไปยังเรือนบ่าว โดยไม่สนใจพวกผู้คุมที่เร่งฝีเท้าตามหลังมาแม้แต่น้อย


วุฒินั่งหน้าบึ้งอยู่ที่ชานเรือนพัก แม้เขาจะเป็นเด็กใหม่ของที่นี่ แต่หลายๆคนก็แสดงท่าทีมีไมตรีจิตต่อเขา จนบางที เขาก็เกือบลืมไปเลยว่า นี่คือเรือนของพวกอันธพาลที่เขาเกลียดนักเกลียดหนา บ่าวชื่อแม่ช้องจัดสำรับนำข้าวปลาอาหารมาวางไว้ต่อหน้าเด็กหนุ่ม

“....เอ้านี่...พ่อวุฒิ กินเสียสิ....เสร็จแล้วก็รีบไปหาคุณหนูท่าน เผื่อว่าคุณหนูจะต้องการให้เอ็งรับใช้.....”

“....ขอบใจจ้ะป้า....แต่ฉันยังไม่หิวหรอกจ้ะ....”

วุฒิฝืนยิ้มให้เธอทั้งๆที่ยังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ยิ่งคิดว่าจะต้องมาเป็นบ่าวดูแลรับใช้ไอ้เด็กปีศาจนั่นก็ยิ่งหงุดหงิด

....หงุดหงิด!!...

....ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด!!...

.....เป็นเพราะไอ้เด็กนั่นแท้ๆ ข้าถึงต้องมาอยู่ที่นี่.....แทนที่จะได้อยู่ดูแลแม่ของข้า!!...

....พอได้หงุดหงิดแล้ว ก็อยากจะหาทางระบาย...ไม่เช่นนั้น ข้าจะต้องอกแตกตายตรงนี้แน่ๆ....

.....อยากเจอไอ้เด็กนั่น....อยากจะประลองกับมันให้รู้ดำรู้ดีไปเลยสักตั้ง!!....

....คราวนี้ ข้าจะไม่ยอมแพ้เอ็งแน่!!....

แค่พร่ำในมโนความคิดยังไม่ทันขาดคำ หนุ่มน้อยร่างเล็กก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าที่ชานเรือน คุณหนูผู้เป็นเจ้าเรือนตีหน้าบึ้ง พูดเสียงตึง

“....ตามข้ามา!!...”

วุฒิหน้าหงิก แสดงความไม่พึงพอใจสุดฤทธิ์กับท่าทางสามหาวแก่แดดแก่ลมนั่น อยากจะชกหน้าไอ้เด็กแก่นกะโหลกนี่เสียเดี๋ยวนี้ อยากจะรู้นักเชียวว่า ไอ้แสบนี่จะมาไม้ไหน...

......หึ!!.....

...เป็นเด็กเป็นเล็ก...แต่ทำวางอำนาจบาตรใหญ่เสียเหลือเกินนะ!!....

.....ข้าไม่กลัวเอ็งหรอกโว๊ย!!.....

....ดีล่ะ!! ข้าจะสั่งสอนให้เอ็งรู้ว่า .....คิดจะลองดีกับคนอย่างข้า...สุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร!!...


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Tadaima!!!! เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า กลับมาแล้วคร๊า....ขออภัยที่หายไปนานมากกกกก คือ hunny ทั้งเรียนทั้งทำงานหนักมากจริงๆ ไม่มีเวลาเขียนฟิคเลยอ่ะ.....ขออภัยแฟนฟิคที่ยังอุตส่าห์อดทนรอติดตามนะคะ T^T

สำหรับตอนนี้ เป็นตอนพิเศษของหลวงอนุชิต กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลวงอนุชิตกับหลวงวรวุฒิในอดีต ซึ่งจะมีผลถึงฟิครักข้ามภพตอนต่อไป คือจริงๆ ก็อยากจะปูเรื่องความสัมพันธ์ของคู่ ว่ากว่าจะมาเป็นเพื่อนรักเพื่อนแค้นกันเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ทั้งสองคนเคยผ่านอะไรมาบ้าง (คือ เอาตรงๆ คนที่มีนิสัยอย่างหลวงอนุชิตนี่ ไม่น่าจะมีเพื่อนมากมายจริงไหม๊ค๊า ^^ ) ตอนพิเศษตอนนี้ hunny กะไว้คร่าวๆ ก็น่าจะประมาณ 4-5 ตอนจบ หลังจากนั้น ก็จะต่อรักข้ามภพตอนที่ 19 ก็ขออภัยคนที่รอให้คุณหลวงได้เคียงคู่กับพ่อเพชรนะคะ อาจจะไม่ได้เจอพ่อเพชรผู้น่ารักไปอีกซัก 4-5 ตอน แต่ hunny จะพยายามเขียนให้จบเร็วๆ และจะพยายามต่อฟิครักข้ามภพตอนที่ 19 เร็วๆด้วยเช่นกันค่ะ

ขอบคุณแฟนฟิคที่ยังติดตามอยู่ถึงทุกวันนี้นะคะ ซึ้งใจมากมาย T^T

ขอบคุณที่ติดตามอ่านฟิคของ hunny ค่ะ

HUNNY ^___^




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2556
7 comments
Last Update : 27 พฤษภาคม 2556 3:20:38 น.
Counter : 1604 Pageviews.

 

ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกเลยค่ะ

ตอนพิเศษตอนนี้ ถ้าไม่ได้อ่านเรื่องของคุณหลวงกับพ่อเพชรมาก่อน ต้องนึกว่าคุณหนูโอกับตาวุฒิเป็นพระเอกนายเอกแน่ๆ 555

ทั้งเรียนทั้งทำงาน สู้ๆนะคะพี่ฮัน

รออ่านเสมอค่ะ ^0^

 

โดย: ปอ IP: 49.49.87.128 27 พฤษภาคม 2556 8:47:54 น.  

 

ขอบคุณมากค่าพี่ฮันนี่ รอตอนต่อไปๆ แหมะ หรือ จริงๆคู่นี้มันเป็น เลิฟ เฮท รีเลชั่นชิบ มีซัมติงให้จิ้นอยู่นะนี่ 5555

 

โดย: แป้ง วารุณี IP: 171.6.136.211 27 พฤษภาคม 2556 14:25:34 น.  

 

ขอบคุณน้องฮันมากๆ นะคะ คิดถึงฟิคของน้องฮันสุดๆ ^^

 

โดย: เจ้าพุงโต IP: 49.231.101.233 27 พฤษภาคม 2556 22:02:40 น.  

 

เนื้อหาวางพล๊อตได้สมจริง มีที่มาที่ไป
มืออาชีพมากกกกกกเลยน้องฮัน
ถึงไม่มีพ่อเพชรสุดที่รักออกมาโลดแล่นช่วงนี้
ก้อจะรอพ่อเพชรในตอนต่อไปนะ
ขอบใจน้องฮันที่มาต่อฟิคให้อ่านเพลิดเพลินใจนะคะ

 

โดย: neshumah IP: 115.87.113.118 27 พฤษภาคม 2556 23:52:09 น.  

 

วิ่งมาหาที่กดไลค์ อิอิ ใช้มือถือเลยขี้เกียจล็อกอินอ่าาา แหมๆๆๆๆๆ คุณหนูโอนี่ก็เอาเรื่องแต่เด็กเทียวนะคะ บ่าวล่ะเป็นห้วงงงงงง เป็นห่วง (กลัวจะเสีย...ให้พ่อวุฒิไปซะก่อน) กีสสสสสสสสสสสส

 

โดย: chunari IP: 223.206.100.103 27 พฤษภาคม 2556 23:58:19 น.  

 

การีสสสสสสสสสสสสสสส!!!!!
ขอกรี๊ดดังๆก่อนค่ะ ดีใจปลื้มปริ่ม กระซิกๆ T^T
คิดถึงฟิคพี่ฮันมากมายยยยย...คิดถึงสำนวนภาษาสละสลวย คิดถึงคุณหลวงอนุชิตกับพ่อเพชรผู้น่ารัก ที่สำคัญคิดถึงพี่ฮันนี่ด้วยนะคะ
ตอนพิเศษนี้คุณหลวงยังดูสดใสอ่อนวัยนัก น่าเอ็นดูเชียว
แต่อ่านตอนนี้แล้วรู้จักพ่อวุฒิมากขึ้น ชักอยากรู้แล้วว่าทำไมถึงกลายเป็นเพื่อนซี้เพื่อนตายกัน
จะรอตอนต่อไปนะคะ รักไรท์เตอร์ค่าาา

 

โดย: Lookwha IP: 115.67.5.195 28 พฤษภาคม 2556 1:26:16 น.  

 

ยังรออ่านอยู่น่ะค่ะสนุกมากเลยไม่น่าเบื่อเหมือนนิยายเรื่องอื่น?

 

โดย: conanza959 IP: 110.171.100.137 25 มีนาคม 2558 9:33:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


hunnylovelaruku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add hunnylovelaruku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.