เรื่องเกษตร คนเมืองก็เข้าใจได้

<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 ตุลาคม 2555
 

การปลูกและการดูแลรักษาฝรั่ง

การปลูกและการดูแลรักษาฝรั่ง
  ในบรรดาไม้ผลที่ควรส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเป็นอาชีพ รองแต่ทำรายได้หลักก็คือ “ฝรั่ง” เนื่องจากเป็นไม้ผลที่มีต้นทุนในการผลิต ต่ำ,ให้ผลผลิตเร็ว,ราคาถึงผู้บริโภคไม่แพงนักและเป็นผลไม้ยอดนิยมของคนไทย อีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะวิตามินซี เพียงแต่เกษตรกรที่ คิดจะปลูกฝรั่งให้ประสบความสำเร็จจะต้องเน้นในเรื่องของผลผลิตคือ ผลิตฝรั่ง ให้มีรสชาติหวาน,กรอบและอร่อย (อุปสรรคที่สำคัญในการพัฒนาตลาดของฝรั่งไทย คือรสชาติไม่อร่อยเท่าที่ควร)สำหรับเรื่องสายพันธุ์ฝรั่งที่เกษตรกรไทยนิยม ปลูกกันมากที่ผ่านมา ถ้าเป็นฝรั่งที่มีเมล็ด  ได้แก่ พันธุ์แป้นมีทอง  ที่ มีเกษตรขายพื้นที่ปลูกกันพอสมควรเนื่องจากให้ผลผลิตดกและผลขนาดใหญ่ สำหรับ พันธุ์กรอบสามสีที่เนื้อมีอยู่ 3 สีภายในผลเดียวกันคือ สีชมพู, สีเขียวและ สีขาวซึ่งมีรสชาติอร่อยเหมือนฝรั่งขี้นกของไทยในอดีต ถ้าควบคุมการติดผลให้ ขนาดของผลไม่ใหญ่มากนัก ตลาดจะขายได้ดี

การปลูกฝรั่งเชิงพาณิชย์ให้ประสบความสำเร็จ
คุณ พงษ์สวัสดิ์  พงษ์บุญฤทธิ์  หรือ เฮียนิด เจ้าของปั๊มน้ำมันปตท.เขตอำเภอบาง สกลบาตร หากท่านเลือกเดินทางจากทางกรุงเทพ- กำแพงเพชร ปั๊มนี้จะขึ้นป้าย ว่า “ปั๊มนี้ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ”พื้นที่หลังปั๊มแห่งนี้มีสวนเกษตร ของคุณ พงษ์สวัสดิ์ หรือใช้ชื่อสวนว่า “สวนตานิด”ในพื้นที่กว่า 140 ไร่ ปลูกไม้ผล มากกว่า 20 ชนิด ทั้งฝรั่งกิมจู,ฝรั่งแป้นยอดแดง,แก้วมังกรหลายสาย พันธุ์,พุทราซุปเปอร์จัมโบ้,มะปรางยักษ์,มะเดื่อญี่ปุ่น,ตะขบยักษ์ไร้ หนาม,ส้มเขียวหวาน,มะพร้าวน้ำหอม และผักหวานป่า  เป็นต้น


“สวนตานิด” ฝรั่งแปลงใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง :

คุณพงษ์สวัสดิ์ กล่าวด้วยความสุขใจว่า การมาทำสวนเกษตรต้องยอมรับตัวเองไม่เคยมีความรู้ด้านการเกษตรเลย แต่พออายุมากขึ้นก็เกิดมีความรู้สึกชอบต้นไม้ ชอบสีเขียว อยากทำสวนขึ้นมา จึงได้เริ่มหาความรู้เบื้องต้นจากการอ่านหนังสือ,วารสาร,นิตยสารเกษตรต่างๆ เป็นจำนวนมาก หลังจากศึกษาหาข้อมูลเรื่องการเกษตรนานนับปี จึงตัดสินใจทำสวนเกษตรหลังปั๊มน้ำมันปตท.ของตนเองในพื้นที่ประมาณ 140 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่นา โดยก่อนหน้านี้ก็ให้คนเช่าทำนา ได้ค่าเช่าบ้าง ไม่ได้บ้าง จนนาบางแปลงก็ต้องร้างไป คุณพงษ์สวัสดิ์จึงปรับที่นาให้เหมาะกับการปลูกไม้ผลด้วยการขุดดินทำคันล้อม สูงเกือบ 2 เมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมจากน้ำป่าที่มักจะไหลบ่ามาในบางปี และพื้นที่จะยกร่องทั้งหมดใช้ระบบเดียวกับการทำเกษตรแบบทาง จ.นครปฐม ที่ใช้เรือในการจัดการให้น้ำและดูแลรักษาผลผลิต เมื่อปี พ.ศ. 2549 ไม้ผลชนิดแรกที่นำมาปลูกในสวนคือ ส้มเขียวหวานที่แบ่งพื้นที่ปลูกราว 22 ไร่ ซึ่งในขณะนั้นพื้นที่ จ.กำแพงเพชร นิยมปลูกส้มกันมากในการปลุกส้มเขียวหวานคุณพงษ์สวัสดิ์ก็ทำได้ดีผลผลิตส้มดก พอสมควรเลยทีเดียว

การเลือกสายพันธุ์ฝรั่งปลูกเชิงพาณิชย์ :

หลังจากนั้นคุณพงษ์สวัสดิ์ ได้พบกับคุณสุกิจ ผู้จัดการสวนในปัจจุบัน เป็นคน อ.บ้านแพ้ว จ.นครปฐม มีประสบการณ์ในการปลูกฝรั่งมาก่อน จึงได้แนะนำว่าฝรั่งเป็นไม้ผลที่น่าสนใจ การดูแลฝรั่งไม่ยากมากนัก และฝรั่งเป็นไม้ผลที่ให้ผลผลิตเร็ว ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลังจากปลูกเพียง 8 เดือนเท่านั้น จึงหาข้อมูลเรื่องสายพันธุ์จากแหล่งข้อมูลต่างๆ และไปดูการทำสวนฝรั่ง ถึงที่ใน จ.นครปฐม จนบังเกิดความแน่ใจเรื่องสายพันธุ์ สุดท้ายตัดสินใจซื้อฝรั่งเชื้อสายไต้หวันมาปลูกในพื้นที่ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เริ่มได้รับความนิยมในการปลูกมากและเป็นที่ต้องการของตลาด ในพื้นที่ ได้แก่ “ฝรั่งพันธุ์กิมจู” มีจุดเด่นที่น่าสนใจมาก คือ ทานอร่อย เมล็ดน้อยมาก หรือขนาดไส้เมล็ดเท่ากับเหรียญบาทเท่านั้น รสชาติหวานกรอบ ทานแล้วจะติดใจ น้ำหนัก 3-5 ผลต่อกิโลกรัม คุณพงษ์สวัสดิ์จึงตัดสินใจนำฝรั่งพันธุ์กิมจูมาปลูกพร้อมกันจำนวน 7,500 ต้นและฝรั่งอีกสายพันธุ์หนึ่งที่คุณ พงษ์สวัสดิ์นำมาปลูกพร้อมกับฝรั่งกิมจู ก็คือ “ฝรั่งพันธุ์แป้นยอดแดง”เป็นฝรั่งอีกพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมมากใน พื้นที่ จ.นครปฐม และผู้บริโภคยอมรับในเรื่องรสชาติว่าทานอร่อย

** ซึ่งสายพันธุ์ฝรั่งแป้นยอดแดงนี้ มีความแตกต่างจากพันธุ์แป้นสีทองตรงขนาดผลฝรั่งที่มีขนาดใหญ่มาก น้ำหนักเฉลี่ยตั้งแต่ 5 ขีด – 1 กิโลกรัมต่อผล เนื้อหนาเมล็ดมีขนาดปานกลาง รสชาติหวาน กรอบและฝรั่งพันธุ์แป้นยอดแดง ยังสามารถรองรับการแปรรูปเป็นฝรั่งแช่บ๊วยได้อีกด้วย จากขนาดผลที่ใหญ่ เมื่อขูดผิวออกแล้วก็ไม่สูญเสียความหนาของเนื้อมากนัก

ข้อดีของการปลูกฝรั่ง :

คุณพงษ์สวัสดิ์ก็ได้เตรียมการเรื่องการทำฝรั่งแช่บ๊วยมาด้วยตนเอง แล้วกลับมา ทำเองที่สวนจนนำออกจำหน่ายแล้วและได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคว่าอร่อยมาก คุณพงษ์สวัสดิ์จึงได้ตัดสินใจสร้างโรงงานฝรั่งแช่บ๊วยขนาดใหญ่ไว้รองรับผล ผลิตในอนาคต หากผลผลิตฝรั่งแป้นยอดแดงคุณพงษ์สวัสดิ์ที่ปลูกไว้ประมาณ 5,000 ต้นล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ คุณพงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า ที่ปลูกฝรั่งไว้ถึง 2 พันธุ์นั้น เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกสร้างความหลากหลายนั่นเอง ก็ถือเป็นหลักการตลาดในขั้นพื้นฐาน

** คุณพงษ์สวัสดิ์กล่าวถึงข้อดีของฝรั่งว่า “ฝรั่งให้ผลผลิตเร็ว ให้ผลตอบแทนกลับมาเร็ว”เพียง 8 เดือน หลังปลูกเท่านั้นก็มีผลให้ได้เก็บขายได้แล้ว และจะเก็บผลฝรั่งเต็มที่เมื่ออายุต้นได้ 1 ปีครึ่งไปแล้ว มีการออกดอกและติดผลตลอดทั้งปี ฝรั่งจะให้ผลผลิตต่อไร่สูงราว 300-500 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเฉพาะฝรั่งแป้นยอดแดงที่เด่นเรื่องขนาดผลใหญ่นั้น จะทำให้น้ำหนักต่อไร่สูงมาก ฝรั่งเป็นผลไม้ที่ทานง่ายหรือจะแปรรูปเป็นฝรั่งแช่บ๊วยก้ได้รับความนิยมจาก ผู้บริโภคมิใช่น้อย

การปลูกฝรั่งแบบยกร่อง :

การปลูกฝรั่งและไม้ผลทุกชนิดบนพื้นที่ราว 140 ไร่นั้น คุณพงษ์สวัสดิ์เลือกการยกท้องร่องปล่อยน้ำเข้าร่องเป็นรูปแบบการทำเกษตรของ จ. นครปฐม ด้วยเหตุผลที่ว่าทำให้การจัดการสวนง่ายขึ้นไม่ว่าเรื่องการให้น้ำ, ให้ปุ๋ย ฉีดพ่นสารเคมี การเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยใช้ “เรือ”ทั้งหมด แล้วระบบท้องร่องยังช่วยเรื่อง “ความชื้น”ให้แปลงฝรั่งได้อีกด้วย

การเตรียมพื้นที่และวางระยะกดารปลูกฝรั่งแบบยกร่อง
เตรียมท้องร่องให้มีความกว้างประมาณ 7 เมตร ทั้งฝรั่งกิมจูและแป้นยอดแดง ใช้ระยะระหว่างต้น 1.8 X1.8 เมตร ปลูกเป็น 3 แถว ยาวตลอดท้องร่อง ซึ่งคุณพงษ์สวัสดิ์ ยอมรับว่าเป็นระยะที่ชิดเกินไปแนะนำว่าอย่างน้อยควรปลูก ที่ระยะปลูก 2X2 เมตร น่าจะเหมาะสมกว่า ดังนั้นคุณพงษ์สวัสดิ์จึงขยายพื้นที่ปลูกฝรั่งกิมจูไปอีก 20 ไร่ แต่ปรับเปลี่ยนระยะปลูกใหม่ คือ ปลูกเป็นแถวคู่ในท้องร่อง ไม่ใช้ระยะปลูกชิดแบบเดิมเพราะต้องมาจัดการเรื่องของการตัดแต่งกิ่งที่แน่น ทึบและซ็อนชนกันมากไป ซึ่งส่งผลให้ฝรั่งไม่ออกดอก แต่จะงามใบแทน นอกจากนี้แปลงฝรั่งที่ร่มใบแน่นทึบ จะทำให้แดดส่องไม่ถึง ไม่โปร่ง อากาศถ่ายเทไม่สะดวกจะเป็นแหล่งสะสมโรค-แมลง โดยเฉพาะเพลี้ยแป้งศัตรูทีสำคัญของฝรั่ง

การดูแลรักษาฝรั่งที่ปลูกเชิงพาณิชย์ :

การปลูกฝรั่งไม่ได้ยุ่งยากแต่ประการใด เพียงแต่ดูแลเรื่องน้ำให้สม่ำเสมอ จากนั้นฉีดพ่นปุ๋ย, ฮอร์โมนและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชควบคู่มิให้ขาด มีการให้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักหรือน้ำหมักชีวภาพ ร่วมกับปุ๋ยเคมีเพื่อบำรุงต้นฝรั่งให้งาม

** ในการทำให้ฝรั่งออกดอกติดผลนั้นก็จะมีหลายๆวิธี ซึ่งที่สวนตานิดจะใช้วิธีการตัดแต่งกิ่งให้แตกยอดใหม่พร้อมออกดอก หลังตัดแต่งกิ่งหรือตัดแต่งกิ่งเดิมที่ให้ผลผลิตแล้ว จะตัดชิดกิ่งหลักให้มีการแตกยอดใหม่ เมื่อยอดยาวได้ประมาณ 1 คืบมือ ฝรั่งก็จะอกมาตามซอกใบ ถ้าใบฝรั่งกิมจูจะออกดอกประมาณ 3 ดอก จะใช้ระยะเวลาหลังตัดกิ่งแล้วประมาณ 30-35 วัน เมื่ออายุได้ 60 วัน ผลฝรั่งจะมีผลเท่ากับลูกมะนาวเล็กหรือผลลำไยโต จะเป็นระยะที่เหมาะแก่การห่อผล ก่อนห่อควรมีการฉีดสารป้องกันกำจัดโรค-แมลงศัตรู เช่น เพลี้ยแป้งหรือโรคแอนแทรคโนส

การพิจารณาเลือกใช้สารเคมีกับฝรั่ง :

ก่อนการใช้สารเคมีจะต้องสุ่มตรวจโรค-แมลงในแปลงเสียก่อน ว่าพบปัญหาอะไรบ้างจึงจะเลือกใช้หรือแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด แต่คนที่ทำฝรั่งในให้มีหลายรุ่นภายในต้นนั้นก็ต้องมีการฉีดพ่นสารป้องกัน ศัตรูกว้างๆ ก่อนการห่อผลฝรั่ง โดยต้องเน้นป้องกันเพลี้ยแป้งเป็นสำคัญ เพราะเมื่อมีเพลี้ยแป้งติดผลไปตอนห่อฝรั่งผลเล็กๆ มันจะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนเต็มถุงห่อ ไปจนกระทั่งผลฝรั่งมีขนาดใหญ่เลยทีเดียว

** สารเคมีที่แนะนำฉีดผลก่อนห่อผล คือ สารไวท์ออยด์ ปริมาณ 200 ซีซี.ผสมกับสารมาลาไธออน ปริมาณ 1,000 ซีซี. ในน้ำ 20 ลิตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน พอฉีดช่วงเช้าให้ตวงสารดังกล่าวมาใช้ 150 ซีซี. มาผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วก่อนการห่อผล

การห่อผลฝรั่ง :

การห่อผลนั้นจะต้องห่อตั้งแต่ขนาดเท่าหัวนิ้วโป้งมือหรือราวผลมะนาวเล็ก หรือผลลำไยผลโต เกษตรกรจะต้องคัดผลที่ผลกลม ผิวสวยดูสมบูรณ์ไว้พียงผลเดียว ตัดผลที่คู่กันทิ้งไป การห่อผลจะใช้ถุงพลาสติกที่ใช้เพื่อการห่อฝรั่งโดยเฉพาะ ถุงห่อดังกล่าวจะมีรูระบายในตัว เกษตรกรไม่ต้องกรีดหรือเจาะรูระบายน้ำเหมือนแต่ก่อน จากนั้นตัดกระดาษสุดโทรศัพท์มาสัก 2 หน้า เพื่อกระดาษจะได้ทีความหนาพอเพื่อจะพรางแสงแดด ให้ผิวฝรั่งขาวสวย เหตุที่เลือกให้กระดาษจากสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง เพราะเป็นกระดาษที่ทนแดด ทนฝนไม่ขาดยุ่ยง่าย เหมือนกระดาษหนังสือพิมพ์

** หลังจากการห่อผลฝรั่งนับไปอีกราว 2 เดือนฝรั่งก็จะแก่พร้อมเก็บเกี่ยว คนงานที่เก็บเกี่ยวผลฝรั่งจะต้องมีความชำนาญ มีประสบการณ์ ถึงจะปล่อยให้เก็บได้ เพราะฝรั่งหากเก็บผลที่ไม่แก่ ยังเขียวอยู่จะมีรสฝาด ทานไม่ได้เลย ไม่สามารถแปรรูปอะไรได้เลย คือ ผลฝรั่งที่เก็บผิดก็จะเสียไป การฝึกคนงานที่จะมาเก็บผลผลิตได้นั้นจะเริ่มทักษะจากการได้ผลก่อน,ตัดแต่ง กิ่งก่อน แล้วจึงฝึกเรื่องการเก็บฝรั่งนอกจากการนับอายุโดยคร่าวๆแล้วสามารถสังเกตจาก เนื้อกระดาษที่จะดูเก่าตามเวลา หากไม่แน่ใจคนเก็บก็จะเปิดกระดาษดูเพื่อดูสีฝรั่งว่าขาวหรือยัง

การตลาดและราคาผลผลิต :

เก็บผลผลิตป้อนตลาดอาทิตย์ละ 2 ครั้งๆ ละ 40-50 ลัง คุณพงษ์สวัสดิ์ กล่าวถึงตลาดฝรั่งกิมจูและแป้นยอดแดงว่า มีความต้องการเป็นจำนวนมาก ผู้บริโภคเริ่มรู้จักฝรั่งกิมจูจากสวนตานิดแล้วว่า ทานอร่อย หวานและกรอบ เมล็ดน้อย นอกจากจะวางขายในปั๊มน้ำมันแล้วมีส่งตลาดท้องถิ่นในระแวกใกล้เคียง ก็จะมีพ่อค้าจากต่างจังหวัดอย่างจังหวัดนครสวรรค์,สิงห์บุรี,อ่างทอง,ฯลฯก็ จะมาแบ่งกันไป โดย 1 ลังจะบรรจุฝรั่งได้ 17 กิโลกรัม การคัดเกรดจะดูที่ผลเพียงอย่างเดียว ฝรั่งจากสวนไม่ได้ดูเรื่องขนาด ซึ่งราคาส่งจากสวนจะแบ่งออกเป็น 3 เกรด คือ เบอร์ยอด (ผิวสวย) ราคากิโลกรัมละ 15 บาท , เบอร์รอง(มีตำหนิเล็กน้อย)ราคากิโลกรัมละ 8 บาท และเบอร์ตำหนิ(ผิวไม่สวย)ราคากิโลกรัมละ 5 บาท

** ฝรั่งกิมจูหรือแป้นยอดแดง หลังการเก็บเกี่ยวแล้วก็จะวางตลาดได้นานราว 5 วัน ในกรณีตัดแก่พอดี ซึ่งผิวจะขาวนวล แต่เก็บขาวเขียวจะไม่ได้ เพราะยังไม่แก่ รสชาติฝาด หรือหากเก็บแก่เกินไปอายุการวางตลาดก็จะน้อยเพียง 3 วัน ก็จะนิ่มแล้ว เป็นต้น ขนาดผลของฝรั่งลูกค้ามักจะชอบขนาดผลไม่ใหญ่มากนัก 4-5 ผลต่อกิโลกรัมมากกว่า ฝรั่งสวนตานิดถือว่าตลาดมีความยอมรับในคุณภาพที่ทานอร่อย เมื่อซื้อไปแล้วก็จะกลับมาซื้อใหม่อีก ฝรั่งกิมจูและฝรั่งแป้นยอดแดงยังมีอนาคตในการเป็นฝรั่งผลสดที่ปัจจุบันผล ผลิตฝรั่งสดจากสวนตานิดยังไม่พอขาย ส่วนอนาคตคุณพงษ์สวัสดิ์ยังขยายพื้นที่ปลูกฝรั่งเพิ่มและสร้างโรงงานฝรั่ง แช่บ๊วยราคากว่า 2 ล้านบาท เพื่อรองรับผลผลิตอีกด้วย

ขอขอบคุณแหล่งความรู้จาก   

  • คลังความรู้ทางการเกษตร
  • ข้อมูลการเกษตรจากสวนตานิด คุณพงษ์สวัสดิ์

ชอบกด Like & Share  เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะจ๊ะ ==>




Create Date : 05 ตุลาคม 2555
Last Update : 5 ตุลาคม 2555 16:20:07 น. 0 comments
Counter : 909 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
Mr.Evo_IV
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add Mr.Evo_IV's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com