นิยาย " จันทรากินรี" - เหมชาติ ทอง ( ตอนที่ 3. )















































































จันทรากินรี
.
.   เหมชาติ ทอง
.
.
.
๓.
.
.
.
.        ล่วงเพลาใกล้สนธนยา
 .  ขบวนช้างเสด็จจึงถึงนครกัลปพฤกษ์
โดยสวัสดิภาพ
  .
 .     นครไพรวัลย์ ที่ว่าใหญ่โตแล้ว
ยังเป็นรองนครกัลปพฤกษ์หลายช่วง
 .    ที่นี่ มีความเจริญมาก  บ้านเรือนต่างๆ
 ดูสวยงาม ปลูกสร้างด้วยวัสดุที่แข็งแรง
.
.     เจ้าชายอนันตราชทรงรีบพา
จันทรากินรีและคณะไปยังราชวัง
.
.        ที่นั่น ...
.   องค์มาตารานี-ผู้มารดา  และอัปสรา
ดาราราย-ผู้มเหสี
.       ตลอดจนข้าราชบริพาร กำลังเฝ้ารอ
รับเสด็จนิวัติพระนคร
.
.        " เสด็จแม่...
.  อัปสราดาราราย
.             และทุกท่าน...
.
.      นี่คือ เจ้าหญิงจันทรากินรี
จากดินแดนหิมพานต์
.      นางจะมาเป็นมเหสีของข้าอีกองค์
.
.       ซึ่งจะดำรงศักดฺิ์ เท่าเทียมกับ
อัปสราดาราราย
.         ไม่มีผู้ใด สูงต่ำกว่ากัน "
.
       ทุกคนก้มลงรับโองการของอนันตราช
โดยปราศจากการโต้แย้ง
.
.    อนันตราชรับสั่งให้ฝ่ายวัง นำพาองค์หญิง
 และพี่เลี้ยงไปพำนักที่ตำหนักรับรอง
.         ในเขตราชอุทยาน
.
      *  *  *  *  *  *  *-  *
.
.    " เจ็บใจจริงๆ...
ทำไมเสด็จพี่อนันตราช
 .      ถึงทำกับข้าเช่นนี้ ! "
.
.       มเหสีอัปสราดารารายกลับมาศีรษะฟัด
 ศีรษะเหวี่ยงที่ตำหนักตัวเอง กลางดึก
.
.     " บ่าวก็ไม่ชอบ เดอะ เฟส ไทยแลนด์ ของอี
โพระดก พี่เลี้ยงของมันเลยเพคะ
.           บ่าวเกลียดขี้หน้า ...
.    เหม็นสาบนกป่า ! "
.
.       นางบ่าวเหยี่ยนพลอยว่า ตามเจ้านาย
.
.         " นังเหยี่ยน...
.       งั้นแกก็คอยเฝ้าดูพวกมันไว้ ..
เห็นตื่นกันเมื่อไหร่ แกรีบมาปลุกข้า "
.
.        " เพื่อ- ? "
.
.   "   อ๊าว !  ---
.         ข้าก็จะไปทำความรู้จักกับ
พวกมันไง --
.       หึ- เจอกันแบบส่วนตัว - 
ข้าจะสั่งสอนให้มันสำนึก--
.      ให้เจียมกะลาหัวไว้
.จะได้ไม่มาตีตน เสมอกับข้า "
.
.            " อุ๊ยตาย--
 .   ท่าทางมันส์ - "
.
.     นางเหยี่ยนอุทานอย่างตื่นเต้น
.
 .    " เพคะ -- งั้นเชฺิญพระมเหสีเสด็จเข้าบรรทม
ได้เลย
.          คืนนี้  บ่าวจะลงทุนอดนอน
. ยอมอยู่เฝ้ายาม
.         -- รอดู จนพวกมันตื่น "
.
* *  *   *  *   *
.
.    จันทรากินรีเดินชมพรรณไม้ในสวน
ด้วยความสุขใจ
.     แม้จะแค่ชั่วขณะหนึ่ง
.
.    ต้นไม้ที่นี่ อาจไม่สวยงามเท่าที่แดนหิมพานต์
แต่ก็ชวนพิศ ชวนมองไม่น้อยเลย
.      ด้วยมีดอกสวยๆ และมีผลรสดี
ให้เก็บกิน
.
.    ที่หิมพานต์นั้น ต้นไม้ต่างๆ
ล้วนประหลาดพิศดารพันลึก
.    อย่างเช่น ต้นมักกะลีผล หรือนารีผล
ที่ออกผลหน่วยเป็นหญิงสาว 
.    และบางต้นก็ออกเป็นบุรุษ 
.
.         พอสุกงอม ...
.  เหล่าวิทยาธร และเหล่านางผีเสื้อยักษ์
ก็พากันเหาะบิน มาแย่งเด็ดไปเชยชมกัน
 .   เบื่อแล้วก็โยนทิ้ง
.
.    หรืออย่าง ต้นชิงช้าชาลี
ที่จะออกเถาที่กิ่ง   งอกงามเป็นรูปเปล
ชิงช้า
.     ห้อยไว้ เต็มทั้งลำต้น
.
.   ฝูงนางตะเคียนมักจะชอบออกมาจาก
โพรงไม้
ในยามค่ำๆ 
 .    ชวนกันจับกลุ่ม สางผม นั่งโหนชิงช้า
ชาลีเล่น ให้เพื่อนคอยไกว
.    เหวี่ยงลากผมที่ยาวสยาย จรดพื้นไปมา
 พลางหัวร่อต่อกระซิกกัน
 .      เพื่อยั่วยวนเหล่าวิทยาธรที่แอบซุ่มดู
ให้
เกิดกำหนัด จนแวะมาเกี้ยว  แทะโลม 
.       และได้เป็นสามีของพวกนาง
ในที่สุด
.
.    โพระดกถือพานทองไว้สองมือ
 คอยตามรับดอกไม้ ที่จันทรากินรีเด็ด
ลงมาจากต้น
.
.    " ดอกอะไรน้า....
.         หอมจังเลยนะเพคะ "
.
.  " หญิงก็ไม่รู้จักเหมือนกัน
.        ดอกสวย กลิ่นก็หอมเย็น "
.
.      ดอกนั้น คือดอกจำปี ...
.   จันทรากินรีเขย่งเท้า หมายจะเด็ด
อีกดอกที่อยู่สูง
.
.     ทันใดนั้น...
ก็มีเสียงร้องทัก ดังขึ้น
.
.     " อ้าวววว....
   จันทรากินรี ดอกรึ ?
.        ... นึกว่าใครที่ไหน
มาขโมยดอกไม้ในสวนหลวงแต่เช้า "
.
.      จันทรากินรีจำได้
.  นางคือ อัปสราดาราราย
มเหสีหมายเลขหนึ่ง นั่นเอง
.
.    " บังคมเพคะ
.   องค์อัปสราดาราราย "
.
.    จันทรากินรีรีบก้มย่อองค์
ถอนสายบัวให้ ตามธรรมเนียม
ราชวงศ์
.
.    อัปสราดารารายกลับเชิดหน้า..
มองไปเสียอีกทาง
.     นางกำนัลที่ตามเสด็จมานั้น
จ้องเขม็งมาที่โพระดก
  .    แล้วถลึงตา เบะมุมปากลง
แบบดูแคลนฐานะ
.
.   "  อาหารเช้าของทางวัง
เราก็ได้บัญชาให้บ่าวไพร่
.    เตรียมจัดสำรับใว้ให้แล้วนี่ ... "
.
.    อัปสราดารารายกล่าวด้วยเสียง
อันดัง
.
.       " เหตุใดเล่า...
 .   เจ้าหญิงแห่งหิมพานต์ ถึงไม่
อดทน
.     รอเวลาโต๊ะเสวย--"
.
.       จันทรากินรีอึ้ง
.
.    อัปสราดารารายยังกล่าวต่อ
.
.      " นี่กระไร ...
 กลับชวนกัน- กับนางพี่เลี้ยง
 .     รีบลงมาจากตำหนัก
   ตั้งแต่เหมยน้ำค้างยังไม่เลิกตก "
.
.         น้ำเสียงนั้น
  เป็นเจตนาเยาะเย้ยถากถาง ชัดเจน
.
.    "  นี่คงเที่ยวมาเสาะหาหนอน...
 และแมลง ตามต้นไม้ ใบหญ้า
 .     เพื่อจะจิกกินเป็นอาหาร 
  ตามประสานกไพร วิหคเถื่อน
.    .... กระนั้นรึ ? "
.
.   นางกำนัลของมเหสียกมือปิดปาก
หัวเราะขำ
.   ชอบใจในคำพูดของเจ้านายตัวเอง
.
.   โพระดกขยับตัว เงื้อมือทันที
อย่างสุดกลั้น
.   แต่จันทรากินรีฉวยข้อมือไว้ทัน
.
.     จันทรากินรีกล่าวตอบ
ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
.
.    " อัปสราดาราราย ...
ท่านพูดถูกแล้ว...
.       ข้าเป็นกินรี
ก็ย่อมมีกำเนิดชาติมาจากนก "
.
.     มเหสีดารารายหัวเราะ
.
.       " รู้สำนึก ก็ดี ! ...
.    แล้วเจ้าก็อย่ามาคิดเทียบศักดฺิ์
เสมอตัวกับข้า ในภายหน้าล่ะ
.        ข้า---
เป็นธิดาของวงศ์วานแห่งนคร
โตนสะเรียม
.     ย่อมมีเกียรติยศ ที่คู่ควรกับเสด็จพี่
อนันตราชมากกว่าเจ้า
    -- รับรู้ไว้ด้วย ! "
.
.       โพระดกหายใจแรง
 โกรธแทนเจ้าหญิง
.      ฮึดฮัด จะปรี่เข้าหามเหสี
.
   " หยุดนะ ! ..
 .        นังพี่เลี้ยง ! "
.
.     ดารารายทำตาถลน
 ไม่พอใจ...
.    ชี้หน้าโพระดก มือสั่นรัว
.
.    "  แกอย่าได้สะเออะ
 มาถูกเนื้อตัวของข้า...
.     ไม่งั้น- จะโดนอาญาของวัง
.   หัวขาด นะแก .."
.
.    นางกำนัลรีบพลอยพยัก
.
.   "  นังนกกะปูด เอ๊ย--
  ... ระวังตัวให้ดีเถ๊อะ--
.        จะโดนแม่ครัวในวัง
  จับถอนขน สับทำแกงสับนก
 ซักวัน "

.
.     จันทรากินรียืนหลับตานิ่ง
.    ยกมือทั้งสอง เป็นท่าห้ามญาติ
เพื่อเข้าฌาน
.        อ่านที่มาแห่งเผ่าวงศ์
 ของอัปสราดาราราย...
.
.   " ทำอะไรของเจ้าน่ะ..."
.
.   มเหสีร้องถามอย่างไม่เข้าใจ
.
.   " องค์หญิงจันทรากินรีของข้า
 ก็กำลังเรียกฌาณวิเศษ
.     เพื่อส่องนิมิต ดูภูมิหลังของ
มเหสี นะสิ "

.      โพระดกตอบแทน
. ด้วยสีหน้าโมโห
.
 .  " รู้ไว้ด้วย....
.        ถึงองค์หญิงของข้า
จะเป็นเผ่าพันธุ์นกป่า
.    แต่ก็เป็นวงศ์นกยูงทองเชียวนะ
จะบอกให้ ...
.    ดังนั้น  พระนางจึงมีญาณวิเศษ
จากสวรรค์  สามารถมองเห็นได้หมด
ว่าใคร มีกำเนิดชาติมาจากอะไร "
.
.   อัปสราดารารายหน้าเสียทันที
ถามโพระดก ด้วยน้ำเสียงเจื่อนๆ
.
.       "  แก--
.  แกพูดจริง ไม่ใช่ล้อเล่นใช่มั้ย ? 
.         -- นังพี่เลี้ยงกินรี "
.
      "   แน่นอน--
.  ขี้ข้าอย่างข้า พูดโกหกไม่เป็นหรอก "
.
.        "  อุย--
   งั้นข้ากลับตำหนักดีกว่า..."
.
.    ดารารายเปลี่ยนท่าทีฉับพลัน
.
.         " ไป- นังเหยี่ยน -
.      รีบกลับตำหนักกันเร็ว.. "
.
.      มเหสีคว้าข้อมือนางกำนัลคู่ใจ
เตรียมดึงตัวกลับ
.
.   " เดี๋ยวสิ -- องค์อัปสราดาราราย
อย่าเพิ่งรีบกลับ
.       เชิญประทับ  และอยู่เม้าธ์กันตรงนี้
อีกสักประเดี๋ยวก่อน "
.
.     จันทรากินรีรีบลืมตา และพูดดักไว้
.
.    " ข้าไม่มีธุระอะไรกับพวกเจ้าแล้ว
อย่ามาชวนดรามา--
.      ข้าจะกลับตำหนักเดี๋ยวนี้ละ "
.
.     ดารารายพูดอย่างหวั่นหวาด
.
.          " มเหสีกลัว.....
.    เพราะไม่กล้าอยู่สู้กับความจริง
.         --  ใช่ไหมเพคะ ? "
.
.   " ความจริงอะไรของเจ้า
            - ห๊ะ ? "
.
.        ดารารายย้อนเสียงดัง
.  ทำกริ้ว แบบใจดีสู้เสือ
.
.             "  หึ ! ...
       ก็ความจริง---
. ที่หม่อมฉันรู้หมดทุกอย่าง
.     ว่าที่แท้ วงศ์วานของพระมเหสี
 มาจาก ปลาไหล นะสิ... "
.
.       " ว๊ายยย--
.    แก---
.         แกรู้หรือเนี่ย ?  "
.
.    ดารารายร้องเสียงหลง
.       ส่วนนางกำนัลเหยี่ยนนั้น
 ถึงกับอ้าปาก ขากรรไกรค้าง..
หุบไม่ลง
.      " ใช่--
 .  หม่อมฉันรู้
....หม่อมฉันเห็น
.   เห็นถึงชาติตระกูลของพระมเหสี
ที่บรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย
.    ล้วนอาศัย เบียดเสียดกันในโพรงรู
ใต้โคลนตมของหนองน้ำที่โตนสะเรียม...
.   ล้วนแล้วแต่ เผ่าพันธุ์ปลาไหล
ที่ชอบกินของเปื่อย ของเน่า
.    หาใช่วงศ์สายของมนุษย์ไม่  ! "
.
.     " อ๊ายยยยย... "
.
.    ดารารายถึงแก่เข่าอ่อน ทรุดตัวลง
ยกมือทั้งสองข้างปิดหน้า
.     หวีดร้องสุดเสียง
.
.     ตกใจสุดขีด...
ที่จันทรากินรีล่วงรู้ความลับ
.   ที่ตนปกปิดชาวกัลปพฤกษ์
มาตลอด
.
. " จงอย่าดูถูกกินรี อีกต่อไป..."
.
.    เจ้าหญิงกินรีพูดเสียงเข้ม
.
.     "  ไม่เช่นนั้น ...
.    เรื่องชาติกำเนิดจากปลาไหลของท่าน
 ก็ต้องถึงหูทุกคน ที่นี่ ! "
.
.    ดารารายรีบยกมือไหว้ปะหลกๆ
ยอมแพ้โดยดุษฎี
.
. " ข้าสัญญา---
.           ว่าต่อไปนี้
.       ข้าจะไม่ดูถูกกินรีอีก
.   และข้าขอร้องเจ้า...อย่าทูลเรื่องนี้
กับเสด็จพี่อนันตราช และองค์มาตารานี
เถิดนะ...
.      ไม่งั้น .... ข้ากับนังเหยี่ยน
 ก็จะต้องถูกเนรเทศ
.   ออกนอกพระนคร... "
.
.  ยังมิทันจะว่ากระไรกันต่อ
.        พลัน...
.     ก็มีเสียงเป่าแตร และสังข์
ดังประโคมขึ้น ที่ประตูราชอุทยาน
.
.   และมีเสียงทหารวังตะโกนมา
.
.   " องค์เหนือหัว อนันตราช...
.              และองค์มาตารานี
จะเสด็จประพาสราชอุทยาน 
 .          บัดนี้ แล้ววววว... "
.  
            *  *  *  *  *  *  *  *
.
   "   อุ๊ยตายละ ---
.   เสด็จลงอุทยาน
.             ทั้งสองพระองค์เลย .."
.
.  ดารารายลนลาน
 .     รีบจับแต่งอาภรณ์ เนื้อตัว
.
.   "  นังเหยี่ยน...
         .. เร็วเข้า-
รีบมาเมคอัพ แต่งหน้าให้ข้าใหม่ ..
.. เดี๋ยวนี้ "
.
.    นางกำนัลเหยี่ยน รีบควักกระปุก
 ผงถ่าน
ที่ผสมกับยางมะขวิด
.   ออกมาจากชายพก
.       สวมวิญญาณอรนภา
ประจงเขียนคิ้วทับซ้ำให้อัปสราดาราราย
.     นางลากหางคิ้วซ้าย-ขวา..
ปร๊าดดดด....
.       อย่างชำนาญ
.
.    และรีบส่งเยื่อกระดาษสีแดง
 ให้เจ้านายเอาไปเม้มขบ
.    จนริมฝีปากมีสีแดงสดขึ้น
 .
.      ดารารายรีบหมุนตัวรอบๆ
 ให้นางเหยี่ยนตรวจดูความเรียบร้อย
.   ของมงกุฎทรงกะบังที่แผ่กว้าง
 และยกสูงเป็นทรงสามเสายอดแหลม
.      กับจับแต่งมวลดอกลีลาวดี 
 ที่มัดติดกับเส้นผม ห้อยไว้เป็นราว
  .   นั้นอีกครั้ง
.
.     โพระดกเอง ก็ไม่แพ้นางเหยี่ยน...
  รีบหยิบตลับฝุ่นแป้งเนื้อละเอียด
 มาลูบไล้พักตร์ขององค์หญิง
.    จนผ่องผุด
.
.    แล้วหยิบแท่งถ่าน จุ่มน้ำมันมะพร้าว
เติมคิ้วทรงสวยให้จันทรากินรี อีกรอบ
.   อย่างช่างมือหนึ่งเหมือนกัน
.
 .     พอส่งกลีบผลกระเจี๊ยบให้ขบสี
จันทรากินรีก็บอกว่า พอแล้ว
.      แต่โพระดกส่ายหน้า ไม่ยอม
บังคับให้เจ้าหญิงขบเม้ม
.    จนได้ริมฝีปากสีแดงสวย
.
                     *  *  *  *  *  *  *
.    ทั้งสองฝั่งมเหสี และว่าที่
 นั่งคุกเข่าประจัญหน้ากัน
.
.     เว้นทางเดินตรงกลางไว้
เพื่อเฝ้ารอรับเสด็จ
.
.     " จันทรากินรี "
 .    ดารารายกระซิบเรียก
.      " อย่าลืมนะ
   ข้าให้สัญญาแก่เจ้าแล้ว
  .      เจ้าก็อย่าผิดคำ "
.
     *  *  *  *  *  *  *
.
.  องค์มาตารานี ราชนิกูล
ผู้มารดา
แห่งเจ้าชายอนันตราช
.  ทรงพระสรวลลั่น
.
.       " อะไรกันนี่...
.   ข้าไม่อยากเชื่อแก่สายเนตรตัวเองเลย
.      อัปสราดาราราย กับจันทรากินรี
 ก็มาชมสวนด้วยกัน แต่เช้า...
 .      เป็นไปได้ไง-เนี่ยะ ?  "
.
.      ดารารายชิงเพ็ดทูล
.
.   " หม่อมฉันเกรงว่า
น้องหญิงจันทราผู้มาใหม่ จะเหงาง่อม
 .   หม่อมฉันจึงรีบตื่นบรรทม
ไปปลุก
 .      แล้วเชิญให้เสด็จลงมา
  เที่ยวราชอุทยานด้วยกัน
.    เพคะ องค์มาตา "
.
.      โพระดกได้ฟัง
 เผลอร้อง โอ๊ะ!-ตอแหล เบาๆ
.    แต่พอเห็นจันทรากินรียิ้มรับ
คำทูลนั้น ก็ได้แต่กัดฟันอดทน
.    เหลือบมองนางกำนัลเหยี่ยน
จึงพบว่า ฝ่ายนั้นกำลังส่งยิ้มหยัน
.    สะใจมาที่ตน
.
.    " ดาราราย เนี่ยะ ...
 ช่างเป็นมเหสีที่งดงาม
    ทั้งรูปกาย -
ทั้งสายกำเนิด ที่สูงส่ง...
     และจิตใจเมตตาต่อผู้อื่นจริงๆ
. แม่พูดถูกไหม  อนันตราช ? "
.
.      " พระเจ้าข้า .."
.
  กษัตริย์หนุ่มพระพักตร์เปื้อนยิ้ม
.
.   "  เสด็จแม่ตรัสถูกแล้ว
ลูกเองก็ดีใจ ที่ทั้งสององค์
. เข้าใจกันและกันแบบนี้...
.       คงไม่ก่อปัญหา-
ให้ลูกต้องปวดเศียรพระเจ้าข้า  "
.
.    เจ้าชายอนันตราชประทับ
บนพระเก้าอี้ของอุทยาน
  .   ส่วนมาตารานีนั้น  ทรงเอนกาย
พิงหมอน บนเตียงนอนกลางวัน
ตัวงามสีทอง 
.    อันเป็นเครื่องราชบรรณการ
ที่ประเทศราชสั่งซื้อจากเมืองวิลาศ
 ไกลโพ้น มาถวาย
.    และทูลบอกว่า ชาววิลาศเรียกมัน
ว่า เดย์ เบด -day bed

.    มาตารานีอารมณ์ชื่นมื่น
ทรงหยิบดอกไม้ในพานข้างวรกาย
 ขึ้นมาทัศนา ...
.    แล้วดมดอม สูดหอมกลิ่น
.
.    เหล่านางกำนัลต่างรีบคลานเข่า
เข้าไปถวายกระแสวาโย
 ให้พอสบาย ทั้งสององค์
   ด้วยพัดลมแบบมือถือ 
.   ซึ่งก็คือ พัดโบก ที่มีขนาดใหญ่
 ด้ามยาว
.
.      " อนันตราช  ...
เพลานี้  แม่อยากดูระบำรำฟ้อน
.      แต่แม่ไม่เอา ที่พวกนางกำนัลชุดนั้น
เคยแสดงถวายอีกแล้วนะ
.    ไม่ไหว-- รำยึกๆ ยักๆ แบบเดิมๆ
 ซ้ำซาก
.     บ่องตง  แม่เบื่อมวก ๆ "
.
.     " เสด็จมาตารานีเพคะ ..."
.
.    อัปสราดารารายรีบทูลเสนอ
.
.    " ดารารายขออนุญาตฟ้อนระบำ 
ถวายให้ทอดเนตรเอง เพคะ "
.
.  " ว้าว--อัปสราดาราราย
.        นี่เจ้าก็ฟ้อนเป็น ด้วยรึ "
.
.      มาตารานีรู้สึกทึ่ง
.
.     " เพคะ...
.    หม่อมฉันจะฟ้อนระบำโตนสะเรียม
ซึ่งเป็นระบำใน- เอ่อ... "
.
. หันไปสบเนตรกับเจ้าหญิงจันทรากินรี
แต่แล้ว  ดารารายก็ตัดสินใจตะแบง
.    คำทูลต่อ
.
.    "  -- ในราชสำนัก
 ของราชวงศ์ของหม่อมฉัน เพคะ "
.
.    " วุุ๊ย-- ดี   แม่ชอบ "
.
.     ราชมาตารานีดีพระทัย
.
.   " แม่ก็อยากทอดเนตร ระบำ
จากราชสำนักอื่นบ้าง...
.    เซ็งของกัลปพฤกษ์อย่างหนัก 
- ขอบอก
.
.       แล้วจันทรากินรีล่ะ....
เจ้าพอจะฟ้อนรำ
.    เป็นกะเขา บ้างหรือเปล่า "
.
.    จันทรากินรีประนมกรตอบ
.
.     " หม่อมฉัน
.   พอฟ้อนได้บ้างเพคะ "
.
.       " งั้น  เอางี้...
.  เจ้าทั้งสอง จงฟ้อนถวายให้ข้าชม
 พร้อมๆ กันเลย - ดีไหม๊ ?
.     ข้าจะได้ให้เจ้าพนักงานฝ่ายดนตรี
 บรรเลงมโหรีเพลงชมสวนให้ "
.
.     "  เพคะ...
.     หม่อมฉัน จันทรากินรี
. ผู้เป็นเพียงราชนิกูลเชื้อสายนกป่า
จากถิ่นเถื่อนไพร
.    จะขอฟ้อน ระบำนกยูงทอง
  ถวายแด่องค์มาตารานี เพคะ "
.
 .    "  โอ้-- ระบำนกยูงทอง
ฟังชื่อ ก็ไฮโซ - ปรี๊ดดด ...
.          ข้ายิ่งอยากเห็น
.
 .   เอ้อ--แล้วมันเป็นระบำนี่นะ
 งั้น-นางพี่เลี้ยงของเจ้าทั้งสอง
.      ก็ต้องช่วยฟ้อน พร้อมกับเจ้านาย
 ไปด้วยเลยสิ "
.
.   เหล่าข้าราชบริพารพากันขยับที่
ขยายวงนั่งใหม่
.      แรกๆ  ก็ยังได้วงแคบๆ
.     ต้องช่วยกันดู และบุ้ยปาก
ให้คนที่ยังนั่งขวางวงอยู่ ขยับก้น
ถอยหลังออกไปอีก
.     จนในที่สุด ก็เกิดเป็นลานกว้าง
 -น่าออกไปฟ้อน แต๊ ๆ
.
.    อัปสราดาราราย และนางกำนัลเหยี่ยน
ยืนรออยู่ที่มุมหนึ่ง
.
.  และอีกมุมหนึ่ง จันทรากินรี กับนางพี่เลี้ยง
โพระดกก็ยืนสแตนด์บาย
.        - เตรียมประชัน
.
. " มิวสิค !-
 .        ... เอ๊ย   มโหรี ! "
.
.         ผู้ควบคุมวง ตะโกนก้อง
  แล้วยกไม้อันผอมๆ สั้นๆ
 . ชี้สั่งไปทางเครื่องดนตรี แต่ละชิ้น
.
.      เสียงบรรเลงเพลงชมสวน
ก็ประโคมแข่ง กันอื้ออึง....
.         ทั้งปี่แน ปี่อ้อ
. ฉิ่ง ฉาบ และกลองตะโพน
.
.    พนักงานฝ่ายขับร้อง คอยรอให้ดนตรี
บรรเลงหัวเพลงนำไป
.      พอสบจังหวะเสียบเนื้อ
ก็เริ่มครวญ ผสมทันที
.
.    " ชม-ผกา...จำปา จำ-ปี
 กุหลาบราตรี พะยอมอังกาบ
 .   ทั้งกรร-ณิการ์
.
.    ลำดวนนมแมว ซ่อนกลิ่นยี่โถ
ชงโคมณฑา
.     สายหยุด เฟื่องฟ้าาา...
.
.    ชบา และ สร้อย--ทองงงง 
.
.              ฯลฯ     "
.
          *  * * * * * *
.
.      อัปสราดาราราย รีบชิงออกรำก่อน...
 นางยิ้มน้อยๆ
 .      กางแขน ช้อนขึ้นเป็นวงกว้าง
แล้วจีบ กรีดนิ้ว อย่างช้าๆ นุ่มนวล
.     ดูสวยงามทีเดียว....
.       ที่เด่น  คือนางสามารถแอ่นตัว
ได้อ่อนข้อยมาก
.    ยามร่ายรำ และวาดวงแขนช้าๆ
.       จึงน่าดู...
.
.      น่าเวทนา ก็แต่นางกำนัลเหยี่ยน
ดูท่าทาง นางจะฟ้อนไม่เป็นเอาซะจริงๆ
.      มือที่จีบนั้น เกร็งแข็ง
หน้าคนฟ้อนจึงย่นยู่...
.  ตอนหมุนตัวเปลี่ยนท่า ก็ดูกระโดก
กระเดก
จะล้มแหล่ มิล้มแหล่

.     ยามเผลอตัว - นางเหยี่ยน
ก็จะชอบฟ้อนแบบบิดตัว
หมุนเป็นเกลียวสว่าน
.    ซึ่งดูรวมๆ แล้ว พาลให้นึกถึง
ปลาไหล ตอนจะหนีลงรู
.
.       มีเสนาหลายคน
แอบหัวเราะกัน
.   ขำท่ารำของนางเหยี่ยน
.
.    จันทรากินรีพนมมือนบไหว้ครู
แล้วก้าวเท้าออกฟ้อนด้วยจินตลีลาของ
นกยูงรำแพน
.   นางจีบนิ้ว ฟ้อนได้งดงามยิ่งนัก
.
.   และด้วยวงพักตร์ที่สวยสะดุดตา
อีกท่าวาดวงแขนที่กลมกลืน อ่อนช้อย
.    จึงสะกดให้ทุกสายตา ละจากอัปสรา
ดาราราย
มาจับจ้องอยู่ที่นางผู้เดียว...
.
.     ยามที่จันทรากินรีฟ้อนท่าเอียงอาย
อนันตราชที่นั่งดูอยู่ ถึงกับจ้องสบตา
ส่งยิ้มหวานซึ้งให้นาง
.         ราวกับจะเข้าประชิดปลอบ
ณ ตอนนั้น
.
.         นางพี่เลี้ยงโพระดก
 ที่ก็ฟ้อนแบบโดกเดกเหมือนกัน
ติดจะคอยทำท่าหัวผงกๆ
.      คล้ายนกโพระดกที่กำลังจิกกิน
ลูกไทรอย่างเอร็ดอร่อย
.    เรียกว่า รำไม่ได้เรื่อง
แย่- ไม่แพ้ระบำปลาไหลลงรู
.   ของนางเหยี่ยน
 .      ก็พลอยรอดตัวไป...
เพราะไม่มีใครสนใจมองนาง
.   ทุกคนกำลังตกในภวังค์
 ชื่นชมการฟ้อนนกยูงทอง
.  ของจันทรากินรี
.
          * * * * * * * * *
.
 .     เพลงจบ มโหรีหยุด
จังหวะเดียวกับที่อัปสราดาราราย
และจันทรากินรีทรุดตัวลง
เบื้องหน้าองค์อนันตราช และมาตารานี
.    หมอบกราบ ....
 จบการฟ้อนถวาย
.
.    เสียงปรบมือดังกึกก้องจากทุกคน
แสดงถึงความประทับใจท่วมท้น
.
.    มาตารานียิ้มแย้ม ตรัสว่า
.
. " ขอบใจเจ้าทั้งสอง...
.     ฟ้อนได้สวย ถูกใจข้าเหลือเกิน
มิเสียแรงที่เลือกฟ้อนแบบราชสำนัก
มาให้เห็นเป็นบุญตา "
.
.      อัปสราดาราราย...
เข้ามาใกล้ๆ ข้าซิ "
.
.  ดารารายแอบยิ้มดีใจ ขยับคลาน
ไปหมอบอยู่แทบเท้าองค์มาตา
.
.   " ธำมรงค์โป่งข่าม วงนี้
ข้ามอบให้เจ้า ....
.   เป็นรางวัลจากน้ำใจ "
.
.    " ขอบพระทัยเพคะ "
.
.      อัปสราดารารายรับแหวน
หันมายิ้มกับนางเหยี่ยน
.    เหยี่ยนจึงหันไปยิ้มเย้ยโพระดก
ต่อทันที
.
. " จันทรากินรี ...
.          จงมาหาข้า "
.
 .   อนันตราชตรัสเรียกจันทรา
กินรี
.
.       ได้ยินเพียงเท่านี้   
.ก็ทำให้ ดารารายหน่วยตาร้อน
ผะผ่าว...
.
.    จันทรากินรีขยับกายเข้าไปหา
อนันตราช
.
.    " เจ้าฟ้อนรำได้สวยงามมาก
 พระมารดา และข้า
.    ถูกใจระบำนกยูงทองของเจ้า
 จริงๆ "
.
.   " ขอบพระทัยเพคะ "
  จันทรากินรีประนมไหว้
.
.      ดารารายรีบก้มหน้า
หลบซ่อนน้ำตาแห่งความน้อยใจ
ที่ีกำลังเอ่อคลอเบ้า ...
.   ไม่ให้ใครสังเกตเห็น
.
 .   "  ธำมรงค์ วงนี้
  ประดับด้วยทับทิมสยาม
  .  สีเลือดนก -หายากมากๆ
.      ข้าเห็นว่า มันเหมาะสมกับเจ้าที่สุด
 จึงขอมอบให้
.      เป็นรางวัลที่เจ้ามีน้ำใจ ฟ้อนถวาย
.    ยื่นมือมา ... จันทรากินรี
.ข้าจะสวมมันให้เจ้าเอง.... "
.
.    โพระดกปลื้มปิติ
.   เมื่อเห็นเจ้าหญิงยื่นมือ
ให้อนันตราชสวมพระธำมรงค์ทับทิม
แต่โดยดี
 .   ไม่บิดพริ้ว เกี่ยงงอน
.
.   น้ำตาร้อนจัด จากใบหน้าที่ยังหมอบกราบ
ของอัปสราดาราราย หยดร่วงเผาะ
.   ตกลงมาที่พื้น เปียกเป็นดวงวง
 ตรงนั้น
.  นางฝืนกลั้นสะอื้น ต่อหน้าพระพักตร์ไว้
จนเต็มความสามารถ
.
.    นางเหยี่ยนผู้บ่าว เห็นแล้ว
 สงสารเจ้านายของตนจับใจ
.
    *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.  ทันทีทีกลับถึงตำหนัก
 .     ดารารายรีบถอดแหวนโป่งข่าม
เขวี้ยงกระเด็น
 .    กลิ้งไปตามพื้น
.
.       " เอาแหวนโป่งข่าม บ้าบอ
.    ... ขี้นอก-ขี้นอก
.     ของแก คืนไป๊ !
.           ฮือ ๆๆๆ  ..."
.
.     " ว๊ายตายแล้ว !.. "
.     นางเหยี่ยนตกใจ..
รีบวิ่งตามไป ไล่ตะครุบ
.      คว้าแหวนคืนมา
.
.     " ทำไมทำอย่างนี้ล่ะเพคะ
   ทูนหัวของบ่าว ...
.        นี่ถ้าองค์มาตาเห็นเข้า...
.    งานใหญ่เข้าแน่   ชัวร์ -เพคะ "
.          
.       " ก็ถ้าแกไม่สาระแน
 ไปเล่าต่อ
.     ใครจะมารู้เรื่องนี้ล่ะ ?
.         ... เจ็บใจเหลือเกิน!
  นังจันทรามันได้แหวนทับทิมสยาม
วงนั้นไป ...
.       ข้าอุตส่าห์เล็งมาตั้งนาน  "
.
       " วู้ย--  แต่จะว่าไป
   มันก็ฟ้อนดีจริงๆ นะเพคะ ...
       ... รำส๊วย-สวย
.   สวยกว่าที่ทูนหัวของบ่าวรำ
        แบบเห็นๆ.. "
.
 .    ดารารายใช้เท้าถีบนางเหยี่ยน
เปรี้ยง!  -ยัน โครม! เข้าให้
.
     " นัง--
           ...นี่ "
.
    ร่างนางเหยี่ยน กลิ้งหลุนๆ 
ม้วนเจ็ดตลบไปนู่น..
.
   " ตอกย้ำข้าดีนัก ! 
  แกเห็นอุจจาระดีกว่าลำไส้หรือไง ?"
.
       เหยี่ยนลุกได้
    ก็คลานมาหานายใหม่
ไม่ว่ากระไร...
.
    " ข้าอยากจะต่อว่าแกจริงๆ
  ตอนนั้นแกนึกยังไง
     ถึงทำท่ารำ เลื้อยๆ ยังงั้น
        แกรู้มั้ย ฉันยังแอบได้ยิน
ไอ้เสนาตัวอ้วนๆ  มันนินทาแก
         มันว่า ...
   แกรำ เหมือนปลาไหลลงรู ! "
.
  " อ๋อ--
  ไอ้อ้วนตัวนั้นเหรอเพคะ
         เชอะ -- 
   มันก็ปากไม่ดีกับบ่าวเรื่อยแหละ
  บ่าวไม่สนคำพูดจากปากจรจัด
           ของมันหรอก.. "
.
     " อะ - อีกอย่าง  ...
     ข้าก็ยังไม่เข้าใจจนบัดนี้ "
           มเหสีจัดเต็ม...
  เลยยาวเลยทีนี้
        " ตอนที่เราสองคน
    เข้าโหมดแปลงร่างเป็นมนุษย์
ชื่อมนุษย์ มีให้เลือกเยอะแยะ...
     น้องกิ๊ฟ เชอรี่ น้องวาย 
 มีตั้งมากมาย ไม่ยอมชื่อกัน
        น้องแอน น้องโบว์ น้องอัน
  หรือชื่อ ปัน-ปัน
        น้องขวัญ....ก็ยังดี
น้องเมย์ ชื่อเท่จะตาย ก็แล้วทำไม?
       แกไม่เลือก ..ละนี่
ทำไมแกไปเลือกชื่อ เหยี่ยน 
      แกไม่รู้เหรอ ? ..
         ว่า เหยี่ยน-อะ
   มันแปลว่า... ปลาไหล ! "
.
      นางเหยี่ยนคอตก  สำนึกผิด
แต่ก็พยายามชี้แจง
.
      " ทูนหัวของบ่าว..
     อภัยบ่าวเถอะเพคะ
  ที่จริง ตอนแรก....
   บ่าวก็ขอใช้ชื่อยูสเซอร์เนมอื่น
      แต่โหมด มันปฏิเสธบ่าว
   มันบอกว่า
      มีคนใช้ชื่อนั้นแล้ว เพคะ "
.
   " ชื่ออะไร ? ...
      ที่แกตั้งตอนแรกน่ะ "
.
     " อ๋อ...
    อั้ม-พัชราภา เพคะ "
.
     นางเหยี่ยนรีบตอบอย่างภาคภูมิใจ
.
     มเหสีอัปสราดารารายค้อนขวับเข้าให้
 ทำปาก ยี้ -- สยองใส่...
.
     " แล้วโหมด มันก็ถามบ่าวต่อ
ว่าสนใจ ชื่อ เหยี่ยน - Yhian นี้ -มั้ย ?
    บ่าวก็นึกว่า เป็นภาษาฝรั่งวิลาศ
 บ่าวก็เลย โอเค เพคะ "
.
       ดารารายร้อง " หื๊อม! "
   เอานิ้วชี้จิ้มยันหน้าผากนางเหยี่ยน
อย่างแรง จนหน้ามันหงาย
    ตะคอกใส่หน้าแถมให้ ด้วยดีกรีความหมั่นไส้
ระดับแม๊กซิมั่ม
.
       " ทู่- เรศ ! "
.
      นางเหยี่ยนรีบลุกขึ้นมานั่งใหม่
 ... ทำตาปริบๆ
.
        *  *  *  *  *  *  *  *
.
    แล้วเหยี่ยนก็รู้สึกสังหรณ์ใจ
ขึ้นมาทันที เมื่อเห็นดารารายมองไปข้างหน้า
 อย่างโกรธแค้น....
     เค้นเสียงเครียด ออกมาจากลำคอ
.
" นังจันทรา ...
         แกอย่าหวังเลย
    ..  ว่าจะชนะข้าอีก ! "
.
       สิ่งที่เหยี่ยนคาดคิด ก็เป็นจริง
ดารารายหันมากล่าวกับบ่าว
ผู้จงรักภักดี  ด้วยสีหน้าจริงจัง
.
" นังเหยี่ยน...
           ข้าจะทำเสน่ห์ ! "
.
      เหยี่ยนรีบยกมือพนมไหว้ 
 ขอร้องเสียงสั่น
.
   " ทูนหัวของบ่าว...
         คงจำได้นะเพคะ
    ว่าบ่าวเคยขอร้องท่านมาก่อนแล้ว
  เรื่องนี้
         เรื่องอื่นหมื่นแสน
   บ่าวยินดีรับใช้ทูนหัวเต็มที่ ทุกอย่าง...
    แต่เรื่องทำเสน่ห์ มันอันตรายมากๆ
    เราพลาดนิดเดียว วิญญาณโสโครก
มันจะออกมาฆ่าเราทันที
        นะเพคะ..."
.
      อัปสราดารารายเม้มปากนิ่ง
  คอแข็งตรง
          ใช่ -  นางเหยี่ยนเคยเล่า
  ว่าป้าของมันทำเสน่ห์ให้ชายข้างบ้าน
   แล้วตัวเองต้องตายอย่างทรมาน
 และทารุณ
.
      " พระมเหสี คงจำเรื่องของป้า
ที่บ่าวเคยทูลเล่าได้ นะเพคะ "
.
       " ก็ป้าของแก มันโง่เองนี่
 นังเหยี่ยน "
.
      " โธ่-- ทูนหัวของบ่าว
  อย่าดื้อดึงเลยเพคะ
      ที่ป้าของบ่าวต้องตาย..
  ก็เพราะ แค่ลืมให้อาหารสดคาว
แก่วิญญาณร้าย...
      แค่มื้อเดียว เท่านั้น "
.
       ดารารายเบือนหน้า
 หนีสายตานางเหยี่ยน ที่มาคุกเข่า
อ้อนวอน
.
   " วิญญาณในเวทย์ มีหลายดวง...
 ครานั้น  ที่มันทะลุมนต์ยาเสน่ห์
  ออกมาได้
   เป็นดวงวิญาณของผีงูเหลือม
   ตอนมันออกมา บ่าวกับทุกคน
   เห็นเป็นงู ตัวใหญ่เท่าต้นมะพร้าว
มันรัดตัวป้าของบ่าว จนกระดูกลั่น....
    แล้วค่อยๆ กลืนกินทีละนิด
       ... จากตีสาม จนยันสว่าง
   มันถึงกลืนป้าทั้งเป็น
    หมดทั้งตัว...  "
.
         ดารารายหลบตาเหยี่ยน
 พูดเบาๆว่า
.
 "ข้าจะไม่มีวันลืมให้อาหารพวกมันแน่นอน
       นังเหยี่ยน ..."
.
       " แม่ทูนหัวของบ่าว ....
  โธ่เอ๋ย-- โปรดเชื่อบ่าวเถิดเพคะ "
  .
.         นางเหยี่ยนสะอื้น
ตัวสั่นด้วยความหวาดวิตก
.      เพราะรู้ดี ถึงนิสัยรั้น ไม่ยอมใคร
ของดาราราย....
.
         *  *  *  *  *  *  *
.
            ( จบตอน ๓.)
.
.  
ขอบคุณทุกท่าน ที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมเยือน



Create Date : 05 ตุลาคม 2559
Last Update : 19 สิงหาคม 2560 15:08:09 น.
Counter : 967 Pageviews.

0 comments

เปียงดิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ข้าราชการบำนาญ
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
6
8
10
11
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog