Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
พฤษภาคม 2558

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
บริการโอนเงิน ชำระบิล ออนไลน์

หลังจากใช้บริการAirPay ได้สักระยะ ก็เห็นว่าแอร์เพย์ สามารรับชำระบิล ได้มากขึ้น สามารถจ่ายบิลค่าบัตรเครดิตได้หลายที่ ก็เลยทดลองชำระบิลบัตรเครดิตของตนเองดู เป็นบัตรเครดิตเทสโก้โลตัส ก็ไม่มีปัญหาอะไร ถือว่าประหยัดขึ้นด้วย แทนที่จะต้องไปเสียค่าธรรมเนียมให้กับธนาคารหรือว่าเคาน์เตอร์เซอร์วิส ก็ชำระด้วยบริการของตนเอง ส่วนหนึ่งก็จะได้เงินคืนจากค่ากำไร ก็เท่ากับว่าเสียค่าบริการลดลง

ช่วงสงกรานต์ก็ไปเที่ยวซะเพลิน กลับมาก็ครบกำหนดวันที่ต้องชำระบัตรเครดิตอีกใบ ก็จำได้ว่าเคยเห็นชำระบิล บัตรเซ็นทรัลการ์ดได้ ก็เอาเงินเข้าบัญชีแอร์เพย์ไว้เรียบร้อย แต่พอถึงเวลาเข้าโปรแกรมจะชำระจริง ปรากฎว่าไม่มีบัตรเซ็นทรัลการ์ด ด้วยความที่ไปเที่ยวหลายวันลืมงาน ก็คิดว่าสงสัยตนเองจำผิดแหง่เลย นึกว่าชำระได้ แต่ปรากฎว่ามันไม่ใช่ กลายเป็นบัตรพาว์บายไป

ก็เลยโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์ของแอร์เพย์ ก็พอดีพนักงานหยุด ต้องรอวันรุ่งขึ้น ถึงกลับมาทำงาน จะแก้ปัญหาให้ได้ แต่ฉันรออีกวันไม่ได้แล้ว เพราะกลัวเลยกำหนด จึงไปชำระบัตรที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสแทนไปก่อน

พอวันรุ่งขึ้นพนักงานที่ดูแลแอร์เพย์โทรมา ก็มีการเถียงกันเล็กน้อย เพราะเขาก็ยืนยันว่าชำระได้ แต่ฉันก็ยืนยันว่าไม่ได้ ไม่เห็นรายชื่อเซ็นทรัลจริงๆ และต้องการเอาเงินที่เข้าไปเพื่อชำระบัตรเครดิตคืนออกมาด้วย เพราะมันใช้ไม่ได้  พนักงานแอร์เพย์ดูแล รับเรื่องอย่างดี มีการเข้ามาเช็คโปรแกรมแอร์เพย์ที่เครื่อง โดยผ่านโปรแกรม TeamViewer พอเข้ามาดูในเครื่องปรากฎว่า เมนูนี้ดันขึ้นมาทันที ฉันเงิบ หน้าแตกเลย ไหนว่าไม่มี แล้วทำไมเขาเข้ามาแล้วมี  ฉันก็ไม่รู้ว่ามันผิดพลาดที่ระบบตรงไหน ยังไง แต่ตอนที่ฉันจะใช้งาน มันไม่มีจริงๆ   แต่ฉันก็ยืนยันว่าจะเอาเงินส่วนที่ไม่สามารถชำระได้คืนจริงๆ ทางพนักงานก็แจ้งว่า ไม่สามารถคืนให้ได้จริงๆ แต่ฉันยืนยันว่าต้องการจะเอาเงินคืนให้ได้

พนักงานเลยพยายามเดินเรื่องให้ ปรากฎว่าวิธีเอาเงินออกจากโปรแกรมทางเดียวคือ ทางทรูวอลเล็ท เพราะทางแอร์เพย์ ได้ร่วมกับทรูมันนี่ เป็นช่องทางชำระบิลต่างๆ  วิธีเอาเงินคืนจากทรู ก็คือ ต้องผ่านทางทรูวอลล์เลต ซึ่งฉันก็ไม่ได้ใช้เบอร์ทรูกับสมาร์ทโฟนด้วยซิ

พนักงานช่วยประสานงานกับทางทรูและก็ทางฉัน ให้เปิดบัญชีกับทรูทางเน็ต ซึ่งฉันก็ดันสมัครผิดๆถูกๆยังไงไม่รู้ คือใช้ไม่ได้ ทำให้พนักงานแก้ปัญหาด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีของเขาแล้วโอนเงินกลับมาให้ฉันทางบัญชีธนาคาร แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท

จากยอดเงิน 10,000บาท ที่ฉันทวงคืนค่าบัตรเครดิต ก็เลยได้รับคืน 9,990 บาท ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งต้องบอกเลยว่า พนักงานแอร์เพย์ดูแล ถามไถ่ ช่วยดำเนินเรื่องให้อย่างดีมาก ขาดไป 10 บาท ก็เลยไม่เป็นไร บริการดีก็ยอมรับได้  ดีกว่าไม่ได้คืน

 

จากปัญหาเรื่องนี้ ทำให้ฉันสนใจเรื่องบริการโอนเงินมากขึ้น ก็เลยมาเช็คดูค่ายมือถือต่างๆ ว่ามือถือยี่ห้อไหน ให้บริการยังไงบ้าง โดยดูข้อมูลจากในเน็ตเนี่ยแหละ จึงพบว่า

"แจ๋ว" ค่ายดีแทค ที่โฆษณาๆอยู่ ในทีวี มีบริการโอนเงิน โดยไม่ต้องใช้สมุดบัญชีธนาคาร แค่มีเบอร์โทรศัพท์ มีค่าบริการที่แพงมาก โอนเงิน 5,000 เสียค่าบริการ 70 บาท ถ้าจากปัญหาของฉันข้างต้น ที่ต้องการโอนเงิน 10,000 บาท ถ้าต้องเสียค่าบริการ 140 บาท ก็ถือว่าโหดมากเกินไปนะ

" เพย์สบาย" เป็นบริการอีกตัวหนึ่งของดีแทค ที่สามารถโอนโดยผ่านบัญชีอีเมล์ แค่มีอีเมล์ก็โอนเงินได้ ค่าบริการในเวปเพย์สบายไม่ได้บอกไว้ว่า ต้องชำระเท่าไหร่ แต่ว่าใช้เวลาในการดำเนินการ 3 วัน โอ้..แม่เจ้า รอเหงือกแห้งเลย กลัวเงินหายกลางอากาศ กว่าจะรู้ 3 วันเชียวนะ เงินหายไปคงไม่เหลือซากกลับมา

"เอ็มเปย์" ที่เป็นบริการของวันทูคอล ใช้เวลา 1 วัน หรือภายใน 24 ชม. เหมือนกับ ทรูวอลเล็ท แต่ค่าธรรมเนียนแพงกว่า โอนธนาคาร 15 บาท โอนเงินสด 35 บาท ไปกดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย แต่ดูๆแล้ว เอ็มเปย์ เงื่อนไขค่อนข้างยุ่งยาก เติมเงินเข้าก็เสีย โอนเงินออกก็เสีย แถมต้องสมัครอย่างน้อย 1 เดือนถึงจะใช้บริการได้ 

ไปๆมาๆ ก็รู้สึกว่า ทรูวอลเล็ท สะดวกสุดแล้วมั้ง ค่าบริการต่ำกว่า และใช้เวลาดำเนินการไม่นานเกินไป ถ้าชำระบิลกับทางทรูวอลเล็ท ที่ดูจากในเน็ต เสียค่าบริการ 5 บาทเอง ถูกว่าชำระผ่านแอร์เพย์ด้วย  สามารถชำระได้เหมือนกันหมดเลย ไม่ต้องเสียเงินค่าหัวคิวใหักับแอร์เพย์ด้วย ซึ่งน่าจะดีกว่า 

