“Almost everything in life is easier to get into than out of.”--Author Unknown--
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
16 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

ลมพัดผ่านดาว...อีกหนึ่งเรื่องราวของความรัก



เส้นทางของสายลม ชื่นชมในเสรี
พัดไปในวันนี้ และวันหน้า
ผ่านทะเลอันกว้างไกล ผ่านพงไพรสุดสายตา
ผ่านไปใต้ท้องฟ้า อย่างชื่นบาน
หากจะกักสายลม เพื่อชมให้ชื่นใจ
สายลมจะอยู่เคียงใกล้ เวลานาน
ก็จับด้วยความรัก กับดักคือความหวาน
ได้สายลมเนิ่นนาน ชั่วกาลนิรันดร์


ลมพัดผ่านดาว / ว.วินิจฉัยกุล
สำนักพิมพ์ทรีบีส์



“แก” เพื่อนรักในบางวันส่งเสียงมาตามสาย (บางวันก็ไม่รักเพราะมันทำตัวไม่ดี) ซึ่งฉันรู้ว่า มันต้องมีเรื่องหัวใจมาเล่าแน่ๆ แล้วก็จริงอย่างที่คิด

“เป็นไง” ฉันทักทายสั้นๆ ตามแบบฉบับที่มันคุ้นเคย คำตอบพรั่งพรูโดยไม่ต้องถามมาก มันเล่าชีวิตรักครั้งล่าสุดให้ฟัง ทั้งเรื่องที่มันตัดใจจากสาวใหญ่ในที่ทำงานได้ ไปแอบชอบเขาทั้งที่มีแฟนอยู่แล้ว สัมพันธ์ไม่ได้ลึกซึ้งแต่ก็เป็นสาเหตุให้ต้องเลิกกับแฟนในที่สุด

“หนูรับไม่ได้” นั่นเป็นเหตุผลที่แฟนมันบอกไว้สำหรับความรู้สึกที่เพื่อนฉันปันไปให้อีกคนในระหว่างที่คบกัน เป็นใครจะรับได้มั่ง ต่อให้ไม่เคยเกินเลย แค่เคยเทคแคร์ดูแลเขาบ้างในบางเวลา ทำไปเพราะหัวใจมันสั่ง คิดในทางกลับกันบ้างก็ได้นะ ว่าถ้าอีกฝ่ายทำแบบนี้ เราจะรู้สึกอย่างไร ฉันไม่คิดว่าจะมีใครใจกว้างมากพอหรอก จริงๆ เรื่องนี้ดำเนินมาสามปีได้แล้ว (มั้ง) ซึ่งฉันก็ร่วมรับรู้มาโดยตลอด ถ้าเป็นบทลงโทษตามกฎหมายอาญาต่อความผิดในครั้งนี้ ฉันนับเป็นหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยแหงๆ

เพื่อนฉันคนนี้ มีผู้หญิงเวียนว่ายตายจากวงจรชีวิตนับไม่ถ้วน (ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องแปลกของผู้ชาย) ที่ยังหมุนรอบๆ กันก็มีอยู่ไม่น้อย ที่เลิกรากันไปแต่ทำท่าว่าอยากจะกลับมาร่วมชะตากรรมกับมันก็หลายคน ยังไม่นับรายทางแบบผ่านมาผ่านไประหว่างทำงานและเที่ยว ถามว่ามันมีดีที่ตรงไหน คารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรองเห็นท่าจะจริง

“ก่อนไปน่าน มีเมสเสจลึกลับส่งมาบอกรักชั้นว่ะ” มันเริ่มต้นเล่าเรื่อง ยิ่งเล่าก็ยิ่งนำความประหลาดใจมาให้ฉัน

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประหลาดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอผู้หญิงมาเลยว่ะ”

“เออว่ะ ประหลาดจริงๆ แถมเกือบจะเหมือนนิยายที่ฉันเพิ่งอ่านจบเมื่อคืนเลย”

“ยิ่งกว่านิยายอีกแก ว่าแต่เรื่องอะไรวะ”

“ลมพัดผ่านดาว”






ลมพัดผ่านดาวเป็นนิยายของว.วินิจฉัยกุลซึ่งแต่งขึ้นเมื่อปี 2551 เป็นเรื่องราวความรักร่วมสมัย ระหว่างดารชา หญิงสาววัยสามสิบห้าและวายุ ชายหนุ่มอายุยี่สิบห้า

จริงๆ แล้วถ้าเป็นความรักที่ชายแก่กว่าหญิงสาวแปดปี คงไม่ใช่เรื่องที่จะได้รับความสนใจมากขนาดนี้ ช่องว่างระหว่างวัยของคู่ที่หญิงแก่กว่าชายถูกมองว่ากว้างกว่าคู่ที่ชายแก่กว่าหญิง จริงไหม ทั้งที่จริงแล้ว นิสัยของผู้หญิงที่ยิ่งแก่ (ให้ตายเถอะไม่อยากใช้คำนี้เลย แต่ไม่รู้จะเลี่ยงไปใช้คำว่าอะไรดี) ก็ยิ่งเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ดื้อดึง เอาแต่ใจ และไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง ยิ่งเมื่อเป็นเรื่องของความรัก ผู้หญิงไม่น้อยที่ขาดสติโดยสิ้นเชิง ในวงเล็บอีกนิดว่า สำหรับฉันแล้ว ความรักไม่มีเพศ ไม่มีเหตุผล ก่อนวงเล็บปิดต้องบอกว่า แต่อย่างไรต้องมีสติและสตางค์

ความรักของทั้งสองคนก็เป็นรูปแบบโดยทั่วๆ ไป รักกัน ทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน คืนดีกัน เรื่องเริ่มต้นเมื่อชายหญิงสองคนนี้มีจิตปฏิพัทธ์กันอย่างรวดเร็ว และถูกมองว่าไม่เหมาะสมกันด้วยประการทั้งปวง

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม หรือแม้กระทั่งเพราะความไม่มีเหตุผล ทำให้คนรอบข้างฝ่ายหญิงมองความสัมพันธ์ของคู่นี้ว่า “ไปไม่รอด” โดยอาศัยพื้นฐานครอบครัว ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ การศึกษา ครอบครัว ฐานะ อดีต มาตัดสิน จึงเกิดเป็นความไม่เข้าใจ ไม่ชอบใจ และถึงขั้น “รับไม่ได้” กับ “ผู้ชายอย่างวายุ” กระทั่งมีคำพูดที่ว่า “ผู้หญิงอย่างดารชาควรได้ผู้ชายที่ดีกว่าวายุ”

ในขณะที่คนรอบข้างของวายุ มองความรักครั้งนี้ของวายุว่าก็คงเหมือนรักครั้งก่อนๆ “ฉาบฉวย” และขึ้นอยู่กับ “อารมณ์” ของวายุเป็นสำคัญ ยิ่งประกอบกับคำกล่าวที่ว่า ผู้ชาย ชีวิตเริ่มต้นเมื่ออายุสี่สิบ หมายถึง วุฒิภาวะที่มีความมั่นคงทางอารมณ์และทางฐานะ ผู้ชายอย่างวายุก็อาจเรียกได้ว่าห่างไกลจากจุดเริ่มต้นและเอาแน่เอานอนไม่ได้

ลำพังชีวิตของดารชา สาวสวยรวยทรัพย์ผู้ซึ่งดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบ กับวายุ อาร์ทติสท์หนุ่มหน้าตาดีที่ทำอะไรตามใจ และไม่เคยคิดจะปักหลัก ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้วกับการที่คนสองคนพยายามจะทำความเข้าใจในความเป็นตัวตนของอีกฝ่าย แต่ในชีวิตจริง (ทั้งในนิยายและชีวิตของเราๆ ทั้งหลาย) ยังมีมากกว่านั้น

นอกจากองค์ประกอบทางความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาอย่างมหาศาลนับจากรู้ว่า เรารักใคร ใครรักเรา ยังไม่ต้องพูดถึงผู้คนอีกเป็นพรวนที่สามารถนำความยุ่งยากและลำบากใจมาสู่ชีวิตรักของเรา สายตา ฝีปาก ใบหู อีกนับสิบคู่ ที่จะคอยจับตา เฝ้าดู ถามไถ่ ทั้งอย่างเป็นห่วง ทั้งอย่างสมเพช และอื่นๆ ไม่ว่าจะะเป็นเจ้านาย (สองสาวใหญ่ที่ดูจะเข้าอกเข้าใจชีวิต) คนข้างบ้าน1 (หนุ่มใหญ่ดีกรีด็อกเตอร์ที่มาแอบรัก) คนข้างบ้าน 2 (สาวใหญ่ที่คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็น) อดีตคนรัก (ชายในฝัน ซึ่งเป็นรักแรกและเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติ) เพื่อนสนิท (ที่ไม่เคยคิดจะเข้าใจ) พี่สาว (ผู้ซึ่งกำลังจะหย่าขาดจากสามี) เพื่อนก๊วนเหล้า (ที่อารมณ์ศิลปินไม่แพ้กัน) ฯลฯ ก็ยิ่งทำให้ความรักของคนสองคนกลายเป็นเรื่องยากและใหญ่ขึ้น

ฉันอ่านลมพัดผ่านดาวแล้วเกิดอาการที่แตกต่างจากเล่มอื่นๆ เพราะแทนที่อ่านไปอินไปแบบยิ้มอย่างเป็นสุข หวานในอารมณ์ เศร้าโศก และเสียน้ำตา แต่กลับกลายเป็นว่า ฉันอินเหมือนเป็นหนึ่งในคนรอบข้าง ที่กำลังจับตามองความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ จนเกิดความสงสัย ไม่เข้าใจ ไม่เชื่อใจ มองไม่เห็นความโรแมนติก ทั้งที่เรื่องนี้อุตส่าห์มี “ปาย” มาเป็นฉากหลัง แต่ก็ต้องขอสารภาพว่า บางฉากบางตอนบีบคั้นอารมณ์จนทำให้น้ำตาไหลเป็นทางอาบแก้มไม่น้อย และเมื่อถึงตอนจบที่มีสองแบบก็ถึงขั้นสับสนหากต้องเลือกว่าความรัก (ในนิยาย) ในครั้งนี้ควรจะจบอย่างไรดี ระหว่าง

“อยู่ด้วยกัน แล้วก็นึกถึงแต่วันที่จะร้างรา สู้จากกันไปแล้วคิดถึงวันดีๆ ที่เราเคยมีความสุขต่อกัน จะดีกว่า”

“อยู่กับเธอถึงจะทุกข์ทรมานใจแค่ไหน ก็ยังดีกว่าอยู่เป็นสุขโดยปราศจากเธอ”

ลองคิดว่าถ้าฉันเจอกับผู้ชายอย่างวายุ ก็รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ฉันจะตกหลุมรัก เรื่องนี้ฉันคุยกับเพื่อน เพื่อนบอกว่า ไม่มีทางรักคนแบบนี้เด็ดขาด เราต้องหาคนที่เหมาะสมกับเรา แล้วเราก็ถกเถียงกันว่ามีเหตุผลอะไรที่สมควรตัดสินใจแต่งงานกับพี่ทรงวัชร์ ส่วนเมื่อต้องมองกลับมายังความรักระหว่างที่มีต่อผู้ชายเช่นวายุ ฉันบอกไปว่า ฉันคงรักตัวเองมากกว่า เพราะต่อให้รักอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่ฉันเชือ่ว่า ถ้ารักแล้วเหนื่อย รักแล้วมีชีวิตอยู่บนความหวาดหวั่น รักแล้วบั่นทอน บอกว่ารักกันๆ แต่ทั้งฉันและเขาก็ไม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่คิดจะปรับหากัน ฉันอาจจะดื้อดึงอยู่สักพัก อาจจะลอง อาจจะพยายาม แต่ว่าในที่สุดเราก็คงเลิกกันอยู่ดี เพราะฉันเชื่อว่า แม้จะเจ็บหนักและนานแค่ไหน แต่คงไม่ใช่ตลอดไป






“ เพิ่งคุยกันได้สองวัน พี่เขาเป็นคุณครู ซึ่งเป็นอาชีพที่ฉันไม่เคยคิดจะไปข้องเกี่ยวเลย อายุ 37 ปี แต่หน้าเด็กมาก ตัวเล็กๆ ขาวๆ เคยเจอกันเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว เจอกันปีละครั้งสองครั้งเพราะต้องมีทำงานร่วมกัน สนใจธรรมะ เป็นผู้หญิงคนแรกที่ชวนฉันไปนั่งสมาธิ เขาสารภาพความรู้สึก เทหมดหน้าตัก ฉันทำอะไรไม่ถูกเลย ฯลฯ”

“แล้วทำไมเขาถึงเข้ามาตอนนี้ ทำไมมาถูกจังหวะพอดีเลยวะ”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“ฉันว่านะแกกับเขาต้องเคยทำบุญทำกรรมร่วมกันมาแน่นอน ไปทำบุญบ้างนะแก ถ้าเคยเป็นกรรมไม่ดีต่อกันจะได้เบาบางลง ถ้าดีอยู่แล้วก็จะได้ดียิ่งขึ้น”

จริงๆ แล้วเรื่องของเพื่อนฉันกับนิยายเรื่องนี้ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันนัก อีกอย่างนิยายเรื่องนี้มีตอนจบ และจบลงไปแล้ว แต่สำหรับเรื่อ่งราวของเพื่อนฉัน ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นสายลม ก็ต้องบอกว่า มันเพิ่งจะเริ่มต้นพัดเท่านั้นเอง





ลม
เจ้าเอยนำรักมาจากไหน

หอบอุ่นไอความสุขทุกเช้าค่ำ

วาบหวานเกินบรรยายใช้ถ้อยคำ

จดจำยากจะลืมไม่เลือนราง


พัด
ความเปล่าว่างให้จางหาย

โลมไล้ใจกายคลายอ้างว้าง

เล่นล้อคลอเคลียอยู่เคียงข้าง

แผ่วบางแต่แนบชิดติดตรึงตรา


ผ่าน
เพื่อพักเพียงพบใช่หยุดไหว

แล้วล่วงไปไร้ร่องรอยให้คอยหา

หยาดหยดมิยอมหมดไหลเรื่อยมา

เหว่ว้าอยู่ลำพังอย่างเดียวดาย


ดาว
ดวงเดิมเคว้งคว้างกลางท้องฟ้า

ด้วยสิ้นสุดช่วงเวลาแห่งความหมาย

จะมีไหมลมหวนกลับมาทักทาย

หรือสุดท้ายพานเพียงลมพัดผ่านดาว












นิยายเรื่องนี้ บรรดาหนอนๆ ทั้งหลายเขาถกเขาเถียงกันจบไปนานแล้ว
แต่ จขบ. เพิ่งจะได้อ่าน เลยเพิ่งได้มีโอกาสครุ่นคิดและถกด้วย

เป็นครั้งแรกเลยที่เล่าถึงนิยายหลังอ่านจบ
ปกติถ้าเป้นนิยายอ่านอย่างเดียว
เพราะอารมณ์จะหลากหลายมาก
เรื่องนี้อ่านจบแล้วเลยลองสรุปความรู้สึกตัวเอง
ออกมาเป็นกลอน
เลยช่วยย่อความยาวของความรู้สึกที่มีต่อเรื่องนี้ไปได้พอสมควร

ต้องขอบคุณ เจ yourstarlight ที่บอกว่ารอฟังเราเล่า :)
เราไม่รู้ว่าจะไม่พูดถึงตอนจบของเรื่องนี้ได้อย่างไร
หวังว่าทั้งหมดนี้คงยังไม่ได้เฉลยอะไรไป
จนทำให้เจไม่อยากอ่านล่ะ
และถ้าเราเล่าไม่ซึ้ง ไม่โรแมนติกก็อย่าว่ากัน
รอเจอ่านแล้วเล่าอาจจะดีกว่า :) เนอะ

^^
@pass by





 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552
31 comments
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2552 10:50:06 น.
Counter : 3863 Pageviews.

 

พี่ก็ชอบนิยายคุณหญิง ว. เหมือนกัน แต่จะชอบเรื่องไซ-ไฟ ประเภทข้ามเวลาอะไรพวกนั้น... เรื่องโรแมนติกอ่านน้อยลง เห็นจะเป็นเพราะเลยวัย...

 

โดย: Devonshire 16 พฤศจิกายน 2552 12:34:04 น.  

 

รีววิวซะน่าอ่านเลยค่ะ

 

โดย: หวานเย็นผสมโซดา 16 พฤศจิกายน 2552 12:43:00 น.  

 

แบบว่าถ่ายแบบใกล้มากกกนะจ๊ะแอม

 

โดย: ผู้หญิงใจดี 16 พฤศจิกายน 2552 14:31:53 น.  

 

หนอนนี้ยังไม่ได้อ่าน แต่น่าสนใจ จดลงลิสต์โดยด่วน

ชอบที่แนะนำให้เพื่อนไปทำบุญนะ เรื่องนี้เราเก็เชื่อเหมือนกัน

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 16 พฤศจิกายน 2552 14:34:42 น.  

 


-“อยู่ด้วยกัน แล้วก็นึกถึงแต่วันที่จะร้างรา สู้จากกันไปแล้วคิดถึงวันดีๆ ที่เราเคยมีความสุขต่อกัน จะดีกว่า”

- “อยู่กับเธอถึงจะทุกข์ทรมานใจแค่ไหน ก็ยังดีกว่าอยู่เป็นสุขโดยปราศจากเธอ”




พี่อ่านเงื่อนไขหรือว่าทางเลือกสองอย่างๆ ช้าๆ นะแอม
และตอนนี้พี่เองก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าจะยังไงดี .. เงื่อไขแรก
หรือว่าเงื่อนไขที่สอง ....

เลือกยากเหมือนกันนะ และตอนนี้คงต้องการเวลาอีกสักหน่อย
ไม่รู้ว่าจะยังไงแต่ว่ามันก็ต้องเลือกสักทางล่ะค่ะ ...


 

โดย: JewNid 16 พฤศจิกายน 2552 18:47:03 น.  

 

จริงๆอย่างอ่านเรื่องนี้มาก แต่ยังไม่กล้าพอที่จะอ่านกลัวใจตัวเอง กลัวว่าอ่านจบแล้วความรู้สึกมันจะไม่จบตามไปด้วย

 

โดย: กล้ายางสีขาว 16 พฤศจิกายน 2552 18:59:06 น.  

 




... just fine ... ทำให้เราไม่อยากนั่งอ่านเองจริงๆ แหละ ...

... เล่าไปเรื่อยๆ เลยนะ ... จะเอาหมอนมานอนฟัง ...

... : ))) ...


... มีใส่สถานการณ์จริง มีความเห็น มีแจกแจง ... จูงไปเดินดูซะทุกซอกทุกมุมเลย ...

... เราคิดว่าเราพอจะมองเห็นว่าเรื่องนี้มันน่าสนใจยังไงแล้วแหละ ...

และพอจะเดาได้ว่าในความที่ดูเหมือนว่าจะไม่ซึ้ง ... มันซึ้งตรงไหน ...

จากกลอนที่ just fine แต่ง ...

... เราคิดว่า ... เราพอจะเข้าใจว่าทำไม just fine ร้องไห้นะ ...

แล้วก็ย้อนกลับไปอ่านที่อยู่บนสุด เพื่อเปรียบเทียบเรื่องราว มุมมอง ความรู้สึก ของคนเขียนและคนอ่าน ...

เราว่ามันไม่ make sense ตั้งแต่คิดจะกัก ... ดักสายลม ... แล้วแหละนะ ... แต่ ... เกิดเราชอบคนแบบวายุขึ้นมา ... จะทำไง

(... จับด้วยความรัก ดักด้วยความหวานเหรอ ... ฮื่มม ...

(เราว่ามันยังไงๆ ก็ไม่รู้นะ ...)

มาถึงคำถามเกี่ยวกับทางเลือกทั้งสองข้อ ...

(เราก็ว่า ... มันยังไงๆ ก็ไม่รู้นะ ...)

เราว่าทัศนคติของคนคนนึงต่อความรัก เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ...

ขอบคุณสำหรับบทกลอนซึ้งๆ + อีกหนึ่งเรื่องราวของความรัก จ้ะ ... : ))) ...











 

โดย: yourstarlight 16 พฤศจิกายน 2552 23:59:48 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม

เปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินเขา
มาเล่าเรื่องนิยายบ้างเน๊าะ อิอิอิ








 

โดย: กะว่าก๋า 17 พฤศจิกายน 2552 7:39:45 น.  

 

ยังไม่เคยอ่านค่ะ ตอนนี้กลับมาไทย ได้แวะไปร้านหนังสือ และก็ได้สอยมาแล้วแหล่ะหลายเล่มที่แวะไปดูคนโน้นคนนี้เค้าพูดถึง แต่กำลังกลุ้มใจเลยหล่ะว่า แล้วเราจะหอบกลับออสเตรเลียอย่างไงหล่ะนี่ :)

 

โดย: BeachBum 17 พฤศจิกายน 2552 9:50:16 น.  

 



รีวิวดีจังค่ะ
น่าอ่านจัง
ไม่รู้ว่างานหนังสือปลายเดือนนี้ที่มอชอจะเจอมั้ยนะ


ตอนนี้เรากำลังอ่าน
--นางแมวยาง--
ของ
ผาด พาสิกรณ์ อยู่น่ะ
ค่อนเล่มแล้ว ใกล้จบเต็มที
ทั้งที่ละเลียดอ่านแล้วนะเนี่ย
เขาเขียนน่าติดตามมากเลยคุณ


 

โดย: ภูเพยีย 17 พฤศจิกายน 2552 10:32:14 น.  

 

เคาน์ดาวน์หรือยังครับ แอ่มแอ๊ม
เหอๆ ทั้งกันดารและวังเวง จาอดตาย
ป่ะไม่รู้



อ้อ แม่สั่งให้เตรียมตัวไปล้างชามล่วย
ชามที่กินมาม่ากันอ่ะ

 

โดย: หนูหล่อ (nulaw.m ) 17 พฤศจิกายน 2552 11:54:48 น.  

 


ตื่นยังงง ...

: P

 

โดย: yourstarlight 18 พฤศจิกายน 2552 5:29:05 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม







 

โดย: กะว่าก๋า 18 พฤศจิกายน 2552 6:20:28 น.  

 

“อยู่ด้วยกัน แล้วก็นึกถึงแต่วันที่จะร้างรา สู้จากกันไปแล้วคิดถึงวันดีๆ ที่เราเคยมีความสุขต่อกัน จะดีกว่า”

“อยู่กับเธอถึงจะทุกข์ทรมานใจแค่ไหน ก็ยังดีกว่าอยู่เป็นสุขโดยปราศจากเธอ”

สองประโยคนี้...ทำเอาน้ำตารื้นทีเดียวค่ะ

 

โดย: ทูน่าค่ะ 18 พฤศจิกายน 2552 11:39:02 น.  

 


เลือกข้อแรก ไม่ได้เข้มแข็ง ติดจะกลัวความเจ็บปวดด้วยซ้ำ
แต่เชื่อว่าถ้าปรับตัวกันไม่ได้ ไม่คุ้มกับรักหรอก ^^

 

โดย: อั๊งอังอา 18 พฤศจิกายน 2552 15:24:23 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับ



รูปน้องแอมในโพรไฟล์ยิ้มแฉ่งเลย







 

โดย: กะว่าก๋า 19 พฤศจิกายน 2552 6:16:59 น.  

 

..
..

ลมพัดผ่านดาว
จากหนาวกลับกลายเป็นอุ่น
เกิดเป็นความรักอ่อนหวานละมุน
ความรู้สึกดีๆหมุนอยู่รอบกาย

..
..

แต่แล้วคืนวันย่อมเคลื่อนผ่าน
เพียงไม่นานความจริงปรากฏ
แค่ความรักมิอาจแทนทด
ธรรมชาติทั้งหมดของลมและดาว

..
..

หากลมหยุดหมุนทุกอย่างจะจางหาย
คงเหลือแต่ดาวไร้แสงพรางพราย
กับหัวใจที่แตกสลาย
ทิ้งร่องรอยความเศร้าไว้ในกาลเวลา

..
..

หากดาวร่วงลอยไปพร้อมกับลม
ความรักนี้คงสมปรารถนา
แต่ความเป็นจริงเพียงเศษเสี้ยวของเวลา
ดาวตกร่วงลงจากฟ้าคงดิ่งตรงสู่พื้นดิน

..
..

 

โดย: azamiya 19 พฤศจิกายน 2552 20:26:20 น.  

 


... โหยย ... ซึ้ง ...

ขอไปแปะไว้ที่บล็อกซักเดือนนะ ... : P ...

 

โดย: yourstarlight 19 พฤศจิกายน 2552 20:45:32 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม






 

โดย: กะว่าก๋า 20 พฤศจิกายน 2552 7:04:35 น.  

 

อ่านแล้วโดนน่ะ
เราเลือกเง่ือนไขท่ีสองมาตลอด
แต่ก็ไปไม่รอด...
กลับมาเลือกอันแรก
มีความสุขกว่าจริงๆ...

และวันนี้เราก็ได้รับรู้ถึงคำว่ารักแท้ว่ามีอยู่จริง

 

โดย: หมวย IP: 124.122.180.113 20 พฤศจิกายน 2552 16:49:53 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม






 

โดย: กะว่าก๋า 23 พฤศจิกายน 2552 7:02:33 น.  

 

“อยู่กับเธอถึงจะทุกข์ทรมานใจแค่ไหน ก็ยังดีกว่าอยู่เป็นสุขโดยปราศจากเธอ”

ประโยคนี้ถือเป็นวรรคทองเลยหละครับ
คิดอีกประโยคหนึ่งซึ่งอมตะ ของคุณหญิงกีรติก่อนตาย

และบทกวีของหนูที่เขียนตบท้าย
สวยงามยิ่งนัก

โอ ลมพัดผ่านดาว
เราต้องหามาอ่านเสียแล้ว

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 23 พฤศจิกายน 2552 22:45:19 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม



http://farm3.static.flickr.com/2741/4120829109_638abf75b1.jpg



 

โดย: กะว่าก๋า 24 พฤศจิกายน 2552 6:39:19 น.  

 



รูปไม่ขึ้นครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 24 พฤศจิกายน 2552 8:32:02 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม








 

โดย: กะว่าก๋า 25 พฤศจิกายน 2552 7:10:28 น.  

 


ลมพัดผ่านดาวของแอม
ทำให้ดลใจให้ยลยิน....
หยาดดาวร่วงในดวงตา
อยากรู้ว่าสดับดาวได้อย่างไร
หาอ่านผ่านตามาตรึงใจในกรุงเทพฯธุรกิจ
วันอาทิตย์นี้จ้า

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 25 พฤศจิกายน 2552 23:42:04 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม






 

โดย: กะว่าก๋า 26 พฤศจิกายน 2552 7:08:30 น.  

 

โห มีรวบยอดออกมาเป็นบทกวีได้ด้วย น้องเรา เก่งมากๆ
ลม พัด ผ่าน ดาว
ลมเอยเจ้าหอบรักมาให้ใคร
จงพัดกลับไป เพราะใจข้าไม่ต้องการ เอิงเอย 5555
ปลๆๆๆ +++เราได้รับการ์ดแล้วนะ ตื่นเต้ลๆๆขอบคุณมากๆๆๆที่สุดค่ะ เอาอีกง่ะ

 

โดย: P pi IP: 124.121.49.133 26 พฤศจิกายน 2552 8:25:37 น.  

 

"เพื่อน" จขบ. ตอนนี้เป็นยังไงบ้างเหรอ
ป่านนี้จะเป็นดาวให้ลมพัด หรือจะเป็นลมที่พัดไปยังดาวดวงไหน

ว่าแต่ศิราณี มีลมพัดมารึยังเอ่ย

 

โดย: jmeejan 8 ธันวาคม 2552 23:43:07 น.  

 

พี่ไม่สบาย...
ไม่มีอะไรดีกว่าอ่านนิยายสักเล่ม
จะได้ลืมๆที่กำลังไม่สบายตัวอย่างรุนเรงนี่เสีย...


พออ่านจบแล้วเลยต้องมาคุยกับแอมเสียหน่อยจ้ะ
...

