เมื่อเท้ามันคัน อะไรมันๆ จะเกิดขึ้น
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
29 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
อิตาลี : ถัดเข่าเอาบุญ












เป็นคนไม่ชอบเดินพิพิธภัณฑ์ คนที่สนิทกันจะรู้ดี เพราะไม่เคยมีสมาธิมากพอที่จะจดจ่อกับอะไรที่เคลื่อนที่ไม่ได้หรือต้องใช้ความพยายามในการอ่าน ศึกษาหรือเข้าใจ เหมือนเอาของมาตั้งๆ แล้วบังคับให้เราดู มันสนุกตรงไหน? จะยังไงก็ตาม ตั้งใจว่าจะเข้าพิพิธภัณฑ์ 2 แห่งนี้แน่ๆ คือ Galleria Borghese และ Vatican Museum เหตุผลง่ายๆ เพราะจากการเก็บสถิติของผู้มาเยือนให้เรทพิพิธภัณฑ์ที่คิดว่าเข้าท่าและถ้าแนะนำให้ผมไปแล้วจะไม่ถูกด่า ได้ชื่อพิพิธภัณฑ์สองแห่งนี้มาครับ แสดงว่ามีคุณค่าน่าชมจริงๆ 


ได้ไปดู Galleria Borghese มาแล้วแต่ไม่มีรูปด้านในให้ดูครับ เนื่องจากมีนิทรรศการชั่วคราวที่ไม่ได้น่าสนใจอะไรจัดอยู่ เขาจึงห้ามผู้เข้าเยี่ยมชมถ่ายรูปไปด้วย สรุปว่าผมชอบก็แล้วกัน เวลา สิ่งของ ขนาดพื้นที่กำลังดี ไม่ทันเบื่อ ไม่เร่งรัดจนเกินไป แนะนำว่าให้จองรอบที่มีไกด์ภาษาอังกฤษครับ ได้ความรู้และข้อมูลน่าสนใจมากมาย เพื่อนๆ ผมที่เป็นเด็กอักษรและเคยร่ำเรียนวิชา Greek Mythology มาอย่างเหนื่อยหน่ายและยังมีความจำติดปลายประสาทอยู่บ้างน่าจะอินกับผลงานหลายชิ้นครับ


ออกมาจาก Galleria Borghese กินข้าวร้าน Mandarin ซึ่งพบว่าวันนี้อร่อยกว่าปกติแล้วก็มุดใต้ดินไปลงสถานี San Giovanni เพื่อทำกิจกรรมที่ไม่ค่อยเข้ากับผมเท่าไหร่กันครับ


กิจกรรมที่ว่า คือ การแสวงบุญตามวิถีความเชื่อของคริสต์ศาสนานิกายคาธอลิก


มาถึงสถานที่แสวงบุญ มีคนรอแสวงบุญอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง และบางกลุ่มก็ได้เริ่มแสวงบุญไปแล้ว


ภาพการแสวงบุญที่ผมเห็นนั้นออกจะแปลกตาไปจากที่เราคุ้นชินสักหน่อย การแสวงบุญที่นี่เป็นการใช้เข่าถัดขึ้นบันไดจำนวนไม่มากแค่ 28 ขั้น 


ก่อนจะตัดสินจัดถัดบันไดไปกับเขาจึงได้ศึกษาข้อมูลพบว่า บันไดไม้ 28 ขั้นเบื้องหน้านี้เรียกว่า Scala Sancta สร้างขึ้นครอบบันไดหินอ่อนอีกที โดยมีความเชื่อกันอย่างจริงจังว่าบันไดหินอ่อนที่ซ่อนอยู่ข้างใต้นั้นเป็นบันไดจริงที่พระเยซูทรงเดินผ่านตอนที่ถูกตัดสินให้ตรึงร่างบนไม้กางเขน จะเป็นตำนานหรือเรื่องจริงก็ตาม คนแห่กันมาจากทั่วสารทิศเพื่อทำสิ่งนี้ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด


ผมอยู่โรมอยู่แล้วจะไม่ทำก็กะไรอยู่ ตัดสินใจจดเข่าลงบนบันไดขั้นแรกและถัดตามคนข้างหน้าไปเรื่อยๆ


มันเป็นความทรมานอย่างหนึ่งเพราะบันไดไม้แข็งเยี่ยงโลหะ และการที่เราแทบไม่เคยใช้เข่าสัมผัสกับพื้นแข็งๆ เลยในชีวิตประจำวัน ทำให้ต้องใช้เวลาทำใจกว่าจะถัดได้แต่ละขั้น คนมีปัญหาเรื่องเข่าคงไม่ต้องพูดถึง แต่เอ๊ะ มองไปรอบตัวผู้สูงอายุแทบทั้งนั้น 


บันไดบางขั้นมีช่องกระจกที่มองลงไปก็ไม่เห็นอะไร เดาว่าคงเป็นช่องให้มองบันไดหินอ่อนอออรินจิที่ถูกไม้ครอบไว้


ระหว่างทางซึ่งเข่าค่อยๆ ทวีความเจ็บปวดและเมื่อยล้าขึ้นนั้น จะถอยหลังก็ไม่ได้ มีคนถัดตามเรามาเต็มพื้นที่ จะรีบถัดให้ถึงขั้นที่ 28 เร็วๆ ก็ไม่ได้อีก เพราะคนข้างหน้าไปอย่างช้าๆ เป็นระเบียบ ทุกขั้นจะมีการหยุดภาวนาสองสามนาที ถ้าเปิดดูกล้องวงจรปิดจะเห็นผมเหลือบมองบนและทำหน้าเบื่อหน่ายแทบตลอดทาง คิดเสียว่าวันนี้เป็นบททดสอบความอดทนบทหนึ่ง


ถัดบันไดศักดิ์สิทธิ์ 28 ขั้นไปเกือบ ชม. ถ้าเขาให้เดินขึ้นได้คงเสร็จตั้งแต่สามนาทีแรก 


Scala Sancta ถือเป็นทรัพย์สินของวาติกันที่ตั้งอยู่นอกวาติกัน แต่กลับตั้งอยู่ในบริเวณโบสถ์ San Giovanni in Laterano โบสถ์สำคัญแห่งหนึ่งในโรม 


เราจึงได้ใช้โอกาสนี้เดินชมโบสถ์ San Giovanni ด้วย สวยงามตามท้องเรื่อง


ทั้งโบสถ์และบันได Scala Sancta เข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายนะครับ 


แต่หากจะเอาเงินใส่กล่องบริจาคก็คงไม่มีใครว่าอะไร


ไหนก็เป็นวันจาริกแสวงบุญของผมแล้ว ตัดสินใจไปต่อโบสถ์ San Pietro หรือ St. Peter เลยแล้วกัน


ก่อนนี้ไม่เคยคิดจะมาเพราะอนุมานเอาเองว่าคิวยาว ต้องจองล่วงหน้า ต้องเสียเงิน


เข้าใจผิดหมดครับ ที่คิวยาว ต้องจองล่วงหน้าและมีค่าเข้านั้นคือ Vatican Museum ซึ่งอยู่คนละส่วนกัน และต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุดน่าจะครึ่งวันถึงจะชมได้ทั่วถึง


St. Peter เป็นโบสถ์ Renaissance ประจำวาติกันที่น่าจะต้องมีคนรู้จักมากที่สุดในโลก หากอยากจะเยี่ยมชมก็แค่มีความอดทนมาเข้าแถวตรวจ security ก่อนเข้าหน่อย บางช่วงเช่นเช้าตรู่หรือบ่ายคล้อยคนอาจจะไม่เยอะมาก


ขนาดผมมาป๊ะกับทัวร์จีนกลุ่มหนึ่งยังรอไม่ถึง 20 นาทีเลยครับ เข้าฟรีเช่นกัน


โบสถ์นี้มีประวัติอันยาวยืด หาอ่านเอาเองได้ครับ สรุปให้ไม่หมด


เอาเป็นว่าออกแบบและสร้างด้วยสถาปนิกดังๆ หลายคน ใช้เวลาสร้างไปร้อยกว่าปีกว่าจะมีหน้าตาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน


โบสถ์ประจำวาติกัน สัญลักษณ์ของศาสนจักรย่อมมีความอลังการ ปราณีต งดงาม
มีความยาก ความเป็นงานชิ้นเอกอย่างที่มันควรจะเป็น


ภาพวาด กระจกสี หรือรูปปั้นต่างมีประวัติที่มาทั้งสิ้น


พลาดอะไรได้แต่อย่าพลาดผลงานชิ้นเอกของศิลปินดังอย่าง Michelangelo ที่มีชื่อว่า Pieta แม้ผมไม่เคยเรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ แต่ก็เคยได้ยินชื่อผลงานชิ้นนี้มาหลายครั้ง มาโบสถ์ St. Peter ต้องไม่พลาด 


ไม่ต้องเดินหาให้ยากด้วย เข้ามาในโบสถ์แล้วเดินไปทางขวามือสุดเลย ถ้าเห็นคนมุงกันเยอะๆ ก็ใช่เลย ต้องดูผ่านกระจกกันกระสุนนะครับ แต่ก็ยังสามารถเห็นรายละเอียดและความเป็นอัจฉริยะของ Michelangelo ได้อย่างดี 


ก่อนผมเกิด 6 ปี สมัยที่เขายังไม่มีอะไรกั้น มีคนสติไม่ดีเอาค้อนมาทุบทำลายรูปปั้นเสียหายไปหลายจุด ที่น่าเศร้ากว่า คือ คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นต่างเก็บเศษชิ้นส่วนของ Pieta ไว้เป็นที่ระลึกแทนที่จะนำมาคืนเจ้าหน้าที่ บางส่วนของรูปปั้นจึงถูกทำขึ้นใหม่ โดยเฉพาะจมูกพระแม่มาเรีย 


วันนี้ผมได้ใกล้ชิดคริสต์ศาสนาเป็นพิเศษ ปกติวัดไทยเข้าปีละไม่กี่ครั้งเองครับและเฉพาะไปส่งแม่ที่วัดด้วย หวังว่าบุญวันนี้คงช่วยลดปริมาณบาปที่ทำกรรมที่ก่อลงได้บ้าง









Create Date : 29 ธันวาคม 2559
Last Update : 3 มกราคม 2560 19:37:29 น. 2 comments
Counter : 533 Pageviews.

 
มาเที่ยวด้วยค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

Thaisoloclub Travel Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 29 ธันวาคม 2559 เวลา:6:12:07 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 31 ธันวาคม 2559 เวลา:2:58:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Thaisoloclub
Location :
Rome Italy

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add Thaisoloclub's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.