แต่..เดี๋ยวก่อน ในเวปหรือในแอปมือถือ ฉันมองหาคอลเซ็นเตอร์ไม่เจอเลย ไม่มีเบอร์ให้ติดต่อพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ทรูเลย  ถ้าโอนเงินเข้าไปแล้วมีปัญหา ชำระไม่ได้ หรือชำระไปแล้ว แต่ยอดไม่ปรากฎ ฉันจะแจ้งกับใครได้ จะเรียกใครมาช่วยแก้ปัญหาให้เนี่ย ฉันต้องเผชิญชะตากรรมด้วยตนเองหรือนี่ ก็ทำให้ความมั่นใจลดลงไปพอสมควร

เพื่อซื้อความสบายใจ มีหน่วยงาน มีเจ้าหน้าที่รองรับ คอยแก้ปัญหาให้ การดำเนินงานก็ไม่ได้ช้า ฉันว่า กลับมาใช้เคาน์เตอร์แอร์เพย์ชำระบิลเหมือนเดิมดีกว่า

 

ส่วนโอนเงินจริงๆ ค่ายมือถือต่างๆ สำหรับฉันคิดว่ายังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ เห็นมีโฆษณา มีบริการออกมาหลายค่าย แต่ดูๆไปก็ยังไม่ค่อยเวิร์คนะ กลับไปใช้บริการของธนาคารอย่างเดิมดีกว่า รวดเร็วกว่า โอนปุ๊บได้ปั๊บ ไม่ต้องรอข้ามวันข้ามคืน แล้วค่าบริการเทียบแล้วก็ถูกกว่า โอนธนาคารเดียวกันไม่เสียเงิน การนำเงินเข้า เงินออก ก็ไม่ค่อยยุ่งยากอะไร

บริการโอนเงิน ถือว่าเป็นบริการเสิรมอีกตัวหนึ่ง สำหรับร้านค้า ที่มีบริการรับชำระบิล มีบริการเติมเงินโทรศัพท์อยู่แล้ว การเพิ่มบริการโอนเงินไปอีกรายการ ก็ไม่ได้ใช้เนื้อที่ร้านค้าเพิ่มอะไร ไม่ได้ลงทุนเพิ่มอะไรมากมาย โทรศัพท์มือถือ ที่ใช้โอนเงิน หรือว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้เป็นเคาน์เตอร์เซอร์วิส รับชำระบิล นั่นแหละ ต่อเน็ต ก็สามารถเพิ่มบริการโอนเงินเข้าไปได้เลย

เพียงแต่ไปเปิดใช้บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ต หรือ ทางมือถือ เพิ่มเติมแค่นั้นเอง  สำรองเงินในบัญชีเอาไว้  ตัวฉันเองใช้บริการของธนาคารกรุงเทพ ก็จะรับโอนผ่านธนาคารกรุงเทพ ทางเอ็มแบงค์กิ้ง และ ทางเน็ตผ่านไอแบงค์กิ้ง

โดยลูกค้าที่จะมาโอนเงิน จะต้องรู้เลขบัญชีทางโน้น ธนาคารไหนก็ได้ ชื่อ และ เบอร์โทรศํพท์มือถือ มีแค่นี้ ก็เปิดบัญชีลูกค้าผ่านทาง ไอแบงค์กิ้ง เก็บข้อมูลเอาไว้ เผื่อมีการโอนซ้ำ ก็ไม่ต้องเพิ่มชื่อใหม่ นำชื่อเดิมออกมาใช้ได้เลย  ส่วนคนที่ไม่ได้ต้องการฝากบัญชีเอาไว้ ก็ทำรายการผ่านทางมือถือ เอ็มแบงค์กิ้งได้เลย  โดยใส่เลขบัญชีโดยตรงเลย ไม่ต้องเก็บข้อมูลเอาไว้ 

ทางร้านคิดค่าบริการโอนเงิน 10 บาท ไม่รวมกับของธนาคาร ถ้าโอนต่างธนาคาร ต้องเสียค่าบริการ 25 บาท ก็จะคิดค่าบริการลูกค้าเป็น 35 บาท คือธนาคารเก็บ 25 ทางร้านเก็บ 10 บาทนั่นเอง ส่วนโอนในธนาคารเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน ไม่เสียค่าบริการก็คิด 10 บาท ต่างจังหวัดเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท ก็จะคิดลูกค้าที่ 20 บาท ส่วนจำนวนเงินที่โอนเท่าไหร่ก็ได้ 

ลูกค้าที่มาใช้บริการ ที่เจอ ส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างด้าว ก็คือ ลาว กับคนไทย ที่บ้านอยู่ต่างจังหวัด คนที่มาใช้บริการ สำหรับคนต่างด้าว คือ จะมีปัญหาเรื่องภาษาบ้าง หรือ ไม่ค่อยอยากเข้าธนาคารบ้าง หรือบางที มาใช้บริการตอนธนาคารปิดไปแล้วบ้าง

อย่างเช่นทำโอที เลิกงาน 3 ทุ่ม ธนาคารที่ไหนจะเปิด แต่อยากโอนเงินให้ทางบ้าน ก็จะเข้าร้านค้าโอนเงิน เพราะไปธนาคารไม่ทันแล้ว อย่าถามว่าทำไมไม่ไปที่ตู้ฝากเงิน เพราะแถวนี้ไม่มีตู้ฝากเงิน แล้วก็ดึกแล้ว ไม่สะดวกไปตามหาตู้ด้วย   กับ คนไทยที่มาใช้บริการ ส่วนหนึ่ง ก็เลิกงานดึกเช่นกัน กับอีกส่วน ต้องการโอนด่วน ไม่ว่างไปธนาคาร ไกลบ้าง ธนาคารปิดไปแล้วบ้าง หรือ ลูกกำลังรอเงินด่วน ตรงนี้แหละใกล้ที่สุดแล้ว  ไม่ต้องเสียเวลาไปธนาคารให้ยุ่งยาก เสียเวลาทำงาน

ส่วนคำถาม "แล้วทำไมเขาไม่โอนผ่านเน็ตด้วยตนเองหรือว่าโอนผ่านมือถือด้วยตนเองล่ะ" ถ้าเขาทำเป็น เขาจะมาใช้บริการเราหรือ  ถึงเขาจะมีโทรศัพท์มือถือ เล่นเฟสเป็น เล่นไลน์ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะรู้จักโทรศัพท์มือถือดี ว่าใช้อะไรอย่างอื่นได้บ้าง  ใช้แอปอื่นๆ เขาก็ไม่เป็น  ลูกค้าที่รู้จักโทรศัพท์มากกว่าแค่โทรเข้าโทรออก ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะรู้ไปซะทั้งหมดว่า แอปโน้นแอปนี้ใช้ยังไง มีอะไรน่าใช้บ้าง

ดังนั้นช่องทางทำมาหากินก็ยังมีอยู่ ถึงคนใช้บริการจะไม่ได้มาก รายได้อาจจะไม่ได้เยอะอะไร แต่ก็ดีกว่าเราเก็บโทรศัพท์ไว้ใช้ โดยไม่คิดจะเอามันออกมาทำมาหากินอะไรบ้างเลย มีแต่เสียค่าโทร ค่าเน็ต ก็ใช้มันหาเงินเลี้ยงตนเองบ้างก็ดีนะ เล็กๆน้อยๆ ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย จริงมั๊ย

 

ถาม "แล้วปัญหาเคยเจอไหม" ตอบเลยว่า "เคยเจอ"  โอนเงินไป 10,000บาท ผ่านไป7 วัน ลูกค้าพึ่งมาบอกว่า อีกฝ่ายไม่ได้รับ  นาทีนั้นให้ตายเถอะจอร์ช แล้วเงินมันหายไปไหน ไปอยู่กับใคร ดูรายการในบัญชี ก็มีเงินออกนะ โอนไปแล้ว แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า ชำระให้ใคร แต่ยอดเงินกับเวลายังอยู่ เมล์ที่ได้รับ หลังจากทำรายการ ฉันก็ดันลบทิ้งไปแล้ว เพราะผ่านไปทั้ง 7 วัน พึ่งมาบอกว่าไม่ได้เงิน หน้ามืดเลยฉัน

ฉันโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์ของแบงค์กรุงเทพทันที เขาถามเลขหน้าบัตรเอทีเอ็ม ประหนึ่งว่าให้เจ้าหน้าที่ทำรายการผ่านเอทีเอ็มให้ เพราะปรกติเขาไม่สามารถเช็คเองได้ ต้องให้เราอนุญาติผ่านบัตรเอทีเอ็มอีก ก็ปรากฎว่าเช็คเลขบัญชีที่โอนไปได้ ว่าเป็นเลขอะไร แต่บอกไม่ได้ว่า ชื่อบัญชีใคร

ฉันก็ต้องมาไล่ชื่อเช็คดูว่าเป็นของใคร ปรากฎว่าเป็นความผิดของฉันเอง ที่คลิกรายชื่อผู้รับโอนเงินผิดบรรทัด คือ ชื่อคล้ายกัน อยู่ติดกัน แต่ว่าเป็นคนละคน ฉันจิ้มผิดส่งเงินให้ผิดคน ต้องกลับไปเปิดหาเบอร์โทรศัพท์ที่โอนเงินไปผิด แล้วโทรหาคนๆนั้น ยังโชคดีนะ ที่ทางผู้ที่โอนเงินผิด เขายังซื่อสัตย์ เห็นยอดเงินแล้ว แต่ไม่รู้ของใคร ยังเก็บไว้ไม่ได้นำไปใช้  พอคุยแล้ว เหมือนสวรรค์มาโปรดจริงๆ ที่เขายินดีจะคืนเงินให้ ขอเลขบัญชีเพื่อโอนเงินกลับ

วันรุ่งขึ้นเมื่อฉันได้เงินคืน ก็ได้ทำการโอนเงินใหม่ ไปยังผู้รับปลายทางที่ถูกต้อง โอนเงินเป็นร้อยครั้ง มันก็ต้องมีพลาดสักครั้ง แต่ก็ถือว่าพลาดครั้งนี้ ยังโชคดี ที่ได้คืน  แต่ก็ใช่ว่าโชคดีจะอยู่กับเราทุกครั้ง ดังนั้นทำงานแบบนี้ ประมาทไม่ได้เชียวแหละ เงินจำนวนไม่ใช่น้อย หายกันเป็นหมื่น ถ้าต้องรับผิดชอบ หน้ามืดได้เช่นกัน

เมื่อแก้ไขให้ทุกอย่างเรียบร้อย ลูกค้าก็พึงพอใจ กลับมาใช้บริการเหมือนเดิม ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร  ดังนั้นหัวใจสำคัญของงานบริการอย่างหนึ่งก็คือ ความรับผิดชอบ นั่นเอง ที่ทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้

 




Create Date : 01 พฤษภาคม 2558
Last Update : 1 พฤษภาคม 2558 23:38:59 น.
Counter : 4356 Pageviews.

3 comments
  
..เป็นความรู้ใหม่ ขอบคุณครับ.
โดย: ganet IP: 171.100.234.174 วันที่: 26 พฤษภาคม 2558 เวลา:15:42:21 น.
  
อ่านจนตาลายแต่ดีค่ะ ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์นะคะ
โดย: เบียร์วุ้น IP: 49.229.41.156 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:01:39 น.
  
ขอบคุณนะค่ะที่มาแชร์ดีมากเลยค่ะ
โดย: สมาชิกหมายเลข 3494113 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:45:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 100 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments