Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
กรกฏาคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
โชว์ห่วยเล็กๆในร้าน
ผลพวงของการตั้งเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ทำให้ต้องมีผงซักฟอกซองเล็ก กับ น้ำยาปรับผ้านุ่มซองเล็ก ขายเพื่ออำนวยความสะดวกกับลูกค้า

ผลพวงของการเปิดร้านอินเตอร์เน็ตและเกมส์ ทำให้ต้องมีมุมขาย น้ำและขนมขบเคี้ยว เพื่อบริการลูกค้า

ฉันขอเรียกร้านขาย สินค้าพวกของกินของใช้ อุปโภค-บริโภค ในภาพโดยรวมว่าของร้านค้าประเภทนี้ว่า ร้านโชว์ห่วย

ถ้าเลือกได้ และเป็นไปได้ สินค้าพวกของกินของใช้พวกนี้ สไตล์โชว์ห่วย เป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากขายเลย เพราะของพวกนี้กำไรน้อยมากๆ ต้องการพื้นที่โชว์สินค้าเยอะมาก เพราะสินค้ามันมีให้เลือกเยอะ และหลากหลายประเภท และต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บสต๊อกมากด้วยเช่นกัน

ลักษณะงานเน้นใช้แรงงาน ทักษะ มากกว่าสมอง หรือ ความรู้ ความสามารถพิเศษอะไร เรียกว่า เป็นสินค้าพื้นฐานที่ไม่ต้องการการเรียนรู้มาก แต่ต้องการความจำเป็นจำนวนมาก เพราะมีเยอะ หลากหลายประเภท ชนิด ยี่ห้อ สารพัด ต้องการแรงงานมาก เพราะของแต่ละอย่างหนักๆทั้งนั้น ตอนซื้อขายปลีกเป็นชิ้นเบาๆ แต่ตอนจัดเก็บเป็นโหลๆลังๆ น้ำหนักไม่เบากันบ้างเลย โดยเฉพาะน้ำ หนักมาก

โดยส่วนตัวฉันเป็นคนไม่มีแรง เจอน้ำ เจอผงซักฟอก ซื้อยกโหล ยกกล่อง หนักๆทั้งนั้น แบกไม่ไหว หมดแรง หอบเหนื่อยกันเลยทีเดียว

ด้วยความที่หน้าร้านของฉันไม่ใช่ร้านโชว์ห่วยโดยตรง ทำให้เซลล์ขายสินค้าที่เป็นรถวิ่งขายตามร้านค้าไม่เข้าร้าน ฉันเลยต้องไปแบกของเหล่านี้จากแมคโครมาขาย สินค้าบางตัวแมคโครแพงกว่ารถ สินค้าบางตัวถ้าแมคโครจัดโปรโมชั่นก็ถูกกว่ารถ ถ้าขายหลายประเภท หลายอย่าง บางอย่างก็ต้องสั่งจากร้านส่งสินค้า และบางอย่างไปแบกมาเองจากแม็คโครถูกกว่า ต้องเปรียบเทียบและเลือกนิดนึง



หลักการในการเลือกซื้อสินค้ามาขาย เปรียบเทียบกับสินค้าประเภทอื่น

- ถ้าเป็นกิ๊ฟช๊อป ตัดสมองทิ้งไปเลย ใช้จิตใจมองดูที่ความสวยงาม น่ารัก ของสินค้า รวมถึงกระแสความฮิต นิยมในช่วงนั้น อะไรสวย อะไรน่ารัก ก็เลือกอันนั้นแหละมาขาย เลือกราคาที่เหมาะสมกับที่เด็กๆ วัยรุ่น ระดับชาวบ้านรับได้ด้วย เพราะลูกค้าเราก็ไม่ได้รวย เอาที่ราคาชาวบ้านรับไหว

แต่ข้อเสียของกิ๊ฟช๊อปคือ มีกระแสความนิยมติดมาด้วย ถ้าเลิกฮิตก็แทบขายไม่ออกกันเลยทีเดียว อายุของสินค้ากิ๊ฟช๊อปไม่ยาวนานเท่าไหร่



- ถ้าเป็นเครื่องเขียน ใช้หลักการศึกษา สินค้าพวกนี้แทบจะไม่เคยเปลี่ยนแปลง มีเกิด มีดับบ้างในบางตัว แต่วงจรชีวิตค่อนข้างยาวมากๆ อย่างปากกา ผ่านมากี่สิบปี คนก็ยังใช้ปากกาเขียนหนังสือไม่เปลี่ยน แต่รูปแบบกระดาษเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ต้องวิ่งตาม เดินตามไปเรื่อยๆก็ทัน เพราะไม่ไวนัก แต่สินค้าบางตัวก็ตาย อย่างกระดาษF14 F4 ตายตามเครื่องโรเนียว เพราะสมัยนี้ใช้ถ่ายเอกสารกันหมดแล้ว แทบจะไม่มีใครไปโรเนียวกันแล้ว



- อย่างร้านเน็ตที่ทำ เป็นการเล่นกับเทคโนโลยี ที่มันวิ่งทุกวัน ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอด ทั้งเกมส์ใหม่ ทั้งโปรแกรมใหม่ ทั้งเวปใหม่ๆ พอเราอายุมากแล้ว บางทีก็ขี้เกียจจะวิ่งตาม อยากจะพักบ้าง สมองรับหลายเรื่องไม่ไหว กลายเป็นเราเชยไปซะแล้ว ตามเด็กไม่ทันอีก โลกมันเปลี่ยนไว ต้องเป็นคนขี้ลืม อย่าไปจำข้อมูลเก่ามากนัก เปิดสมองรับข้อมูลใหม่ตลอดเวลาได้ยิ่งดี ทำพวกนี้ไม่เหนื่อยแรง แต่เครียดและปวดหัว ตอนที่คอมมันเจ๊ง ค้าง เออเร่อ และไม่ทำงาน ตามแก้ปัญหาสารพัดจุกจิกได้ทั้งวันเหมือนกันนะ


- ถ้าเป็นโชว์ห่วย ใช้หลักตามกระแสนิยม โฆษณา และคุณภาพสินค้า สินค้าตัวไหนมีโฆษณา มีคนรู้จัก สินค้าพวกนั้นจะขายดี แต่บางอย่างดาราก็ไม่ได้ช่วยอะไร ไม่ว่าจะเป็น ณเดช หรือ อั้ม เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาเครื่องดื่มบางตัว ดึงดาราดังมา ก็เอาไม่อยู่ มันขายไม่ออกจริงๆ เพราะไม่อร่อย คนกินแล้วไม่ติดใจ

คุณภาพสินค้าบางอย่างมันก็ขายตัวเอง เพราะคนซื้อไปแล้วติดใจ ชอบใช้ตัวนี้ ก็จะกลับมาซื้อเอง คนขายแทบจะไม่ต้องโม้ หรือ อธิบายมาก โฆษณาช่วยในการอธิบายคุณสมบัติการใช้งานไว้เรียบร้อยแล้ว ขายไม่เหนื่อย ( แต่แบกของหนัก เหนื่อย ) โชว์ห่วย เป็นประเภทสินค้าที่ขายง่ายที่สุด และใช้การเรียนรู้จักสินค้าน้อยกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ


ลักษณะงาน จุกจิก เดี๋ยวจัดร้าน เดี๋ยวขาย เดี๋ยววาง แทบจะเดินทั้งวัน กำไรนิดเดียว เรียกว่ากำไรต่อชิ้นไม่ถึงบาท บางตัวได้1บาท จะหากำไรชิ้นละเป็นสิบ เป็นร้อย เป็นเรื่องยากมาก อย่างขนมถุงละ 5 บาท ขายหมดโหล 12ถุง พึ่งจะได้กำไร 10 บาท ทำเหนื่อยแทบตายได้นิดเดียว ไม่รู้ทำไมหลายๆคน ถึงอยากจะมีร้านค้าโชว์ห่วยเล็กๆกันจัง ทั้งที่เปิดเล็กๆ กำไรมันจะไม่พอยาไส้เอา ถ้าขายไม่ดี อดตายเลยนะ กว่าจะได้กำไรกินข้าวสักจาน ขายกันเหนื่อยเลย

แต่พวกที่เปิดเต็มรูปแบบ เขาก็ไปได้กำไรจากพวกเครื่องสำอางค์ สบู่ ยาสีฟัน พอได้กำไรเห็นๆหลายบาทหน่อย และที่กำไรดีให้อยู่ได้จริงๆ คือ เหล้า กับ บุหรี่ เนี่ยแหละ


การลงทุนใช้ทุนไม่มาก เพราะสินค้าราคาต่ำ เงินหมื่นหนึ่งไปซื้อของกลับมาได้เต็มรถเลย ต่างกับไปเติมเงินเข้าโทรศัพท์มือถือ หนึ่งหมื่นเติมมาไม่เห็นอะไรเลย เห็นแค่ตัวเลขในโทรศัพท์เพิ่ม แต่ไม่เห็นของอะไรเพิ่มาสักชิ้น ใช้แค่โทรศัพท์ตัวเดิมเครื่องเดียวนั่นแหละ ขายไม่กี่วันก็หมดแล้ว แต่โชว์ห่วย เอามาขายได้หลายอาทิตย์เลย

ถ้าเทียบเติมเงินกับโชว์ห่วย โชว์ห่วยได้กำไรมากกว่า แต่การจับเงินดูน้อยกว่า ถึงจะได้กำไรถึง 25% แต่มีค่าเท่ากับ 1 บาท ต่อขนม 1 ถุง ยอดขายคร้งละ 5 บาท ต่างกับเติมเงินโทรศัพท์มือถือ กำไรต่ำที่สุดที่เคยเจอ 3.5% เติมเงิน 50 บาท ได้กำไร 1.75 บาท เติมเงิน 100 ได้กำไร 3.5 บาท ถ้าเทียบต่อครั้ง เหมือนได้จับเงินครั้งละเยอะกว่า 50 หรือ 100 ทั้งที่กำไรก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย ดูเหมือนยอดขายเติมเงินดีจัง ทั้งที่กำไรออกมาแล้ว ก็อาจจะพอๆกันก็ได้



เวลาลงสินค้าจัดร้าน อย่ามีตัวเดียว หรือ ฉายเดียว อย่างเดียว เพราะมันจะดูไม่น่าซื้อ ดูมีน้อยไม่น่าเลือก ต้องมายกแผนก หรือ ต้องพาเพื่อนสินค้าร่วมประเภทเดียวกันมาด้วย

อย่างฉันลงผงซักฟอกสำหรับลูกค้าซักเครื่อง ฉันจะไม่ลงไซด์ใหญ่ เพราะลูกค้าไปซื้อห้างถูกกว่า ถ้าเขาซื้อไซด์ใหญ่มา แสดงว่าเขาเป็นคนขยัน ขยันแบกกลับไปบ้านได้ ก็ขยันแบกมาซักได้ เขาจะไม่ซื้อของเรา ขนาดไซด์ที่เหมาะสมกับเครื่องซักผ้า จะเป็นผงซักฟอกซองละ 10 เหมาะกับลูกค้าที่ไม่เอาผงซักฟอกมา เพราะเขาคงไม่คิดจะเอากลับไปด้วยเช่นกัน เอามาแต่ผ้า ก็เอากลับแต่ผ้า ผงซักฟอกมาหาเอาดาบหน้าที่ร้าน ซักเสร็จก็ทิ้งที่ร้านนั่นแหละ ดังนั้น ผงซักฟอก ซองละ 10 เหมาะกับการใช้ครั้งเดียวหมดแล้วทิ้งเลย ไม่ต้องเป็นภาระ รวมถึงปรับผ้านุ่มซองละ 3 บาท ด้วย ทำให้การซักต่อครั้งดูลงทุนไม่แพง แค่ 10-20 บาท แต่ลงหลายยี่ห้อ ให้ดูมีให้เลือกนิดนึง ไม่ชอบยี่ห้อนี้ ก็ยังมีอีกยี่ห้อให้ลองใช้ดู แล้วแต่ใครจะติดผงซักฟอกยี่ห้อไหน


ผลจากการขายผงซักฟอก กับ ปรับผ้านุ่ม ทำให้รู้ว่า บางคนมือหนัก และ ลงทุนกับการซักพอสมควร ใส่ผงซักฟอกครั้งละมากๆ หรือ ปรับผ้านุ่ม ต่อให้เป็นสูตรเข้มข้น บางคนซื้อถุงเติมรีฟิล ก็ใช่ว่าจะใช้ปริมาณน้อยครึ่งฝาตามโฆษณาบอก ใส่ผ้ากันทีครึ่งถุงก็มี เพราะอยากให้ผ้าหอมๆ หรือจะเป็นพวกน้ำ หรือ ขนมถุง 5 บาท เด็กบางคนก็ซื้อขนมถุง 5 บาท กินทีเป็นสิบถุงก็ไม่อิ่ม ทำให้รู้ว่า สินค้าพวกนี้ บางคนบริโภคกันเป็นอย่างบ้าคลั่ง หรือ ในปริมาณมากเกินจำเป็น ใช้กันเยอะอย่างไม่น่าเชื่อเลยแหละ

ทำให้สินค้าพวกนี้ ถึงจะมีวันหมดอายุยาวนาน เป็นปี แต่วงจรชีวิตจริงๆสั้น มาวางขายไม่เท่าไหร่ ก็ขายหมดกันแล้ว ขี้ฝุ่นไม่ทันจับของก็ไปกันหมดแล้ว ออกตัวไว จะอยู่ได้ ต้องมีฐานลูกค้ามากพอสมควร ให้หมุนเวียนซื้อกันทั้งวัน กำไรน้อยๆ สะสมเยอะๆ ขายกันมากๆ มันก็เยอะกันขึ้นมาเอง



ฉันไม่ได้เปิดร้านโชว์ห่วยเติมตัว ก็อาจจะไม่ได้รู้อะไรลึกซึ้งเกี่ยวกับร้านโชว์ห่วยมากนัก แค่หยิบจับสินค้าบางตัวมาขายเท่านั้นเอง ก็เลยได้พอรู้กลิ่นอายของลักษณะธุรกิจประเภทนี้



Create Date : 23 กรกฎาคม 2555
Last Update : 23 กรกฎาคม 2555 1:26:27 น.
Counter : 9417 Pageviews.

4 comments
  
ขอบคุณนะคะ ขอเก็บไปเป็นความรู้

เผื่อมีโอกาส จังหวะ ให้ลูกๆ ทำ
โดย: ป้าแอ๋ว (ย่าครับ ) วันที่: 23 กรกฎาคม 2555 เวลา:3:28:37 น.
  
เงินมันได้มาทีละน้อย ๆ แต่ก็เรื่อย ๆ สำหรับธุรกิจอย่างนี้ แถมยังต้องมีเงินหมุนเวียนอีก

แถวบ้านมีร้านขายของชำ อยู่ 2 ร้านเลย เลี้ยวซ้ายก็เจอ เลี้ยวขวาก็เจอ ก็ไม่ได้ไกลกันมากเลย

จะมีอาชีพเสริมอยู่ด้วย ร้านทางซ้ายจะขายพวกน้ำผลไม้ เป็นน้ำมะพร้าว+น้ำเก๊กฮวย ราคาแก้วละ 5 บาท
แต่แช่เย็นแบบเจี๊ยบ ๆ เป็นวุ้น อร่อยมาก

ส่วนร้านทางขวา จะขายเป็นไส้กรอก+ลูกชิ้นหมู ปิ้ง น้ำจิ้มรสเด็ด ขายเฉพาะแค่ตอนบ่ายถึงเย็น
โดย: เด็กน้อยตัวแสบ (เด็กน้อยตัวแสบ ) วันที่: 23 กรกฎาคม 2555 เวลา:8:45:57 น.
  
ไหนๆ ก็ ใจดี อุตส่าห์ โพสต์ "ซ้ำเติม" ของคุณธเนส ให้แล้ว.... ขอ "ทำไม" ของ แมว จิรศักดิ์ (ก่อนปิดกระทู้ แห่งความทรงจำ ของ....คนแก่) อีกสักเพลง ได้เป่า ??? อิอิ
โดย: มาม่า (อีกแล้ว) IP: 115.87.37.7 วันที่: 31 กรกฎาคม 2555 เวลา:21:56:09 น.
  
ขายอะไหล่เหนื่อยแต่ได้เงินมากกว่าคนทำไม่มากแต่ต้องใช้ความพยายามสูง แต่จะไขว้ขว้าหาความรู้
โดย: leeo IP: 125.26.168.199 วันที่: 16 สิงหาคม 2555 เวลา:19:43:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 100 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments