เมื่อเท้ามันคัน อะไรมันๆ จะเกิดขึ้น
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
5 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 

เที่ยวบาร์เซโลนา ชอบ Sagrada มากที่สุด











จองตั๋วราคาไม่แพงไป-กลับ บาร์เซโลนา-โรมในราคาแค่สามพันกว่าบาท ถูกกว่านกแอร์กรุงเทพฯ-นครศรีฯ ที่ใช้ประจำเสียอีก ตอนแรกตัดสินใจไม่ไปแล้วเพราะวันที่เดินทาง 13 ต.ค. 2559 เป็นวันที่คนไทยโทมนัสกันมาก
ที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ 


เดินทางไปสนามบินและขึ้นเครื่องแบบมึนเบลอเหม่อลอย ใจหายแห้งเหี่ยวอยู่ข้างในบอกไม่ถูก มารู้ตัวอีกทีตอนเขาประกาศต้อนรับสู่สนามบิน Barcelona – El Prat เมื่อเครื่องแตะรันเวย์

เพราะไม่ได้จองล่วงหน้ามากนักและโรงแรมใจกลางย่านช็อปปิงราคาค่อนข้างสูง ผมจึงหันไปใช้บริการ Airbnb ที่ไม่ได้ใช้บริการอีกเลยตั้งแต่ทริปไปญี่ปุ่นเมื่อหลายปีที่แล้ว ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ได้ถูกกว่าโรงแรมมากมาย แถมยังต้องมานอนแชร์บ้าน ห้องดูทีวีและห้องน้ำกับคนอื่นอีก


แต่บ้านป้า Maria ที่บาร์เซโลนาที่จองผ่าน Airbnb ครั้งนี้ราคาถูกกว่าโรงแรมมากอยู่ แม้จะไม่ได้อยู่ย่านกลางเมืองเป๊ะอย่างที่เราเข้าใจก็ตาม แต่ก็ถือว่าสะดวกมาก มีรถเมล์ผ่าน มีสถานีรถใต้ดินใกล้ๆ เดิน 10 นาทีถึง


คุณป้าอยู่อาศัยในอพาร์ทเมนต์แคบๆ นี้เพียงลำพัง ลูกหลานโตหมดแล้วและย้ายไปทำมาหากินที่สหรัฐอเมริกา เธอยังคงต้องทำงานเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเช่าและค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวมทั้งเก็บเงินไปเยี่ยมลูกหลานปีละสองครั้ง ห้องที่แบ่งให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ เช่าพอเป็นแหล่งรายได้สำหรับชีวิตบั้นปลายได้ดี     


ห้องแคบๆ นอนได้แค่ 2 คน เหลือที่วางของอีกเล็กน้อย แต่คงเป็นเพราะความเป็นกันเองและความมีน้ำใจของป้า และเกร็ดความรู้ดีๆ ที่ป้ามีบอกนักท่องเที่ยวเสมอนี่แหละที่ทำให้มีแขกจองคิวมาพักกันแทบไม่ขาดสาย


สิ่งแรกที่ทำในเช้าวันแรก คือ ซื้อซิมมือถือที่ใช้ได้เฉพาะอินเตอร์เน็ตและบัตรโดยสารสารพัดรถแบบไม่จำกัดเที่ยวสำหรับ 2 วัน แค่นี้ก็พร้อมจะท่องโลกบาร์เซโลนาอย่างอิสระและไม่ขาดการติดต่อแล้ว


วันแรกเราเดินเลาะถนนเส้นช็อปปิงสายหลักชื่อว่า Passeigde Gracia มีร้านรวงครบถ้วนทุกยี่ห้อ มีระดับราคาทุกเลเวลตามรสนิยมและอำนาจซื้อ ผมได้โอกาสสอยเสื้อดำจากห้องเสื้อระดับกลางของสเปนแต่แพงมากที่ไทยมาเก็บไว้ใส่ใน 1 ปีข้างหน้านี้ด้วย ได้ข่าวว่าเมืองไทยเป็นของหายากไปเสียแล้ว


ถนนเส้นนี้มีห้างร้านตกแต่งสวยงาม ถนนสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย มีต้นไม้ประดับสองข้างทาง จะว่าคล้าย Champs Elysees ก็ไม่ผิด


คำว่าสะอาดและระเบียบเรียบร้อยนี่ไม่ค่อยได้พูดนะตอนอยู่โรม


ถนนนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นจุดถ่ายรูปสำคัญ


คนยืนออกันเต็มด้านหน้า เป็นบ้านที่ออกแบบโดยศิลปินที่มีคนรู้จักหรือมีชื่อเสียงหรือดังที่สุดของสเปน Antonio Gaudi


เอกลักษณ์การออกแบบของ Gaudi เป็นแนวเทพนิยาย fantasy หลุดไปจากแนวนิยมในช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ก็ว่าได้ อาคารที่เขาออกแบบจึงมีหน้าตาเช่นนี้ คือไม่ได้สวยแบบเห็นแล้วขนลุก แต่เก๋แปลกตา เลิศล้ำจินตนาการไม่เหมือนงานของใครในโลกหล้า


ตึกสมัยใหม่อีกหลายแห่งบนถนนเส้นนี้จึงได้รับอิทธิพลจากผลงานของ Gaudi ไม่น้อย


เพราะโรมค่อนข้างขาดแคลนร้านอาหารไทย มื้อกลางวันแรกของทริปนี้จึงเป็นร้านอาหารไทยที่เผอิญห่างออกไปจากจุดที่เราเริ่มรู้สึกหิวและเริ่มเสิร์ชหาสิ่งที่น่าสนใจในกูเกิลแม็พไปแค่ 200 เมตร


ร้านตกแต่งดี ดีกว่าร้านอาหารไทยทุกร้านในอิตาลีซึ่งมีอยู่ประมาณ ร้าน ร้านไทยในอิตาลีมาอ่านเจอความจริงข้อนี้คงไม่ว่ากัน


เจ้าของเคยเป็นคนไทย ปัจจุบันแม้เปลี่ยนเจ้าของแล้วก็ยังมีเชฟคนไทยประจำและออกมารับออร์เดอร์ด้วยตนเอง ดูแลลูกค้าขนาดนี้ก็จัดเต็มครับ อาหารทานอิ่มจนแทบลุกไม่ขึ้น แต่ขอบอกตรงๆ ไม่อ้อมค้อมว่า รสชาติยังไม่ดี อาหาร 5 อย่าง อร่อยอย่างเดียว ที่เหลือพอทานได้ อาจเพราะเราสั่ง set menu ที่เขาทำไว้พร้อมเสิร์ฟแล้ว


ช่วงเย็นของวันแรกในบาร์เซโลนา เรามาเดินย่าน Ramblas เป็นย่านเดินเล่นที่ค่อนข้างชิค น่าเดินเพลินอารมณ์ มีสีสันยามตะวันเคลื่อนคล้อย 


มีตรอกน้อยซอยเล็ก ร้านอาหารเครื่องดื่มตลอดสองข้างทาง


เดินไปจนสุดทางจนถึงท่าเรือแล้วเดินกลับมา ตั้งใจจะหาอาหารพื้นเมืองสำหรับมื้อเย็น


เล็งไปเล็งมา สะดุดตากับการแสดงโชว์ Flamengo คนละ 15 ยูโรเสียก่อน ถือว่าไม่ถูกไม่แพง ซื้อประสบการณ์ชมการแสดงประจำชาติของสเปนครั้งหนึ่งในชีวิต


นักแสดงกลุ่มนี้มีทั้งร้องทั้งเต้น เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ความสามารถสูง (เสียงก็สูง)


ตอนร้องไม่เท่าไหร่ เหมือนคนมาตะโกนร้องเพลงที่ฟังไม่รู้เรื่อง พอเริ่มโชว์สเต็ปกลับครึกครื้นจนเผลอขยับเท้าตาม ออกมาจากโรงละครแล้วยังทำท่าเลียนแบบอยู่อีกพักใหญ่


การแสดงเสร็จตอน 3 ทุ่ม กลับออกมาโซนร้านอาหารที่บัดนี้คึกคักยิ่งกว่าตอนเย็น มองไปทางไหนก็เต็มทุกร้าน คนยืนรอหน้าร้านพร้อมเข้าแทนที่คนที่ลุก ได้อารมณ์เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี


ละแวกนี้ร้านไหนๆ ก็เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มประเภทเดียวกัน


