เมื่อเท้ามันคัน อะไรมันๆ จะเกิดขึ้น
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
อิตาลี : เหินไปในกรุงโรม













เดินก็แล้ว นั่งรถก็แล้ว ขับรถก็แล้ว รถไฟรถเมล์ใต้ดินลองมาหมดแล้ว เช้าวันหยุดวันหนึ่งจึงนึกหาวิธีท่องเที่ยวในกรุงโรมแบบสร้างสรรค์ เสิร์ชกูเกิลเจอจึงโทรจองทันที เป็นบริการพาเที่ยวสถานที่สำคัญในโรมเช่นเคย แต่เป็นการขี่ segway แทนการเดินหรือนั่งรถ segway คืออะไร ไปเสิร์ชดูรูปภาพเอา ง่ายและเข้าใจเลย ตั้งแต่ผมมาอยู่อิตาลีใช้เสิร์ชกูเกิลอิมเมจบ่อยมาก เพราะเส้นพาสตามีหลายสิบแบบเหลือเกิน อ่านความหมายยังไงก็นึกไม่ออก เปิดกูเกิลอิมเมจทีเดียวจบ

ไม่สบายใจนักเพราะไม่เคยขี่ segway มาก่อน ไม่แน่ใจว่าขี่ยากง่ายขนาดไหน ก่อนนี้ก็เห็นนักท่องเที่ยวขี่กันเป็นกลุ่มๆ มีแต่เด็กวัยรุ่นหนุ่มสาว ผมไม่หนุ่มแล้วอาศัยความกล้าบ้าบิ่นและความชอบความตื่นเต้นที่ไม่เหมือนคนไทยทั่วไปเข้าสู้อ่านเจอว่าเขาเทรนการขี่และให้ซ้อมก่อนเริ่มขี่จริงก็ตัดสินใจเดินทางไปเจอตามจุดนัดหมายเลยครับ  


นัดกันที่ Piazza del Popolo เป็นจุดนัดหมายสำคัญจุดหนึ่งในโรม เป็นจัตุรัสสุดถนน Via del Corso อันมีชื่อเสียง ถนนนี้ปลายข้างหนึ่งเป็น Piazza del Popolo สุดถนนอีกข้างหนึ่งเป็น Piazza Venezia


Via del Corso ถือว่าเป็นถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดเส้นหนึ่งของโรมหรืออิตาลีเลยก็ไม่ผิด ถนนสาย shopping ที่ใครมาจากไหนๆ ก็ต้องมาหาซื้อของใช้ของฝากกันบนถนนเส้นนี้ มีร้านต่างๆ นับร้อย เดินมันๆ ครึ่งวันยังไม่ค่อยพอเลย


คนนัดบอกว่าเจอกันตรงแถวร้านอาหาร Rosati ให้มองหาจุดจอด segway


กวาดตาไปทีเดียวก็เจอแล้วครับ มีอยู่เจ้าเดียว คงอยู่มานานหรือเส้นใหญ่มากถึงมาเปิดบริการแถวนี้ได้ ปกติจะถูกตำรวจไล่อุดลุด


ชอบอย่างหนึ่งที่เขาเลือกจุดนัดพบตรงนี้เพราะสถานที่กว้างขวางหาไม่ยาก บางทัวร์นัดกันแถวบันได้สเปน จะยากลำยากหน่อยเพราะคนเยอะเป็นหนอนแทบจะตลอดเวลา ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดสำคัญอย่างเช่นวันนี้ก็จะปิดห้ามรถเข้า คงเปลี่ยนจุดนัดหมายกันวุ่นวาย


เริ่มด้วยการเทรนการขับขี่ segway อย่างถูกต้องและปลอดภัย ไม่ยากอย่างที่คิด ผมไม่เคยขี่มาก่อนก็สามารถขี่ได้เลย ไม่คล่องแคล่วนักในตอนแรกแต่ลองขี่อยู่ไม่นานก็เริ่มเข้าที่


ไปหน้าก็โน้มตัวไปข้างหน้า จะถอยหลังหรือเบรกก็โน้มตัวไปข้างหลัง จะเลี้ยวทางไหนก็ผลักแฮนด์ไปทางนั้นครับ


ก่อนเริ่มท่องโรมต้องชำระเงินค่าทัวร์ segway 45 ยูโร พร้อมเซ็นชื่อรับสภาพอะไรสักอย่าง ไม่มีเวลาได้อ่านละเอียด แต่ก็คงทำนองว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความงี่เง่าสะเพร่าของผู้ขับขี่เอง บริษัทไม่รับผิดชอบ


กลุ่มเรามีทั้งหมด 6 คน ตัวผม ครอบครัว 4 คนและไกด์สาวที่ต้องบรรยายสองภาษา ชื่อน้อง Silvia นางเคยไปเมืองไทยมาแล้วและแน่นอนชอบเมืองไทยมากๆๆ


มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางกันเล็กน้อยเนื่องจากโซนที่จะไปตามแผนมีปิดถนนและกิจกรรมรับคริสต์มาส หากฝ่าฝูงมหาชนเข้าไปคงติดอยู่ในนั้นจนครบ 2 ชม. พอดี


ด้วยความเร็วประมาณ 20 กม. ต่อ ชม. เราขี่ตามไกด์ไปเรื่อยๆ ไกด์ย้ำเสมอว่าไปช้าๆ ไม่ต้องรีบ ดูรถราให้ดี แลดูเหมือนเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกทัวร์แต่กลับบอกผมว่าไม่จำเป็นต้องใส่หมวกกันน็อคก็ได้ถ้าไม่อยากใส่ ตกลงมันยังไงของมันวะ


อารมณ์มันเหมือนเล่นสเก็ตบอร์ดหรือโรมเลอร์เบลดเลยครับ เพียงแต่สบายกว่ามาก ไม่ต้องไสไถหรือออกแรงอะไร ยืนไปเฉยๆ บังคับทิศทางเอา มันเหินของมันไปเองเลย เจ๋งดี


ที่แรกที่เราแวะหลังจากตกลงเปลี่ยนเส้นทาง คือ สวน Borghese หรือ Villa Borghese เป็นสวนสาธาณะขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในโรม


หลายศตวรรษก่อนนี้เคยเป็นของตระกูล Borghese ตระกูลที่ยิ่งใหญ่และร่ำรวยมากที่สุดตระกูลหนึ่งในโรม ก่อนจะตกมาเป็นของรัฐบาลหลังจากหมดยุคเจ้าขุนมูลนาย สิ่งที่ตระกูลนี้ทิ้งไว้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในกรุงโรม


เป็นปอดสำหรับพักผ่อนหย่อนใจในเมืองหลวง


ปั่นจักรยาน ออกกำลังกาย


และทำกิจกรรมแปลกๆ อื่นๆ


เราเข้าสวนจากทางเหนือเป็นทางเข้าที่อยู่ใกล้ Piazza del Popolo จุดเริ่มต้นของทัวร์เราที่สุด


เข้ามาถึงก็เจอทะเลสาบขนาดเล็กและมีสิ่งปลูกสร้างกลางน้ำที่จำลองมาจากกรีซ มีสิ่งปลูกสร้างอีกหลายอย่างที่จำลองมาจากที่ต่างๆ โดยเฉพาะกรีซ คนยุคนั้นเมื่อนึกถึงศิลปะคงยังนึกถึงอาณากรีกอยู่ 


แถวทะเลสาบจิ๋วนี้มีนกมากมายตั้งแต่นกนางนวล นกพิราบ และนกแก้วสีเขียวส่งเสียงกันเซ็งแซ่ เป็นความใกล้ชิดธรรมชาติที่หาไม่ค่อยได้ในเมืองใหญ่อื่นๆ ในโลกนี้


ภายในสวนมีสนามแข่งม้าข้ามเครื่องกีดขวางของตระกูล Borghese ซึ่งในตอนนั้นจะมีผู้ได้รับเชิญให้เข้าชมไม่กี่คนเท่านั้น ไกด์บอกสังเกตุได้จากที่นั่งทำไว้แค่ไม่กี่แถว


นอกจากนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างและอาคารต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์หรือโรงละครหมดแล้ว


บางชิ้นบางอย่างก็ได้กลายเป็นวัตถุประดับสวนไป


นาฬิกาน้ำเก๋ๆ เรือนนี้ที่ไกด์ภูมิใจนำเสนอดันไม่เดินวันนี้

ยังคงหลงเหลือไว้เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของตระกูลนี้ในอดีต คือ นกอินทรีใส่มงกุฎและมังกรซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ที่ใครเห็นต้องรู้ทันทีว่าเป็นของตระกูล Borghese 


ไกด์ซิลเวียได้แนะนำพิพิธภัณฑ์ Borghese ซึ่งผมเคยได้ยินคนพูดถึงในทางที่ดีมาแล้วหลายครั้ง


บอกว่าของข้างในสวยมาก ไม่เหมือนที่ไหน เป็นงานศิลปะของสะสมของตระกูลนี้  รวยมากขนาดนั้น อยากได้งานศิลปะชิ้นไหนจากไหนสมัยนั้นคงใช้เงินซื้อมาได้หมด คงต้องหาโอกาสมาชมจริงๆ เสียที


ไกด์พาเรามาจอดพักตรงจุดชมวิวซึ่งไกด์บอกลูกทัวร์ว่ามีเซอร์ไพรส์


เซอร์ไพรส์ที่ว่า คือ วิวสวยๆ ตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกครับ


แสงดี๊ดีถ่ายรูปออกมาสวยๆ หลายรูป


มองเห็นโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ของวาติกัน


ไปจนถึงยอดโบสถ์ดังๆ อีกสองสามแห่ง


และตึกตรง Piazza Venezia 


ซึ่งไกด์บอกว่ามีชื่อเรียกขำๆ ว่า ตึกเค้กแต่งงาน หรือตึกเครื่องพิมพ์ดีด คนโรมนี่ถ้าเขาไม่ชอบอะไรเขาก็จะเรียกชื่อให้เสียๆ หายๆ เจอแบบนี้มาหลายที่แล้ว


ผมก้มดูเวลาระหว่างชมพระอาทิตย์ตกหมดไป 1 ชม. พอดี เหลืออีก 1 ชม. จะไปไหนต่อดีล่ะ


สุดท้ายไกด์ตามใจครอบครัวพ่อแม่ลูก 4 คนซึ่งอุตส่ามาเที่ยวกันจากต่างจังหวัด พาฝ่าดงรถติดไปชมวิหาร Pantheon ในเวลากลางคืน


จากสวน Borghese ไป Pantheon จริงๆ แล้วไม่ห่างไกลกันมาก แต่เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของอิตาลี คนจึงหนาแน่นเป็นพิเศษ


การขี่ segway ฝ่าฝูงชนเข้าไปใน Pantheon จึงเสียเวลาอย่างไม่น่าเชื่อ ไกด์ก็มีเพียงกระดิ่งเสียงดังน่ารักเป็นเครื่องส่งสัญญาณขอทางเท่านั้น


เคยวิ่งได้ฉิวในสวนต้องมาวิ่งช้าๆ ไปตามกระแสคน หงุดหงิดอยู่ในใจบอกไม่ถูก คนที่เข้าใจก็ปล่อยให้เราผ่านไปโดยดี คนที่ไม่เข้าใจบ่นด่าพวกเราในใจก็คงไม่น้อย ถ้าไปชนอะไรเข้า segway เขาเสียหายขึ้นมานี่ได้ข่าวว่าคันละ 3 แสนบาทเชียวนะ


ฟ้าเริ่มมืดในเวลาประมาณ 17.30 น. ได้อารมณ์ไปอีกแบบครับ


เพราะย่านใจกลางเมืองเช่นนี้มีการประดับไฟตามถนนเตรียมต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส

แม้การถ่ายรูปจากกล้องในมือข้างหนึ่งในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งต้องบังคับ segway ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันช่างสนุกถูกจริตผมดีมาก ไม่น่าเชื่อว่าภายในสอง ชม. เราไปไหนต่อไหนกันได้หลายที่กว่าการเดินมาก


ไม่นานนักเราก็มาถึงวิหาร Pantheon ไกด์ให้จอดรถและเล่าความเป็นมาสองภาษาอยู่พักใหญ่


งานนี้ผมได้เกร็ดดีๆ เกี่ยวกับวิหาร Pantheon ไว้โม้ต่ออีกเพียบครับ รู้ไหมว่า...พื้นหินสีด้านในเป็นของดั้งเดิมพันกว่าปีที่แล้ว คิดเอาว่าสียังทนได้และยั่งดูแจ่มมาจนถึงปัจจุบัน เชื่อไหมว่า...หลังคาวิหารเป็นโดมที่สร้างอย่างได้สมมาตรแต่ไม่มียอดคอยยึดให้โครงสร้างโดมอยู่ได้ เพราะมีช่องว่างเบ้อเร่อกลางหลังคา คนในสมัยนั้นจึงได้ใช้ซีเมนต์หลายชนิดมาสร้างโดมโดยให้ส่วนบนเบากว่าส่วนล่าง มันจึงคงสภาพอยู่ได้ไม่พังลงมา เคยได้ยินไหมว่า...แม้ฝนตกน้ำฝนก็ไม่สามารถเข้ามาในช่องกลางหลังคานั้นได้ เรื่องนี้ไกด์ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงในอดีต สมัยที่ยังมีโดม 2 ชั้น โดยชั้นที่ซ้อนอยู่ข้างบนทำด้วยโลหะคอยกันฝนไว้ จนกระทั่งมีคนขโมยโลหะซึ่งเป็นของมีค่าในสมัยนั้นไปจึงไม่มีอะไรปิดช่องว่างและฝนก็รั่วตามปกติ บอกให้ก็ได้ว่า...ก่อนหน้านี้สมัยที่ยังเป็นวิหาร (หรือเรียกว่า temple ซึ่งคนไทยมักแปลว่าวัด) ด้านในโดยรอบจะประดับด้วยรูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ เพราะ Pantheon แปลว่า All Gods นั่นเอง ปัจจุบันปรับให้เป็นโบสถ์และเป็นที่ฝังศพของคนสำคัญในยุคสร้างบ้านสร้างเมือง เช่น Rafaello สถาปนิกผู้โด่งดัง และพระเจ้า Vittorio Emanuele ที่ 2 กษัตริย์ผู้รวบอิตาลีเป็นหนึ่งประเทศ ถึงจุดนี้ผมเผลอถามไกด์ไปว่า แล้วทำไมไม่เป็น Vittorio Emanuele ที่ 1 เล่า ในเมื่อเป็นกษัตริย์พระองค์แรกหลังจากกำเนิดประเทศอิตาลี ไกด์ยิ้มประหนึ่งพอใจในคำถามและตอบผมว่า เพราะ Vittorio Emanuele พระองค์เดียวกันนี้เคยเป็นกษัตริย์ของราชวงศ์ Sardinia มาก่อน จึงถือว่าได้ใช้คำว่าที่ 1 มาแล้ว

จบทริปภายในสองชั่วโมงกว่าๆ แม้จะเป็นการยืนเฉยๆ ให้ segway วิ่งไปเองโดยแทบไม่ต้องออกแรงอะไร ก็เมื่อยไม่น้อย ลมเบาๆ ในหน้าหนาวและอุณหภูมิเลขตัวเดียวในช่วงเย็นเล่นเอาขาแข็งไปเหมือนกันครับ โชคดีที่คว้าถุงมือกับผ้าพันคอก่อนออกจากบ้าน ได้ใช้งานทั้งสองอย่าง







Create Date : 09 ธันวาคม 2559
Last Update : 11 ธันวาคม 2559 7:32:13 น. 1 comments
Counter : 459 Pageviews.

 
น่าสนุกดีค่ะ จะตามอ่านทริปอื่นนะฮาฟ @^○^@


โดย: สมาชิกหมายเลข 1733979 วันที่: 10 ธันวาคม 2559 เวลา:9:53:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Thaisoloclub
Location :
Rome Italy

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add Thaisoloclub's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.