Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
พฤษภาคม 2549

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
เรื่องเล่าของเครื่องเขียน
ฉันเติบโตมากับร้านเครื่องเขียน ทุกวันก็จะเห็นดินสอ ปากกา สมุด ยางลบ ไม้บรรทัด ซึ่งเป็นสิ่งคุ้นเคยประจำ เพราะไปโรงเรียนก็ต้องใช้ กลับมาบ้านก็มานั่งขาย

สินค้าเครื่องเขี่ยน เป็นสินค้าที่ขายเด็กนักเรียน จะมีความน่ารัก สวยงาม และความเป็นเด็กแฝงอยู่ ลวดลายบนสินค้าเครื่องเขียน ล้วนเต็มไปด้วยตัวการ์ตูน และสีสันสดใส และมีชีวิตชีวา

เวลาเราได้ใช้ปากกาสวยงามสักด้าม ก็จะมีความสุข ได้เขียนบนสมุดสวยๆก็จะชอบ ได้วาดเส้นการ์ตูน ระบายสีสัน ก็จะสนุก

ถ้าเป็นสมัยก่อนปากกาทำลายไหนมา ก็จะเป็นลายนั้นตลอด ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง อย่างปากกาแลนเซอร์คลิก 878 หรือ เรโน ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ เป็นความคลาสสิค ที่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว เพราะลูกค้าจะคุ้นเคยกับหน้าตาและรูปลักษณ์แบบนี้ ถ้าจะออกลายใหม่ ก็ต้องเป็นอีกรุ่นหนึ่ง ต่างกันไป

ส่วนปากการุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ที่ขายได้สักพัก ก็ต้องเปลี่ยนลายใหม่ ลูกค้าจะเบื่อเร็วมาก แล้วความนิยมก็จะต่างกันไป เมื่อก่อน จะนิยมปากกา บิ๊ก เส้นใหญ่ๆ 0.7 ตอนที่ฉันเป็นวัยรุ่น จะนิยม ปากกาโมนามิ กับแลนเซอร์ เส้นเล็ก 0.5 แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็น เส้นเล็กลงไปอีก 0.38 อย่างThe Dog ที่นำเข้าจากเกาหลี ที่สร้างกระแสให้ปากกาเกาหลีอีกหลายๆยี่ห้อเข้ามาดังด้วย อย่าง be bear

สินค้าเครื่องเขียน กับ กิ๊ฟช๊อป บางทีก็แยกกันไม่ออก เพราะสินค้ากิ๊ฟช๊อป ก็จะออกมาในรูปของเครื่องเขียน ส่วนสินค้าเครื่องเขียนก็จะมีลวดลายน่ารักแบบกิ๊ฟช๊อป เวลาขายสินค้าเครื่องเขียน ก็จะต้องมีกิ๊ฟช๊อปรวมอยู่ด้วย ขายกิ๊ฟช๊อป ก็จะต้องผสมเครื่องเขียน

และสินค้าหลายๆตัวที่ขายแบรนตัวเอง หรือขายตัวการ์ตูน ก็จะมีหลายๆผลิตภัณฑ์ ที่ใช้ตัวการ์ตูนเดียวกัน อยู่บนสินค้าที่ต่างกัน ทั้งดินสอ ปากกา ยางลบ กระเป๋า รองเท้า เป็นรูปการ์ตูนตัวเดียวกันหมด เมื่อสิบปีที่แล้ว ใครก็จะชอบเจ้ากบตัวเขียว Kiro หรือแมวเหมียวkitty จากญี่ปุ่น ที่ผลิตภัณฑ์ทุกอย่าง เป็นรูปแมวสีขาวติดโบว์สีชมพู ใส่เสื้อสีชมพู ที่เป็นตัวแทนของเด็กผู้หญิงได้ดี

ผ่านไปสิบปี เด็กๆรู้จักแต่ The Dog , morning gloryหรือ Be bearจากเกาหลี ที่มาแรงด้วยทุกรูปแบบผลิตภัณฑ์เช่นกัน ทั้ง ปากกา ยางลบ เหลากบ เสื้อ กระเป๋า ออกแนวโดนใจวัยรุ่น สไตล์เก๋ๆ

อิทธิพลของการ์ตูน ที่ฉายวนไปวนมา ทำให้ตัวการ์ตูนหลายๆตัวไม่ตายไปจากสินค้า อย่างโดราเอม่อน หรือ มิ๊คกี้เม้าท์ หมีpooh ที่มีความคลาสสิค อยู่ในตัวเหมือนกับที่มีความเป็นเด็กตลอดเวลา คนรุ่นพ่อกับรุ่นลูกก็รู้จัก และใช้สินค้าตัวเดียวกัน

การใช้งานของดินสอ ปากกา สมุด ยางลบ ไม้บรรทัด ไม่ได้เปลี่ยนไป เด็กๆยังคงต้องใช้ในห้องเรียนเสมอ แต่เทคโนโลยี่ที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เครื่องเขียนเหล่านี้ ถูกลดการใช้งานลง และแทนที่ด้วย เครื่องพิมพ์ดีด คอมพิวเตอร์ ทำให้สมุดลดหน้าที่ลงไปเยอะ และแทนที่ด้วยกระดาษA4 แผ่นดิสเก็ต และ ซีดี

คุณครูที่เคยใช้ชอลค์เขียนกระดาน เปลี่ยนมาเป็น ปากกาไวน์บอร์ด แผ่นใสที่เคยฉายบนเครื่องฉายแผ่นใส กลายมาเป็นโปรแกรมพาวเวอร์พอร์ท ส่งผลสินค้าบางตัวเริ่มตายไปตามการเวลาที่ไม่ได้ถูกใช้งาน อย่างชอล์ค และ แผ่นใส

คนที่เคยใช้ชอล์ค จากที่เคยเป็นคุณครู กลายเป็นเด็กเขียนป้ายรายการอาหาร หน้าร้านขายอาหาร กับวินมอเตอร์ไซด์ ที่ไว้เขียนคิวที่จะออกรถเบอร์ต่อไป

กระดาษF4 กับ F14 ที่คุณครูเคยใช้ทำข้อสอบ ทำรายงานประจำ กลายเป็นไซด์กระดาษ ที่คุณครูลืมไปเสียแล้ว เด็กๆถูกสั่งให้ซื้อแต่กระดาษA4 มาทำรายงานเท่านั้น

แผ่นซีดี ควรจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทำไมต้องมาอยู่ร้านเครื่องเขียน เพราะแผ่นซีดี กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเก็บข้อมูลรายงานเด็กนักเรียนที่ต้องทำส่งครู

เครื่องเขียนทุกวันนี้ ถูกใช้งานและถูกแปรเปลี่ยนไปมาก เพราะการใช้งานของนักเรียนเปลี่ยนไป คุณครูไม่ได้สั่งให้นักเรียนหาข้อมูลในห้องสมุดส่งครู แต่ให้นักเรียนหาข้อมูลในเน็ตทำส่งครู ไม่ได้สั่งให้ส่งการบ้านครูหน้าชั้น หรือห้องพักครู แต่ให้ส่งการบ้านทางอีเมล์

แฟ้มที่เคยเก็บเอกสาร กลายเป็นแค่ที่เก็บแผ่นดิสหรือซีดี หลายอย่างถูกแปรเปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยี ทำให้ร้านเครื่องเขียนสมัยนี้ คงจะขายแต่ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม่ได้เสียแล้ว สินค้าก็ต้องเปลี่ยนไปตามนักเรียนใช้งาน และพ่วงสินค้ากิ๊ฟช๊อปเข้าไปด้วย เพราะกลุ่มลูกค้าก็ยังคงเป็นกลุ่มนักเรียนเหมือนกัน

เครื่องเขียนจึงเหมือนสินค้าไม่รู้จักโต มีความน่ารักเป็นเด็กตลอดเวลา แต่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และชอบความแปลกใหม่เสมอ



Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 23:30:46 น.
Counter : 1723 Pageviews.

6 comments
  
อืม... เป็นการเขียนทีสื่อได้เห็นภาพจังเลย... ชอบจัง
โดย: wbj IP: 221.128.107.66 วันที่: 27 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:41:50 น.
  
ข้อมูลที่คุณฟ้าใส ว่านั้น
ถูกต้องแล้วครับ บริษัทผมผลิตปากกา ดินสอ และเครื่องเขียน
ผลิตออกมาเยอะมาก ๆ แต่ตลาดเท่าเดิม ก็เพราะ
ผู้บริโภคมี Demand แบบแบ่งกลุ่มย่อยๆ เยอะมากครับ

ปากการุ่นนี้ ก็จะเฉพาะกลุ่มลูกค้า กลุ่มนี้
ปากการุ่นนั้น ก็สำหรับ กลุ่มนั้น ทำนองนี้

ถ้าสังเกตุให้ดี ๆ ร้านขายปากกาที่ใหญ่ ๆ อย่าง B2S
หรือ ตามห้าง ที่มีศักยภาพในการซื้อเยอะพอนั้น
จะมีปากกา เยอะมาก ๆ ครับ
โดย: FLV IP: 125.24.13.250 วันที่: 27 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:20:11 น.
  
การเปลี่ยนแปลงให้ทันโลกทันสมัยมากขึ้น มันก็ดีและสะดวกขึ้นจริงๆ

แต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างกำลังหายไปอย่างช้าๆ

คงเป็นความรู้สึกเดียวกับที่คุณทวดคุณปู่บอกว่าคนยุคนี้ไม่รู้จักกระดานชนวนล่ะมั๊ง
โดย: เนเน่ IP: 1.47.114.219 วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:6:04:35 น.
  
ขายเครื่องเขียนรายได้ดีมั้ย
โดย: aung IP: 118.172.62.206 วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:14:52:50 น.
  
ชอบสำนวนในการเขียนของ
คุณฟ้าใส อ่านแล้วสบายใจ น่าติดตาม
โดย: เจี๊ยบ IP: 210.4.144.193 วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:11:17:23 น.
  
ขายเครื่องเขียนรายได้ดีมั้ย และต้องมีต้นทุนที่จมอยู่มากหรือเปล่า
ร้านยังไม่ใหญ่ ขอผู้รู้มาตอบหน่อยค่ะ
โดย: moo IP: 113.53.19.235 วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:13:18:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 100 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments