Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
ข้าวไข่ดาว : เมนูอาหารในร้านเกมส์

ตั้งแต่ทำร้านเกมส์มา เหมือนชีวิตของฉัน เข้าสู่วงจรขายอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ใช่ความถนัดหรือความสามารถอะไรของฉันเลย

ฉันแทบจะไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับร้านเกมส์เลย เพราะถ้าเครื่องไม่มีปัญหา ลูกค้าก็เล่นไปเรื่อยๆ หน้าที่ฉันขายคูปองให้ลูกค้าแล้วก็จบ ถ้าเปิดแต่ร้านเกมส์อย่างเดียว ชีวิตจะว่างมาก แต่ด้วยความว่างไง มีเวลาเหลือที่จะไปทำอย่างอื่นอีกมาก

และด้วยความที่มีคนมาก นั่งเล่นเกมส์กันนาน สิ่งที่มาคู่กับการเล่นเกมส์ก็คือ การกิน คือเรียกว่าฉันเอาเวลาว่างที่เหลือมาขายอาหารซะส่วนใหญ่นั่นเอง  เด็กคนหนึ่งเล่นเกมส์ 1 ชั่วโมง 15 บาท ประเดี๋ยวก็ซื้อน้ำ ซื้อขนม กินมาม่า กินโน้นนี่ ทำให้เวลาแทบจะหมดไปกับการขายน้ำและขนม เดี๋ยวขาย เดี๋ยวเติมของ เดี๋ยวตามเก็บขยะ แค่นี้ก็ทั้งวัน

ลำพังขายแค่นี้ก็ไม่ว่างแล้ว ลูกค้าหลายคนก็พอใจแล้ว แต่ว่ามีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อยู่ ป.6 กำลังจะขึ้นม.1 ชื่อ "บาส" เด็กคนนี้กินเก่งมาก ลำพังมาม่าไม่อิ่ม ต้องกินโน้นกินนี่เยอะแยะไปหมด ตัวอ้วนเชียวแหละ และด้วยความขี้เกียจเดิน ทำให้ร้านขายข้าว ถัดไป 2 ห้อง ก็ยังไม่อยากจะเดินไปซื้อข้าวกินเลย บอกให้ฉันขายอาหารตามสั่งได้แล้ว อยากกิน

ลำพังตัวฉันยังซื้อกินเลย ไม่อยากทำ มาเรียกให้ฉันทำขายเนี่ยนะ ผิดคนซะแล้ว ฉันก็ตอบว่าไม่ขาย แต่เด็กคนนี้มาทีไร ก็บอกให้ฉันขายข้าวทีเถอะ ไม่อยากกินร้านโน้น  "ป้าหุยขายเถอะ ข้าวไข่ดาวก็ได้"  ไม่ได้พูดกับฉันแค่ครั้งเดียว แต่พูดทุกครั้งที่มาเล่นเกมส์ในร้าน  ฉันก็ปฎิเสธไปบ่อยครั้ง อ้างโน้นอ้างนี่ ไม่อยากขาย  แต่ในใจลึกคือ ประหม่าไม่กล้าทำ  ฉันก็บอกเด็กไปว่า รอให้ฉันหาแม่บ้านคนใหม่ได้ก่อนนะ คือ แม่บ้านคนก่อนลาออกไปแล้ว ฉันไม่มีผู้ช่วยดูร้าน เข้าครัวทำไม่ได้หรอก  เด็กก็เลยคาดโทษไว้เลย ถ้าหาได้เมื่อไหร่ ต้องขายนะ  ฉันก็รับๆปากไปอย่างนั้นแหละ

จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ฉันก็พึ่งหาแม่บ้านมาช่วยงานบ้าน ทำให้ลดงานบ้านลง มีเวลาว่างมากขึ้น ( จากทำงานตั้งแต่ 7โมงเช้า ถึง ตี1 เหลือแค่งานประจำ  9 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม ) มีแรงมีสมองเหลือคิดอยากทำงานอื่นขึ้นมาบ้าง

พอ "บาส" เห็นฉันมีแม่บ้านช่วยเท่านั้นแหละ มาทวงสัญญาเลย " ไหนว่าจะขายข้าวไง มีผู้ช่วยแล้ว" ฉันก็เลยต้องทำตามสัญญา มีคนช่วยล้างกระทะ ล้างจานแล้ว ยอมขายก็ได้  ( เหตุผลหนึ่งที่ไม่อยากขาย เพราะไม่อยากเติมงานบ้านล้างครัวเข้ามาเพิ่มอีกจากงานเดิมที่ทำอยู่ พอมีคนช่วยแล้วก็เพิ่มได้ เพราะมีคนทำแทน ) 

สิ่งที่ทำให้ "บาส" ไม่อยากกินข้าวร้านอาหารตามสั่ง เหตุผลหนึ่งก็คือ ข้าวร้านอาหารตามสั่ง เป็นข้าวสาวไห้ ข้าวราคาถูก บาสบอกว่าไม่อร่อย  บาสเห็นฉันกินข้าวหอมมะลิ แล้วอยากกินด้วย เลยมาบังคับให้ฉันขายข้าว

ครั้งแรกที่ฉันยอมขาย วันนั้นไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ข้าวมีเหลือในหม้อหุงข้าวแค่ครึ่งถ้วย ไข่ก็ไม่มี ทำก็ไม่เป็น (พูดไปก็อาย เพราะแทบจะไม่เคยทำกินเองเลย แล้วมาเรียกคนไม่เข้าครัวให้ทำครัวเนี่ยนะ ) บาสพูดเลย "เดี๋ยวไปซื้อไข่มาทอดเองก็ได้  ข้าวแค่นี้ก็พอ ป้าหุยตักข้าวอย่างเดียว ที่เหลือบาสทำเอง "  ฉันละอายเด็กจริงๆ ยอมทำก็ได้ว่ะ รักษาหน้าตนเอง " เดี๋ยวทอดให้ บาสไปนั่งรอนะ "

เป็นการจับกระทะ ตะหวิง ครั้งแรกในรอบปีนี้เลย ปรกติมีแต่คนทำให้กิน กับซื้อกิน งานนี้เห็นแก่เงินจริงๆนะ ถ้าไม่ได้ทำเพื่อเงิน เพื่อขาย ฉันจะไม่ทอดเองเลย  บาสออกไปซื้อไข่ ร้านค้าตรงข้ามฟองละ 5 บาท มาให้ฉันทอด  พักเล่นเกมส์ มายืนดูฉันทอดเลย ยืนกำกับเลย เอาสุกแค่นี้พอ

ทอดไข่ มันง่ายกว่าที่กลัวไปเยอะเลย  ทำอย่างอื่นยากกว่านี้ ฉันทำได้นะ แต่ทำง่ายๆแค่นี้ ฉันโครตประหม่าเลย ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตนเองเลย ปรกติก็ยังไม่กล้าทำให้ตนเองกินเลย เรื่องทำให้คนอื่นกิน ไม่เคยอยู่ในความคิดจริงๆ กลัวทำแล้วกินไม่ลง อายเขา

ด้วยความไม่เคยทำอาหารขาย แล้วก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดราคาขายมาก่อน ก็เลยไม่ได้ตั้งราคาหรือคิดคำนวนไว้ว่าจะขาย ข้าวไข่ดาว ขายราคาเท่าไหร่ดี แต่เป็นการคิดคราวๆสุ่มๆตอนนั้นเลยว่า " คิดบาส ค่าทอดไข่ กับ ข้าวสวย แค่ 10 บาท เพราะบาสไปซื้อไข่มาเอง  ก็คือถ้าซื้อไข่ให้ ก็รวมๆ เป็น ข้าวไข่ดาว ราคา 15 บาท "  บาสรับได้ ก็ตกลงจ่าย 

ฉันคิดค่าทอดแค่ 5 บาท ค่าข้าวแค่ 5 บาท ค่าไข่ 5 บาท เพราะด้วยความเป็นเด็ก ก็เลยคิดราคาที่เด็กรับได้ 15 บาท  ได้กำไร หรือเปล่า ฉันยังไม่รู้เลย แต่ก็คาดเดาว่า คงไม่ขาดทุนหรอก อย่างมากก็เสมอตัว   พอไปคุยกับพี่สะใภ้ที่ขายอาหาร เธอก็คิดต้นทุนให้คราวๆ บอกงานนี้ฉันไม่ได้หรอกนะ อย่างมากก็เสมอตัวเท่านั้นแหละ และอาจขาดทุนด้วย  ต้องขาย 20 ถึงจะมีกำไร เนื่องจากข้าวของฉันเป็นหอมมะลิแท้ 100% น้ำมันก็อย่างดี เป็นน้ำมันรำข้าวคิง ขวดร้อยกว่าบาท  ใช้ของดีแบบกินเองอย่างนี้ เธอบอกไม่ได้อะไรหรอก  เธอแนะให้ฉันไปซื้อไข่ยกแพ็ค แล้วใช้น้ำมันปาล์ม ก็จะช่วยลดต้นทุนลงมาได้ ให้กำไรมากกว่านี้ ก็ต้องใช้ข้าวผสม ไม่ใช่หอมมะลิแท้ 100% 

เรื่องซื้อไข่ยกแพ็ค ทำให้ต้นทุนไข่ลดลง จากฟองละ 5 บาท เหลือ 4 บาทกว่า หรือเปลี่ยนน้ำมันให้ถูกลง ฉันพอรับได้ แต่เรื่องจะให้เปลี่ยนข้าว ฉันรับไม่ได้ เพราะฉันไปซื้อข้าวกล่องข้างนอกกิน ยอมรับเลยว่า ข้าวไม่อร่อย กินไปบ่นไปเหมือนกัน ถ้าจะให้กินในบ้าน เป็นข้าวพวกนั้น ฉันไม่เอาดีกว่า หรือจะมาหุงข้าว 2 หม้อไว้ขายหม้อหนึ่ง กินเองหม้อหนึ่ง ก็ไม่อยากทำ ให้ลูกค้ากินข้าวหม้อเดียวกับฉันนั่นแหละ ไม่ต้องยุ่งยาก  ข้าวหอมมะลิกินเปล่าๆก็อร่อย กินกับอะไรก็อร่อย ทำให้ไข่ดาวธรรมดา กลายเป็นไข่ดาวแสนอร่อยได้ เพราะข้าวอร่อยเนี่ยแหละ

"บาส" ไม่ได้มาซื้อ "ข้าวไข่ดาว" กับฉันแค่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่มาเล่นเกมส์ จะสั่งข้าวไข่ดาวทุกครั้ง ทำให้ตอนหลัง ฉันต้องหุงข้าวมากขึ้น จากที่กินเองคนเดียวแค่ 1-2 ถ้วย เป็น 3 ถ้วย แล้วก็เริ่มเลงเห็นแล้วว่า การตักข้าวใส่จานธรรมดา มือไม่เที่ยง บางทีก็ตักให้เยอะ บางทีก็น้อย เลยต้องหาผู้ช่วยมา คือ เป็นถ้วยตักข้าว แต่ถ้วยธรรมดาก็ไม่สวยซิ ฉันก็เลยเอาที่ใส่ข้าวเป็นรูปหัวใจมาใช้  เป็นการจำกัดข้าวในวงไม่ให้มากเกินไป  และเป็นการเพิ่มความสวยงาม ส่วนไข่ ก็ให้แม่บ้านช่วยทอด ช่วยลดความประหม่าของฉัน ไม่ต้องทำเอง ค่อยสบายใจหน่อย  

พอเด็กคนอื่นๆ เห็น "บาส" กินข้าวไข่ดาว ชักบ่อยครั้งขึ้น ก็เลยถาม "ป้าหุยขายข้าวไข่ดาวแล้วหรอ" พอตอบไปว่า "ใช่" เด็กคนอื่น ต่างพากันอยากกินด้วย จากไม่ตั้งใจขาย ก็กลายเป็นต้องตั้งใจขาย กลายเป็นเมนู เพิ่มขึ้นมาในร้านทันที  ด้วยราคาที่เด็กรับได้ เท่ากับกินมาม่าเลย ทำให้มีเด็กบางคนหันบางสั่งบ้าง อยากกิน

"จ๋าย" เป็นเด็กอีกคนที่กินตาม "บาส"  กินไปพูดไป บอก "อร่อยมาก" ทำให้เด็กบางคนสงสัย มันอร่อยตรงไหน ก็แค่ไข่ดาวธรรมดา  ก็เลยลองสั่งบ้าง  แต่สั่งกินได้ไม่กี่คนหรอก เพราะข้าวฉันหุงไว้น้อย  ไม่ได้ทำขายเป็นอาชีพจริงๆ แค่ 3 ถ้วย กินได้ไม่กี่คนก็หมดแล้ว  ตอนหลังต้องเพิ่มเป็น 4 ถ้วย เพราะ 3 ถ้วย ลูกค้ากินหมด ฉันอดกิน

"แมน" เป็นเด็กอีกคนที่อยากกินมั่ง แต่ไม่อยากกินไข่ดาว ก็เลยสั่งไข่เจียว  เอาไข่ 2 ฟอง เป็นจานละ 20 บาท ก็เอา ฉันก็ขายตามคำสั่ง (ให้แม่บ้านทอดให้)

งานนี้กำไรหรือขาดทุนไม่รู้ แต่รายได้เล็กๆน้อยๆในร้าน ฉันไม่ปล่อยให้กระเด็นหลุดไปจากร้านเลย ทำได้ก็ทำ  ทำไม่ได้ลูกค้ายังบังคับทำ ยังต้องขายเลย

 

 

เมนู ข้าวไข่ดาว 15 บาท

 

เมนู ข้าวไข่เจียว 20 บาท

 

 

บางครั้ง เราคิดงานแทบตาย ว่าจะขายอะไร ทำอะไรดี ก็ยังคิดไม่ออก แต่งานบางอย่าง เราก็ไม่ได้ตั้งใจที่ทำ หรือ ไม่คิดที่จะทำเลย  กลับกลายเป็นสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ อยากให้ได้ทำ ซะงั้น  วันนี้อยากกินข้าวไข่ดาว ไข่เจียว  อนาคตไม่รู้จะอยากกินอะไร มาบังคับให้คนทำกับข้าวไม่เป็น ต้องมาขายอาหารตามสั่งซะแล้ว




Create Date : 02 พฤษภาคม 2557
Last Update : 2 พฤษภาคม 2557 0:35:01 น.
Counter : 1808 Pageviews.

1 comments
  
ขาย20เถอะค่ะ อาจเพิ่มปริมาณข้าวอีกซักช้อน
ข้าวไข่ดาว20 เราว่ายังไงก็อิ่มกว่าก๋วยเตี๋ยวค่ะ
ข้าวไข่เจียว คงต้องเป็น 25


จริงค่ะ หลายๆคนคิดแทบตาย ว่าจะขายอะไรดี
อย่างคุณโชคดีมากค่ะ อยู่ๆก็มีลูกค้ามาบอกเลย
ว่าอยากได้อะไร ขอให้ขายได้เรื่อยๆนะคะ
โดย: schnuggy วันที่: 2 พฤษภาคม 2557 เวลา:1:02:23 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 101 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments