เมื่อเท้ามันคัน อะไรมันๆ จะเกิดขึ้น
Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
อิตาลี : ประวัติศาสตร์โรมหลักสูตรเร่งรัดในวันเดียว

















บริการทัวร์พาเดินท่องเที่ยวในโรม ฟรี! มีอยู่หลายเจ้าพอสมควร เคยแต่ได้ยิน ไม่เคยลองใช้บริการและไม่เคยลองเสิร์ชกูเกิลจริงจัง จนเมื่อวานเย็นคิดว่ามีวันอาทิตย์ 1 วันเต็มก่อนเริ่มงานใหญ่ จะทำอะไรดี เมืองอื่นๆ ก็ไปมาแทบจะทั่วสารทิศแล้ว กรุงโรมเมืองที่เราอยู่อาศัยนี่แทบจะไม่รู้จักอะไร เพราะมัวแต่คิดว่ามาพรุ่งนี้ก็ได้ตลอดเวลา 

เสิร์ชเจอบริการนำเที่ยวเป็นกลุ่มโดยการเดินในโรมฟรี มีทั้งช่วงเช้า บ่าย และค่ำ แตกต่างกันไป เพียงวันเดียวถ้าท่านมีความสามารถและความอดทนในการเดิน ท่านสามารถจองทัวร์ทุกรอบ เช้า บ่าย ค่ำ ใช้เวลา 1 วันก็จริง แต่ท่านจะรู้จักโรมดีขึ้นเยอะเลย

ที่ว่าฟรีก็ไม่ฟรีเสียทีเดียวนะครับ เพราะเว็บไซต์จะให้ท่านจองล่วงหน้าเผื่อว่าไปดูเอาหน้างานแล้วคนเยอะ จะเสียเที่ยว ค่าจองต่อคนต่อทัวร์ 2.50 ยูโร ซึ่งถูกมาก ผมจอง 2 ทัวร์ เช้าต่อด้วยบ่ายก็แค่ 5 ยูโร เมื่อจบทัวร์เราก็ควรจะทิปให้ไกด์ซึ่งมาทำด้วยใจรักตามอัตราที่เราพอใจ เห็นมีตั้งแต่ 5 จนถึง 20 ยูโร 


ทัวร์เช้านัดเจอกันที่น้ำพุตรง Piazza Barberini ตามเวลาที่นัดหมาย เรามีคนร่วมเดินรวมไกด์ 13 คน ไกด์พูดภาษาอังกฤษได้ดีระดับหนึ่ง ผมชินกับสำเนียงคนอิตาเลียนพูดอังกฤษแล้วจึงปรับหูได้เร็ว ในขณะที่ลูกทัวร์คนอื่นก็ Excuse me? กันตลอดทาง


เส้นทางที่เขาจัดให้เดินก็เส้นทางยอดนิยมทั่วไปครับ แต่ที่สนุกชวนให้ผมสนใจฟัง คือ เกร็ดต่างๆ จากไกด์คลาวเดียผู้มีต้นกำเนิดจากเนเปิลส์


ใครจะไปรู้ว่า (กูเกิลไม่บอกแล้วใครจะไปรู้?) ศิลปินดังอย่าง Bernini ซึ่งเป็นชื่อโรงแรมดังในย่าน Barberini จะมีลูกศิษย์ผู้ขึ้นมาทาบรัศมีครูที่ชื่อ Barromini ทำให้ Bernini เกลียด Borromini มากเพราะแข่งกันดัง


ผึ้งที่ปรากฏอยู่บนน้ำพุนี้หมายถึงตระกูล Barberini และรูปกุญแจด้านบน 2 ดอกนั้นหมายถึงโป๊ป ซึ่งมาจากตระกูลอันมั่งคั่งนั่นเอง ตระกูลใหญ่ๆ ในอิตาลีสมัยก่อนทรงอำนาจทั้งทางโลกและทางธรรม ตระกูลใหญ่อื่นๆ ที่มีสัญลักษณ์ทำนองนี้ เช่น Borghese, Medici, Colonna เป็นต้น


เสาหินโอเบลิสก์ซึ่งมีอยู่ทั่วโรมนั้นได้มาจากอียิปต์สมัยที่อาณาจักรโรมันรุ่งเรือง แต่อันที่มองเห็นอยู่เบื้องหน้านี้ตั้งอยู่เหนือบันไดสเปนหรือ Spanish Steps อันมีชื่อ เป็นของเลียนแบบที่สร้างขึ้นภายหลัง ไกด์บอกว่าบันไดนี้ควรชื่อว่า French Steps มากกว่าเพราะฝรั่งเศสเคยปกครองโรมและพื้นที่ส่วนนั้น และติดกับเสาหินนี้ก็มีโบสถ์ฝรั่งเศสที่สำคัญที่สุดในโรมตั้งอยู่ 


น้ำพุในโรมทั้งหมดมีประมาณ 250 แห่ง เป็นน้ำตามธรรมชาติ สะอาด ดื่มได้ แม้บางแห่งดูเขียวชอุ่มไปด้วยตะไคร่น้ำก็ตาม เดินมาร้อนๆ ก็รองใส่ขวดดื่มเย็นชื่นใจ ไกด์กล่าวไว้


ด้านหลังของ Palazzo del Quirinale ปัจจุบันเป็นที่พักของประธานาธิบดีอิตาลี ซึ่งคนปัจจุบันได้รับการชื่นชมจากไกด์ของเรามาก เพราะเปิดให้คนเข้าชมพิพิธภัณฑ์และโอเปร่าภายในอาคารแห่งนี้ฟรี By the way ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน พิพิธภัณฑ์ในอิตาลีจะเปิดให้เข้าชมฟรีนะครับ ยกเว้นพิพิธภัณฑ์ในวาติกันซึ่งมีพื้นที่ใหญ่มาก จะเปิดให้เข้าชมฟรีในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน


ร้ายขายของที่ระลึกโดยเฉพาะของฝากจำพวกอาหารและเครื่องดื่มตามสถานที่ท่องเที่ยวไม่ควรซื้อหากไม่จำเป็นเพราะราคาที่้แพงเกินจริงและของบางอย่างไกด์ยืนยันว่าไม่มีในวัฒนธรรมอิตาลี เช่น พาสต้ารูปอวัยวะเพศชายสีม่วงอมชมพู ไกด์ไม่แน่ใจว่าจะกินแล้วปลอดภัยหรือไม่ด้วยซ้ำ หากจะซื้อของฝากจำพวกอาหารท้องถิ่น ไกด์แนะนำตลาด Testaccio แถวสถานีรถไฟใต้ดิน Piramide ซึ่งผมได้บันทึกไว้เป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวต่อไปแล้ว

หากหิวระหว่างเดินเที่ยวในโรมให้แวะทานร้านที่เขียนว่า Trottoria มักเป็นร้านเก่าแก่ สืบทอดกันมาหลายรุ่น ขายอาหารท้องถิ่นราคาเป็นกันเอง หนึ่งอิ่มไม่ควรเกิน 12 ยูโร หรือไม่ก็หาป้าย Hostaria ซึ่งเมื่อก่อนเป็นจุดแวะพักสำหรับนักแสวงบุญ มีขนมปังและไวน์ให้ทานฟรี แต่ปัจจุบันมีค่าเท่ากับ Trottoria 


น้ำพุเตรวี่ซึ่งตอนนี้ขาวสะอาดยิ่งกว่าตอนไหนๆ เพราะนักเรียนแฟชั่นของ Fendi เพิ่งช่วยกันทำความสะอาดไป เนื่องจากมาขอยืมสถานที่จัดแฟชั่นเมื่อสามเดือนก่อน มาที่นี่เขานิยมโยนเหรียญด้วยมือขวาข้ามไหล่ซ้ายลงไปในน้ำพุ 1 เหรียญแปลว่าจะได้กลับมาโรมอีก 2 เหรียญจะได้แฟนเป็นคนอิตาเลียน และ 3 เหรียญจะได้แต่งงานที่อิตาลี เลือกเอาตามที่สบายใจ


เขาให้โยนเหรียญ แต่ห้ามลงไปเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ครั้งหนึ่งเด็กวัยรุ่นเมกันเสื่อมๆ มาเรียนศิลปะที่อิตาลี หลังจากเมามายได้ที่ก็ลงไปดำผุดดำว่ายปีนป่ายรูปปั้นจนตรีศูลของโปไซดอนหักพังลงมา ปัจจุบันจึงดูเหมือนโปไซดอนถือแกนกระดาษทิชชู่ ไกด์ว่าเด็กสามคนนั้นถูกปรับคนละพันยูโร แต่ความเสียหายไม่มีวันจางหายไปจากใจคนอิตาเลียน และไม่นานมานี้ก็มีสาววัยรุ่นเมกันใส่บิกินีพยายามจะลงไปเล่นน้ำอีกเช่นกัน เอ่อ พวกมรึงเป็นอะไรมากป่ะ


ของว่างยามหิวราคาประหยัดอีกอย่างที่คนโรมนิยมกินมาก คือ ขนมปังยัดไส้หมูกรอบ แฮม หรือชีส เขาเรียกกันว่า Panino ดื่มกับไวน์จากย่าน Castelli Romani ไกด์บอกว่าเข้ากั๊นเข้ากัน Panino ต้อง 2.50 ยูโร และไวน์ 1.50 ยูโรเท่านั้น ไม่งั้นถือว่าแพงไป


ร้านอาหารบางร้านตกแต่งดี น่าเข้าไปนั่ง มีเมนูสำหรับนักท่องเที่ยว แต่อย่าได้หลงเข้าไปเพราะราคาอาจจะแพง พ่อครัวอาจเป็นแขกเอเชียใต้ และร้านอิตาเลียนแท้จะไม่มีเมนูสำหรับนักท่องเที่ยว และจำไว้ให้มั่น ทุกครั้งที่ซื้อของขอให้ขอใบเสร็จเก็บไว้ มิฉะนั้น คุณจะเป็นแบบลูกทัวร์คนหนึ่งของคลาวเดียที่จ่ายค่าไอสกรีมไปถึง 52 ยูโร (ปกติ 2 ยูโร) และเมื่อกลับไปคอมเพลนที่ร้านโดยไม่มีใบเสร็จเจอพนักงานขายพูดใส่หน้าให้เงิบว่า เราไม่เคยเห็นหน้าคุณในร้านมาก่อน ทั้งนี้ หากหมดทางสู้จริงๆ คำว่า I will call polizia. อาจช่วยได้ในบางครั้ง 


Adriano Temple เป็นวิหารเก่าแก่แห่งหนึ่ง ไม่มีอะไรน่าสนใจมากเพราะเป็นทางผ่าน ต้องมองลงไปด้านล่างจึงพบประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ ลึกลงไปประมาณ 6 เมตรเป็นระดับพื้นเดิมของกรุงโรมในสมัยรุ่งเรือง คิดดูว่าหลายพันปีผ่านไปเมืองเก่าถูกทับถมจนแทบไม่เห็นเค้าเดิม อย่างไรก็ตาม เมืองใต้ดินของโรมโบราณมีให้เดินทัวร์ได้หลายสิบกิโลเช่นกัน แต่ไกด์ไม่แนะนำสำหรับคนที่เป็นโรคหืดหอบหรือโรคกลัวที่แคบ


 Pantheon เป็นโบสถ์ที่ไม่ใช่โบสถ์แคทอลิกที่ใหญ่ เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในอิตาลี เก่าแก่เป็นอันดับสองของโลก เก่าแก่ที่สุดคือ Pantheon ออรินจิในกรีซซึ่งหลงเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น 


คนโรมมีความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติมากเหมือนกัน ด้านในของ Pantheon บนหลังคามีช่องวงกลมขนาดใหญ่ แต่ฝนจะตกหนักแค่ไหนน้ำก็ไม่เคยเข้ามาทางนั้นได้เลย ว่ากันว่าฝนตกเมื่อใด คนโรมจะแห่มาดูใน Pantheon กันว่ามีน้ำเข้าหรือเปล่า หากมีสงสัยจะเป็นหายนะครั้งใหญ่ ส่วนทางเข้าดั้งเดิมของวิหารแห่งนี้อยู่ด้านหลัง


Piazza Navona ปัจจุบันเป็นลานกว้างสำหรับเดินถ่ายรูปและกินอาหาร แต่อดีตเคยเป็นสนามกีฬาสำหรับชมการแสดงและมหรสพต่างๆ ในหน้าหนาว และอย่างไม่น่าเชื่อ ในหน้าร้อน (เช่นเดียวกับโคลอสเซียม) กลายเป็นสระน้ำขนาดยักษ์สำหรับการแสดงการต่อสู้ทางน้ำ ว้าว!



 อาคารกระทรวงุติธรรมอิตาลีสร้างขึ้นหลังจากมีการย้ายเมืองหลวงจากตูรินมาเป็นกรุงโรม คนอิตาเลียนเรียกมันว่าอาคารอัปลักษณ์เพราะสำหรับพวกเขามันดูแข็งกระด้างด้วยรายละเอียดที่เยอะเกินจำเป็น เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหนักจนผู้ออกแบบเครียดจนต้องปลิดชีวิตตัวเองหลังสร้างเสร็จได้เพียง 2 ปี


แม่น้ำไทเบอร์ แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านกรุงโรม มีกำแพงสูงเป็นสิบเมตรเพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่ง สมัยที่ยังไม่มีกำแพงนี้ ในกรุงโรมชนชั้นสูงจะอาศัยอยู่ชั้น 1 เพื่อว่าเมื่อน้ำหลากเข้าเมืองหรือไฟไหม้ซึ่งเกิดขึ้นบ่อย ตัวเองจะได้หนีตายได้ทัน ส่วนคนจนคนยากอยู่ชั้นสูงๆ ขึ้นไป หนีได้บ้างตายบ้างแล้วแต่ชะตากรรม ปัจจุบันนี้กลับตาลปัตร คอนโดยิ่งชั้นสูงยิ่งแพง


จุดชมวิวในโรมมีหลายจุดด้วยกัน พวก 7 hills ที่เป็นที่รู้จักดีสำหรับนักท่องเที่ยว ชมฟรีได้ทั้งหมด สำหรับไกด์ของเรานางชอบจุดที่มีชื่อว่า Gianicolo (ด้านบนซ้ายของรูป) ที่สุด เหมาะสำหรับการดื่มโปรเซคโคและจูบเย้ยจันทร์


ก่อนแยกกันสำหรับทัวร์ช่วงเช้า ไกด์บอกว่าให้หลีกเลี่ยงอะไรที่เกี่ยวกับวาติกันในวันนี้เพราะเป็นวันที่โป๊บแต่งตั้งให้แม่ชีเทเรซาเป็นนักบุญเทเรซา


ก่อนแยกย้ายกันมีการทิปไกด์กันตามความพึงพอใจ ผมแอบสังเกตว่าไม่มีใครรวมทั้งตัวผมทิปต่ำกว่า 10 ยูโร

ทัวร์ช่วงบ่าย ซึ่งไกด์คลาวเดียดันเป็นคนเดียวกับที่จะพาเดินทัวร์ช่วงบ่ายเช่นกัน ระหว่างเดินมาที่จุดนัดพบ คลาวเดียแอบบ่นเรื่องอากาศที่ร้อนมั่กๆ ในโรมตอนนี้ บอกว่าการเดินทัวร์ช่วงบ่ายมักจะเริ่มด้วยรอยยิ้่มและจบด้วยหน้าที่บูดบึ้งของลูกทัวร์เพราะอากาศไม่ค่อยเป็นใจ


จุดนัดพบช่วงบ่าย คือ Piazza Venezia เวเนเซียหรือเมืองเวนิสมาโผล่เป็นชื่อสแควร์กลางกรุงโรมได้เพราะสมัยที่อิตาลียังไม่ได้รวมชาติ ย่านนี้เป็นที่ตั้งของสถานทูตสาธารณรัฐเวนิสประจำกรุงโรม


มีอาคารชื่อว่า Bonaparte เป็นที่อยู่ของนโปเลียนสมัยยึดครองโรม


รูปนักรบขี่ม้าตั้งตระหง่านหน้าตึกสีขาวนี้คือ พระเจ้า Vittorio Emanuele ที่สอง กษัตริย์พระองค์แรกผู้รวมชาติอิตาลีเข้าด้วยกัน 


Capitoline Hill หนึ่งใน 7 Hills ในโรม มีศิลปะบางส่วนสะท้อนอิทธิพลกรีกอย่างชัดเจน เทพต่างๆ จากเทพปกรณัมกรีกปรากฎให้เห็น


รูปปั้นหมาป่าผู้เลี้ยงดู Romulus และ Remus บน Capitoline Hill เรียกได้ว่าเป็นของออรินจิที่สุดเท่าที่มีแสดงอยู่ภายนอกอาคาร ของออรินจิจริงๆ เลยนั้นอยู่ในพิพิธภัณฑ์สักแห่งหนึ่งในโรม ไกด์แหย่ว่าแค่นี้ก็อายุหลายร้อยปีแล้ว


เดินทะลุไปจะเจอกรุงโรมในอดีตเมื่อเริ่มก่อตั้ง ซึ่งมีพื้นที่เล็กๆ แค่นี้เอง มีตลาด ร้านค้า วิหารต่างๆ ใช้จินตนาการหนักๆ เลยครับ


เสาลักษณะนี้เป็นเสาของลัทธิความเชื่อที่มีในโรมมาก่อนคาทอลิก เมื่อคาทอลิกเริ่มเรืองอำนาจจึงเอารูปปั้นนักบุญต่างๆ หรือไม่ก็ไม้กางเขนไปประดับบนหัวเสาเหล่านี้ ยังดีที่ไม่ทำลายทิ้ง


รูปปั้นบุคคลประวัติศาสตร์หรือสิ่งปลูกสร้างสำคัญของชาวโรมันจนถึงฝาท่อระบายน้ำในโรมมักจะมีสัญลักษณ์ตัวย่อ S-P-Q-R ไกด์บอกว่าหมายถึง Senate and People of Rome (ตัว Q หายไปไหนไม่รู้)


รูปปั้น Julius Caesar นี้เป็นรูปปั้นเดียวที่ไม่มีช่อมะกอกอยู่บนหัวเพื่ออำพรางศีรษะของเขา เผยให้เห็นความแปดแสนเกือบล้านของ Julius Caesar


เสาสีส้มอมชมพูเหล่านี้เพิ่งขุดพบเมื่อสองเดือนที่ผ่านมาระหว่างที่ขุดทำรถไฟใต้ดินสายซีซึ่งจะมีจุดเปลี่ยนรถที่สถานีโคลอสเซียม พอขุดเจอซากเมืองโบราณก็หยุดและย้ายไปขุดที่อื่นแทน ไกด์บอกอย่างเซ็งๆ ว่าก็รู้อยู่แล้วว่าใต้ดินในโรมขุดลงไปก็ต้องเจออะไรสักอย่างแล้วจะฝืนขุดกันทำไมหนอ แอบได้ยินคำลงท้ายประโยคว่ามาเฟียๆ 

นี่ก็ผลของการขุดอุโมงค์รถใต้ดินสายซีเช่นกัน เจอเสาคอลัมน์ใหญ่ขนาดนี้ เดาเอาเองว่าซากข้างใต้จะมหึมาขขนาดไหน แต่ไกด์พูดอย่างเสียดายว่าให้รีบดูรีบถ่ายภาพเก็บไว้เพราะนี่เป็นหนึ่งในจุดที่รัฐบาลตัดสินใจที่ีจะถมกลับไปและค่อยมาขุดกันใหม่เมื่อพร้อม อาจจะสัก 20 ปีจากนี้ นึกถึงตอนไปอียิปต์เมื่อหลายปีที่แล้ว ขุดลงไปตรงไหนก็ต้องเจอซากเมืองตรงนั้น


โคลอสเซียมซึ่งครั้งหนึ่งเคยสมบูรณ์กว่านี้ ชาวโรมันสมัยหนึ่งไม่เห็นความสำคัญ ต่างมารื้อเอาหินก้อนมหึมาจากโคลอสเซียมไปสร้างอาคารบ้านเรือนจนโป๊บพระองค์หนึ่งต้องออกมาขอให้หยุดและปรับปรุงกลับมาเท่าที่ทำได้ และแล้วสิ่งที่คนสมัยหนึ่งคิดว่าไม่สำคัญได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของโรมไปเสียแล้ว


ไกด์แขวะคนชาติเดียวกันอย่างน่ารักว่า โคลอสเซียมใช้เวลาสร้างแค่ 8 ปี ในขณะที่รถไฟใต้ดินสายซีสร้างมาจะสิบปีแล้วยังไม่เห็นทีท่าว่าจะเสร็จ ก็ลองเอาทาสเรือนหมื่นในตอนนั้นมาสร้างรถใต้ดินซิ อาจจะเสร็จตั้งแต่หกเดือนแรกก็ได้


หากท่านมีอารามกระหายน้ำแถวโคลอสเซียม มีน้ำพุธรรมชาติให้เติมน้ำฟรีเหมือนที่อื่นๆ ครับ จะพิเศษกว่าตรงที่จะเลือกน้ำแบบซ่า (Frizzante) หรือแบบธรรมดา (Naturale) ก็ได้ เก๋ไหมเล่า


ไกด์แถมให้ว่า เนื่องจากโคลอสเซียมเป็นจุดนัดพบ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของหลายโปรแกรมทัวร์ แต่แทบจะไม่มีร่มไม้ให้นั่งตากลมดมยาเลย ขอให้มองหาจุด Tourist Information ซึ่งอยู่ขวามือเมื่อมุดขึ้นมาจากสถานีรถใต้ดิน Colosseo มีที่นั่ง ร่มไม้ และข้อมูลท่องเที่ยวให้ท่านเอนจอยได้พักใหญ่

เช่นเคยก่อนจากกันสำหรับทัวร์รอบบ่าย ไกด์ขอถ่ายภาพพวกเราไปลงเฟสบุ๊คของเขา เราก็ทิปไปตามความพอใจ ผมรักษามาตรฐานเดิม 10 ยูโร แต่อาจเพราะรอบบ่ายนี้มีแต่เด็กวัยรุ่น จึงมีตั้งแต่ไม่ทิปเลย (น่าเกลียดมาก) จนถึง 5 ยูโร ไกด์บอกลาพวกเราด้วยประโยค Thank you. I hope you enjoyed your time with me. 

ผมแอบตอบไกด์คลาวเดียในใจว่า แม้อากาศจะร้อนจัด แม้สำเนียงภาษาอังกฤษคุณจะฟังยาก แต่เกร็ดฮาชวนขำจำไม่ลืมเกี่ยวกับกรุงโรม ซึ่งไม่มีทางค้นเจอในกูเกิลทำให้วันอาทิตย์ในหน้าร้อนของผมสนุกสนานมากกว่าปกติ อย่างน้อยก็มีเรื่องโรมไว้โม้เพื่อนๆ พี่ๆ อีกเป็นกระบุง 










Create Date : 04 กันยายน 2559
Last Update : 28 ตุลาคม 2559 17:47:04 น. 1 comments
Counter : 838 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ
ได้เที่ยวตามด้วย ในอากาศร้อนๆ (เหมือนกัน)ของเมืองไทย


โดย: คุณนายบ้านนี้ (คุณนายบ้านนี้ ) วันที่: 5 กันยายน 2559 เวลา:19:06:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Thaisoloclub
Location :
Rome Italy

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]




Friends' blogs
[Add Thaisoloclub's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.