ตอนอ่านบท 65 พี่ว่ามันอืดๆและธรรมดาไปหน่อย
แล้วก็มีเรื่องสงสัยเยอะจัง
พออ่านภาคพิเศษ ก็รู้สึกว่า"ไม่ค่อยรื่น"
แต่คลายสงสัยไปเยอะเลย

สรุปว่าชอบความเห็นของคุณมนันยาที่สุด
และถ้าเป็นตัวเอง ตอบได้ทันควันว่าไม่ทั้งสองคน อยู่คนเดียวเป็นแน่แท้


ทำไม้ทำไมอ่านแล้วนึกถึงเรื่องบ้านขนนกของกฤษณา อโศกสินนักไม่รู้

รู้แต่ว่าผู้ชายแบบพัดโบกและวายุมีเยอะเชียวล่ะ
ไม่ถูก ไม่ผิด
แต่ผู้หญิงที่จริงจังหน่อยไปรักเข้า ก็ช้ำใจไปพักใหญ่
จะลุกได้อีกที ต้องรักตัวเองมากๆหน่อยเข้าไว้

เรื่องแต่งงานแล้วปรับตัวมาพบกันครึ่งทางนั้นไม่จริงนะพี่ว่า
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องปรับมาสัก 70% และส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายหญิง
ผู้ใหญ่สมัยก่อนบอกว่าผู้หญิงควรจะเลือกผู้ชายที่รักเรามากๆ มากกว่าเลือกผู้ชายที่เรารักเขามากๆๆ แต่ก่อนไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม เดี๋ยวนี้เข้าใจแล้วว่าเป็นเพราะเรื่องการปรับตัวนี่เอง

กลอนของแอมเพราะมากๆ
พี่ชอบค่ะ

 

โดย: SevenDaffodils 18 มกราคม 2553 1:33:01 น.  

 

อยากอ่านมั่ง

ไม่รู้จะหาได้จากที่ไหน

เรื่องประมาณ

รักครั้งนี้จั๊กจี้หัวใจเลย

แต่ไม่รู้ว่าจบเหมือนกันไหม

แต่0..0 คิดว่าน่าจะเศร้าเพราะชีวิตจริงคงมีน้อยที่จะรักและอยู่ด้วยกันตลอดไป...รันทด...ในนิยายก็คงรันทดไม่แพ้กัน

อีกอย่างเราจะรู้ใจ(คนนอกนิยาย)ทะลุปรุโปร่งเหมือนเวลาที่เดินเรื่องที่คนแต่งจะรู้ทุกอย่างที่พระเอกคิดและรู้สึก

และมันคุ้มค่ามากเลยหากนางเอกจะเลือกพระเอก

แต่ในชีวิตจริงนี่สิ

คำบางคำอาจไม่ได้มาจากใจจริง...

ซึ่งเราก็ไม่รู้เลยว่าอันไหนจริงอันไหนหลอก....โอ๊ย สับสนคะสับสน....


แต่ก็ยังอยากอ่าน

 

โดย: PK IP: 119.160.221.149 6 กุมภาพันธ์ 2553 18:34:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


I am just fine^^
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




How are you today? I am just fine,always.

If you have something to say, say it then out loud.


uP tO dAtE
17.11 ...real...

16.11 ซ่ อ น

12.11 เก็บใบไม้กิ่งไม้ที่ร่วงหล่นในสายน้ำ ก่อนปล่อยให้ลอยหายไป

26.10 ดอกไม้ในบ้านหลังหนึ่ง

22.10 อะไร อะไร

04.10 กระเป๋าเมาท์เจ้านาย

22.09 ...บ้าง...

21.09 เป่าหิน

14.09 เริ่มขึ้น-จบลง เขาหลวง, สุโขทัย

30.08 ถูกผิด

27.08 น้ำตาลหวานขม

20.07 A piece of paper :)

12.07 ย้อนวันวาน เชียงคานที่คิดถึง : )

09.07 ไปเชียงคาน...ระบายสีให้ชีวิต

28.06 The promise สัญญาว่าจะรอ

26.06 ตื่นสาย

14.06 พื้นพื้น



bY rEQuEst
* Isalnd of life/ Kitaro (P'house)
* How can you mend a broken heart/Al Green (P'tye)
*Love of my life/Queen (Bon Bon)
New Comments
Friends' blogs
[Add I am just fine^^'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.