อย่างหนึ่งที่โต๊ะไหนๆ ก็ต้องสั่งแม้กระทั่งโต๊ะผม คือ Paella หรือข้าวผัดสเปน


และมีอาหารอย่างอื่นอีกที่เราทดลองสั่ง โดยรวมและส่วนตัว ผมว่าอาหารสเปนถูกปากมากกว่าอาหารอิตาเลียนครับ ไม่จืดแฉะแหยะเค็ม อย่างข้าวผัดสเปนอาหารพื้นๆ ของเขาผมก็ฟาดจนหมดเกลี้ยง 


หรือจะเครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง Sangria ที่หวานอร่อยเหมือนดื่มน้ำองุ่นแช่เย็น แต่ตอนลุกถึงกับเซเบาๆ 


วันที่สองเรามีเวลา 1 วันเต็ม จึงวางแผนเที่ยวอย่างเป็นเรื่องเป็นราวกว่าวันแรก กะเก็บไฮไลท์ของบาร์เซโลนาให้ครบ


เริ่มต้นวันที่ Placa de Catalunya จุดศูนย์กลางหรือหัวใจของเมืองบาร์เซโลนา


มีน้ำพุตกแต่งสวยงาม เป็นจุดนัดพบสำคัญ พลัดหลงกันก็นัดมาเจอตรงน้ำพุนี้ได้


เป็นจุดขึ้นรถลงเรือของผู้คนและจุดเริ่มต้นของถนนสายสำคัญหลายสาย


เราเดินเท้าต่อไปวิหารแห่งบาร์เซโลนา หรือ Barcelona Cathedral เป็นวิหารสำคัญแห่งหนึ่ง ไม่มีรายละเอียดมาก โบสถ์วิหารในบาร์เซโลนามีไม่น้อยเลย 


เอาเป็นว่าอย่าสับสนกับโบสถ์ Sagrada Familia แล้วกัน คนละที่คนละแบบกันเลย


วิหารแห่งบาร์เซโลนามีชื่อเสียงเรื่องสัตว์ในเทพนิยายต่างๆ ที่ประดับอยู่บนหลังคา เพิ่งมาเปิดกูเกิลหาข้อมูลตอนเขียนบล็อกนี้ครับ ตอนอยู่หน้าวิหารจริงไม่ได้นั่งพิจารณาเท่าไหร่


บาร์เซโลนามี Starbucks แต่อิตาลีไม่มีครับทั้งที่คนอิตาเลียนนิยมดื่มกาแฟมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ต้องเป็นกาแฟอิตาเลียนเท่านั้นนาจา ชาตินิยมก็น่าจะอันดับต้นๆ ของโลกด้วยนะงั้น 


Barcelona Musical Palace เป็นที่แสดงคอนเสิร์ตและงานอีเวนท์ต่างๆ ข้างนอกไม่สวยเท่าไหร่ หน้าตาออกไปทางประหลาดมากกว่าวิจิตร


แต่ด้านในซึ่งไม่ได้เข้ามาพบทีหลังจากกูเกิลว่าสวยมาก แอบเสียดายที่งกไม่ยอมจ่ายค่าเข้ากัน อุตส่าไปถึงที่แล้ว


มื้อกลางวันดั้นด้นไปกินอาหารเกาหลีปิ้งย่างของโปรด ขึ้นรถลงเรือหลายต่อ ไปถึงร้านเขาก็จะปิดครัวแล้ว


เขายังใจดีให้สั่งอาหารได้ แถมลูกเจ้าของร้านซึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ดีมากยังแนะนำที่เที่ยวบนภูเขา Juic ให้อีก


Montjuic เป็นที่จุดชมวิวเมืองบาร์เวโลนาที่สวยงามที่สุดจุดหนึ่ง เห็นวิวได้เกือบรอบทิศ 


ด้านบนเป็นที่ตั้งของสนามกีฬาโอลิมปิกซึ่งจัดขึ้นที่บาร์เซโลน่าเมื่อปี 1992


ปัจจุบันยังเปิดให้คนเข้าชม เมื่อปี 1992 คงเป็นสนามกีฬาที่ยิ่งใหญ่ 


หากใครโตพอที่จะจำความได้ จะต้องจำภาพพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกที่มีคนยิงธนูจุดคบเพลิงอย่างแม่นยำได้ 


เดินไล่ลงมาเรื่อยๆ มีสิ่งปลูกสร้างอีกหลายอย่างที่สร้างขึ้นพร้อมกับการจัดโอลิมปิก


มีน้ำพุที่เต้นระบำตอนกลางคืนในช่วงเดือน ต.ค. ที่เราไปเที่ยวเสียด้วย 


แต่ไม่ได้อยู่ดูเพราะมีกิจกรรมต้องทำและสถานที่ต้องแวะอีกหลายรายการ


เดินลงมาจาก Montjuic เรื่อยๆ ก็ถึง Placa d'Espanya ซึ่งอยู่ด้านล่าง


เป็นจัตุรัสที่สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo โลกเมื่อปี 1929 Barcelona เคยเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญมาหลายงาน อินเตอร์มาก


ก็สมควรได้รับการไว้วางใจนะครับ ลำพังแค่สองสามวันนี้ก็พอรู้แล้วว่าเมืองเขาบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ดีใช้ได้


บ้านเมืองสะอาดสะอ้านทั่วถึง ไม่สะอาดเฉพาะมุมที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปอย่างโรม


รถไฟใต้ดินหรือรถเมล์ดูไม่น่ากลัว ไม่มี graffiti กวนเมืองเต็มกำแพงแบบอิตาลี


ปิดท้ายวันด้วยการไปเดินถ่ายรูปเล่นที่ประตูชัย


เช่นกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเข้างาน World Fair เมื่อปี 1888 เก่าไปอีก


พวกเราเลือกจบวันแห่งการเดินและขึ้นลงรถที่ยาวนานแถวริมทะเล


เดินตากลมดมน้ำทะเลไปเรื่อยเปื่อยระหว่างรอให้กระเพาะหลั่งน้ำย่อยมากพอสำหรับมื้อค่ำ


พระจันทร์เต็มวงส่องแสงสว่างสวยงาม อดคิดถึงท่านไม่ได้ ณ เวลานี้ท่านจะประทับอยู่ที่ใด จะเป็นภพภูมิที่ดีสักแค่ไหน


ตั้งใจมาทานอาหารทะเลอย่างเต็มที่ เลือกเข้าร้านอาหารทะเล reviews ดีเมื่อกระเพาะเริ่มส่งสัญญาณโครกคราก


คนเยอะเต็มร้านเป็นปัจจัยดึงดูดที่ดี เดินเข้าร้านอย่างมั่นใจ


รสชาติไม่ผิดหวังเช่นเคย ผิดอย่างเดียว คือ ประเมินความสามารถในการกินของตัวเองสูงไปหน่อย


เช้าวันก่อนกลับจึงมีเวลาไปเก็บ Sagrada Familia ไฮไลท์สำคัญที่คนรู้จักมากที่สุดเมื่อนึกถึงบาร์เซโลนา นั่งรถผ่านไปมาหลายรอบไม่ได้แวะจริงจังจนกระทั่งเช้าวันที่จะกลับ


Sagrada Familia เป็นโบสถ์โรมันคาธอลิกขนาดใหญ่ออกแบบโดยศิลปินเอกคนเดิม Gaudi


ในอดีตเจอสงครามจึงสร้างๆ หยุดๆ


ช่วงไหนไม่มีสงครามก็เจอพิษเศรษฐกิจ สร้างๆ หยุดๆ ต่อไป 


ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ


เห็นโบสถ์ดังๆ ในยุโรปมาก็หลายแห่ง ที่นี่แปลกตาที่สุด


ไม่เป็นสมมาตร ไม่ปราณีตประดิษประดอย ผสมผสานกันหลายสิ่งอย่างทั้ง Gothic  Art Nouveau และอะไรก็ไม่รู้ ไม่แปลกใจที่มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของบาร์เซโลนาไปแล้ว


Sagrada Familia มีกำหนดจะเสร็จในปี 2026 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า เป็นปีที่ Gaudi ผู้ออกแบบตายครบ 100 ปีพอดี







 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2559
0 comments
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2559 0:12:44 น.
Counter : 615 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Thaisoloclub
Location :
Rome Italy

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add Thaisoloclub's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.