Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
24 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
ฟังเทคนิค 'เชียร์บอล' ที่บ้านอย่างไร ไม่ทำลายสุขภาพ!

เมื่อมหกรรมศึกลูกหนังระดับโลกอย่าง "เวิล์ดคัพ 2010" ระเบิดขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า บรรดาแฟนบอลทุกบ้าน ต่างลุ้นระทึกจนถึงขั้นอดหลับอดนอนไปตามๆ กัน ซึ่งการอดหลับอดนอนนี้ เป็นที่รู้ๆ กันดีว่า ย่อมส่งผลต่อสุขภาพไม่น้อย โดยเฉพาะระบบของร่างกาย และสมองที่จะขาดสมดุลไปโดยไม่รู้ตัว เป็นอันตรายต่อตัวเอง และผู้อื่น ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะปรับ และเปลี่ยนตารางชีวิตให้เหมาะสมรับศึกฟาดแข้งที่กำลังเข้มข้นในช่วงนี้
       

    
       "นพ.จุลินทร์ โอภานุรักษ์" แพทย์สาขาด้านระบบทางเดินปัสสาวะ ศูนย์ M-Centre โรงพยาบาลบีเอ็นเอช บอกว่า เมื่อเข้าช่วงเทศกาลบอลโลก ทำให้เวลาในเรื่องการนอนของคอบอลในบ้านหลายคนต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป ถ้าอดนอนเป็นเวลานานๆ ย่อมส่งผลต่อร่างกาย และหากอดนอนต่อเนื่องเป็นเวลา 1-2 คืน จะทำให้การทำงานของร่างกาย และสมองเสียสมดุลไป โดยอาการที่ชัดเจนคือ จะมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปวด หรือเวียนศีรษะ ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ท้องผูก และมักจะมีอารมณ์ไม่ดี ฉุนเฉียวง่าย ซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการขับรถในตอนเช้า
    
       นอกจากนี้ ยังทำให้ประสิทธิภาพการจดจำลดลง เจ็บป่วยได้ง่าย เพราะภูมิต้านทานลดลง มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจ และหลอดเลือดเป็น 2 เท่าของบุคคลที่นอนเพียงพอ รวมทั้งเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งบางอย่างได้สูง ทั้งนี้ยังทำให้สมองเชื่องช้า และตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ไม่ดี มีผลต่อการตัดสินใจ ย่อมมีความผิดพลาดได้สูงเหมือนคนเมาสุรา
       

       เทคนิคดูแลสุขภาพไม่ให้เสีย สมดุลช่วงบอลโลก
    
       สำหรับการปฏิบัติตัวในช่วงดูบอลโลก แบบไม่ให้สุขภาพโทรม มี 3 ข้อหลักๆ ทำง่ายดังนี้
    
       1. ร่างกายของมนุษย์ต้องการพักติดต่อกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง จึงจะทำให้วงจรในการทำงานของระบบในร่างกายเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ต้องวางแผนการนอนให้ดี ให้มีช่วงหลับติดต่อกันได้นานถึง 4 ชั่วโมง
    
       2. การตื่นเช้าหลังจากอดนอน การทำงานเกี่ยวกับนาฬิกาในร่างกายนั้น แม้นอนดึก เราก็ควรตื่นเช้าเช่นเดิม หลายคนเข้าใจว่านอนดึก ตื่นสายเป็นสิ่งที่ดี เพราะถือเป็นการชดเชยกัน แท้ที่จริงแล้วส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะความสมดุลของนาฬิกาในร่างกายได้เปลี่ยนแปลงไป หากทำเช่นนั้นแล้วอาจก่อให้เกิดภาวะเซื่องซึม สมองล้า ดังนั้น ควรตั้งเวลาตื่นที่แน่นอน แม้จะนอนดึก อดนอน ก็ควรตื่นในเวลาเดิม







นพ.จุลินทร์ โอภานุรักษ์


       3. การกิน คุณหมอแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ กินชดเชยฮอร์โมน เพื่อลดความเครียด ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี และซีสูง เพื่อเป็นการชดเชยส่วนที่หายไป อาหารที่แนะนำคือ ข้าวกล้อง ผักหรือผลไม้สด ๆ น้ำส้มคั้นสด ๆ แต่ถ้าหาได้ลำบากเป็นวิตามินสำเร็จรูป เช่น วิตามินบีรวม วันละ 1-2 เม็ด และวิตามินซี วันละ 1,000 มก. โดยพบว่า วิตามินบีและซี มีสารเซโรโทนันสูง ซึ่งทำให้สมองลดความเครียดได้
    
       ขณะที่ การกินมื้อดึก เพราะว่าหิว โดยปกติอาหารที่เรากินจะให้พลังงานประมาณ 6 ชั่วโมง เมื่อหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ร่างกายจึงต้องการพลังงานเสริมทัพ แต่ควรเป็นอาหารเบาๆ ที่ย่อยง่าย เช่น น้ำเต้าหู้อุ่นๆ โจ๊ก ไม่ควรเป็นอาหารไขมันสูง เพราะจะย่อยมาก
    
       ที่สำคัญคอบอลบ้านไหน อยากชมฟุตบอลโลกอย่างสนุกและสุขภาพดี คุณหมอแนะนำว่า อย่างแรก ขอให้นึกถึงสุขภาพตัวเองเยอะๆ อย่าหักโหมหรือดูบอลโลกจนเสียงาน เสียเงิน เสียแฟน และเสียสุขภาพ โดยอาจจะเลือกดูให้เหมาะสมกับการทำงานของเรา หรือเลือกดูคู่ที่เป็นไฮไลท์เท่านั้น อย่าดูหมดทุกคู่ ทั้งนี้เพื่อสุขภาพของตัวท่านเอง แต่ถ้าอยากดูจริง ๆ อัดเทปไว้ก็ได้ แล้วค่อยมาดูช่วงกลางวันหรือตอนเย็น
    
       นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการนอน ซึ่งหลายคนคิดว่า การนอนเยอะๆ มีผลดีต่อสุขภาพ ในเรื่องนี้ นพ.จุลินทร์ บอกว่า ไม่จริง เพราะการนอนมากกว่า 8 ชมต่อวัน ทำให้สุขภาพแย่ได้เช่นกัน ดังนั้น ควรนอนแต่พอดี
    
       "ปกติระบบร่างกายคนเราต้องการเวลาพักผ่อน อย่างน้อยวันละ 7-8 ชม.ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด ในช่วงเวลาเช้าถึงกลางวัน เมื่อมีแสงสว่าง ต่อมเหนือสมอง (Pineal gland) จะหลั่งฮอร์โมนซีโรโทนิน (Serotonin hormone) ออกมาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างมีชีวิตชีวา
    
       แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ แดดร่มลมตก ระดับของฮอร์โมนตัวนี้จะลดลง และต่อมเหนือสมองจะหลั่งฮอร์โมนอีกตัวหนึ่งชื่อ เมลาโทนิน (Melatonin hormone) ออกมา และไต่ระดับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับระบบของร่างกายคนเราจะลดระดับการทำงานลง จึงทำให้เกิดอาการง่วงนอน และต้องนอนพักในตอนกลางคืน ช่วงประมาณตี 3 ถึง ตี 4 ระดับของฮอร์โมนเมลาโทนินจะเริ่มลดระดังลง และฮอร์โมนซีโรโทนินถูกหลั่งออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จนได้ระดับสูงพอสมควรในตอนเช้า ร่างกายเราก็จะตื่นพอดี เหมือนมีคนมาตั้งนาฬิกาปลุกไว้ในสมอง"

  ....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................






Create Date : 24 มิถุนายน 2553
Last Update : 24 มิถุนายน 2553 10:11:12 น. 0 comments
Counter : 149 Pageviews.

kongrit1416
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add kongrit1416's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.