“Almost everything in life is easier to get into than out of.”--Author Unknown--
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
18 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
อ่านหนังสือ กินส้มตำ (ปูปลาร้า)

พฤติกรรมนี้ก็เป็นความสามารถเฉพาะตัวแต่ก็ลอกเลียนแบบได้เพียงแต่พิธีกรรมก่อนหน้านั้นก็มีมากมายซะจนยากจะทำตามได้ครบถ้วนทุกกระบวนการ

ก่อนอื่นเลยก็ต้องนอนตื่นสายๆซักหน่อยทำตัวขี้เกียจนิดๆเหลือบมองนาฬิกาแม้จะเห็นว่าเป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้วก็ไม่ต้องไปสนใจ ฟุบหน้าลงกับหมอนใบเก่าที่เปลี่ยนไปเมื่อซักสองสัปดาห์ก่อนเอาละได้เวลาแล้ว ตื่นจริงๆ เดินไปเข้าห้องน้ำ เห็นตะกร้าผ้ากองโต เราก็เมินใส่ คิดในใจว่า เดี๋ยวขออาบน้ำก่อนทั้งที่จริงควรแยกผ้า แช่ผ้า ให้เรียบร้อย เหงื่อออกทีเดียว แต่เราไม่ทำแบบนั้นร่างกายต้องสะอาดสดชื่นเหงื่อออกก็ค่อยอาบใหม่อีกรอบป้าคนที่สองของฉันถือคติว่าตื่นเช้ามาต้องล้างหน้าอาบน้ำประแป้งให้หน้านวลก่อนแล้วจะไปทำอะไรค่อยว่ากัน นานๆทีฉันก็จะเอาคติของป้ามาถือบ้าง

เฉิดฉายออกมาจากห้องน้ำซึ่งทำการขัดล้างให้เอี่ยมอ่องแม้จะไม่ใช่หน้าบ้านแต่ทำให้น่ามองไว้ก็ดีเหมือนกันแต่งตัวแต่ไม่ประแป้งปล่อยหน้าโป๊ๆ ไปอย่างนี้ ผมก็รวบลวกๆ เลือกเสื้อผ้าตัวโคร่งๆหลังจากนั้นไปดื่มน้ำซักแก้ว แล้วเดินกลับมาเท้าสะเอวยืนมองผ้า แยกมันซะสี่กองกางเกงผ้าห่มและผ้าคลุมไหล่ เสื้อ ชุดชั้นใน สองกองแรก นำไปส่งซัก ต้องเดินสองรอบรอบแรกส่งกางเกงก่อน รอบสองไม่ใช่แค่หยิบตะกร้า ต้องหยิบเงินออกไปด้วยนับได้สี่ร้อยบาทถ้วนกำไปหมดนี่แหละ ส่งผ้าเสร็จก็เดินไปร้านส้มตำระหว่างทางเจอคุณยายหิ้วถุงผักมาสองถุงฉันยังสาวยังแส้เดินตัวเปล่าไปทางเดียวกับยายเลยถามว่า ยายจะไปไหนพร้อมยื่นมือไปเกี่ยวถุงก๊อบแก๊บบรรจุผักมาหนึ่งใบยายหันมาถามว่า อ้าวจะไปไหนล่ะเอ๊ะ ฉันรู้จักยายด้วยเหรอ อันนี้คิดในใจเพราะใบหน้ากลมๆ ของฉันส่งเพียงยิ้มแป้นแล้นไปตอบด้วยน้ำเสียงสดใสว่า จะไปซื้อส้มตำจ้ะแล้วสองคนหนึ่งยายกับหนึ่งสาวก็เดินเคียงกันไปประมาณสองร้อยเมตรผ่านวินมอเตอร์ไซค์ขาไม่ประจำแต่พอจะคุ้นหน้า ทุกคนมองแกมฉงนเดาว่าคงสงสัยในสัมพันธภาพระหว่างฉันกับยายซึ่งไม่ได้รู้จักมักจี่กันมาแต่หนไหนช่างปะไร ใครเดินผ่าน ก็เห็นมองทุกคน

ถึงร้านส้มตำฉันส่งถุงคืนยายยายบอกขอบใจ แล้วก็เดินจากไป แม่ค้าถามว่าเอาอะไร ส้มตำปูปลาร้าหนึ่งน้ำตกหนึ่งปีกไก่สอง และข้าวเหนียวหนึ่ง ฉันกินคนเดียว รวบมื้อเช้ากับมื้อเที่ยงเป็น Brunch น่ะคนอย่างฉันก็จัดบรันซ์ให้ตัวเองได้เหมือนกัน

ปกติบรันซ์มักจัดในห้องอาหารของโรงแรมหรูเริ่มกินกันตั้งแต่มื้อเที่ยงจนถึงสี่ซ้าห้าโมงเย็นมีดนตรีแจ๊สฟังไพเราะเสนาะหูอาหารนานาชาติพรั่งพร้อมตระการตา เครื่องดื่มรสเลิศซึ่งมักเป็นไวน์หรือไม่ก็บรั่นดีส่วนฉันซื้อเป๊บซี่กระป๋องและลิปตันไอซ์ทีมาอย่างละหนึ่งระหว่างรอบรันซ์แบบโลว์คลาสก็อ่านไทยรัฐฉบับบางๆ ไปพลางๆ

ได้ส้มตำไก่ย่างมาครบครันพ่อค้าซึ่งเป็นลูกมือแม่ค้ายังเปิดโอกาสให้เราได้เลือกผักที่เรากินดีเหมือนกันผักบางอย่างได้ไปก็เอาไปทิ้ง เสียดายเปล่าๆฉันเลือกมาแต่โหระพาและผักบุ้งเดินถือถุงอาหารและเครื่องดื่มผ่านวินมอเตอร์ไซค์อีกครั้งน้ำลายเริ่มสอไหลวนอยู่ในปากแม้ขณะเขียนนี้ก็รู้สึกว่ามีน้ำลายฟูมนิดๆ ถึงบ้านไม่รีบร้อน ค่อยๆเอาถุงอาหารวางไว้บนโต๊ะกลมซึ่งตั้งชิดริมหน้าต่างเดินไปหยิบจานเปล่ามาสองใบช้อนส้อมหนึ่งคู่ เอาเครื่องดื่มไปแช่ช่องฟรีซปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละ

แล้วก็เดินไปหน้าบ้านหยิบกะละมังมาสองใบเปิดก๊อกน้ำ เทผงซักฟอก ตีให้เป็นฟอง ระหว่างนั้นเดินกลับเข้าบ้านเหลือบไปมองกองอาหารนิดนึงเดินต่อไปเพื่อเอาตะกร้าผ้าซึ่งแออัดผ้าสองกองให้อยู่ด้วยกันหยิบกองด้านบนลงไปกะละมังที่หนึ่งและเทที่เหลือลงกะละมังที่สอง ล้างมือแล้วปิดน้ำ


ยำใหญ่ใส่ความรัก เป็นหนังสือที่จริงๆ น่าจะเหมาะกับการกินแกล้มส้มตำปูปลาร้ามากกว่า แต่อ่านจบไปก่อนหน้านี้แล้ว ฉันบ้ากาม ก็มีหน้าตาประมาณนี้ แต่หนังสือสีแดงอมชมพู

ยำใหญ่ใส่ความรัก เหมาะจะเป็นหนังสืออ่านแกล้มการกินกับส้มตำปุปลาร้ามากกว่า แต่เพราะอ่านจบไปก่อนหน้านี้แล้ว ฉัน-บ้า-กาม มีหน้าตาคล้ายๆ กันแต่สีแดงอมชมพู ของสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัด ผู้เขียนคือ คำ ผกา ซึ่งเป็นอีกนามปากกาของ ฮิมิโตะ ณ เกียวโต 


เอาละทีนี้ก็ได้เวลาหยิบหนังสือมาหนึ่งเล่มแน่นอนว่าต้องเป็นหนังสือขนาดบาง เป็นบทความอ่านง่ายๆไม่ใช่นิยายเล่มหนาเพราะการจะอ่านหนังสือไปกินอาหารไปนั้นแค่คิดก็อาจทำให้ผู้รักหนังสือทั้งหลายค่อนขอดว่าไม่ควรอย่างยิ่งยวดโดยเฉพาะการอ่านหนังสือระหว่างการรับประทานส้มตำปูปลาร้าได้หนังสือที่เหมาะมือก็นำมาวางไว้บนเก้าอี้อีกตัวแกะส้มตำก่อน น้ำตกทีหลังอุปกรณ์ใกล้มือก็คือ ทิชชู อ้อแล้วก็เดินไปหยิบแก้วมาหนึ่งใบ เปิดตู้เย็นหยิบน้ำแข็งออกมาทุบกับฝาบ้านซึ่งเป็นปูนซีเมนต์แข็งแรงทนทานทุบ ปั้กๆๆๆน้ำแข็งละเอียดยิบ กรุบกรอบ อร่อย นำมาใส่ในแก้วที่เตรียมไว้เอาน้ำแข็งที่เหลือไปใส่คืนที่เดิมพร้อมหยิบเป๊บซี่กระป๋องออกมาแกะรินน้ำสีดำใส่แก้ว ซดให้หายอยาก

เอาละมือขวาหยิบช้อนจ้วงส้มตำแซ่บเวอร์ใส่ปากส่วนมือซ้ายหยิบหนังสือมาคีบไว้ใช้นิ้วโป้งและนิ้วก้อยถ่างหนังสือให้เปิดออกโดยใช้นิ้วที่เหลือทั้งสามประคองด้านหลังหนังสือไว้อ่านไปกินไป อ่านหมดสองหน้าวางหนังสือลงบนหน้าขา ลดนิ้วก้อยไปไว้ด้านหลังเลื่อนนิ้วชี้มาไว้ด้านหน้าประคองหนังสือไว้ แล้วใช้นิ้วโป้งพลิกหน้าต่อไปทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฉันรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วอยากกินไก่ ก็จำต้องวางหนังสือลงสักครู่ณ เวลานี้แม้จะรักหนังสือมากแต่ก็ต้องใช้วิธีกางหนังสือแล้วค่ำหน้าใช้สองมือหักปีกไก่ออกเป็นสามท่อน พร้อมๆกับที่หักผักบุ้งเป็นท่อนๆแล้วใส่ในจานส้มตำ เด็ดใบโหระพาแล้วใส่ในจานน้ำตกหลังจากนั้น ฉันยอมเสียเวลาสักนิดเดินไปล้างมือแค่คร่าวๆ ไม่ต้องใช้สบู่กลับมานั่งโต๊ะ ดึงทิชชูออกมาเช็ดมือให้แห้งส่วนกลิ่นไม่ต้องไปสนใจ กินและอ่านหนังสือต่อ

หนังสือเล่มนี้ให้ความเพลิดเพลินกับฉันมากเป็นทัศนคติมุมมอง ของผู้เขียนที่มีต่อความรักเรื่องเล่าของเพื่อนวัยเฉียดสามสิบบ้างวัยเลยสามสิบไปไกลบ้างส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่มันน่าแปลกตรงที่เล่มนี้ก็เป็นการตีพิมพ์ครั้งที่สองซึ่งห่างจากครั้งแรกเกือบสิบปีซึ่งแปลว่างานเขียนชิ้นนี้เขียนขึ้นมาเมื่อเกือบสิบปีก่อนแต่งเรื่องราวยังเหมือนเรื่องปัจจุบันเป็นเรื่องในยุคเดียวกันกับที่ฉันนั่งกินส้มตำปูปลาร้าอยู่ณ ตอนนี้ผู้เขียนเล่าเรื่องความรักได้อย่างเปิดเปลือยดีแท้ตรงไปตรงมาแต่ไม่รู้สึกว่าจาบจ้วงเป็นอีกเล่มที่ฉันชอบ(ต่างจากเล่มก่อนที่เธอเขียนประชดประชันเสียจนฉันรู้สึกว่าเกิน ไปหน่อยอ่านไม่สนุก อ่านแล้วเหนื่อยกับความรู้สึกเหมือนกำลังตามจองล้างจองผลาญใครสักคนอยู่)นั่นก็แปลว่าจะกี่ปีความรักมันก็ยังเป็นความรักอยู่นั่นเองยังให้สุขให้ทุกข์เราได้เหมือนเดิมเปี๊ยบและไม่ว่าจะเกิดกับใคร สวย หล่อ เริ่ดเชิด หยิ่ง เซ็กซี่ ขี้เหร่ หัวล้าน แก้มตอบยังไง ไม่มีใครหนีพ้น

ฉันเพลิดเพลินกับการกระทำในวันนี้มากและรู้สึกมีความสุขมากกินส้มตำไก่ย่างน้ำตกข้าวเหนียวคนเดียวหมดซดเป๊บซี่เกลี้ยงกระป๋องและได้อ่านหนังสือไปพร้อมๆ กัน กินหมดแล้วแต่ยังอ่านหนังสือไม่หมดฉันก็เก็บขยะกวาดอาหารลงถุง ผูกปาก เช็ดจาน วางตั้งไว้ก่อนเอาทิชชูก้อนเดิมมาเช็ดมือ เช็ดปากนั่งอ่านหนังสือต่อ ทีนี้ก็อ่านหนังสือได้ด้วยสองมือตามปกติอ่านจบเก็บหนังสือเข้าชั้น ล้างจานแล้วเดินออกไปมองผ้าสองกองในกะละมังสองใบยังไม่ซักตอนนี้หรอกมือฉันยังมีกลิ่นอาหาร กลิ่นน้ำยาล้างจานปนๆ กันอยู่นั่งพักอีกซักหน่อยใครเขารีบทำอะไรให้เสร็จๆ ในบ่ายวันอาทิตย์แบบนี้ล่ะเพิ่งรู้สึกอิ่ม หลังจากได้นั่งเอนหลังบนเก้าอี้โยกหน้าบ้านเหลือบตามองผ้าในกะละมังอีกครั้งก็ได้ๆ ไม่ใช่ว่ากินแล้วนอนแว่บนึกถึงการอ่านหนังสือกับการกินส้มตำปูปลาร้าไม่ได้อะไรจะเข้ากั๊นเข้ากัน

หนังสือเล่มที่ฉันอ่านชื่อว่าฉัน-บ้า-กามส่วนพฤติกรรมของฉันในวันนี้เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะบอกว่า“ฉัน-บ้า-กิน”

ป.ล.ขออภัยคุณแม่และผู้หวังดีที่จะให้ฉันลดความอ้วนกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมในวันนี้แต่ขอให้เชื่อมั่นเถิดว่าฉันต้องการลดน้ำหนักจริงๆ








อันเนื่องมาจากห่างหายไปนานเหลือเกินกับการเขียน

พอจะกลับมาเขียนเราก็เลยลืมความรู้สึกครั้งเก่าๆ ครั้งก่อนๆ ไม่ได้ว่า

ตอนเขียนแรกๆ เขียนด้วยอารมณ์ความรู้สึกแบบไหน

รู้แต่ว่า ผลลัพธ์ของการเขียนบล็อกคือความสุข

แปลว่าปีกว่าๆ ที่ผ่านมา เราทิ้งความสุขในชีวิตไปหนึ่งเรือ่งเหรอเนี่ย

ไม่ได้การแล้ว 

ไหนๆ เราก็ใช้คอมพิวเตอร์อยู่ทุกวี่ทุกวันทุกคืนด้วย

ไฉนเลยจะทิ้งบล็อกให้ร้างไปทั้งๆ ที่ก็ยังมาวนเวียนอยู่แถวๆ นี้

เริ่มต้นด้วยการพล่ามซักหนึ่งเรื่องก่อน

แล้วที่เหลือค่อยมาว่ากัน ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

เนอะ

ข้อนึงของการเขียนบล็อกที่ต่างจากการเขียนงานประจำนิดนึงตรงที่

เขียนเสร็จก็สามารถกดพับลิชได้เลย แทบไม่ต้องอ่านทวนซ้ำ

จะมีก็อ่านดูคำผิดซักนิดนึง จัดวรรคตอน ย่อหน้า ให้ไม่ลายตา

มองดูว่าควรมีภาพประกอบไหม แค่นั้น 

ที่สำคัญมันเป็นความคิดแบบลื่นปื๊ดๆๆๆ 

สด ใหม่ และใช่ตัวเรา

อีกหนึ่ง ป.ล.บุคคลผู้เป็นแรงบันดาลใจในการให้กลับมาเขียนบล็อก

อันนี้ไม่มีใครรู้ตัวมาก่อน

พี่แป๋ว Sevendaffodils

 เจ yourstarlight

พี่พู่ Jewnid

คุณ Q.nuh 

และพี่กิจ Kawaka

และอีกหลายคนที่เคยได้แวะเวียนไปแอบดูบล็อกอยู่บ้าง 

ทุกคนยังคงเขียนบล็อกสม่ำเสมอ

แม้จะมีพื้นที่เปิดใหม่ให้ไปวิ่งเล่นก็ตาม

ขอบคุณค่ะ 

^^





Create Date : 18 มิถุนายน 2555
Last Update : 18 มิถุนายน 2555 1:32:33 น. 2 comments
Counter : 1266 Pageviews.

 

... ; ) ...

เรื่องที่น่าอร่อยกว่าส้มตำ ... ก็คือ ...

... คนทำบล็อกแปลกหน้าสองคนกลายมาเป็นเพื่อนกัน ...

เราต่างก็เป็น แ ร ง บั น ด า ล ใ จ ใ ห้ กั น แ ล ะ กั น แหละนะ ...

ปล. นึกว่าอ่านหนังสือเรื่องฉันบ้าส้มตำ ... ; p ...


โดย: yourstarlight (yourstarlight ) วันที่: 20 มิถุนายน 2555 เวลา:2:15:18 น.  

 
ลดน้ำหนักโดยไม่กินข้าวเย็น กินแต่น้ำเต้าหวย เอาให้ผอมไปเลย อิๆๆๆ



ขอบคุณค่ะ
อีสานอินดี้ดอทคอม


โดย: Esanindy (Sungdee2011 ) วันที่: 21 สิงหาคม 2555 เวลา:0:29:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

I am just fine^^
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




How are you today? I am just fine,always.

If you have something to say, say it then out loud.


uP tO dAtE
17.11 ...real...

16.11 ซ่ อ น

12.11 เก็บใบไม้กิ่งไม้ที่ร่วงหล่นในสายน้ำ ก่อนปล่อยให้ลอยหายไป

26.10 ดอกไม้ในบ้านหลังหนึ่ง

22.10 อะไร อะไร

04.10 กระเป๋าเมาท์เจ้านาย

22.09 ...บ้าง...

21.09 เป่าหิน

14.09 เริ่มขึ้น-จบลง เขาหลวง, สุโขทัย

30.08 ถูกผิด

27.08 น้ำตาลหวานขม

20.07 A piece of paper :)

12.07 ย้อนวันวาน เชียงคานที่คิดถึง : )

09.07 ไปเชียงคาน...ระบายสีให้ชีวิต

28.06 The promise สัญญาว่าจะรอ

26.06 ตื่นสาย

14.06 พื้นพื้น



bY rEQuEst
* Isalnd of life/ Kitaro (P'house)
* How can you mend a broken heart/Al Green (P'tye)
*Love of my life/Queen (Bon Bon)
New Comments
Friends' blogs
[Add I am just fine^^'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.