D. บทกลอน ฯลฯ ที่เราแต่ง












                                  1.

คนในใจ...


ไม่ได้คิด นอกใจ ใครคนนั้น
 แค่ขอฉัน หลบปันใจ ใครคนหนึ่ง
ใครคนนี้ ที่ยามเหงา เฝ้าคะนึง
 เพราะแอบไว้ ใต้ก้นบึ้ง หนึ่งซอกใจ
.

    เคยรักเธอ อย่างไร ...ใจยังรัก
    มิอาจหัก ห้ามจิต สนิทได้
    แม้เราต่าง มีคนปอง เป็นของใคร
    แต่ซอกใจ ของฉันนี้ ยังมีเธอ
.

    .... เธออยู่ใน สายตาฉัน ทุกวันก่อน
    เพียงคิดย้อน ก็ยอกใจ ได้เสมอ
    รู้ไหมฉัน หวั่นหวาม ยามเจอเธอ
    กายเย็นเฉียบ ทุกอย่างเบลอ เมื่อเธอมอง
.

       เธอไม่ใช่ คนสวยเด่น เป็นที่หนึ่ง
       แต่ตราตรึง  ใจฉ้นนี้ ไม่มีสอง
       จะเดินนั่ง ทั้งนั้น ฉันเฝ้ามอง
       คอยจับจ้อง และหลบตา ...ถ้ารู้ตัว
.

         เห็นเธอไป กับอีกคน ใจหล่นวูบ
         หน้าซีดซูบ ทันใด ไม่ยิ้มหัว
          เหมือนโลกลับ  ดับตอนไหน ไม่รู้ตัว
          มืดสลัว และหมองหม่น  จนซึมเซา
.

     เหมือนเธอพอ มีใจ ให้ฉันบ้าง
     ที่จะอ้าง อิงย้ำ  จำไหมเล่า 
     เราเคยสบ -ตากัน วันนานเนาว์
     ณ ตอนนั้น โลกมีเรา เพียงสองคน...
.

       ไม่มีใคร ไหนอีกหรอก นอกจากเธอ
       ที่มัดใจ ให้ละเมอ เพ้อทุกหน
       คนใหม่นี้ ที่ฉันเคียง เพียงแค่คน
       ที่เขาทน ฉันได้.... ไม่อย่างเธอ
.





      ป่านนี้เธอ อยู่ดี มีสุขไหม ?
      ส่งดวงใจ มั่นภักดิ์ รักเสมอ
      ฝากจันทร์เดือน เคลื่อนคล้อย ลอยถึงเธอ
      น้ำตาเอ่อ ...ช่างมัน ฉันไม่แคร์
.

     ขอจบใจ ได้แอบนึก ระลึกถึง
     ว่าครั้งหนึ่ง  รักเธอแล้ว อย่างแน่วแน่
     กาลลุล่วง  แม้ดวงใจ  ไม่ผันแปร
     คงได้แต่ นอกใจเขา  เพียงเท่านี้....
.
  ....... * เปียงดิน *

     ...................................  Smiley



                         (ขอบคุณภาพต้นฉบับ-ก่อนผ่าน P. paint -จากกูเกิ้ล)



                               2.   

                 "อย่ากลัวปัญหา"


                  หากมนมั่น                 หวั่นจิตไย
               เร่งพลชัย                      ฝ่าธุระมวล

                   ตรึกตริตรอง               ผองผิวรวน
               รั้งสติทวน                       สบนิรภัย
.              

                                  ....... * เปียงดิน *
                                      ..............    Smiley



3.

                                แค่ล้อเล่น ?...


ตกลงว่า ...ทุกอย่างแท้ แค่ล้อเล่น
ทำเฉกเช่น เราเป็นเด็ก เล็กคนหนึ่ง
 ตกลง-กอด ที่แกมเย้า และเคล้าคลึง
 แค่ส่วนหนึ่ง ที่เธอขอ ล้อเล่นกัน ?
.

  แล้วแหวนนี้ ที่เธอขอ ...ก็-ล้อเล่น ?
  ไม่มีเว้น เล่นไป ให้สุขสันต์
   คิดบ้างไหม ใจคนอื่น อาจตื้นตัน
   และเขานั้น  จะฝันบ้า ว่าเรื่องจริง
.

    เล่นแรงไป ไหมนี่ ที่โจ่งแจ้ง
    ทั้งหวานคำ นำแสดง แสร้งทุกสิ่ง
    คนรอบข้าง ระหว่างเรา เขาว่าจริง
    เธอก็ยิ่ง สนุกใหญ่ ...ใช่ไหมเธอ ?
.

   ใช่สินะ ... กะรูปนี้ ที่โพสต์เด่น
    แค่ล้อเล่น  เธอย้ำว่า อย่าเพ้อเจ้อ
    นี่อะนะ ?  แก้มแนบกัน ฉันและเธอ
    ยังเพ้อเจ้อ ?   - เชื่อเค้าเลย คนเคยรัก




   ขอบใจมาก ที่ไลน์มา ว่าล้อเล่น
   ฝากขอโทษ เป็นเครื่องเซ่น คนอกหัก
   เหตุการณ์เก่า เฝ้าแนมเหน็บ  เจ็บปวดนัก
   เกินจะหัก ใจแพ้ คำแก้ตัว
.

   ฉันรู้ดี คนเก่ามา หาเธออีก
   การเฉยปลีก ไปจากฉัน  มันอาจชั่ว
   เธอจึงบอก  เธอเล่นๆ - ฉันน่ากลัว
   มโนเอง  เกรงจะมั่ว .... จึงขอบาย
.

   ได้-  ตามนี้ ...ที่บอกว่า  เกมโอเว่อร์
    และตัวเธอ เลิกล้อเล่น เช่นแพ้พ่าย
    ขอโทษฉัน กับวันก่อน ...หวังผ่อนคลาย
    จบสวยๆ  กับเกมร้าย ที่คล้ายลวง
.
  ....... * เปียงดิน *

    ..................  Smiley

   (ขอบคุณภาพต้นฉบับ-ก่อนผ่าน P. paint -จากกูเกิ้ล)








                                    4.

                                  หลง


(ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


ลอดิลกฯ หลงเพื่อนแพง ด้วยแรงฤทธิ์
มนต์ปู่เจ้าฯ เผาดวงจิต บิดกระสัน
 กังหันล้อ ลมแรงส่ง จงหมุนพลัน
ป่วนฤทัย พระองค์นั้น ให้ทันที
.

  หลงรำพัน หันหวน รัญจวนโหย
  ทรงโอดโอย สุดประทับ อยู่กับที่
   สงสารนัก ลักษ -ณาวดี 
   ยอดนารี สยายเกศ เช็ดบาทา 
.

    ลอดิลก -ราชร่ำ พร่ำลาเมีย
    และสั่งเสีย ด้วยสุดทน มนต์คาถา
    ทางโน้นเขา เอาใหญ่ ไม่เมตตา
    พี่ต้องไป แล้วหนา อย่าทัดทาน
.

     รู้ว่าหลง  แต่ทรงไป เพราะใจแพ้
      รู้ต้องวาย ชีพแน่ แต่สุดต้าน
      หลงมนต์ดำ เขาทำใส่ ใครจักทาน
      เกิดตำนาน รักโศก วิโยคมา...
.

  ....... * เปียงดิน *
           ...................   Smiley



    5.


                 อยู่ให้ถูกที่ ถึงจะมีค่า


ยืนตรงนั้น มันไม่ใช่ ที่ใจสุข
แสนก่นทุกข์ สุดหวั่นไหว  ด้วยใจหาย
ใจเขาจืด  และดำจริง ทั้งหญิงชาย
วาจาร้าย สายตาเหยียด รังเกียจเรา
.

ปรารถนา หาที่ยืน ตรงผืนนี้
คือพื้นที่ ฉันโตมา แต่คราเก่า
เพียงสัมผัส ก็ไออุ่น หนุนกายเรา
ณ ที่เก่า เปี่ยมรักล้น ท่วมท้นใจ
.

 ขอหันหลัง กับสังคม ที่หมมหมัก
 สังคมปลัก เปลือกปลอม ย้อมสีใส
 หากหุ้มเฉา เน่าเฟะ เละข้างใน
 นี่จะไม่ กลับไปยืน ... ให้ ฝืนตีน   ( 55)      
.
  ....... * เปียงดิน *


     ........................  Smiley


         6.

               งามยล





  ใช่งามผาด บาดตาใจ อย่างใครเขา
  หากแต่เจ้า งามพิศ ยามชิดใกล้
  สิบคนแล  แค่ผิวเผิน เขาเมินไป
  แต่มีใคร หนึ่งนี้ ที่เหลียวยล
.

   เพ่งพินิจ พิศซ้ำ ย้ำหลายครา
   ตรึงอุรา ปักใจหมาย มองหลายหน
   แกงพะแนง  สีสวยสะ กะทิปน
   ต้มข่าไก่ สีขาวข้น คนรุมจอง
.

    หรือแกงเหลือง เรืองรอง สีทองขับ
    แกงเทโพ คนคว้าหมับ เพราะมันย่อง
    แต่แกงนี้ เงียบอนาถ ขาดคนมอง
    มีเพียงเรา ที่เฝ้าจ้อง ดั่งต้องมนต์
.

     เราเห็นสวย สีนี้ ที่ "ไม่สวย"
     ใครว่า "เขละ" - ไม่เห็นด้วย..หากเข้มข้น
     " ไม่น่ากิน" .. ขอเถียงความ ว่า- งามยล
     สรุปแล้ว... มีเราคน  ซื้อ "แกงบอน"
.


  ....... * เปียงดิน *
.


  (ขอบคุณภาพแกงบอนจากกูเกิ้ล)


                 ..............  Smiley


  (นอกนั้น เขาซื้อแกงอย่างอื่นกัน อย่างที่บอก)


ดอกหญ้า ...เจ้างามพิศ


ดอกไม้.....

อื่นใดเขา เฝ้าฟูมฟัก รักถนอม       
หวังดมดอม หอมกลิ่น ถวิลหวัง
 แต่เหล่าด้อย  ถ่อยเผ่า เหมือนเขาชัง      
 หากเรายัง เห็นงาม ตามสายตา
.

   เจ้าติดดิน กลิ่นละออง ของธรณี   
   ให้ชุ่มชื่น  ปฐพี ...นี่คือหญ้า
   ระบัดใบ ปกให้ แต่ไรมา                   
   เป็นเพียงหญ้า หาสกุล หนุนไม่มี
.

   มาเถิดท่าน  ผ่านมาพิศ ด้วยจิตซื่อ     
   มาร่วมรื้อ ค้นนิยาม หญ้างามที่-
   แอบซ่อนงำ อำลับ กับธรณี                    
   ชมก่อนที่ บาทาถม เหยียบจมดิน....
.
.  ....... * เปียงดิน *
ดอกไม้



         ผักปลาบใบแคบ






   "  ปลาบเอย ปราบ -ใจเรา เจ้างามพิศ    
     กระจิริด รอดตา ทุกคราหนอ
     ครั้นวันนี้ มีแก่จิต พิศละออ
     ว่า..โอ้หนอ ปลาบเราปลื้ม ดิ่มด่ำจริง
.

       งามสีขาบ  อาบใจ ให้ชอบอก
        เกสรยก ก้านอุไร  ชูไว้นิ่ง
        เจ้าเจียมตน คนเมินมอง ไม่ร้องติง
        ฤๅเจ้าหยิ่ง รอท่าใคร  ให้เห็นเอง " 
.                                                              
  ....... * เปียงดิน *

(ขอบคุณภาพต้นแบับ-ก่อนผ่าน p.paint-
 จาก  http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=calalily&month=10-2013&date=14&group=19&gblog=83 )



ขอขอบคุณ ทุกกวี ที่ร้อยเรียง
สลับพจน์ และบทเพียง เสียงเสนาะ
ต่างงดงาม ตามฤทัย ล้วนไพเราะ
และซอนเซาะ แทรกไซ้ ในกมล
.

  เชิญประชุม สโมสร นักกลอนเอก
  โปรดดั้นเมฆ มาเลยครับ อย่าสับสน
  วัชพืช  ยืดกายา สู่ตายล
  ได้ด้วยมนต์ พจมาน ที่ท่านปรุง ....
.

  ....... * เปียงดิน *
.

     หนวดแมว


(ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)

   เรียวเส้นลิ่ม ทิ่มแทง  ให้แย้งคิด
   ใครประดิษฐ์ ประดับไว้ ใช่ไหมเจ้า
   ค่อยเอื้อมลอง ต้องบ้าง อย่างเบาๆ
   เออหนอ-ใคร  ให้ชื่อเจ้า  เล่า "หนวดแมว"
.

    ช่างสมจริง เหมือนจัง ดั่งมายา
    หากวิฬาร์ เหลียวเห็น เป็นใจแป้ว
    ใครทุรัง  บังอาจอวด ถอนหนวดแมว
    เสียบล้อมแก้ว มาลา อย่างน่าชม

.
  ....... * เปียงดิน *
.

กระทกรก



  (ขอบคุณภาพจาก http://runchida.blogspot.com/2010/08/blog-post_19.html )


  เคยเก็บกิน สิ้นหน่วย ด้วยวัยเด็ก
  หวานเล็กๆ ลิ้ม"รกช้าง" ข้างทางนั่น
   " กระทกรก" คนบางกอก บอกชื่อมัน
  สำหรับฉัน ลูกรกช้าง  ...นางชื่อนี้
.

   กลีบดอกซ้อน มากชั้น งามบรรเจิด
   ฝอยเขียวเปิด เผยกลีบบาน สะอ้านคลี่
   แทรกแสงดาว ขาวม่วง พ่วงเข้าที
   หว่างใจมี ร่มน้อยๆ ไว้คอยกาง
.

        ก่อนนี้เอ๋ย ไม่เคยมอง จ้องแลเจ้า
        ตาคอยเฝ้า หน่วยดิบ-สุก  เก็บทุกอย่าง
        บีบดิบเล่น เป็นลูกโป่ง  "โป้ง" ...ไปพลาง
        หน่วยสุกนาง ถูกเคี้ยวกิน สิ้นกำมือ 
.
  ....... * เปียงดิน *
.



ผมก็ใต้   ... แต่ชอบว่า ข้าอยู่เหนือ
เพื่อนก็เชื่อ ... เหนือมาเลย์    -ไง ...เท่ไหม ?
( เอ๊าะ-บ่าวนี่  แหลงพรื่อ-หา?  ประสาไร
 กวนอวัย - ยะวะ   ณ  ตรงนั้น )
.

   เดี๋ยวนี้อยู่ เชียงใหม่ ... พอใครถาม
    อ๋ออยู่ใต้- ใต้พุกาม   ตามเขตขัณธ์
    ( โห- ปู่นี่  อู้อย่างไย  โตยบะตัน
    ยอกเลยบ๋อ ?..ล็อคคอหวัน ปันบะกุย )


**ถอดความ
    จากร้อยแก้ว
           เป็นร้อยขวด**

  ผมก็ใต้   ... แต่ชอบว่า ข้าอยู่เหนือ
  เพื่อนก็เชื่อ ... เหนือมาเลย์    -ไง ...เท่ไหม ?
  ( เอ๊าะ-บ่าวนี่  แหลงพรื่อ-หา?  ประสาไร
   กวนอวัย - ยะวะ   ณ  ตรงนั้น )

    * ผมคนใต้เหมือนกันนะ (เกิดปัตตานี)   แต่ชอบพูดเล่น ว่าเป็นคนเหนือ
       เพื่อนว่าจริงเหรอ... อือ-ก็ เหนือมาเลเซียไง ...อิ อิ
       ( เอ - ไอ้คนนี้ พูดยังไงหนิ   
                 ...กวนโอ๊ย ซะ )

   เดี๋ยวนี้อยู่ เชียงใหม่ ... พอใครถาม
    อ๋อ อยู่ใต้- ใต้พุกาม   ตามเขตขัณธ์
    ( โห- ปู่นี่  อู้อย่างไย  โตยบะตัน
     ยอกเลยบ๋อ ?..ล็อคคอหวัน ปันบะกุย )

    *** พอมาอยู่เชียงใหม่ แทนที่จะว่าอยู่เหนือ
          บอกว่าอยู่ใต้ - ใต้พม่า
         ( แหม่- อีตาคนนี้ พูดยังไง ตามไม่ทัน
          เอาซะเลย ดีมั้ย ?.. ล็อคคอ รวบ   แจกหมัด )

            จากที่ยกมา...
   ภาษาเหนือจะมีเอกลักษณ์เฉพาะ  ไม่เหมือนภาษากลาง
     - ภาษากลางว่า " อีตาคนนี้ ยังไงหนิ "  / ภาษาเหนือจะว่า  " ปู่นี่..อย่างไย "
     - ภาษากลางว่า  " ยายคนนี้ ยังไงหนิ " /  ภาษาเหนือจะว่า " ย่านี้..อย่างไย "
                       คือ จะใข้ ปู่-ย่า แทน ตา-ยาย ครับ
.

  ....... * เปียงดิน *
.

ไม้กวาดใด ในหล้า หาเทียมเทียบ
มิอาจเปรียบ ไม้กวาด- ดอกหญ้าเยี่ยม
เคยซื้อใช้  ไม้กวาด- ดอกหญ้าเทียม
ใหม่อ่องเอี่ยม แยกไม่ออก หลอกได้ดี
.

  แต่ไม่หวิว พลิ้วไหว ไปตามมือ
  กวาดสากๆ ทื่อๆ ... คือเจ้านี่
  นั่นแหละครับ จับกวาดไป ได้สองที
  หยิบดอกหญ้า  ของดี มากวาดแทน
.
  ....... * เปียงดิน *
.


"  เพลินชมหญ้า  พรรณาไป ไม่กี่หญ้า
    นึกได้ว่า ก็ยังมี ที่หลงใหล
    ลดาวัลย์ พันธุ์ป่า เพื่อนหญ้าไง
    อีกเหล่าไม้ พื้นๆ คาษดื่นตา
.

    อยากปรับจั่ว หัวกระทู้ ให้ดูกว้าง
    เลียนแบบอย่าง ฤๅษีท่าน แปลงสารหนา
    ให้พระรถ และ แมรี่ แฮปปี้อุรา
    แต่งกลอนมา แชร์อ่าน ทุกท่านเลย
.

    แต่ไม่อาจ  คลิกแก้ไข ได้อีกแล้ว
     ตอนแรก- แป่ว... ต่อคิดมา ถ้ามัวเฉย
     แจ้งตรงนี้  มีอ่านกัน ทั้งนั้นเลย
     ... ชอบดอกไหน โปรดได้เผย  เอ่ยกานท์กลอน "
.

  ....... * เปียงดิน *
.

ไมยราบ


 (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


  ก่อนสงสัย " ไม -ราบ ? " ตอนทาบทับ
  หุบก้าน-หุบ ใบพับ กับทุกสิ่ง
   แตะหน่อยนิด สะกิดใกล้ ไม่ไหวติง
   หุบราบนิ่ง..นึกสงสัย ......-ไม ราบ-นี่ ?
.

    พิศดอกตุ่ม พุ่มพวง เป็นดวงพลุ
    งามเอกอุ  โอ่อวย ด้วยทรงสี
     อะเจอราตุ้ม ตุ่มฝรั่ง ยังรอรี
     เจอไมยราบ ตุ้มนี้.. มีเคาะ-ยอม!


                                      อิ อิ... 
.
  ....... * เปียงดิน *
.


ตบชวา


 (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


           ตบลงหว่าง กลางหทัย ใครที่พบ
           ประจงตบ ฟาดใจ ให้ใหลหลง
           งามผุดผาด บาดตา พางวยงง
            พิศวง ความงาม ต้องห้ามพลัน
.

            ลืมฤทธิ์แสร้ง แฝงลับ กับดอกสวย
            ใจระทวย นึกรัก สมัครมั่น
             อยากเคียงคู่ อยู่ให้เห็น เช่นทุกวัน
             พอหวนคิด พิษอนันต์ .....พลันเสียดาย 
.
  ....... * เปียงดิน *
.


ผักเสี้ยน


  (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


  แม่เก็บเสี้ยน จนเตียนดง  ณ ตรงนั้น
  กำชับฉัน ฉุกจำ ตำหนิไว้
  แม่-วันนี้ ... หน้าที่ฉัน วันต่อไป
   ต้องมั่นใจ ในรูปลักษณ์ ผักทุกคราว
.

      แม่สอนดอง ไว้ทุกคำ ...จำไม่แม่น
      กระท่อนกระแท่น ว่าคลุกเกลือ เจือน้ำข้าว
       หมักปิดไว้ ให้เปรี้ยวบ้าง อย่างมะนาว
       กินกับข้าว ..ซอยพริกสด เพิ่มรสแรง
.

       ส่วนตัวไซร้.. ชอบถือว่า เป็นอาจาด
       กินหนมจีน  สิ้นรสชาติ  อาจหน่ายแหนง
        ผักเสี้ยนดอง  เถอะ-ลองใส่... โอ้ว  - ได้แรง
        นมจีนใต้...  น่าทุกแห่ง มีไว้เคียง
.

       ขอโทษที..ลืมคารม ชมดอกผัก
       กินเรื่องยักษ์... เล่ายาวได้ ไม่มีเดี้ยง (555 )
        ด้วยกินหมด...สะตอ(เบอรี่) ฮั้น   - ยันลูกเนียง
        สด หรือเพาะ... หรือลูกเหรียง  ไม่คณา
.

       ดอกผักเสี้ยน สวยงาม ตามแบบฉบับ
       มิเทียบกับ มวลมาลี ที่สูงค่า
       ไม่สวยอ่อย ร้อยเมตร เด็ดอุรา
        มองดอกหญ้า   อย่าลืมพิศ ...อาจ-ติดใจ
.

  ....... * เปียงดิน *
.
ดอกไม้



บานไม่รู้โรยป่า



  ( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


     เห็นครั้งแรก ยังแปลกใจ...  ใครอ๊ะนี่ ?
      เอากุนหยี มาหว่านไว้ ในชายป่า
      กุนหยีไร ? มาบานฉ่าง กลางพนา
      ยังอึ้งว่า ได้ปุ๋ยปล่าว?... ดอกยาวจัง
.

        กูเกิ้ลขาน  "บานไม่- รู้โรยป่า "
        ก็ถึงว่า  คล้ายอักโข... พิโธ่ถัง
        ดูๆไป ก็น่ารัก ปนน่าชัง
        บริสุทธิ์ ... แต่ดุจดั่ง ยังมอมแมม
.

         ไม่สวยพอ ให้รอตัด จัดพานพุ่ม
          เพราะทรงตุ้ม ยังไม่สู้ ดูแอร่ม
          กุนหยีบ้าน บานหมดจด สีสดแซม
          จึงได้แต้ม ประดับไว้ ในพานทอง
.

          แสนสงสาร บานไม่- รู้โรยป่า
          อยู่พนา หาใคร ไหนยกย่อง
          เขามีแล้ว  ที่สวยสะ ไว้ตระกอง
          กระทั่งว่า  ชายตามอง ...  ยังไม่มี
.
  ....... * เปียงดิน *


ดอกไม้
.
ดอกไม้  นิราศพฤกษ์พนา คราเยาว์วัย ดอกไม้

.
  ขอจำแลง แปลงเป็น เช่นนิราศ
   ด้วยไม่อาจ พรรณา ดอกหญ้าสวย
   จนครบดอก ... เพราะใช่เช่น คนเป็นมวย
   ที่รุ่มรวย ศัพท์แก้ว อย่างแพรวพราว
.

      ถนัดเล่า เย้าเล่น เป็นแบบนั้น
      สนุกๆ ชิลๆกัน ฉันบอกกล่าว
      ว่าตอนเด็ก ยังเล็กนี่ มีเรื่องราว
      ของพันธุ์ไม้ พอคร่าวๆ...เล่าแบ่งปัน
.
  ....... * เปียงดิน *
.


     1.    โทะ- เมร๋
                                          ( เอนอ้า-มังเร่)

        ประถมปลาย... เดินไปเรียน เพียรเร่งรุด
        ถนนค้อม อ้อมสุดๆ  ...ไม่ละฉัน
         ออกหลังบ้าน ผ่านพนา พฤกษาพันธุ์
         เร็วกว่ากัน เพราะลัดตรง ใกล้โรงเรียน
.

           ตลอดทาง พลางชม คณาไม้
           ละแวกใกล้ แถวนั้นเลย ไม่เคยเปลี่ยน
           มีไม้พุ่ม สองพันธุ์  หมั่นแวะเวียน
           เพื่อเยี่ยมเยียน เก็บผลสุก แทบทุกครา



  (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


                 สวยไหม ? โทะ   ...ไม้ป่า ที่น่ารัก
                 คิดถึงนัก โทะหน่วยดำ สุกฉ่ำหนา
                 หน่วยยังแดง ก็แกล้งดึง ทึ้งเอามา
                 แย่งนกป่า กินราบ... บาปครามครัน




( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


               บางทีหัก หนามเค็ด มาเด็ดเสียบ
               ปักจนเพียบ พวงโทะน้อย แบบอ้อยควั่น
               ถึงโรงเรียน เพื่อนมาป้อ ขอแบ่งปัน
                เด็ดกินเลย ..ของพรรค์นั้น ปันอยู่แล้ว






   ( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


อีกไม้พุ่ม ที่สุมใจ ให้หวนเห็น
คือ ต้นเมร๋  ดอกม่วงเด่น  เป็นทิวแถว
ใบระคาย ...รูดปลาไหล ไปตามแนว
ปลาไหลดิ้น แด่วๆ เมือกหมดตัว
.

    ส่วนเรานั้น วันไหนหาก อยากกินแปลก
    เด็ดเมร๋สุก มาแหวก เข้าปากกลั้ว
    กินเล่นๆ ขำๆ...ไม่ถลำตัว
    เพราะว่ากลัว ปากดำปี๋ ...สีเมร๋ แรงส์
.

  ....... * เปียงดิน *

ดอกไม้

2.  ตาเป็ดตาไก่ - เหม็ดชุน - ยาร่วง (มะม่วงหิมพานต์ )



  (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


    เป็นเรื่องหลัง... ทั้งผ่านมา เกือบห้าสิบปี
    แต่ย้อนย้ำ จำดี  ไม่มีแปร่ง
    ยังมีลูก- ไม้ที่ สีแดง ๆ
    " ตาเป็ดตาไก่ " เติมแต่ง  ป่าเบิกบาน
.

    แม้รสชาติ... อาจพูดได้ ไร้รสชาติ
    เราเก็บกิน จนลิ้นฝาด ยังสุขซ่าน
    ถามอิ่มไหม ?... ไม่อิ่มนะ แต่จะทาน
    เด็กบ้านๆ  เห็นของป่า  คว้าทันที




   (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)




         ยิ่งลูกขาว พราวพวง ช่วงฝนตก
         คือ " เหม็ดชุน " สะพรั่งดก ไปทุกที่
         กินก็ง่าย ใส่ปากขบ... กุบๆดี
         คายเม็ดทิ้ง  ... เติมอีกที   แบบนี้เลย

ดอกไม้

  ผลไม้ป่า.... ถ้ากินกัน เต็มบรรทัด
  ไม่หวัดๆ  แบบเล่านี้  .... มีไหมเอ่ย ?

   มีจ้ามี.. หิวสิท่า  มานี่เลย
   จะเฉลย  ให้เห็น.. เป็นของดี



     ( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


      คือ "มะม่วง หิมพานต์ " ท่านรู้จัก
    แต่น้อยนัก เคยลิ้ม ชิมผลนี่
     ... มือจับโม่ง กัดก้นทิ้ง หน่อยก็ดี
    กินทันที มีน้ำอุ้ม.. แสนชุ่มใจ
.

        ต้นไหนหวาน บอกต่อกัน ว่ามันหวาน
        สับปะรด คงประมาณ ... ปานนั้นได้
        ผมชอบนะ " ลูกยาร่วง"  ในดวงใจ
        ยิ่งมีรอย มดไต่... หวานได้แรง
.
  ....... * เปียงดิน *
ยิ้ม
3.   ยางนา - หม้อข้าวหม้อแกงลิง


              ครั้งหนึ่งแม่ พาเราไกล ไปหลังเขา
              สวนของเรา  มีแต่ป่า หญ้าคาแห้ง
              ..มียางนา สูงต้น ปีกผลแดง
              เป็นใบพัด กวัดแกว่ง ล้อแรงลม



    (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


               ใต้ยางนา มีเห็ดเผาะ จำเพาะเกิด
               เราเลยเพลิด-เพลินสนุก และสุขสม
               การคุ้ยถาก ลากเจอเห็ด เม็ดกลมๆ
               ได้อารมณ์ ฟิน-ฟิน กว่าจิ้นเอง



   (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


  บ้านเราเรียก ซะหรูสวย " เห็ดหน่วยหนุน " (เห็ดเม็ดขนุน)
  เรียกตามคุณ ลักษณะ  ต๊ะ- เหน่งๆ
  มันส์มากๆ หากได้เห็ด เม็ดอ่อนเป้ง
  แต่อาจเซ็ง เจอเห็ดเฒ่า ห้ามเอามา...       



 ตอนขากลับ เราสับหลีก เดินอีกทาง
 ฝ่าทุ่งกว้าง มีทรายร่วน ชวนเมื่อยขา
 แล้วเห็นดง พืชแปลก ผิดแผกตา
ที่ชื่อว่า "หม้อข้าว หม้อแกงลิง"



   (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)



        มันเยอะแยะ ตาแป๊ะไก๋ เต็มไปหมด
        ผมนี่-อด ประทับใจ ในทุกสิ่ง
        ที่พาโน ราม่า-ไม่  ได้จริงๆ
        โน่นหม้อข้าว ...นู่นแกงลิง...จะบ้าตาย
.

          เวลาอ่าน "เพชรพระอุมา"  ... คราใดนะ
          มันก็จะ มโนเด่น เป็นภาพฉาย
          ป่ากินคน  กินสัตว์ รัดแงซาย
           มันจะดึก -ดำบรรพ์คล้าย.. ไหม นะเออ ?
.
  ....... * เปียงดิน *

ดอกไม้


4. ลำพู - เหงือกปลาหมอ
.

     และอีกครา แม่พาไป ไกลมากๆ
     นั่งเรือหาง -ยาวจาก
บ้านคลองขุด
     มีเครื่องยนต์ และหางเสือ เรือวิ่งจุ๊ด
     ไปตามคลอง น้ำตื้นสุด ...มีมุดโคลน
.

       แม่บอกว่า จะไปลง ตันหยงเปาว์
       ผมยังเด็ก ใจกระเส่า กลัวเรือโค่น
       เรือเก่า-ไป ได้หรือนี่ ...คลองมีโคลน
       ใจเงนโงน  ป๊อด-ป๊อด ตลอดทาง
.

      เรือเต็ม-ออก บอกเลย ...ใจเอยหาย
      โคลนกระเซ็น สาดรอบกาย ทั้งสองข้าง
      ไปอีกนิด  น้ำเริ่มมี ที่กลางๆ
      เรือใช้หาง หมุนพัดส่ง  พุ่งตรงไป



(ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)



        สองฝั่งคลอง ยามหน้าแล้ง  มีแท่งราก
        ต้นลำพู ที่ชูฝาก เห็นทั่วได้
        กลัวเรือเฉียด เบียดโคนต้น จนเกินไป
        แต่ไม่เห็น มีใคร บ่นสักคน


    ( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)



            อ้าว-ข้างหน้า... ดงหญ้าเขียว เต็มกลางน้ำ
            เรือพุ่งแหวก แทรกล้ำ ฝ่าดั้นด้น
            คอยหลบหนาม "เหงือกปลาหมอ"  รอเกี่ยวคน
            ตาต้องไว หลบให้พ้น...ตัวใครมัน
.

            แล้วเหมือนผม เห็นกิ้งก่า โดดฝ่าข้าม
            จากกอหนาม ข้ามเรือไป ชวนใจสั่น
             มีหลายตัว   ชิ่วไปกลับ  สลับกัน
             แม่บอกนั่น  ใช่กิ้งก่า- เป็นปลาตีน



    ( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)



    โห - ปลาเท้า...   เคยเห็นเจ้า  เคล้าเลนปลัก
    คอพยัก หงักหงึก  ...นึกออกสิ้น
    แต่มาโชว์ ท่าโผเผ่น เป็นปลาบิน
    ผมนี่ -จิ้น ว่ากิ้งก่า...มาก่อนเลย

                        อิ อิ...
.
  ....... * เปียงดิน *
.................................................................ยิ้ม




มองไร อะ  - มองทำไม ?



                         (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


คนอะไร จ้องมา ....บ้า-อ๊ะเป่า 
เดี๋ยวยิ้มเศร้า ..เดี๋ยวก็หวาน พาลหวั่นไหว
มองเขม็ง เล็งตรงเป้า เข้าหัวใจ
คนอะไร ...บ้าจัง  คอยนั่งมอง



เขาเขินนะ  จะพูดคุย .... ดุ่ย-มาดิ้
ทำแบบนี้ ใครจะชอบ ตอบสนอง
เอาแต่ยิ้ม กริ่มมา ตาเพ่งมอง
ไมคุณต้อง แกล้งกัน ให้หวั่นทรวง


เอาอีกละ  ยิ้มอีกละ..จะไรเหรอ ?
ปล่อยให้เก้อ ยิ้มไปเลย...  ไม่เคยห่วง
ไม่รู้จัก มายิ้มวอก หวังหลอกลวง
 แต่แอบห่วง มองเขากลับ  กลัวลับไป


อ้าว ..นั่นใคร เดินมา หาเขาน่ะ ?
เห็นจะ-จะ  หมอ- พยาบาล   ...น่าน-คนไข้ !!
เข้าประคอง  พยุงขยับ เดินกลับไป
 อุย -จิ๊บ อั๋ย.... ตายละหว่า..... คนบ้าจริงๆ !!





ถึงว่า  ดิ ....
.. มัน ทะแม่ง ๆ
.

  ....... * เปียงดิน *
.......................................      Smiley Smiley



ศีรษะไม่ไปทางเลข

.
เป็นอีกคน ที่กลัวเลข คณิตมาก

รู้สึก-ยาก ดูสลับ ซับซ้อนยิ่ง
คิดเท่าไร คิดไม่ออก บอกตามจริง
หัวไม่วิ่ง สมองตัน ในทันที
.

  โจทย์ " พายเรือ  ตามน้ำ"...เชิญ ตามสบาย
   นี่ไม่ชาย-ตาอ่าน พาลอยากหนี
   โจทย์ "รถไฟ แล่นสวนกัน " อึ้งทันที
   เชิญสวนฟรี ไม่ห้าม ตามใจคุณ
.

    แล้ว"บัญญัติ -ไตรยางค์ " อีกอย่างนึง
    ชั้นเดียวเรา พอเข้าถึง  ไม่หัวหมุน
    พอสองชั้น เท่านั้นหนา พาหัวซุน
    หมดสิทธิ์ลุ้น รอลอก ขอบอกเรย...
.
  ....... * เปียงดิน *


                                             .........................  Smiley

  วันที่ ในภาษาอังกฤษ
.

อังกฤษนี้ มีแบ่งเลข เฉกสองเหล่า
คือนับเอา  -cardinal  แบบเลขไพ่
และอีกอย่าง ordinal - ลำดับไป
ที่เท่าไร?....  ซึ่งจะเขียน เพี้ยนจากเดิม
.

    เช่นดั่งนี้   1 one ... ที่1 the  first  
    และดูเถิด   2 คือ  two ...  ต้องรู้เพิ่ม
    ว่าลำดับ ที่สองไซร้ ไม่อย่างเดิม
    the second  เป็นคำเสริม ที่เติมมา
.

     แล้ว 3 three ... นี้ก็เป็น  เช่นดังนั้น
     ที่ 3 พลัน  เป็น the third  เถิดฟังว่า
     4 คือ four ...the fourth ที่ 4  เช่นนี้นา
     และที่ 5 ....  ไปยาลใหญ่ (ฯลฯ) .... ให้ท่องจำ
.

   เอาอักษร สองตัวท้าย  คล้ายตัวย่อ
   เขียนเหนือเลข นั้นหนอ พอขำๆ
   คือ st   nd  นี้ต้องจำ
   และแม่นยำ กับ rd  และ th
.

   เพราะวันที่ คือลำดับ ..ใช่นับวัน
   ไม่เข้าใจ กฎนี้นั้น เป็นอันเสร็จ
   เขียนผิดไป  ใครเห็นติ -มิพูดเท็จ
   เขียนถูกต้อง มองคอเคล็ด- ว่า เด็ดจริง

.
  ....... * เปียงดิน *

Smiley..........................................

  เรียนเพื่อ...
.

เรียน to know   everything ... โลกกลิ้งไป
for us ไม่ ได้ตกหล่น คนว่าเขลา
all nations  ก็ study  เหมือนที่เรา-
กำลังเฝ้า teach เด็กไทย ให้รู้ทัน
.

    มี language เป็น heart ใหญ่ ในการสื่อ
    each country  ต่างยึดถือ  ภาษาฉัน
    เยาวชน จะชาติใด ไหนทั้งนั้น
    get learning   knowledges อัน ล้วนคล้ายคลึง
.

    เรียน for  growth ... หวังโตได้  ใน world กว้าง 
     ฝันรางชาง  wait for u  อยู่ที่หนึ่ง
     จง carry  your dream หนา - อย่าพรั่นพรึง
     ไปให้ถึง  aim ข้างหน้า ที่ challenge
.


    They know ไร ... เราก็ know  โตพอกัน
    เพราะ"ความรู้ เรียนได้ทัน " นั้น not changed
    This is why  we have to  รู้ตนเอง
    ว่าตัองเร่ง educated  แล้ว get งาน
.

       อย่าเกียจคร้าน ในการเรียน เร่งอุตส่าห์
       จะมัวมา สิ้นหวังไป... ใครสงสาร?
       เก็บตะวัน ที่ส่องฟ้า พาเบิกบาน
       with ความชาญ ฉลาดนี้  ที่เรียนมา
.
  ....... * เปียงดิน *


                      .......................................    Smiley


ใครคือนางในวรรณคดีที่น่าสงสารที่สุด...เพราะเหตุใด




.
     มวลนางใน วรรณคดี กวีสร้าง
     ล้วนสล้าง ละออองค์ ทรงสมร
     ทั้งมนุษย์ เดินดิน และกินนร
     หรือยักษ์แปลง ก็อรชร ชวนหลงพลัน
.

       เช่นบุษบา นารี ที่อิเหนา
       ยังคอยเฝ้า กินชานหมาก จากปากนั่น
       มโนราห์  เมื่อหนีได้ กลับไพรวัลย์
       พระสุธน  ยังบากบั่น ออกตามนาง
.

          อีกผีเสื้อ สมุทรยักษ์ พอจักแปลง
          ร่ายมนต์พร่ำ จำแลง  รูปยักษ์สาง
          เป็นหญิงสวย  ธ รู้สิ้น  กลิ่นสาบนาง
          หากปล่อยวาง แล้วร่วมรส บทอัศจรรย์

                        ..................  Smiley

       อัญขยม ใคร่ขอถาม ตามความเห็น
       ใครลำเค็ญ  เข็ญขุก ทุกข์มหันต์
       นางวรรรณคดี  ไหนลำบาก มากกว่ากัน ?
       จงตอบมั่น มีเหตุผล ให้ยลยิน
.

        หมายถึงเหล่า นางวรรณคดี ที่เคยอ่าน
        ขอในบ้าน เมืองเรา เถิดเจ้าถิ่น
        ..เมืองวิลาศ  มันสุดไกล เกินได้ยิน
        เช่น จูเลียต ฯลฯ และทั้งสิ้น...  ขอไม่เอา
.

     เคยถามเพื่อน เพื่อนตอบพลัน " จันท์เทวี"
     พอถาม"มี เหตุอันใด ให้คิดเล่า? "
     เพื่อนก็ค้อน ย้อนใส่ ให้คิดเอา
     คลอดเป็นหอย เจ็บไหมเล่า  คิดเอาเอง...

            " บ๊ะ- เพื่อนเรา  
                       ช่างคิด เนาะ..."
.

  ....... * เปียงดิน *
ยิ้ม

                                   ... 555555







กลอนชักกระตุก

หรือว่า  กลอนกระฉึกกระฉัก ดี ?....


.



   (ขอขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)


กระอักกระอ่วน ล้วนอั้นปาก พูดยากแท้
ทุเรศทุรัง เพราะฟังแต่ คำแก้ต่าง
กระถดกระถอย ปล่อยลด เพื่อปลดวาง
กระฉึกกระฉัก ฉิวอย่าง ทางรถไฟ

พินอบพิเทา เอาใจ อยากได้ของ
กระบิดกระบวน ให้ชวนมอง จ้องหมั่นไส้
กระไอกระแอม แย้มถาม เรื่องความใน
ประนีประนอม ยอมไป  ให้จบพลัน

ประดักประเดิด มัวเขินอาย คล้ายบัดสี
กระชุ่มกระชวย ด้วยว่ามี ที่ชอบนั่น
กระวีกระวาด  เร่งมือไป ให้เสร็จทัน
ขมีขมัน ขยันใหญ่ หวังได้ดี

กระจิบกระจอก บอกไรไป ใครเขาเชื่อ
พะว้าพะวัง ได้ทุกเมื่อ เบื่อเหลือที่
ขยะแขยง สุดแหนงหน่าย ร้ายเหลือดี
มารุมมาเร้า เอาโน่นนี่ อยากหนีไกล

สตุ้งสตังค์ หวังรอยืม ใครปลื้มบ้าง
พิพักพิพ่วน มีข้ออ้าง อย่างเหลวไหล
สะบักสะบอม เมื่อตรอมมา ก็ว่าไป
เถลไถล ชอบแถแถก กระดี่ปลา

สะอิดสะเอียน จนเวียนหัว กลัวฮากแตก
พะรุงพะรัง  ยังสู้แบก ไว้บนบ่า
อายะอาหยัง ตี้สูยอก บอกฮามา
ปะล้ำปะเหลือ  เจื้อเลยหนา ว่าเกินพอ

สุนอ๊ะสุนอัน  มันอีรุง -ตุงนังนัก
ปอฮ้ายปอดี คิงฮู้จัก  พักพ่องก่อ ?
เมื่อใดเมื่อเบ่า เมินนักแก  แต๊อี้น่อ
จะเลิ่มจะเกิ้ม  ตึงได้รอ เข้าตี้ตาง

คะลักคะลุย  คือเยอะแยะ ตาแป๊ะไก๋
พรรค์นั้นพรรค์นี้  เอาแต่ใจ ไปทุกอย่าง
ปรับรูด ปรับรูด ทนปีนไป อย่าได้คราง
สีนหัวสีนหาง -ปลาก่อนนะ จะทอดแกง

ตะกุกตะกัก แต่งล้อ พอแค่นี้
ประเจิดประเจ้อ เพ้อไหมนี่ มีต่องแต่ง
พะเน้าพะนอ ขอเชิญช่วย ด้วยอีกแรง
มะรุมมะตุ้ม ต่อแต่ง  สักแรงใจ
.
  ....... * เปียงดิน *

      ...................................    Smiley


ไก่ ไก่แจ้ ได้พลอย


ไก่แจ้ ได้พลอย  เห็นด้อยค่า
   จินดา มาหล่น บนลานเขี่ย
   ต่อให้ เจ้ามา จากคาร์เทียร์
   จะเขี่ย ออกไป ให้ไกลเท้า
.

      ข้าวเปลือก หนึ่งเมล็ด ยังเด็ดกว่า
      จะมา  อวดหรู  ดูช่างเขลา
      เกะกะ  จะหา อาหารเรา
      คุ้ยเท้า  ดีดไว ไกลพ้นตีน

.
  ....... * เปียงดิน *


                   ...............Smiley






ดอกไม้

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาให้เกียรติมาเยี่ยมเยือนครับ




Create Date : 16 สิงหาคม 2558
Last Update : 23 สิงหาคม 2559 17:05:34 น.
Counter : 715 Pageviews.

0 comments

เปียงดิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ข้าราชการบำนาญ
สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
27
28
29
30
31
 
 
All Blog