Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ 3
หลังจากเปิดให้บริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญมาได้ประมาณครึ่งปีแล้ว ก็คิดว่ามันไปรอดแล้ว ไม่เจ๊ง มีลูกค้าต่อเนื่อง ยอดรายได้ค่อยๆเพิ่มขึ้นทุกเดือนเป็นที่น่าพอใจ

มีการเปลี่ยนแปลง พี่สาวของฉันขอเช่าที่ด้านในเพิ่ม ถ้าตั้งได้ 10 ตัว เธอก็อยากจะเหมาที่ทั้งหมด แต่ฉันไม่ให้ พื้นที่ในบ้านจำกัด วางเพิ่มได้อีก 2 เครื่อง เท่านั้น

เลยมีการเอาเครื่อง 10 โลออก แล้วเปลี่ยนเป็นเครื่อง 9 โล กับ 15 โล มาแทน ทำให้ที่ร้านมีเครื่องซักผ้ารวมทั้งหมด 5 เครื่อง
6.5โล - 1ตัว 15บาท/ครั้ง
9โล - 2ตัว 20 บาท/ครั้ง
12โล - 1ตัว 30 บาท/ครั้ง
15โล - 1ตัว 40 บาท/ครั้ง

ลงเครื่องใหม่ๆ ลูกค้าก็ชอบนะ ความคิดเรื่องเครื่องใหม่ๆซักสะอาด ทำให้เครื่องซักผ้าดูน่าใช้ ก็มีลูกค้าใหม่ๆมาลอง

ตอนแรก ฉันก็บ่นๆ อยากได้เครื่องซักผ้าตัวใหญ่ๆนะ เพราะเครื่อง 12 โล นำผ้านวมมาซัก มันแน่นเครื่องไปหน่อย ยิ่งผ้านวมใหม่ๆ ใส่ไม่ลงเลย พี่สาวของฉันตัดสินใจ ซื้อเครื่อง 15 โลมาลงเพิ่ม ซึ่งฉันก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนะ เพราะเครื่องแพงมาก สองหมื่นกว่า ซึ่งฉันก็รู้สึกว่าทุนมันหนักเกินไปนะ ระยะเวลาคืนทุนก็ยาวนาน เพราะคนมาใช้น้อยกว่าเครื่องเล็ก แต่เธอก็กล้าที่จะลง เพื่อแก้ปัญหา เรื่องซักผ้านวม ( นายทุนว่าไง เราก็ต้องว่าตาม )


ซึ่งมันก็เป็นไปตามคาด คนมาใช้เครื่อง 9 โล ตัวใหม่มากกว่าเครื่อง 15 โล แต่ก็ไม่เงียบเหงาจนเกินไป เพราะวันเสาร์-อาทิตย์ เครื่องซักผ้า เต็มทุกเครื่องตั้งแต่เช้า บางคนมาเจอเครื่อง 12 โลไม่ว่าง ก็ไม่อยากรอ ลงเครื่อง 15โลแทน แต่คนที่มาลงเครื่อง 9 โล ถ้าเครื่องเต็ม เขามักจะรอคิว ไม่ลงเครื่องใหญ่

ถ้าลูกค้ามาต่อคิว บางคนจะกลับมาใส่ผ้าลงเครื่องเอง เราก็ต้องจองคิวให้เขาก่อน คนมาใหม่ก็ต้องไปใช้เครื่องอื่นแทน แต่คนที่ไม่รอคิว ฝากผ้าไว้ ฉันก็จะเอาผ้าลงเครื่องต่อให้ทันที


บางครั้งคนทำงานกับนายทุน ก็ไม่เข้าใจกันนะ พี่สาวของฉัน เขาคิดว่า ตั้งเครื่องทิ้งไว้ ไม่ต้องดูแลก็ได้ ร้านอื่นๆไม่มีคนดูแล ลูกค้าก็จัดการกันเองได้ ฉันไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเลย

แต่สำหรับฉันคนทำงานอยู่ตรงนั้น ร้านของฉันอยู่ตรงนี้ ถึงเครื่องจะไม่ใช่ของฉัน พี่สาวฉันแค่มาเช่าที่ จะไม่ดูแลเลยก็ได้ แค่เช็ดเครื่องเช็คฝุ่นให้ตอนเช้าอย่างเดียว รับค่าเช่าแล้วจบ ซึ่งฉันทำไม่ได้ ลูกค้ามาก็ต้องรับแขกบ้าง ใส่ใจดูแลบ้าง เครื่องซักผ้าไม่ใช่ของฉัน ฉันก็เป็นห่วงนะ คอยดูผ้าซักสะอาดมั๊ย ดูว่าเครื่องเป็นอะไรหรือเปล่า ทำงานปรกติมั๊ย ก็ต้องแวะไปดูบ้าง

ถ้าไม่ใส่ใจเลย บางครั้งมันก็เกิดความเสียหายได้ เพราะบางคนคิดว่าผ้าห่มเด็กผืนเล็กๆ ผ้านวมอ่อนๆบางๆ หมอนเล็กๆเบาๆ ใส่เครื่อง 9 โล ก็ได้ ผ้าไม่ได้เยอะเลย ซึ่งตอนแรกฉันก็ไม่คิดอะไร ปล่อยผ่าน ลูกค้าจะใส่อะไรก็ได้

เวลาผ้าไม่โดนน้ำ กับโดนน้ำมันต่างกัน บางครั้งผ้าอมน้ำมาก จะเจอปัญหาเครื่องไม่ยอมปั่นหมาด 8 นาทีสุดท้าย จะเด้งการทำงานกลับไปล้างน้ำใหม่อีกรอบ 15 นาทีสุดท้าย ทำวนแบบนี้ไม่จบ ซึ่งมันเป็นความเสียหาย เสียทั้งน้ำ ทั้งไฟ และเครื่อง ขาดทุนได้ ถ้าเราไม่เอาผ้าออก การคอยไปดูแล บางครั้งก็ลดความเสียหายตรงนี้ได้ แนะนำได้ทันก่อน ก็เปลี่ยนเครื่องทัน ถ้ามาดูไม่ทันใส่ไปแล้ว ก็ต้องระวังตอนเครื่องทำงาน ถ้าเห็นว่ามันทำงานวนซ้ำอีกรอบ ก็ต้องเอาผ้าออกบางส่วน เหลือให้น้อยชิ้น พอให้เครื่องปั่นหมาดได้ เครื่องจะได้จบการทำงาน อันนี้ถือเป็นข้อเสียของเครื่องซัมซุงเลย


การที่เราอยู่ดูแลบ่อยๆ เราก็จะพบข้อเสียบ้าง เห็นจุดอ่อนของเครื่องบ้าง อย่างไฟตก ไฟดับ ตัวโปรแกรมเครื่องหยอดเหรียญ มักจะรวนทุกที วิธีง่ายๆ ที่ช่างแนะนำมาคือ ให้ปิดสวิทซ์การทำงาน หรือถอดปลั๊กออก แป๊บนึง แล้วเสียบใหม่ ให้เครื่องรีสตาร์ท กลับมาทำงานได้ปรกติตามเดิม ถ้าเราไม่ดูแล ลูกค้ามาก็จะนึกว่ามันเสีย ใช้ไม่ได้ บางคนก็ไปเลย ขาดรายได้ บางคนไม่ทันสังเกตุ ใส่ผ้า ใส่เงินไปแล้ว เครื่องไม่เดิน ก็มาต่อว่าได้ เครื่องไม่ดี เครื่องเจ๊ง ไม่มาซักแล้ว เป็นความเสียหายอีก เราใส่ใจมันก็ลดข้อบกพร่องตรงนี้ไปได้


ช่วงหน้าฝน พี่สาวก็กลัวว่าคนจะมาใช้บริการน้อยลง เพราะฝนตกไม่มีแดดให้ตาก คนจะไม่มาซักผ้า ซึ่งฉันดูแล้ว ช่วงฝนตกคนไม่มาซักจริงๆ เพราะติดฝนมากกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะซักมือ หรือไม่ซักผ้าเลย คนเราก็ยังใส่เสื้อผ้าเหมือนเดิม ต้องซักเหมือนเดิม เพียงแต่บางครั้งติดฝนหลายวัน มาซักทีจะกองใหญ่ขึ้น ผ้ามากขึ้น บางคนก็ใช้เครื่องเล็กเหมือนเดิม ผ้าอัดแน่นหน่อย ใช้น้ำเยอะเต็มถัง บางคนแทนที่จะใส่เครื่องเล็กมาซัก 2 รอบ ก็กลายเป็นรวบยอดลงเครื่องใหญ่ รอบเดียวเลย ปริมาณการใช้ดูลดลง แต่ปริมาณผ้าไม่ได้ลดลงเลย

การสังเกตุก็จะทำให้เราเข้าใจในลักษณะของงานประเภทนี้มากขึ้น เข้าใจนิสัยการซักผ้าของคนมากขึ้น

การเพิ่มบริการมีผงซักฟอกขาย มีน้ำผ้าปรับผ้านุ่มขาย ก็ช่วยให้ลูกค้าสะดวกขึ้น และเราก็มีรายได้เล็กๆน้อยๆเพิ่มขึ้น พวกผงซักฟอกซองละ 10 บาท จะพอดีและเหมาะกับการซักผ้า 1 รอบ ซองเล็กดูเหมือนแพง แต่ว่ามันสะดวก ฉีกซองแล้วใช้เลย ทำให้ผงซักฟอกมีกลิ่นที่หอมกว่า ซื้อห่อใหญ่แล้วค่อยๆมาแบ่งซัก บรีสเอ็กเซล ชนิดน้ำก็ดี ลดปัญหาคราบผงซักฟอกตกค้างได้

บางคนเอาผ้ากองโตมาซัก เทผงซักฟอกกองหนึ่งลงไป แล้วด้วยความที่ผ้าแน่นมาก ไม่มีที่ให้ผงซักฟอกมันตีฟองเลย แล้วซักไปซักมาผ้าม้วนตัวจับผงซักฟอกอีก ซักเสร็จกลับไป เจอคราบผงซักฟอกค้างติดเสื้อผ้า ต้องไปซักใหม่ ถ้าใช้น้ำยาซักผ้า จะช่วยลดปัญหาคราบผงซักฟอกนี้ไปได้

ปัญหาน้ำยาปรับผ้านุ่มใส่แล้วไม่หอม ก็เจอลูกค้ามาบ่น ทำให้ฉันต้องมาสังเกตุดู พบว่า เครื่องมันบางทีก็ปล่อยน้ำยาปรับผ้านุ่มมาตอนน้ำ 2 ที่ล้างผ้า พอถึงน้ำ 3 ก่อนปั่นหมาด น้ำยาปรับผ้านุ่มก็ถูกล้างออกไปหมดแล้ว มันจึงไม่น่าแปลกใจเลย ทำไมลูกค้าบางคนบ่นว่าผ้าไม่หอม บางครั้งต้องมาช่วยดู ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มให้ตอนน้ำสุดท้าย เพื่อให้ผ้าหอมสมใจยากลูกค้าเลย



อันที่จริง เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ มันเป็นอาชีพที่มีทุน มีทำเลดีๆพอแล้ว ไม่ต้องใส่ใจมาก ไม่ต้องเรียนรู้การทำงานเลยก็ได้ เพราะเครื่องทำงานอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่ถ้าเราใส่ใจมันหน่อยก็ดี เรียนรู้มันไป ลูกค้ามีปัญหาจะได้มีคนตอบคำถามเขาได้ แก้ให้เขาได้ เขาจะฝากผ้าก็ได้ไว้ใจ มีคนดูให้ มีคนเก็บผ้าให้ เครื่องมีปัญหาอะไร ก็แก้ได้ทันที ดีกว่าทิ้งไว้ตั้งนานกว่าจะรู้เครื่องพัง เครื่องเป็นอะไรไม่รู้ ตามช่างที ก็เสียค่าบริการแล้ว 300 ถ้าให้ช่างมาแค่ถอดปลั๊กออก แล้วเสียบใหม่ใช้งานได้ตามเดิม แค่นี้มันก็ไม่คุ้มนะ เราดูแล ก็ยืดอายุการทำงานของเครื่องออกไป คุ้มค่าการลงทุนหน่อย





Create Date : 27 กรกฎาคม 2554
Last Update : 28 กรกฎาคม 2554 1:23:56 น.
Counter : 26913 Pageviews.

89 comments
  
ไม่ทราบว่าเครื่องมีปัญหาบ้างป่าวครับ
แล้วทำเลที่คุณทำเป็นบ้านตัวเองหรอครับ คือผมก็ทำธุรกิจนี้เหมือนกัน แต่ทำประมาณ 4-5 เดือน อยากจะมาแชร์ประสบการณ์กันอะครับ อีเมลผมนะ Fanta_Boy54@hotmail.com
โดย: ตี๋ IP: 124.122.206.16 วันที่: 28 กรกฎาคม 2554 เวลา:11:18:24 น.
  
คุณตี๋ คุยกันในบล็อคได้ค่ะ

เปิดให้บริการด้านนอก ประมาณ 7-8 เดือน ด้านในพึ่งจะ 2-3 เดือนค่ะ

เครื่องตัวเล็กจะมีปัญหาถ้าผ้าหนักเกินไป มันจะไม่มีแรงปั่นหมาดน้ำสุดท้าย แต่เครื่องใหญ่ไม่เจอปัญหานี้นะ

มีปัญหาเรื่องผงซักฟอกตกค้างบ้าง ละลายไม่หมด อาจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเครื่องซักไม่สะอาด

ถ้าเกิดไฟตกไฟดับ ตัวเครื่องหยอดเหรียญก็จะมีปัญหา

แต่มากกว่านี้ ยังไม่เจอนะ


ทำเลตรงนี้ คือบ้านของฉัน เป็นร้านค้า แต่พี่สาวมาเช่าที่วางเครื่องซักผ้าค่ะ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 28 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:14:45 น.
  
ชอบครับ มีข้อมูลดีๆมาแบ่งบัน
โดย: dme IP: 171.98.94.214 วันที่: 31 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:15:19 น.
  
โดย: secondcar (loveyoupantip ) วันที่: 31 กรกฎาคม 2554 เวลา:15:54:59 น.
  
อยากปรึกษาเครื่องซักผ้ายี่ห้ออะไรที่ทนๆๆๆๆจะลงที่หอพักครับเครื่องเก่าเสียแล้ว ขอคำแนะนำด้วยครับ 0818605011 ขอบคุณครับ
โดย: โจ้ IP: 124.122.107.142 วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:16:41:04 น.
  
ที่คุณฟ้าใส บอกว่าลูกค้าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มแล้วไม่หอม อันนี้เคยเป็นเหมือนกันค่ะแต่เป็นเครื่องที่ใช้เองที่บ้านนะคะ ก็เคยส่งสัยเหมือนกันว่ามันไม่หอมเลยทั้งๆ ที่เครื่องของซัมซุงก็จะมีช่องใส่น้ำยาอยู่ข้างๆ ช่องใส่ผงซักฟอก ก็ใส่ลงไปปกติแต่พอผ้าออกมาไม่หอม ก็เลยใช้วิธีตั้งโปรแกรมให้มันซักและก็ล้างแค่สองอย่างก่อน พอถึงแค่ขั้นตอนนี้ก็จะมาเปิดถังผ้าดูแล้วใส่น้ำยาลงไปในถังผ้าเลย แต่ส่วนใหญ่ที่ซักแบบนี้ก็จะเป็นเสื้อผ้าอยู่บ้านน่ะค่ะก็จะไม่ได้อะไรมากมาย ก็จัดแจงเทน้ำยาใส่ลงไปในถังผ้าเลยไม่ได้ใส่ในช่องที่เขามีให้นะคะ(เพราะใส่ในช่องมันเล็กใส่ในถังผ้ามันใส่ได้เยอะดีน่ะค่ะอยากได้หอมแค่ไหนก็ใส่เข้าไปเลย) แล้วก็คนให้น้ำยาเข้ากับผ้าของเรา แต่ดึงปลั๊กออกก่อนน่ะคะกลัวไฟดูด ก็แช่ซักพัก แล้วก็ค่อยเสียบปลั๊กแล้วเลือกโปรแกรมแค่ปั่นหมาดอยากเดียว อาจจะดูยุ่งยากไปหรือเปล่าคะเพราะต้องมาคอยดู แต่เมื่อก่อนก็ไม่ได้ทำแบบนี้ผ้าก็ไม่ค่อยหอมเท่าไหร่ แต่พอทำแบบนี้ผ้าหอมขึ้นกว่าเดิมนะคะ แต่ไม่รู้ว่าเครื่องแต่ละยี่ห้อจะมีโปรแกรมตั้งเหมือนกับซัมซุงหรือเปล่าน่ะค่ะ
สุดท้ายนี้อยากบอกว่าชอบข้อมูลของคุณฟ้าใส เหมือนเดิมค่ะที่มีข้อมูลดีดีมาฝาก และจะแวะเวียนมาทักทายบ่อยๆนะคะ
โดย: kung IP: 58.8.1.254 วันที่: 23 สิงหาคม 2554 เวลา:13:33:23 น.
  
คุณkung

ขอบคุณนะคะ ที่รวมแบ่งปันข้อมูลดีๆ
และขอบคุณที่แวะมาทักทายกันบ่อยๆนะคะ



คุณโจ้
ขออภัยที่ไม่กล้าแนะนำ เนื่องจากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้
ให้ข้อมูลผิดๆคงไม่ดีนัก ต้องขอโทษด้วยค่ะ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:18:42:58 น.
  
รบกวนขอคำแนะนำหน่อยค่ะ
จะใช้เครื่องยี่ห้อไหนดีค่ะ
การซักต่อครั้งกำไรที่ได้เป็นยังงัยบ้างค่ะ

ดิฉันอยากทำแต่มีคนค้านเยอะ โครงการนี้คิดมา 3 ปีแล้วค่ะ ด้วยเสียงคัดค้านต่างๆนานา เลยทำให้กลัว เลยทำให้ต้องหาข้อมูลซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบเพื่อมาสนับสนุนความคิดของตัวเอง จนได้มาเจอกระทู้ของคุณ....ขอบคุณมากนะค่ะ สำหรับเรื่องราวดีดี

โดย: เฌอร์ เริงระบำ IP: 58.9.29.189 วันที่: 23 กันยายน 2554 เวลา:11:55:26 น.
  
คุณ เฌอร์ เริงระบำ

ในห้วข้อ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ 2
ได้มีการพูดถึง การลงทุนและความคุ้มค่าอยู่นะคะ
ต้นทุน-กำไร ลองกลับไปอ่านดูนะคะ



ส่วนยี่ห้อไหนดี

ยี่ห้อที่เขาทำขายหยอดเหรียญ มีไม่กี่ยี่ห้อให้เลือกเองคะ ส่วนมากจะเป็น ซัมซุง LG โตชิบา อยู่แถวนี้แหละ ยี่ห้อแพงๆ เขาก็ไม่เอามาทำตู้หยอดเหรียญกัน

สาเหตุที่ไม่นิยมนำเครื่องซักผ้าแพงๆมาทำ

1. ทำให้ต้นทุนในการลงทุนสูง คืนทุนช้า

2. เครื่องหยอดเหรียญ พวกนี้เหมือนเครื่องสาธารณา เครื่องดีๆก็พังได้ ซ่อมบ่อยๆ ค่าซ่อมบำรุงบ่อยๆก็ไม่คุ้ม ซื้อเครื่องใหม่ดีกว่า

3. ต่อให้เครื่องดี ใช้ทนนาน แต่ว่าหน้าตาเก่าๆ ความรู้สึกของลูกค้า ก็มักจะคิดว่าเครื่องเก่าไม่ดี ร้านไหนลงเครื่องใหม่ๆ หน้าตาสวย ลูกค้าก็จะแห่ไปใช้ของใหม่ เพราะคิดว่าของใหม่ดีกว่า ดังนั้นเครื่องทนๆมาก อาจจะไม่จำเป็นเท่าไหร่ ใช้งานสัก 3 ปี คืนทุน มีกำไรนิดหน่อย ซื้อเครื่องใหม่ดึงดูดใจดีกว่า



ส่วนยี่ห้อไหนดีกว่ายี่ห้อไหน อันนี้ก็ตอบไม่ได้นะคะ เพราะยังไม่ได้ลองใช้ทุกยี่ห้อ แต่ที่ร้านใช้ส่วนมากก็ยี่ห้อซัมซุงค่ะ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 23 กันยายน 2554 เวลา:21:27:24 น.
  
พอดีสนใจในการจะเปิดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญอ่ะ แต่ยังไม่มีข้อมูลใดๆๆเลยช่วยแนะนำได้มั้ยค่ะ คือตอนนี้ยุภูเก็ตค่ะ และมีบริษัทไหนที่โอเคบ้างช่วยนะนำหน่อยนะค่ะ
โดย: มุหลัน IP: 180.183.33.175 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:04:47 น.
  
จะรบกวนสอบถามคุณฟ้าใสหน่อยค่ะว่าใช้กล่องหยอดเหรียญยี่ห้ออะไร ใช้แล้วมีปัญหาหรือเปล่าอ่ะค่ะ
โดย: Koy sn IP: 182.52.94.39 วันที่: 26 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:55:06 น.
  
ผมทำ 5 เครื่องครับ toshiba 4 เครื่อง 6.5 กก.ราคา 5950 บาท หยอด 20 บาท LG 12 กก. ราคา 9400 บาท หยอด 40 บาท กล่องหยอดเหรียญ 2000 บาท
ซื้อมาจากแม็คโคร (ช่วงโปรโมชั่น) เซลที่แม็ดโครดิวกะร้านทำกล่องครับ ใช้น้ำเฉลี่ย/เดือนประมาณ 50 ยูนิต 1 ยูนิต = 1,000 ลิตร ครับ (เครื่อง 6.5 กก.ซัก 150 ลิตร/ครั้ง, เครื่อง 12 กก. ซัก 300/ครั้ง ตั้งน้ำเต็มถังทุกครั้ง) ตั้งในแฟลต จำนวนห้อง 600 ห้อง ได้ขาจรจากคนที่อยู่รอบแฟลต ในวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย รายได้/เดือน 6 พันขึ้นครับ (หักค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าที่แล้ว) ทำมา 3 เดือน แล้ว คำนวณดูก็น่าจะคืนทุนประมาณ 1 - 1.5 ปี มันก็เป็นธุรกิจเล็ก ๆ แต่รายได้ค่อนข้างดีนะครับ ใครสนใจลองหาทำเลดี ๆ ทำดูนะครับ
**ผมมาทำแทนเจ้าของเดิม ซึ่งเขาเลิกกิจการ คนเก่าใช้ซัมซุงครับ อะไหล่ถูกจริง แต่พังง่าย ผมเลยใช้ toshiba แพงกว่านิดหน่อย ส่วนเครื่อง 12 กก.มันแพง เลยใช้ lg ยินดีให้คำแนะนำนะครับ visit92@hotmail.com
โดย: visit IP: 61.90.52.93 วันที่: 13 สิงหาคม 2555 เวลา:20:58:59 น.
  
คุณ visit คะ รบกวนถามเรื่องยี่ห้อหน่อยค่ะ

ดิฉันจะทำเครื่องหยอดเหรียญมอง ๆ toshiba ไว้เหมือนกัน
อยากรู้ว่าเครื่องซักสะอาด เสียบ่อยมั๊ย
โดย: ปิยธิดา IP: 110.49.227.200 วันที่: 8 กันยายน 2555 เวลา:14:05:19 น.
  
รบกวนถามเรื่องการเปิดเก็บเงินตู้ยอดเหรียญว่าเปิดเก็บเงินทุก ๆ กี่วันคะ

ถ้าเราไปซื้อคอนโดใหม่ที่หนึ่งแต่ไม่ได้อาศัยอยู่ แต่ไปเช่าพื้นที่ส่วนกลางเพื่อวางเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแบบนี้จะ work ไหมคะ และคอนโดกับบ้านที่พักอาศัยห่างกันประมาณ 70 ก.ก นะคะ ช่วยแนะนำหน่อยคะ กำลังสนใจอยากทำอะไรบ้าง

และค่าเช่าพื้นที่ควรอยู่ที่ราคาต่อเดือนเท่าไรคะถึงจะเหมาะสมคะ เพราะคอนโดน่าจะให้ประมูลเช่าคะ
โดย: จิน IP: 125.25.185.13 วันที่: 9 กันยายน 2555 เวลา:23:25:48 น.
  
คุณจิน

กล่องใส่เงิน รองรับเงินได้เป็นพันอยู่ ระยะเวลาเปิดเก็บเงิน เดือนละครั้งก็ได้ แต่ถ้ากลัวโดนงัดไม่ปลอดภัย จะเร็วกว่านั้นก็ได้ แล้วแต่เรากำหนดเอง

การจะไปเช่าที่ส่วนกลางเพื่อวางเครื่องซักผ้า คงต้องดูก่อนว่า คอนโดนี้เขามีเครื่องซักผ้าอยู่แล้วหรือเปล่า หรือไม่มี ถ้ามีอยู่แล้ว เราไปเปิดเพิ่ม ก็แข่งกับเขา ถ้าของเดิมคนใช้บริการเยอะไม่เพียงพอ ก็น่าลงเพิ่ม แต่ถ้าของเดิมคนใช้น้อย แล้วเราจะไปลงเพิ่มทำไม สำรวจความต้องการหน่อยก็ดีนะคะ ถ้าขาดควรจะลง แต่ถ้าของเดิมเหลือ ก็ไม่ควรจะเพิ่ม

แล้วคอนโดมีที่ตากผ้าให้หรือเปล่า ถ้าห้ามตากผ้าในห้อง ต้องจ้างซักรีดข้างนอก เครื่องซักผ้ามันก็ไม่เหมาะนะ ถ้ามีระเบียงที่ตากผ้า ก็น่าจะตั้งได้อยู่


ถ้าเราตั้งเครื่องซักผ้าในคอนโด ที่ห้ามคนนอกเข้า-ออก มีระบบความปลอดภัยดี คนใช้เครื่องก็จะมีแต่คนใน ดังนั้นปริมาณการซัก ก็ขึ้นอยู่กับคนในคอนโดเท่านั้น ไม่มีขาจร คนน้อย ก็รายได้น้อยตาม คนมากก็ได้มาก เพราะถือเป็นเครื่องปิดเฉพาะคนใน

ถ้าไม่มีคนนอกมาใช้ความคาดหวังของคนในคอนโดคือ เครื่องควรจะสะอาดน่าใช้ ถ้าเจอเครื่องสกปรก ไม่น่าใช้ คนในไม่ใช้ ก็ตาย ขายไม่ออก เพราะไม่มีคนนอกมาช่วยเสริมรายได้ รายได้มาจากภายในอย่างเดียว ถ้าคนในไม่ใช้ก็จบกัน


ถ้าเราตั้งเครื่องซักผ้าภายนอก บริเวณคอนโดที่มีคนที่อยู่รอบคอนโดสามารถมาร่วมใช้ด้วยได้ รายได้จะมาจากสองทาง คือทั้งคนใน และ คนนอก

แต่การมีคนนอกมาใช้ด้วย คนในจะรู้สึกว่า สกปรก บางคนอาจจะไม่กล้ามาใช้ร่วม แต่ถ้าเราดูแลดี จะได้ลูกค้าทั้งสองทาง คนในและคนนอก คนอยู่ในคอนโดน้อย ก็ยังได้คนนอกมาช่วยเสริมรายได้

แต่จะได้จากคนนอกหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า คอนโดตั้งอยู่ในที่ส่วนตัว หรือชุมชน ต้องไปประมาณตามสภาพท้องถิ่นอีกที ซึ่งแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ต้องพิจารณาเองนะคะ


ส่วนค่าเช่าที่เหมาะสมก็คงต้องขึ้นอยู่กับทำเล และค่าที่ของคอนโดนั้นๆ ถ้าสูงเกินไปก็คงต้องลองเทียบดูว่าคุ้มค่าเช่าหรือเปล่า




ถ้าเป็นคอนโด หรือหอพัก ผู้มีรายได้ต่ำ เขาจะใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญมากกว่า คนมีรายได้สูง เพราะเขายังไม่มีเงินซื้อเครื่องเป็นของตนเอง แต่จะใช้แบบให้คุ้มค่าที่สุด ก็ควรจะระวังเรื่องปริมาณผ้าสักนิด ยัดเกินขนาดก็มี เครื่องจะพังไว

ถ้าเป็นคอนโดผู้มีรายได้สูง เขามีเครื่องซักผ้าเป็นของตนเองแล้วค่ะ ยกเว้นเครื่องเสีย หรือมีปัญหา เขาถึงจะมาใช้ข้างนอกชั่วคราว เรียกว่าหากินกับคนรวยยากกว่า

ลองไปพิจารณาดูเองนะคะ ว่าของคุณเป็นแบบไหน
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:14:29:21 น.
  
รบกวนถามค่ะ
1.จะลงเครื่องซักผ้าซัก3เครื่ิอง ลูกค้าชาวแฟลตทหาร
2. ควรจะลงเครื่องกี่ กิโลดีคะ พร้อมราคาเท่าไหร่ดี
3.ยี่ห้อ LG กับ โตชิบา ความอึดอันไหนดีกว่ากัน เสียงนิ่มไม่ดัง กลัวร้านข้างๆๆบ่นน่ะค่ะ
4.เครื่องอบผ้าฝาหน้ายี่ห้อไหนพอใช้ได้คะ
5.ต้องติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำด้วยใช่ไหมคะ
ขอบคุณค่ะ
โดย: A IP: 110.49.224.136 วันที่: 23 กันยายน 2555 เวลา:0:28:36 น.
  
ขอบคุณ คุณฟ้าใสมาก ๆ เลยค่ะที่มาแบ่งปันเรื่องดี ๆ ให้กัน ขอให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้า ร่ำรวย ๆ นะคะ ^_^
โดย: ํYUI IP: 223.207.78.167 วันที่: 30 ตุลาคม 2555 เวลา:0:34:36 น.
  
แวะมาแชร์ความรู้เพิ่มเติมครับ หลังจากผ่านไป 5 เดือน ทั้ง 5 เครื่องยังใช้งานได้ดีครับ เครื่อง 12 กก. ยี่ห้อ lg จะมีปัญหาเครื่องค้างบ่อยครับ (โค๊ด UE) หาสาเหตุอยู่นานจนถึงบางอ้อ สรุปว่าเทพื้นไม่สมดุล ต้องหาอะไรมาหนุนครับ ปัญหาเครื่องค้างก็หมดไป เครื่อง 6.5 กก. ยี่ห้อ toshiba ไม่พบปัญหาอะไรครับ ซักผ้าสะอาดพอ ๆ กับซัมซุงครับ ถ้าเครื่องใช้งานมาก ๆ ควรแงะเอาตะแกรงกรองเศษด้ายมาทำความสะอาดทุกวัน (ถ้ามีเวลา) ตอนนี้กำลังจะขึ้นเดือนที่ 6 เริ่มมีคราบนิดหน่อย เห็นว่ามีบริษัทผลิตน้ำยาล้างเครื่องซักผ้าขายแถว ๆ ตลิ่งชันนะครับ ขอลองหาข้อมูลก่อน ถ้าใช้แล้วดีจะมาบอกนะครับ ลืมบอกไป เมื่อเดือนที่แล้วผมไปตั้งเครื่องเพิ่มอีก 5 เครื่อง 6.5 กก.ใช้ซัมซุง และ 12 กก.ใช้ lg ส่วนตัวผมว่า toshiba น่าจะทนกว่าแต่แพงกว่านิดหน่อย แต่ถ้า 10 กก.ขึ้นไปจะแพงมาก เลยต้องใช้ lg ครับ
โดย: visit IP: 101.108.10.80 วันที่: 31 ตุลาคม 2555 เวลา:20:28:25 น.
  
ใครมีวิธีตัดระบบหยอดเหรียญออก แล้วมาใช้โปรแกรมเครื่องปกติมั้ยครับ...
โดย: ขนมหวาน IP: 125.25.245.110 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา:11:12:31 น.
  
หวัดดีคับ ผมมือใหม่อยากลงทุนเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญให้แม่ ผมอยากรู้ว่าควรเริ่มต้นยังไงแล้ว งบประมานอยู่ที่เท่าไหร๋ ขอบคุนครับ
โดย: jack IP: 110.77.228.167 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:9:48:44 น.
  
สนใจที่จะทำเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเหมือนกันค่ะแต่ไม่ทราบว่าต้องเตรียมงบประมาณเท่าไรดี ตอนนี้หาทำเลไว้แล้วค่ะ อยากได้รายละเอียดการดำเนินการทั้งหมดเพื่อเป็นแนวทาง แนะนำให้ทาง email ด้วยนะค่ะ (j.saichon@hotmail.com)
โดย: ploy IP: 124.121.143.142 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:55:04 น.
  
อยากปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องหยอดเหรียญ
อยากทราบว่าเครื่องหยอดเหรียญแบบไม่ต้องต่อกับวงจร ที่ไหนมีขายบ้าง แล้วแบบไหนดีกว่าระหว่างแบบต่อวงจร กับแบบเสียบไฟไม่ต้องต่อเข้ากับวงจร
โดย: nasse IP: 118.175.13.49 วันที่: 11 ธันวาคม 2555 เวลา:15:18:25 น.
  
ขอคำปรึกษาหน่อยครับ

พอดีเปิดหอพักและต้องการเครื่องซักผ้าหญอดเหรียญ

ไม่ทราบว่า ควรซื้อหรือเช่าเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญดีครีบ

แร้วเรื่องซ่อมบำรุงเป็นยังไงบ้างครับ มีช่างมาดูแลตลอดหรือป่าว
โดย: T IP: 1.0.232.152 วันที่: 19 ธันวาคม 2555 เวลา:17:25:18 น.
  
คุณ ขนมหวาน

ตัดระบบหยอดเหรียญออกไม่ยากครับ คือจริงๆ ระบบหยอดเหรียญ มีันก็แค่ทำหน้าที่ไปกด สวิทช์ที่หน้าแผงควบคุมแทนที่เราจะกดเองเท่านั้นครับ ส่วนมากช่างที่ติดตั้งเขาจะ ตัด SW.ที่หน้าแผงเครื่องซักผ้าเราไป ไม่ก็ช่างจะหาอะไรมาหนุนให้ลูกค้ากด SW.ไม่ได้ เราแค่เอาตรงนี้ออกก็ใช้ได้แล้วครับ
โดย: หาญ IP: 124.122.22.127 วันที่: 19 ธันวาคม 2555 เวลา:18:03:33 น.
  
รบกวนถามคะ ไม่ทราบว่าควรซื้อเครื่องซักผ้าที่ติดเครื่องหยอดเหรียญมาแล้วหรือซื้อเฉพาะเครื่องแล้วเอาตัวหยอดเหรียญมาติดเพิ่มทีหลังดีกว่ากันคะ แล้วพอจะแนะนำได้มั้ยคะว่าตัวหยอดเหรียญร้านไหนดี
โดย: Thip IP: 115.87.124.21 วันที่: 20 ธันวาคม 2555 เวลา:21:27:37 น.
  
คุณThip
ตัวเครื่องหยอดเหรียญอย่างเดียว ประมาณ 3พันกว่าบาทมั้ง ( ถ้าจำไม่ผิดนะ)

ถ้าคุณไปเจอเครื่อซักผ้าลดราคา หรือมีเครื่องซักผ้าที่ไม่ได้ใช้ ในสภาพที่ดี จะนำมาทำเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ก็ไปให้ร้านเขาติดเฉพาะ กล่องหยอดเหรียญก็ได้

แต่ถ้ายังไม่มีเครื่องซักผ้าเลย แล้วคิดจะซื้อใหม่ การไปซื้อที่ห้าง คุณจะเสียค่าน้ำมันรถขนเครื่องกลับมาบ้าน 1 รอบ แล้วคุณก็ต้องแบกเครื่องซักผ้าจากที่บ้านไปที่ร้าน ให้เขาติดเครื่องหยอดเหรียญ อีก 1 รอบ ทางร้านอาจจะขอเวลา 2-3 วัน แล้วกลับมารับเครื่อง คุณก็จะเสียค่ารถไปรับเครื่องซักผ้ากลับมาบ้านอีก 1 รอบ และอาจจะเสียค่ารถเพิ่มในการนำเครื่องซักผ้าไปติดที่คุณต้องการจะติดตั้งอีก 1 รอบ

จะเห็นได้ว่า การซื้อเครื่องใหม่ แล้วนำดำเนินการเอง จะมีค่าใช้จ่ายในการขนเครื่องไปมา ต้องลองเทียบระยะทางค่าน้ำมัน กับ ส่วนลดเครื่องซักผ้าที่เราได้มา มันคุ้มกันหรือเปล่า ที่จะซื้อมาติดเอง

ถ้าซื้อที่เขาติดเครื่องหยอดเหรียญสำเร็จ คุณจะเสียค่ารถไปกลับ แค่รอบเดียว ขนมาจากร้านได้เลย หรือจ้างช่างที่ร้านมาติดตั้งให้ การเดินทางครั้งเดียวจบ

ส่วนกล่องเครื่องหยอดเหรียญร้านไหนดี หรือยี่ห้อไหนดี อันนี้ไม่ทราบค่ะ เพราะใช้อยู่ยี่ห้อเดียว เลยไม่เคยได้เปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น ตอบยากว่าอันไหนดีกว่ากัน




คุณหาญ
ขอบคุณที่เข้ามาช่วยตอบนะคะ



คุณ T
ควรซื้อดีกว่าค่ะ มีระบบผ่อนชำระ ถ้าเราไม่มีเงินก้อนจะซื้อสดนะ เอารายได้ที่ได้จากการซักผ้า มาผ่อนส่งตัวเครื่องเองก็ได้ ถ้าขายดีไม่เกินปีก็ได้ค่าเครื่องแล้วค่ะ

ถ้าเช่าเครื่องเราก็ต้องแบ่งกำไรให้กับคนที่ให้เช่าเครื่อง แทนที่จะได้เองทั้งหมด


ตั้งแต่ติดตั้งเครื่องมาประมาณ 2 ปี ยังไม่เคยต้องเรียกช่างมาซ่อมเลย ต่างกับตู้น้ำหยอดเหรียญ ตามช่างมาหลายรอบแล้ว




เรื่องการลงทุน ย้อนกลับไปอ่านหัวข้อแรกๆ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ตอนที่ 1 กับ 2 นะคะ

โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 20 ธันวาคม 2555 เวลา:23:24:34 น.
  
ซื้อดีกว่าแน่นอนค่ะ เราก็ทำอยู่เหมือนกัน
ตอนนี้คิดทำโปรโมชั่น ซัก12 ครั้ง ซักฟรี 1 ครั้งอยู่คะ กำลังลุ้นว่ายอดขายจะเพิ่มหรือไม่
เพิ่งทำมาได้ 4 เดือนค่ะ ที่บ้านทำอพาร์ทเม้นท์คะ ตอนแรกแบ่งเปอร์เซนต์กับเจ้าของเครื่อง แต่ละเดือนได้น้อยมากคะ ก็เลยมาลงทุนทำเอง รายได้ O.K. นะคะ ดีกว่าแบ่งเปอร์เซนต์เยอะเลยค่ะ ยอมลงทุนครั้งเดียว ไม่เกินปีครึ่งก็คืนทุนแล้ว ที่เหลือกำไรอย่างเดียว
โดย: THIPPAWAN IP: 202.57.130.34 วันที่: 23 ธันวาคม 2555 เวลา:17:07:00 น.
  
ฉันก็ทำเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญมาได้ 3 เดิอนแล้วรายได้ดีมากตอนแรกฉันลง 2 เครื่อง ตอนนี้เพิ่มอีก 3 เครื่อง แต่ 3 เครื่องไม่ได้ทำเป็นกล่องหยอดเหรียญรอเก็บเงินเลยส่วนใหญ่เครื่องไม่ค่อยว่างฉันก็ต้องคอยเก็บผ้าลงแฟ้บเองหรือว่าทำเองทุกขั้นตอนแต่ที่ร้านฉันใช้ระบบชั่งกิโลก่อนซักเพระลูกค้าเอาผ้ามาลงเยอะมากเครื่องไม่เดินเครื่อง 8 โล 20 บาทน้ำหนักไม่เกิน 4 กิโล เครื่อง 10 โลน้ำหนักไม่เกิน 6 โล รวมน้ำหนักตะกร้าแล้วถ้าทำแบบนี้เครื่องจะไม่พังเร็วลูกค้าก็งง นะแต่ก็ยอมรับได้
โดย: ธนัทพร IP: 180.183.168.50 วันที่: 25 ธันวาคม 2555 เวลา:11:39:10 น.
  
ใครพอทราบเครื่องหยอดเหรียญแบบไม่ต้องติดกับเครื่องทีใช้ระบบตัดไฟเปิดปิดมีขายทีไหนบ้าง
โดย: d IP: 118.175.13.49 วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:15:12:41 น.
  
อยากทราบว่าใช้น้ำอะไรได้บ้างคะใช้นำใต้ดินได้หรือเปล่า
โดย: ต้นอ้อคะ IP: 49.49.179.127 วันที่: 4 มกราคม 2556 เวลา:17:54:08 น.
  
มีความเสี่ยงมากไหม
โดย: ฟ้า IP: 110.49.232.11 วันที่: 15 มกราคม 2556 เวลา:14:56:36 น.
  
ถ้าพูดถึงเรื่องความเสี่ยง น่าจะเป็นปัญหาจากการขโมย งัดแงะ มากกว่าค่ะ แต่ถ้าพูดถึงตัวเครื่องซักผ้าไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ค่ะ แต่เราต้องมั่นใจในบริษัทที่เราสั่งซื้อสินค้านะคะ ลองสอบถามกับผู้ที่เคยลงเครื่องซักผ้าดูว่าสั่งจากที่ไหน บริการเป็นอย่างไร ความรวดเร็วในการมาซ่อมเครื่องให้เร็วแค่ไหน ส่วนตัวดิฉัน สั่งซื้อสินค้าจากหลานค่ะ เวลาเครื่องเสีย ก็ให้หลานมาดูให้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่รอนานนิดนึงอ่ะค่ะ แต่ก็ดีค่ะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แนะนำเป็นเครื่องของ LG นะคะ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียนะคะ พอดีตอนที่ดิฉันลง ใจร้อนไปหน่อยคะ บริษัท LG หยุดติดต่อหลายวัน เลยลงเครื่องซัมซุง มีปัญหาเรื่องน้ำหนักผ้า ถ้าใส่ผ้ามากเกินไป เครื่องจะใช้เวลาซักนานมาก จะเพิ่มเวลาการซักออกไปเรื่อย ๆ อ่ะค่ะ เช่น เหลือเวลาอีก 7 นาทีซักเสร็จ พอครบเวลา ก็จะเพิ่มเวลาให้อีก ทำให้เสียน้ำ-ไฟเพิ่ม ขอให้ผู้ที่สนใจทำ สู้ ๆ นะคะ ยังไงก็ไม่ขาดทุนค่ะ อย่าลืมเลือกทำเลดี ๆ นะคะ นี่เป็นอีกหนึ่งธุรกิจให้เงินทำงานแทนเราค่ะ
โดย: THIPPAWAN IP: 202.57.130.34 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:13:33:29 น.
  
คุณฟ้าใสค่ะ
ตอนนี้ เราลงเครื่องซักผ้าไว้ 2 เครื่อง เป็นเครื่อง
10 KG. 1 เครื่อง ราคา 30 บาท
แล้วก็ 6.5 KG 1 เครื่อง 20 บาท
และน้ำหยอดเหรียญ อีก 1 เครื่อง
เราวางไว้ใต้หอพักนักศึกษา แต่เจ้าของหอค่อนข้างเรื่องมาก แล้วเราก็จ่ายค่าที่เครื่องละ 300 สรุปต่อเดือนจ่ายค่าที่อยู่ที่ 900 บาท ยังไม่รวมค่่าน้ำค่าไฟ ค่าน้ำ 20 บาท ต่อหน่วย ค่าไฟ 8 บาทต่อหน่วย
เราดูแลเครื่องตามที่เจ้าของหออยากได้ทุกอย่าง
เริ่มจาก
1. เสียงเครื่องดัง ให้เอาช่างมาแก้เพราะอุปกรณ์ข้างในหลวม ก็เสียไป 500 บาท
2. เหรียญกินบ่อย เราก็เปลี่ยนแผงวงจรใหม่เลย เสียไปอีก 1000 บาท
มาคราวนี้เจ้าของบอกว่ามีกรณีลูกค้า รีบ ไม่รอให้ซักเสร็จ คือเอาผ้าออกมาก่อน เลยทำให้เครื่องค้าง แล้วก็พอมีลูกค้าคนใหม่มาซักมันก็จะกินเหรียญอีก คือเจ้าของหอต้องการให้พอหยอดเหรียญไปแล้ว reset ตัวเองใหม่เลย เราถามร้านที่เราเคยซื้อกล่องเค้าบอกว่าทำไม่ได้ หาตามเว็บกล่องหยอดเหรียญมา 34 เจ้าก็ไม่มีเจ้าไหนทำได้เลย
คุณฟ้าใสพอจะให้คำแนะนำได้ไหมคะว่าร้านไหน ยังไง ส่วนเรา เราคิดว่าจะทำคู่มือในการใช้อะคะ แต่ดูท่าทางเจ้าของหอไม่ยอมคะอยากให้เปลี่ยนอย่างเดียว

โดย: naamnoi IP: 202.28.180.202 วันที่: 11 มีนาคม 2556 เวลา:10:56:23 น.
  
คุณ naamnoi
ลูกค้าน้อยรายมากนะ ที่จะไม่รอซักจนผ้าเสร็จ เพราะถ้าเอาไปแบบไม่เสร็จ ผ้าจะอมน้ำ หนักมาก ยิ่งคนที่เอามาผ้ามาเยอะๆ แบกน้ำกลับไปด้วย หนักเป็นสองเท่าของที่เอามา แล้วต้องไปบิดผ้าเองอีกรอบ เหนื่อย ทำให้ลูกค้าบางรายเข็ด เพราะแทนที่จะสบาย กลับทำให้ตนเองลำบากมากขึ้น ( การเอามาซักเครื่องก็เพื่อหวังสบาย ) สุดท้ายเขาก็ต้องรอจนเครื่องทำงานเสร็จ แล้วค่อยเอากลับดีกว่า เพราะมันสบายกว่า เอากลับไปครึ่งๆกลางๆ

ดังนั้นคนกลุ่มนี้มีไม่มาก เราไม่ต้องแคร์มากก็ได้ เอาคนส่วนใหญ่เป็นหลักดีกว่า ดังนั้นที่ติดตั้งไว้นั้น ถือว่าดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกค่ะ

คุยปรับความเข้าใจเรื่องการทำงานกับเจ้าของหอมากกว่า


ตามที่เคยใช้เครื่องยี่ห้อ ซัมซุง กับ แอลจี มา
สองยี่ห้อนี้ มีข้อแตกต่างกัน เวลาไฟดับ หรือ เครื่องทำงานค้างไม่เสร็จ ซัมซุงจะมีความจำในเครื่อง กลับมาทำงานจนเสร็จ เมื่อไฟมา ต่างกับแอลจี ที่พอไฟดับ เครื่องจะหยุดการทำงานทันที ถ้าต้องการให้เครื่องทำงานอีกครั้ง ต้องหยอดเหรียญใหม่อีกรอบ

เท่ากับว่า กรณีที่ไฟดับ เครื่องซัมซุงทำงานต่อได้ โดยที่ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ถ้าจะใช้วิธี ถอดปลั๊กออก เพื่อหวังให้วงจรตัดไฟ เครื่องจะรีเซทใหม่ ใช้กับเครื่องซักผ้าซัมซุงไม่ได้

ถ้าเจอลูกค้านำผ้าออกก่อน ฉันก็ปิดผ้าปล่อยให้เครื่องทำงานจนเสร็จต่อไป โดยไม่มีผ้า อาจจะลดปริมาณน้ำลง กรณีที่เอาออกในขั้นตอนที่ 1 หรือ2 คือ ขั้นตอนการซักและล้าง ซึ่งน้อยคนนักที่ซักๆอยู่ไม่ล้าง แล้วจะเอากลับทันที เพราะต้องเอาไปล้างเองอีกรอบ คนไม่ค่อยมีคนทำนัก

ส่วนมาก กรณีเจอลูกค้าเอาหมอน หรือผ้าห่ม ที่ทำจากนุ่นมาซัก ในขั้นตอนที่ 3 คือ ปั่นหมาด เครื่องซัมซุง มักจะไม่มีแรงปั่น ปล่อยน้ำล้างอีกรอบ ฉันจะเอาหมอน หรือ ผ้าห่ม ของลูกค้าออกเอง เพราะถ้าปล่อยไว้ เครื่องจะทำงานไม่จบ ล้างแล้วล้างอีก ไม่ปั่น จึงเอาออกให้ลูกค้าไปตากทั้งที่ยังเปียกๆดีกว่า

การเอาออกในขั้นตอนที่ 3 คือปั่นหมาด เหลือเวลาทำงานประมาณ 8 นาทีเอง คือปิดฝาไปเครื่องก็จะทำงานต่อจนจบ ซึ่งไม่นานเกินไป ก็ควรปล่อยให้เครื่องทำงาน ดีกว่าไปหยุดการทำงานให้เสียระบบ การไปหยุดบ่อยๆทำให้วงจรเสียง่าย

แต่อยากหยุดการทำงานจริงๆ หยอดเหรียญซ้ำเข้าไป 2 ครั้ง เครื่องจะเออเร่อ ถอดปลั๊ก แล้วเสียบใหม่ เครื่องก็หาย ระบบการทำงานที่เครื่องจดจำไว้ ก็จะหายไปด้วย แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้บ่อยนัก กล่องจะเสียง่าย ทำให้ต้องเสียตังค์ เปลี่ยนกล่องใหม่อีก


ส่วนยี่ห้อ แอลจี ถอดปลั๊ก จบการทำงานได้เลย เครื่องไม่จำ เสียบปลั๊กใหม่ ก็เริ่มต้นใหม่


แต่วิธีพวกนี้ เจ้าของควรรู้วิธีแก้ แต่ไม่จำเป็น ไม่อยากแนะนำให้คนดูแลทำสักเท่าไหร่ เพราะถอดปลั๊กมันง่าย แต่ทำบ่อยๆ เวลาพังขึ้นมาไม่คุ้มกัน
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 11 มีนาคม 2556 เวลา:20:36:43 น.
  
พอดีพึ่งซื้อเครื่องซักเครื่องอัตโนมัตมาใช้ ไม่รู้ว่าต้องใช้ระบบน้ำยังไง เปิดน้ำจากก๊อกแล้วต่อต่อสายยางเข้าได้มั้ย หรือว่าต้องใช้เครื่องสูบน้ำด้วย
โดย: บล IP: 118.175.209.6 วันที่: 15 มีนาคม 2556 เวลา:11:35:52 น.
  
ขอความรู้หน่อยค่ะ อยู่ระหว่างตัดสินใจลงทุนธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ search internet มีร้านขายเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ขอทราบว่าบริษัทไหนเชื่อถือได้ และ บริการหลังการขายดีคะ ดู http://www.porapakelectric.com OK มั๊ยคะ
โดย: มือใหม่ IP: 110.164.206.245 วันที่: 20 มีนาคม 2556 เวลา:14:56:58 น.
  
ผมทำอยู่ที่สุราษลงเครื่องไว้6เครื่อง ต้องขอบอกเลยว่าตัวเองไม่เคยมีประสบการมาก่อนเปิดมาได้ประมาณ4-5เดือนรายได้ดีที่เดียว รายได้เฉลีย 15000-18000 ทุกๆเดือนรายได้ก็จะเพิ่มขึ้นลูกค้ามากขึ้น ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดผมจะคอยทำความสะอาดตลอดจะคอยหมั่นออกมาตรวจดูความเรียบร้อยความสะอาดอยู่ตลอดเวลาและคอยบริการให้คำแนะนำลูกค้าที่ซักไม่เป็นหรือไม่เข้าใจอะไร แล้วอีกอย่างหนึ่งต้องบริการเหรียญ10ให้ลูกค้าที่มาซักผ้าแล้วที่ร้านผมยังเปิดขายผงซักฟอกนำยาต่างให้เลือกหลายเแบบ
โดย: bank IP: 118.173.218.7 วันที่: 27 มีนาคม 2556 เวลา:13:00:59 น.
  
ถ้าเราเช่าห้องแถว เราควรมีเวลาปิดประตูไหมครับหรือเปิดไว้ทั้งคืน จะกินไฟไหมครับ กลางดึกจะเสี่ยงโดนงัดไหม เปิด แถวบ้านนอก
โดย: DK IP: 27.55.135.249 วันที่: 29 มีนาคม 2556 เวลา:6:49:19 น.
  
แล้วเหรียญที่เราได้จากเครื่องหยอด เรานำไปแลกที่ไหนหรือจัดการกับมันยังไงกันบ้างครับ
โดย: BON IP: 115.67.38.36 วันที่: 17 เมษายน 2556 เวลา:10:09:32 น.
  
ลงทุนใหม่ควรลงกี่เครื่องดี ค่าเช่าที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ จะคุมไหมครับ หรือเราจะติดมาตรน้ำ หม้อไฟเองเลย
โดย: อีฟ IP: 183.89.132.65 วันที่: 17 เมษายน 2556 เวลา:15:48:06 น.
  
คุณ BON

เหรียญที่ได้มา นำไปแลกที่ 7-11 โลตัส ท๊อป พวกนี้เขารับนะคะ หรือไปแลกกับร้านค้าใหญ่ๆในตลาดสดก็ได้ ดีกว่าไปเข้าธนาคารเสียค่านับเหรียญ

บังเอิญแถวบ้านมีโรงงานทำซูชิ ที่ขายชิ้นละ 5 บาท เขาต้องการเหรียญไว้ทอนเป็นจำนวนมาก ฉันเลยแลกเหรียญกับทางโรงงานซูชิประจำ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 17 เมษายน 2556 เวลา:15:59:18 น.
  
อยากขอเบอร์หรือเวปที่ขายเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่ไว้ใจได้ หรือใครมีประสบการณ์เคยสั่งที่ไหนแล้วบริการดี รบกกวลช่วยบอกที่คะ มือใหม่อยากลงคะ อยากลงเครื่องกดน้ำด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะ
โดย: บี บี IP: 223.206.109.164 วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 เวลา:13:17:49 น.
  
เปิดซักผ้าหยอดเหรียญได้4-5เดือนแล้วโดยเครื่องซักผ้าใช้ระบบกล่องหยอดเหรียญต่างหากโดยไม่ต่อเข้ากับวงจรเครื่องซักผ้าจะควบคุมการจ่ายไฟแทน
เครื่องซักผ้าไม่เสียระบบ ปัญหาไม่ค่อยมี ใช้ดี สามารถขอคำปรึกษาได้ที่เบอร์ 084 4448456 (เต๊าะ)
โดย: เต๊าะ IP: 118.175.13.50 วันที่: 17 พฤษภาคม 2556 เวลา:10:48:38 น.
  
อยู่ต่าง จังหวัดหอพักของโรงพยาบาลอำเภอ แต่เท่าที่สังเกต เค้าจะมีรับจ้างซักรายเดือน ครับ
มันจะตัดโอกาส ของเครื่องมากใหม ครับ
โดย: ทรงศักดิ์ IP: 118.174.17.204 วันที่: 23 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:49:33 น.
  
ที่บ้านเป็นร้านค้าเหมือนกัน อยู่จังหวัดสงขลา มีความสนใจที่จะติดตั้งเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ต้องทำอย่างไรบ้างคะ ไม่ทราบว่าคุณฟ้าใสมีเบอร์ศัพท์ไหมคะ หรือถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปก้อติดต่อกับ 0862853798 ก้อได้คะ
โดย: เอ๋ IP: 113.53.235.202 วันที่: 3 มิถุนายน 2556 เวลา:15:47:12 น.
  
อยากเปิดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่หอพักนักศึกษาค่ะ มีห้องพักประมาณ 300 ห้อง ค่าเช่าที่เครื่องละ 800 คนที่เคยทำมีความคิดเห็นว่าอย่างไรค่ะ คิดว่าจะมีคนซักสักกี่คน และจะุคุ้มกับค่าเช่ามั๊ยตอนนี้ตัดสินใจไม่ถูกค่ะ
โดย: thank you. IP: 118.173.132.229 วันที่: 26 กรกฎาคม 2556 เวลา:21:25:06 น.
  
คุณthank you

ค่าเช่าที่นับเป็นเครื่องหรอคะ เครื่องละ 800 บาท หาร 30 วัน = 1 เดือน ตกเฉลี่ยวันละ 26.66 บาท ยังไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ต้องเสีย

สมมุติว่า เครื่องซักผ้า ค่าซักครั้งละ 20 บาท
แสดงว่าอย่างน้อยค่าซัก 2 ครั้ง/วัน 40 บาท เป็นค่าเช่าที่
ค่าน้ำหน่วยละเท่าไหร่ ยังไม่รู้ แต่สมมุติโดยรวมละกันว่า วันละ 30-40 บาท
ยังไม่รวมค่าต้นทุนเครื่อง ค่าสึกหรอ ค่าล้างเครื่อง สมมุติค่าเฉลี่ยอีก 40 บาท
เท่ากับว่า เฉลี่ยวันหนึ่ง คุณมีต้นทุนประมาณ 40x3=120 บาท/วัน
ต้องมีลูกค้าเครื่อง อย่างน้อย 6 ครั้งเป็นอย่างต่ำพอดีต้นทุน มากกว่านี้เป็นกำไร

เครื่องซักผ้าใช้เวลาซักครั้งละ 1 ชั่วโมง 6 ครั้งเป็นเวลา 6 ชั่วโมง

มาดูความเป็นจริง นักศึกษามีเวลาเอาผ้ามาซักตอนกี่โมง นักศึกษาถึงจะเรียนไม่เป็นเวลาก็จริง แต่ความขยันตอนเช้าของวัยรุ่นไม่ค่อยจะมีนะ ต่างกับแม่บ้าน เช้าๆชอบเอาผ้ามาซัก วัยรุ่นชอบนอนดึกตื่นสาย

เวลาที่วัยรุ่นชอบเอาผ้ามาซักคือ กลางคืน และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ประมาณอยู่คนเดียว ซักอาทิตย์ละครั้งก็พอ

เวลาหากินได้จริงๆประมาณ 1 ทุ่ม- 4 ทุ่ม วันธรรมดา หลังเลิกเรียน กลับมาหอพักแล้ว ดึกว่านี้ก็ไม่ค่อยมีแล้ว เท่ากับว่าทำงานได้วันละ 1-4 ครั้ง

กับเสาร์-อาทิตย์ได้ทั้งวัน เช้าถึงเย็น ประมาณ 15 ชั่วโมง แต่จริงๆลูกค้าคงไม่ได้มากันต่อเนื่องได้ถึง 15 ครั้งหรอกนะ ต้องมีเว้นช่วงระหว่างซัก คือคนเก่ายังไม่มาเอาผ้าไป คนใหม่ก็ยังไมได้ใส่ผ้าเข้าเครื่อง ซักอย่างมากไม่เกิน 10 ครั้ง

มาดูค่าเฉลี่ยรายได้ วันธรรมดา 4x20= 80 บาท/เครื่อง และ เสาร์-อาทิตย์ 200 บาท

ถ้าตีเป็นเดือน วันธรรมดา 25 วัน 22x80=1,760บาท + เสาร์-อาทิตย์ 8 วัน =1,600 บาท รวมแล้ว 1,760+1,600=3,360บาท/เดือน

รายจ่าย 120x30=3,600บาท/เดือน

ถ้าประมาณคราวๆงานนี้ติดลบ -240 บาท/เดือน


แล้วจะแก้ยังไง?
1. ขอลดค่าเช่าที่ลงเหลือเครื่องละ 500 บาท/เดือนได้ไหม

2. นักศึกษา ม.เอกชนหรือรัฐ เพิ่มค่าซักผ้าได้ไหม ครั้งละ 30 บาท หรือ 40 บาท รับได้ป่าว

3. มีคู่แข่งหรือเปล่า เราต้องการตีราคาให้ถูกกว่า หรือไม่จำเป็น มีเราเจ้าเดียว ตั้งราคาสูงได้เลย ลูกค้าจำเป็นต้องใช้บริการเราไหม ถ้าไร้คู่แข่ง อย่างต่ำเราต้องตั้งราคาที่ 30 แต่ถ้ามีคู่แข่งรายอื่น ไปขอลดราคาค่าเช่าเขาได้ป่าว ต้องหาวิธีลดต้นทุนหรือเพิ่มกำไรนั่นเอง


เมื่อได้ราคาประเมินแล้ว มาดูขนาดเครื่อง 7 กิโล 20 หรือ 9 กิโล 20 หรือ 9กิโล 30 บาท มองดูเจ้าอื่นๆ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับราคา ว่าควรเรียกสูงหรือต่ำ ทำให้ใกล้เคียงหรือเหนือกว่าเจ้าเก่า ( แต่ไม่ว่าเครื่องไซด์ไหน ก็ใช้เวลาซักประมาณ 1 ชั่วโมง ในความเป็นจริงไม่มีใครมาซักตลอด 24 ชั่วโมงหรอกนะ )


ประเมินราคาคราวๆต้นทุนให้ดูเป็นตัวอย่าง ของจริงคงต้องไปปรับตามสภาพความเป็นจริงอีกทีนะคะ

แต่ที่แน่ๆค่าเช่าสูงเกินไปนะ หรือคุณสามารถสามารถทำให้เครื่องหากินได้มากกว่าที่ประเมิน ก็คงต้องดูความสามารถและความเป็นจริงอีกที

ลองไปพิจารณาดูนะคะ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:23:15:15 น.
  
อยากทราบว่าระยะเวลาที่เครื่องซักผ้าทำงาน
ขนาด 8 กก. อยู่ที่กี่นาทีคะ

ที่ร้านสั่งมาเค้าตั้ง 60 นาทีค่ะ
โดย: อุ้ยอ้าย IP: 101.108.65.224 วันที่: 30 กรกฎาคม 2556 เวลา:10:38:59 น.
  
ให้ความรู้แก่คนที่คิดเริ่มทำได้ดีจริงๆค่ะ
โดย: ต้นอ้อ IP: 171.98.64.223 วันที่: 4 สิงหาคม 2556 เวลา:17:23:33 น.
  
สนใจอยากทำธุรกิจนี้เหมือนกันค่ะ เงินลงทุนไม่สูงาก แต่ทำเลไม่ค่อยโอ..อยู่ในหมู่บ้าน.ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม มีสาวโรงงานบ้าง กลุ่มเป้าหมายอาจไม่เยอะ มองกลุ่มสาวโรงงาน และนักเรียน ที่ขี้เกียจซักผ้า เพราะตามบ้านส่วนมากจะเป็นเครื่องซักผ้าถังคู่ และไม่เสียค่าเช่าพื้นที่ในการวางเครื่องเนื่องจากเป็นหน้าบ้านที่เสียค่าเช่าอยู่แล้ว อยากลงซัก 2 เครื่องค่ะ..อยากมีรายได้แต่ไม่มีเวลา..ถ้าทำธุรกิจอย่างอื่น..แต่ก็ยังลังเลอยู่มาก..ใครมีไอเดีย..อะไรดีๆ..บ้างคะ
โดย: น้ำผึ้ง IP: 125.27.118.70 วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:14:02:31 น.
  
สนใจทำเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ โดยเช่าพื้นที่หน้าร้านคนอื่น เราจะต้องต่อน้ำ ต่อไฟ อย่างไรคะ คือต้องแยกมิเตอร์น้ำ ไฟ ต่างหาก หรือเปล่า แล้วค่าติดตั้งทั้งสองอย่าง อย่างละเท่าไหร่คะ พอดีอยากทำ แต่ยังไม่มีข้อมูลเลยคะ
โดย: สุขใจ IP: 180.180.99.67 วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:14:26:11 น.
  
สงสัยอยู่ 2 เรื่องครับ

1. ทำร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญต้องเสียภาษีเงินได้รึเปล่าครับ และเสียในอัตราเท่าไรครับ

2. ถ้าผ่านไป 2 ปี เราต้องเปลี่ยนเครื่องซักผ้าใหม่ เครื่องเก่าทำยังไงครับ ขายพวกรับซื้อของเก่า หรือมีร้านรับเทอร์นเครื่องครับ
โดย: ออมสิน IP: 58.11.127.67 วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:23:30:36 น.
  
ดิฉันหาข้อมูล จากปัญหา ของพี่ๆ น้องๆ ที่โพสกันแล้วฉันก็ลงมือทำ...โดยเฉพาะข้อมูลของคุณฟ้าใส(ขอบคุณมากมายสำหรับข้อคิดและ ตอนนี้ฉันเปลี่ยนจากคนที่เคยวิตก กังวล กับปัญหาที่เอาแต่คิดๆๆๆ อยู่บนโต๊ะทำงาน เป็นการลงมือทำจริง อะไรจริง
เริ่มเปิดร้านวันนี้ สำหรับครั้งแรกการทำเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เปิด 4 เครื่อง เครื่อง 20 บาท สองเครื่อง เครื่อง 30 บาท 1 เครื่อง 40 บาท 1 เครื่อง ลงแถวตัวอำเภอบ้านนอก..ที่มีหอพัก.รพ.อำเภอ หอพักตำรวจ บ้านพักอำเภอ และอยู่ใกล้ตลาด..โรงเรียน ที่สำรวจด้วยตนเอง เป็นเจ้าแรกของที่นี่.. (ในใจยังวิตกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซักผ้าของคนที่นี่..แต่เมื่อลงทุนแล้วก็ ต้อง สู้ๆๆ อีกสองเดือนมาติดตามกันใหม่นะคะ)มีอะไรแนะนำเพิ่มเติม ยินดีค่า
โดย: peaw IP: 182.53.210.127 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:10:26:10 น.
  
กำลังจะตัดสินใจลงเหมือนกันคิดไม่ตกระหว่าง LG กับ SUMSUNG จริงๆ แต่โดยส่วนใหญ่ ไฟไม่ค่อยดับ หรือตก ก็ยังนั่งศึกษาหาข้อมูลอยู่
อยากจะลงเครื่อง 20 บาท 1 เครื่อง 40 บาท 1 เครื่อง ที่หอพักของตัวเอง มีแค่ 28 ห้องเองค่ะ
แต่ อยากลงทุนอะไรให้พ่อไม่ว่าง แล้วจะเอาเครื่องกดน้ำดื่มมาลง อีก 1 เครื่อง ใข้งบ ประมาณ 65000-70000 จะคุ้มไหมหนอ
คิดแล้วเครียด อยากได้ร้าน ที่ บริการดีๆ จะติดต่อ ร้านไหนดี มีใครแนะนำบ้างไหม
โดย: แหม่ม นนทบุรี IP: 110.168.54.236 วันที่: 8 ธันวาคม 2556 เวลา:23:33:13 น.
  
คุณแหม่ม

เรื่องราคาปรับเปลี่ยนไปตามสถานที่ จะปรับ 20 หรือ 30 ก็แล้วแต่ทำเล ว่าต้นทุนสูงหรือเปล่า

แต่ว่าแนะนำรุ่น 9 กิโล กับ 12 กิโล คนนิยมมากกว่า เครื่อง 15 กิโล คนใช้น้อยกว่า จะใช้เฉพาะซักผ้านวม ผ้าห่มซะมาก เสื้อผ้าทั่วไป ไม่มากจริงๆ ไม่ค่อยลงถัง 15 กิโลกันหรอก เครื่อง 6-7 กิโลก็คนใช้น้อย เพราะคนที่ผ้าน้อยจริงๆ ถึงจะลงเครื่องเล็ก

ดังนั้นอัตราการใช้งาน แล้วซื้อมาคุ้ม การลงทุนจะเป็นเครื่อง 9 กิโล กับ 12 กิโล ควรจะเป็นหลัก แล้วถ้าลูกมากขึ้น หรือ ลูกค้าร้องขอให้เพิ่มเครื่อง หรือมีทุนมากขึ้น ค่อยเพิ่มไซด์ขนาดอื่นเข้ามาดีกว่า


ส่วนยี่ห้อ ซัมซุง โอเคนะ ราคาไม่แพง เวลาซักน้ำสอง LG จะปล่อยน้ำผ่านๆ ประหยัดน้ำก็จริง แต่ลูกค้าบางคนไม่ชอบ เพราะเหมือนล้างผ้าไม่สะอาด LG จะไปเน้นน้ำ 3 ที่ใช้เวลานานในการล้างจริงๆ ส่วนซัมซุง จะปล่อยน้ำเต็ม ทั้ง 3 ครั้ง ใช้น้ำเปลืองกว่า แต่ให้ความรู้สึกว่า สะอาดกว่า เพราะได้ล้างน้ำเต็มๆ ลูกค้าพอใจกว่า ( ทั้งที่ผลซักก็ออกมาไม่ต่างเท่าไหร่)


ตู้น้ำก็รายไ้ดดี แต่ต้องขยันดูแล เปลี่ยนไส้กรองนิดนึง อย่าปล่อยให้ไส้กรองตัน น้ำเปลี่ยนรสชาติ หรือมีกลิ่น เพราะจะทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปใช้ตู้อื่นแทนที่คิดว่า สะอาดกว่า

ส่วนร้านค้าไม่สามารถแนะนำได้ ขอภัยด้วย
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 9 ธันวาคม 2556 เวลา:22:19:48 น.
  

ปล.ขออภัยนะคะที่เข้ามาบ่นในบล็อค แบบว่ามันอัดอั้นนะคะ😓
โดย: แอม IP: 27.145.62.218 วันที่: 11 ธันวาคม 2556 เวลา:9:18:54 น.
  
จิงๆคะ ตอนเช้าๆ จะมีป้างี่เง่ามาซักที่ครบเครื่อง (หน้าบ้านตั้งได้แค่3เครื่องคะ) เขามาเอาผ้าเช็คผ้าดูเห็นเป็นคราบแฟ้บโวยวายใส่เราว่าเครื่องห่วยทั้งๆที่พึ่งใหม่ลงเครื่องเมื่อ5เดือนที่แล้วเอง เราก็ถามว่าป้าใส่แฟ้บมากไปหรือป่าวแฟ้บเลยเป็นก้อน นางเถียงสุดใจขาดดิ้นคะว่าเปล่าเลยใส่นิดเดียวโรยๆไป
แล้วเราถามต่อว่าผ้าใส่ผ้าเยอะไปไหม นางบอกก็ใส่แค่นี้ เครื่องตั้ง11โล ใส่ผ้านวม2ผืนไม่ถึงหรอกประมาณ2-3โลป้ากล่าว (ตอนมาซักเราไม่เห็นเพราะรีบออกไปส่งลูกที่โรงเรียนพอดี) เราก็เถียงไม่ออกชดใช้ให้เป็นซักใหม่ฟรีอีกรอบ เวลาผ่านไปซัดเสร็จนางเอาผ้าออกมา ผ้านวม3ผืนหนาๆเลยคะเราอึ้งเรารีบเดินออกไปคุย ว่าถ้าใส่แบบนี้มันเกิน11โลนะ เครื่องหนูพังใครจะรับผิดชอบ นางก็เสียงแข็งใส่เราว่าเครื่องข้างในหมู่บ้านไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย อัตโตมัติ เถียงๆเราใหญ่ วันนี้ก็มาซักอีก เครื่องเราไม่ดีทำไมไม่ไปซักที่อื่นเราก็งงคะ
โดย: แอม IP: 27.145.62.218 วันที่: 11 ธันวาคม 2556 เวลา:9:19:43 น.
  
คุณแอม

ต่อให้เครื่อง 15 โล เรื่องคราบแป้งผงซักฟอก บนผ้านวมก็เป็น ยิ่งใส่เยอะๆแน่ๆด้วย ไม่รอดแน่นอน

เพราะผ้าแน่น ทำให้ขยับตัวน้อย แถมผ้าห่ม ผ้านวมมันจะลอยขึ้นเหนือน้ำส่วนหนึ่ง ยังไงก้อไม่จมลงไปทั้งหมด ต่อให้น้ำเยอะก็ตาม ถ้าโรยผงซักฟอกไว้ตรงกลาง ยังไงผงซักฟอกก็ไม่โดนน้ำ ผ้าด้านบนเป็นคราบแน่นอน เราเจอบ่อย

และถ้าเป็นไปได้ ทุกครั้งที่ลูกค้านำผ้าห่ม ผ้านวมมาซัก เราจะเตือนทันทีว่าอย่าใส่ผงซักฟอกตรงกลางกระจุกเดียว อย่าใช้สูตรผงเลย มันเป็นคราบ ใช้สูตรน้ำดีกว่า



แล้วพวกกางเกงยีนส์ ผ้าดำ เหมือนกัน ถ้าใส่ผงซักฟอกเยอะเกินไป หรือผ้าแน่นไป เป็นคราบแป้งขาวๆ ของผงซักฟอกตกค้างเช่นกัน

ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้ใช้สูตรน้ำดีกว่า ลดปัญหาคราบขาวผงซักฟอกได้ดีค่ะ



เข้าหน้่าหนาวแล้ว ระวังนิดนึงนะคะ พวกผ้าห่ม ที่ทำจากนุ่น ถึงจะผืนเล็ก แต่โครตหนักเลย เครื่อง 9 กิโล หรือ 12 กิโล ก็เอาไม่อยู่ บางที 15 กิโล ก็ยังไป แถมบางครั้งผ้าเปื่อย เจอเครื่องปั่นแรงๆ นุ่มกระจาย เต็มเครื่องเลย ต้องระวัง ดูลูกค้าที่นำผ้าห่มที่ทำจากนุ่นนิดนึง มีรอยขาดหรือเปล่า ถ้าขาด อย่าให้ซัก ต้องมาตามเก็บนุ่นแตกๆ ในเครื่อง ลำบากคนดูแลอีก

แล้วอย่าคิดว่า ผ้าห่มที่เป็นนุ่น ผืนเล็กๆ จะใส่รวมกับผ้าห่มที่เป็นใยสังเคราะห์เบาๆอีกผืนไม่เป็นไร เพราะ น้ำหนัก 2 ผืนไม่เท่ากัน ลงไปเวลาปั่น แกนเครื่องเอียง ปั่นไม่ได้ ก็น๊อต เครื่องค้างได้เช่นกัน
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 11 ธันวาคม 2556 เวลา:22:22:59 น.
  
คุณฟ้าใสค่ะ ดิฉันอยากเปิดร้านซักผ้าหยอดเหรียญ เข้ามาอ่านในบล็อกได้ประโยชน์มากๆเลยค่ะ ขอบคุณมากนะค่ะ

มีเรื่องที่ยังต้องการข้อมูลอีกหลายเรื่องค่ะ ดิฉันอยากลงเครื่องซักผ้า 4 เครื่อง 6.5 โล 2 เครื่อง ซักครั้งละ 20 บาท 9.5โล 1เครื่องซักครั้งละ 30 บาท และ 12โล 1 เครื่อง ซักครั้งละ 40 บาท กำลังคิดจะลงเครื่องอบผ้า6 โล 1 เครื่อง อบเริ่มต้นที่ 10 บาทค่ะ คิดนาทีละ1บาท ราคาเรื่องอบอาจเปลี่ยนแปลงค่ะ

เป็นอำเภอเล็กๆ ยังไม่มีใครทำเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเลย มีแต่ร้านซักอบแห้ง และรีดในตัว อยู่ 3 เจ้าใหญ่ และเล็กๆอีก 5-6เจ้าค่ะ

เรื่องที่ต้องการสอบถามค่ะ ดิฉันถือว่าคุณฟ้าใสเป็นกูรู เลยนะค่ะ

1.เรื่องการติดตั้งแท้งน้ำและปั๊มน้ำควรติดตั้งให้เหมาะสมกับเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญอย่างไร
2.การเช่าที่เปล่าควรทำสัญญาต่อเนื่องเท่าไรจึงจะคุ้มค่าเพราะเราต้องต่อเติมสถานที่
3.ร้านที่ดูแลหลังการขายดีๆ กลัวเครื่องมีปัญหา
4.คุณฟ้าใสมีแบบโครงสร้างการติดตั้งเครื่องซักผ้า ทั้งผังน้ำไฟ และการติดตั้งกันขโมยมั้ยค่ะ อยากได้เป็นแบบค่ะ วันนี้รบรวนเท่านี้นะค่ะ ขอบคุณค่ะ
โดย: หนุงหนิง IP: 113.53.99.5 วันที่: 29 ธันวาคม 2556 เวลา:15:03:16 น.
  
คุณหนุงหนิง

ต้องบอกก่อนว่า ไม่ใช่กูรู เป็นแค่คนๆหนึ่งมีประกอบอาชีพนี้ แล้วประสบการณ์ก็มีแค่ที่ทำอยู่ของตนเองเท่านั้น ไม่เคยรู้ว่าคนอื่นเขาทำกันอย่างไรนะคะ ไม่ใช่มืออาชีพด้วย

ดังนั้นปัญหาที่ไม่เคยเจอ ก็อาจจะตอบไม่ได้ มีความรู้เท่าที่ตนเองเคยประสบมาแค่นั้นเอง มากกว่านั้นก็ไม่รู้เช่นกันค่ะ


อยากจะบอกว่า เครื่อง 6.5 กิโล ที่ทำอยู่ ไม่ใช่รุ่นยอดนิยมนะคะ คนใช้น้อย ส่วนใหญ่จะนิยม เครื่องขนาด 9 กิโลมากกว่า ถ้าติดตั้ง 2 เครื่อง เปลี่ยนจาก 6.5 2 เครื่องเหลือ 1 เครื่อง แล้วมาลง เครื่อง 9 กิโล 2 เครื่องดีกว่าค่ะ



ต้องขอบอกว่า ด้วยความไม่รู้ปริมาณการใช้บริการลูกค้า จึงคาดเดายากว่า ลูกค้าจะมาใช้บริการมากน้อยแค่ไหน แค่ไหนถึงเรียกว่า คุ้ม หรือขาดทุน ตอบยาก

แต่ที่แน่ๆ ต้นทุนอย่าให้สูงเกินไป จะได้คืนทุนเร็วหน่อยก็จะดีค่ะ

ตอบตามที่คาดเดานะคะ อาจจะไม่ถูกต้องก็ได้

1. การติดตั้งแทงค์น้ำ ควรจะติดปั้มน้ำเข้าแทงค์ แล้วให้แทงค์น้ำ จ่ายน้ำตามธรรมชาติ ไม่ผ่านปั้ม ถ้ามีพื้นที่พอวางแทงค์น้ำได้ เพราะการติดแทงค์น้ำค่อนข้างต้องมีพื้นที่ที่พอเหมาะ

ขนาดแทงค์น้ำ 1,000ลิตร ก็คงพอมั้ง เป็นพวกไฟเบอร์กลาสก็ได้ จะประหยัดกว่าใช้ถังสแตนเลส


2. ค่าเช่าก็ต้องถูกที่สุดซิคะ เท่าที่ต่อรองได้ และไม่ต่ำกว่า 2 ปี

ถ้าคุณขายดี มีคนใช้บริการมากพอ เพียง1 ปีก็ควรจะคืนทุนเครื่องซักผ้าได้แล้ว ค่าเช่า ต่อเดือน ควรจะไม่เกินกำไรที่ได้ต่อเดือน เพื่อจะได้ไม่ขาดทุน

คุณต้องคาดเดายอดขายก่อนว่าสามารถทำได้เดือนละเท่าไหร่ เพื่อจะย้อนไปดูว่า กำไรเท่านี้ จะพอจ่ายค่าเช่าต่อเดือนไหม เหลือสำหรับคืนทุนหรือเปล่า

ต้องไปดูว่า ลูกค้าของคุณเป็นแม่บ้าน สาวโรงงาน หรือ นักศึกษา เพราะแต่ละคนมีเวลาการใช้บริการต่างกัน

ถ้าเป็นแม่บ้าน สามารถซักได้ทั้งวัน กลางวันก็ว่างมาใช้เครื่อง แต่ถ้าเป็นสาวโรงงาน ชอบมาใช้บริการดึกๆ หลังเลิกงาน ส่วนนักศึกษา มาเสาร์-อาทิตย์

แม่บ้านอยู่เป็นครอบครัว เสื้อผ้าเยอะ ชอบถังใหญ่ๆ จะได้ซักทีเดียว ทั้งครอบครัว 3-4 วัน ก็ต้องมาซักแล้ว แต่ถ้าสาวโรงงาน ชอบขนาดกลาง เพราะอยู่กับแฟนบ้าง หรืออยู่คนเดียว แต่มาซักอาทิตย์ละ1-2หน ส่วนนักศึกษา อยู่คนเดียวเสื้อผ้าน้อย ประมาณอาทิตย์ละ 1-2 ครั้่ง ชอบใช้ถังเล็ก

เครื่องซักผ้า 1 เครื่อง ซักครั้งละ 1 ชั่วโมง ทำงานมากสุดไม่เกิน 20 ครั้งต่อวัน เพราะต้องเผื่อเวลากลางดึกที่ไม่มีคนมาซักด้วย (แต่ก็ยังไม่เคยทำได้ถึง 20 รอบนะ ได้ถึง10รอบต่อวันก็เก่งแล้ว)

คุณมี 4 เครื่อง ไปเฉลี่ยที่เป็นไปได้ 4 เครื่อง วันละ 5-10 ครั้ง จะทำรายได้ต่อเดือนได้เท่าไหร่ ค่าเช่าต้องไม่เกิน 1ใน 4 ของรายได้ต่อเดือน อีก 1 ส่วนต้องเป็นค่าน้ำไฟที่คุณต้องจ่ายทุกเดือน และอีก 2 ส่วนเป็นต้นทุนและกำไรที่คุณต้องเรียกเก็บคืน

ปีแรก คุณควรจะได้ต้นทุนคืน ส่วนปีที่สองและสาม เป็นกำไร และ ค่าซ่อมบำรุง ปีที่สี่ ถ้าเครื่องโทรม ก็ควรจะเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว แต่ถ้ายังใช้งานได้อยู่ในสภาพไม่ดีนัก เห็นทีต้องจัดโปรโมชั่นส่งเสริมลูกค้า ให้มาใช้บริการเครื่องเก่าหน่อยละ เพราะลูกค้าบางคนคงหนีหาย ไม่ชอบเครื่องเก่าๆ

ถ้าคุณไม่สามารถคืนทุนได้ในปีแรก ก็เข้าค่ายขาดทุนแล้ว เพราะถือว่าใช้ระยะเวลาคืนทุนที่นานเกินไป กำไรที่ได้ จะกลายเป็นค่าซ่อมบำรุงในปีถัดไป ถือว่าไม่คุ้มทุนที่จะทำนะ


3. ควรจะหาช่างท้องถิ่นนะ เพราะเครื่องมีัปัญหาจะไ้ด้ตามตัวเร็วหน่อย หรือ ร้านที่ซื้อเครื่องมา แต่ระวังเรื่องค่าบริการที่โหดหรือแพงเกินไป

4. โครงสร้างแบบการติดตั้งเครื่องซักผ้าไม่มี แต่แนะนำว่า ควรจะติดวาล์เปิด-ปิดน้ำ แยกเครื่องซักผ้าแต่ละตัว อย่าใช้ร่วมกัน เพราะเวลามีัปัญหาเครื่องใดเครื่องหนึ่ง ต้องปิดซ่อม จะได้ปิดวาล์น้ำตัวเดียว ไม่กระทบเครื่องอื่น ถ้าใช้วาล์รวม เวลาเครื่องหนึ่งมีปัญหา จะกระทบเครื่องอื่นด้วย เพราะใช้ท่อน้ำเส้นเดียว ปิดตัวหนึ่งเลยเท่ากับปิดทุกตัว

ปลั๊กไฟ ถ้าต่อสายดินด้วยจะดี แล้วก็ไม่ควรจะตัดหัวปลั๊กต่อตรง ต้องเผื่อเวลาเครื่องมีปัญหา ต้องเอาเครื่องออกมาซ่อมหรือล้างได้ ดังนั้นปลั๊กก็ทำปรกติ เสียบถอดเข้าออกได้สะดวก แล้วติดเบรกเกอร์ไฟแยกด้วยก็ดี เผื่อมีปัญหา จะได้เสียหายเป็นเครื่องๆไป ไม่เสียรวมกัน ถ้าใช้เบรคเกอร์รวม เวลาตัดไฟ จะทำให้เครื่องอื่นๆใช้งานไม่ได้ตามไปด้วย

รวมถึงสายท่อย่นน้ำทิ้งและสายน้ำดีเข้าเครื่องด้วย ควรจะเผื่อสายให้ยาวหน่อย ไม่ยึดติดตายตัว เพราะต้องเผื่อขยับเครื่อง เคลื่อนย้าย ออกมาทำความสะอาดหรือซ่อมบำรุงได้ แล้วก็อย่าให้ตากแดดมาก เพราะตะไคร้จะขึ้น พวกนี้นานวันผุกรอบได้ ถ้าเก่าก็ควรจะเปลี่ยนใหม่

ท่อน้ำทิ้งก็ควรจะเดินให้ดี เผื่อท่อใหญ่หน่อย ถ้าทำไม่ดี เวลาเครื่องปล่อยน้ำพร้อมกันทุกเครื่อง ท่อน้ำระบายไม่ทัน ก็อาจจะทำให้น้ำล้นออกมานองพื้นบริเวณเครื่องซักผ้าได้ ทำให้พื้นเปียกและเต็มไปด้วยฟอกผงซักฟอก



ถ้าคุณอยู่ที่โล่งแจ้ง ควรมีทั้งหลังคากันฝนและแดด รวมถึงกรงเหล็กครอบกันขโมย แต่ถ้าอยู่ในอาคาร สิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็น
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:23:02:00 น.
  
ขอบคุณคุณฟ้าใสมากค่ะ ได้ประโยชน์จากคำแนะนำมากค่ะ มิใช่กูรู เป็นผู้รู้ที่จริงใจจะนำเสนอสิ่งดีๆให้ผู้อ่านก็โอเครมากแล้วค่ะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ ^^
โดย: หนุงหนิง IP: 113.53.126.248 วันที่: 22 มกราคม 2557 เวลา:21:28:15 น.
  
คุณฟ้าใส
ดิฉันอยู่ในหมู่บ้านชนบท บ้านติดถนน ถ้าทำเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญคิดว่าจะได้ดีไหม๊ค่ะ
โดย: ครูมี IP: 110.164.189.212 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:02:06 น.
  
หลังจากที่ศึกษากลยุทธ์ + กับความเป็นไปได้ + และเงินทุนที่มีอยู่(กู้มา) ไม่มีหน้าร้าน และวนเวียนวนเวียนหาทำเลจนได้ที่ใกล้กับโรงงาน และมีเจ้าประจำที่เค้าทำอยู่แล้ว 1 ร้าน แต่ก็ไม่ได้สนใจว่าเราจะไปเป็นคู่แข่งเค้า เพียงแต่คิดว่าน่าจะมีลูกค้ามาใช้บริการเราบ้าง เพราะของเค้าเห็นวางตระกร้าที่หน้าเครื่องทุกวัน โดยที่เจ้าของจะเป็นคนซักและตากให้ด้วย(ไม่รู้ว่าเค้าคิดค่าบริการหรือเปล่า) เทียบกับของเราวางเครื่องไว้เฉยๆ ไม่มีคนบริการ เปิดร้านมาตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.57 แล้ว แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่ครบเดือน คิดว่าต้องทดลองซักกี่เดือนค่ะ ถึงจะรู้ผลว่าควรจะถอยดีหรือเปล่าเพื่อไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้ หากใครสนใจซื้อเครื่อง+พร้อมกล่อง 0845345845 ก็ติดต่อได้นะค่ะ คุยกันได้ คุณฟ้าใสตอบทีถือว่าเป็นการผิดพลาดในการลงทุนหรือเปล่าค่ะ แล้วจะแก้ไขยังไงดี ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ต่างๆ ที่แชร์กันนะค่ะ
โดย: ฝันฝัน IP: 101.108.170.202 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:9:02:18 น.
  
คุณฝันฝัน

คุณยังลงทุนไม่ถึงเดือนเลย จะมีลูกค้าน้อยหรือไม่มีคนใช้เลย ก็ไม่แปลก เพราะคุณยังใหม่สำหรับแถวนั้น

เครื่องซักผ้ามาใหม่ ลูกค้าบางคนก็สนใจ แต่อย่าลืมว่า ลูกค้าอาจจะยังเคยชินกับเจ้าเดิมที่คุ้นเคยกันมานาน อยู่ดีๆจะมาเปลี่ยนใจมาหาคุณเลย แสดงว่าร้านเดิมต้องมีปัญหา ที่ลูกค้าบางคนไม่ชอบอยู่ก่อนแล้ว แต่ใช้บริการเพราะไม่มีตัวเลือกอื่น พอมีตัวเลือกใหม่ ถึงเปลี่ยนใจทันที แต่ถ้าเจ้าเก่าเขาบริการดี แล้วอยู่ดีๆจะเปลี่ยนใจทำไมเล่า

การจะเรียกลูกค้าใหม่ ต้องดูว่าคุณมีอะไรดึงดูดใจในระยะแรก ราคาถ้าไม่ถูกกว่า ก็ต้องเท่ากัน ห้ามแพงกว่าเจ้าเดิม

การไม่มีคนดูแล บางครั้งลูกค้าอยากจะใช้บริการ แต่ใช้เครื่องไม่เป็น ไม่เจอคนแนะนำ ก็ไม่รู้ว่าใช้ยังไง ไม่กล้าใช้ก็มี

ดังนั้นยามคุณว่าง ควรจะแวะไปทำความสะอาดเครื่อง แล้วอยู่ดูแลในระยะแรกบ้าง เพื่อให้คำแนะนำกับลูกค้าว่าเครื่องของคุณใช้ยังไง พร้อมกับพูดคุย โฆษณาเครื่องตัวเองสักนิด ว่าเครื่องใหม่ ซักสะอาด น้ำแรงดันดี ไหลเร็ว พูดเชิญชวนสักนิด เผื่อวันไหนลูกค้าอยากลองจะได้กล้ามาลองดู

แล้วอย่าปล่อยตามยัดถากรรม ให้มันทำงานโดยไม่ดูแล แวะไปทำความสะอาดทุกวันนะคะ เครื่องสะอาดๆจะน่าใช้งาน แล้วก็เช็คด้วยว่าเครื่องมีปัญหาอะไรไหม จะได้แก้ไข อย่าปล่อยแบบไม่มีคนดูแลเลย

ควรแวะไปดูแลบ้าง วันละไม่กี่ชั่วโมงก็ยังดีนะคะ เก็บเศษผ้า เศษขยะในเครื่องออกด้วย บริการลูกค้าสักนิด แต่คงไม่ต้องถึงขนาดตากให้หรอก ลูกค้าบางคนก็ไม่ชอบ กลัวผ้าหาย เก็บไปตากเองที่บ้านได้

ใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนนะ ใหม่ๆลูกค้าอาจจะไม่กล้าเข้า กลัวของใหม่ ทำไม่เป็น แวะไปสอนไปแนะนำการใช้งานหน่อย แค่บอกว่าต้องทำยังไงบ้าง ยามคุณไม่อยู่ลูกค้าก็จะได้มาทำเองเป็น

ลูกค้าบางคนอาจจะติดนิสัยเจอเจ้าเก่าทำให้ตลอด ให้มาเองทำไม่เป็น เพราะไม่เคยทำ แต่ถ้าคุณแนะนำ ก็อาจจะกล้ามากขึ้นที่จะทำเองนะ


อย่าพึ่งใจร้อน รอดูสักระยะ ทำการตลาดสักนิด ติดป้ายตัวใหญ่ พูดคุยกับคนที่เอาผ้ามาซักบ้าง ติดเหรียญสิบติดตัวไปบ้างเวลาไปดูเครื่อง เพื่อให้ลูกค้าแลก บางคนมาไม่มีเหรียญ ไม่มีที่แลก ก็ไปที่อื่น

เรื่องเหรียญ เรื่องผงซักฟอก มีบริการสะดวก ลูกค้าก็ติดใจนะ อย่าปล่อยตู้หากินเอง คุณต้องทำงานบ้างนะคะ แวะไปช่วงกี่โมง บางทีก็บอกลูกค้าไว้เลย ว่าอยู่ตอนกี่โมง บางคนมีปัญหาจะได้หาตัวเจ้าของเจอ และบอกได้ว่าใช้แล้วเจอปัญหาอะไร ไม่พอใจอะไร และอยากได้อะไร คุณจะได้แก้ไขถูก

คนซักเครื่องยังไงก็ต้องซักเครื่อง บางคนติดเครื่อง ชอบเครื่องไหนก็ซักเครื่องนั้น บางคนไม่ติดเครื่อง เครื่องไหนก็ได้ บางคนติดร้าน ชอบเจ้าของร้าน ก็แล้วแต่เหตุผล คุณต้องหาลูกค้าประจำให้เจอ เพราะถ้าเจอแล้ว เขาจะมาใช้บริการกับคุณตลอด

ไว้คุณลองแก้ไขแล้ว ไม่มีลูกค้าจริงๆค่อยเลิกก็ได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ลอง อย่าพึ่งใจร้อน เลิกเร็วก็ขาดทุนเร็ว เลิกช้าเผื่อได้ทุนคืนมาบ้าง
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:23:39 น.
  
ขอบคุณคุณฟ้าใสมากๆ นะค่ะสำหรับคำแนะนำ จะนำไปปฏิบัติดูค่ะ มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ขอบคุณค่ะ
โดย: ฝันฝัน IP: 101.108.189.135 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:10:30:00 น.
  
คุณฟ้าใส

ผมมีความสนใจธุรกิจนี้แต่ยังไม่มั่นใจเรื่องการลงทุนเนื่องจากหอที่อยู่เครื่องซักผ้าเจ้าเดิมเสียจึงเลิกไป จึงปล่อยให้เช่าต่อมีต้นทุนคือ ค่าเช่าที่ 600 บาทต่อเดือน ค่าน้ำ 23 บาทต่อหน่วย ค่าไฟ 10 บาทต่อหน่วย มีห้องเช่า 96 ห้อง แต่ไม่เต็ม เลยอยากทราบวิธีการคิดต้นทุนหน่อยครับว่าเครื่อง 1 เครื่องคิดต้นทุนน้ำกับไฟเท่าไหร่ และต้องได้ลูกค้าอย่างน้อยวันละกี่ถังในการซัก โดยผมจะลงเครื่อง 9กิโล ซักครั้งละ 30 บาท 12 กิโล ครั้งละ 40 บาท ครับ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจครับ
ขอบคุณครับ
โดย: แนน IP: 58.137.58.69 วันที่: 26 มีนาคม 2557 เวลา:15:18:40 น.
  
คุณแนน

ต้องขออภัยด้วยที่ไม่เคยจดสถิติค่าเฉลี่ยรายได้ต่อค่าน้ำค่าไฟว่าตกครั้งละเท่าไหร่ เนื่องจากที่ทำอยู่ ตนเองเป็นแค่ผู้ดูแลนะคะ เจ้าของเครื่องยังคงเป็นพี่สาวที่มาเช่าที่ จึงไม่เคยรู้รายได้ที่แท้จริงว่าเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่

แต่พอมีหลักคราวๆ ในการคิดต้นทุนโดยประมาณ
ค่าเช่า เดือนละ 600 บาท ถ้าคุณลง 2 เครื่องเฉลี่ยเครื่องละ 300บาทต่อเดือน ตกค่าเช่าวันละ 10 บาท ก็ยังถือว่าไม่แพง ถ้าลงได้มากกว่านี้ ต้นทุนเฉลี่ยค่าเช่าก็จะถูกลง เช่น ลง 3 เครื่อง ต้นทุนค่าเช่าเฉลี่ยต่อเครื่อง อยู่ที่ 200 บาทต่อเดือน ตกวันละ 6.66 บาท ถือว่าค่าเช่าไม่แพง จะถูกเมื่อคุณลงมากกว่า 2 เครื่องนะ ค่าเฉลี่ยก็จะลดลง


ค่าน้ำถือว่าแพง แต่ก็เรตราคาหอพัก ที่หวังกำไรจากค่าน้ำ

เครื่องซักผ้าแต่ละรุ่นใช้น้ำไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดถัง และการซักแต่ละครั้ง ลูกค้าก็นำผ้ามาลงไม่เท่ากัน บางคนซักผ้าเต็มถัง ใช้น้ำเต็มถัง บางคนก็ลงผ้าแค่ครึ่งถังก็ใช้น้ำครึ่งถัง คนลงผ้านิดเดียวก็ใช้น้ำน้อย ระดับต่ำ

คุณจะกำไรมากขึ้น ก็ต่อเมื่อลูกค้านำมาซักครั้งละไม่มากเกินไป หรือ ใช้น้ำน้อยนั่นเอง แต่ถ้ามาซักใช้น้ำเต็มถังทุกครั้ง คุณก็จะเสียต้นทุนในการซักเปลืองน้ำ ค่าน้ำแพงนั่นเอง

ค่าน้ำแต่ละเดือนจะออกมาไม่เท่ากัน แต่ก็พอมีค่าเฉลี่ยได้ ว่าถ้าคุณมีลูกค้าเท่าเดิม ปริมาณการซักก็จะไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่ เพราะนิสัยการซักผ้าของแต่ละคน เป็นยังไงก็จะเป็นแบบนั้น คือ คนที่ซักเยอะ ทุกครั้งที่นำมาซักก็จะซักเยอะ ส่วนคนที่ซักน้อย ทุกครั้งที่นำมาซัก ก็จะน้อยและระยะเวลาการซัก ก็มักจะใช้ความถี่แบบเดิมๆ คือเคยมาสัปดาห์ละครั้ง ก็จะมาสัปดาห์ละครั้ง คนที่มาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะมาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นแบบนี้ประจำ

คุณต้องลองทำไปสักระยะ แล้วจะเจอค่าเฉลี่ยการใช้น้ำว่าอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ต่อเดือน หอพักก็อาจจะแปรผันตามจำนวนคนพักด้วย คนอยู่มาก ก็ย่อมมาซักมาก คนอยู่น้อยการใช้บริการก็จะน้อยตามด้วย


ค่าไฟก็ถือว่าแพง แต่เครื่องซักผ้าไม่ค่อยกินไฟเท่าไหร่ (หนักไปทางใช้น้ำเปลืองมากกว่า) ไม่ว่าจะซักมากหรือน้อย ยังไงการทำงานต่อครั้ง ก็กินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (แล้วแต่รุ่น) การใช้ไฟต่อครั้ง ก็จะตกครั้งละ 1 ชั่วโมงโดยปริมาณ การหารเฉลี่ยจะทำได้ไม่ยาก

แต่ค่าไฟนอกจากตัวเครื่องซักผ้าแล้ว ไม่รู้ว่าคุณต้องเสียค่าไฟปั้มน้ำ หรือว่า หลอดไฟแสงสว่างยามค่ำคืนด้วยหรือเปล่า พวกนี้ตัวเสริมเหล่านี้จะเป็นตัวเพิ่มค่าไฟ หรือเพิ่มค่าใช้จ่ายนั่นเอง ถือเป็นต้นทุนด้วยเช่นกัน



ในการทำงานของเครื่องซักผ้า ครั้งละ 1 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย ต่อให้เครื่องทำงานทั้งวัน ยังไงก็ไม่เกิน 20 ครั้ง ( เป็นไปไม่ได้ว่าจะถึง 24 ครั้ง) เพราะจะมีรอยต่อระหว่างการซัก ที่ต้องเสียไปกับการลงผ้า การเตรียมการซัก ใส่ผงซักฟอก ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม แล้วก็จะเสียเวลาในการเก็บผ้าออกจากเครื่อง

แต่ตามนิสัยคนซัก ชอบมาซักพร้อมกัน เวลาเดียวกัน ต่อให้คนเยอะแค่ไหน เครื่องก็ทำงานได้แค่ 1 คน ต่อการซัก 1 ครั้ง รับลูกค้าได้แค่ ชั่วโมงละ 1 คนเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะมีลูกค้ามากแค่ไหน มาพร้อมกันก็รับมือได้ คนเดียวต่อหนึ่งเครื่องต่อ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ลูกค้าจะชอบมาซักตอนเช้า และ เย็นหลังเลิกงาน กลางวันจะน้อย เพราะต้องทำงาน และดึกๆก็จะไม่มีคนมาซัก ความนิยมส่วนมากจะอยู่ที่วันเสาร์-อาทิตย์ และจะเยอะจัดหลังเทศกาลท่องเที่ยว เช่นปีใหม่ สงกรานต์ ไปเที่ยวกลับมาจะผ้าเยอะหน่อย มาซักหลายรอบ

เรียกว่าความเป็นจริงยังไงก็แทบจะไม่เกิน 10 ครั้ง ต่อวัน ( ที่เคยทำมากสุด ประมาณ 10 ครั้งต่อวัน เรียกว่าลูกค้าซักทั้งวันเลยนะ ) แต่โดยทั่วไป เช้า 2-3 ชม. เย็น 2-3 ชม. เรียกว่าโดยปรกติ จะอยู่ที่ 5-6 ครั้งต่อเครื่องที่ทำได้


ถ้าเอาค่าเฉลี่ยที่เคยทำไว้ จากวันธรรมดาเอาเรตต่ำไว้ก่อน ประมาณ 5 ครั้ง 30x5=150 , 40x5=200 เอา 150+200=350/วัน

ถือเป็นรายได้เฉลี่ยต่อวัน 350 (ถ้าคุณทำได้นะ)
หักค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ก็อาจจะพออยู่ได้ เดือนละ 10,500 แต่ถ้าลูกค้าไม่ได้มาซักทุกวันละ รายได้ก็จะต่ำกว่านี้ หรือมากกว่านี้ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณ

จากรายได้ประมาณนี้ คิดว่าคุณมีกำไรแน่นอน แต่กำไรส่วนที่เหลือจากค่าใช้จ่าย คุณต้องไปหักต้นทุนเครื่องซักผ้าที่ซื้อมาด้วย ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง

เรียกว่า ถ้าไม่ให้ขาดทุน คุณต้องคืนทุนใน 1 ปีให้ได้ กำไรที่ได้มา ใน 1 ปีแรก จะเป็นค่าเครื่องซักผ้าที่ลงทุนไป ส่วนปีที่ คือกำไร ที่คุณจะเก็บไว้กินใช้เอง แต่จะต้องเก็บส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าบำรุงรักษา ค่าล้างเครื่อง ค่าซ่อมเครื่องด้วยส่วนหนึ่ง

ถ้าเกิน 1 ปียังคืนทุนไม่หมด คุณขาดทุนแล้วล่ะ เพราะปีต่อไป เครื่องเก่า โทรม ลูกค้าเริ่มน้อย ส่วนค่าซ่อมจะเพิ่มขึ้น จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายกินหมด ไม่เหลือกำไร


ลองไปพิจารณาดูนะคะ ไม่รู้ว่าจะถูกต้องหรือเปล่านะ

โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:23:58:31 น.
  
ขอบคุณมากครับคุณฟ้าใส เป็นข้อมูลที่ดีมากครับ
โดย: แนน IP: 58.137.58.69 วันที่: 28 มีนาคม 2557 เวลา:7:18:43 น.
  
ดิฉันมีบริการขายเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญจำหน่ายในราคาย่อมเยาว์ และรับเช่าพื้นที่บริเวณหาพักสำหรับหอพักที่ไม่ต้องการความเสี่ยง สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0858352724
โดย: ปุ๊ก IP: 223.204.249.89 วันที่: 11 เมษายน 2557 เวลา:23:32:45 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณฟ้าใส
กำลังจะเข้าสู่ธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญค่ะ ต้องนับว่าเป็นมือใหม่จริงๆ ไม่ใช่ใหม่สำหรับธุรกิจนี้ แต่เพิ่งเริ่มเป็นธุรกิจแรกเลยล่ะค่ะ ปกติทำแต่งานประจำเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเดียว
ดีใจจังค่ะที่บังเอิญเจอ blog ของคุณฟ้าใส ได้ความรู้ขึ้นเยอะ มีกำลังใจเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ
เริ่มเลยนะคะ เพิ่งตัดสินใจซื้อคอนโดใกล้มหาวิทยาลัย มีนักศึกษาและคนทำงานพักเต็มน่าจะซัก 80-100 ห้อง เป็นคอนโดชั้นล่างซึ่งทำกิจการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญอยู่แล้วและเป็นเจ้าเดียวของคอนโดนี้ เปิด 24 ชั่วโมงเพราะมียามคอนโดเฝ้าให้ ราคาคอนโดรวม เครื่องซักผ้า 7 เครื่อง ตู้กดน้ำ 1 เครื่อง จากการสอบถามแม่บ้าน และนิติของคอนโด ทำให้รู้ว่า มีคนมาซักผ้าตลอดซึ่งตรงกับที่เจ้าของบอกมา
รายได้ทราบจากเจ้าของห้องว่า หักน้ำไฟ แล้วจะเหลือประมาณ เกือบๆ หมื่นบาท ช่วงปิดเทอมจะอยู่ประมาณ 7-8 พัน ซึ่งเป็นรายได้ที่ค่อนข้างดี เพราะไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ ส่วนราคาคอนโด มองว่าเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว ไม่มีดอกเบี้ย เพราะไม่ได้กู้มาซื้อก็เลยไม่ได้นำมาเป็นต้นทุน ไม่ทราบว่าคิดถูกหรือเปล่าคะ หรือว่าควรจะนำมาเป็นต้นทุนด้วย
การดูแล ดิฉันทำงานประจำ ทำให้ไม่สามารถไปเฝ้าได้ อาจไปดูตอนเย็นหรือเสาร์ อาทิตย์ ได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง คงต้องจ้างแม่บ้านคอนโด ช่วยทำความสะอาดร้าน เครื่อง หรือแจ้งกรณีมีปัญหา กะว่าจะจ้างซักเดือนละ 1 พัน (เป็นรายได้พิเศษนอกจากเงินเดือนที่ได้จากการเป็นแม่บ้านคอนโด)
อยากขอคำแนะนำหรือข้อควรระวัง จากคุณฟ้าใสหน่อยค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง จะถามปัญหาก็ยังไม่ทราบว่าจะมีปัญหาแบบไหน
อ้อ มีความคิดว่าจะตั้งตู้กด/ตู้ขายผงซักฟอก และน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วย ไม่ทราบว่าจะดีไม๊
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

โดย: นิด IP: 171.101.187.182 วันที่: 18 เมษายน 2557 เวลา:22:20:48 น.
  
คุณนิด

ต้องขออภัยไว้ก่อนเลย ว่าไม่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับคอนโดเลย เสนอแนะไป ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือเปล่านะคะ ข้องดเสนอแนะนะคะ ไม่อยากแนะนำอะไรผิดๆไป

แต่ขอพูดในเรื่องของ ความคิดที่จะตั้งตู้กด/ขายผงซักฟอก ว่าอย่าเลย เพราะหลายคนยังไม่คุ้นเคยกับเครื่องจำหน่ายแบบนี้ และไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่

ผงซักฟอก แต่ละคนติดยี่ห้อต่างกัน บางคนชอบบรีส บางคนชอบโอโม่ บางคนชอบเปา แล้วในแต่ละยี่ห้อ ก็ยังมีหลายกลิ่น หลายแบบให้เลือกด้วย ถ้าคุณเอาเครื่องกดมาตั้ง ผงซักฟอกโนเนม ไม่มียี่ห้อ บางคนก็ไม่กล้าใช้ผงซักฟอกราคาถูก หรือ เอามายี่ห้อบรีสมาขาย แล้วคนอยากใช้เปา ทำยังไง เขาก็ไม่มากดเครื่องของคุณ คุณก็ต้องรอแต่คนที่ซื้อบรีสเท่านั้นถึงจะขายได้

ซึ่งบางคนก็ชอบไปเดินห้าง เจอบรีสลดราคา ซื้อถุงใหญ่มาเลย แล้วเขาจะมากดที่ตู้ของคุณทำไม ในเมื่อเขาซื้อมาแล้ว

น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยิ่งแล้วใหญ่ บางคนชอบคอมฟอร์ม บางคนชอบดาว์นนี่ บางคนชอบไฟล์ไลน์ แล้วในแต่ละยี่ห้อ ก็มีอีกสารพัดกลิ่น คุณจะเอาใจคนจำนวนมากได้อย่างไร ลงหมดทุกกลิ่นก็ไม่ได้ ลงหลายยี่ห้อก็คงไม่สะดวก ตู้หนึ่งใส่ได้ 2 กลิ่น แล้วถ้าลูกค้าไม่ชอบล่ะ ก็ขายไม่ออกอยู่ดี

แล้วผงซักฟอก แกะออกจากถุงนานๆ กลิ่นหาย เจออากาศจับตัวกันเป็นก้อน โอกาสที่จะขายดีจนหมดตู้ไว มันค่อนข้างยาก นอกจากเจอภาคบังคับ เช่นให้ใช้ผงซักฟอกนี้เท่านั้น ลูกค้าถึงจะยอมกด ถ้าไม่บังคับเป็นแค่ทางเลือก ก็คงนานๆเลือกที กว่าจะขายหมด กลิ่นหายหอมแล้ว

ปรับผ้านุ่ม ทิ้งไว้นานๆ จับตัวเป็นก้อน กลิ่นหายเช่นกัน ถ้าขายไม่เร็ว ก็อยากแนะนำว่า อย่าลงนะคะ

นอกจากคุณไปสังเกตุพฤติกรรมคนใช้บริการแล้วว่า ไม่มีใครนำผงซักฟอกมาเองเลย ล้วนมาซื้อเอาหน้าเครื่องทั้งนั้น ค่อยตัดสินใจลงอีกทีก็ได้ เลือกยี่ห้อที่คิดว่าลูกค้าส่วนใหญ่นิยมที่สุด ซึ่งคุณก็คงต้องไปสอบถามจากหลายๆคนว่าชอบยี่ห้อไหน จะได้ลงสินค้าตรงใจกับคนส่วนใหญ่

คุณลองไปถามแม่บ้านดูนะ ว่าลูกค้าส่วนใหญ่นำผงซักฟอกมาเอง หรือว่า หาซื้อจากร้านค้าแถวนั้น ถ้าจะมีบริการขาย ตั้งชั้นวางผงซักฟอกแถวนั้น ลูกค้าจะยินดีไหม ดีใจหรือเปล่า ที่ไม่ต้องเอาผงซักฟอกมาเอง

ถ้ามีลูกค้าสนใจ ดีใจที่ไม่ต้องแบกผงซักฟอกมาเอง ไม่ต้องเตรียมมา มาหาเอาหน้าเครื่องก็ได้ คุณก็ค่อยมาคิดต่อว่า ปริมาณคนที่ต้องการผงซักฟอกมากน้อยแค่ไหน

ถ้าดูแล้วมีลูกค้าจำนวนมากพอ ก็ลงทุนเอง วางชั้นขายผงซักฟอก ถุงเล็กๆ เอาแค่ใช้ครั้งเดียวหมด อย่างเช่น ผงซักฟอกถุงละ 10 บาท พอ มีหลายยี่ห้อให้เลือกหน่อย ตามความชอบใจ

แต่ถ้าดูแล้ว ลูกค้าน้อยลงทุนไม่ค่อยจะคุ้ม ก็เปิดโอกาสให้แม่บ้านรับจ๊อบ ตั้งโต๊ะขายผงซักฟอกเล็กๆน้อยๆไป คิดว่าให้เขาหารายได้พิเศษ จะได้ขยันดูแลเครื่องซักผ้าให้เรา แล้วก็คอยบริการลูกค้าด้วย เพราะเขามีรายได้ ย่อมขยันขึ้นเป็นธรรมดา แล้วเราก็ไม่ต้องจ้างแม่บ้านทำความสะอาดเพิ่ม เป็นการแลกกัน ให้หารายได้เพิ่มแทนการจ้างทำความสะอาดหรือดูแลเพิ่ม

ลองไปพิจารณาดูว่า ทางเลือกไหน คุ้มกว่ากันนะคะ ค่อยตัดสินใจ ดูความเป็นไปได้ และความเป็นจริง ดูพฤติกรรมการใช้ของลูกค้า ประกอบกันด้วย ว่าอันไหนปฎิบัติ หรือทำจริง ได้มากกว่ากัน
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 21 เมษายน 2557 เวลา:0:49:43 น.
  
สวัสดีอีกรอบค่ะ คุณฟ้าใส และเพื่อนใน blog นี้

หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์กับการเริ่มต้นกิจการแรก เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ก็เลยอยากเข้ามาแชร์ประสบการณ์ในblogนี้ เผื่อจะได้รับคำแนะนำดีๆ จากคุณฟ้าใส และผู้มีประสบการณ์ทั้งหลาย

อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าซื้อต่อห้องพาณิชย์ ชั้นหนึ่ง ในคอนโดใกล้มหาวิทยาลัย พร้อมกิจการเครื่องซักผ้า หลังจากสอบถามเจ้าของเดิมทำให้ทราบว่าตั้งแต่ลงเครื่องไว้ ประมาณ 3 ปี ไม่เคยล้างเครื่องแบบถอดถังเลย ล้างแต่พวกกรองเศษผ้า ด้าย อื่นๆ ที่ถอดออกมาล้างได้เท่านั้น ได้ฟังก็เลยไม่ค่อยสบายใจ เทียบกับตัวเองขึ้นมาทันที เพราะว่าถังที่บ้านถึงแม้จะไม่เคยถอดถังล้าง แต่ก็แช่ผงล้างเครื่องซักผ้าของ daiso ทุกเดือน แล้วก็ใช้น้อยกว่ามากนัก ไม่ได้การล่ะอยากให้ลูกค้าได้ซักผ้าด้วยเครื่องที่สะอาดๆ เลยตามช่างมาล้างซะเลย 7 เครื่อง 3,000 บาท ตรวจเช็คตู้กดน้ำพร้อมเปลี่ยนใส้กรอง อีก 1,210 บาทเปลี่ยน 3 ตัวกรอง (เห็น ถังกับใส้กรองที่ถอดออกมาแล้ว ขนลุก สกปรกมาก) แต่ช่างก็ล้างไม่ค่อยสะอาดเลยค่ะ ยังไม่ถูกใจ แต่ก็ต้องยอม เพราะทำเองไม่เป็น

ตัวห้องของคอนโด ค่อนข้างเก่าแล้วสีไม่สวย ดำๆ ด่าง อยากให้ดูใหม่ สะอาด สวยงาม เลยจ้างช่างทาสีอีก 3,000 เปลี่ยนกุญแจยกชุด กันเจ้าของเดิมกลับมาไขเอาเงินไป 555 คิดมากไปไม๊ จ่ายไปอีก 3,000 (กุญแจแบบ master 10 ชุด) สรุปรายได้ยังไม่เกิดจ่ายไปเกินหมื่นแล้ว

ดำเนินกิจการผ่านไป 1 สัปดาห์ ไปไขเงิน เครื่องซักผ้า 7 ตัว ได้มา 1,500 ตู้กดน้ำ 340 บาท. หวังไว้ว่าช่วงเปิดเทอม คนอยู่เต็ม รายได้น่าจะดีกว่านี้

ตอนเปิดตู้เจอเหรียญ 2 บาทแบบสีทอง 3 เหรียญ แสดงว่า มีคนเอาเหรียญ 2 บาทมาหยอดแทนเหรียญ 10 แล้วเครื่องก็ยอมรับ

พยายามจะให้อภัย แต่ก็รู้สึกเศร้าใจ เยาวชนผู้มีการศึกษา และจะไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โกงได้แม้กระทั่งค่าซักผ้า

กะว่าไปร้านรอบหน้าจะทำป้ายไปแปะซะหน่อยว่า อย่าโกงเลย มันจะเป็นบาปติดตัว หรือว่าใครมีไอเดียดีๆ คำโดนๆ ช่วยกันเสนอหน่อยค่ะ ว่าจะเขียนยังไงดี

ส่วนเรื่องเอาเหรียญ 2 บาทใส่ ใครมีประสบการณ์ หรือการป้องกัน บอกกันบ้างนะคะ มือใหม่อย่างดิฉันจะได้รับมือได้

แล้วจะมาเล่าใหม่นะคะ ว่ากิจการแรกของดิฉันเป็นไงบ้าง

โดย: นิด IP: 171.101.187.182 วันที่: 26 เมษายน 2557 เวลา:23:14:47 น.
  
ขอบคุณคุณนิด ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์นะคะ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:22:29:19 น.
  
อยากรบกวนขอเบอร์ช่างที่ติดตั้งเครื่องแล้วไม่กินเหรียญ บริการดีไม่หลอกฟัน รบกวนหน่อยนะคะ เจอะช่างหลายคนแก้ปัญหากินเหรียญไม่ได้ จะเจ๋งอยุ่แล้ว รบกวนด้วย ทำเลอยู่บางนาตราด
กนิษฐา 081-6200843
โดย: กนิษฐา IP: 117.47.71.185 วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:11:36:05 น.
  
พึ่งทำธุรกิจนี้คับ อยากสอบถามข้อมูลคุณฟ้าใสคับรบกวนติดต่อกลับหน่อย นะคัรบ 085-260-4798
โดย: ซาเล้ง IP: 49.230.81.65 วันที่: 29 กรกฎาคม 2557 เวลา:19:02:52 น.
  
ซักผ้านวมใหญ่ควรลงเครื่องกี่โลดี....
โดย: ปลาทู IP: 223.207.251.97 วันที่: 5 ตุลาคม 2557 เวลา:23:45:35 น.
  
หลังจากที่เปิดร้าน(เครื่องหยอดเหรียญอย่างเดียว)มาเป็นเวลาเกือบ 10 เดือนล่ะ ก็เลยจะมาแชร์ประสบการณ์ให้ทุกคนได้รู้กันนะค่ะ เครื่องซักผ้ามีทั้งหมด 5 เครื่องค่ะ lg กะ ss รายได้ต่อเดือนก็ 4 พัน-5 พันบาทค่ะ
ค่าเช่าห้องเดือนล่ะ 2 พัน
ค่าน้ำ(ประปา) 500-700 บาท
ค่าไฟ 200 บาท
เหลือกำไรเน็ตๆ 2-2.5 พันบาท
ดูว่า ok ไหมค่ะ สรุปแล้วถ้าไม่เช่าห้องแล้วทำกิจการเองก็จะได้กำไรเน็ตๆ เลยล่ะ อีกอย่างนะค่ะค่าใช้จ่ายในการซ่อมเครื่องซักผ้า อยู่มา 10 เดือน ก็มีเสียบ้างนะค่ะ ของหลายมือหลายไม้ เอาว่าส่วนใหญ่แล้วจะเจอช่างที่ไม่ค่อยมีจรรยาบรรณประเภทมาไขน๊อต 2 3 ตัวแล้วเปิดจานซักไม่ได้ แล้วบอกว่าต้องทิ้งให้ซักจนใบพัดหลุดแล้วโทรมาบอกนะ รับค่าบริการไปล่ะ 400 บาท ซ่อมไม่ถึง 30 นาที นี่ผ่านไปหนึ่งเดือนล่ะ ใบพัดยังไม่หลุดเลย อาการเสียงดังก็มีเหมือนเดิม(ขอระบายหน่อยนะค่ะเผื่อว่าจะเป็นข้อคิดให้เลือกช่างซ่อมกันหน่อย เราหาช่างทางเน็ต ตามนี้ค่ะ
* *ช่างอี๊ด รับซ่อมเครื่องซักผ้า Electrolux SIEMENS Lux Zanussi
บริการถึงบ้าน ทุกวัน ( เบอร์ GSM 087-0419517 ) ( เบอร์ True 083-9782949 )
สาขาพื้นที่ให้บริการ
กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี
แจ้งซ่อมกรุณาบอก ยี่ห้อ รุ่น อาการเสีย
Line ID eat101 ครับ
... ปล..(ท่านที่ส่งเมล์มาถามอาการหรือเรื่องอื่นๆ กรุณาโทรมานะครับ เพื่อสะดวกในการให้ข้อมูล)
(ช่างที่เข้ามาดู ก่อนการซ่อมหากไม่แน่ใจกรุณาโทรมาถามก่อนได้ เราแก้งานท่านไม่ไหว)
) *** ไม่ได้โฆษณาให้นะค่ะ ***
แต่เป็นข้อความที่เค้าลงไว้ เหมือนฟ้าประธานเลยค่ะ โทรหาบอกอาการเสียของเครื่อง ช่างก็มาสมใจ ฟันไป 400 หายจ๋อย เฮ้อ...คิดแล้วก็สมนำ้หน้าตัวเองเน้อ เล่ากันฟังขำๆ (ขำไม่ออกง่ะ) จากที่คุณฟ้าใส บอกว่าให้ทำต่อไปก่อน เลิกเร็วก็ขาดทุน ตอนนี้ทำมา 10 เดือน ก็ได้ทุนคืนมาล่ะ หมื่น 5 โดยประมาณ ขอบคุณค่ะถึงตอนนี้ จะเลิกก็ ok (แบบขาดทุนน้อยลง) แล้วล่ะค่ะทำใจได้อยู่
โดย: ฝัน ฝัน IP: 125.26.111.239 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2557 เวลา:8:41:57 น.
  
คุณ ฝัน ฝัน

ขอบคุณที่กลับมาแบ่งปันประสบการณ์นะคะ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 15 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:53:02 น.
  
อยากทราบว่ากำลังซักของถังเครื่องซักผ้า ว่าทุกยี่ห้อที่บอกว่า 16 กก.เท่ากัน จะมีกำลังในการซักเท่ากันไหมค่ะ อยากสอบถามผู้รู้ ช่วยตอบหน่อยนะคะ เพราะตอนนี้ซื้อโตชิบา 16 กก.มา แต่คนขายยี่ห้อพานาบอกว่าของเขากำลังซักมากกว่าเลยงงว่า ถ้า 16 กก.เหมือนกัน แต่กำลังซักไม่เท่ากัน จะเป็นไปได้รึ แล้วอย่างนี้เวลาซื้อเครื่องซักผ้าสรุปแล้วต้องดูอะไรเป็นหลักไม่เข้าใจจริงๆค่ะ
โดย: ส้ม IP: 58.137.171.50 วันที่: 27 มีนาคม 2558 เวลา:10:25:53 น.
  
คุณส้ม

ไม่เคยใช้เครื่องโตชิบา ต้องขออภัยที่ตอบไม่ได้
แต่จากการที่เคยใช้ ซัมซุง กับ LG มา เห็นความต่างกันของสองยี่ห้อนี้ ตรงแกนมอเตอร์นั่นแหละ ที่ไม่เหมือนกัน

อย่างเครื่อง 9 กิโล เท่ากัน ซัมซุง ถ้าเจอผ้าหนักๆ ก็ไม่มีแรงเหี่ยวที่จะปั่นหมาด เครื่องน๊อต จะปล่อยน้ำลงมาล้างใหม่ทันที ทำให้บางครั้งถ้าเจอผ้าหนักๆ หรือ ผ้าห่ม 2 ผืนที่น้ำหนักไม่เท่ากัน ทำให้แกนเอียงไปข้าง ก็จะเปลืองน้ำมาก เพราะแทนที่จะซัก 1 รอบ ล้าง 2 รอบ จะกลายเป็นล้าง 4-5 รอบไม่จบ เพราะปั่นหมาดไม่ได้ ก็จะล้างไปเรื่อยๆ เปลืองน้ำมาก ต้องมาเอาผ้าออก หรือ ปรับสมดุลให้ผ้าบาลาส ถึงจะปั่นหมาด เสร็จกระบวนการซักได้

ส่วนเครื่องLG ถ้าผ้าเยอะ เวลาเหี่ยวปั่นหมาด ถังซักด้านใน ช่วงบนจะไปฝาดกับตัวถังเครื่องด้านนอก เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ต้องมาปรับผ้าให้ต่ำกว่าครึ่งถัง ถึงจะลดการเหี่ยวฟาดถังด้านนอกได้ แสดงว่าแกนถังของLG เล็กกว่า ถึงโยกได้ง่าย แต่มอเตอร์ปั่นแรงมาก ฝาดแต่ละทีด้านนอกเห็นตัวเครื่องโยกเยก สะเทือนไปหมด


ถ้าให้เลือกระหว่างโตชิบา กับ พานา ส่วนตัวก็คิดว่า พานาแกนถังมอเตอร์ก็น่าจะดีกว่านะ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 27 มีนาคม 2558 เวลา:22:19:45 น.
  
ที่ร้านทำเป็นลูกกรงปิดร้านตอนดลางคืน ชักปลั๊กเครื่องซักผ้าออกทุกคืน. กล่องหยอดเหรียญจะเสียไหม
โดย: เอก IP: 125.27.164.47 วันที่: 14 เมษายน 2558 เวลา:15:46:55 น.
  
คุณเอก

ไฟตัวเลขที่โชว์หน้ากล่อง กินไฟต่ำมากเลยนะ แต่แผงวงจรข้างใน ถ้าเสียมันแพงนะ เท่ากับต้องซื้อกล่องใหม่เลย คิดว่าถ้าไม่จำเป็น ไม่ต้องถอดปลั๊กก็ได้ค่ะ

ถ้ามีลูกกรงป้องกันขโมยแล้ว น่าจะให้เปิดใช้บริการตลอด 24 ชม.นะ อย่างน้อยตอนเราหลับ เครื่องก็ยังทำงาน สร้างรายได้ให้กับเรานะ

อย่างที่ร้าน เครื่องที่ตั้งอยู่นอกบ้าน เปิดตลอด 24 ชม. ทำรายได้ดีมากเลย เพราะดึกๆ ก็มีคนมาซัก บางคนทำโอที เลิกงาน 3-4 ทุ่ม ก็มาซักตอน 5ทุ่ม-เที่ยงคืน-ตี1 หลังเลิกงาน บางคนตื่นเช้า ก็มาซักก่อนไปทำงาน ตี3-ตี4 ก็มีคนมาซักแล้ว นอนๆอยู่ก็มีรายได้นะ ให้มันทำงานเถอะ อย่าถอดปลั๊กเลย
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 15 เมษายน 2558 เวลา:21:06:50 น.
  
ครื่องซักผ้าหยอดเหรียญระหว่างใช้ LG กับ SAMSUNG อะไรดีกว่ากันคะ
โดย: เอ๋ IP: 171.101.118.195 วันที่: 23 พฤษภาคม 2558 เวลา:18:41:27 น.
  
คุณเอ๋

ส่วนตัวชอบซัมซุงมากกว่านะคะ
ซัมซุงไม่ได้ประหยัดน้ำ น้ำสองจะปล่อยเต็มถัง
ส่วนแอลจี น้ำสองแค่ปล่อยน้ำผ่านๆสองที
ความรู้สึกว่าผ้าล้างสะอาดซัมซุงจะได้ใจกว่า
สำหรับคนซักผ้านะ แต่คนทำอาจจะรู้สึกว่าเปลืองน้ำก็ได้ ต้นทุนจะสูงกว่านั่นเอง
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 24 พฤษภาคม 2558 เวลา:16:01:37 น.
  
นั่ง อ่าน ซะเมื่อย เลย ครับจากเวลาหลายปีที่เล่ากันมา ขอบคุณ มากสำหรับข้อมูลต่างๆ จาก ท่าน ที่ทำหลายๆ ท่าน ผม กำลังจะเรื่ม ทำ บ้าง และก็ กลัว อย่างหลายๆ ท่าน บ้าน ผมเป็น ทาวเฮ้าส์ ซอยตัน ปากซอยมีร้าน ซักรีดที่อพาทเม้น ในตลาด ห่างไปนิดเดียวก็มีคนตั้งตู้ ดูๆ แล้ว เข้าทำนองเดียวกันกับคุณฟ้าใสเลย . กล้าๆ กลัวๆ จะทำดีไม่ทำดี และเป็น คน ไม่อยู่บ้าน ต้องทำบ้านใหม่ ทำประตูใหม่ แต่การลงทุนคงไม่มาก เพราะ เป็นบ้านตัวเอง ผ่อน อยู่ ถังน้ำ ฝังอยู่ใต้ดิน 1000 ลิตร ปั้ม ก็มี แล้ว ตอนนี้แค่ ตัดใจซื้อเครื่อง มาลง กับปรับปรุง หน้าบ้าน ให้คนเข้ามาใช้บริการได้ และย้านประตูไปล๊อก ข้างใน ไกล้ ประตูกระจกรถยนก็คง เอาไปจอดข้างนอกบ้าน ให้เกะกะ ชาวบ้าน เหมืยนบ้านอื่นๆ เรือง ของเครื่อง ก็พอมีประสบการ มีน้องชายทำอยู่ 5เครื่อง เคยไปเล่น ไปแอบดู ของเขาอยู่ ลงทุน มา ประมาณ 1 ปีก็คืนทุน เครื่อง LG ไม่เป็นไรเลย เป็น อย่างเดียว กากดำ ๆ หลุดมาติดผ้า ต้อง ล้างเครื่อง บ่อย เรื่องกล่อง ถ้าไฟตกบ่อย ก็จะเป็นอย่างที่ หลายท่า่น บอก เสียง่าย ถ้าไฟตก อ่าน ครั้งแรก จากประสบการของคุณฟ้าใส ทำให้จุดประกาย เลย กะว่าจะลาออกงานมาเปิดร้านค้า และทำตู้ปั่นผ้า เอาตามอย่างคุณไปเลย แต่ พ่อแม่ ประท้วง บอก มันไม่แน่นอน เลย หงอยเลย แม่พ่ออ้างเหตุผล ซอยตัน ปากซอยมีคุ่แข่ง บ้านคนก็มีตังซื้อเครื่องกันทั้งนั้น เฮื่อ ไม่รู้จะเอาไงดีเลย เห็นน้อง ชายทำที่ไกล้ หอพัก พวกโรงงาน แล้ว ได้ก็อยากทำมั่งแต่ทำเล ไม่มั่น ใจเลย กะว่าจะเอา LG เพราะ ซัมซุง มีใช้เอง อยู่ ไม่ได้เรื่อง ปัญหา ปั่นไม่จบ ตอนสุดท้ายนั่นแหละ ไม่ใช่แค่ผ้าหนัก ไม่ปั่น ใส่ผ้าเบาปนผ้าหนักก็ทำให้เหวี่ยงตอนสตาทปั่นแห้ง และก็ตัด ปล่อยน้ำ มาปั่นใหม่ ขนาดเครื่องดีๆ ไม่ค่อยได้ใช้ นะ เลย จะไม่เอาซังซุง ล่ะ
โดย: ตาเมธ IP: 49.230.189.101 วันที่: 22 มิถุนายน 2558 เวลา:14:48:48 น.
  
รบกวนถามเครื่องซักผ้ายี่ห้อ LG ขนาด 8 กิโล ซักจนเสร็จใช้น้ำกี่ถังหรือกี่ลิตรครับ
โดย: คุณโอ๊ค IP: 125.24.70.62 วันที่: 21 กรกฎาคม 2558 เวลา:14:23:24 น.
  
ลงตู้แล้ว ครับ สามตู้ 8โล 2 ตู้ 12โล 1ตู้ ของLG คับ ถามเรื่องน้ำ กี่ลิตร นั้น ผม กะไม่ถูก เพราะ ตอนนี้ น้ำใหลเติมตลอด ใส่ลูกลอย ....... แต่ก็พอเดาๆ ได้ คับ ตอนเทส เครื่อง ครั้งแรก 3ตู้ พร้อมกัน น้ำหมด ถัง 700 ลิตร เลย ครับ ผม8โล น่า จะไม่ต่ำ กว่า 300 ลิตร แน่นอน
โดย: ตาเมธ IP: 1.47.138.250 วันที่: 23 กรกฎาคม 2558 เวลา:9:48:40 น.
  
เครื่อง LG ซัก ขนาด 8 กิโลใช้น้ำกี่ถังครับ คุณเมธ เคยสังเกตไหม
โดย: โอ๊ค IP: 125.24.68.125 วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:16:19:34 น.
  
เครื่อง LG ซัก ขนาด 8 กิโลใช้น้ำ55ลิตร*2 ครัล
โดย: ฟาง IP: 223.24.58.246 วันที่: 1 กรกฎาคม 2560 เวลา:22:11:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 101 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments